Masukร้านขายอุปกรณ์ศิลปะ
แดดยามบ่ายลอดผ่านกระจกใสของร้านขายอุปกรณ์ศิลปะในย่านศิลป์เงียบสงบกลางเมือง แสงอุ่น ๆ ทอดไปตามชั้นวางพู่กันและกระดาษเนื้อดี
ล้อวีลแชร์คันหรูชะลอหน้าชั้นวางสี เอลล่าหวังยืดตัวพลางเอื้อมจนสุดแขนเพื่อหยิบกล่องพาเลตต์สีแบรนด์ที่หมายตาไว้ ทว่าในจังหวะที่มืออีกข้างซึ่งไม่ทันระวังก็สัมผัสเข้ากับขวดสีอะคริลิคจนขวดกลิ้งตกพื้น
ปึก!
ยังไม่ทันที่คุณหนูตระกูลหวังจะโน้มตัวลงไปหยิบ เงาร่างหนึ่งก็ทาบทับลงบนตัวเธอ พร้อมกับมือแกร่งของใครบางคนที่รวดเร็วกว่า อีกฝ่ายเก็บขวดสีขึ้นมาก่อนจะวางมันลงที่เดิมแล้วหมุนร่างเตรียมเดินจากไปเงียบ ๆ
ทว่า…
“ขอบคุณค่ะ”
ช่วงขายาวชะงักเล็กน้อย ก่อนเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดนิสิตผิดระเบียบจะเบนสายตามามองคนพูดเล็กน้อย ดวงตาคู่คมใต้แพขนตายาวเรียงเป็นระเบียบนิ่งสงบ ปราศจากคลื่นอารมณ์ใดขณะตอบกลับ
“ยินดีครับ” สุ้มเสียงที่กล่าวตอบรับราบเรียบพอ ๆ กับสีหน้าที่คนทั่วไปยากจะอ่าน ชายหนุ่มในชุดนิสิตของมหาวิทยาลัยชื่อดังหมุนตัวเดินกลับไปยังโซนสมุดสเก็ตช์ซึ่งมีเพื่อนของเขายืนเลือกอยู่ทันที
แปลกดี…
คุณชายเล็กลูเธอร์คิดในใจขณะมองมือของตน ปกติแล้วมือของเขาทั้งหนักและควบคุมแรงลำบาก เพราะชินกับการฝึกสารพัดทักษะการต่อสู้โหด ๆ ของลูเธอร์เสมอ แม้แต่การเล่นดนตรียังต้องใช้สมาธิในการควบคุมเรี่ยวแรง
ทว่าเมื่อครู่กลับรู้สึกว่าต้องระมัดระวังอย่างไม่มีสาเหตุ ทั้งระยะ ระดับสายตา โทนเสียง อีกทั้งการค่อย ๆ วางขวดสีเล็ก ๆ นั่นกลับเข้าที่อย่างมั่นคงและเบามือที่สุด
เพียงเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายลำบากมากขึ้น…
…เหรอวะ?
