Share

– บทที่ 6 –

Author: LycDin
last update Huling Na-update: 2025-11-28 14:32:59

– บทที่ 6 –

“ท่านจำมิได้จริง ๆ หรือ” นางหันไปมองหน้าเขาแล้วยกยิ้ม

ขึ้นน้อย ๆ มาดูกันว่านางจะทำให้เขายอมรับได้หรือไม่ว่าเขาเป็นคนที่ขึ้นไปบนรถม้าของนางในวันนั้น

“ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าคุณหนูหมายถึงเรื่องอันใด” เขายังคงปฏิเสธ เขาไม่มีทางยอมรับอย่างเด็ดขาด

“อ๋อ ที่แท้ก็เป็นข้าที่เข้าใจผิด” รอดูฝีมือของนางเถิดว่าจะทำให้เขาเปิดปากยอมรับได้อย่างไร

“ใช่แล้ว เป็นคุณหนูที่เข้าใจผิดไปเอง” เห็นนางวางมือเขาก็วางใจไปหลายส่วน สตรีผู้นี้เขาเห็นฝีมือมาแล้วว่าปากของนางสามารถทำอันใดได้บ้าง

“มิใช่ท่านก็ดี ข้าจะได้บอกเรื่องนี้กับท่านพี่หนิงเฉิง เจ้าโจรชั่วผู้นั้นไม่รู้จักบุญคุณก็แล้วไป ยังจะมาทำร้ายร่างกายของข้าอีก ข้ารักษารอยช้ำอยู่หลายวัน เห็นทีคงต้องขอให้ท่านพี่หนิงเฉิงจับโจรชั่วผู้นั้นมาให้ข้าลงโทษด้วยตนเอง” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ยกยิ้มร้ายกาจส่งไปให้คนที่นั่งอยู่อีกฝั่ง

คิดจะปฏิเสธหรือ ดูว่าเขาจะมีความสามารถเพียงใด

มือหนาที่กำลังยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบถึงกับชะงักเมื่อได้ยินประโยคที่นางเอ่ยออกมา หากนางเอ่ยเรื่องนี้ออกไป ทุกคนต้องรู้อย่างแน่นอนว่าเป็นฝีมือของเขา เพราะวันนั้นทุกคนล้วนรู้ดีว่าเขาออกไปปฏิบัติภารกิจให้องค์รัชทายาท

“หรือจะบอกว่าคนผู้นั้นลวนลามข้าดี” หญิงสาวแสดงท่าทีที่ครุ่นคิดออกมา “เอาเช่นนี้ดีกว่า ท่านพี่หนิงเฉิงคงต้องรีบนำตัวคนผู้นั้นมาให้ข้า”

ประโยคถัดมาของนางยิ่งทำให้เขาแทบอยากจะยกมือขึ้นมากุมขมับ นางร้ายกาจถึงเพียงนี้เลยหรือ

“เอาสิ หากเจ้ามิกลัวเสื่อมเสียชื่อเสียง” เขาไม่เชื่อหรอก

ว่านางจะถึงขั้นกล้าทำร้ายชื่อเสียงของตนเอง หากบอกออกไปแบบนั้นจะยังกล้ามีคนมาสู่ขออีกหรือ

“ฮ่า ๆ ชื่อเสียงของข้าจำเป็นต้องรักษาอีกหรือ คนทั้งเมืองหลวงรู้ดีว่าข้าเป็นคนเช่นไร” ชื่อเสียงในเมืองหลวงนี้นางไม่จำเป็นต้องสนใจแล้ว สตรีร้ายกาจเช่นนางจำเป็นต้องมีชื่อเสียง

ที่ดีด้วยหรือ “และที่สำคัญ ข้าก็แค่ต้องแต่งงานกับบุรุษผู้นั้น ไม่เห็นมีอันใดยากเย็น”

เซียวหนิงเฉิงที่กลับมาจากทำธุระ ได้ยินเสียงหัวเราะของน้องสาวจึงได้เอ่ยถาม “คุยอันใดกันหรือ หัวเราะเสียงดังเชียว”

“คุณชายผู้นี้เล่าเรื่องตลกให้ข้าฟังนิดหน่อย” นางยังไม่รู้เลยว่าเขามีนามว่าอันใด และนางก็ไม่คิดที่จะเป็นฝ่ายถามก่อนด้วย

