Compartir

บทที่ 6

หลังจากกระต่ายน้อยได้รับอาหารเลิศรสที่หากว่าผู้ฝึกตนมาเห็นอาจจะกระอักเลือด เจ้าตัวก็มีใจคิดอยากตอบแทนจึงได้ทำท่าทางให้เสิ่นหลีตามมันไป

“อาเจี่ยเจ้าตัวนี้คงอยากให้เราตามไปใช่ไหมเจ้าคะ”

“พี่ก็คิดว่าอย่างนั้น ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ออกเดินทางกันเถอะ อยู่ตรงนี้นาน ๆ ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย”

ท่ามกลางสายลมเย็นเยือกที่หอบเอาละอองความชื้นจากม่านหมอกมาปะทะผิวแก้ม เสิ่นหลีกระชับมือเล็กของเสิ่นเหยา เอาไว้แน่น พลางจับจ้องไปยัง “กระต่ายหิมะจันทรา” ตัวน้อยที่ลงมายืนบนพื้นและกำลังกระโดดนำหน้าไปอย่างร่าเริง

บรรยากาศรอบกายสองพี่น้องเริ่มแปรเปลี่ยนจากป่าทึบที่มองเห็นเพียงเงาไม้แน่นหนา และหมอกสีขาวโพลนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยแสงเรืองรองสีครามและม่วง อีกทั้งต้นไม้ใหญ่บางต้นยังมีเถาวัลย์เรืองแสงพันเกี่ยวประหนึ่งโคมไฟประทีปที่คอยนำทางตามธรรมชาติ

เสิ่นหลีใช้สายตาของนักโบราณคดีลอบสังเกตภูมิประเทศรอบตัวอย่างละเอียด นางพบว่าเส้นทางที่กระต่ายน้อยนำไปนั้นมิใช่สุ่มสี่สุ่มห้า แต่เป็นการเลาะเลียบไปตามจุดที่มีกระแสพลังวิญญาณไหลเวียนหนาแน่น

“อาเจี่ย ดูนั่นสิเจ้าคะ! ดอกไม้พวกนั้นเต้นระบำได้ด้วย” เสิ่นเหยาอุทานพลางชี้ชวนให้ดูดอกไม้ป่ากลีบบางใสที่ขยับไหวไปมาประหนึ่งกำลังเริงระบำล้อไปกับเสียงกระดิ่ง “หยิ่นหลิง” ที่คล้องอยู่ที่คอของกระต่าย

“เจ้าอย่าไปแตะต้องซี้ซั้วนะเหยาเอ๋อร์ ป่าแห่งนี้มีสิ่งลี้ลับมากมาย” เสิ่นหลีเตือนเสียงเรียบ แม้ในใจนางจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจมิน้อยไปกว่าน้องสาว แต่สัญชาตญาณความระแวดระวังที่ฝึกฝนมาจากการเผชิญหน้ากับกลไกความตายในสุสานโบราณทำให้นางมิอาจวางใจ

“เจ้าค่ะ ข้าเชื่ออาเจี่ย” เด็กหญิงตอบรับอย่างเชื่อฟัง

ในตอนนี้สองพี่น้องยิ่งเดินยิ่งลึกเข้าไปในป่าโดยที่ไม่มีสิ่งใดมารบกวนซึ่งเป็นเรื่องแปลกประหลาดอย่างยิ่ง จนกระทั่งได้ยินเสียงของน้ำตกที่เคยดังแว่วอยู่ไกล ๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อผ่านพ้นม่านหมอกหนาทึบมาได้ ภาพตรงหน้าที่เผยให้เห็นทัศนียภาพอันงดงามราวกับภาพวาดในสรวงสวรรค์ก็ทำให้คนทั้งคู่แทบลืมหายใจ

หน้าผาหินปูนสูงตระหง่านมียอดไม้หนาทึบปกคลุม ม่านน้ำตกขนาดเล็กไหลรินลงมาเป็นสายยาวประดุจแพรไหมสีเงินยวงสะท้อนแสงจันทร์หรือแสงจากพืชพรรณวิญญาณก็มิอาจรู้ได้ก่อเกิดเป็นประกายระยิบระยับงามจับตา

ท่ามกลางความเงียบ เสียงจากกระดิ่งก็ดังขึ้นพร้อมกับกระต่ายหิมะหยุดฝีเท้าลงหน้าม่านน้ำตก ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้สองพี่น้องราวกับจะเชิญชวน

