تسجيل الدخول‘ไปแล้วนะ’ เสียงลุงอัครเดชที่มาบอกลาในจังหวะที่ฉันกรวดน้ำใต้ต้นไม้ใหญ่
“โชคดีนะคะ ลุงอัครเดช” ฉันหวังว่าผลบุญครั้งนี้จะส่งผลให้ลุงแกไปสู่ที่ชอบ ๆ เถอะ
“มาทำบุญเหรอ”
“ว้าย! ผี”
“พี่ไม่ใช่ผี” คนตรงหน้าฉันเอ่ยแย้ง เมื่อได้สติฉันก็ลุกขึ้นยืนเพื่อเอาที่กรวดน้ำไปวางตรงจุดที่วัดกำหนดให้
“ไปก่อนนะน้อง” พี่เหนือโบกมือลาและวิ่งไปยังรถตู้วีไอพีคันสีดำสนิทที่จอดอยู่ไม่ไกลตรงที่เรายืนอยู่กันสองคน
“ทำไมช่วงนี้ฉันเจอพี่เหนือบ่อยจัง” บ่นกับตัวเองหากแต่ก็ไม่ได้คำตอบ คิดเอง เออเองว่าคงเป็นพรหมลิขิตอย่างแน่นอน
‘เนื้อคู่มั้ง’ ฉันหันมองคน ไม่สิรุกขเทวดาที่นุ่งขาวห่มขาวนั่งต้นไม้
“ไม่มีคนคุยใช่ไหมตา” ฉันเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าทุกครั้งที่มาทำบุญคุณตานุ่งขาวห่มขาวตัวโปร่งมักจะมาชวนฉันคุย คุยยังไงที่อีกฝ่ายไม่ยอมขยับปาก ส่วนฉันทำแบบเขาไม่ได้ทุกครั้งก็เลยต้องทำเหมือนคุยโทรศัพท์
“ว่าแต่ที่พูดเมื่อกี้จริงหรือเปล่า พี่เหนือเป็นเนื้อคู่หนูเหรอ” ฉันตาลุกวาวเมื่อทบทวนสิ่งที่คุณตาพูด
“อ้าว ทำไมไมตอบละ อ้าวไปไหนแล้วอะ” เห็นไหมบางทีพวกนี้ก็นิสัยไม่ดี ให้ความหวังแล้วก็จากไป ไม่ได้ช่วยอะไรเลยจริง ๆ
เรื่องที่ฉันมองเห็นสิ่งที่เรียกว่าวิญญาณนั้นไม่ได้เป็นมาตั้งนานแล้วหากแต่มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อฉันเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกตอนนั้นน่าจะอายุสักสิบสอง แต่เพราะพวกเขาที่มาขอความช่วยเหลือไม่ได้มาร้าย มาในรูปแบบไม่น่ากลัว ฉันก็เลยไม่ค่อยกลัวแต่ที่สำคัญช่วยแล้วมักได้ของตอบแทน
วันนี้ฉันกลับมาทำหน้าที่กองสวัสดิการได้เต็มตัว หลังจากล้มแว่นแตก หลายคนลืมเลือนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนเรียบร้อยแล้ว ข้อดีของกองสวัสดิการคือไม่ต้องร้องเพลงและตบมือ
อีกข้อที่สำคัญที่สุดคือการที่ฉันได้นั่งมองพี่เหนือในระยะใกล้ตอนที่เขาแวะมาดื่มน้ำตอนพักครึ่ง อย่างเช่นตอนนี้
“วันนี้ไม่ล้มอีกใช่ไหม” เขานั่งลงไม่ไกลจากที่ฉันนั่ง ฉันขยับแว่นอย่างเขินอาย ความร้อนบริเวณแก้มทำให้หายใจไม่ทั่วท้อง
“ไม่ล้มแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะพี่” ฉันยกมือขึ้นไหว้และกล่าวขอบคุณ
