เข้าสู่ระบบ“นี่ห้องของคุณนะคะ ห้องของคุณมีประตูเชื่อมกับห้องของคุณชายหนึ่ง ซึ่งท่านสั่งทำเพื่อคุณ” นี่คือเสียงของป้าแม่บ้านที่ทำงานอยู่ในบ้านหลังใหญ่ของคนขวางโลก
“แต่พีชไม่ชอบห้องเชื่อมค่ะ” ฉันทำหน้าเศร้ากว่าเดิม ทั้งที่ความจริงมันเศร้าอยู่แล้ว
“เป็นคำสั่งของคุณชายหนึ่ง ไม่มีใครกล้าขัดค่ะ” ป้าแม่บ้านบอกพร้อมกับทำหน้าเศร้า
“ค่ะ” ฉันพูดแค่นั้นนั่นแหละ พูดมาแบบนี้จะให้ฉันพูดอะไรได้อีก
ฉันกำลังอยู่ในอารมณ์เซ็ง เพราะไอ้เสี่ยขวางโลกมันสั่งคนมาบอกฉันว่าให้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านโดยด่วน
ทั้ง ๆ ที่ฉันเพิ่งอยู่กับฟิล์มได้แค่อาทิตย์เดียว!
แล้วพอฉันขอคุย เขาก็บอกว่าไม่ว่างที่จะมาคุยเรื่องไร้สาระ สั่งให้ทำอะไรก็ทำเถอะ
มันเป็นประโยคที่ฉันจุก และรู้สึกเกลียดผู้ชายคนนี้มาก
แล้วคือฉันขัดอะไรไม่ได้เลย ฉันต้องแยกจากฟิล์มทันที ซึ่งเราเพิ่งมีความสุขกันแค่ไม่กี่วัน
มารความสุขชัดๆ!
“เดี๋ยวป้าขอตัวไปเตรียมอาหารก่อนนะคะ คุณพีชพักผ่อนสักประเดี๋ยวก็ลงไปทานได้เลย” ป้าแกยิ้มเล็กน้อย แล้วเดินออกจากห้องไป
ฉันกำลังตกอยู่ในสภาวะอึน!
ครืด ครืด...
“ว่าไงตัว” ฉันกดรับสายของฟิล์ม ซึ่งเราแยกจากกันเมื่อเช้านี้
(พี่ชายตัวเป็นยังไงบ้าง อาการป่วยของเขาดีขึ้นไหม" ฟิล์มถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“อาการหนักมากเลยตัว คุณหมอบอกให้ดูแลอย่างใกล้ชิด สมองของพี่ชายเค้าไม่ปกติแล้ว เค้าขอโทษตัวด้วยนะ เราเลยอยู่ด้วยน้อยเลย” ฉันปั้นน้ำเป็นตัว อ้างว่าที่ต้องกลับมาอยู่บ้านโดยด่วน เพราะจู่ ๆ พี่ชายก็ล้มป่วย พอตื่นมาก็กลายเป็นโรคประสาท
ฟิล์มเข้าใจว่าฉันอยู่กับพี่ชาย2คน พ่อแม่เสียหมด ซึ่งเธอเข้าใจถูกเป็นบางส่วน และฉันไม่คิดจะอธิบายในส่วนที่เธอเข้าใจผิด
(แบบนี้ก็แย่เลยสิเนอะ แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันอีกเมื่อไหร่ล่ะ เค้าไม่อยากงี่เง่านะ แต่เค้าคิดถึงตัว) ฟิล์มเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เค้าขอโทษนะตัว” ฉันไม่รู้จะพูดคำไหนให้เธอรู้สึกดี เพราะตอนนี้ในหัวฉันมันกลั่นคำพูดออกมาไม่ทัน ฉันจึงเอ่ยได้เพียงคำขอโทษ
(เค้าเข้าใจ ตัวอย่าคิดมาก เค้าก็แค่น้อยใจเฉยๆ ยังไงเค้าก็รักตัวนะ) ฟิล์มพยายามพูดปลอบใจฉัน หรือจริง ๆ เธออาจจะพูดปลอบใจตัวเองด้วยล่ะมั้ง
“งั้นเดี๋ยวแค่นี้ก่อนนะฟิล์ม พอดีพี่ชายเค้าตื่นอะ” ฉันรีบร้อนวางสายฟิล์มทันที เมื่อประตูเชื่อมถูกเปิดออก แล้วร่างหนาสูงใหญ่ย่างก้าวเข้ามาในห้องนี้