“อ้อ ข้าลืมแนะนำไป นี่แม่ทัพไป่ ไป่ซีฮัน บุตรชายคนโตของแม่ทัพใหญ่ไป่” เขาแนะนำสหายให้นางรู้จัก ก่อนจะหันไปเอ่ยกับคนที่นั่งหน้านิ่งอยู่ข้าง ๆ “เจ้าคงรู้จักนางแล้ว ข้าไม่แนะนำ”

ซีฮันได้แต่พยักหน้า ต่างจากอีกคนที่หันไปยกยิ้มที่แฝงความร้ายกาจส่งไปให้เขา “ยินดีที่ได้รู้จัก คุณชายใหญ่ไป่”

“รู้จักกันไว้ก็ดีกว่า วันหน้าอาจต้องพึ่งพากัน” เรื่องในวันหน้าไม่แน่นอน และเขาในฐานะองค์รัชทายาท หลาย ๆ เรื่องอาจไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือนางได้ คงต้องหวังพึ่งคนผู้นี้แล้ว

“ได้พึ่งพาอย่างแน่นอน” นางยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ นางต้องได้พึ่งพาเขาอย่างแน่นอน เพราะเขาต้องตอบแทนบุญคุณนาง

ซีฮันปรายตามองสตรีเพียงคนเดียวครู่หนึ่ง ก่อนจะไม่สนใจอีก เขาหันไปมองดูองครักษ์ที่ยืนอยู่ เขาต้องเลือกคนที่ฝีมือดีไปให้นางสักสองสามคนตามที่องค์รัชทายาทร้องขอ

“ท่านพี่หนิงเฉิง ท่านจำวันที่ข้าเข้าวังไปพบท่านน้าได้หรือไม่” ถึงเวลาที่นางจะต้องทวงบุญคุณจากเขาเสียที

ชายหนุ่มที่ได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองที่นางทันที เพราะไม่คิดว่านางจะกล้าเอ่ยเรื่องนี้ออกมา เขาประเมินนางต่ำไปจริง ๆ

“จำได้สิ เหตุใดจะจำไม่ได้” เขาหันไปมองน้องสาวอย่างแปลกใจ เรื่องนี้เพิ่งผ่านไปไม่กี่วัน เหตุใดเขาจะจำไม่ได้ นี่นางว่าเขาแก่จนเลอะเลือนไปแล้วหรือ

“ระหว่างทางพบทหารมากมาย...” ยังไม่ทันที่นางจะเอ่ยจบ เสียงไอของคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งก็ดึงขึ้นขัดจังหวะ นางยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะชะโงกหน้าไปมองและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยียวน

“คุณชายไป่เป็นอันใดหรือ”

ชายหนุ่มส่งสายตาดุดันไปให้อีกฝ่าย เพื่อให้นางหยุดพูดเรื่องนี้ ก่อนจะเอ่ย “ข้าเปล่า”

“อ้อ” นางหยิบถ้วยชาขึ้นมาดื่มเพื่อปกปิดรอยยิ้มของตนเอง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยในที่สุด “ท่านเลือกองครักษ์ให้ข้าได้หรือยัง”

“ใช่ ข้าเห็นเจ้ามาตั้งนานแล้ว ยังไม่ได้เลือกคนให้นางอีกหรือ” เขาหันไปถามสหายด้วยสายตาฉงน ทุกคนที่นี่ซีฮันล้วนรู้จักฝีมือดี แต่เหตุใดยังไม่เลือกมาอีกเล่า

“ได้แล้ว” เขาหันไปเรียกทหารที่ไว้ใจได้สี่คนเพื่อให้ติดตามคอยดูแลนาง

“ดี” เขาเอ่ยขึ้นอย่างพอใจ ก่อนจะหันไปเอ่ยกับลี่ฮวาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “เจ้าวางใจได้ คนพวกนี้จะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” รอยยิ้มดีใจถูกส่งไปให้ผู้ที่เปรียบเสมือนพี่ชาย หากไม่มีสองแม่ลูกนี่ ก็ไม่รู้ว่าชีวิตของนางจะลำบากมากกว่านี้เพียงใด “เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน ออกมาจากจวนนานแล้ว”