“เหนือมานี่ก่อน” เสียงพี่คนหนึ่งเรียกพี่เหนือให้ไปหาโดยที่ในมือเขามีไอแพด น่าจะคุยกันเรื่องแผนการเล่น เพียงแค่เสี้ยววินาทีกับหนึ่งประโยคที่ได้คุยกันทำไมถึงทำให้หัวใจพองฟูได้ขนาดนี้นะ
“เมลเป็นไงแก ได้คุยกับพี่เหนือไหม” ลิลินกระซิบถามในตอนที่เราสองคนเดินออกจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้าน
“อืม ขอบคุณเขาแล้ว”
วันงานกีฬาสี
แน่นอนว่าการแข่งขันสุดท้ายปิดงานต้องเป็นคู่ชิงฟุตบอลระหว่างสีแดงกับสีน้ำเงิน ใช่แล้วสีแดงของฉันกับพี่เหนือได้เข้าชิง นั่น ๆ เบอร์สิบแปดนั่นคือพี่เหนือของฉันเอง
เอ่อ...พี่เหนือของฉันแต่ไม่มีใครรู้นอกจากฉัน
“สีแดง สู้ ๆ สีแดง สู้ ๆ” เพลงเชียร์ดังแข่งระหว่างสีแดงกับสีน้ำเงิน ฉันซึ่งนั่งติดขอบสนามไม่ได้ร้องเพลงหรือตบมือตามเขาหรอกเวลานี้ฉันกำลังตั้งใจดูพี่เหนือ
หัวใจของฉันเต้นแรงอย่างห้ามไม่ได้เมื่อรุ่นพี่คนหนึ่งส่งลูกจากกลางสนามตรงไปยังพี่เหนือที่อยู่ทางปีกขวาของสนาม เขาพักลูกด้วยอก จากนั้นก็เลี้ยงลูกบอล เข้าผ่านกองหลังที่เวลานี้มีถึงสองคน พี่เหนือส่งบอลกลับมาด้านหลังอีกนิดให้เพื่อนที่อยู่ตำแหน่งกลางประตู
กองหลังสีน้ำเงินหนึ่งคนวิ่งไปหาคนที่มีบอล ส่วนอีกคนวิ่งตามประกบพี่เหนือ จังหวะนั้นเองที่ผู้รักษาประตูต้องระวังทั้งพี่เหนือและพี่อีกคน ลูกบอลที่ลอยละล่องจากเท้าพี่คนที่กำลังเลี้ยงอยู่ไปยังตำแหน่งที่ไม่มีใครอยู่ แต่กลับเป็นพี่เหนือที่วิ่งมาตำแหน่งนั้นและสะบัดศีรษะโม่งลูกนั้นเข้าประตู
เสียงกรีดร้องดังระงมทั่วสนาม เสียงกลองเสียงตบมือและเหล่านักฟุตบอลต่างกรูกันวิ่งไปทางพี่เหนือ ฉันยิ้มภูมิใจในฐานะแฟนคลับ
ก็พี่เขามีแฟนแล้วนี่นา การแข่งขันจบลงที่ชัยชนะของสีแดง คนที่ไปรับถ้วยรางวัลคือกัปตันทีมซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนนั่นก็คือพี่เหนือนั่นเอง
วันนี้หลายคนที่ลงแข่งกีฬาได้เหรียญกลับบ้าน ฉันผู้ซึ่งไม่มีความสามารถด้านกีฬาไม่เคยมีเหรียญอะไรแบบเขาเลย
“วันนี้สีแดงเราสุดยอด” ลิลินกอดคอฉันในตอนที่เราสองคนเดินกลับบ้านเราสองคนมักจะแยกกันที่หน้าโรงเรียน บางวันพี่ชายฉันก็มารับบางวันฉันก็นั่งรถแดงกลับ หรือบางวันก็นั่งแกร็บกลับ แต่วันนี้ฉันกับลิลินจะแวะไปกินปิ้งย่างร้านดังที่เพิ่งเปิดแถวถนนนิมนานก่อนกลับบ้าน
