LOGIN“เป็นเช่นนั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้ไม่ใช่ว่าพวกเรามีความสุขดีหรือเจ้าคะ ตอนนี้ท่านพ่อมีอายุไขที่ยืนยาว ยังสามารถอยู่กับพวกเราได้อีกร้อยปี”“ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะการกลับมาของลูกหรือ หากลูกไม่กลับมาครอบครัวของพวกเราก็คงไม่สามารถมีวันนี้ได้”“ท่านพ่อ นี่ท่านพ่อรู้หรือเจ้าคะ ตลอดเวลาท่านพ่อรู้ว่า ..”“ไม่เพียงแค่พ่อเท่านั้นที่รู้ แม่ของลูกเองก็รู้เช่นกัน รู้เรื่องของลูก แต่เรื่องของพ่อนางไม่รู้หรอก เจ้าอย่าได้ไปบอกนางเชียวนะ”“เหตุใดถึงได้เป็นเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”“ตอนที่ลูกเกิดมา แม่กับพ่อได้พาลูกไปไหว้พระที่วัดบนเขา นักพรตเต๋าชราทำนายเอาไว้ว่า ลูกสาวของเจ้าเป็นคนมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ชีวิตครอบครัวของพวกเจ้าล้วนแต่ต้องพึ่งพานาง แต่เป็นเพราะเคราะห์กรรมเก่าของนาง ทำให้นางต้องพบเจอกับภัยพิบัติจนถึงแก่ชีวิต แต่นักพรตชราได้บอกกับพวกเราต่อไปว่า พวกเจ้าไม่ต้องตกใจ ไม่ต้องเสียใจ หลังจากนั้นจะดีเอง เก่าไม่ไปใหม่ไม่มา และที่กลับมาก็คือลูกสาวที่แท้จริงของพวกเจ้า นางเพียงแค่หลงทางไปเท่านั้น” “เช่นนั้นแล้ว เช่นนั้นแล้ว ข้าไม่ได้ทะลุมิติมาเกิดใหม่ ข้าไม่ได้มายึดเอาร่างกายของผู้อื่น ไม่ได้ยืมร่างคืนชีพ แต่
วันเวลาแห่งความสุขนั้นมักผ่านไปเร็วเสมอ จากเสิ่นอิงอิงหญิงสาวในยุคปัจจุบันที่ได้ทะลุมิติมาอยู่ในโลกโบราณแห่งนี้เป็นเวลาแปดปีแล้ว ตลอดเวลาแปดปีที่ผ่านมานั้นได้ผ่านเรื่องราวมากมาย จากชีวิตที่ยากลำบากเกือบเอาชีวิตไม่รอดหลายครั้ง แต่เพราะเสิ่นอิงอิงได้เดินทางข้ามเวลามาพร้อมกับมิติวิเศษ ถือว่าเป็นพรจากพระเจ้าและเป็นตัวช่วยให้อยู่รอดได้อย่างไร้กังวลในยุคโบราณที่กำลังประสบกับปัญหาภัยแล้ง หลังจากนั้นเดินทางไปจนถึงเมืองเป่ยโจวพร้อมกับชาวบ้านหมู่บ้านเสิ่นเจียชุน พวกเขาหวังว่าจะสามารถผ่านเข้าเมืองไปได้ แต่ทว่าเจ้าเมืองกลับปิดประตูเมืองไม่ยอมให้ผู้อพยพเข้าไปในเมืองได้แม้แต่คนเดียว นอกจากจะไม่เปิดประตูเมืองแล้วเขายังยักยอกเสบียงอาหารที่ทางการส่งมาช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ของประชาชน นอกจากจะยักยอกเสบียงแล้วเขายังสั่งให้ทหารรักษาเมืองลงมือสังหารผู้ลี้ภัยที่หน้าประตูเมือง เสิ่นอิงอิงคิดว่าตัวเองมีโอกาสได้มาเกิดใหม่แล้วแต่จะต้องมาหิวตายอีกครั้งหลังจากเกิดมาได้ไม่นาน ถึงแม้ว่าจะไม่อดตายเพราะนางมีมิติวิเศษ แต่ถ้าหากให้คนอื่นรู้ว่านางมีอาหารอยู่ในมือ ครอบครัวของนางและตัวนางเองก็จะต้องถูกผู้ลี้ภัยหรืออาจจะเ
