เข้าสู่ระบบ“ไปคาสิโนS” ผมเดินลงมาจากชั้นบนด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
หงุดหงิดแบบนี้อยู่บ้านคงได้อาละวาดคน
“ครับนาย”
“นายครับ นายจะขังคุณพีชไว้แบบนั้นจริง ๆ เหรอครับ” บอดี้การ์ดที่ผมมอบหน้าที่ให้ดูแลยัยหัวรั้นเอ่ยถามผม
“เออ!” ผมตอบด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว พูดถึงยัยเด็กนี่ทีไรผมก็หัวเสียทุกที
แม่ง!
ผมเลี้ยงดู ปรนเปรอให้ทุกอย่างที่คนธรรมดาแทบจะต้องดิ้นรนหา ส่วนยัยนี่อยู่เฉยๆก็ได้มา
แต่เธอกลับมีรสนิยมความชอบทางเพศเบี่ยงเบนไปทางผู้หญิง!
ทุก ๆ วันรูปถ่ายของเธอจะถูกส่งเข้าเครื่องผมเป็นประจำ เพราะมันคือคำสั่งของผม แต่เมื่อหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมยุ่งกับงานก็เลยไม่ได้เปิดดู
มาเปิดดูก็เมื่อคืนตอนดึกๆ ทำให้ผมได้เห็นรูปถ่ายยัยนั่น ที่รอบคอมีแต่รอยแดงเป็นจ้ำ ๆ ไปหมด
ใคร? ใครเป็นทำ! นั่นคือสิ่งแรกที่ผมฉุกคิด
จากนั้นผมก็ต่อสายถึงไอ้บอดี้การ์ดที่ไปดูแลยัยนั่นทันที คำตอบที่ผมได้ทำให้ผมหัวร้อนมากกว่าเดิม
ยัยนั่นชอบผู้หญิง!
แล้วผู้หญิงที่ยัยนั่นชอบก็เป็นคนที่ยัยนั่นพยายามถกเถียงกับผม เพื่อให้ผมยินยอมให้ผู้หญิงที่อ้างว่าเพื่อน ได้มาอยู่ด้วยกัน
ตายๆ เกิดมาผมโชกโชนเรื่องผู้หญิงก็จริง แต่เหตุการณ์แบบนี้ผมไม่เคยเจอ
และมันไม่สมควรเกิดขึ้น
ผมก็เลยสั่งคนนำตัวเธอมาที่นี่ทันที โดยที่ไม่รีรออะไรทั้งนั้น
แม่ง!
เสียดายของ...
"ทำไมหน้าเครียดแบบนั้นครับเสี่ย" เสียงของไอ้บอมหนึ่งในเพื่อนสนิทของผมเอ่ยทักเมื่อเห็นผมเดินเข้ามาในห้อง VIP ของคาสิโน ซึ่งห้องนี้จะมีแค่เพื่อนผมเท่านั้นที่มีสิทธิ์
“เบื่อๆ” ผมตอบออกไปแล้วนั่งลงที่โซฟาขนาดใหญ่ ซึ่งทำไว้รองรับการมีเพศสัมพันธ์บริเวณนี้
“ยา ผู้หญิง เอาไรดีหรือเอาทั้งสองอย่างดีวะ” ไอ้บอมเอ่ยถาม ขณะที่มันกำลังผสมสารเสพติดสองสามชนิดรวมกัน
ไม่นานเกินรอมันก็ฉีดสารเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกาย หลังจากที่ยื่นอีกเข็มมาวางตรงหน้าผม ผ่านไปไม่กี่นาทีไอ้บอมมันก็เริ่มเคลิบเคลิ้ม ดวงหน้าเหม่อ เหมือนมันกำลังล่องลอยอยู่ในจินตนาการของมัน
เป็นแบบมันก็ดี จะได้ไม่ต้องคิดอะไร พอคิดได้แบบนั้นผมก็จัดการนำสารนั้นเข้าสู่ร่างกายแบบที่ไอ้บอมมันทำ
ต่อมาภาพในหัวของผมก็มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กน่ารักยืนยิ้มให้ผม จากนั้นผมก็ได้เห็นการเจริญเติบโตของเธอขึ้นเรื่อย ๆ หุ่นเธอมันโคตรน่าฟัด แต่ผมก็ยังไม่เคยได้สัมผัส
ถ้าได้สัมผัสสักครั้งคงจะดี ถ้ามีโอกาสผมจะย่ำยีทุกซอกมุมของร่างกาย เอาให้ฟ้าเหลืองกันไปข้างหนึ่งเลยคอยดู...
