เข้าสู่ระบบแม่นมจิน เสิ่นชี ต่างลงมาจากรถม้าเพื่อดันล้อรถม้าออกจากบ่อโคลนตม
"มีอันใดให้ข้าช่วยหรือไม่ขอรับ" ทั้งสองหันไปมองบุรุษร่างหนาใหญ่
"ท่านช่วยดันล้อรถม้าออกจากบ่อโคลนด้วยเจ้าค่ะ" เสิ่นชีขอร้องชายแปลกหน้าผู้นั้น
ชายผู้นั้นสั่งให้ทั้งสองหลบไปเพียงชั่วพริบตาเดียวรถม้าติดบ่อโคลนอยู่นั้น ออกจากบ่อโคลน เขาช่างมีกำลังมากนัก
"ขอบคุณมากเจ้าค่ะ"
"ข้ากำลังจะไปตามหมอมารักษาเจ้านายของข้า ข้าขอตัว" ชายผู้นั้นหมายจะเดินออกไป
"ช้าก่อนข้าเป็นหมอ" เสิ่นชีต้องการตอบแทนน้ำใจของเขาที่ช่วยนาง กระนั้นจึงเสนอตัวขึ้นมา
ชายผู้นั้นดีใจอย่างมากนายท่านมีทางรอดแล้ว เขาไม่รอช้ารีบพาเสิ่นชีมาที่เรือนร้างท่ามกลางป่าเขา
"นายท่านหมอมาแล้วขอรับ" เสิ่นชีมองสภาพชายผู้นั้นโดนฟันกลางหน้าอกบาดแผลของเขามีเลือดไหลเยิ้มออกมา
"แม่นมไปดูแลพวกเด็ก ๆ ในรถม้าเถอะ" นางรู้สึกว่าคนแก่อย่างแม่นมจินต้องกลัวเลือดเป็นแน่แท้ แม่นมจินรีบปลีกตัวออกมาทันที
"ท่านออกไปรอด้านนอก ข้าจะรักษาเขาเอง" ชายผู้นั้นออกไปอย่างว่าง่าย
เสิ่นชีไม่รอช้ารีบดึงของออกจากแหวนแห่งจิตวิญญาณ อันดับแรกฉีดยาชาให้เขาเสียก่อน ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ จากนั้นทำการเย็บแผลแล้วใช้ผ้าขาวพันไว้
ชายผู้นี้หน้าอกใหญ่กล้ามโตเสียจริง
บ้าไปแล้ว นางคิดอะไรอยู่ หุ่นของเขาคงจะแซ่บน่าดู ไม่ได้นางจะคิดกับคนป่วยเช่นนี้มิได้ เสียชื่อแพทย์ทหารหมด!!!
"เข้ามาได้" ชายผู้นั้นเดินเข้ามา เห็นนายท่านของเขาได้รับการรักษาสองมือรีบประสานคำนับเสิ่นชีทันที
"ขอบคุณท่านหมอที่ช่วยนายท่านของข้า" เสิ่นชียิ้มรับ ชายผู้นั้นเขาเห็นเพียงแววตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณธรรมของนาง
"มิเป็นไร ข้าเขียนเทียบยาให้เเล้ว" นางยื่นเทียบยาให้เขา
"ท่านหมอแซ่อันใดขอรับ"
"เสิ่นชี"
เสิ่นชีชื่อแซ่นี้ทำให้บุรุษที่นอนนิ่งอยู่พลันลืมตาขึ้นมาเขาได้แต่มองแผ่นหลังของเรือนร่างอรชรเดินจากไป
"เกาเหิง" น้ำเสียงแหบพร่าเรียกข้ารับใช้ เกาเหิงรีบหันมามองผู้เป็นนาย
"นายท่านฟื้นแล้ว" เกาเหิงค่อย ๆ ประคองฉู่เซียนนั่งอิงหมอน
"ข้าอยากพบท่านอาหญิงได้ยินมาว่าในปีนั้นนางแต่งงานกับคนสกุลเสิ่น" เนื่องจากมีสิ่งของบางอย่างของอาหญิงที่จะทำให้บัลลังก์ของเขามั่นคง
"ข้าต้องหาอาหญิงให้พบ" เขาสัญญากับพระบิดาแล้วจะต้องหาหญิงให้พบ...