หญิงสาวทำทีท่าว่าจะลุกขึ้น ก็รู้สึกว่าตัวเองหน้ามืดราวกับจะเป็นลม หนิงเฉิงที่เห็นน้องสาวเป็นเช่นนั้นก็รีบเข้าไปประคองด้วยความเป็นห่วง

“ฮวาเอ๋อร์ เป็นอันใดไป” น้ำเสียงเป็นห่วงถูกเปล่งออกมาจากผู้สูงศักดิ์ เขาประคองให้นางนั่งลงเช่นเดิม

“คุณหนู เป็นอันใดไปเจ้าคะ” มี่มี่เอ่ยถามเจ้านายด้วยความเป็นห่วง นางไม่รู้ว่าคุณหนูเป็นอันใด แต่ช่วงนี้คุณหนูดูอ่อนเพลียบ่อย ๆ

“ข้ามิเป็นไร อาจเพราะที่นี่ร้อนเกินไป” หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ร่างกายนี้ช่างอ่อนแอเสียจริง อะไรนิด ๆ หน่อย ๆ ก็จะเป็นลมเสียแล้ว

“เมื่อครู่ยังดี ๆ อยู่เลย เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ เรียกหมอมาตรวจดีหรือไม่” เมื่อครู่นางยังหาเรื่องขู่เข็ญหาผลประโยชน์

จากเขาอยู่เลย นางก็มิได้มีทีท่าว่าจะเป็นอันใด เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้

“ข้ามิเป็นอันใดจริง ๆ เพียงแค่หน้ามืดเท่านั้น” หญิงสาวยังคงเอ่ยออกมาอย่างไม่ยอม ด้วยคิดว่าตนเองพักผ่อนไม่เพียงพอเลยเป็นเช่นนี้

“เรียกหมอมาตรวจหน่อยก็ดี เพื่อความสบายใจ” เขาหันไปสั่งลูกน้องให้ไปเรียกหมอหลวงมาตรวจร่างกายให้นาง ไม่ได้สนใจคำค้านของนางแม้แต่น้อย ต้องมีอะไรที่ผิดปกติอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นมิเป็นลมง่าย ๆ เช่นนี้

ตอนเด็ก ๆ เขาวิ่งเล่นกลางแดดกับนางยังไม่เป็นอันใด

นี่เพียงมานั่งอยู่เฉย ๆ ก็หน้ามืด มันจะปกติได้อย่างไร

“เจ้าค่ะ”

รอได้ไม่นานหมอหลวงที่องค์รัชทายาทให้คนไปพามาก็มาถึง เขาเร่งตรวจร่างกายให้คุณหนูผู้นี้ เพราะดูแล้วเหมือนนางจะเป็นคนสำคัญขององค์รัชทายาท

ตรวจไปได้ไม่นานเขาก็พบว่าร่างกายของนางผิดปกติ เขาตรวจชีพจรซ้ำและยังนานกว่าปกติ จึงทำให้คนที่ยืนดูอยู่ถึงกับต้องเปิดปากถาม

“มีสิ่งใดผิดปกติหรือ” หนิงเฉิงที่เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของหมอหลวงก็เอ่ยถามด้วยความร้อนใจ

“เอ่อ... คุณหนูผู้นี้มีพิษอยู่ในร่างกายพ่ะย่ะค่ะ มันเบาบางมาก เหมือนจะได้รับในปริมาณที่น้อย แต่จะทำให้ร่างกายค่อย ๆ อ่อนแอลง” เขาหันไปมองหน้าผู้สูงศักดิ์ ก่อนจะเอ่ยต่อ “พิษนี้ ตรวจสอบอยาก หากเมื่อครู่กระหม่อมไม่ตรวจดูให้ละเอียดก็จะไม่รู้ว่าถูกพิษ ชีพจรก็จะเหมือนไม่สบายทั่วไป”

“ถูกพิษ?” หญิงสาวถามออกมาอย่างเหม่อลอย นางว่านางระวังตัวดีแล้วนะ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้ พวกนั้นทำอย่างไรจึงส่งยาพิษมาที่เรือนของนางได้

“โธ่...คุณหนู” มี่มี่ปล่อยโฮออกมาเพราะสงสารผู้เป็นนาย คนพวกนั้นใจร้ายเกินไปแล้ว ถึงขั้นกล้าลงมือกับคุณหนูของนางโหดร้ายเช่นนี้