เสิ่นหลีหรี่ตาลง นางยกไม้บรรทัดเหล็กสีหม่นในมือขึ้นมาถือไว้มั่น รอยตรามังกรที่ข้อมือซ้ายเต้นตุบ ๆ เป็นจังหวะถี่รัว ซึ่งเป็นสัญญาณที่บอกให้นางรู้ว่าเบื้องหลังม่านน้ำนี้มี “บางสิ่ง” ที่สอดคล้องกับพลังมังกรในตัวนางซ่อนอยู่

“ที่นี่หรือ...” เสิ่นหลีพึมพำ นางใช้ไม้บรรทัดเหล็กเขี่ยเถาวัลย์หนาทึบที่ปิดกั้นทางเข้าข้างน้ำตกออก เผยให้เห็นโพรงถ้ำที่ซ่อนตัวอยู่อย่างมิดชิด

ภายในถ้ำมิได้มืดมิดอย่างที่คิด ผนังหินมีผลึกแร่ธาตุเรืองแสงงอกเงยออกมาให้แสงสว่างสีฟ้าอ่อนนวลตา อากาศข้างในแห้งสะอาดและมีลมพัดผ่านเย็นสบาย เสิ่นหลีจูงมือน้องสาวเดินเข้าไปอย่างระแวดระวัง จนกระทั่งมาถึงโถงกลางถ้ำที่ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบราวกับเป็นที่พำนักของผู้ฝึกตนสันโดษ

ที่มุมหนึ่งของโถงหิน เสิ่นหลีเห็นร่างที่เหลือเพียงกระดูกขาวโพลนนั่งพิงผนังถ้ำอยู่ในท่าขัดสมาธิ เสิ่นเหยาสะดุ้งโหยงรีบมุดเข้าหาแผ่นหลังของพี่สาวทันที แต่สำหรับนักโบราณคดีสาวที่เคยเผชิญหน้ากับซากศพมานับไม่ถ้วน นางกลับก้าวเข้าไปใกล้พลางโน้มตัวลงทำความเคารพอย่างเรียบง่าย

“ผู้น้อยขอเสียมารยาทแล้ว”

ข้างกายของโครงกระดูกนั้นมีกล่องไม้แกะสลักใบหนึ่งวางอยู่ เสิ่นหลีเปิดกล่องออกอย่างระมัดระวัง ภายในบรรจุไว้ด้วยตำราเล่มหนาและขวดยาหยกห้าสี ทันทีที่ปลายนิ้วของนางสัมผัสลงบนสิ่งของเหล่านั้น ตัวอักขระโบราณบนผิวไม้บรรทัดเหล็กสัมฤทธิ์ในมือขวาก็พลันสว่างก่อนแสงอินเตอร์เฟสสีฟ้าโปร่งแสงจะผุดขึ้นตรงหน้าของนาง!

[ตรวจพบวัตถุวิญญาณ ชื่อ: คัมภีร์ราชันมังกรเก้าสวรรค์ ระดับ: มรดกโบราณขั้นราชันคุณสมบัติ: บันทึกวิถีแห่งเผ่ามังกรในยุคบรรพกาล สามารถใช้หลอมเลือดมังกร เสริมสร้างร่างเนื้อ และปลุกพลังสายเลือดอสูรเทพ สภาพปัจจุบัน: สมบูรณ์ 92% หมายเหตุ: ผู้ครอบครองมิใช่สายเลือดมังกร สามารถใช้แลกเปลี่ยนหรือมอบแก่ผู้มีสายเลือดมังกรได้]

เสิ่นหลีอ่านข้อความบนกรอบแสงสีฟ้าโปร่งแสงจากระบบพลางขมวดคิ้วเข้าหากัน ‘คัมภีร์ราชันมังกรเก้าสวรรค์ มรดกโบราณขั้นราชันงั้นหรือ...’

แม้ข้อมูลตรงหน้าจะระบุว่ามันเป็นถึงมรดกขั้นราชันอันล้ำค่า แต่สายตาของนักโบราณคดีสาวกลับสะดุดเข้ากับข้อความบรรทัดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว

ในเมื่อนางมิใช่ผู้มีสายเลือดมังกรโดยตรง ดังนั้นคัมภีร์เล่มนี้ย่อมไม่มีประโยชน์ต่อเนื้อหนังอันบอบบางของนางในยามนี้ ทว่าจังหวะที่นางกำลังจะละสายตาออกจากหน้าต่างระบบ แสงจากหน้าจอของมันพลันกะพริบเปลี่ยนข้อความเพื่อจำแนกสิ่งของชิ้นต่อไปในกล่องไม้ทันที

