LOGINBy : พิ้งค์พราว
ครบสามปีแล้วที่ฉันจบการศึกษาระดับปริญญาตรี และได้ออกมาใช้ชีวิตการทำงานจริง ๆ นอกรั้วมหาวิทยาลัย ประสบการณ์ต่าง ๆ ช่วงที่ฝึกงานได้สอนอะไรฉันมากมาย ในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องงานและเรื่องคน
โดยเฉพาะกับเพื่อนร่วมงานบางคน หัวจะปวดในแต่ละวัน แต่ฉันใช้สามข้อนี้ในการทำงานให้ผ่านไปได้ในแต่ละวันคืออดทน อดทนให้มาก และอดทนเท่านั้น
ฉันจบเกี่ยวกับการโรงแรม ครั้งหนึ่งเคยมีโอกาสมาเที่ยวกับเพื่อนที่เขาใหญ่ รู้สึกชอบบรรยากาศที่นี่มาก จึงเลือกมาทำงานแถวนี้ โรงแรมที่ฉันทำอยู่คือโรงแรมออทัมน์ สวีท ธามม์
เหตุผลอีกข้อที่ไม่อยากทำงานในเมืองหลวงเลยก็คืออยากที่จะหนีจากผู้คนและเรื่องราวร้าย ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อนด้วย ถ้าทำงานในเมืองหลวงกลัวได้เจอพ่อหนุ่มร่างท้วมคนนั้นอีก เลยเลือกมาสมัครงานต่างจังหวัด
แต่ที่นี่ไม่ใช่ที่แรกที่ฉันมาทำงานหรอกนะ ก่อนหน้านี้ก็เคยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับอยู่พักหนึ่ง ที่เดิมงานก็ดีแต่เงินน้อยไปหน่อย รายรับไม่พอรายจ่าย เพื่อนสนิทของฉันเลยชวนให้มาทำด้วยกันที่โรงแรมนี้ เพราะเซอร์วิสชาร์จที่นี่ปังแทบทุกเดือน
ทำงานในโรงแรมสนุกและเหนื่อย รวมถึงท้าทายมาก แต่ละวันมีเหตุการณ์แทบจะไม่ซ้ำกัน บางวันเจอแขกวีนและคอมเพลนแทบทุกเรื่อง บางวันแขกเยอะจนแทบไม่มีเวลานั่งหรือพักกินข้าวกินปลาก็มี บางวันทำแก้วแตก โดนปรับไม่พอยังโดนหัวหน้าดุให้ช้ำใจเล่น ๆ อีก แต่ไม่เป็นไรถือว่าเป็นรสชาติของชีวิต
ฉันทำงานที่นี่มาแล้วหกเดือน ผ่านงานเป็นที่เรียบร้อย เพราะความขยันเอาใจใส่งานอย่างดี และการเป็นคนยิ้มแย้มแจ่มใสก็ช่วยได้มาก ต่อให้มีปัญหาส่วนตัวร้อยพันเรื่องฉันก็แยกแยะออก ความอดทนของฉันถือว่าสูงใช้ได้เลยทีเดียว
มีบ้างที่แขกจะเหวี่ยงจะวีน แต่ก็ส่วนน้อยที่เป็นแบบนั้น ส่วนใหญ่แขกที่มาพักที่นี่ใจดีมาก รวมถึงทิปก็หนักมากเช่นกัน ข้อนี้แหละที่ยอมทน
...เงินเท่านั้นที่ knock everything
นอกจากนี้ยังต้องทนกับเพื่อนร่วมงานบางคนที่ไม่น่ารักทั้งเล็กน้อยไปจนถึงไม่น่ารักมากมาย หรือบางทีฉันเองก็อาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ไม่น่ารักสำหรับบางคนก็ได้มั้ง ร้อยพ่อพันแม่อะเนอะ เดินผ่านเฉย ๆ ยังไม่ชอบขี้หน้ากันได้