“ผู้ใดมันกล้าทำเรื่องเช่นนี้!!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดถูกเปล่งออกมา กล้ายิ่งนักที่กล้าทำเช่นนี้กับนาง คนตระกูลหงไม่รักชีวิตแล้วหรืออย่างไร

“เรื่องนี้ยากนักที่จะหาตัวคนร้าย ขนาดข้าระวังตัวแล้วยังถูกพิษได้” น้ำเสียงเรียบเรื่อยถูกเปล่งออกมาก่อนจะหันไปถามหมอที่มาทำการตรวจร่างกายนาง “ท่านหมอ มีวิธีรักษาหรือไม่”

“มีขอรับ ดื่มยาสองสามเทียบก็ขับพิษออกหมดแล้ว”

พิษนี้เป็นพิษที่ไม่ร้ายแรง แต่หากได้รับเข้าไปในร่างกายเป็นเวลานานก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอและเสียชีวิตได้

“เช่นนั้นท่านก็จัดการให้นางเถิด” ตอนนี้ในหัวของเขาคิดอะไรไม่ออก ในหัวของเขามีแต่คำว่าเป็นห่วง

หากนางกลับไปอยู่ที่จวนคงเป็นอันตรายอย่างแน่นอน

“ท่านหมอ ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าหากได้รับยาพิษนี้เป็นเวลานานจะเกิดอันใดขึ้น” นางถามออกมา ความกลัวเริ่มเกาะกินหัวใจของนาง ลงมือเหี้ยมโหดเช่นนี้คงไม่ใช่ฝีมือของเด็ก ๆ อย่างแน่นอน

“หากได้รับยานี้เป็นเวลานาน ร่างกายก็จะยิ่งอ่อนแอ และตายลงในที่สุด” เขาบอกตามความจริง พิษนี้จะว่าหายากก็หายาก แต่ถ้าหากมีเงินมากพอก็ไม่เป็นปัญหา

“ท่านแม่” หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างเหม่อลอย ก่อนที่มารดาจะจากไป ร่างกายก็อ่อนแอลงเช่นนี้ หรือว่าท่านแม่ก็จะโดนพิษนี้เช่นกัน

“หรือเจ้าคิดว่าท่านป้าก็ถูกพิษชนิดนี้เช่นกัน” เมื่อเห็น

สีหน้าของนางเขาก็พอจะเดาออกว่าอะไรเป็นอะไร ดูเหมือนเรื่องนี้จะใหญ่เกินกว่าที่นางจะรับมือไหว

“ข้าคิดว่าอาจจะเป็นไปได้ ตอนนั้นร่างกายของท่านแม่อ่อนแอลงเรื่อย ๆ” ในความทรงจำนี้มีเรื่องราวของผู้เป็นมารดาเพียงเลือนราง แต่นางจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ นางไม่ค่อยได้อยู่กับมารดาบ่อยนัก เพราะว่าร่างกายมารดาไม่แข็งแรงและเหนื่อยง่าย นางจึงเข้าไปหาได้เพียงครู่เดียวเท่านั้น

“เรื่องนี้เจ้ารับมือไม่ไหว เข้าไปอยู่ในวังกับเสด็จแม่ก่อน

ดีหรือไม่ รอให้ร่างกายของเจ้าแข็งแรง ค่อยจัดการทุกอย่างก็ยัง

ไม่สาย”

หากนางกลับไปอยู่ที่จวน คนพวกนั้นต้องหาทางส่งยาพิษมาให้นางอีกอย่างแน่นอน

“ดีเหมือนกัน ข้าไม่รู้ว่าผู้ใดคิดที่จะลงมือกับข้า และยังไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นส่งยาพิษมายังไง” การออกไปอยู่นอกจวนนั้นปลอดภัยกว่า รอให้หาตัวคนทำได้ค่อยกลับไปชำระความก็ยังไม่สาย รักษาชีวิตเอาไว้ถึงจะสามารถแก้แค้นได้

“ดี ข้าจะได้ส่งคนไปแจ้งเสด็จแม่ก่อน” เรื่องนี้จะรอช้ามิได้ เขาจะต้องหาตัวคนผิดออกมาให้ได้ มิเช่นนั้นชีวิตต่อไปในจวนสกุลหงของนางคงยากจะรักษา