“พีชญาเป็นยังไงบ้าง” ผมเอ่ยถามบอดี้การ์ด หลังจากที่ก้าวขาเข้าบ้าน ผมไม่ได้เข้าบ้านมาน่าจะ2วันได้ เพราะมัวแต่เสพสุขให้ร่างกายและผ่อนคลายสมอง
สองวันที่ผมไม่ได้กลับมาบ้าน เพราะไม่อยากทะเลาะกับยัยเด็กนั่น
“ไม่กินข้าวครับ แม่บ้านบอกเธอประท้วง” เสียงของบอดี้การ์ดพูดรายงาน
“หึ! สงสัยอยากกินอย่างอื่น” ผมยกยิ้มมุมปาก จากนั้นก็ย่างก้าวขึ้นห้องด้วยความสุขุมเยือกเย็น
ไอ้ดื้อๆรั้นๆมันต้องกำหลาบ
“ไง! นี่เธอกะจะประท้วงฉันว่างั้น” ผมเข้ามาในห้องของตัวเองแล้วเปิดประตูเชื่อมเข้าไปหาเธอ
ยัยเด็กรั้นนั่งน้ำตานองหน้าอยู่บนเตียงนอน หึ!
“...” เธอเงียบ เธอคงคิดว่าความเงียบจะเป็นทางออก
ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าความเงียบของเธอทำให้อารมณ์ผมเดือด
“ฉันถามเธอนะพีช!” ผมขึ้นเสียง แต่เธอยังนิ่ง
“พีชญา!” ผมจึงต้องตะคอกพร้อมกับตรงเข้ากระชากแขนเธอ
“ใช่ค่ะ พีชประท้วง พีชไม่ใช่นักโทษที่คุณจะมาขังนะคะ พีชเป็นคน!” เธอเปล่งเสียงและมองหน้าผมด้วยสายตาเกลียดชัง
“แต่ชีวิตเธอเป็นของฉันไง กินข้าว!” ผมบอกพร้อมเปรยสายตาไปที่ชามข้าวของเธอ
“พีชไม่กิน! ในเมื่อพีชหนีไม่ได้พีชก็ยอมตาย” เธอทำเสียงแข็ง แล้วผมดันไม่ใช่คนอ่อนโยนกับทุก ๆ เรื่องขนาดนั้น
ผมเดินไปถือชามข้าวมาหาเธอ
“อ้าปาก” ผมสั่งเมื่อนำช้อนมาจ่อที่ปากร้ายๆของเธอ
“ไม่...ถุย!”
เพี้ยะ!
ในขณะที่เธอกำลังจะพูด ผมก็ยัดช้อนที่มีอาหารเข้าปากของเธอ แต่ยังไม่ทันได้อะไรข้าวที่ผมยัดก็ถูกพ่นใส่หน้าของผม
ผมใช้มือปาดเศษอาหารออกจากใบหน้า แล้วฟาดฝ่ามือลงที่แก้มใสๆของเธอทันที
เพราะยัยนี่เป็นคนแรกที่กล้าลองดีแบบนี้ เธอเลยต้องโดนทำโทษ
“ฉันเคยบอกเธอถึงสถานะของเธอแล้วนะพีชญา เธอควรเจียมตัวให้มากกว่านี้ อย่ามาเก่งกับฉัน!” ผมบีบที่แก้มของเธอพร้อมกับมองเธอด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
บอกตามตรงว่าตอนนี้ผมโมโหมาก
“พีชเกลียดคุณ! เกลียดคุณที่สุด คอยดูนะพีชจะฆ่าตัวตาย! กรี๊ด...” เธอพูดเสียงแข็งพร้อมน้ำตาที่นองหน้า จากนั้นเธอก็กรี๊ดออกมาจนสุดเสียง
“ที่ฉันพูดไปมันไม่เข้าสมองหัวของเธอหรือไง หรืออยู่แบบนี้มันดีไปใช่ไหม เธออยากไปอยู่ซ่องใช่ไหม!” ผมผลักเธอล้มนอนลงกับเตียง
เธอคงคิดว่าการตายจะจบปัญหาทุกอย่างได้สินะ
หึ! เธอคิดผิดแล้วพีชญา
“ไปอยู่ซ่องก็คงดีกว่าเห็นหน้าคนแบบคุณ” เธอกำลังท้าทาย และปลุกด้านมืดในตัวผมให้ตื่นขึ้นมาเรื่อย ๆ