[ตรวจพบโอสถวิญญาณ: ขวดยาหยกห้าสี ขวดแรก (หยกขาวนวล): โอสถชำระไขกระดูกปรับฐานราก (ระดับกลางค่อนไปทางสูง) สรรพคุณ ช่วยขจัดสิ่งสกปรกตกค้างในกายเนื้อ ซ่อมแซมระบบกล้ามเนื้อและกระดูกที่เสื่อมสภาพจากการขาดสารอาหาร ขยายขีดจำกัดให้พร้อมรองรับการเปิดเส้นลมปราณขั้นถัดไป

ขวดที่ 2 (หยกเขียวคราม): โอสถเสริมปราณ (ระดับต่ำ)สรรพคุณ ช่วยกระตุ้นและกักเก็บไอปราณฟ้าดินชั่วคราว

ขวดที่ 3 (หยกแดงสีชาด): โอสถห้ามเลือด (ระดับกลาง) สรรพคุณ ช่วยสมานบาดแผลสดในพริบตา

ขวดที่ 4 (หยกเหลืองอำพัน): โอสถขับพิษ (ระดับต่ำ) สรรพคุณ ช่วยล้างพิษแมลงและสัตว์อสูรขั้นปลายแถว

ขวดที่ 5 (หยกม่วงคราม): โอสถสงบจิต (ระดับต่ำ) สรรพคุณ ช่วยระงับอาการตื่นตระหนกและภาพลวงตา มูลค่ารวมโดยประมาณ: 320 หินวิญญาณระดับต่ำ]

ดวงตาของเสิ่นหลีเบิกกว้างเมื่อเห็นสรรพคุณและราคาของสิ่งที่เห็น

“แม่เจ้า! 320 หินวิญญาณเลยเหรอ แม้ว่าจะระดับต่ำแต่สำหรับเธอกับน้องสาวมันสามารถทำให้ตั้งตัวได้เลยทีเดียว” เธอพึมพำออกมาอย่างตื่นเต้น

‘ดูเหมือนว่าวาสนาของฉันในร่างนี้จะดีมาก ๆ จริงเสียด้วยสินะ’ จิตวิญญาณของอดีตนักโบราณคดีสาวรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจเป็นอย่างมาก

เสิ่นหลีมองตัวเลขประเมินมูลค่าบนหน้าต่างระบบสีฟ้าด้วยหัวใจที่เต้นรัว ผิดกับเสิ่นเหยาที่เอาแต่จ้องมองขวดยาหยกหลากสีในมือของพี่สาวด้วยความฉงน เนื่องจากนางมองไม่เห็นข้อความอัศจรรย์ที่ลอยอยู่กลางอากาศ

“อาเจี่ย... ของพวกนี้คืออะไรหรือเจ้าคะ” เสิ่นเหยาถามพลางเอียงคอมองอย่างสงสัย มือเล็กยังคงลูบขนหนานุ่มของกระต่ายตัวน้อยไปมาซึ่งเจ้าตัวขนปุยก็กำลังมองเสิ่นหลีด้วยสีหน้าฉงนเช่นเดียวกัน

“พี่เองก็ยังไม่แน่ใจนัก... แต่คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ผู้อาวุโสทิ้งไว้” เสิ่นหลีไม่ได้บอกความจริงกับน้องสาวทั้งนี้เพราะยังไม่ถึงเวลาที่นางจะบอกเรื่องของระบบออกมา พลางเก็บของทั้งสองชิ้นเข้าถุงมิติอย่างระมัดระวังเหลือไว้เพียงยาขวดแรก

“เหยาเอ๋อร์ ยาขวดนี้เป็นโอสถชำระไขกระดูกปรับฐานราก มันจะช่วยซ่อมแซมร่างกายที่เคยบอบช้ำและขาดสารอาหารของพวกเราได้ดีที่สุด” นางส่งยาเม็ดสีขาวนวลเหมือนขวดหยกให้กับน้องสาวหนึ่งเม็ด ซึ่งกระต่ายตัวน้อยก็ส่งเสียงร้องออกมา แปลได้ว่า “กินเลย รีบกินเข้าไปเลย”

“เจ้าขนปุยนี่รู้เรื่องโอสถด้วยหรือ” เสิ่นหลีส่งเสียงหัวเราะออกมา แม้จะรู้ว่ากระต่ายหิมะจันทราเป็นสัตว์วิญญาณ แต่การที่มันตื่นเต้นกับเม็ดยาถึงเพียงนี้ก็ทำให้นางอดแปลกใจไม่ได้ เสิ่นเหยามองยาเม็ดสีขาวนวลในมือ ก่อนเงยหน้ามองพี่สาว

