Share

บทที่ 3 อะไรครับเนี่ย

Penulis: Tawan miki
last update Tanggal publikasi: 2026-02-16 02:33:44

บทที่ 3 อะไรครับเนี่ย

ตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงจนขอบฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง แสงสุดท้ายของวันทาบทับลงบนเรือนไทยทรงสูงจนดูขรึมขลัง บรรยากาศเงียบสงบยามเย็นถูกทำลายลงด้วยเสียงเครื่องยนต์ของรถกระบะตอนเดียวที่แล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้าน

ท้ายกระบะมีอุปกรณ์เขียงหมูและถังน้ำแข็งใบใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ร่างสูงกำยำสมส่วนตามแบบฉบับคนทำงานหนักเดินลงมาจากรถ ใบหน้าคมเข้มที่ดูใจดีแต่แฝงความดุดันของ ‘น้าวัน’ ปรากฏขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้างเมื่อเห็นพี่สาวและพี่เขยที่นั่งรออยู่ตรงนอกชาน

“ไง... หอบเอาเจ้าตัวดีมาส่งถึงที่เลยเหรอพี่” วันถามพลางยกถังพลาสติกเปล่าลงจากรถ แซวหลานชายที่นั่งทำหน้ามุ่ยอยู่ไม่ไกล

“ใช่... พี่ฝากแกดูแลหลานด้วยนะวัน ไม่ต้องสปอยล์มันล่ะ” แม่ของกันต์เอ่ยฝากฝังด้วยสีหน้าจริงจังพลางหันไปมองลูกชายที่ยังคงนั่งกอดอกทำตัวเป็นประติมากรรมหินอ่อน

“เดี๋ยวพี่จะกลับกรุงเทพฯ เลยแล้วกัน พ่อเขามีงานด่วนพรุ่งนี้เช้า”

“โหแม่... จะกลับเลยเหรอ ไม่นอนค้างสักคืนล่ะครับ” กันต์รีบโพล่งออกไป ความรู้สึกโหวงในใจเริ่มทำงานเมื่อรู้ว่าเกราะกำบังเดียวที่มีกำลังจะจากไป

“ไม่ต้องมาอ้อนเลย อยู่ที่นี่ก็ทำตัวให้มันดีๆ อย่าดื้อกับน้าเขา” พ่อกำชับเสียงเรียบพลางเดินมาตบไหล่ลูกชายเบาๆ

“ขับรถดีๆ ล่ะพี่ เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง” วันรับคำแข็งขัน

“ขอบใจมาก ๆ นะวัน”เสียงของแม่พูดขึ้น

“เจ้ากันต์มันหลานผม ผมไม่ปล่อยให้มันไปซนที่ไหนแน่ อีกอย่าง... ที่นี่มันถิ่นผม”

“ขอบใจมากนะวัน พี่ฝากด้วย” พ่อของกันต์เอ่ยขอบคุณน้องเขยด้วยความโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง

“ครับพี่ เดินทางปลอดภัย ไว้ถึงแล้วโทรบอกด้วยนะ”

“รู้แล้วจ้ะ ไปนะน้องกันต์... แม่ไปก่อนนะลูก”

กันต์ได้แต่ยืนมองรถยนต์คันหรูของครอบครัวค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้านไม้ทรงไทยไปจนลับสายตา ความรู้สึกเคว้งคว้างจู่โจมเขาอย่างจัง ท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดเรไรที่เริ่มบรรเลงเพลงยามค่ำคืนในชนบทที่เขาแสนจะเกลียด

วันเดินเข้ามาตบไหล่หลานชายเบาๆ แรงตบนั้นหนักแน่นจนกันต์หัวโยก บ่งบอกถึงเรี่ยวแรงของคนที่ทำงานคลุกคลีอยู่กับเขียงหมูมาทั้งชีวิต