เรียวคิ้วเข้มที่พาดเหนือนัยน์ตาสีฟ้าลึกลับขยับย่นเล็กน้อย ก่อนที่ไม่กี่วินาทีต่อมารอยยิ้มบางหาดูยากจะปรากฏบนเครื่องหน้าประณีตคมคาย เมื่อบางความคิดตกตะกอนทันทีโดยไม่ต้องรอให้สมองทำหน้าที่มากนัก หากแต่เป็นสัญชาตญาณส่วนลึก
อ่า ให้ตาย…
ดูเหมือนว่า…ร่างกายแข็งแรงนี้ของเขามันจะเจอเข้ากับสิ่งที่อยากปกป้อง ดูแลเข้าแล้ว
ด้านหน้าเคาน์เตอร์ คุณหนูตระกูลหวังพูดคุยกับพนักงานอย่างนุ่มนวล เสียงหวานใสเจือความผิดหวังเล็กน้อยไล้ผ่านหัวใจคนฟัง
“สีของแบรนด์นี้ยังไม่มีกำหนดเข้าเลยเหรอคะ” แม้จะสามารถใช้เส้นสายของตระกูลและเงินถุงเงินถังเพื่อครอบครองของสิ่งนั้นเพียงแค่ชี้นิ้วสั่ง ทว่าเอลล่าหวังกลับชอบสัมผัสความรู้สึกธรรมดาเหล่านี้มากกว่า
การทำอะไรตามลำดับขั้นตอนโดยไม่ใช้ทางลัด การฝึกรอคอยให้เป็น ซึ่งแน่นอนว่ามันผลิดอกออกผล มันส่งผลดีกับเธอในเวลาที่เธอต้องรอให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติ และมันทำให้เธอรู้สึกเหมือนเธอยังเป็นคนเดิม ยังใช้ชีวิตได้แบบเดิม แบบก่อนจะเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น…
“ค่ะ ทางแบรนด์ไม่แจ้งวันมาเลยค่ะ แต่ร้านเรารับจองเหมือนเดิมนะคะ” ได้ยินดังนั้น รอยยิ้มบางจึงปรากฏบนดวงหน้าหวานอีกครั้ง เอลล่าพยักหน้ารับแล้วเปรย
“งั้นรบกวนด้วยนะคะ”
“ยินดีค่ะ ดิฉันขอทวนชื่อลูกค้าอีกรอบ คุณเอลล่าหวังนะคะ” พนักงานสาวย้ำชื่อกับลูกค้าคนสำคัญอีกครั้ง ขณะพิมพ์ลงระบบ
เสียงสนทนาระหว่างหญิงสาวเพียงสองคนภายในร้านที่แว่วผ่านมา ทำให้ร่างสูงที่ยืนพิงชั้นวางเลือกสมุดสเก็ตช์ชะงักค้างไปชั่วขณะ
เมื่อ…
“เอลล่า หวัง ถูกต้องค่ะ”
พริบตานั้นความทรงจำบางอย่างที่ไม่ได้ถูกจัดอยู่ในหมวดควรให้ความสำคัญมากนักก็ฉายวาบขึ้นมาในหัว ปารัณเงยหน้าขึ้นโดยไม่ตั้งใจ พลางหันไปทางเสียงหน้าเคาน์เตอร์
ผู้หญิงคนนั้นคือเจ้าของชื่อที่เขาได้ยินผ่านหูบ่อย ๆ สินะ
วินาทีนั้นเขาเพิ่งจะเห็นเอลล่าหวังชัด ๆ ภาพในข่าวและงานการกุศลที่เคยผ่านตามาบ้างโดยไม่ได้ตั้งใจซ้อนทับเข้ากับตัวจริงตรงหน้าที่บอบบางกว่า อ่อนโยนกว่า และสวยหมดจดกว่า
ให้ตาย…
ภายใต้แสงไฟอบอุ่นภายในร้าน โครงหน้าประณีตงดงามด้านข้างของหญิงสาวปราศจากความผิดหวังใด มองแล้วให้ความรู้สึกสงบ สว่าง ราวกับแสงอาทิตย์สายหนึ่งที่ลอดผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามา
วินาทีนั้นริมฝีปากได้รูปของคุณชายเล็กลูเธอร์ก็คลี่ยิ้มบางเบาจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น ก่อนจะกลับมาเหยียดตรงตามเดิม
กระดิ่งเหนือประตูไม้สั่นกรุ๊งกริ๊งเมื่อผู้ติดตามตระกูลหวังพาคุณหนูของตนออกไป ทว่าวูบหนึ่ง สายลมยามบ่ายที่พัดผ่านเข้ามาเบา ๆ กลับหอบเอากลิ่นหอมสะอาดเจือความหวานละมุนของเจ้าของร่างบอบบางนั้นเข้ามาด้วย พร้อม ๆ กับเงาสีพาสเทลของผ้าพันคอที่เลือนหายไปกับแสงแดดสีทองข้างนอก
ทั้งหมดนั่นรวมกันคล้ายมีแรงดึงดูดบางอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน
อ่า…
พี่สาวคนนั้น…น่าทะนุถนอมเป็นบ้า
“มองจนคอเคล็ดแล้วมั้ง” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยแซวพร้อม ๆ กับที่เพื่อนสนิทยื่นสมุดสเก็ตช์มาชนแขนแกร่งเบา ๆ เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าไอโอไลต์ตวัดสายตานิ่งขรึมไปมองอีกฝ่ายเพียงครู่ก่อนเปรย
“รู้ดีเหี้ย ๆ” คำตอบสั้น ๆ ที่คล้ายต้องการตัดบทสนทนาเรียกรอยยิ้มมุมปากคนแซวได้ทันที เครื่องหน้าคมคายส่ายเล็กน้อยอย่างเอือมระอาในความรู้ทันทุกเรื่องของอีกฝ่าย ก่อนจะรับสมุดของตนแล้วเดินตรงไปยังแคชเชียร์
พนักงานรับของไปสแกนบาร์โค้ดตามหน้าที่ ก่อนส่งยิ้มเกรงใจมาให้แล้วเปรย
“เอ่อ…รายการของคุณลูกค้าเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ครับ?”
“หมายถึง ชำระเรียบร้อยแล้วค่ะ คุณผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็นคนจัดการให้ บอกว่าเป็นการตอบแทนที่คุณช่วยเก็บของให้ค่ะ”
วินาทีนั้น เรียวคิ้วเข้มของปารัณก็ขยับย่นเข้าหากัน ความประหลาดใจพาดผ่านในนัยน์ตาคู่คมเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งตามเดิม
“งั้นผมรบกวนขอใบเสร็จได้มั้ยครับ” คุณชายตระกูลไคเซอร์กล่าวอย่างสุภาพ
“ได้ค่ะ” เพียงครู่ พนักงานสาวก็ส่งใบเสร็จให้พร้อมรอยยิ้มสุภาพ
“เมื่อกี้คุณผู้หญิงฝากจองอะไรไว้ครับ ชื่อรุ่น ชื่อแบรนด์ ถ้าคุณพอจะบอกได้ ผมก็มีค่าตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ครับ”
จบประโยคธนบัตรมูลค่าสูงหลายใบก็ถูกยื่นไปตรงหน้าพนักงานสาว เมื่อเห็นอีกฝ่ายแสดงท่าทีลังเลเล็กน้อยชายหนุ่มจึงกล่าวต่อ
“หนึ่งหมื่นสำหรับชื่อแบรนด์ อีกหมื่นสำหรับแหล่งที่ซื้อครับ” ด้วยจำนวนเงินที่ทำงานทั้งเดือนถึงจะได้มา พนักงานสาวจึงสลัดความลังเลทิ้งไปทันที ก่อนตอบในกรอบข้อมูลทั่วไปที่เป็นข้อมูลเบื้องต้นของแบรนด์อยู่แล้ว