ประสาทไปป้ะ
“พราว! ไปเคลียร์โต๊ะให้แขกด้วยนะ แขกมาสองท่าน พี่ขอด่วน” เสียงนี้ที่ฉันคุ้นเคย หญิงอายุสี่สิบสองที่ยังดูเหมือนสาววัยสามสิบห้า เดินเข้ามาสั่งงานฉันด้วยน้ำเสียงจริงจัง พูดจบก็เดินสับ ๆ ไปทางอื่น
พี่ฝ้าย หรือคุณปุยฝ้าย ตำแหน่งหัวหน้าห้องอาหาร เธอเป็นคนพูดตรง จริงจังกับการทำงาน เก่ง รวดเร็ว ว่องไว ชอบคนขยันตรงต่อเวลา
“ค่ะ” ฉันรีบตอบรับคำสั่งนี้ ก่อนจะหยุดมือที่กำลังพับผ้าเช็ดปากอยู่ หันไปทำงานที่ได้รับมอบหมายมาสด ๆ ร้อน ๆ แทน เพราะรู้ว่าคนที่มาสั่งงานค่อนข้างจริงจังในการทำงาน ถ้าเธอบอกว่าด่วนนั่นแปลว่าต้องเสร็จภายในห้านาที
อันที่จริงมันเป็นหน้าที่ของพนักงานทำความสะอาดโต๊ะแหละ แต่หัวหน้ามักจะใช้ให้ฉันเป็นคนไปทำให้ ก็ทำงานดี ว่องไว ไม่บ่นเวลาหัวหน้าสั่งงาน
บางทีก็แอบบ่น ไม่ให้หัวหน้าได้ยินอยู่นะ
ฉันทำตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟประจำอยู่ที่ห้องอาหารหลักของโรงแรมชื่อห้องอาหารทานตะวัน ฉันเข้ากะเช้า มาตั้งแต่ตีห้าครึ่งเลยนะ ง่วงมากตอนนี้
การทำงานในช่วงเช้าค่อนข้างเร่งรีบและดูวุ่นวายมาก หลังจากห้องอาหารปิดให้บริการที่เวลา 11.00 น. พนักงานก็ใช่ว่าจะได้พักสบาย ๆ เพราะยังมีงานต้องทำต่อ นั่นก็คือเตรียมจัดโต๊ะสำหรับอาหารกลางวันต่อ
ช่วงเช้าจะให้บริการอาหารแบบบุฟเฟต์ ส่วนช่วงพักกลางวันจะเป็นแบบอะลาคาร์ทหรืออาหารจานเดียวหรือตามสั่งนั่นเอง
“เสร็จสักที หวังว่าวันนี้แขกจะไม่มาทานอาหารที่นี่นะ สาธุ” ฉันยกมือเหนือหัวหลังจากจัดโต๊ะเสร็จก็ขอพรจากลมฟ้าอากาศทันที เพราะวันนี้ฉันแทบไม่ได้หยุดเดินเลย ซ้ำยังต้องมาช่วยพนักงานทำความสะอาดเคลียร์โต๊ะจัดโต๊ะต่ออีก ถือว่าหนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
“พราว จัดโต๊ะเสร็จแล้วใช่ไหม” เสียงเดิมคนเดิม ได้ยินเสียงนี้ทีไรฉันรู้สึกขนลุกทุกที ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นใคร เพราะคนที่เรียกชื่อฉันได้บ่อยที่สุด มีแค่หัวหน้าปุยฝ้ายเท่านั้น
“เสร็จแล้วค่ะ พี่ฝ้ายมีอะไรให้พราวทำต่อไหมคะ”
หรือเพราะฉันชอบพูดคำนี้หรือเปล่า ทำให้พี่ปุยฝ้ายคิดว่าฉันขยัน พูดจนติดปาก พราวแค่พูดไปตามมารยาทนะคะพี่ฝ้าย
“มีสิ งานใหญ่เลยล่ะ ไม่รู้พราวจะว่าอะไรไหม แต่งานนี้ต้องเป็นพราวเท่านั้น” สีหน้าแววตาดูกังวลไม่น้อย เหมือนว่าจะเป็นงานช้างจริง ๆ