“ตกลงเจ้าค่ะ”

“เด็กดี” เสิ่นหลีเอ่ยชม

เสิ่นเหยาพยักหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนค่อย ๆ กลืนโอสถลงไป เพียงไม่กี่อึดใจต่อมา ใบหน้าเล็กของเด็กหญิงก็เริ่มแดงระเรื่อไอวิญญาณจาง ๆ ลอยออกมาจากผิวกาย ขณะเดียวกันอักขระสีทองบนไม้บรรทัดเหล็กสัมฤทธิ์พลันเรืองแสงขึ้น ก่อนตามมาด้วยหน้าจอโปร่งแสงสีฟ้า

ภาพบนหน้าจอขึ้นข้อความ รายงานสภาพร่างกายของเสิ่นเหยาให้เสิ่นหลีเห็นทันที ตัวเลขในระบบแสดงให้เห็นว่าตัวยากำลังช่วยไล่สิ่งสกปรกและพิษไข้ที่สะสมมานานออกทางผิวหนัง และช่วยปรับเส้นชีพจรพื้นฐานให้แข็งแรงขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น ระบบยังมีข้อความแนะนำให้เสิ่นหลีรีบกินยาอีกเม็ดที่เหลืออยู่ เพื่อให้ร่างกายของนางพร้อมรองรับพลังงานในขั้นต่อไป

เมื่อเห็นข้อความแนะนำเช่นนี้เสิ่นหลีก็ไม่รอช้า นางหยิบยาเม็ดที่สองเข้าปากแล้วกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาเดียวความรู้สึกอุ่นวาบก็พลันแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง

จากเดิมที่เคยเหนื่อยล้าจนแขนขาหนักอึ้งเพราะเพิ่งใช้แรงฟาดพวกเสิ่นต้าฟู่กับพวกศิษย์สำนักเมฆาครามมา ร่างกายของนางกลับเริ่มเบาสบายและพละกำลังก็ค่อย ๆ ฟื้นคืนกลับมาอย่างน่าอัศจรรย์

ขณะเดียวกันรอยตราประทับรูปกรงเล็บมังกรที่ข้อมือซ้ายก็กระตุกเบา ๆ ทำให้นักโบราณคดีสาวรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันตา

“อาเจี่ย... ตัวข้ามีคราบเหนียว ๆ สีดำซึมออกมาเต็มเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าก็อุ่นสบายตัวมากเลย!” เสิ่นเหยาส่งเสียงบอกพลางยกแขนเสื้อขึ้นดมแล้วทำหน้ามุ่ย

“นั่นคือสิ่งสกปรกในร่างกายที่ถูกขับออกมา ไม่ต้องตกใจไป” เสิ่นหลียิ้มบางพร้อมกับช่วยเช็ดคราบเหงื่อไคลออกจากใบหน้าให้น้องสาว

ในจังหวะนั้นเอง เจ้ากระต่ายน้อยที่เพิ่งเร่งให้พวกนางกินยาก็กระโดดลงบนพื้นถ้ำ มันวิ่งตรงไปยังส่วนลึกที่สุดของห้องโถงหินซึ่งเป็นซอกมืดที่แสงสว่างส่องไปไม่ถึง

ก่อนจะหันกลับมาขยับหูไปมาเหมือนกำลังเรียกให้สองพี่น้องเดินมาทางตน เสิ่นหลีหรี่ตาลงเล็กน้อย นางยกไม้บรรทัดเหล็กคู่ใจขึ้นมา ระบบนำทางสีฟ้าก็ขึ้นเส้นทางชี้แนะในสายตาของนางทันที

“เหยาเอ๋อร์ ไปดูกันเถอะ” เสิ่นหลีจูงมือน้องสาวเดินลึกเข้าไปตามทางที่ระบบบอก จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าแท่นหินเตี้ยที่ตั้งอยู่ด้านในสุด

บนแท่นหินนั้นมีถุงผ้าสีดำใบเล็กปักลายดอกบัวเงินวางอยู่ สภาพของมันดูเก่ามาก และข้างถุงมีแผ่นหยกเก่าที่แตกหักครึ่งแผ่นวางคู่กัน และใต้แผ่นหยกชิ้นนั้น เสิ่นหลีสังเกตเห็นแผ่นกระดาษค่อนข้างเก่าโผล่พ้นฝุ่นออกมา