“มาถึงแล้วก็เริ่มงานเลยละกัน อย่ามัวแต่นั่งทำหน้าเศร้าหงอยอยู่เลย” น้าวันพยักพะเยิดหน้าไปทางกระบะรถ

“ไปยกถังพวกนั้นมาเก็บตรงบันไดโน่น พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่ตีสามไปตลาด จะได้ไม่เสียเวลาหา”

“โหน้า... เกินไปปะเนี่ย เพิ่งจะมาถึงก้นยังไม่ทันอุ่นเลยนะ น้าจะไม่ให้น้องกันต์พักผ่อนหย่อนใจบ้างเลยเหรอไง” กันต์โอดครวญพลางชักสีหน้าปั้นปึ่ง มือเรียวสวยที่เคยจับแต่จอยเกมจำต้องเอื้อมไปคว้าหูถังพลาสติกใบเขื่องอย่างเสียไม่ได้

“เออ! ยังหนุ่มยังแน่น ทำงานแค่นี้ทำมาเป็นบ่นกระปอดกระแปด” น้าวันกอดอกมองหลานชายด้วยสายตาหมั่นไส้ในความสำอาง

“ทำตัวเหยาะแหยะแบบนี้ อนาคตจะไปหาเมียที่ไหนมาให้เลี้ยงไหว หรือจะเลี้ยงเมียรอดไหมหึ”

กันต์ชะงักฝีเท้า หันไปยิ้มยิงฟันให้ผู้เป็นน้าด้วยสายตาทะเล้นอันเป็นเอกลักษณ์

“แหม่น้า... อนาคตมันอีกไกล แต่ถ้ามีเมียแล้วมันลำบาก ก็ให้เมียเลี้ยงน้องกันต์ไงครับ สบายจะตายไป”

“บร๊ะ! ไอ้นี่มันเถียงคำไม่ตกฟากจริงๆ” น้าวันถึงกับส่ายหัวด้วยความขำระคนหมั่นไส้

“เหลี่ยมเยอะนักนะมึง ไป! รีบทำรีบไปอาบน้ำ อย่าให้ข้าต้องขึ้นเสียง สั่งอะไรก็ทำๆ ไปเถอะหน่า”

“ครับผมมมม นายท่านสั่งมา บ่าวก็ต้องทำตามสิครับ สั่งเก่งที่หนึ่งเลยคนบ้านนี้” กันต์ลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท ก่อนจะก้มหน้าก้มตาแบกของด้วยท่าทางทุลักทุเล แต่ก็ยังไม่วายแอบบ่นงึมงำตามหลัง

แสงไฟนีออนใต้ถุนบ้านเริ่มติดสว่างขึ้น ขับเน้นให้เห็นเงาของเด็กหนุ่มที่กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนที่เขาเรียกว่า "บ้านนอก" กันต์มองภาพบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ด้วยความรู้สึกประหลาดใจกึ่งตื่นเต้น เขาไม่ได้รู้เลยว่าชีวิตหลังจากวินาทีนี้จะเปลี่ยนไปตลอดกาล

เวลาผ่านไปจนดึกสงัด ทั่วทั้งคุ้มบ้านเงียบงันจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไร กันต์ที่เพิ่งจัดของเสร็จทิ้งตัวลงนอนบนฟูกหนา ความเพลียจากการเดินทางทำให้เขาเคลิ้มหลับไปได้ไม่นานนัก…

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงกำปั้นหนักๆ กระแทกลงบนบานประตูไม้เก่าของเรือนไทยดังสนั่นหวั่นไหวเสียจนขื่อคานแทบสะเทือน แรงสั่นสะเทือนนั้นส่งผ่านไปยังร่างที่กำลังซุกตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่นจนสะดุ้งสุดตัว ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์รำไรสาดผ่านร่องไม้ กันต์ใจเต้นรัวพลางขยี้ตาด้วยความงุนงง