แต่เมื่อมาถึงร้านฉันกับลิลินก็ต้องมองหน้ากัน เพราะไม่มีโต๊ะว่างเลยสักโต๊ะ
“ปกติคนไม่ได้เยอะนี่นา” ลิลินบ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ฉันพยายามมองไปในร้านว่ามีโต๊ะว่างบ้างไหมเห็นมีแขกกำลังจะลุกแต่เสียงพนักงานที่ถามว่า
แต่เป็นหลานชายก็ดี เรื่องการสืบสกุลก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป หวังว่าหลานคนที่สองจะเป็นผู้หญิงน่ารักตะมุตะมิ “น้องเอื้อไปโรงเรียนก็ดีแล้วนะครับ ใบจะได้ไม่เหนื่อย” อินน์ว่าทั้งยังกุมมือเมียรัก ผู้เป็นป้ารีบสนับสนุน คนท้องต้องพักผ่อนเยอะ ๆ “ต่อไปต้องให้น้องเอื้อมานอนห้องย่าตลอดเลยนะเดี๋ยวทับท้องหนูใบ” อินน์ฟังเจ้าป้าแล้วได้แต่แอบเบะปากน้อย ๆ เพราะก่อนหน้านี้ลูกชายของเขาก็นอนกับเจ้าคุณย่าตั้งแต่ได้สองขวบแล้ว เรียกได้ว่าหลงหลานเอื้อหนักมาก เพราะอย่างนั้นอินน์กับใบบุญญาจึงมีเวลาทำลูกได้ทุกคืน พ่อคนน้ำยาดีในท้องแรกเริ่มไม่มั่นใจเมื่อคนที่สองไม่มาสักที ทั้งสามมาถึงคุ้มอินทฐานนท์เพียงแค่นั่งรถจากโรงเรียนนานาชาติ ‘ฐานนท์’ เพียงสามนาที เจ้าประกายแก้วรัตนาเทกโอเวอร์โรงเรียนนานาชาติที่อยู่ใกล้บ้านทันทีที่อินน์แต่งงาน ต้องเรียกว่าวางแผนไว้เนิ่น ๆ ปากบอกว่าไม่เคยเห่อหลานแต่การกระทำของเจ้าประกายแก้วรัตนานั้นสวนทางกับคำพูดทุกอย่าง เพราะอย่างนี้อินน์มักจะกระซิบใบบุญญาว่าอย่าเชื่อเจ้าป้าการละคร เมื่อถึงบ้านเจ้าป้าการละครต้องรีบกดโทรศัพท์ต่อสาย
“ครั้งหน้าไม่มีแล้วนะคะ ใบไม่อยากให้คุณอินน์เล่นอีก” ใบบุญญาว่าเธอไม่ชอบเลย ตีกอล์ฟก็ตีกอล์ฟสิทำไมต้องมีติดปลายไม้อะไรนั่น “พี่ไม่อยากเล่นหรอก กลัวแต่พ่อ ๆ ของใบนั่นแหละจะไม่ยอมรามือ” อินน์แค่กังวลใจว่าเดี๋ยวเหล่าพ่อ ๆ ของใบบุญญาจะนัดกันมาหลายคนกว่าเดิม จากที่ตีกันแค่สี่ห้าคน ไม่รู้จะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า เขาแกล้งแพ้ เหล่าพ่อ ๆ ก็ได้ใจ พอเขาเอาจริงก็อยากจะเอาคืนอยากแก้มืออีก “จริงด้วยค่ะ ข้อเสียของโชติภิวรรธคือชอบเอาชนะ รู้ไหมว่าลุงรองพ่อหมอธาร์อะ แกล้งเป็นเกย์เพื่ออยู่ใกล้ป้าศิตาตั้งสามปี คิดดูแล้วกันว่าน่ากลัวขนาดไหน” ใบบุญญานินทาผู้เป็นลุง