ด้วยสัญชาตญาณของนักโบราณคดี เสิ่นหลีย่อตัวลงคุกเข่าอย่างระมัดระวัง นางใช้แขนเสื้อค่อย ๆ ปัดเป่าฝุ่นหนาที่จับตัวเป็นก้อนออกจากพื้นหินอย่างเบามือที่สุด เพราะกลัวว่าจะทำลายร่องรอยบางอย่างที่หลงเหลืออยู่

เมื่อฝุ่นผงจางหายไป ลายเส้นพู่กันที่เขียนไว้อย่างตวัดแต่คมกริบก็เด่นชัดขึ้นมา เสิ่นหลีทอดสายตาอ่านข้อความในจดหมายฉบับนั้นเสียงเบา

“ผู้พบถ้ำนี้ หากมีใจละโมบ จงตายอยู่ที่นี่ หากมีใจเมตตา จงพาเสี่ยวไป๋ออกไปเห็นโลกภายนอกแทนข้าด้วย...”

“เสี่ยวไป๋...?” เสิ่นเหยาทวนคำเสียงใส พลางก้มลงมองเจ้ากระต่ายน้อย ยามเมื่อมันได้ยินคำนี้ ขนทั่วร่างของมันก็ลู่ลง หูยาวทั้งสองข้างตกลงข้างแก้มอย่างโศกเศร้า ดวงตาสีแดงทับทิมมีน้ำตาคลอเบ้า เหมือนมันจำชื่อที่เจ้านายเก่าเคยเฝ้าเรียกขานได้อย่างแม่นยำ

เด็กหญิงตัวน้อยรู้สึกสงสารจับใจ จึงรีบอุ้มเจ้ากระต่ายขึ้นมากอดแนบอก

“ที่แท้เจ้าชื่อเสี่ยวไป๋นี่เอง... เจ้าคงเหงามากเลยใช่หรือไม่ ต่อไปนี้ข้ากับอาเจี่ยจะดูแลเจ้า และจะพาเจ้าออกไปดูโลกกว้างด้วยกันดีไหม”

เจ้ากระต่ายเสี่ยวไป๋ซุกหน้าเข้ากับอกเสื้อของเสิ่นเหยานิ่ง ภาพนั้นทำให้เสิ่นหลีลอบถอนหายใจยาว ที่แท้กระต่ายวิญญาณตัวนี้ไม่ได้แค่พานางมาหาของดี แต่มันกำลังทำตามคำสั่งเสียสุดท้าย เพื่อรอคอยใครสักคนพามันออกไปจากถ้ำแห่งนี้ต่างหาก

เสิ่นหลีหันไปมองโครงกระดูกขาวโพลนอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยสัญญาเสียงหนัก

“ตกลง ข้าจะพาเสี่ยวไป๋ออกไปเอง มรดกที่ท่านทิ้งไว้ข้าขอรับส่วนที่จำเป็นไปใช้ประทังชีวิต ส่วนสิ่งที่ไม่ควรแตะต้อง...”

นางเหลือบตาไปมองถุงดำปักลายดอกบัวเงินที่วางอยู่บนแท่นหิน พอปลายนิ้วของนางขยับเข้าใกล้รอยต่อของมัน ไม้บรรทัดเหล็กในมือก็พลันสั่นสะเทือนส่งเสียงร้องเตือนทันที

หน้าจอระบบสีฟ้ากะพริบตัวอักษรสีแดงเตือนว่าเป็นอันตรายระดับวิกฤต เนื่องจากเป็นถุงอาคมที่มีกลไกอันตรายซ่อนอยู่ และระบบได้สั่งปฏิเสธสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล โดยระบุว่าสายเลือดปฐมกาลไท่ชูในตัวของเสิ่นหลียังไม่ตื่นขึ้นมา

‘สายเลือดไท่ชูงั้นหรือ?’ เสิ่นหลีสะดุ้งวูบในใจกับคำศัพท์แปลกประหลาดที่ระบบประมวลผลออกมา แต่นางก็รีบชักมือกลับทันทีโดยไม่คิดเสี่ยงชีวิต

เจ้ากระต่ายเสี่ยวไป๋เองก็รีบกระโดดพุ่งมายืนขวางหน้าแท่นหินแล้วส่ายหัวไปมาอย่างแรงเหมือนจะเตือนนางซ้ำแปลได้ว่า “อย่าจับมันนะ หากท่านยังไม่อยากตาย”