ใช้มาเถอะค่ะ ถ้าพูดมาขนาดนี้แล้ว พราวมีสิทธิ์ปฏิเสธได้ด้วยเหรอคะ
“มีอะไรให้ช่วยรึเปล่าคะ หัวหน้าดูตื่นเต้นจัง”
“ใช่ เพราะนี่คืองานด่วนไฟไหม้เลยล่ะ วันนี้เพื่อนของจีเอ็มจะมาพักที่โรงแรมเรา เบื้องบนพึ่งจะบอกพี่เมื่อกี้ บอกว่าจะมาถึงบ่ายสองแต่ตอนนี้แขกมาถึงแล้ว ในครัววุ่นวายกันมาก เพราะต้องทำอาหารไปให้แขกแบบขอด่วน ๆ” พี่ปุยฝ้ายยกมือกุมขมับ เธอคงซีเรียสจริง ๆ
“หัวหน้าจะให้พราวไปดูแลแขกของจีเอ็มเหรอคะ” ฉันพอจะเดาได้แล้วว่าคงเป็นแบบนี้แน่
“ใช่ จีเอ็มมาขอพนักงานจากพี่หนึ่งคนเพื่อไปคอยบริการแขกวีวีไอพี ซึ่งกำชับว่าต้องเป็นพราวเท่านั้น”
“ทำไมต้องเป็นพราวเท่านั้นคะ”
“พี่ก็ไม่รู้ จีเอ็มคงเห็นว่าพราวขยันมั้ง หน้าตาก็ดี ยังไงพี่ฝากหน่อยนะ”
“ได้ค่ะ”
“นี่จ้ะ กุญแจบ้านดาเลียนะ จีเอ็มบอกว่าแขกคนนี้ไม่ชอบให้ใครไปเคาะห้องเสียงดัง จึงให้กุญแจสำรองมาเพื่อเปิดเข้าไปเลยไม่ต้องเกรงใจ จีเอ็มบอกพี่มาแบบนี้” แปลกคน แบบนี้ก็มีด้วย ถ้าเปลื้องผ้าอยู่หรือทำอะไรที่ไม่ควรเห็นฉันจะทำยังไง
“พักที่บ้านดาเลียเลยเหรอคะ” เคยเห็นแต่ไม่เคยได้เดินเข้าไปใกล้เลยสักครั้ง เห็นยัยอันบอกว่าเป็นบ้านพักผู้บริหารระดับสูง
“ไม่ใช่คุณนัฐฐานะ พี่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร เห็นจีเอ็มไปรับด้วยตัวเองมาจากสุวรรณภูมิ สงสัยน่าจะพึ่งลงเครื่องมาจากต่างประเทศ”
นัฐฐา อนันต์ถิระคุณ ประธานกรรมการหรือเจ้าของโรงแรมออทัมน์ สวีท ธามม์ Autumn sweet time ที่พนักงานทุกคนรู้จักเป็นอย่างดี เธอยังดูสาวดูสวยเหมือนไม่ใช่คนอายุห้าสิบ
“อ๋อค่ะ” ไม่ว่าแขกวีวีไอพีคนนี้จะเป็นใคร ฉันต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด งานคือเงิน เงินคืองาน บริการดีเผลอ ๆ อาจจะได้ทิปหนักก็ได้
“ไม่ต้องกังวลนะ ทำไปตามที่เคยทำนั่นแหละ เหมือนให้บริการแขกทั่วไป พี่เคยผ่านมาแล้ว สบาย ๆ”
“ค่ะ”
“ขอบใจมาก พี่ต้องไปแล้ว มีประชุมตอนบ่าย ขอไปเตรียมตัวก่อนนะ” สั่งงานเสร็จหัวหน้าก็เดินกึ่งวิ่งไปที่ห้องประชุมเลย
ประชุมเหรอ? เห็นหัวหน้าเข้าประชุมทีไร ใจมันหวิว ๆ ทุกที เหมือนจะมีอะไรเซอร์ไพส์อยู่ตลอด
@ บ้านดาเลีย
บ้านพักสุดหรูท่ามกลางธรรมชาติและเป็นบ้านหลังเดียวที่มีอยู่ในพื้นที่ของโรงแรม ไม่ได้สร้างมาเพื่อให้แขกเข้าพัก แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้บริหารมาพักผ่อนเท่านั้น แต่ไม่ค่อยเห็นคุณนัฐฐามาพัก มาทีไรก็เห็นพักที่โรงแรมตลอด
“วิวสวยมาก ลมเย็นสบายดีจัง” ทันทีที่ฉันเข็นรถใส่อาหารมาหยุดอยู่ที่หน้าพูลวิลล่าหรู ต้องขออึ้งตะลึงกับบรรยากาศแถวนี้เสียก่อน มันสวยมาก ทางเดินเข้าบ้านปลูกดอกไม้หลายชนิด ที่เห็นมากสุดน่าจะเป็นดอกกุหลาบสีแดงสดและดอกดาเลียหลากสี
หลังจากที่ชื่นชมดอกไม้มาจนสุดทาง เท้าของฉันก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานใหญ่ ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะยกมือเคาะไปที่ประตูสามครั้งเบา ๆ
ทั้งที่แขกบอกไม่ให้เคาะ แต่ยังดื้อที่จะเคาะ ก็คนมันเคยชินแบบนี้
“สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นพนักงานเสิร์ฟชื่อพนิตา มาจากห้องอาหารทานตะวันค่ะ ขออนุญาตเข้าไปเสิร์ฟอาหารนะคะ” ที่จริงพูดไปแขกก็คงไม่ได้ยินอะไรมากหรอก แต่ฉันต้องเอ่ยอะไรสักอย่าง เพื่อให้คนที่อยู่ข้างในได้รู้ตัวสักนิดว่ามีคนมา เผื่อจะทำอะไรอยู่ เกิดเปิดประตูโผงผางเข้าไปเลย แขกแก้ผ้าอยู่ทำไง ฉันไม่โดนไล่ออกเหรอ
ฉันตัดสินใจไขกุญแจเข้าไป แกรก...เดินช้า ๆ แต่ไม่ได้ย่องเบานะ เดี๋ยวจะหาว่ามาขโมยของ
“สวัสดีค่ะ” ฉันส่งเสียงอีกครั้ง เพราะตอนนี้ยังไม่เห็นใครเลย ในบ้านเงียบสนิทได้ยินแค่เสียงของเครื่องปรับอากาศทำงานอยู่ อากาศก็อุ่นดีนะ แต่ก็ยังเปิดแอร์เฉย
บ้านหลังนี้มีลักษณะเป็นบ้านสองชั้น ชั้นล่างจะเป็นห้องนั่งเล่น พร้อมกับมีห้องครัวเล็ก ๆ ไว้ทำอาหารและยังมีเคาน์เตอร์บาร์ไว้นั่งดื่ม
มีเครื่องดื่มหลากหลายชนิดประดับอยู่ที่เคาน์เตอร์ แถมยังมีตู้แช่ไวน์ชั้นดีที่แช่ไวน์อยู่หลายขวด อย่างต่ำก็น่าจะร้อยกว่าขวดได้ จากที่กะทางสายตา นึกว่าเดินเข้ามาในผับบาร์ที่มีที่นั่งดื่มชิลล์ เห็นแล้วก็ขนลุก เหตุการณ์คืนนั้นแวบเข้ามาในหัวอีกแล้ว
หยุดคิด เราต้องอยู่กับปัจจุบันได้แล้ว ก่อนจะสติหลุดคิดเรื่องอดีตไปมาก ฉันจึงเบี่ยงเบนความสนใจไปที่ชั้นบนของบ้าน ซึ่งน่าจะเป็นห้องนอน ให้เดาก็คงจะมีสองห้องมั้ง ฉันก็พึ่งมาที่นี่ครั้งแรกไม่รู้อะไรมาก
“หรือว่าแขกจะอาบน้ำอยู่ข้างบน เอาอาหารตั้งโต๊ะรอแล้วกัน” ว่าแล้วฉันก็จัดการอาหารที่แขกสั่งไว้ยกมาจัดเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ เพียงไม่กี่นาทีก็เสร็จเรียบร้อย
..