เขาเดินตรงมาที่เตียง ซึ่งฉันลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นเขา
“...” ฉันเงียบเพราะตื่นกลัวกับสายตาที่เขาใช้สำรวจร่างกายฉัน เขามองฉันด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจ
“ไง!” คำเอ่ยทักสั้นๆพร้อมขาที่ก้าวเข้ามาเรื่อย ๆ
จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ
“ฉันเป็นพี่ชายเธอตั้งแต่เมื่อไหร่” เสี่ยภพเดินเข้ามาประชิดตัวฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ผลักฉันล้มลงที่นอน และตามมาคร่อมฉันไว้
“...” ความกลัวของฉันเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อสายตาดุดันกำลังมองฉันอย่างไม่กะพริบตา เราใกล้ชิดกันเกินไป
เราไม่เคยใกล้กันขนาดนี้!
“ถามให้พูด” เขาว่าด้วยเสียงเย็นเฉียบพร้อมสายตาที่จับจ้องดวงหน้าฉัน
“อะ... อะไรคะ” จู่ ๆ ฉันก็โง่ขึ้นมาทันที
“ฉันไปเป็นพี่ชายเธอตอนไหน” เขาเน้นทุกคำที่พูด พร้อมหน้าตาที่เพิ่มเลเวลความน่ากลัว
“กะ...ก็ เฮียจะให้หนูบอกเพื่อนว่ายังไงล่ะคะ” ตอนนี้เสียงฉันมันติด ๆ ขัด ๆ ไม่ตอบก็กลัวเขาจะฆ่าแกงกัน
“หึ! แล้วไอ้คอเธอเนี่ย! ใครสั่งให้ทำ!” ไอ้เสี่ยขวางโลกมันใช้มือจับใบหน้าฉันแล้วพลิกไปพลิกมา พร้อมใช้สายตาขยะแขยงมองตรงต้นคอ
ต้นคอที่มีรอยห้อเลือดจากการขบเม้มของฟิล์ม ซึ่งมันมีรอยเต็มไปหมด
ฉันเกลียดสายตาแบบนี้! เขามองเหมือนรังเกียจเดียดฉันท์
“ทำไมจะทำไม่ได้คะ พีชไม่ใช่นักโทษของคุณนะ พีชจะทำอะไรก็ได้ เพราะนี่มันร่างกายพีช แล้วอย่ามาใช้สายตาแบบนี้มองพีชนะ พีชไม่ใช่ตัวประหลาด!” ฉันตะโกนใส่หน้าเขาด้วยน้ำเสียงที่ดังระดับหนึ่ง
เขาจ้องฉันเขม็ง
“เดี๋ยวเธอจะได้เป็นยิ่งกว่านักโทษ” เขายิ้มเหี้ยมหลังจากที่พูดจบ
“คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกับพีชแบบนี้!” ฉันยังคงโต้เถียงเพื่อเรียกร้องสิทธิมนุษย์
ความกลัวที่มีก่อนหน้ามันหายไปหมดสิ้น เมื่อได้รับรู้ว่าอิสรภาพที่เหลือเพียงน้อยนิดของฉันกำลังจะหดหาย
“ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่างบนตัวเธอพีชญา ชีวิตเธอมันเป็นของฉันตั้งแต่พ่อแม่เธอเล่นพนันเสีย! แล้วเอาเธอมาขายให้ฉันตั้งแต่เธออายุ12 ปีแล้ว! ทุกอย่างก็แค่รอเวลาให้เธอเติบโต แต่น่าเสียดายที่พ่อแม่เธอโดนสั่งเก็บจากเจ้าหนี้คนอื่นซะก่อน... ฉันถึงต้องไปรับตัวเธอยังไงล่ะ ฉันให้เธอเรียนดีมีทุกอย่างเลี้ยงดูอย่างดี ฉันใจดีแค่ไหนที่ให้เธอทุกอย่าง เธอควรสำนึกบุญคุณฉันไว้ ที่ฉันไม่เอาเธอไปขายซ่องเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ฉัน! จดจำใส่สมองของเธอไว้ว่าชีวิตเธอมันเป็นของฉัน!”