“เจ้าค่ะ” นางไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตใหม่ของนางจะต้องมาพบเจอเรื่องราวอันตรายเช่นนี้ เดิมทีนางเพียงแค่คิดว่าเป็นการทะเลาะกันของเด็กสาวในจวนเท่านั้น แต่เมื่อมีเรื่องยาพิษมาเกี่ยวข้องเช่นนี้ เห็นทีว่าจะมิใช่เรื่องของเด็ก ๆ เสียแล้ว

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 12 –

    – บทที่ 12 –ในคืนวันเดียวกัน ฮ่องเต้ก็มีรับสั่งให้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้นเพื่อให้ทุกคนผ่อนคลายจากการเดินทาง คุณหนูตระกูลต่าง ๆ ที่มีชื่อเข้าร่วมเทศกาลล่าสัตว์ต่างก็พากันเตรียมตัวกันอย่างดี เพื่อที่จะได้โดดเด่นที่สุดในงานนี้หงลี่ฮวาและจูซินหยานเลือกที่จะมาแต่งตัวด้วยกันที่กระโจมของลี่ฮวา เพราะอยู่ใกล้สถานที่จัดงานมากกว่า จะได้ไม่ต้องเร่งรีบจนเกินไป“ฮวาเอ๋อร์ เจ้างดงามมาก” ซินหยานอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมหญิงสาวที่กำลังแต่งตัวอยู่ด้วยกัน นางไม่เคยพบเห็นผู้ใดในเมืองหลวงที่งดงามกว่าสหายผู้นี้ของนางเลยสักคน แม้แต่เว่ยลู่เหลียน หญิงงามอันดับหนึ่งก็ยังสู้สตรีผู้นี้ไม่ได้“ข้าก็งามเช่นนี้อยู่ทุกวัน เหตุใดเพิ่งมาชมเอาวันนี้เล่า” หญิงสาวอีกคนเอ่ยอย่างถือดี เพราะมองดูแล้วในเมืองหลวงนี้ไม่มีผู้ใดที่มีความงามสู้นางได้เลยสักคน“ฮ่า ๆ ตรงไปตรงมายิ่งนัก คิดไม่ถึงว่าจะกล้าเอ่ยประโยคนี้ออกมา” เสียงหัวเราะของซินหยานดังไปทั่วกระโจมเพราะถูกใจคำพูดของสหาย สตรีที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ช่างถูกใจนางยิ่งนัก ยิ่งอยู่กับลี่ฮวาก็ยิ่งทำให้นางมีความสุข“เอาล่ะ รีบแต่งตัวเถิด นี่ก็ใกล้จะได้เวลาแล้ว” เอาแต่พูดคุยกันเช่น

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 11 –  

    – บทที่ 11 –“คู่ควรแล้วอย่างไร ไม่คู่ควรแล้วอย่างไร ท้ายที่สุดแล้วสกุลเซี่ยก็ยังเลือกข้าไปเป็นคู่หมั้นของบุตรชายเขาอยู่ดี และเรื่องการหมั้นหมายของสองตระกูลก็กำหนดเอาไว้นานแล้ว เหตุใดสหายที่แสนดีของเจ้ายังเข้ามาวุ่นวายกับเขาอีกเล่า สรุปแล้วเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะผู้ใดกันแน่”มุมปากของหงลี่ฮวายกขึ้นน้อย ๆ เรื่องสัญญาหมั้นหมายของสองตระกูลก็หาได้เป็นความลับไม่ ทุกคนในเมืองต่างก็รับรู้เรื่องนี้กันดี ว่าอย่างไรภรรยาเอกของเซี่ยหลงจื่อก็ต้องมาจากสกุลหง เป็นลู่เหลียนที่ไม่รู้หรือนางไม่สนใจเรื่องนี้กันแน่“เจ้า!!” เล่อฉีกำลังจะเอ่ยต่อ แต่ก็ต้องหยุดลงเพราะสหายห้ามปรามเอาไว้ก่อน“ฉีเอ๋อร์ เราไปกันเถิด” นางอยากจะออกไปจากตรงนี้เสียที ไม่อยากจะรับฟังเรื่องอันใดอีก เพียงเท่านี้นางก็เสียใจมากพอแล้วใบหน้าที่ราวกับจะร้องไห้ของสตรีอันดับหนึ่งทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างก็เกิดความสงสาร ตอนนี้นางราวกับตุ๊กตาเคลือบที่สามารถแตกสลายได้ตลอดเวลาก่อนที่เว่ยลู่เหลียนจะเดินจากไป หงลี่ฮวาก็ได้เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “คุณหนูเว่ย หวังว่าท่านจะเก็บคำขอของข้าไปพิจารณาด้วย”ลู่เหลียนเดินจากไปด้วยใบหน้าที่น่าสงสาร ต่างจากใน