“ไอ้กันต์! ตื่น! ไปขายหมูโว้ย!” เสียงตะโกนก้องของน้าวันดังทะลุผ่านไม้กระดานเข้ามา บ่งบอกถึงความกระฉับกระเฉงผิดกับเวลาที่นาฬิกาหัวเตียงเพิ่งจะขยับมาแตะเลขสามเพียงเล็กน้อย

“โอ๊ย... อะไรหนักหนาวะเนี่ย คนจะนอน!” กันต์ครางเสียงหลง พยายามเอาหมอนอุดหูเพื่อหนีเสียงกัมปนาทนั้น เขารู้สึกเหมือนเพิ่งจะได้หลับไปเพียงแค่ไม่กี่นาที ร่างกายมันหนักอึ้งเหมือนถูกสูบพลังงานออกไปจนหมด

“ตื่นเดี๋ยวนี้! ถ้าแกไม่ลุกมาเปิดประตู ข้าจะเคาะมันอยู่อย่างนี้แหละ เอาให้ชาวบ้านตื่นกันทั้งตำบลเลยเป็นไง!” น้าวันยังคงไม่ลดละ แถมยังทวีความแรงในการรัวนิ้วลงบนไม้จนหูแทบแตก

“โว๊ะ! รู้แล้ว! ตื่นแล้วเนี่ย!” กันต์ถีบผ้าห่มออกอย่างหงุดหงิด ก่อนจะตะโกนตอบโต้กลับไปเสียงดังลั่น เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากเตียง เดินโซซัดโซเซงัวเงียไปทางห้องน้ำด้วยสภาพเหมือนศพเดินได้ ผมเผ้าหยิกฟูไม่เป็นทรง ดวงตาคมที่เคยพราวเสน่ห์บัดนี้บวมช้ำจากการนอนไม่พอ

“ล้างหน้าล้างตาให้หายเอ๋อ แล้วรีบลงมา ข้าจะสตาร์ทรถรอ! ถ้าช้าเกินห้านาทีข้าจะเอาน้ำแข็งที่แช่หมูขึ้นมาสาดแกถึงเตียง!” น้าวันสำทับทิ้งท้ายด้วยเสียงกลั้วหัวเราะที่ฟังดูแล้วทำจริงแน่นอน

กันต์ยืนปล่อยให้น้ำเย็นจัดปะทะใบหน้า ความเย็นสุดขั้วแทรกซึมเข้าสู่ผิวจนเขาต้องยืนตัวสั่นกอดตัวเองเอาไว้ หัวใจยังคงนึกอาลัยอาวรณ์เตียงนอนนุ่มๆ และห้องแอร์ฉ่ำที่กรุงเทพฯ เช้ามืดวันแรกที่นี่ช่างโหดร้ายเสียยิ่งกว่าการโดดคาบเรียนวิชาคณิตศาสตร์เสียอีกที่ที่มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและกลิ่นดินชื้นๆ มันไม่ใช่ทางของเขาเลยสักนิด

เด็กหนุ่มสวมเสื้อยืดคอกลมสีซีดกับกางเกงขาสั้นลวกๆ ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งลงมาจากเรือนไม้ด้วยใบหน้าปูดบึ้ง ทันทีที่เห็นน้าวันยืนพิงรถกระบะจิบกาแฟร้อนอย่างสบายอารมณ์ เขาก็อดไม่ได้ที่จะพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ

“หน้าบูดเป็นตูดลิงแบบนี้ ” น้าวันทักพลางโยนผ้าขี้ริ้วใส่ไหล่หลานชาย

“โห น้า... ใครจะไปฉีกยิ้มหวานได้ตอนตีสามล่ะครับ คนนะไม่ใช่เซเว่นที่จะได้ร่าเริงยี่สิบสี่ชั่วโมง” กันต์บ่นอุบพลางขยี้ตาที่ยังปิดสนิทไปข้างหนึ่ง

“ถามจริงเหอะน้า สุพรรณฯ นี่เขาไม่มีเวลาตื่นที่มันมนุษย์มนามากกว่านี้แล้วเหรอ?”