คำพูดของเขาเหมือนไม้หน้าสามฟาดลงใบหน้าและลำตัวของฉัน
มันชาไปหมดทั้งร่าง ฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน
สิ่งที่รับรู้และสงสัยมาตลอดคือ บางวันพ่อแม่ก็เอาเงินมาจากไหนมากมายนักก็ไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่พวกท่านไม่ได้ทำงานประจำ ไม่ได้ร่ำรวยเหมือนใครอื่นเขา ฉันเคยถามแต่ก็ไม่ได้คำตอบ
และบางครั้งพวกท่านก็หัวเสียกันทั้งวัน
สรุปแล้วพ่อแม่ฉันติดอบายมุขสินะ
“หึ! เธอห้ามออกไปไหนเด็ดขาด อาหารฉันจะให้แม่บ้านเอามาให้ โทรศัพท์ห้ามใช้เพราะฉันไม่ชอบให้เธอติดต่อใคร โดยเฉพาะยัยเพื่อนคนนั้นของเธอ” เขาออกคำสั่งพร้อมกับหยิบมือถือฉันไป ในขณะที่ฉันกำลังอึ้งกับเรื่องที่ได้ฟังจนตั้งรับอะไรไม่ทัน
รับรู้แค่ว่า ฉันกำลังจะโดนกักขัง
“คนใจร้าย” ฉันพูดตามหลังเขาระหว่างที่เขากำลังจะเดินไปที่ประตูทางเชื่อม
“ฉันใจดีกับเธอมามากพอแล้ว จากนี้ถ้าเธอขัดคำสั่งฉัน เธอจะได้รู้จักคำว่า...นรก” เขาหันมาชี้หน้าฉันแล้วหันกลับไปเปิดประตูเดินผ่านประตูนั้นไป
ชื่อเสียงเขาใช่ว่าฉันจะไม่รู้ว่าเลื่องลือเรื่องเลวทรามมากแค่ไหน
ฉันต้องยอมรับชะตากรรมใช่ไหม หรือฉันควรทำยังไง
“ก็ดูคำพูดที่เขาพูดสิคะ เพราะคิดได้แต่คำพูดที่ทำร้ายจิตใจคนอื่นแบบนี้ไง นี่แม่พี่นะ พี่พูดแบบนี้ได้ยังไง พี่ไม่คิดว่าท่านก็เสียใจเหรอที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ แล้วเพราะหนูนี่แหละที่ไม่ให้ท่านบอกพี่ เพราะหนูเคยบอกพี่แล้วว่าถ้าหนูเดินออกมาแล้วหนูจะไม่กลับไปหาพี่อีก หนูก็แค่ทำตามพูดไว้ไง” เธอต่อว่าผม ผมทรุดลงกับพื้น เพราะคำพูดของเธอ และรู้สึกเสียใจที่มองแม่ในทางไม่ดี“วายขอโทษนะแม่ ขอโทษ” ผมก้มลงกราบมารดาที่ตอนนี้ยืนร้องไห้ เพราะผมผิดที่ต่อว่า และโกรธท่านจนปล่อยให้ท่านอยู่คนเดียวมาตลอดหลายเดือน“ไม่ลูก แม่ไม่โกรธลูกเลย เพราะแม่ก็ผิดจริง ๆ ถ้าแม่ไม่ทำเรื่องนั้น ป่านนี้ลูกทั้งสองคงมีความสุขไปแล้ว แม่ผิดเองทุกอย่างแม่ผิดเอง” แม่นั่งลงข้างผมแล้วโอบกอดผมไว้“เลิกร้องได้แล้วลูก เดี๋ยวลูกสองคนคุยนะแม่ขอร้อง