“เธอมันชอบรั้น ไหนดูซิ หลังจากที่เป็นเมียฉันแล้วปากเธอยังจะดีอยู่ไหม ถ้ายังปากดีฉันจะได้เอาให้เข็ดหลาบไปเลย” ผมพูดพร้อมกับแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตออก จากนั้นก็ขว้างเสื้อที่อยู่ในกายทิ้ง
“คะ...คุณจะทำอะไร” เสียงแข็ง ๆ ของเธอเริ่มสั่นคลอน
“ทำแบบที่เธอทำกับเพื่อนเธอไง แต่ของฉันเร้าใจกว่าฉันรับรอง” ผมแสยะยิ้มร้าย ส่วนยัยนั่นรีบขยับตัวถอยหลัง
“มะ...ไม่นะ! พีชไม่ชอบ” พีชญาขยับถอยหลังในขณะที่ผมกระโดดขึ้นไปบนเตียง แล้วลากเรียวขาขาว ๆ ของเธอมา
“อยากไปอยู่ซ่อง ก็มาให้เฮียเช็คของก่อนสิ” ผมขบที่ใบหูของยัยหัวรั้นหลังจากที่กระซิบที่ข้างหูของเธอไป
ผู้ชายอย่างผมไม่เคยข่มขืนใคร แต่ยัยนี่จะเป็นคนแรกที่โดน
และคงโดนแบบไร้ความปรานี!
“ก็ดูคำพูดที่เขาพูดสิคะ เพราะคิดได้แต่คำพูดที่ทำร้ายจิตใจคนอื่นแบบนี้ไง นี่แม่พี่นะ พี่พูดแบบนี้ได้ยังไง พี่ไม่คิดว่าท่านก็เสียใจเหรอที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ แล้วเพราะหนูนี่แหละที่ไม่ให้ท่านบอกพี่ เพราะหนูเคยบอกพี่แล้วว่าถ้าหนูเดินออกมาแล้วหนูจะไม่กลับไปหาพี่อีก หนูก็แค่ทำตามพูดไว้ไง” เธอต่อว่าผม ผมทรุดลงกับพื้น เพราะคำพูดของเธอ และรู้สึกเสียใจที่มองแม่ในทางไม่ดี“วายขอโทษนะแม่ ขอโทษ” ผมก้มลงกราบมารดาที่ตอนนี้ยืนร้องไห้ เพราะผมผิดที่ต่อว่า และโกรธท่านจนปล่อยให้ท่านอยู่คนเดียวมาตลอดหลายเดือน“ไม่ลูก แม่ไม่โกรธลูกเลย เพราะแม่ก็ผิดจริง ๆ ถ้าแม่ไม่ทำเรื่องนั้น ป่านนี้ลูกทั้งสองคงมีความสุขไปแล้ว แม่ผิดเองทุกอย่างแม่ผิดเอง” แม่นั่งลงข้างผมแล้วโอบกอดผมไว้“เลิกร้องได้แล้วลูก เดี๋ยวลูกสองคนคุยนะแม่ขอร้อง ในเมื่อยังรักกันก็ปรับความเข้าใจกันซะ อย่าอยู่อย่างทรมานอีกเลย เดี๋ยวแม่จะเข้าไปดูแฝดก่อนนะ คุยกันดี ๆ คุยกันให้เข้าใจ อย่าปล่อยเวลาไปกับความทุกข์อีกเลย” แม่ของผมลุกขึ้นยืนพลางเช็ดน้ำตาแล้วจับมือฟิล์มมาวางที่มือของผม จากนั้นท่านก็เดินจากไป“พี่ผิด พี่รู้ พี่ผิดทุกอย่าง พี่ดีใจนะที่หนูยังไม่ตาย
“มึงไม่คิดจะยกโทษให้แม่มึงจริงเหรอวะ ท่านเป็นแม่มึงนะโว้ย” ไอ้บอมมันทักถามผม“แต่ฟิล์มจะไม่ตายเลย ถ้าแม่กูไม่ทำแบบนั้น กูกับฟิล์มคงรักกันดี แล้วลูกแฝดคงได้คลอดแล้ว” ผมบอกกับเพื่อน และคิดถึงอนาคตในจินตนาการที่มันไม่มีทางจะเกิดขึ้น เพราะผู้หญิงที่ผมรักได้จากไปแล้ว จากไปแบบไม่มีทางหวนกลับ“แต่แม่มึงแก่แล้วนะ มึงไม่ห่วงแม่มึงบ้างเหรอ ที่แม่มึงทำก็เพราะรักมึงทั้งนั้น แม้จะเป็นการรักที่ผิดก็เถอะ แต่ที่ทำไปก็เพราะรักมึง