หารู้ไม่ว่าพ่อของตัวเองก็เคยเสนอตัวเป็นคนเลี้ยงดูแม่เบลตั้งแต่เป็นนางร้าย “น่ากลัว ดีแล้วที่ใบเปลี่ยนมาใช้ ‘อินทฐานนท์’” เจ้าของนามสกุลยิ้มแฉ่ง ดีใจที่เมียรักยอมมาใช้นามสกุลของเขา ทั้งยังตั้งท้องลูกชายให้เขาอีกด้วย “แน่นอนสิ ใบรักคุณอินน์ แค่เปลี่ยนนามสกุลเรื่องเล็กมากเลย ใบเคยมีเพื่อนที่เขายอมเปลี่ยนศาสนาตามแฟน เพื่อนใบบอกว่ากว่าจะได้เจอคนที่รักเราและเรารักเขามันยากมากเลย แค่เปลี่ยนศาสนาเป็นเรื่องเล็กม
“คราวที่แล้วอินน์ตีได้ดีกว่านี้นะ กูนี่โคตรอายแพ้แบบหมดรูป ปล่อยให้มันยืนดูแล้วยืนดูอีก พอยิ่งกดดันกูยิ่งตีไม่ลง Over par ตลอด” “มึงอ่อนไงภาส มันไม่ได้เก่งหรอก” เป็นรามที่พูดขึ้น “ไอ้ต้นมึงอย่าว่ามัน มึงได้ที่สอง เรื่องทับถมไอ้ภาสปล่อยเป็นหน้าที่กูเอง” เป็นลักษณ์หรือรองผู้ได้อันดับหนึ่งของวันนี้ รับหน้าที่ทับถมคนอื่น “เก่งตายแหละมึง เล่นสนามที่ตัวเองตีทุกอาทิตย์ไม่ได้ที่หนึ่งจะเรียกว่าอะไร อ่อนด้อยเหรอวะเล็ก” รามว่าลักษณ์ทั้งยังหันไปถามความเห็นจากน้องชายคนเล็กของบ้านอย่างวิศรุต “พอ ๆ พวกมึง หรือว่าอินน์มันแกล้งแพ้หรือเปล่าวะ ฝีมือไม่น่าเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้นะ” ภาสยังไม่ค่อยเชื่อใจลูกเขยคราวที่แล้วเล่นอย่างเทพ แต่รอบนี้นึกว่าเพิ่งหัดเล่น “มันจะแกล้งอะไรเนียนขนาดนั้น” ลักษณ์ว่า “ใช่ พวกเราเล่นดีจนมันเกร็งแหละ ว่าไหม” รามออกความเห็น คนที่เหลือขี้เกียจคิดมาก ก็เลยพยักหน้าเห็นด้วย ดีแล้วที่ชนะ ปกติไปเล่นกับใครก็แพ้ทุกที เห็นทีพวกเขาต้องบินมาตีกอล์ฟกับอินน์บ่อย ๆ “ครั้งหน้าเราเล่นพนันด้วยไหม กินเงินลูกเขยเฮียให้เรียบเลย” วิศรุตเ
“โห ชมใบขนาดนี้ใบจะลอยแล้วคุณอินน์” “ดีใจ ที่โลกนี้มีใบของพี่” อินน์พึมพำก่อนจะหลับไป ใบบุญญาหัวเราะกับเจ้าบ่าวที่บอกว่าเตรียมคืนเข้าหอมาอย่างดี จุดจบของสายหื่นคือแพ้ท้องแทนเมีย หลังจากงานแต่งงาน เพียงแค่สัปดาห์เดียวก็ถึงเวลาการเปิด ‘ฐานนท์พาร์ค’ ศูนย์การค้ากึ่งสวน เมื่อคุณมาเที่ยวที่นี่จะได้บรรยากาศนั่งกินข้าวหรือช็อปปิงอยู่ในทุ่งดอกไม้ ความงดงามของที่นี่ทำให้มีที่ถ่ายรูปลงโซเชียลหลายร้อยมุม นอกจากนี้ฐานนท์พาร์คยังมีการจัดสวนใหม่ทุก ๆ สามเดือน