Masukจากเจ้าสำนักผู้ยอมสละทุกสิ่ง…นางตื่นขึ้นอีกครั้งในร่างคุณหนูที่ไร้อำนาจในจวนที่เต็มไปด้วยคนรอเหยียบย่ำ ครานี้ นางจะไม่เป็นผู้เสียสละอีกต่อไปแต่จะเป็น “ผู้ล่า” ที่ไม่มีใครหนีรอด
Lihat lebih banyakหลังกลับจากเทศกาลลอยบุปผา หลิงเสวี่ยเหยาก็ตรงกลับมาที่เรือนชิงหลัน โดยมีไป๋อวี่เดินตามหลังมาไม่ห่าง ขณะที่กำลังจะเดินเข้าประตูเรือน ร่างบางเบี่ยงตัวเล็กน้อย ลมวูบหนึ่งตัดผ่านใบหน้า ปึก! ใบมีดสั้นปักอยู่ตรงประตู ห่างจากหน้าของนางไม่ถึงคืบ ไป๋อวี่ร้องตกใจ ขณะที่หลิงเสวี่ยเหยากลับยกมือปิดปากสาวใช้ไว้ “อย่าเสียงดัง” เสียงใสเอ่ยพลางมองไปรอบ ๆ สาวใช้ตัวสั่นเทา ขณะพยักหน้ารับ เมื่อเห็นว่าบ่าวคนสนิทสงบลง มือบางจึงผละออก ก่อนจะหยิบมีดสั้นที่ปักออกมาสำรวจ บนอาวุธมีผ้าขนาดกลางผูกไว้ เมื่อคลี่ออกจึงพบว่ามีตัวอักษรเขียนอยู่ ‘หอหลิงจู๋ ยามไฮ่’ ข้อความสั้น ๆ ชวนให้นึกถึงคนผู้หนึ่งที่ไม่อยู่เมืองหลวงในตอนนี้ มือบางกำผ้าไว้แน่น ก่อนจะใช้วิชาจุดไฟเผาผ้าจนไม่เหลือเศษ มีดสั้นที่มีเอกลักษณ์นี้นางคุ้นเคยดี เป็นอาวุธของหลานอวี่ ศิษย์เอกของเยว่ลั่วอิ๋น สหายรักของนาง ดูเหมือนผู้ที่นัดเจอจะไม่ใช่คนอื่นไกล “จากผู้ใดเจ้าคะ” ไป๋อวี่เอ่ยถาม หลังจากตั้งสติได้ “แหล่งข่าวของข้า” ใบหน้าสวยแย้มยิ้มอ่อนโยนที่ไม่ได้เ
ไห่ป้า เดิมทีเป็นเพียงนักเลงที่คอยทำร้ายผู้อื่น ทว่าเหตุผลที่ไม่มีผู้ใดกล้าแจ้งทางการนั้น ไม่ใช่เพราะกลัวคนผู้นี้เพียงอย่างเดียว ทว่า พวกเขายังกลัวคนที่หนุนหลังให้คนผู้นี้ด้วยเช่นกัน ตรอกกู้อันเดิมเป็นทางเข้าที่เชื่อมต่อไปยังตลาดมืด ไห่ป้าได้รับมอบหมายให้คอยดูแลผู้ที่เข้าออก และดูแลความเรียบร้อย เริ่มแรกเขาทำเพียงแค่นั้น แต่ต่อมาเมื่อเห็นว่าผู้คนเริ่มเกรงกลัว จึงเริ่มเก็บค่าคุ้มครอง หากผู้ใดจ่ายจะได้อยู่อย่างปลอดภัย แต่หากไม่จ่าย เขาจะส่งลูกน้องไปจัดการพังร้าน พังเรือน และสั่งสอนให้หลาบจำ ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าออกมาขัดขวาง ครั้งหนึ่งเคยมีพ่อค้าผู้หนึ่งทนความอยุติธรรมไม่ไหว จึงแจ้งเรื่องไปยังทางการ ครั้นเห็นไห่ป้าถูกจับ ผู้คนต่างโห่ร้องยินดี แต่ที่คาดไม่ถึงคือ คนผู้นั้นติดคุกอยู่เพียงไม่กี่วัน ก็พ้นผิด ไห่ป้าเมื่อออกมาได้ก็ไม่คิดจะปล่อยคนที่ทำให้ตนต้องลำบากไป วันรุ่งขึ้นชายที่เคยแจ้งทางการเรื่องเขา ถูกพบเป็นศพ เนื้อตัวฟกช้ำ ดวงตาเบิกโพลง ผู้ที่ถูกทางการกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายคือน้องชายของผู้เสียชีวิต ชาวบ้านรู้ดีในใจว่าผู้ร้ายคือผู้