“ไม่มีใครบอกเหรอว่าผมไม่ให้เคาะประตู แล้วใครบอกว่าผมจะกินข้าวที่นี่”
“ฮึ” ฉันสะดุ้งตื่นรีบหันขวับไปตามเสียง แต่ไม่กล้ามองแขกนานหรอก กลัวสายตา คิดว่าแขกคงทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่แน่ ๆ ก้มมองพื้นแล้วกัน
“มาช้าแถมยังไม่รู้เรื่องอะไรอีก”
“ต้องขอโทษคุณผู้ชายด้วยค่ะ ดิฉันพึ่งจะได้รับเรื่องมา เลยเตรียมตัวไม่ทันจริง ๆ ค่ะ”
“จะบอกว่าผมเป็นคนมาก่อนเวลาเองงั้นสิ” มันก็ตามนั้นแหละค่ะ อยากพูดไปตามตรงจัง แต่จะบอกออกไปแบบนี้ฉันตกงานแน่ เอาเป็นว่าฉันจะรับผิดเองละกัน
“เปล่าค่ะ เป็นความผิดของดิฉันเองที่เดินมาช้าเองค่ะ ขอโทษจริง ๆ ค่ะ” รับจบ หวังว่าคุณเขาจะพอใจ
“ดี ทีหลังต้องวางแผนให้ดีกว่านี้ ครั้งนี้ผมจะไม่คอมเพลนไปถึงบอร์ดบริหาร” นี่ขนาดยังไม่คอมเพลนนะ แขกคนสำคัญคนนี้ ดูจะเอาแต่ใจไม่น้อยเลย ฉันเจองานหนักเข้าแล้ว ฮึบ อดทนจนกว่าจะรวย
“แล้วคุณผู้ชายจะให้ดิฉันเอาอาหารไปเสิร์ฟที่ไหนคะ” ฉันไม่กล้าแม้จะเงยหน้ามองแขกคนนี้
“ผมจะไปว่ายน้ำ เอาไปไว้ที่ริมสระ” พูดจบเขาก็เดินเปิดประตูหลังบ้านออกไป ฉันพึ่งกล้าเงยหน้าขึ้นมองตามหลังแขก คุณเขาอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีน้ำตาลเข้ม สงสัยจะไปว่ายน้ำ
ว่ายน้ำตอนที่อุณหภูมิประมาณสิบเจ็ดสิบแปดองศาเซลเซียสเนี่ยนะ กราบเลยค่ะ
“แล้วใครจะไปรู้ล่ะคะว่าคุณจะออกไปว่ายน้ำตอนนี้ มาว่ายน้ำตอนหน้าหนาวเนี่ยนะ” ฉันแอบบ่นอุบอิบตามหลังเขาไปอย่างเสียมารยาท ซึ่งไม่ควรอย่างยิ่งในอาชีพบริการ
แต่มันอดไม่ได้จริง ๆ ฟังน้ำเสียงของเขาสิ ฟังยังไงก็กำลังตำหนิฉันอยู่
คนอุตส่าห์ตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
ว้ายยย คุณพี่ได้เจอคุณน้องแล้ว แต่คุณน้องคงจำอิพี่บ่ได้ ก็เขาไม่ใช่ผู้ชายหุ่นหมีแล้วน่ะสิคะ ว่าแต่คุณเขาจะบอกเธอตอนไหนว่า เขาเนี่ยแหละที่เป็นคนพรากความสาวของเธอไป
รอวันวิวาห์ หนึ่งเดือนต่อมากว่าจะผ่านมาแต่ละวันมันช่างเนิ่นนานเหลือเกินนี่คือความรู้สึกของคนที่อยากเป็นเจ้าบ่าวใจแทบขาดอย่างนภัทรเขานับรอวันที่จะได้เห็นพนิตาใส่ชุดเจ้าสาวเดินจูงมือเข้าประตูวิวาห์ไปพร้อมกันกับเขาผ่านมาหนึ่งเดือนนับจากวันที่ไปสู่ขอพนิตากับพ่อแม่ของเธอที่ต่างจังหวัด เขาจำได้ว่าพ่อแม่พนิตาโกรธมากที่รู้ว่าลูกสาวแอบไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนภัทรชิงสุกก่อนห่ามดีที่คุณย่านงนรีไปด้วยจึงช่วยพูดให้พ่อแม่ของพนิตาใจเย็นลงได้ บวกกับที่เขารับปากหนักแน่นว่าจะรักและดูแลลูกสาวของพ่อตาแม่ยายเป็นอย่างดี จนสุดท้ายว่าที่พ่อตาแม่ยายก็ยอมใจอ่อนยกลูกสาวให้กับบ้านอนันต์ถิระคุณส่วนเรื่องสินสอดทองหมั้นพ่อแม่พนิตาไม่ได้เรียกร้องอะไร ขอแค่ว่าที่ลูกเขยไม่ทำร้ายร่างกายและจิตใจของลูกสาวเป็นพอ แต่ถึงฝั่งเจ้าสาวจะไม่เรียกร้องค่าสินสอดสักบาท ทางญาติผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าบ่าวก็คงไม่ให้ตัวเองเสียชื่อเสียง เสนอเงินสดแปดหลัก พร้อมเครื่องเพชรอีกหลายชุด ทองคำแท่งและทองรูปพรรณหนักหลายบาท ยังไม่พอแถมนาฬิกาสุดหรูราคาหลักล้านให้พ่อกับแม่ไว้ใส่ไปอวดเพื่อนบ้านอีกด้วย ทั้งหมดที่ว่ามานี้จะยกให้พ่อแม่ฝ่ายหญิงทั้งหมด ไม
ครอบครัวการละครเวลา 07.20 น.บรรยากาศยามเช้าที่สดใส หนุ่มสาวนอนกอดกันกลมบนเตียงหลุยส์ขนาดใหญ่ แต่ชายหญิงกับใช้พื้นที่แค่นิดเดียว ทั้งคู่ยังนอนหลับปุ๋ยไม่ติงไหว เพราะร่างกายสูญเสียพลังงานไปมากจากการเล่นบทรักกันเมื่อคืนก็ไม่ใช่แค่รอบเดียวนะสิ เขาสะกิดเธอถึงสองรอบติดแบบจัดหนักจัดเต็มเล่นเอาเสียวท้องน้อยวูบวาบทั้งคืน ล่าสุดตื่นมาตีสี่ครึ่งจัดอีกเป็นรอบที่สาม ไม่รู้ว่าเขาไปเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหนนักหนา ร่างบางแทบจะแตกสลายในอ้อมอกเขาเธอเพลียนั่นแหละ แต่มันก็ปฏิเสธตัวเองไม่ได้เช่นกัน“พี่คะ...พี่ธามม์ พี่! ตื่นค่ะ” เสียงหวานของผู้เป็นน้องสาวยืนเรียกพี่ชายอยู่ข้างเตียง ทว่าคนที่นอนหลับสนิทกลับนอนไม่รู้เรื่องอะไร งานเข้าเขาแล้วยังไม่รู้ตัวอีก“ไอ้ลูกชายตัวดี บอกสอนอะไรก็ไม่ฟัง” ไม่ใช่แค่ธนิฐาที่เข้ามาปลุกพี่ชายในห้องนอนของพนิตา แต่ยังมีทั้งพ่อ แม่และย่าของเขาพากันมายืนล้อมเตียงหนุ่มสาวราวกับญาติมาเยี่ยมคนไข้ที่แอดมิทโรงพยาบาล“ธามม์ลูก ตื่นได้แล้วลูก” นัฐฐาเข้าไปเขย่าตัวลูกเลี้ยงให้ตื่น“อะไรกันครับเนี่ย คนจะนอน” นภัทรขยับตัวงัวเงีย แต่เปลือกตายังไม่ยอมเปิดรับแสง ซ้ำยังกอดแฟนสาวแน่นขึ้นไปอี
ว่าจะไม่แล้วนะ18+ “ไงจ๊ะหนูพราวอาหารมื้อนี้อร่อยถูกปากไหมจ๊ะ” นัฐฐาเอ่ยถามว่าที่ลูกสะใภ้หลังจากรับประทานของหวานอิ่มทุกคนทานของหวานกันจนหมด หลังจากที่หยุดฟังสองพ่อลูกตวาดใส่กันจบ“อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ให้เกียรติพราวขนาดนี้” พนิตาขอบคุณพร้อมพนมมือไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนกิริยามารยาทอ่อนน้อมถ่อมตนบวกกับการแต่งตัวเรียบร้อยน่ารักของพนิตาวันนี้ช่างถูกจริตคุณย่านงนรีเหลือเกิน