Se connecterเลิ่นชีมาถึงโต๊ะอาหารรับประทานไปได้ไม่กี่อย่าง สามแฝดนั่งลงประจำที่ล้วงตั๋วเงินในสาบเสื้อออกมาให้มารดาดู
"พวกเจ้าเอาเงินมาจากไหน" เสิ่นชีมองเจ้าแฝดยื่นตั๋วเงินให้นาง
"พระชายา คุณหนูน้อยทั้งสามลงขันเดิมพันว่าท่านจะต้องเป็นผู้ชนะ สุดท้ายจึงได้เงินมาเจ้าค่ะ" แม่นมจินเอ่ยอย่างยิ้ม ๆ ในความฉลาดของสามแฝด
ไม่ไกลนักพระชายาซัวอ๋อง ตงฮวา ลีฟาง ต่างทำหน้าไร้อารมณ์ เพราะเงินร้อยตำลึงที่นางเสียไปลีฟางรับมิได้
"เรื่องนี้ต้องขอบคุณชายาชินอ๋องพลอยทำให้พวกข้าได้เงินใช้" ชายคนหนึ่งพลันเอ่ยขึ้นอย่างมีความสุข
เสียงชื่นชมชายาชินอ๋องดังขึ้นเรื่อย ๆ
อีกด้านหนึ่งของร้านอาหารอันดับหนึ่งเจาอ๋องหรือองค์ชายห้า เซียวฮวนโอรสผู้เกิดแด่นางกำนัลล้างเท้า ลีกุ้ยเฟยเป็นคนเลี้ยงดูเขามากระนั้นเขาจึงรักและสนิทกับชินอ๋องอย่างมาก
"พระชายาของท่านไม่ธรรมดาเสียจริง ข้าลงขันไปกับนางเมื่อครู่ได้เงินมาหนึ่งพันตำลึง" เจาอ๋องมองตั๋วเงินในมืออย่างมีความสุขเสียจริง ส่วนชินอ๋องนั้นเดิมพันว่าเสิ่นชีต้องแพ้ เขาถึงได้เสียเงินพันตำลึงไป
ชินอ๋องจิบน้ำชาชั้นดีของหอน้ำชาอันดับหนึ่งสายตามองไปที่เสิ่นชีกับสามแฝด ไม่น่าเชื่อว่าคนไร้ประโยชน์เช่นนางจะรักษาบุตรสาวเถ้าแก่ฟ่านโรงรับจำนำได้
"เทียบเชิญไปงานพระราชสมภพของไท่ชางหวงมอบให้พระชายาซัวอ๋อง" ข้ารับใช้ในวังหลวงส่งเทียบเชิญให้พระชายาซัวอ๋องที่หอน้ำชาหรือร้านอาหารอันดับหนึ่ง
พระชายาซัวอ๋องมองเทียบเชิญแล้วมอบเงินก้อนให้กับข้ารับใช้ในวังหลวงเป็นการขอบคุณ
ตงฮวาคิดว่าที่จวนคงได้เทียบเชิญแล้วกระมังเพราะบิดาของนางเป็นขุนนางขั้นสาม ส่วนลีฟางนั้นนางเป็นหลานของลีกุ้ยเฟยต้องได้เทียบเชิญอย่างแน่นอน
"ข้านี่นะเป็นสะใภ้ราชวงศ์ยามมีงานเลี้ยงทุกครั้ง ในวังหลวงก็จะส่งเทียบเชิญมาให้ซัวอ๋องกับข้าผู้เป็นพระชายาไปออกงานทุกครั้ง..." พระชายาซัวอ๋องหยุดพูดแล้วหันไปมองเสิ่นชี
"ต่างจากบางคนที่แต่งงานมาห้าปีแล้วก็ยังไม่เคยไปร่วมงานเลี้ยงในวังหลวงเลยแม้แต่ครั้งเดียว" จากนั้นพระชายาซัวอ๋องกับคุณหนูทั้งสองต่างหัวเราะดังลั่นอย่างมีความสุข
ผู้ใดบ้างในเมืองหลวงต้าเยียนจะไม่รู้ว่าเสิ่นชีคือตัวตลกของเมืองหลวง นางจะมีความสามารถอันใดในตอนนั้น ทำได้แต่วิ่งไล่ตามบุรุษไปทั่ว ห้าปีมานี้ชินอ๋องไม่เคยสนใจนาง เขาละเลยนางมาตลอด