ตลาดยามซี่อวันนี้ครึกครื้นเป็นพิเศษ ร้านค้าถูกตกแต่งด้วยบุปผานานาชนิด ที่ส่งกลิ่นหอมมาตามสายลม เหล่าดรุณและดรุณีทั้งชาวบ้าน และบุตรหลานของขุนนาง ต่างจับกลุ่มกันมาเดินเล่น พ่อค้าแม่ค้าส่งเสียงเรียกลูกค้าอย่างสำราญใจ ขณะที่มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังจะเดินมาดูหน้าร้าน กลับถูกเด็กคนหนึ่งวิ่งชน สตรีผู้นั้นเซถลาเข้าสู่อ้อมอกของบุรุษข้างกาย ทั้งสองตกใจรีบผละออกจากกันด้วยท่าทางเขินอาย พ่อค้ารีบร้อนเอ่ยเรียกลูกค้า ด้วยกลัวว่าจะถูกร้านข้าง ๆ แย่งไป “คุณหนู เข้ามาดูก่อนเถิด นี่เป็นจี้หยกมงคล ท่านเก็บไว้หนึ่งส่วนอีกหนึ่งให้คนที่ท่านพึงใจ ว่ากันว่าสมหวังทุกราย สนใจหรือไม่” สิ้นเสียงของพ่อค้า บ่าวรับใช้ที่มาด้วยกันตื่นตระหนก “ถุงเงินถูกขโมย ช่วยด้วยเจ้าค่ะ ใครก็ได้จับเด็กคนนั้นไว้!!” เด็กชายในชุดขาดรุ่ย รีบร้อนวิ่งลัดเลาะเส้นทางในตรอกแล้วตรอกเล่า มือเล็กกำถุงเงินไว้แน่น ทว่าขณะที่กำลังจะสลัดคนที่วิ่งตามมาพ้น กลับชนเข้ากับร่างหนาของใครบางคนเข้า จนล้มลงกับพื้น ถุงเงินที่กำไว้แน่นหลุดมือ ขณะที่กำลังจะคว้าไว้ กลับถูกมือหนาของบ
บทที่ 66 มารบกวนพวกเจ้าแต่เช้าเช่นนี้ข้าก็ละอายใจนัก แน่นอนว่าเมื่อคนมีอำนาจเช่นซ่งกั๋วกง เดินทางออกจากเมืองหลวง ผู้ที่เดิมต้องคอยระวังท่าที ก็กลับมาเริ่มลงมืออีกครั้ง ยามเฉินหน้าจวนจินหนิงโหว มีขบวนรถม้าจอดอยู่ ฮูหยินผู้เฒ่ารีบร้อนกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปต้อนรับแขก ใบหน้ายิ้มแย้ม ขณะที่ชุ่ยอวิ๋นคอยระมัดระวังดูแลผู้สูงอายุ หานอวี่หลางอ้าปากหาว ตัวเขาถูกปลุกให้ตื่นเร็วกว่าปกติ ทั้งยังถูกบังคับให้แต่งตัวเต็มยศ ทานมื้อเช้าร่วมกับครอบครัวได้แค่ไม่กี่คำ มารดาของเขากลับรีบสั่งบ่าวรับใช้ให้เก็บโต๊ะ หลิงเสวี่ยเหยายืนอยู่ข้างหานอี้เฉินที่มีสีหน้านิ่งเรียบ มือหนาจับมือเล็กของน้องสาวไว้ ขนาดที่เดินนำขึ้นมาหนึ่งก้าว บ่าวรับใช้ในจวนรีบร้อนจัดข้าวของเพื่อต้อนรับแขก ขนาดที่หานเมี้ยวอวี้นั้นถูกคุมเข้มหนักกว่าเดิม บ่าวรับใช้ที่คุมหน้าเรือนเจียวอวี่ถูกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ราวกับกลัวว่าผู้ถูกกักบริเวณจะออกมาก่อเรื่อง รถม้าโอ่อ่าถูกเปิดออก นางกำนัลรีบร้อนมายกบันได แล้วรอรับร่างอรชรของผู้สูงศักดิ์ ฉินกุ้ยเฟยแย้มยิ้ม ก้าวลงจากรถม้าด้วยท่าทา