หญิงสูงวัยลอบมองเธอแทบจะทุกสิบวินาที มองไปนั่งอมยิ้มไป เธอผ่านด่านคุณย่าร้อยเปอร์เซ็นต์“คืนนี้ค้างที่นี่นะหนู ย่าให้คุณสุเตรียมห้องไว้ให้หนูแล้ว” พนิตาชะงักเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าเบา ๆ ตามมารยาท“เธอนอนห้องผมก็ได้ครับคุณย่า” คำพูดของนภัทรทำให้คนเป็นพ่อขมวดคิ้วเข้ม ส่วนคนข้าง ๆ หน้าแดงวาบทันที เธอสะกิดแขนเขาเป็นเชิงเตือน“ไม่ได้! ยังไม่แต่งงาน หนูพราวก็เป็นแค่แขกคนหนึ่ง” พ่อเอ่ยค้านเสียงหนักแน่น “ตอนนี้ยังไม่ได้แต่งงานกัน นอนแยกห้องไปก่อนนะหลานรัก” คุณย่าเสริม ทำให้นภัทรไม่กล้าแม้จะเถียงสักคำ จำใจต้องยอมทำตามที่ผู้ใหญ่แนะนำเวลา 22.50 น.ดื่นค่ำมืดผู้หลักผู้ใหญ่ต่างหลับฝันกันหมด เหลือเพียงหนุ่มสาวที
เปิดตัวเปิดใจBy : พิ้งค์พราวใครก็ได้ช่วยเอาฉันออกไปจากตรงนี้ที ไม่คิดว่าการแค่มาทานกับครอบครัวของแฟนมันจะทำให้ฉันอึดอัดใจได้ขนาดนี้ รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง จะขยับตัวแต่ละทีก็ยังเก้ ๆ กังๆ จะหายใจยังต้องคุมลมหายใจไม่ให้เสียงดังหรือเป็นฉันที่ไม่เหมาะกับเขาตั้งแต่แรกแล้ว...ฉันมาทำอะไรที่นี่...เพลงนี้ลอยมาเลยจ้า“อาหารพวกนี้เธอทานได้ใช่ไหม” เสียงทุ้มของชายสูงวัยเอ่ยถามพนิตาฉันกลอกตามองอาหารทั้งหมดที่อยู่บนโต๊ะ อาหารที่จัดเสิร์ฟวันนี้ล้วนแต่เป็นอาหารสุดหรูแบบมิชลินเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็น ไก่ตุ๋นไวน์แดง กุ้งล็อบสเตอร์ตัวใหญ่อบชีส และอีกสามสี่อย่างที่มีแต่เมนูราคาแพงการจัดจานก็แลดูคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างมาก เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...“ทำไมพ่อถึงถามคำถามแบบนี้กับเธอ” ความคิดของฉันชะงักไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคคำถามของคนข้าง ๆ ฉันหันไปมองเขา พบว่าคุณธามม์คิ้วขมวดเข้าหากัน สายตาดุดันเพ่งเล็งไปที่พ่อของเขา เขาจะจริงจังอะไรขนาดนั้น“คุณธามม์” ฉันเรียกชื่อเขาแผ่วเบาพลางยื่นมือไปแตะที่ขาเขา ประหนึ่งว่าให้เขาใจเย็นกว่านี้ นั่นพ่อคุณนะ “ถามแค่นี้แกก็โกรธพ่อเหรอ!” คุณนฤบดีก็ไม่ยอมแพ้ตวาดเสียงดั