"นี่เสิ่นชีเจ้าอยากจะเข้าวังหลวงรึไม่ หากเจ้าอยากจะเข้าวังหลวงข้าสามารถพาเจ้าเข้าไปได้นะ" พระชายาซัวอ๋องเอ่ยขึ้นอย่างมีเลศนัย
"พระชายาซัวอ๋องท่านใจดีเกินไปเเล้ว" ตงฮวา
"นั่นสิ ท่านจะใจดีกับนางทำไม" ลีฟาง
"ฟังให้จบก่อน" จากนั้นพระชายาซัวอ๋องลุกขึ้นแล้วชี้มาทางเสิ่นชี
"เพียงแค่เจ้าลอดหว่างขาของข้า ข้าจะพาเจ้าเข้างานพระราชสมภพของไท่ชางหวงเอง" จากนั้นเสียงหัวเราะก็พลันดังขึ้น
ทุกสายตาต่างมองไปที่พระชายาซัวอ๋องสลับกับพระชายาชินอ๋อง
ปัง !!!
คนที่ตบโต๊ะดังไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นพี่น้องสกุลฟ่าน ฟ่างเหอมองพระชายาซัวอ๋องรังแกกันเกินไปแล้ว
"ท่านจะรังแกนางเกินไปแล้ว" ฟ่านเหอให้ความเคารพพระชายาชินอ๋องดั่งพี่สาว
"คุณชายฟ่านข้ามิเป็นไร พระชายาซัวอ๋อง หากข้าจะเข้าวังข้าไม่รบกวนเจ้าหรอกนะ" เสิ่นชีคิดว่าการพูดกับคนสิ้นคิดเสียน้ำลายเปล่า กระนั้นนั่งกินอาหารกับสามแฝดและแม่นมดีกว่า
"หากเจ้าเข้าไปในงานเลี้ยงของไท่ชางหวงได้ ข้ายอมเสียเงินหนึ่งพันตำลึง" พระชายาซัวอ๋องคิดว่าชินอ๋องไม่มีทางให้นังคนชั้นต่ำอย่างเสิ่นชีเข้าไปในวังหลวงได้เป็นอันขาด
เสิ่นชีมองนังเหนียงยานกล้าถ้าพนันกับนาง กระนั้นนางจะพลาดเรื่องราวดี ๆ เอาเงินของพระชายาซัวอ๋องได้อย่างไร
"ข้าตกลง หากข้าเข้าไปในวังหลวงมิได้ ข้าจะมอบเงินให้เจ้าหนึ่งพันตำลึง หากข้าเข้าไปได้เจ้าอย่าลืมนำเงินมาให้ข้าด้วยเล่า"
"ดีประทับตราลงสัญญาด้วยให้ผู้คนในหอน้ำชาร้านอาหารอันดับหนึ่งเป็นพยาน" พระชายาซัวอ๋องเอ่ยขึ้น
เสิ่นชีมองไปที่ฟ่านเหอรีบนำหนังสือสัญญามาให้พวกนางทั้งสองคนลงนาม
"พวกท่านลงนามได้" ฟ่านเหอเอ่ยขึ้น เสิ่นชีกับพระชายาซัวอ๋องลงนามลายมือทันที
"พวกข้าทุกคนเป็นพยานให้" ฟ่านหยงเอ่ยขึ้น หอน้ำชาต่างเสียงดังเซ็งแซ่
"พระชายาชินอ๋องอยู่ที่ใด" ทุกคนหันไปมองขันทีน้อย
"ข้าอยู่นี่" ขันทีน้อยสาวเท้ามาหาเสิ่นชีทันที เขาได้รับการไหว้วานจากไท่ชางหวงให้มาส่งเทียบเชิญที่จวน แต่ทว่าจวนนั้นบอกว่าพระชายามิอยู่ เขาจึงมุ่งหน้ามาที่หอน้ำชา
"นี่คือเทียบเชิญของไท่ชางหวงฝากมาให้ท่าน" ขันทีน้อยเอ่ยเช่นนี้ เสิ่นชีกับแม่นมจินยิ้มปากจนฉีกถึงรูหู
เสิ่นชีรับเทียบเชิญ แม่นมจินมอบเงินก้อนให้ขันที ทุกคนบนชั้นสองถึงกับเงียบกริบในสิ่งที่เห็น เสิ่นชียิ้มอย่างผู้มีชัยชนะ
"เป็นไปมิได้ มันของปลอม ของปลอม" ชายาซัวอ๋องเต้นเป็นเจ้าเข้าเสียแล้ว
"ของปลอมเสิ่นชีจะรู้จักไท่ชางหวงได้อย่างไร" ตงฮวาพลันขมวดคิ้ว
"น้ำหน้าอย่างนางรึ ไท่ชางหวงจะมาเชิญ" ลีฟางเบ้ปาก
เสียงประทัดหมื่นนัดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วอำเภอ ควันสีขาวลอยคลุ้งพร้อมกับกลิ่นดินปืนที่หอมอบอวล วันนี้คือวันมงคลสมรสระหว่าง หลินเฟิง นายทหารหนุ่มอนาคตไกล และ เสิ่นจู เถ้าแก่เนี้ยร้านอาหารชื่อดังร้าน "ครัวเสิ่นจู" ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงที่ดูหรูหราและอบอุ่น ตัวอักษร "ซังฮี้" ความสุขคู่ สีแดงตัวใหญ่ถูกติดไว้ทั่วร้าน โคมไฟสีแดงส่องสว่าง แขกเหรื่อมากมายทั้งนายทหาร เพื่อนบ้าน และลูกค้าขาประจำต่างมาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่งเสิ่นจูอยู่ในชุดเจ้าสาวกี่เพ้าสีแดงสดที่ตัดเย็บด้วยฝีมือตัวเอง โดยมีจักรเย็บผ้าสินสอดเป็นตัวช่วยขับผิวขาวผ่องให้ดูเปล่งประกายราวกับไข่มุกเม็ดงาม ใบหน้าแต้มเครื่องสำอางบางเบาแต่ดูสวยสะกดทุกสายตา"แม่สวยที่สุดในโลกเลยจ้ะ" เจียงเปาเปาในชุดกระโปรงสีชมพูฟูฟ่องวิ่งเข้ามากอดเอวแม่"ลูกสาวแม่ก็น่ารักที่สุดจ้ะ" เสิ่นจูยิ้มหวาน หัวใจพองโตด้วยความสุขที่แท้จริงแต่ในมุมมืดหน้าร้าน รถเก๋งเก่าๆ คันหนึ่งแล่นมาจอดเงียบๆ เจียงลี่ก้าวลงมาจากรถในชุดเดรสสีขาวที่ดูสุภาพเรียบร้อย แต่แววตาซ่อนมีดโกนไว้ นางถือถาดไม้ที่มีกาน้ำชาและถ้วยชาเคลือบใบสวยมาด้วย โดยมีเจียงฉงเดินตามหลังมา
หมู่บ้านตระกูลเสิ่นตั้งอยู่ในหุบเขาที่ห่างไกลและกันดารยิ่งกว่าหมู่บ้านเหอผิง สภาพบ้านเรือนทรุดโทรมบ่งบอกถึงความยากจนข้นแค้น แต่นั่นไม่ใช่เพราะโชคชะตา หากแต่เป็นเพราะความเกียจคร้านของคนในหมู่บ้านเจียงฉงเดินลัดเลาะมาตามทางเกวียนที่เต็มไปด้วยโคลนตม ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าบ้านดินหลังหนึ่งที่หลังคามุงด้วยฟางเน่าๆ"พ่อตา แม่ยาย! ลูกเขยผู้กตัญญูกลับมาเยี่ยมแล้ว!" เจียงฉงตะโกนเรียกเสียงดังไม่นานนัก ชายชราหลังค่อมหน้าตาบอกบุญไม่รับ และหญิงชราปากคอเราะร้ายก็เดินออกมา ทั้งคู่คือ ผู้เฒ่าเสิ่น และ นางเสิ่น พ่อแม่แท้ๆ ของเสิ่นจู ผู้ที่เคยขายลูกสาวกินเมื่อสิบกว่าปีก่อนเพื่อแลกกับข้าวสารเพียงสองกระสอบ"ไอ้เจียงฉง? แกมาทำไม ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นหัว" ผู้เฒ่าเสิ่นถามเสียงห้วน พลางถ่มน้ำหมากพุ่งปรี๊ดลงพื้น"ฉันเอาข่าวดีมาบอกจ้ะพ่อ" เจียงฉงรีบปั้นหน้าเศร้า "ตอนนี้เสิ่นจู... ลูกสาวพ่อ มันหย่ากับฉันแล้ว มันทิ้งผัวทิ้งลูกหนีไปเสวยสุขในเมือง""มันจะไปตายที่ไหนก็เรื่องของมัน ขายไปแล้ว ขาดกันแล้ว" นางเสิ่นตัดบทอย่างไม่ใยดี นางไม่เคยรักลูกสาวคนนี้อยู่แล้ว เพราะถือว่าเป็นลูกสาวที่