“พวกเจ้าไปอาบน้ำอาบท่าได้แล้ว จะได้มากินข้าว” มู่หลิวอิงเห็นว่าใกล้จะได้เวลาอาหารแล้วจึงได้มาเร่งลูก ๆ ของนาง“ขอรับท่านแม่ แต่ว่าไม่รอท่านพ่อก่อนหรือขอรับ” เยว่อวี้“ท่านพ่อของพวกเจ้าจวนจะกลับมาถึงบ้านแล้ว รีบไปอาบน้ำเร็วเข้า”“ขอรับท่านแม่” เมื่อลูกชายทั้งหกคนต่างแยกย้ายไปอาบน้ำที่เรือนนอนของตัวเอง ส่วนลูกสาวของนางนั้นไปเก็บผลไม้ที่สวน ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมานางรู้ดีว่าหากไม่มีลูกสาวชีวิตของครอบครัวจะไม่มีทางดีขึ้นแน่นอน เสียดายที่นางมีลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนลูกชายนั้นนางกลับคิดว่าพวกเขามีมากเกินไปจนน่าปวดหัว ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะเป็นเด็กดีรู้ความและไม่เคยทำให้นางกับสามีลำบากใจเลยสักครั้ง ก่อนเวลาอาหารเย็นเล็กน้อยหนานกงเทียนหยางก็กลับมาถึงบ้าน เมื่อเขากลับมาถึงก็พบว่าวันนี้ลูก ๆ ของเขากลับบ้านกันครบทุกคนแล้ว นานมากแล้วที่ครอบครัวไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเช่นนี้ ตอนนี้ก็ขาดแค่ท่านพ่อกับท่านแม่ของเขาเท่านั้น ไม่รู้ว่าตาเฒ่านั่นพาท่านแม่ของเขาไปที่ใดและตอนนี้เดินทางไปถึงไหนกันแล้ว เมื่อไหร่จะกลับมา “ท่านพ่อ รีบไปล้างมือเถอะเจ้าค่ะ จะได้กินข้าว”“ตกลง รอพ่อไม่นาน”“พี่สาวไฉ่
“แล้วเจ้าคิดว่าจะมีผู้ใดที่มีความสามารถเหนือเจ้า ร่ำรวยเหนือเจ้ารึ ในเป่ยฉีนี้ เจ้าไม่คิดบ้างว่าตอนนี้เจ้ามีฐานะอันใด เหตุใดเจ้าไม่คิดว่าแค่เขาเป็นคนดีก็พอแล้ว ในชีวิตนี้ของเจ้าไม่ขาดแคลนอันใด หรือเจ้าอยากได้สามีเป็นคนเลวทรามอย่างนั้นรึ” เสี่ยวมาว“เจ้าเห็นข้าเป็นคนโง่เขลาถึงเพียงนั้นรึเสี่ยวมาว นี่เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าข้าอยากมีสามีเป็นคนเลวทราม เหตุใดข้าถึงไม่เป็นคนเลวทรามเองเสียเล่า แบบนี้เจ้าว่าดีหรือไม่”“ข้าจะไปรู้กับเจ้ารึ ข้ายังหาภรรยาไม่ได้เลย ใครจะสนกันล่ะว่าเจ้าจะเป็นคนเลวทรามหรือไม่ ข้าจะนอนไม่คุยกับเจ้าแล้ว”“ข้าก็จะไปเล่นกับเด็กในหมู่บ้าน ข้าไม่อยากรับฟังปัญหาสามีภรรยาของเจ้า” ต้าเฮย“ข้าจะไปหาสมบัติมาเก็บเอาไว้ให้เสี่ยวจื้อกับเสี่ยวจ้าน ข้าไม่มีเวลามานั่งฟังปัญหาของเจ้าเช่นเดียวกัน” เสี่ยวจิน“นี่ พวกเจ้า พวกเจ้า ให้ตายสิ เจ้าพวกนี้นี่”มู่หลิวอิงได้ยินลูกสาวพูดคุยกับเหล่าสหาย นางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง พ่อสามีกับสามีของนางหวงลูกสาวและหลานสาวมาก เกรงว่าในตอนที่ลูกสาวต้องออกเรือนจริง ๆ ตาเฒ่าสองคนนี้คงไม่อยู่เฉย ๆ แน่ ดูท่าแล้วเส้นทางของลูกเขยในอนาคตของนางคงไม่