และจะโทษแม่มึงอย่างเดียวก็ไม่ได้ ในเมื่อมึงไล่ฟิล์มอยู่ทุกวัน ฟิล์มไม่เคยคิดจะไป แต่พอมึงบอกว่าจะแต่งงานฟิล์มก็ไปทันที ความผิดมันอยู่ที่มึงเลยนะเรื่องนี้” ไอ้เฟลมมันพูดเสริมทันทีที่ผมถกเถียงวันนี้ผมก็มาขลุกอยู่ที่คลับเหมือนทุกวัน เพราะอยู่บ้านแล้วภาพทุกอย่างของเธอมันหลอกหลอนผม ไอ้ภพกับพีชไม่ได้เข้าคลับมานานมากแล้ว ซึ่งก็ดีเหมือนกัน เพราะผมไม่อยากเจอหน้าพีชเพื่อนของฟิล์ม ผมทำอะไรไม่ถูก เพราะผมฟิล์มถึงตาย ผมละอายใจที่จะเจอพีชส่วนเรื่องงานแต่งที่ผมคิดจะแต่งเพื่อประชดฟิล์ม พอเกิดเรื่องผมก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก ผมยกเลิกทุกอย่าง ส่วนผู้หญิงที่ว่าจะแต่งงานด้วยผมก็ไม่ได้สนใจ เพราะผมไม่
ถ้าจะถามว่าคิดถึงพ่อของลูกไหม ฉันขอบอกเลยว่าคิดถึงมาก คิดถึงที่สุด ฉันพยายามหาอะไรทำหลาย ๆ อย่างเพราะไม่อยากคิดถึงเขาแล้วต้องร้องไห้ ฉันไม่อยากให้ลูกทั้งสองของรู้สึกเศร้า ฉันจึงมักออกไปหาซื้อต้นไม้มาปลูกรอบบ้าน มันช่วยฉันคลายเครียดได้ดีเลยล่ะดังเช่นตอนนี้ที่ฉันออกมาซื้อต้นไม้เพื่อไปปลูก ฉันมากับคนขับรถของคุณภพ ซึ่งคุณภพส่งมาให้ดูแลฉันเช่นเดียวกันกับแม่บ้านนั่นแหละ“วันนี้เอาต้นอะไรดีคะคุณแม่” เจ้าร้านของเอ่ยทักฉัน ฉันมาประจำจนกลายเป็นลูกค้าประจำไปแล้ว“ไม่รู้เลยค่ะ ฟิล์มซื้อจนไม่รู้จะเอาอะไรไปปลูกแล้ว” ฉันยิ้มให้เจ้าของร้านหลังจากพูดจบ“มีต้นกุหลาบมาใหม่นะ สนใจไปชมไหมจ๊ะ” เจ้าของร้านแนะนำ และฉันไม่คิดปฏิเสธอยู่แล้ว เพราะฉันไม่รู้จะซื้ออะไร แต่ที่มาเพราะรู้สึกคิดถึงใครคนนั้น ก็เลยหาเรื่องทำจะได้ไม่ต้องวกไปคิดถึงเขา แม้จะไม่ได้ผลเต็มที่ แต่ก็ย่อมดีกว่าการนั่งร้องไห้“พิเศษเฉพาะคุณแม่ลูกแฝดที่ขยันมาร้านแทบทุกวัน” เจ้าของร้านเอ่ยเมื่อพาฉันมาถึงบริเวณที่เก็บต้นกุหลาบหลายสายพันธุ์ ซึ่งมันสวยมาก สวยจนฉันต้องเอาไปปลูกที่บ้านแน่ ๆ“งื้อ... สวยมากเลยค่ะ” ฉันเอ่ยปากชมเพราะมันสวย สวยมาก ๆ สวยจนไ
“พีชอยากมานะ แต่ฉันไม่ให้มา บอกตามตรงว่าฉันหึง ฉันไม่อยากให้พีชกับเธออยู่ด้วยกัน เธอเข้าใจฉันใช่ไหม” สามีของเพื่อนรักบอกเล่า และฉันก็เข้าใจ เพราะฉันกับพีชเราสองคนเคยทำเรื่องลึกซึ้งด้วยกันมาก่อนจึงไม่แปลกที่คนเป็นสามีจะหึงหวง“ฟิล์มเข้าใจค่ะ แล้วเรื่องที่ปล่อยข่าวออกไป ฟิล์มก็ขอบคุณมากนะคะ แม้ว่าเขาจะไม่ได้สนใจก็ตาม” ฉันเอ่ยขอบคุณจากหัวใจ“ถ้ามันรู้ว่าแม่มันเป็นคนทำทุกอย่าง มันคงเสียใจมาก” คุณภพว่า“เขาไม่มีทางรู้เรื่องนั้นหรอกค่ะ แล้วเขาก็กำลังจะแต่งงาน เขาคงรักผู้หญิงคนนั้นถึงได้ตัดสินใจจัดงานแต่ง ฟิล์มก็เป็นแค่ของขวัญวันเกิดอย่างที่เขาว่านั่นแหละค่ะ ก็แค่ของเล่นเท่านั้น” ฉันยิ้มให้คุณภพหลังจากที่พูดตัดพ้อออกไป“เอาน่า จากนี้ฉันกับพีชจะดูแลเธอเอง แต่เธอกับพีชอาจจะไม่ได้เจอกันบ่อยนักนะ เพราะฉันหวงเมียฉัน เผื่อเกิดบ้าทิ้งฉันมาอยู่กับเธอฉันได้บ้าแน่ ๆ” ท่าทีที่คุณภพแสดงความวิตกกังวลทำให้ฉันนั้นอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ แม้ว่าในใจฉันกำลังเศร้าก็ตาม“เดี๋ยวเธอพักผ่อนนะ ฉันจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ แล้วพอหายฉันจะพาไปอยู่บ้านใหม่ของเธอ” คุณภพว่าและคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวให้ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็เดินออกจากห้
‘อะ นี่ของขวัญวันเกิดปีนี้ กูไม่รู้จะให้อะไรเอาผู้หญิงคนนี้ไปแล้วกัน สดซิงไม่เคยผ่านมือชาย แต่เปื้อนมือเมียกูนิดหน่อย’‘อย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ หนู...’‘ไม่ทันแล้วสาวน้อย ไหนดูซิว่าเธอสดซิงอย่างที่เพื่อนฉันบอกไหม’‘พี่พูดว่าอะไรนะคะ พี่เนี่ยนะรักหนู หนูเป็นแค่...’‘พี่รักหนูจริง ๆ นะ ไม่รู้ว่ารักตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีหนูก็อยู่ในสายตาพี่ตลอดเวลา จากนี้พี่จะจริงจังกับเธอแล้วนะ คบกับพี่นะ’ผมยังจำรอยยิ้มของเธอได้ รอยยิ้มที่บ่งบอกให้รู้ว่าเธอดีใจแค่ไหนที่ผมให้ความชัดเจนกับเธอตั้งแต่นั้นมาผมก็เอาใจใส่ดูแล หึงหวงห่วงแค่เพียงเธอ กระทั่ง...‘แต่งงานกันนะ ช่วยแต่งงานกับพี่ได้ไหม จากนี้พี่จะมีแค่เธอ พี่จะเป็นของเธอแค่คนเดียว’ใช่... ผมขอเธอแต่งงาน ทุกอย่างถูกจัดเตรียม ผมพร้อมที่จะใช้ชีวิตกับผู้หญิงคนนี้ หลังจากที่ผมเคยถูกผู้หญิงคนหนึ่งทรยศมาเมื่อนานมาแล้ว อดีตของผมที่ถูกผู้หญิงรุ่นพี่หลอกลวงมันทำให้ผมไม่เคยคิดจะจริงจังกับผู้หญิงคนไหนอีก จนกระทั่งมาเจอฟิล์ม ผู้หญิงธรรมดาที่เอาหัวใจของผมไปผมคิดว่ายังไงฟิล์มก็ไม่มีทางหักหลังผม กระทั่งรูปและคลิปวีดีโอถูกส่งมาให้ผมที่บ้าน ผู้ชายถูกเซ็นเซอร์หน้า