กิจการร้าน "ครัวเสิ่นจู" ดำเนินไปได้อย่างสวยงามเกินความคาดหมาย เพียงเปิดร้านได้ไม่ถึงเดือน เสิ่นจูก็สามารถคืนทุนค่าตกแต่งร้านได้ทั้งหมด และเริ่มมีเงินเก็บก้อนโตนอนนิ่งอยู่ในบัญชีธนาคารเที่ยงวันนี้ ลูกค้าแน่นร้านจนแทบไม่มีที่เดิน กลิ่นหอมของบะหมี่เนื้อตุ๋นสูตรลับ ใส่น้ำวิเศษ ลอยอบอวล ผสมกับเสียงพูดคุยจอแจอย่างมีความสุข เสิ่นจูในชุดเถ้าแก่เนี้ยสวยสง่ายืนคิดเงินอยู่ที่เคาน์เตอร์ด้วยรอยยิ้มแต่ทว่า ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน"เฮ้ย! หลีกไป! กูจะเข้าไปหาเจ้าของร้าน!"เสียงตะโกนหยาบคายดังมาจากหน้าร้าน พร้อมกับร่างผอมโซของชายวัยกลางคนในชุดสกปรกมอมแมมที่เดินเบียดลูกค้าเข้ามา กลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยวของเขาทำให้ลูกค้าหลายคนต้องยกมือปิดจมูกด้วยความรังเกียจเจียงฉงมาถึงแล้วหลังจากได้รับจดหมายยุยงจากเจียงลี่ ความโลภก็บังตาจนลืมความกลัวคุกตะราง เขารีบเดินทางกลับมาจากที่ซ่อนตัวทันทีที่รู้ข่าวว่าอดีตเมียรวยล้นฟ้า"เสิ่นจู! นังเสิ่นจู! ออกมาหากูเดี๋ยวนี้!" เจียงฉงตะโกนลั่นร้าน ตบโต๊ะเก็บเงินดัง ปังเสิ่นจูเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชี ทันทีที่เห็นหน้าอดีตสามี แววตาของนางไม่ได้มีความกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงค
หลังจากเหตุการณ์สงครามราคาขนมไข่จบลงด้วยชัยชนะของของแท้ กิจการ "ขนมไข่แม่จู & เปาเปา" ก็รุ่งเรืองถึงขีดสุด ลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นทวีคูณจนรถเข็นคันงามเริ่มรับมือไม่ไหว ขนมทำมาเท่าไหร่ก็หมดเกลี้ยงภายในพริบตาแต่อุปสรรคใหม่ก็เข้ามาเยือนพร้อมกับฤดูกาล ฝนฤดูใบไม้ผลิเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างหนักติดต่อกันหลายวัน การเข็นรถขายของตากฝนทำให้เสิ่นจูเริ่มมีอาการไอคอกแคก และลูกค้าก็ไม่สะดวกมายืนต่อแถวตากฝนซื้อ"แม่จ๊ะ หนูว่าถึงเวลาที่เราต้องมีหน้าร้านเป็นหลักแหล่งแล้วนะจ๊ะ"เจียงเปาเปาเสนอความคิดขณะช่วยแม่นวดขาที่ปวดเมื่อยจากการยืนนาน "ขืนขายตากฝนแบบนี้ เดี๋ยวแม่ป่วยไปจะไม่คุ้มกัน"เสิ่นจูถอนหายใจ "แม่ก็อยากมีร้านนะลูก แต่ค่าเช่าที่ในเมืองมันแพงหูฉี่ เราจะมีปัญญาจ่ายไหวหรือ""เรื่องนั้นให้ผมจัดการเองครับ"หลินเฟิงที่แวะมาทานข้าวเย็นตามปกติเอ่ยขึ้น เขาวางตะเกียบลงแล้วหยิบกุญแจพวงหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ"ผมไปดูที่ทางมาให้แล้ว เป็นตึกแถวชั้นเดียวเก่าๆ ใกล้กับโรงภาพยนตร์อำเภอ เจ้าของเดิมเขาแก่แล้วทำต่อไม่ไหวเลยประกาศเซ้งราคาถูก ทำเลดีมาก คนพลุกพล่านทั้งวันทั้งคืน ถ้าคุณสนใจ พรุ่งนี้ไปดูกันได้เลย"ดวงตาของเสิ่นจ
ภายในห้องครัวของบ้านตระกูลเจียงที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าควัน เจียงลี่ยืนกอดอกสั่งการพี่สะใภ้ทั้งสองราวกับผู้คุมนักโทษ"ใส่ไข่ให้น้อยลงอีก! แป้งน่ะใส่เข้าไปเยอะๆ แล้วก็น้ำตาลทรายแดงมันแพง ใช้ ขัณฑสกร ดีน้ำตาลแทน หวานเหมือนกันแต่ถูกกว่าร้อยเท่า" เจียงลี่สั่งเสียงเขียวเมิ่งอี้และหยูหลินหน้ามันย่องง่วนอยู่หน้าเตา ทั้งสองคนเหงื่อตกพลั่กๆ ขณะพยายามทำ "ขนมไข่" เลียนแบบสูตรของเสิ่นจู ตามคำบัญชาของน้องสามีผู้มีการศึกษา"อาลี่ แต่ถ้าใส่น้ำเยอะขนาดนี้ ขนมมันจะไม่ฟูนะ แถมกลิ่นคาวไข่ก็แรงด้วย" เมิ่งอี้ท้วงติง นางเคยแอบดูเสิ่นจูทำขนมมาก่อน พอจะรู้ว่าต้องใช้ไข่ล้วนๆ ถึงจะอร่อย"พี่อย่ามาอวดรู้หน่อยเลย" เจียงลี่เชิดหน้า "ชาวบ้านพวกนั้นลิ้นจระเข้จะตาย แยกไม่ออกหรอกว่าอันไหนของดีของเลว ขอแค่หวานๆ มันๆ ราคาถูกๆ พวกมันก็ซื้อกันแล้ว เป้าหมายของเราคือแย่งลูกค้าและทำลายร้านนังเสิ่นจูให้ย่อยยับ ไม่ใช่ทำขนมส่งประกวด"ย่าเจียงนั่งนับเงินลงทุนก้อนสุดท้ายที่ขูดรีดมาจากเจียงซัว เงินที่ซ่อนไว้และยังไม่ได้ใช้กินเหล้านางมองดูขนมไข่หน้าตาบิดเบี้ยว สีซีดเซียว และมีกลิ่นตุๆ ที่เพิ่งนึ่งเสร็จ"มันจะขายได้แน่เหรอลูก หน้าตา
บ่ายวันศุกร์ รถโดยสารประจำทางแล่นเข้ามาจอดที่ปากทางหมู่บ้านเหอผิง หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างาม นางสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตากับกระโปรงพลีทสีน้ำเงินเข้ม สวมรองเท้าหนังขัดมันวาว บนข้อมือมีนาฬิกาเรือนเล็กสวมอยู่ ดูผิดแผกไปจากชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปนางคือ เจียงลี่ ลูกสาวคนเล็กสุดท้องของตระกูลเจียง ผู้เป็นความหวังและความภาคภูมิใจของย่าเจียง เพราะนางเป็นคนเดียวที่ได้เรียนหนังสือสูงๆ ในวิทยาลัยครูในตัวเมืองเจียงลี่เดินเชิดหน้าเข้าหมู่บ้าน สายตาเหยียดมองสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยด้วยความรังเกียจ นางใฝ่ฝันที่จะได้แต่งงานกับคนรวยในเมืองและทิ้งบ้านนอกคอกนานี้ไปให้พ้นเมื่อมาถึงบ้านตระกูลเจียง สภาพความทรุดโทรมและบรรยากาศอึมครึมภายในบ้านทำให้นางขมวดคิ้ว"แม่จ๋า หนูกลับมาแล้ว""อาลี่ ลูกแม่" ย่าเจียงรีบวิ่งออกมาต้อนรับ กอดลูกสาวคนโปรดแน่น "แม่คิดถึงลูกจะแย่ ผอมลงไปหรือเปล่าเนี่ย เรียนหนักสินะ""แม่จ๊ะ ที่บ้านเกิดอะไรขึ้น ทำไมดูเงียบเหงาแบบนี้ แล้วพี่รองหน้าไปโดนอะไรมา" เจียงลี่ถามเมื่อเห็นรอยช้ำบนหน้าเจียงซัวทันทีที่เปิดช่อง ย่าเจียงและเมิ่งอี้ก็ผลัดกันเล่าเรื่องวีรกรรมของเสิ่นจู
เสิ่นชีและเจ้าแฝดเดินเข้ามาในวัดเซิ้ง ตามท้ายด้วยแม่นมจินวัดนี้ช่างเงียบสงบนัก มาถึงอารามหลวงไม่ค่อยมีผู้คนเท่าใดนักนางกับสามแฝดต่างขอพร"พวกเจ้าขอพรเสียสิอยากได้อันใด" นางบอกสามแฝด เจ้าแฝดมองมารดาตาแป๋วเลยทีเดียว"ข้าอยากให้ท่านแม่รักพวกข้า" เสี่ยวเจียมองรูปปั้นแล้วอธิษฐาน "ข้าอยากให้ท่านแม่ไม่ใ
หวังเจียงเป็นคนของพ่อบ้านแล้ว หวังจือนั้นเป็นนางทาสไปแล้ว ในเรือนดอกเหมยกลับมาสงบอีกครั้งแม้สินเดิมจะได้ไม่ครบก็มิเป็นไรสามแฝดมองมารดาคนใหม่บัดนี้มารดามิได้แต่งกายสีสันฉูดฉาดเหมือนแต่ก่อนแล้ว ใบหน้าของมารดาปกปิดด้วยผ้าขาวบาง "เป็นอันใดเล่า มองแม่เช่นนั้น" น้ำเสียงหวานเอ่ยถามบุตรสาวทั้งสามคน สายตา
ยาลูกกลอนเม็ดสีดำกลิ่นช่างหอมหวานยิ่งนัก เซียวหมิ่นมิอาจห้ามใจตัวเองได้ นางจับเข้าปาก "ท่านหญิงยาลูกกลอน หากท่านโป้ปดว่าข้าทำร้ายท่าน ท่านจะตายในไม่ช้า หากท่านพูดความจริงท่านจะไม่ตาย" เสิ่นชีมองท่านหญิงน้อยรีบคายออกมาทันที"เสิ่นชี!!!" ชายาฝูอ๋องรีบลูบหลังบุตรสาวทันที ฝูอ๋องใบหน้าเปลี่ยนสีมองเสิ่น
เสิ่นชียังเอ่ยอีกว่า "หรือจวนชินอ๋องให้บ่าวเหยียบหัวนายได้ตามต้องการ หากองครักษ์ไม่เคารพท่าน ท่านจะเลี้ยงพวกเขาไว้หรือไม่ บ่าวที่ไม่เกรงกลัวเจ้านาย หากแพร่งพรายไปข้างนอก รู้ถึงไหนอายถึงนั่น" นางร่ายยาวอย่างมาก ชินอ๋องไม่คิดว่านางจะมีสมองกลับมาแล้ว"ท่านจะกล่าวหาข้าว่าขโมยสินเดิมของท่านได้อย่างไร ม