เปิดตัวแฟนสาวก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!“เชิญ” เสียงทุ้มเจือความขุ่นเคืองเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องทำงานชายหนุ่มปรายหางตามองเลขาคนใหม่ ก่อนจะก้มหน้าลงสนใจเอกสารที่อยู่บนโต๊ะทำงานต่อ“เฮ้อ” หญิงสาวถอนหายใจพลางยิ้มมุมปากขณะที่เดินถือแฟ้มมาให้เขาเซ็น เธอรู้ว่าแฟนหนุ่มกำลังงอนเธออยู่ เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง “วันนี้คุณธามม์จะรับชาหรือกาแฟดีคะ” พนิตาเอ่ยถามก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารวางไว้บนโต๊ะเจ้านาย“...” เขาทำเป็นไม่สนใจที่เธอถาม ยังคงนั่งอ่านเอกสารตรงหน้าต่อ“คุณจะเป็นแบบนี้ไปตลอดเลยใช่ไหมคะ” พนิตาเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง แถมยังทำสีหน้าเคร่งเครียดใส่เจ้านายที่ไม่เงยหน้ามาสนใจเธอได้ยินน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของพนิตา เปลือกตาชายหนุ่มค่อย ๆ ขยับเปิดขึ้นมองหญิงสาวอย่างเต็มตา พอเขาเห็นหน้าของแฟนสาวที่กำลังเริ่มส่อแววไม่พอใจ เขารีบดีดตัวลุกขึ้นเดินเลี้ยวออกไปหาเธออย่างเร็วไว“ไม่ครับ ไม่เป็นแล้ว” เขาโผเข้ากอดเธอโดยไม่สนใจว่าที่นี่คือที่ทำงาน “ทำอะไรคะคุณธามม์” หญิงสาวพยายามบิดตัวออกจากอ้อมแขนกว้าง กลัวคนจะเปิดประตูเข้ามาเห็น“ไม่ปล่อย คุณอยากดื้อก่อนทำไม” ยิ่งห้ามยิ่งกอดแน่นเสียยิ่งกว่างูรัด“พราวคิ
ใครกันคือว่าที่ลูกสะใภ้By : ธามม์“จัดโต๊ะให้เลขากูด้วย จัดไว้ตรงนี้ก็ได้” ผมนั่งชี้นิ้วสั่งเพื่อนรักที่นั่งอยู่หน้าผมในห้องทำงานส่วนตัว“จะให้เลขามานั่งในห้องประธานเลยเหรอครับผม ไม่ใช่หน้าห้องเหรอ” คนขี้สงสัยชอบถามคำถามไม่เข้าหู“ห้องนี้ออกจะกว้างมีมาอีกสักโต๊ะจะเป็นอะไร ผมอยากสอนงานเธอให้เก่ง คุณต้องช่วยผมสอนเธอด้วยนะครับคุณฌอน” ผมไม่ได้แค่อยากเห็นหน้าเธอตลอดเวลาอย่างที่คนอื่นคิดหรอกนะ ผมอยากให้เธอเก่งทุกด้าน ไม่ต้องเก่งมากเอาแค่พอที่จะผ่านด่านของคนในครอบครัวของผมไปได้ “ครับผมเจ้านาย เดี๋ยวผมสั่งคนขึ้นมาจัดการให้ตอนนี้เลยครับ”“ดี เร็ว ๆ ล่ะ”“ว่าแต่จะให้เอาเตียงขึ้นมาด้วยไหมครับเจ้านาย เผื่อจำเป็นต้องใช้” เพื่อนผมคนนี้ช่างเป็นคนชอบกวนประสาท“เป็นความคิดที่ดีนะ แต่ผมว่าบนเตียงค่อนข้างบ่อยแล้ว เปลี่ยนมาเป็นบนโต๊ะบ้างก็ได้ครับ” ผมยกยิ้มมุมปากหนึ่งข้างด้วยความกวนประสาทเพื่อนเช่นกัน“เชี่ย ไอดอลผมเลยนะคุณเนี่ย” “แต่คุณคือไอดอลของผมนะคุณฌอน แค่นี้ยังไม่ถึงครึ่งคุณมึงเลยนะครับ” ผมกับฌอนพูดคุยเรื่องแบบนี้กันอย่างอารมณ์ดี ตามประสาเพื่อนสนิทที่รู้ใจกัน“แน่นอน กูต้องเป็นที่หนึ่งของกลุ่มอย