(‘มาถึงข่าวอุบัติเหตุตามท้องถนนของบ้านเรากันบ้างนะคะ เมื่อค่ำวานนี้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ทำให้หญิงท้องเสียชีวิตหนึ่งรายพร้อมลูกแฝดในท้อง รายชื่อผู้เสียชีวิตนางสาว มินทิรา หทัยทิพย์ ขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตด้วยนะคะ’)เพล้ง !“คุณหนู! แก้วแตก กาแฟหกหมดแล้วค่ะ”“ปะ... ป้าครับ เมื่อกี้ใช่ชื่อ มินทิรา หทัยทิพย์ ใช่ไหม ผมไม่ได้หูฝาดใช่ไหมครับป้า” ผมถามป้าแม่บ้าน เมื่อข่าวในทีวีประกาศชื่อผู้เสียชีวิต“ใช่ค่ะคุณหนู ทำไมชื่อกับนามสกุลถึงเหมือน...”“คุณฟิล์ม ชื่อนามสกุลคุณฟิล์มใช่ไหมคะ” แม่บ้านอีกคนเอ่ยขึ้น ในขณะที่ป้าแม่บ้านกำลังนิ่งค้างไม่ต่างจากผม“ผมคงหูฝาด หรือไม่ก็ผู้ประกาศข่าวรายงานผิด จะชื่อยัยนั่นได้ยังไง ในเมื่อยัยนั่นยังนอนอยู่ห้องแม่บ้าน ใช่ไหมครับป้า ยัยนั่นยังอยู่บ้านเราใช่ไหมครับ” มือของผมมันสั่น ใจของผมมันเต้นไม่เป็นจังหวะ ผมภาวนาให้ป้าแม่บ้านตอบว่าเธอยังอยู่“คุณฟิล์มเก็บของออกจากบ้าน เรียกรถแท็กซี่มารับตอนหัวค่ำค่ะ โธ่... คุณฟิล์มของป้า ไหนจะเจ้าหนูในท้องทั้งสองอีก” คำตอบของป้าแม่บ้านไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากฟังสักนิด“ไม่ใช่หรอกป้า เป็นไปไม่ได้ ผมไม่เชื่อหรอก” ผมแย้งแล้ว
“เห็นเฟลมเล่าว่าน้องพีชเคยเดินไม่ได้แบบชั่วคราว เพราะภพใช้สารกระตุ้นใช่ไหมจ๊ะ” อาจารย์แก้วถามไถ่หลังจากที่ภายในรถมีเพียงเสียงเพลงที่ถูกเปิดขึ้นเบาๆ“ใช่ค่ะ ตอนนั้นคือทรมานมากเลยค่ะ ยังดีนะคะที่กลับมาเดินได้ แต่คุณหมอก็ย้ำหนักมากเลยค่ะว่าห้ามร่างกายได้รับสารประเภทนั้นอีก” ฉันบอกเล่าเพราะเราสนิทกันมา
“อย่าดื้อนะพีช เฮียรู้ทุกเรื่อง จำเอาไว้” เขาสั่งรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ว่าด้วยการเปิดเรียน เพื่อนๆเข้ารับน้อง มีพี่รหัส แต่อิพีชไม่มีอะไรเลย เสี่ยเขารวยเสี่ยเขาเก่ง เพื่อนเขาที่เป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยจัดการให้แล้วคือฉันไม่ได้เรียนที่เดียวกับเพื่อนเก่า เสี่ยเขาจัดแจงโยกย้ายแบบกะทันหันและฉันต้องยอม เ
“ไม่ทำได้ไหมคะ เรื่องแบบนี้หนูไม่ชอบ” ฉันขอร้องผู้ชายตรงหน้า เมื่อเห็นว่าเขาตั้งท่าจะรังแกกันเขามีพฤติกรรมเหมือนโรคจิต ฉันคงผิดเองที่คิดท้าทายเขาใบหน้าที่ไม่เคยโดยอะไรขีดข่วนแม้แต่อย่างเดียว บทจะโดนก็โดนฝ่ามือหนาฟาดลงเต็มแรง“แต่ฉันโคตรจะชอบเรื่องแบบนี้” นี่คือคำตอบที่เขามีให้กับเรื่องที่ฉันขอร้อ
“นี่ห้องของคุณนะคะ ห้องของคุณมีประตูเชื่อมกับห้องของคุณชายหนึ่ง ซึ่งท่านสั่งทำเพื่อคุณ” นี่คือเสียงของป้าแม่บ้านที่ทำงานอยู่ในบ้านหลังใหญ่ของคนขวางโลก“แต่พีชไม่ชอบห้องเชื่อมค่ะ” ฉันทำหน้าเศร้ากว่าเดิม ทั้งที่ความจริงมันเศร้าอยู่แล้ว“เป็นคำสั่งของคุณชายหนึ่ง ไม่มีใครกล้าขัดค่ะ” ป้าแม่บ้านบอกพร้อมก