“พี่รองท่านไปกับต้าเฮยเถอะ พี่สาม พี่ใหญ่ พวกท่านไปรายงานให้ท่านปู่กับท่านพ่อทราบ ส่วนข้าจะรอเก็บ มดปลวกที่ยังเล็ดลอดเข้ามา”“ตกลง”หลังจากเกิดเหตุการณ์เสนาบดีซ้ายเหวินเฟยหลางสมคบคิดกับต่างแคว้น วันเวลาก็ผ่านไปแล้วนับสองเดือน และเหล่าพี่ชายก็ได้เดินทางไปรับตำแหน่งตามหน้าที่ของพวกเขา ถึงแม้ว่าบ้านจะดูเงียบเหงาไปบ้างแต่เพราะมีน้องชายฝาแฝดอยู่และทั้งสองยังคอยสร้างรอยยิ้มให้กับครอบครัว มู่หลิวอิงคิดถึงลูก ๆ ของนางมาก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเติบโตและมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ แต่คนเป็นแม่เช่นนางก็อดเป็นห่วงพวกเขาไม่ได้ หนานกงเทียนหยางเองทำได้เพียงแค่ปลอบใจภรรยาเท่านั้น ตอนนี้ใกล้จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว อิงอิงคิดว่าจะทำกุนเชียงกับเบคอนให้มากหน่อย นางต้องการส่งอาหารแห้งเหล่านี้ไปให้พี่ชายทั้งสี่คน แม้ว่าหนานกงเยว่เทียนจะไปประจำอยู่ที่ชายแดนในเวลาที่บ้านเมืองสงบสุขเช่นนี้ แต่เขาไม่ได้กลับบ้านมาบ่อยนัก ที่ชายแดนทหารยังคงมีการฝึกฝนและเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ต่างแคว้นในตอนนี้แม้ว่าพวกเขาจะไม่กล้ารุกรานเป่ยฉีแต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่มีความคิดเลยเสียทีเดียว พวกเขาเพียงแค่รอดูท่าทีเท่านั้น ตอนนี้น
นอกจากนี้ไท่จื่อเฟยก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายให้กับองค์รัชทายาทแล้วถึงสองคน และตอนนี้ไท่จื่อเฟยก็กำลังตั้งครรภ์อยู่ ทำให้เสนาบดีฝ่ายซ้ายไม่พอใจเป็นอย่างมาก อำนาจในมือของเขาแต่เดิมทีได้ควบคุมกรมคลังรวมไปถึงกรมวานิชย์หลวง เดิมทีเขาได้ส่วนแบ่งจากการนำเข้าเกลือจากต่างแคว้นมากกว่าครึ่งเพราะเป็นเกลือคุณภาพต่ำแทบจะไม่มีราคาค่างวดอันใดเลยถูกเหมือนให้เปล่า แต่พอเอาเข้ามาขายในแคว้นเป่ยฉีเกลือกลับเป็นสิ่งที่มีราคาแพงมากและเป็นของหายาก แต่แล้วเงินทองและความมั่งคั่งที่เขาสมควรจะได้นั้นต้องมาพังทลายลงเพราะหลานสาวของชินอ๋อง อ้อ มันก็เป็นหลานสาวของฮ่องเต้ด้วยนั่นล่ะ วันดีคืนดีก็สามารถผลิตเกลือได้เอง โดยวิธีทำเกลือเหล่านั้นล้วนแต่เป็นจวิ้นจู่เป็นคนคิดค้น นังเด็กน่าตายคนนี้ก็จะเก็บเอาไว้ไม่ได้ วันนี้เขาส่งข่าวไปให้แคว้นไห่หนาน ส่งกำลังทหารมามากกว่าหนึ่งหมื่นนาย เดิมทีกำลังทหารที่ไห่หนานส่งมานั้นได้ปลอมตัวปะปนมากับชาวบ้านที่มาทำการค้าเป็นเวลาหลายปีแล้วโดยที่ไม่มีผู้ใดระแคะระคายเลย การตัดสินใจปลงพระชนม์ฮ่องเต้วันนี้ถือว่าเป็นการเดิมพันชีวิตของเขา การเดินทางมาร่วมพีธีล่าสัตว์ในครั้งนี้ เขาเดินทางมาเพียงลำพัง