“คนขยันเขาตื่นมาโกยเงินโกยทองกันทั้งนั้นแหละ มีแต่พวกสำอางเมืองกรุงแบบแกนี่แหละที่ชอบนอนกินบ้านกินเมือง” น้าวันสวนกลับทันควันพลางเปิดประตูขึ้นรถ

“ขึ้นรถได้แล้ว อย่ามัวแต่ยืนเถียงให้ยุงมันหาม”

“โกยเงินหรือโกยหนี้กันแน่...”กันต์พึมพำกระแทกตัวลงบนเบาะรถที่แข็งกระด้าง

“แล้วนี่ผมต้องทำอะไรบ้าง? อย่าบอกนะว่าให้ผมถือปังตอสับหมู ผมทำไม่เป็นนะน้า เดี๋ยวเกิดสับโดนนิ้วตัวเองขึ้นมาพ่อแม่ผมเอาตายแน่”

“ไม่ต้องถึงขั้นนั้นหรอกน่า หน้าหล่อๆ แบบแก ข้าจะให้ไปยืนเรียกลูกค้า แล้วก็ช่วยยกถังน้ำแข็ง ยกหมูขึ้นเขียงไปก่อน... ฝึกความอดทนซะบ้าง เผื่อสันดานคุณหนูมันจะหลุดออกไปจากตัวแกบ้าง”

“หึ... ยกหมูเนี่ยนะ? นึกว่ามาเข้าค่ายทหารรับใช้ชาติเสียอีก”กันต์แค่นหัวเราะในลำคอพลางกอดอกพิงเบาะรถที่แข็งกระด้าง สายตาคมทอดมองออกไปนอกกระจกหน้าต่าง เห็นเพียงแสงไฟถนนสีส้มสลัวที่วูบผ่านไปครั้งแล้วครั้งเล่า สองข้างทางทางหลวงที่เคยเป็นตึกสูงระฟ้า

บัดนี้กลับกลายเป็นแมกไม้และทุ่งนาที่มืดมิดจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง ความเงียบเชียบของชนบทในเวลาตีสามช่างบีบคั้นหัวใจเด็กเมืองกรุงอย่างเขาให้รู้สึกโหวงเหวงอย่างประหลาด

“ไปก็ไปวะ... หวังว่าเช้าวันแรกที่นี่ จะไม่มีอะไรมาซวยซ้ำซ้อนให้ปวดใจนะ”เขากระซิบแผ่วเบากับตัวเองคล้ายเป็นการปลอบขวัญ พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นจาง ๆของไอดินยามเช้ามืดทำเอาเขาเริ่มรู้ซึ้งว่า ชีวิตนับจากนี้มันของจริงยิ่งกว่าในนิยาย

sds

เกลียดน้าตัวเองได้ไหมเนี่ย😂

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 21 ตลอดไป(The End)