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 10 –

    – บทที่ 10 –หงลี่ฮวายกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะบอกเรื่องที่ตนเองรู้แก่น้องชายผู้นี้ “คนของข้าเห็นบ่าวรับใช้ผู้นั้นของเจ้าลอบพบกับคนของฮูหยินรอง เจ้าจะเชื่อหรือไม่อันนี้ก็แล้วแต่เจ้า”นางไม่หวังให้เขามาเชื่อนาง นางเพียงแค่ต้องการแสดงความจริงใจของนางก็เท่านั้น“ท่านต้องการอันใดกันแน่ถึงได้บอกเรื่องนี้แก่ข้า” เขาไม่เชื่อว่านางมาบอกเพียงเพราะต้องการช่วยเขาอย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีไมตรีต่อกัน นางไม่มีทางยื่นมือมาช่วยเหลือเขาเฉย ๆ อย่างแน่นอนนางปรายตามองน้องชายครู่หนึ่งก็เห็นแต่ใบหน้าที่เรียบนิ่ง จึงคิดว่าเขาคงรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว “เจ้ารู้แล้ว? เหตุใดจึงยังเก็บไว้ข้างกายเช่นนี้”“ข้าไม่รู้ เพียงแค่สงสัยเท่านั้น ไม่มีหลักฐานอันใด” เขาตอบไปตามจริง“อ้อ จากนี้เจ้าก็ตัดสินใจเอาเองเถิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป” ไม่เลว ๆ คนผู้นี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว ฉลาดเฉลียวไม่น้อย หากได้ร่วมมือกับเขาคงจะไม่สร้างความลำบากให้นางมากนัก“ขอรับ”“เรามาคุยธุระสำคัญกันดีหรือไม่” ในที่สุดนางก็เอ่ยเรื่องสำคัญที่มาดักรอน้องชายผู้นี้“เชิญพี่รองเอ่ยมาเถิด” เขาว่าแล้วว่านางต้องมีเรื่องสำคัญที่ต้องการพูดคุยกับเขาอย่าง

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 9 –  

    – บทที่ 9 –หงลี่ฮวาหยุดมองน้องสาวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง สตรีผู้นี้ช่างไม่รู้จักเก็บงำอารมณ์เสียจริง นางน่าจะรู้ความมากกว่านี้ หากรอให้มารดาของนางจัดการก็คงไม่ต้องมาทำเรื่องไร้ปัญญาเช่นนี้ดี!! ตอนนี้นางกำลังอารมณ์ไม่ดี ระบายอารมณ์ใส่นางก็คงจะดีไม่น้อย“ทำไม เจ้าจะทำอันใดข้า” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยียบ ทำเอาหญิงสาวตรงหน้ารู้สึกกลัวไม่น้อย แต่ก็ทำใจดีสู้เสือเอ่ยออกมาอย่างไม่เกรงกลัว“เป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่ที่บังคับให้สกุลเซี่ยมาทำการหมั้นหมายกับเจ้า!!” ตอนนี้นางคิดออกเพียงอย่างเดียว หาไม่แล้วสกุลเซี่ยที่เฉยเมยต่อเรื่องนี้มาตลอด จะเอ่ยปากเรื่องการหมั้นหมายได้อย่างไร“เจ้าว่าข้ามีอำนาจขนาดนั้นเลยหรือ” สตรีผู้นี้ช่างโง่จริง ๆ คิดออกมาได้อย่างไรว่าเป็นนางที่ไปบังคับสกุลเซี่ยให้มาทำการหมั้นหมาย“ไม่เช่นนั้นเขาจะมาขอเจ้าหมั้นหมายหรือ” นางปักใจไปแล้วว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของลี่ฮวา หรือไม่นางก็ให้องค์รัชทายาทไปบังคับสกุลเซี่ยอย่างแน่นอน“หากข้ามีอำนาจขนาดนั้น แล้วเหตุใดจึงไม่กลัวในอำนาจของข้าเลยเล่า” นางขยับเข้าไปใกล้ ๆ อีกฝ่าย อย่างต้องการข่มขวัญ“จะ...เจ้ามันสตรีแพศยา แพศยาเหมือนกับแม้