เสิ่นชีกลับมาที่จวนอ๋องก็ยามพลบค่ำเสียแล้ว วันนี้เดินทางทั้งวันช่างเหนื่อยยิ่งนัก เรือนดอกเหมยมีโรงครัวเล็กส่วนตัว กระนั้นเสิ่นชีมองข้าวพอจะทำข้าวต้มได้ วันหลังนางค่อยให้แม่นมจินไปจ่ายตลาด
เสิ่นชียกข้าวต้มเข้ามาเจ้าแฝดนั่งรอในเรือนได้กลิ่นหอมเดิมล้อมหน้าล้อมหลังมารดาราวกับลูกเจี๊ยบ...
"คุณหนู พวกเราควรจะไปหาซื้อสาวใช้สักสองคนดีนะเจ้าคะ" เสิ่นชีก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน นางอยากได้คนที่เป็นวรยุทธ์
สามแฝดกินข้าวต้มหมดชามแล้ว แม่นมจินรีบรินน้ำเปล่าให้ สามแฝดกล่าวขอบคุณแม่นมจิน เสิ่นชีพาบุตรสาวทั้งสามเข้านอน
วันพรุ่งจะพาแม่นมและเจ้าแฝดไปเดินเล่นที่ตลาดและจะไปดูตึกแถวของนางด้วย...
ชินอ๋องมองเสียนเห่ารายงานเรื่องของเสิ่นชี หลังจากที่กลับมานางก็ทำอาหารให้เจ้าแฝดรับประทาน นี่มิใช่นิสัยของนาง
ปกตินางจะเสนอหน้ามาที่เรือนของเขา ทุกวันนี้หน้ายังไม่เสนอมาให้เขาเห็น
"จับตาดูต่อไป" เขาไม่เชื่อว่าคนชั่วเช่นนางจะเป็นคนดีไปแล้ว...
เช้าวันถัดมาแสงสุริยันปกคลุมไปทั่วเมืองต้าเยียน เสิ่นชีกับเจ้าแฝดแม่นมจินมาเดินเล่นที่ตลาด ผู้คนเดินจับจ่ายซื้อของอย่างมีความสุข เสิ่นชีซื้อน้ำตาลปั้นให้เจ้าแฝด
นางหยุดที่ร้านอาหารอันดับหนึ่งของต้าเยียน ได้ยินว่าร้านนี้มีแต่อาหารชั้นดีและมีของแพง ๆ ด้วย
"พวกเราเข้าไปกันเถอะ" ทั้งสี่คนเดินตามเสิ่นชีเข้าไป สามแฝดตื่นเต้นยิ่งนักนี่เป็นครั้งแรกที่พวกนางได้ออกจากจวนชินอ๋อง
เสิ่นชีเลือกที่นั่งติดริมหน้าต่าง นางสั่งอาหารที่ราคาแพงที่สุดมาห้าอย่าง
"ตายแล้ว ข้านึกว่าผู้ใดที่แท้ชายาชินอ๋องผู้ไร้ยางอายนี่เอง" คนที่เอ่ยเช่นนี้ว่ากันว่าเป็นกลุ่มสตรีที่ว่างงานนินทาชาวบ้านไปวัน ๆ
พระชายาซัวอ๋องหรือเหมียวเจียงมองไปที่ชายาชินอ๋องกับเจ้าแฝดและแม่นม
"ข้าก็ได้ยินมาว่านางเอาแต่ไล่เกี้ยวพาบุรุษช่างไร้ยางอาย" ลีฟางเอ่ยขึ้น
"จริงด้วย" ตงฮวาบุตรสาวขุนนางขั้นสามหัวเราะอย่างสนุกสนาน
แม่นมจินมองสีหน้าพระชายาของนางเหตุใดออกจากจวนต้องมาเจอตัวซวยพวกนี้ด้วยเล่า
"ท่านแม่พวกข้าเหม็นกลิ่นอุจจาระจะอาเจียนอยู่แล้ว เหตุใดท่านต้องนั่งตรงนี้ด้วยเล่า" ปากน้อย ๆ ของเสี่ยวเจียเอ่ยขึ้น เด็กน้อยพูดชัดถ้อยชัดคำจนคนแถวนั้นได้ยินถึงกับหัวเราะออกมา
"เหม็นมาก ๆ" น้องรองอย่างเสี่ยวเม่ยเมย
"ทนไม่ไหวแล้ว" น้องสามซานเมยเอามือปิดจมูกไว้ แม่นมจินกับเสิ่นชีหัวเราะคิกคัก