ทำให้มุมการถ่ายรูปถูกปรับเปลี่ยนไปทุกสามเดือน สายอินฟลูเอนเซอร์จึงมาได้บ่อยเท่าที่ต้องการ คลินิกของอยากพักใจถูกดูแลโดยตระการเป็นหลัก เพราะคุณหมอใบบุญญาช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเพราะต้องดูแลคนแพ้ท้องอย่างคุณอินน์ “แพ้ท้องอะไรวะ ได้กลิ่นเมียแล้วหาย” ตระการบ่นกับมนทนา โดยที่มีใบบุญญาฟังอยู่ไม่ไกล “ติดเมียแหละดูออก วันหลังไม่ต้องอ้างแพ้ท้องนะ บอกว่าติดเมียก็ไม่มีใครว่าหรอก” มนทนาหันไปบอกคนผัวติด ใบบุญญานั่งยิ้มกริ่มกับคำแดกดันของเพื่อน “อิจฉาเหรอ ไม่ดีนะ ความอิจฉาจะทำให้เราจิตใจไม่สงบ เห็นใคร
“บาปกรรม มีแต่คนเขามาบริจาคให้โรงพยาบาล นี่ตัวเองมาโกง จิตใจทำด้วยอะไร” เมื่อมีคนหนึ่งจุดไฟ คนที่เหลือก็เริ่มกระพือไฟให้โหมมากกว่าเดิม เมื่อถึงช่วงเวลาโยนช่อดอกไม้ ผู้คนหน้าเวทีมากมายทั้งชายหญิง งานแต่งของใบบุญญากับอินน์รวมคนทุกสายงานอาชีพไว้ที่นี่จริง ๆ คนไข้ตั้งแต่รุ่นแรกของคลินิกอยากพักใจที่ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นเจ้าหน้าที่ด้านจิตวิทยาหรือบางท่านก็รับทำฮอตไลน์สายด่วนถ้าไม่สะดวกเดินทางมาที่คลินิก เป็นงานการกุศลจากคนที่เคยได้รับความช่วยเหลือ ‘ลองเป็นผู้ให้ดูค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่ใจเป็นอย่างไร ล้านคำพูดก็ไม่อาจอธิบายความรู้สึกอิ่มใจนั้นได้’ นั่นเป็นคำพูดของใบบุญญาที่เคยพูดไว้เมื่อครั้งที่เธอขึ้นไปพูดในงานแถลงข่าวของโชติภิวรรธ เมื่อครั้งเปิดคลินิกอยากพักใจที่สาขากรุงเทพ “พร้อมกันหรือยังครับ เรากำลังจะโยนช่อดอกไม้” เสียงพิธีกรถามขึ้น ทุกคนในงานต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าพร้อม “แต่ทุกท่านไม่ต้องลุกจากที่นั่งครับ” เสียงของพิธีกรทำทุกคนในงานต่างตื่นเต้นกับการโยนช่อดอกไม้แสนพิเศษของวันนี้ “ดอกทิวลิปที่อยู่ในมือของทุกคนคือคำตอ
ตอนพิเศษ 1 งานแต่งงานยิ่งใหญ่ ธีมงานแต่งสีชมพูซึ่งเป็นสีโปรดของว่าที่เจ้าสาว โชติภิวรรธต่างออกแบบและแต่งกายด้วยชุดสีชมพูกันทั้งตระกูลไม่เว้นแม้แต่ผู้ชาย “กูรู้สึกแปลก ๆ ไงก็ไม่รู้” ไธม์บ่นกับชุดสูทสีชมพูของผู้ชายทั้งตระกูล ไอ้วัย ๆ อย่างพวกเขามันก็ไม่เท่าไหร่ แต่รุ่นพ่อนี่สิใส่กันทุกคน “ทำไมวะ” ธาร์ถามน้องชายฝาแฝดอย่างสงสัย “พ่อเรากับลุงต้นยังพอได้นะสูทสีชมพู แต่อาเล็ก[1]นี่สิหน้าอย่างโหดใส่สูทสีชมพู” ธาร์มองตามไธม์ที่พูดถึงผู้เป็นอาได้แต่ยิ้ม “มึงก็ว่าอาเล็กเค้า ออกจะหล่อเข้ม เวลามีปัญหาเรื่องโดนฟ้องก็ได้อาเล็กแหละช่วย” ธาร์ว่าน้องชายฝาแฝด เรื่องปากดีต้องยกให้มัน “เออ ไม่ว่าอาเล็กก็ได้ เปลี่ยนไปนินทาเมียดีกว่า ดีใจกว่าเจ้าสาวก็คงเมีย ๆ พวกเรานี่แหละ” ไธม์ทำปากยื่นไปทางศรีภรรยาที่กำลังเม้ามอยกันอย่างสนุกสนาน ทิ้งลูกทิ้งผัวกันเลยทีเดียว “แกก็ชอบว่าป้ากล้วยนาน ๆ เขาจะได้เจอกัน” อย่างที่รู้กันว่า ‘ป้ากล้วย’ ของเหนือคือเมียของอาไธม์ในปัจจุบัน วันนี้ทั้งสายน้ำ กล้วยและอิงเพื่อนของสายน้ำก็ได้มาร่วมงานแต่งของใบบุญญากับอินน์เช่น
“ก็คิดถึงนี่นา กว่าจะได้เจอ พี่เหนือมีแฟนใช่ไหมแม่กับพ่อบอก” ลินน์ซักผมทันทีนี่แหละมั้งที่กอดผมไว้แน่นเพราะกลัวว่าผมจะไม่ตอบและหนีเข้าห้องนอน“อยากรู้ก็ถามพี่เขาดูสิ”“มีแฟนใช่ไหมพี่เหนือ ตอบลินน์มาเดี๋ยวนี้มีแฟนใช่ไหม ไม่ตอบใช่ไหมโดนจี้เอวแน่”“อย่านะ!!!” ผมร้องห้ามตาลีตาเหลือกรีบผละน้องสาวทั้งสอง
“ไหนแกบอกว่าเป็นแค่รุ่นพี่ไง” เสียงเฮียมังกรยังโวยวายพร้อมทั้งชี้หน้าผมอย่างไม่ค่อยพอใจ“ก็ตอนนั้นเป็นแค่รุ่นพี่ไง ตอนนี้เป็นแฟนไม่ได้หรือไง หนูโตแล้วนะ เฮียจะโวยวายอะไรเนี่ย”“เดี๋ยวนะ เฮียว่าเฮียคุ้น ๆ” ว่าแล้วเฮียมังกรก็เดินไปเดินมามองหน้าผมอย่างใช้ความคิด“ไอ้คนที่ทำให้แกย้ายโรงเรียน” ทำไมอยู่
ความโค้งงอของท่อนลำกดเข้ากับจุดจีสปอตในร่องรัก ขับน้ำหวานเอ่อไหลอย่างห้ามไม่อยู่และเพียงไม่นาน“อ๊า / อ๊า” เราสองคนสุขสมกอดเกี่ยวกันขึ้นเหยียบสวรรค์พร้อมกัน“อา...น้องเสียวเหลือเกินพี่เหนือ” หลังความใหญ่โตถูกดึงออกจากจุดเชื่อมต่อ ฉันโดนพี่เหนือพลิกให้นอนหงาย ฉันไม่มีแม้แรงจะลืมตา บทรักร้อนแรงยาวนาน
“พี่เหนือ...อา...พอแล้ว” ฉันล้มตัวกอดเขาไว้แน่น หวังให้เขาหยุดรังแก“อื้อ พี่เหนือ” เขาไม่หยุดรังแก เมื่อเขาเสียบความแข็งร้อนเข้าจนสุดทางในคราเดียวเสียงดังตับทำให้ฉันผวาตาเหลือกลาน จุก เสียวและสุขพี่เหนือยังไม่ยอมปรานีฉันเมื่อเขาดันกายฉันให้ลุกนั่ง คร่อมทับส่วนสอดประสาน มือเรียวใหญ่ประคองเอวฉันไว้