    บทที่ 21 ตลอดไป(The End)เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสดใสสาดส่องลงมายังเรือนไม้หลังใหญ่ของเสี่ยกรที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำ บรรยากาศควรจะดูคึกคักเหมือนทุกวันที่เสี่ยต้องเตรียมตัวออกไปคุมตลาด แต่วันนี้กลับเงียบเชียบจนน้าวันที่ขับรถแวะมาหาถึงกับแปลกใจ“ไอ้กร! มึงอยู่ไหมเนี่ย จะมาคุยเรื่องจัดงานแต่งหลานกูสักหน่อย!” วันชัยตะโกนเรียกเสียงดังพลางเดินขึ้นเรือนมาโดยไม่รอเจ้าของบ้านอนุญาตตามประสาเพื่อนรักไม่นานนัก ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเสี่ยกรที่ทำให้กับวันชัยถึงกับตาค้าง ชายวัยกลางคนที่เคยเดินหลังตรง หน้าตาดุดันคุมลูกน้องนับสิบ บัดนี้กลับเดินกะเผลก ลากขาออกมาด้วยสภาพที่ดูแทบไม่ได้ ใบหน้าซีดเซียว ขอบตาคล้ำนิด ๆ แถมยังสวมเสื้อคอปิดมิดชิดจนผิดสังเกต“เฮ้ย! ไอ้กร มึงเป็นอะไรเนี่ย? ใครมาดักลอบทำร้ายมึงเมื่อคืนเหรอวะ หรือมึงไม่สบาย?” วันชัยรีบปรี่เข้าไปพยุงเพื่อนรักที่พยายามจะทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ด้วยความยากลำบาก“ไม่มีใครทำ... กูนี่แหละ... ทำตัวเอง” เสี่ยกรตอบเสียงแหบพร่า พลางกัดฟันสูดปากเมื่อความปวดแปลบแล่นริ้วขึ้นมาที่สะโพก“มึงพูดอะไรของมึงวะ ทำตัวเองอะไร...” วันชัยข

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 20 รางวัล

    บทที่ 20 รางวัลนับจากวันที่เหล่าผู้ใหญ่ได้ทำข้อตกลงที่เรียบง่ายกาลเวลาก็เริ่มทำหน้าที่ถักทอสายใยความผูกพันของคนสองรุ่นให้เกี่ยวประสานกันจนเหนียวแน่นยิ่งขึ้น หน้าที่สารถีที่เคยเป็นของน้าวัน ถูกเปลี่ยนมือมาเป็นของเสี่ยกรอย่างเต็มตัวโดยสมบูรณ์ รถกระบะคันคุ้นตาที่เคยใช้ในตลาดวรเศรษฐ์ ตอนนี้กลับกลายเป็นยานพาหนะประจำตัวที่ใช้บรรทุกหัวใจและความห่วงใย เสี่ยกรทำหน้าที่รับ-ส่งกันต์ไปเรียนที่โรงเรียนทุกวี่วันไม่เคยขาดตกบกพร่อง ไม่ว่าจะแดดออกหรือฝนพรำ ภาพเจ้าของตลาดที่ยืนพิงหน้ารถรอเด็กหนุ่มเลิกเรียนกลายเป็นภาพชินตาของคนแถวนั้นวันเวลาล่วงเลยผ่านไปราวกับติดปีกบิน จากเด็กหนุ่มจอมกะล่อนที่มีดีแค่ความปากดีไปวันๆ กันต์เริ่มเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มที่มีความคิดความอ่านขึ้นตามวัย ความรักที่ใครหลายคนเคยสบประมาทและมองว่าเป็นเพียงไฟไหม้ฟางหรืออารมณ์ชั่ววูบของเด็กวัยคึกคะนอง กลับยังคงตั้งมั่นและมั่นคงยิ่งกว่าอะไรดีเสี่ยกรไม่ได้เพียงแค่ทำหน้าที่คนรัก แต่เขายังเป็นทั้งผู้ปกครอง พี่ชาย และที่ปรึกษา คอยประคับประคองและขัดเกลาจนไอ้ลูกหมาจอมซนกลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดและในที่สุด วันที่กันต์รอค