“เป็นชุดสีพิเศษของแบรนด์ Night Howlers รุ่นลิมิเต็ดของปีนี้ค่ะ” หญิงสาวให้ข้อมูลย่อ ๆ พร้อมจดรุ่นและรหัสลงกระดาษโน้ตให้ก่อนเปรยต่อ
“แต่ทางเราไม่มีกำหนดเข้าจริง ๆ นะคะ”
“ขอบคุณครับ” ปารัณสแกนจ่ายเงินเข้าบัญชีพนักงานสาวแล้วรับกระดาษโน๊ตมาก่อนจะเก็บลงในกระเป๋ากางเกงยีน
“ไปยัง” เพื่อนสนิทที่ยืนพิงกรอบประตูร้านรออยู่ก่อนถามพลางแกว่งถุงในมือ
“อืม”
ฝากกดติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
แสงแดดอ่อน ๆ คล้อยบ่ายลอดผ่านผ้าม่านลูกไม้สีขาวสะอาดตาของสตูดิโอวาดภาพ วาดเงาอ่อนนุ่มลงบนผืนผ้าใบที่เอลล่ากำลังบรรจงแต่งแต้มด้วยพู่กันแบรนด์โปรด ทุกการลากเส้นเต็มไปด้วยความรักและจิตวิญญาณในนั้นขณะที่กำลังใช้สมาธิไปกับงานตรงหน้า เสียงเปิดประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ภูมิฐานในสูทสีเทาเข้มจะก้าวเข้ามา เครื่องหน้าคมคายและแววตาที่เหนื่อยล้าบ่งบอกถึงภาระที่ต้องแบกรับ ทว่าเมื่อเห็นคนรัก โลกทั้งใบก็ราวกับถูกโอบอุ้มไว้ด้วยความอ่อนหวานนั้นเป็นปกติในทุก ๆ วันที่หลังวางงานและภาระที่หนักอึ้งไว้หลังบานประตูห้องทำงาน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอำนาจจะต้องรีบกลับมาเติมภรรยาคนสวยก่อนทำสิ่งอื่นเสมอช่วงขาแกร่งเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วโน้มตัวกอดคนดีขาของเขาจากด้านหลัง แผ่นอกแข็งแรงแนบชิดแผ่นหลังบอบบาง แขนแข็งแรงโอบรอบเอวคอด พร้อมซุกเครื่องหน้าหล่อเหลาคมคายลงกับซอกคอขาวแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกลิ่นกายของเธอคือที่พักพิงเดียวที่ปลอบโยนเขาจากความเหนื่อยล้าได้“แดดดี๊ หนูทำงานอยู่นะคะ”เอลล่าเอ่ยเสียงเบา ทว่าริมฝีปากอิ่มกลับวาดรอยยิ้มหวาน มือข้างที่ว่างของเธอลูบแก้มสามีอย่างอ่อนโยนพร้อมเอียงศ
“อื้อ…แดดดี๊…”คนในอ้อมกอดครางหวาน อีกทั้งร่างกายเล็กก็บิดหนีสัมผัสที่สร้างความเสียวซ่านตามสัญชาตญาณ มือเล็กของเธอกำแน่นบนลาดไหล่กว้าง“อยากเสร็จใช่มั้ย หืม… งั้นก็ครางหวาน ๆ ให้ผมฟังอีกสิ”คำพูดดิบหยาบที่แทรกเข้ามาพร้อมกับสัมผัสร้อนแรงทำให้เอลล่าหวังแทบหลอมละลายในอกเขา เธอเผลอซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านของหัวใจดวงแกร่งที่เต้นแรงไม่ต่างกันมาเฟียหนุ่มยกเธอขึ้นนั่งบนขอบอ่างทั้งที่กลางกายยังเชื่อมต่อกัน ก่อนจะก้มลงครอบครองยอดอกสีสวย เรียวลิ้นร้อนของเขาตวัดไล้เลียตุ่มไตสีหวานสลับกับการดูดดึงหนักหน่วงตามแรงอารมณ์ที่ไต่ระดับสูงขึ้นทุกวินาที“สะ…เสียวเกินไป…”ฝ่ายถูกปรนเปรอซ้ำ ๆ ครางเสียงสั่นพร่า นั่นยิ่งทำให้สะโพกแกร่งส่งแรงกระทั้นเข้าออกเน้นลึกยิ่งขึ้นครั้งแล้ว ครั้งเล่า…จนเสียงลามกในจังหวะหนักหน่วงดังประสานไปกับเสียงแมลงยามค่ำคืน“หน้าแบบนั้นมันโคตรยั่วผัว”เขาเงยหน้าขึ้น สบตาเธอด้วยสายตาที่แทบจะกลืนกินคนตรงหน้าเข้าไปทั้งตัว“อะ อื้ออ”“อ่าห์ แม่ง…”แก้มเธอแดงจัดเพราะความรู้สึกถูกครอบครองที่แล่นพล่านไปตามหลอดเลือด น้ำเสียงทุ้มต่ำของคนบนร่างกลายเป็นโซ่ตรวนล่ามร่างกายเล
อากาศช่วงดึกเย็นลง ผืนฟ้าย้อมด้วยแสงดาวพราวระยับ ไร่ไวน์ที่ทอดยาวออกไปเงียบสงบ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนคลอเคล้าอยู่รอบข้าง ไฟสลัวตามทางเดินทอดยาวนำเข้าสู่สระน้ำอุ่นกลางแจ้งที่เชื่อมกับห้องนอน กลิ่นไวน์อ่อน ๆ ผสมกลิ่นหอมสดชื่นของไม้เลื้อยที่โอบล้อมส่งให้บรรยากาศโรแมนติกขึ้นเป็นเท่าตัวคุณชายรองลูเธอร์อุ้มภรรยาคนสวยมาหยุดอยู่ตรงขอบอ่าง ก่อนที่น้ำในอ่างจะกระเพื่อมยามที่ร่างของทั้งคู่ก้าวลงไป ร่างสูงโอบรัดเธอไว้แนบอก เสื้อผ้าถูกถอดออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่เสียดสีกันภายใต้น้ำอุ่น ไอร้อนประสานกับไอปรารถนาจนร่างกายคนทั้งคู่สั่นสะท้านนัยน์ตาคู่คมทอประกายล้ำลึก เอลล่ารู้ดีว่ามันคือสายตาของผู้ชายที่กำลังอดทนอดกลั้นอย่างยากลำบาก“แดดดี๊ของหนูเซ็กซี่จัง”น้ำเสียงหวานก้องเบาในอากาศ เหล้าบ๊วยที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดทำให้เธอมีความกล้าพูดออกมาอีกครั้ง อีกทั้งริมฝีปากอวบอิ่มยังกระตุกยิ้มเย้ายวนเล็กน้อย“อยากให้รักหนูแรง ๆ แล้วค่ะ”คำพูดนั้นเบาแทบกลืนไปกับลมหายใจ ทว่ามีน้ำหนักพอจะทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกไหววูบซ้ำ ๆ เนธานหลุบตามองคนในอ้อมแขน คนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยทำหล่นหายไปจากชี
ปิดเทอมฤดูร้อนอากาศยามบ่ายในหุบเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของดินและผลไม้สุก แสงแดดอ่อน ๆ อาบไล้บนเนินเขาที่เรียงรายด้วยแถวองุ่นยาวเหยียดไร้ที่สิ้นสุด คฤหาสน์สไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่กลางไร่ไวน์เป็นเสมือนหัวใจของตระกูลหวัง สถานที่ซึ่งทุกคนกลับมาพบหน้ากันอีกครั้งในทุก ๆ เดือนเสียงหัวเราะสดใสของเด็ก ๆ ดังก้องไปทั่วลานสนามหญ้า เสียงฝีเท้าเล็กกระทบหญ้าอ่อนดังเป็นระยะสร้างสีสันให้ไร่ไวน์แห่งนี้ได้เป็นอย่างดีอลิเซีย หวังและฟรานซิส เด็กชายและหญิงวัยห้าขวบวิ่งแข่งกันไปตามทางเดินระหว่างแปลงองุ่นที่ทอดยาว ขณะที่แอชตัน หวัง พี่ชายคนโตวัยเจ็ดขวบคอยวิ่งตามอย่างไม่ยอมแพ้“ซินซิน ฟานฟาน รอเฮียด้วย!”