ในเมื่อยังรักกันก็ปรับความเข้าใจกันซะ อย่าอยู่อย่างทรมานอีกเลย เดี๋ยวแม่จะเข้าไปดูแฝดก่อนนะ คุยกันดี ๆ คุยกันให้เข้าใจ อย่าปล่อยเวลาไปกับความทุกข์อีกเลย” แม่ของผมลุกขึ้นยืนพลางเช็ดน้ำตาแล้วจับมือฟิล์มมาวางที่มือของผม จากนั้นท่านก็เดินจากไป“พี่ผิด พี่รู้ พี่ผิดทุกอย่าง พี่ดีใจนะที่หนูยังไม่ตาย
“มึงไม่คิดจะยกโทษให้แม่มึงจริงเหรอวะ ท่านเป็นแม่มึงนะโว้ย” ไอ้บอมมันทักถามผม“แต่ฟิล์มจะไม่ตายเลย ถ้าแม่กูไม่ทำแบบนั้น กูกับฟิล์มคงรักกันดี แล้วลูกแฝดคงได้คลอดแล้ว” ผมบอกกับเพื่อน และคิดถึงอนาคตในจินตนาการที่มันไม่มีทางจะเกิดขึ้น เพราะผู้หญิงที่ผมรักได้จากไปแล้ว จากไปแบบไม่มีทางหวนกลับ“แต่แม่มึงแก่แล้วนะ มึงไม่ห่วงแม่มึงบ้างเหรอ ที่แม่มึงทำก็เพราะรักมึงทั้งนั้น แม้จะเป็นการรักที่ผิดก็เถอะ แต่ที่ทำไปก็เพราะรักมึง และจะโทษแม่มึงอย่างเดียวก็ไม่ได้ ในเมื่อมึงไล่ฟิล์มอยู่ทุกวัน ฟิล์มไม่เคยคิดจะไป แต่พอมึงบอกว่าจะแต่งงานฟิล์มก็ไปทันที ความผิดมันอยู่ที่มึงเลยนะเรื่องนี้” ไอ้เฟลมมันพูดเสริมทันทีที่ผมถกเถียงวันนี้ผมก็มาขลุกอยู่ที่คลับเหมือนทุกวัน เพราะอยู่บ้านแล้วภาพทุกอย่างของเธอมันหลอกหลอนผม ไอ้ภพกับพีชไม่ได้เข้าคลับมานานมากแล้ว ซึ่งก็ดีเหมือนกัน เพราะผมไม่อยากเจอหน้าพีชเพื่อนของฟิล์ม ผมทำอะไรไม่ถูก เพราะผมฟิล์มถึงตาย ผมละอายใจที่จะเจอพีชส่วนเรื่องงานแต่งที่ผมคิดจะแต่งเพื่อประชดฟิล์ม พอเกิดเรื่องผมก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก ผมยกเลิกทุกอย่าง ส่วนผู้หญิงที่ว่าจะแต่งงานด้วยผมก็ไม่ได้สนใจ เพราะผมไม่
ถ้าจะถามว่าคิดถึงพ่อของลูกไหม ฉันขอบอกเลยว่าคิดถึงมาก คิดถึงที่สุด ฉันพยายามหาอะไรทำหลาย ๆ อย่างเพราะไม่อยากคิดถึงเขาแล้วต้องร้องไห้ ฉันไม่อยากให้ลูกทั้งสองของรู้สึกเศร้า ฉันจึงมักออกไปหาซื้อต้นไม้มาปลูกรอบบ้าน มันช่วยฉันคลายเครียดได้ดีเลยล่ะดังเช่นตอนนี้ที่ฉันออกมาซื้อต้นไม้เพื่อไปปลูก ฉันมากับคนขับรถของคุณภพ ซึ่งคุณภพส่งมาให้ดูแลฉันเช่นเดียวกันกับแม่บ้านนั่นแหละ“วันนี้เอาต้นอะไรดีคะคุณแม่” เจ้าร้านของเอ่ยทักฉัน ฉันมาประจำจนกลายเป็นลูกค้าประจำไปแล้ว“ไม่รู้เลยค่ะ ฟิล์มซื้อจนไม่รู้จะเอาอะไรไปปลูกแล้ว” ฉันยิ้มให้เจ้าของร้านหลังจากพูดจบ“มีต้นกุหลาบมาใหม่นะ สนใจไปชมไหมจ๊ะ” เจ้าของร้านแนะนำ และฉันไม่คิดปฏิเสธอยู่แล้ว เพราะฉันไม่รู้จะซื้ออะไร แต่ที่มาเพราะรู้สึกคิดถึงใครคนนั้น ก็เลยหาเรื่องทำจะได้ไม่ต้องวกไปคิดถึงเขา แม้จะไม่ได้ผลเต็มที่ แต่ก็ย่อมดีกว่าการนั่งร้องไห้“พิเศษเฉพาะคุณแม่ลูกแฝดที่ขยันมาร้านแทบทุกวัน” เจ้าของร้านเอ่ยเมื่อพาฉันมาถึงบริเวณที่เก็บต้นกุหลาบหลายสายพันธุ์ ซึ่งมันสวยมาก สวยจนฉันต้องเอาไปปลูกที่บ้านแน่ ๆ“งื้อ... สวยมากเลยค่ะ” ฉันเอ่ยปากชมเพราะมันสวย สวยมาก ๆ สวยจนไ
“พีชอยากมานะ แต่ฉันไม่ให้มา บอกตามตรงว่าฉันหึง ฉันไม่อยากให้พีชกับเธออยู่ด้วยกัน เธอเข้าใจฉันใช่ไหม” สามีของเพื่อนรักบอกเล่า และฉันก็เข้าใจ เพราะฉันกับพีชเราสองคนเคยทำเรื่องลึกซึ้งด้วยกันมาก่อนจึงไม่แปลกที่คนเป็นสามีจะหึงหวง“ฟิล์มเข้าใจค่ะ แล้วเรื่องที่ปล่อยข่าวออกไป ฟิล์มก็ขอบคุณมากนะคะ แม้ว่าเขาจะไม่ได้สนใจก็ตาม” ฉันเอ่ยขอบคุณจากหัวใจ“ถ้ามันรู้ว่าแม่มันเป็นคนทำทุกอย่าง มันคงเสียใจมาก” คุณภพว่า“เขาไม่มีทางรู้เรื่องนั้นหรอกค่ะ แล้วเขาก็กำลังจะแต่งงาน เขาคงรักผู้หญิงคนนั้นถึงได้ตัดสินใจจัดงานแต่ง ฟิล์มก็เป็นแค่ของขวัญวันเกิดอย่างที่เขาว่านั่นแหละค่ะ ก็แค่ของเล่นเท่านั้น” ฉันยิ้มให้คุณภพหลังจากที่พูดตัดพ้อออกไป“เอาน่า จากนี้ฉันกับพีชจะดูแลเธอเอง แต่เธอกับพีชอาจจะไม่ได้เจอกันบ่อยนักนะ เพราะฉันหวงเมียฉัน เผื่อเกิดบ้าทิ้งฉันมาอยู่กับเธอฉันได้บ้าแน่ ๆ” ท่าทีที่คุณภพแสดงความวิตกกังวลทำให้ฉันนั้นอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ แม้ว่าในใจฉันกำลังเศร้าก็ตาม“เดี๋ยวเธอพักผ่อนนะ ฉันจะมาเยี่ยมบ่อย ๆ แล้วพอหายฉันจะพาไปอยู่บ้านใหม่ของเธอ” คุณภพว่าและคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวให้ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็เดินออกจากห้