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 8 –

    – บทที่ 8 –หงลี่ฮวามาอยู่ที่ตำหนักเทียนซื่อของฮองเฮาหลายวันแล้ว ร่างกายของนางก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่วายมีเรื่องที่ทำให้นางต้องปวดหัว ท่านพี่หนิงเฉิงเพิ่งส่งข่าวมาบอกนางว่าสกุลเซี่ยเพิ่งส่งของหมั้นไปที่สกุลหง และผู้ที่ได้รับของหมั้นนั้นก็คือนางสกุลเซี่ยต้องการให้บุตรชายแต่งงานกับนางเพื่อเพิ่มอำนาจให้บุตรชายของตน เพราะนางนั้นสนิทสนมกับองค์รัชทายาท ในภายภาคหน้าอาจจะช่วยเหลือพวกเขาได้“ที่ท่านเอ่ยมานั้นคือเรื่องจริงหรือ” หญิงสาวถามขึ้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก นี่นางต้องแต่กับบุรุษผู้นั้นจริง ๆ หรือ แล้วเว่ยลู่เหลียนที่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับเซี่ยหลงจื่อเล่า“จริงแท้ ตอนนี้ก็ทำการแลกสมุดวันเกิดกันแล้วด้วย”หนิงเฉิงมองน้องสาวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร เรื่องนี้เขาไม่อาจยื่นมือเข้าไปยุ่งได้เพราะเป็นเรื่องภายในครอบครัวของนาง เขาก็ได้แต่หวังว่านางจะใช้ความร้ายกาจที่มีให้เป็นประโยชน์ และยกเลิกการหมั้นหมายนี้ได้ในที่สุด“ข้าไม่อยู่จวนเพียงไม่กี่วันก็มีคนสร้างเรื่องให้ข้าแล้วหรือ” นางได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เห็นทีคงจะต้องรีบกลับจวนเสียแล้ว“พี่น้องของเจ้าคงเตรียมมือต้อนรับเจ้าก

  • เส้นทางของนางร้ายอันดับหนึ่ง   – บทที่ 7 –

    – บทที่ 7 –เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก นางมีเพียงเวลากลับไปเก็บของครู่หนึ่งก่อนจะถูกส่งเข้าไปอยู่ในวังหลวงกับฮองเฮา นางทิ้งให้มี่ฟางอยู่ที่เรือนและทิ้งองครักษ์ให้อยู่เป็นเพื่อนนางสองคน เพราะนางเข้าไปอยู่ในวังคงยังไม่ต้องใช้องครักษ์ในตอนนี้ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนทุกคนในจวนก็ไม่สามารถตั้งตัวได้ แม้แต่บิดาของนางเองก็ยังงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น“ต้องรวดเร็วถึงขั้นนี้เลยหรือ” หงหยางเฉิงเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เหตุใดต้องรีบถึงเพียงนี้ หรือว่ามีเรื่องอันใดเกิดขึ้น“ฮองเฮาทรงพระประชวร จึงอยากให้ข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้าค่ะ” นางตอบผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นางพยายามมองหาข้อดีของคนผู้นี้แล้วแต่นางก็ไม่พบมันเลยสักข้อ บุรุษผู้นี้ทำทุกอย่างเพื่ออำนาจของตนเอง ไม่เคยสนใจเลยว่าบุตรที่ใช้เป็นหมากจะเป็นตายร้ายดียังไง“เจ้าก็ดูแลฮองเฮาให้ดี” เขาพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ เขาคิดว่าเย่ฮองเฮาคงเหงา จึงได้เรียกบุตรสาวของเขาไปอยู่เป็นเพื่อน“เจ้าค่ะ” นางรับปากอย่างว่าง่าย ที่นางรับปากมิใช่ว่าเพราะคำสั่งของเขา แต่เพราะฮองเฮานั้นดีกับนางมาก หลังจากตกน้ำก็คอยส่งหมอหลวงมาตรวจดูอาการนางอยู่บ่อยค

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status