มังกรเบบี๋คนโตเรียกน้องทั้งสองดังลั่นไปทั้วทั้งไร่ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะสดใสของเหล่าทายาทมังกรตัวจิ๋วห่างออกไปไม่ไกล ตรงลานกว้างหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ คุณปู่ คุณย่า และสมาชิกคนอื่น ๆ ในตระกูลหวังต่างยืนมองหลาน ๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขคุณย่าที่อายุมากขึ้นแต่ยังสง่างามไม่เปลี่ยนคอยเอ่ยเตือนหลาน ๆ ด้วยน้ำเสียงใจดี“อย่าไปไกลมากนะลูก”ขณะที่มือไม้ก็ไม่อยู่นิ่ง คอยกวักเรียกหลาน ๆ ให้มาหา ก่อนจะป้อน
เสียงหัวเราะของเด็กชายตัวเล็กดังขึ้นตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้าเสียงเล็กนั้นดังพอจะปลุกคนทั้งบ้านให้ตื่นได้ แม้แต่เจ้าลูฟี่ หมาพันธุ์โกลเด้นรีทีฟเวอร์วัยสี่เดือนที่ปกติจะซุกตัวอยู่บนที่นอนนุ่มหน้าประตู ก็ยังต้องลุกขึ้นมาสะบัดหางต้อนรับความโกลาหลประจำวัน“ฟานฟานครับ เดินช้า ๆ ครับลูก”เสียงของเอลล่าเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ที่วิ่งตุบตับผ่านโซฟา ก่อนที่ร่างกลมในชุดนอนลายการ์ตูนโปรดจะพุ่งหลบเข้าไปหลังโซฟาอย่างไม่กลัวเจ็บ“หม่ามี้ครับ ลูฟี่จะกินบิสกิตของฟานฟาน”“ลูฟี่เห็นเบบี๋วิ่งไงคะ เขาอยากเล่นด้วย”เอลล่าผ่อนลมหายใจ พลางยกมือกุมขมับ ทว่ารอยยิ้มเอ็นดูก็ผุดขึ้นบนดวงหน้าหวานอย่างห้ามไม่อยู่ไม่นานรองบอสลูเธอร์ก็เดินมาจากโซนบาร์ช้า ๆ ในชุดเสื้อยืดสีเทาอ่อนกับกางเกงสบาย ๆ มือข้างหนึ่งถือแฟ้มงาน อีกมือถือแก้วกาแฟ กลิ่นหอมของมันตัดกับกลิ่นอาหารเช้าที่เอลล่ากำลังทำให้ลูกชายมาเฟียหนุ่มหยุดมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ลูกชายวัยห้าขวบที่ยืนถือตุ๊กตาหมีไว้ในมือซ้าย มือขวาถือบิสกิตชิ้นเล็ก ส่วนเจ้าลูฟี่ก็นั่งจ้องของกินในมือเด็กน้อยตาแป๋ว“เช้านี้เริ่มจากศึกแย่งขนมอีกแล้วเหรอ”เขาพูดเสียงเรียบ ทว
ทั้งคู่จุมพิตกันอีกครั้ง เขาโอบกอดเธอไว้แน่น ก่อนจะประคองร่างบางออกมานอนข้างลูกน้อยที่กำลังท่องโลกนิทราหากอุ้มได้เขาจะไม่ยอมให้ภรรยาเดินให้เหนื่อยแม้แต่น้อย ทว่าหลังผ่าคลอด การเดินบ่อย ๆ ย่อมส่งผลดีกับแผลผ่าตัดมากกว่า ด้วยความเหนื่อยล้าสะสม เอลล่าหลับในอ้อมกอดสามีอย่างง่ายดาย ทว่าผู้เป็นสามีกลับไม่กล้าแม้แต่จะพับเปลือกตาลงตั้งแต่วันแรกที่ลูกน้อยคลอด เป็นเขาที่คอยเฝ้ายาม อีกทั้งยังคอยเช็กลมหายใจเบบี๋ทุก ๆ ชั่วโมงราวกับคนวิตกกังวล ก่อนจะจบด้วยการจุมพิตพวงแก้มอวบนุ่มแผ่วเบา เวลาช่วงดึกของคืนแรกในบ้านอบอุ่นหลังนี้ดำเนินไปอย่างเรียบเรื่อย ครั้นฟรานฟานวัยห้าวันสะดุ้งตื่นร้องไห้กลางดึก ผู้เป็นพ่อที่ไม่ยังเฝ้ายามก็เด้งตัวลุกขึ้นทันทีอย่างไม่รีรอ มือแกร่งอุ้มลูกออกจากเปล จัดการเปลี่ยนผ้าอ้อมคุณชายรองลูเธอร์จัดแจงทุกอย่างเงียบ ๆ ด้วยความคล่องแคล่วโดยไม่รบกวนภรรยาที่กำลังหลับพักผ่อน ก่อนจะกล่อมลูกน้อยกระทั่งหลับไปอีกครั้งค่ำคืนแรกของสามชีวิตที่บ้านผ่านไปอย่างราบรื่น ทุกสิ่งที่เรียนรู้มาจากพยาบาลเขาทำมันได้เป็นอย่างดีเวลาล่วงเลยไปจวบจนเช้ามืด เนธานยังนั่งทำงาน พร้อม ๆ กับคอยเฝ้ายามให้ดวงใจ
แสงยามเช้าอุ่น ๆ ของเวนิสกระทบดวงหน้าหวานของเอลล่า ขณะที่เธอเดินเคียงข้างเนธานไปตามถนนเก่าแก่ บรรยากาศเมืองศิลปะเต็มไปด้วยแสงและเงาที่สลับซับซ้อน เสียงน้ำในคลองใสสะอาดสะท้อนเบา ๆ ท่ามกลางเสียงเรือกอนโดล่าลอดผ่านสะพานโค้งหญิงสาวยังคงใจเต้นแรง ไม่ใช่เพียงเพราะเวนิสสวยงาม ทว่าเพราะมือแกร่งของเนธานที่
“อ๊ะ…อ๊ะ มะ…ไม่ไหวแล้ว…”กระแสเสียงหวานสั่นพร่า ร่างกายสั่นระริกแทบไม่สามารถควบคุมได้ เนธานยิ้มบาง ๆ มือแกร่งกระชับเอวบางแน่นขึ้น ประคองให้คนตัวเล็กแนบชิดที่สุด“คนดีต้องเรียกผมว่าอะไร หืม” เขาพูดพร้อมสายตาลึกซึ้งที่มองมา“ดะ…แดดดี๊…”คนตรงหน้าครางเรียกแผ่วเบา เรียวมือกำเสื้อผ้าราคาแพงของเขาไว้เขาแ
เปรี้ยง!เสียงฟ้าร้องกะทันหันทำเอลล่าสะดุ้งเล็กน้อย มือเล็กผวาคว้าต้นแขนแกร่งของอีกฝ่ายเอาไว้ราวกับต้องการหลักยึดเสียงม่านฝนกระทบหลังคาเริ่มดังขึ้นกว่าเดิม บรรยากาศภายนอกกลืนหายไปกับห้วงรัตติกาลที่คืบคลานเข้ามาเร็วกว่าปกติโดยสมบูรณ์ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ทั้งคู่ยึดครองพื้นที่นัยน์ตาของอีกฝ่าย เนธ
แสงไฟสีขาวนวลจากเพดานสูงสะท้อนกับผิวกระจกใสที่กั้นเป็นผนัง ทำให้ห้องทำงานชั่วคราวของเอลล่าดูสว่างสะอาดตา โต๊ะทำงานไม้โอ๊คเคลือบเงาถูกวางไว้กลางห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นบางเบาของกุหลาบขาวปนมัสก์จาง ๆร่างแบบบางนั่งทำงานอย่างเงียบสงบ ปลายนิ้วขีดเส้นลงบนกระดาษอย่างใช้สมาธิ ก่อนที่หัวใจดวงน้อยจะเต้นผิดจั