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • เสิ่นหลี เซียนหรือจะสู้ข้า!    บทที่ 64

    หน้าจอระบบปรากฏขึ้นตรงหน้า [ตรวจพบจิ้งจอกมายาขั้นต่ำ ระดับพลัง: ขั้นสร้างรากฐานระดับต้น จุดอ่อน: แกนวิญญาณอยู่บริเวณกลางอก คำแนะนำ: ใช้พลังปฐมกาลโจมตีโดยตรง]“เจอแล้ว” คำพูดของเสิ่นหลีทำให้ ดวงตาของจิ้งจอกมายาเบิกกว้างเพราะมันสัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิต จึงเค้นพลังรีบดีดตัวถอยหลังทันที ทว่า... กู้ช

  • เสิ่นหลี เซียนหรือจะสู้ข้า!    บทที่ 63

    บนเตียงไม้แกะสลักหลังใหญ่ ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งนอนหายใจรวยริน ผิวพรรณของนางกลายเป็นสีเทาซีด คล้ายซากศพที่ยังมีลมหายใจ แขนขาผอมแห้งจนเหลือแต่กระดูก กลิ่นอายเน่าเฟะสายนั้นลอยโชยมาจากจุดตันเถียนของนางอย่างชัดเจนแต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ เหนือเตียงนอนนั้นปรากฏเงาร่างของหญิงงามในชุดผ้าไหมสีช

  • เสิ่นหลี เซียนหรือจะสู้ข้า!    บทที่ 62

    ปัง!“บัดซบ!”เสียงฝ่ามือหนาหนักกระแทกลงบนโต๊ะไม้ประดับมุกล้ำค่าในห้องโถงตระกูลหลี่ดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะอันเกิดจากโทสะของผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐาน ทำเอาถ้วยชาเคลือบกรงเล็บมังกรสั่นสะท้านจนน้ำชาหกกระเซ็นหลี่เทียนฉงยามนี้ใบหน้าบิดเบี้ยวเขียวคล้ำ ดวงตาสองข้างปูดโปนด้วยเส้นเลือดฝอย ทรวงอกกระเพื่อมขึ้น

  • เสิ่นหลี เซียนหรือจะสู้ข้า!    บทที่ 61

    “ท่านพ่อ!” โม่เฉินอวี่ตะโกนเรียกเสียงเครือ แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด“เฉินอวี่! เจ้าลูกเนรคุณ!” โม่เฉินหานตวาดลั่น ฝ่ามือหนาขยับรวบพลังปราณสีหมอกค่อนข้างทึมขุมหนึ่งขึ้นมาทันทีโดยไม่ฟังสิ่งใด“ข้าบอกเจ้าแล้วใช่หรือไม่ว่าห้ามนำคนนอกเข้ามาในจวน! ยามนี้ยังกล้าพากลุ่มคนจรจัดท่าทางสามหาวเข้ามาบุกรุกเรือน

  • เสิ่นหลี เซียนหรือจะสู้ข้า!    บทที่ 60

    เสี่ยวเฮยที่รัดอยู่บนข้อมือของเสิ่นหลีส่งเสียงฟ่อเบา ๆ แผ่ไอสังหารตอบรับคล้ายเห็นด้วยกับคำพูดของจิ้งจอกขาว ส่วนอาจินเกาพุงตัวเองพลางค้อนขวับไปทางประตูจวนอย่างไม่สบอารมณ์เสิ่นหลีที่เห็นท่าทางของสัตว์ทั้งสามตัวก็ยกไม้บรรทัดเหล็กขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากพลางแค่นเสียงหัวเราะหยันออกมาเบา ๆ ดวงตาทอประกายเย็นเ

  • เสิ่นหลี เซียนหรือจะสู้ข้า!    บทที่ 59

    “ถ้าไม่จ่าย ข้าคงต้องฟาดเพิ่มอีกสักสองสามที และข้าก็จะคิดค่าเหนื่อยเพิ่มด้วยนะ” เสิ่นหลีเอ่ยอย่างหน้าหนาพลางควงไม้บรรทัดเหล็กในมือไปมาอย่างช้า ๆ แววตาสีน้ำตาลเข้มทอประกายเรียบเฉยทว่าพร้อมลงมือจริงทำเอาหลี่เหวินซวนถึงกับเสียวสันหลังวาบหลี่เทียนฉงที่อยู่ด้านล่างเวทีสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกแทบระเบิด แม้จ

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status