‘อะ นี่ของขวัญวันเกิดปีนี้ กูไม่รู้จะให้อะไรเอาผู้หญิงคนนี้ไปแล้วกัน สดซิงไม่เคยผ่านมือชาย แต่เปื้อนมือเมียกูนิดหน่อย’‘อย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ หนู...’‘ไม่ทันแล้วสาวน้อย ไหนดูซิว่าเธอสดซิงอย่างที่เพื่อนฉันบอกไหม’‘พี่พูดว่าอะไรนะคะ พี่เนี่ยนะรักหนู หนูเป็นแค่...’‘พี่รักหนูจริง ๆ นะ ไม่รู้ว่ารักตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีหนูก็อยู่ในสายตาพี่ตลอดเวลา จากนี้พี่จะจริงจังกับเธอแล้วนะ คบกับพี่นะ’ผมยังจำรอยยิ้มของเธอได้ รอยยิ้มที่บ่งบอกให้รู้ว่าเธอดีใจแค่ไหนที่ผมให้ความชัดเจนกับเธอตั้งแต่นั้นมาผมก็เอาใจใส่ดูแล หึงหวงห่วงแค่เพียงเธอ กระทั่ง...‘แต่งงานกันนะ ช่วยแต่งงานกับพี่ได้ไหม จากนี้พี่จะมีแค่เธอ พี่จะเป็นของเธอแค่คนเดียว’ใช่... ผมขอเธอแต่งงาน ทุกอย่างถูกจัดเตรียม ผมพร้อมที่จะใช้ชีวิตกับผู้หญิงคนนี้ หลังจากที่ผมเคยถูกผู้หญิงคนหนึ่งทรยศมาเมื่อนานมาแล้ว อดีตของผมที่ถูกผู้หญิงรุ่นพี่หลอกลวงมันทำให้ผมไม่เคยคิดจะจริงจังกับผู้หญิงคนไหนอีก จนกระทั่งมาเจอฟิล์ม ผู้หญิงธรรมดาที่เอาหัวใจของผมไปผมคิดว่ายังไงฟิล์มก็ไม่มีทางหักหลังผม กระทั่งรูปและคลิปวีดีโอถูกส่งมาให้ผมที่บ้าน ผู้ชายถูกเซ็นเซอร์หน้า
(‘มาถึงข่าวอุบัติเหตุตามท้องถนนของบ้านเรากันบ้างนะคะ เมื่อค่ำวานนี้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ทำให้หญิงท้องเสียชีวิตหนึ่งรายพร้อมลูกแฝดในท้อง รายชื่อผู้เสียชีวิตนางสาว มินทิรา หทัยทิพย์ ขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตด้วยนะคะ’)เพล้ง !“คุณหนู! แก้วแตก กาแฟหกหมดแล้วค่ะ”“ปะ... ป้าครับ เมื่อกี้ใช่ชื่อ มินทิรา หทัยทิพย์ ใช่ไหม ผมไม่ได้หูฝาดใช่ไหมครับป้า” ผมถามป้าแม่บ้าน เมื่อข่าวในทีวีประกาศชื่อผู้เสียชีวิต“ใช่ค่ะคุณหนู ทำไมชื่อกับนามสกุลถึงเหมือน...”