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 19 ลูกสะใภ้รุ่นเดียวกับพ่อ

    บทที่ 19 ลูกสะใภ้รุ่นเดียวกับพ่อหลังจากผ่านช่วงอารมณ์ของน้าวันมาได้เพียงชั่วครู่ กันต์ก็ปลีกตัวออกมานั่งที่ม้านั่งตรงชานเรือน แสงแดดยามสายเริ่มส่องสว่างแต่หัวใจของเขากลับเต้นระรัวด้วยความกังวล มือหนาสั่นน้อย ๆ ขณะกดเบอร์โทรศัพท์ออกหาปลายทางที่เขาเกรงใจที่สุดในชีวิต โดยมีเสี่ยกรยืนพิงกรอบประตูบ้านเฝ้ามองอยู่ไม่ห่าง แววตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้มีเพียงความอาทรที่ส่งมอบให้เพื่อเป็นกำลังใจ“ฮัลโหล... แม่ครับ” กันต์กรอกเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่นลงไป ทันทีที่ปลายสายรับคำ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วอึดใจ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจพรั่งพรูความจริงที่หนักอึ้งออกมา “แม่... กันต์มีเรื่องจะสารภาพ คือตอนนี้กันต์คบกับ... คบกับลุงกร เพื่อนของน้าวันอยู่ครับ และเรา... เรามีอะไรกันแล้ว”“กะ... กันต์! ว่ายังไงนะลูก!” เสียงแม่ตะโกนลอดสายมาด้วยความตกใจสุดขีดจนกันต์ต้องผละโทรศัพท์ออกห่างหู “ไอ้กรเนี่ยนะ? เพื่อนไอ้วันน่ะเหรอ! โอ๊ย... กันต์ แม่จะบ้าตาย ทำไมทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้!”ในขณะที่แม่กำลังสติหลุด เสียงทุ้มต่ำและนิ่งสุขุมของพ่อก็ดังแทรกเข้ามา ดูเหมือนพ่อจะนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา“เงียบก่อนแม่...

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 18 ความแตก

    บทที่ 18 ความแตกเช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดสาดส่องลอดผ่านรอยแยกของฝาบ้านไม้ วันชัยสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวพ่วงด้วยความมึนงงที่ตีรวนอยู่ในสมอง เขาพยายามลำดับเหตุการณ์ว่าทำไมตัวเองถึงลงมานอนกองอยู่ตรงชานเรือนหน้าบ้านในสภาพนี้ และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือ รถของไอ้กรเพื่อนรักของเขายังคงจอดสนิทอยู่ที่เดิม“เมาจนงงไปหมดแล้วกู...” วันชัยพึมพำกับตัวเองพลางลุกขึ้นเดินโซซัดโซเซเข้าไปในบ้าน เห็นแม่กำลังง่วนอยู่กับการทำกับข้าวในครัว“แม่... ไอ้กรล่ะ? แล้วไอ้กันต์ล่ะมันไปเรียนหรือยัง”“ยังเห็นเงียบอยู่เลยทั้งคู่นั่นแหละ” แม่ตอบเรียบ ๆ โดยไม่ได้หันมามองวันชัยขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาเดินจ้ำอ้าวไปที่ห้องนอนตัวเองเพื่อมองหาเพื่อน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ใจเริ่มสั่นสังหรณ์ใจแปลก ๆ จึงเปลี่ยนทิศทางไปยังห้องนอนของหลานชายทันทีปัง! ปัง! ปัง!“ไอ้กันต์! ตื่นหรือยังวะ เอ็งจะนอนกินบ้านกินเมืองเหรอ!” วันชัยตะโกนเรียกพลางรัวหมัดใส่บานประตู ทว่าคนข้างในกลับนิ่งสนิท ไร้เสียงตอบรับด้วยความโมโหบวกกับความเป็นห่วงกลัวว่าใครจะเป็นอะไรไป วันชัยจึงตัดสินใจผลักประตูเข้าไปโดยไม่ได้ขออนุญาต และวินาทีนั้นเอง... โ