"พวกเจ้ากล้าว่าข้าเป็นกลิ่นอุจจาระเชียวรึ" พระชายาซัวอ๋องชี้ไปทางโต๊ะเสิ่นชี
"พวกข้าไม่รู้จักพวกท่าน จะไปต่อว่าพวกท่านได้อย่างไร มีแต่คนบ้าวิปลาสเท่านั้นที่ทำกัน" คำพูดเสิ่นชีตอกหน้าทั้งสามคนอย่างมาก
เสียงประทัดหมื่นนัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วอำเภอ ควันสีขาวลอยคลุ้งพร้อมกับกลิ่นดินปืนที่หอมอบอวล วันนี้คือวันมงคลสมรสระหว่าง หลินเฟิง นายทหารหนุ่มอนาคตไกล และ เสิ่นจู เถ้าแก่เนี้ยร้านอาหารชื่อดังร้าน "ครัวเสิ่นจู" ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงที่ดูหรูหราและอบอุ่น ตัวอักษร "ซังฮี้" ความสุขคู่ สีแดงตัวใหญ่ถูกติดไว้ทั่วร้าน โคมไฟสีแดงส่องสว่าง แขกเหรื่อมากมายทั้งนายทหาร เพื่อนบ้าน และลูกค้าขาประจำต่างมาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่งเสิ่นจูอยู่ในชุดเจ้าสาวกี่เพ้าสีแดงสดที่ตัดเย็บด้วยฝีมือตัวเอง โดยมีจักรเย็บผ้าสินสอดเป็นตัวช่วยขับผิวขาวผ่องให้ดูเปล่งประกายราวกับไข่มุกเม็ดงาม ใบหน้าแต้มเครื่องสำอางบางเบาแต่ดูสวยสะกดทุกสายตา"แม่สวยที่สุดในโลกเลยจ้ะ" เจียงเปาเปาในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องวิ่งเข้ามากอดเอวแม่"ลูกสาวแม่ก็น่ารักที่สุดจ้ะ" เสิ่นจูยิ้มหวาน หัวใจพองโตด้วยความสุขที่แท้จริงแต่ในมุมมืดหน้าร้าน รถเก๋งเก่าๆ คันหนึ่งแล่นมาจอดเงียบๆ เจียงลี่ก้าวลงมาจากรถในชุดเดรสสีขาวที่ดูสุภาพเรียบร้อย แต่แววตาซ่อนมีดโกนไว้ นางถือถาดไม้ที่มีกาน้ำชาและถ้วยชาเคลือบใบสวยมาด้วย โดยมีเจียงฉงเดินตามหลังมา
หมู่บ้านตระกูลเสิ่นตั้งอยู่ในหุบเขาที่ห่างไกลและกันดารยิ่งกว่าหมู่บ้านเหอผิง สภาพบ้านเรือนทรุดโทรมบ่งบอกถึงความยากจนข้นแค้น แต่นั่นไม่ใช่เพราะโชคชะตา หากแต่เป็นเพราะความเกียจคร้านของคนในหมู่บ้านเจียงฉงเดินลัดเลาะมาตามทางเกวียนที่เต็มไปด้วยโคลนตม ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าบ้านดินหลังหนึ่งที่หลังคามุงด้วยฟางเน่าๆ"พ่อตา แม่ยาย! ลูกเขยผู้กตัญญูกลับมาเยี่ยมแล้ว!" เจียงฉงตะโกนเรียกเสียงดังไม่นานนัก ชายชราหลังค่อมหน้าตาบอกบุญไม่รับ และหญิงชราปากคอเราะร้ายก็เดินออกมา ทั้งคู่คือ ผู้เฒ่าเสิ่น และ นางเสิ่น พ่อแม่แท้ๆ ของเสิ่นจู ผู้ที่เคยขายลูกสาวกินเมื่อสิบกว่าปีก่อนเพื่อแลกกับข้าวสารเพียงสองกระสอบ"ไอ้เจียงฉง? แกมาทำไม ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นหัว" ผู้เฒ่าเสิ่นถามเสียงห้วน พลางถ่มน้ำหมากพุ่งปรี๊ดลงพื้น"ฉันเอาข่าวดีมาบอกจ้ะพ่อ" เจียงฉงรีบปั้นหน้าเศร้า "ตอนนี้เสิ่นจู... ลูกสาวพ่อ มันหย่ากับฉันแล้ว มันทิ้งผัวทิ้งลูกหนีไปเสวยสุขในเมือง""มันจะไปตายที่ไหนก็เรื่องของมัน ขายไปแล้ว ขาดกันแล้ว" นางเสิ่นตัดบทอย่างไม่ใยดี นางไม่เคยรักลูกสาวคนนี้อยู่แล้ว เพราะถือว่าเป็นลูกสาวที่
กิจการร้าน "ครัวเสิ่นจู" ดำเนินไปได้อย่างสวยงามเกินความคาดหมาย เพียงเปิดร้านได้ไม่ถึงเดือน เสิ่นจูก็สามารถคืนทุนค่าตกแต่งร้านได้ทั้งหมด และเริ่มมีเงินเก็บก้อนโตนอนนิ่งอยู่ในบัญชีธนาคารเที่ยงวันนี้ ลูกค้าแน่นร้านจนแทบไม่มีที่เดิน กลิ่นหอมของบะหมี่เนื้อตุ๋นสูตรลับ ใส่น้ำวิเศษ ลอยอบอวล ผสมกับเสียงพูดคุยจอแจอย่างมีความสุข เสิ่นจูในชุดเถ้าแก่เนี้ยสวยสง่ายืนคิดเงินอยู่ที่เคาน์เตอร์ด้วยรอยยิ้มแต่ทว่า ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน"เฮ้ย! หลีกไป! กูจะเข้าไปหาเจ้าของร้าน!"เสียงตะโกนหยาบคายดังมาจากหน้าร้าน พร้อมกับร่างผอมโซของชายวัยกลางคนในชุดสกปรกมอมแมมที่เดินเบียดลูกค้าเข้ามา กลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยวของเขาทำให้ลูกค้าหลายคนต้องยกมือปิดจมูกด้วยความรังเกียจเจียงฉงมาถึงแล้วหลังจากได้รับจดหมายยุยงจากเจียงลี่ ความโลภก็บังตาจนลืมความกลัวคุกตะราง เขารีบเดินทางกลับมาจากที่ซ่อนตัวทันทีที่รู้ข่าวว่าอดีตเมียรวยล้นฟ้า"เสิ่นจู! นังเสิ่นจู! ออกมาหากูเดี๋ยวนี้!" เจียงฉงตะโกนลั่นร้าน ตบโต๊ะเก็บเงินดัง ปังเสิ่นจูเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชี ทันทีที่เห็นหน้าอดีตสามี แววตาของนางไม่ได้มีความกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงค
หลังจากเหตุการณ์สงครามราคาขนมไข่จบลงด้วยชัยชนะของของแท้ กิจการ "ขนมไข่แม่จู & เปาเปา" ก็รุ่งเรืองถึงขีดสุด ลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นทวีคูณจนรถเข็นคันงามเริ่มรับมือไม่ไหว ขนมทำมาเท่าไหร่ก็หมดเกลี้ยงภายในพริบตาแต่อุปสรรคใหม่ก็เข้ามาเยือนพร้อมกับฤดูกาล ฝนฤดูใบไม้ผลิเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างหนักติดต่อกันหลายวัน การเข็นรถขายของตากฝนทำให้เสิ่นจูเริ่มมีอาการไอคอกแคก และลูกค้าก็ไม่สะดวกมายืนต่อแถวตากฝนซื้อ"แม่จ๊ะ หนูว่าถึงเวลาที่เราต้องมีหน้าร้านเป็นหลักแหล่งแล้วนะจ๊ะ"เจียงเปาเปาเสนอความคิดขณะช่วยแม่นวดขาที่ปวดเมื่อยจากการยืนนาน "ขืนขายตากฝนแบบนี้ เดี๋ยวแม่ป่วยไปจะไม่คุ้มกัน"เสิ่นจูถอนหายใจ "แม่ก็อยากมีร้านนะลูก แต่ค่าเช่าที่ในเมืองมันแพงหูฉี่ เราจะมีปัญญาจ่ายไหวหรือ""เรื่องนั้นให้ผมจัดการเองครับ"หลินเฟิงที่แวะมาทานข้าวเย็นตามปกติเอ่ยขึ้น เขาวางตะเกียบลงแล้วหยิบกุญแจพวงหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ"ผมไปดูที่ทางมาให้แล้ว เป็นตึกแถวชั้นเดียวเก่าๆ ใกล้กับโรงภาพยนตร์อำเภอ เจ้าของเดิมเขาแก่แล้วทำต่อไม่ไหวเลยประกาศเซ้งราคาถูก ทำเลดีมาก คนพลุกพล่านทั้งวันทั้งคืน ถ้าคุณสนใจ พรุ่งนี้ไปดูกันได้เลย"ดวงตาของเสิ่นจ
ภายในห้องครัวของบ้านตระกูลเจียงที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าควัน เจียงลี่ยืนกอดอกสั่งการพี่สะใภ้ทั้งสองราวกับผู้คุมนักโทษ"ใส่ไข่ให้น้อยลงอีก! แป้งน่ะใส่เข้าไปเยอะๆ แล้วก็น้ำตาลทรายแดงมันแพง ใช้ ขัณฑสกร ดีน้ำตาลแทน หวานเหมือนกันแต่ถูกกว่าร้อยเท่า" เจียงลี่สั่งเสียงเขียวเมิ่งอี้และหยูหลินหน้ามันย่องง่วนอยู่หน้าเตา ทั้งสองคนเหงื่อตกพลั่กๆ ขณะพยายามทำ "ขนมไข่" เลียนแบบสูตรของเสิ่นจู ตามคำบัญชาของน้องสามีผู้มีการศึกษา"อาลี่ แต่ถ้าใส่น้ำเยอะขนาดนี้ ขนมมันจะไม่ฟูนะ แถมกลิ่นคาวไข่ก็แรงด้วย" เมิ่งอี้ท้วงติง นางเคยแอบดูเสิ่นจูทำขนมมาก่อน พอจะรู้ว่าต้องใช้ไข่ล้วนๆ ถึงจะอร่อย"พี่อย่ามาอวดรู้หน่อยเลย" เจียงลี่เชิดหน้า "ชาวบ้านพวกนั้นลิ้นจระเข้จะตาย แยกไม่ออกหรอกว่าอันไหนของดีของเลว ขอแค่หวานๆ มันๆ ราคาถูกๆ พวกมันก็ซื้อกันแล้ว เป้าหมายของเราคือแย่งลูกค้าและทำลายร้านนังเสิ่นจูให้ย่อยยับ ไม่ใช่ทำขนมส่งประกวด"ย่าเจียงนั่งนับเงินลงทุนก้อนสุดท้ายที่ขูดรีดมาจากเจียงซัว เงินที่ซ่อนไว้และยังไม่ได้ใช้กินเหล้านางมองดูขนมไข่หน้าตาบิดเบี้ยว สีซีดเซียว และมีกลิ่นตุๆ ที่เพิ่งนึ่งเสร็จ"มันจะขายได้แน่เหรอลูก หน้าตา
บ่ายวันศุกร์ รถโดยสารประจำทางแล่นเข้ามาจอดที่ปากทางหมู่บ้านเหอผิง หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างาม นางสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตากับกระโปรงพลีทสีน้ำเงินเข้ม สวมรองเท้าหนังขัดมันวาว บนข้อมือมีนาฬิกาเรือนเล็กสวมอยู่ ดูผิดแผกไปจากชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปนางคือ เจียงลี่ ลูกสาวคนเล็กสุดท้องของตระกูลเจียง ผู้เป็นความหวังและความภาคภูมิใจของย่าเจียง เพราะนางเป็นคนเดียวที่ได้เรียนหนังสือสูงๆ ในวิทยาลัยครูในตัวเมืองเจียงลี่เดินเชิดหน้าเข้าหมู่บ้าน สายตาเหยียดมองสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยด้วยความรังเกียจ นางใฝ่ฝันที่จะได้แต่งงานกับคนรวยในเมืองและทิ้งบ้านนอกคอกนานี้ไปให้พ้นเมื่อมาถึงบ้านตระกูลเจียง สภาพความทรุดโทรมและบรรยากาศอึมครึมภายในบ้านทำให้นางขมวดคิ้ว"แม่จ๋า หนูกลับมาแล้ว""อาลี่ ลูกแม่" ย่าเจียงรีบวิ่งออกมาต้อนรับ กอดลูกสาวคนโปรดแน่น "แม่คิดถึงลูกจะแย่ ผอมลงไปหรือเปล่าเนี่ย เรียนหนักสินะ""แม่จ๊ะ ที่บ้านเกิดอะไรขึ้น ทำไมดูเงียบเหงาแบบนี้ แล้วพี่รองหน้าไปโดนอะไรมา" เจียงลี่ถามเมื่อเห็นรอยช้ำบนหน้าเจียงซัวทันทีที่เปิดช่อง ย่าเจียงและเมิ่งอี้ก็ผลัดกันเล่าเรื่องวีรกรรมของเสิ่นจู
หวังเจียงเป็นคนของพ่อบ้านแล้ว หวังจือนั้นเป็นนางทาสไปแล้ว ในเรือนดอกเหมยกลับมาสงบอีกครั้งแม้สินเดิมจะได้ไม่ครบก็มิเป็นไรสามแฝดมองมารดาคนใหม่บัดนี้มารดามิได้แต่งกายสีสันฉูดฉาดเหมือนแต่ก่อนแล้ว ใบหน้าของมารดาปกปิดด้วยผ้าขาวบาง "เป็นอันใดเล่า มองแม่เช่นนั้น" น้ำเสียงหวานเอ่ยถามบุตรสาวทั้งสามคน สายตา
ยาลูกกลอนเม็ดสีดำกลิ่นช่างหอมหวานยิ่งนัก เซียวหมิ่นมิอาจห้ามใจตัวเองได้ นางจับเข้าปาก "ท่านหญิงยาลูกกลอน หากท่านโป้ปดว่าข้าทำร้ายท่าน ท่านจะตายในไม่ช้า หากท่านพูดความจริงท่านจะไม่ตาย" เสิ่นชีมองท่านหญิงน้อยรีบคายออกมาทันที"เสิ่นชี!!!" ชายาฝูอ๋องรีบลูบหลังบุตรสาวทันที ฝูอ๋องใบหน้าเปลี่ยนสีมองเสิ่น
เสิ่นชียังเอ่ยอีกว่า "หรือจวนชินอ๋องให้บ่าวเหยียบหัวนายได้ตามต้องการ หากองครักษ์ไม่เคารพท่าน ท่านจะเลี้ยงพวกเขาไว้หรือไม่ บ่าวที่ไม่เกรงกลัวเจ้านาย หากแพร่งพรายไปข้างนอก รู้ถึงไหนอายถึงนั่น" นางร่ายยาวอย่างมาก ชินอ๋องไม่คิดว่านางจะมีสมองกลับมาแล้ว"ท่านจะกล่าวหาข้าว่าขโมยสินเดิมของท่านได้อย่างไร ม
"พระชายารอดแล้ว" แม่นมจินมองใบหน้าที่เปื้อนของพระชายาอย่างน่าสงสาร แม่นมจินไม่ถามเหตุใดนางจึงรู้วิชาแพทย์เสิ่นชีกอดเด็กน้อยได้แต่คนกลุ่มใหญ่เข้าไปด้านในเรือนแล้ว กระนั้นพวกนางจึงกลับเรือนดอกเหมยท้ายจวนอ๋องด้วยสภาพอิดโรย"ท่านหญิงน้อยมีชีพจรแล้วขอรับท่านอ๋อง" หมอหลวงรายงานชินอ๋องกับฝูอ๋องเ