“คุณฟิล์ม ชื่อนามสกุลคุณฟิล์มใช่ไหมคะ” แม่บ้านอีกคนเอ่ยขึ้น ในขณะที่ป้าแม่บ้านกำลังนิ่งค้างไม่ต่างจากผม“ผมคงหูฝาด หรือไม่ก็ผู้ประกาศข่าวรายงานผิด จะชื่อยัยนั่นได้ยังไง ในเมื่อยัยนั่นยังนอนอยู่ห้องแม่บ้าน ใช่ไหมครับป้า ยัยนั่นยังอยู่บ้านเราใช่ไหมครับ” มือของผมมันสั่น ใจของผมมันเต้นไม่เป็นจังหวะ ผมภาวนาให้ป้าแม่บ้านตอบว่าเธอยังอยู่“คุณฟิล์มเก็บของออกจากบ้าน เรียกรถแท็กซี่มารับตอนหัวค่ำค่ะ โธ่... คุณฟิล์มของป้า ไหนจะเจ้าหนูในท้องทั้งสองอีก” คำตอบของป้าแม่บ้านไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากฟังสักนิด“ไม่ใช่หรอกป้า เป็นไปไม่ได้ ผมไม่เชื่อหรอก” ผมแย้งแล้ว
ตั้งแต่ที่ช่วยฟิล์มไว้วันนั้น ตอนนี้ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว เรื่องของฟิล์มไอ้เฮียสุดที่รักของฉันเป็นธุระจัดการให้ทุกอย่าง ซึ่งพอถามหารายละเอียดไอ้เฮียก็จะบอกว่าฟิล์มสบายดี พอถามถึงพี่วาย ไอ้เฮียก็จะเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากให้ฉันโวยวาย เขามักย้ำฉันเสมอว่ามันไม่ใช่เรื่องของเรา ช่วยได้เท่าที่ช่วย อย่าเ
ผ่านไปสองเดือนกว่า ๆ น่าจะได้มั้ง ตั้งแต่วันที่พี่บอมเอ่ยปากไล่ผู้หญิงตัวเล็กน่ารักคนนั้นไป หลังจากวันนั้นฉันก็รู้สึกว่าพี่บอมมีท่าทางแปลก ๆ และมักบอกว่าตัวเองป่วย ต้องไปหาหมอ และเขาก็ไปหาหมอจริง ๆ หอบยามาเพียบแต่ไอ้อาการที่เป็นอยู่ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย ฉันก็สงสัยนะ แต่ไม่อยากถาม กระทั่งวันนี้ที่พี่บอ
“อ้าว ไหนว่ากลับแล้วล่ะครับไอ้เฮีย” พี่บอมถามด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยเมื่อฉันเดินกลับเข้ามานั่งที่เดิม“ยุ่งอีกละ เงียบปากแล้วแดก ๆ ไปเลย” ไอ้เฮียพูดด้วยเสียงฉุนเฉียว และนั่งโอบกอดฉันไว้“เงียบเลยค่ะเฮีย อย่าโวยวาย” ฉันหันไปกระซิบแล้วจากนั้นก็ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม“อย่ากินเยอะสิคนดี เดี๋ยวเมา” เพิ่งจะเริ
“งั้นพีชขอไปหาเขาได้ไหม พีชอึดอัดกับความรู้สึกตอนนี้ พีช…” ฉันเงียบและพยายามกลั้นเสียงสะอื้น พยายามจะไม่ร้องไห้ เพราะกลัวว่าพี่จิวเธอจะฟังคำขอของฉันไม่รู้เรื่อง“พีชไม่รู้ว่าตอนนี้เฮียเขายังต้องการพีชไหม พีชอยากคุยกับเฮียให้รู้เรื่อง” ฉันมองหน้าพี่จิวและคุณไลลาด้วยสีหน้าที่จริงจังฉันมีคำถาม และต้อ