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 17 ลุงน่ารัก🔞🔥

    บทที่ 17 ลุงน่ารัก🔞🔥เมื่อได้รับคำอนุญาตที่แสนหวานจากคนใต้ร่าง กันต์ก็จุดยิ้มที่มุมปาก เขาหยัดกายขึ้นเพื่อจัดการสลัดอาภรณ์ของตนเองทิ้งไปจนร่างโปร่งเพรียวทว่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อนวลตาปรากฏสู่สายตาของคนแก่กว่า เด็กหนุ่มก้าวขึ้นไปที่ปลายเตียงอย่างใจเย็น สายตาที่ทอดมองมานั้นเปี่ยมไปด้วยความเสน่หามือเรียวคว้าจับข้อเท้าของเสี่ยกรไว้มั่น ก่อนจะก้มลงประทับรอยจูบลงบนหลังเท้าอย่างทะนุถนอมทว่ารุ่มร้อน ปลายลิ้นร้อนชื้นลากไล้ผ่านผิวเนื้อเนียนละเอียดขึ้นไปตามเรียวขาแกร่งอย่างอ้อยอิ่ง จนถึงจุดศูนย์กลางของความปรารถนาที่กำลังสั่นไหวไม่ต่างจากอารมณ์ของเจ้าของในยามนี้ความต้องการของคนใต้ร่างนั้นพรั่งพร้อม ทว่าเมื่อเทียบกันชัด ๆ ในระยะประชิด รสสัมผัสจากของเด็กหนุ่มกลับดูดุดันและโอ่อ่ากว่าตามสัญชาตญาณของวัยฉกรรจ์ที่กำลังพลุ่งพล่านประหนึ่งนักล่าที่เจอเหยื่ออันโอชะ เขามองภาพความแตกต่างนั้นด้วยสายตาพราวระยับ ก่อนจะเริ่มบทปรนเปรอจนทำให้คนมาดดุต้องลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะเขาโน้มกายลงจับเรียวขาทั้งสองให้แยกออกกว้างอย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะก้มลงครอบครองความอ่อนไหวตรงหน้าด้วยริมฝีปากอุ่นร้อน กันต์บรรจงละเลียดโลมเ

  • เสี่ยครับ ผมไม่เด็กแล้ว   บทที่ 16 ของน้องกันต์🔞🔥

    บทที่ 16 ของน้องกันต์🔞🔥แสงอาทิตย์อัสดงลาลับขอบฟ้าไปพร้อมกับการมาถึงของรถกระบะคันคุ้นตาที่เลี้ยวเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้านไม้ ขณะที่เจ้าของบ้านกำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมโต๊ะไม้ที่ชานเรือนถึงกับชะงักไป เมื่อเห็นว่าใครก้าวลงมาจากรถพร้อมกับหลานชายตัวแสบ“เอ้า! ทำไมมึงมาพร้อมกับหลานกูได้วะไอ้กร” น้าวันถามพลางเลิกคิ้วมองเพื่อนรักอย่างสงสัย“กูเห็นมันยืนเก้อรอรถเมล์อยู่ที่ป้ายหน้าตลาด เลยรับขึ้นรถมาด้วยกันเนี่ยแหละ” เสี่ยกรโกหกหน้าตายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแอบชำเลืองมองเด็กหนุ่มที่เดินตามหลังมาด้วยรอยยิ้มกริ่ม“เออๆ ขอบใจมึงมาก... แล้วนี่ลมอะไรหอบมาถึงนี่ มีธุระอะไรป่าว”“ธุระไม่มี... แค่จะมาหาที่แดกเหล้าด้วยเฉยๆ”“เอ้อ! ดีเลย กูกำลังเปรี้ยวปากอยากหาเพื่อนชนแก้วอยู่พอดี” น้าวันหัวเราะร่วนพลางกวักมือเรียกเพื่อน “มาๆ นั่งก่อน เดี๋ยวกูไปทำกับแกล้มในครัวแป๊บ ส่วนมึงไอ้กันต์... ไปอาบน้ำอาบท่าซะ จะได้มาทำการบ้านให้เสร็จ”“ครับน้าวัน...” กันต์รับคำอย่างว่าง่าย แอบส่งสายตาซุกซนให้เสี่ยกรหนึ่งทีก่อนจะเลี่ยงตัวเข้าบ้านไปเวลาผ่านไปจนดึกดื่น บรรยากาศรอบชานเรือนถูกปกคลุมด้วยความเงียบของราตรี มีเพีย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status