登入“ได้จองไว้ไหมคะ” ฉันกับลิลินกำลังจะส่ายหน้า
“สองคนนี้มากับผมครับ” เสียงคุ้นเคยที่พูดอยู่ข้างหลังทำให้ฉันต้องหันกลับไปแต่เจอเพียงแผ่นอกกว้าง ฉันเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของแผ่นอกก็เจอใบหน้าหล่อเหลาแสนคุ้นเคย
กลิ่นหอมอ่อนจากพี่เหนือนี่เขาคงอาบน้ำมาแล้วสินะ
“นั่งกับพวกพี่ได้” พี่เหนือบอกส่วนเพื่อนเขาอีกคนคือพี่บิทคอยด์ซึ่งหน้าตาก็ดีมากไม่ต่างจากพี่เหนือ
“เอ่อ...” ฉันกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธแต่ไม่ทันเพื่อนรักอย่างลิลินที่ดึงแขนฉันให้เดินตามพี่เหนือกับเพื่อน
“สวัสดีค่ะ หนูชื่อลิลิน นี่เมลค่ะ” ฉันยกมือขึ้นไหว้รุ่นพี่ทั้งสองคน
“เหนือครับ”
“บิทครับ” คำแนะนำตัวของรุ่นพี่ทั้งสองคนทำหัวใจฉันเต้นแรงแค่ชื่อแล้วลงท้ายด้วย ‘ครับ’ ทำไมต้องดูหล่อขนาดนี้นะ ยิ่งต้องนั่งตรงข้ามกับเขาในพื้นที่แคบ ๆ มีจังหวะหนึ่งที่ฉันขยับเท้าไปโดนเท้าของคนตัวโตตรงหน้า
หลังจากนั้นฉันไม่กล้าขยับเท้าอีกเลย สองหนุ่มแทบไม่พูดกันเลย นั่นยิ่งทำให้ฉันกับลิลินไม่กล้าพูด เพราะเกรงใจทั้งสองคนและเกรงใจโต๊ะข้าง ๆ ที่นั่งเบียดกันอยู่ในห้องแอร์แคบ ๆ เป็นการกินข้าวที่แสนจะอึดอัด
การได้กินข้าวกับคนที่เราชอบไม่ง่ายเลย ฉันเกร็งและไม่กล้ากินอะไรมากนัก ส่วนลิลินเพื่อนฉันกลับไม่เกร็งเท่าฉันเมื่อเธอยังกินปกติและมีพูดคุยกับพี่บิทคอยด์บ่อยครั้ง
ผิดกับฉันและพี่เหนือที่ไม่มีบทสนทนากันเลย ฉันก้มมองถ้วยข้าวตรงหน้า มันอึดอัดจนไม่รู้จะกินอะไรดี อยู่ ๆ เนื้อวัววากิวฉ่ำวาวก็ถูกวางไว้บนข้าว ฉันเงยหน้าขึ้นมองคนที่คีบเนื้อให้
“ลองดูครับอร่อย” เขาพูดแค่นั้นจากนั้นก็คีบอีกชิ้นส่งให้ลิลินและอีกชิ้นส่งให้พี่บิทคอยด์ เมื่อทุกคนได้รับการปฏิบัติจากพี่เหนือเหมือนกันหัวใจฉันก็รู้สึกยากอธิบาย
ใจหนึ่งก็สบายใจ อีกใจก็เสียใจที่เขาปฏิบัติกับฉันเหมือนกับทุกคน แต่เมื่อคิดได้ว่าพี่เหนือเขาให้มาร่วมโต๊ะก็ดีอยู่แล้ว อีกอย่างพี่เหนือเขามีแฟนแล้ว
มื้ออาหารจบลงในเวลาสองทุ่ม อิ่มไม่จริงตังค์อยู่ครบคือครั้งนี้ พี่เหนือเป็นคนจ่ายมื้อนี้ นอกจากนี้เขายังอาสาไปส่งฉันกลับด้วย โดยที่พี่บิทคอยด์จะไปส่งลิลินซึ่งบ้านอยู่ทางเดียวกัน แต่ฉันปฏิเสธเสียงหลง
ถ้าเกิดให้พี่เหนือไปส่งฉันมีหวังตายกับตาย เฮียมังกรตีฉันหลังลายแน่ กลับบ้านช้าทั้งยังมีผู้ชายมาส่ง
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูกลับเองดีกว่า”
“บ้านอยู่แถวไหนเดี๋ยวพี่ไปส่งได้ ดึกแล้ว”
“คือป๊าม้าหนูดุน่ะค่ะ ถ้าพี่เหนือไปส่งหนูโดนดุแน่” ฉันบอกเหตุผลแต่บุคคลที่ยกมาอ้างกลับเป็นป๊าม้าแทนที่จะเป็นเฮียมังกร
“งั้นก็ตามนั้น เรียกรถหรือยังเดี๋ยวพี่ยืนรอเป็นเพื่อน”
“เรียกแล้วค่ะ รถมาแล้ว” คงเพราะแถบนี้รถแกร็บเยอะอยู่แล้วทำให้ฉันเรียกเพียงหนึ่งนาทีรถก็มาจอดทันที เสียดายจัง
“หืม” เมื่อขึ้นนั่งบนรถฉันก็ล้วงหามือถือในกระเป๋าแต่กลับพบบางอย่างในกระเป๋าใบเล็กนั้น ความเย็นของมันทำให้ฉันต้องยกขึ้นมาดู แม้แสงในรถจะไม่มากแต่ฉันก็เห็นว่าเจ้าสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในกระเป๋าคืออะไร
‘เหรียญทอง’ หัวใจดวงน้อยฉันเต้นแรงมาก อย่าบอกนะว่าพี่เหนือเป็นคนให้ฉัน จะใช่พี่เหนือหรือเปล่านะ
‘เขามีแฟนแล้วนะ’
เสียงหนึ่งที่ดังขึ้นในหัวทำให้ฉันเก็บเหรียญทองนั้นลงกระเป๋าด้วยหัวใจห่อเหี่ยว ถึงจะห่อเหี่ยวแต่เมื่อถึงห้องของตัวเองฉันก็วางเหรียญทองไว้บนชั้นเล็ก ๆ เหนือชั้นหนังสือ
“ไว้พี่โสดแล้วหนูจะไปจีบนะคะ”
งานกีฬาสีผ่านไปแล้วและปีใหม่กำลังจะมาถึง เชียงใหม่คึกคักด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมารับลมหนาว ชีวิตของฉันยังผ่านไปกับการแอบมองพี่เหนืออย่างเช่นทุกวัน
ธันวา มกรา กุมภา มีนา เหลือเวลาอีกแค่สี่เดือนเท่านั้นสินะที่ฉันจะได้เห็นหน้าพี่เหนือทุกวัน ยกเว้นแค่วันเสาร์ เพราะวันอาทิตย์ฉันก็เจอเขา
แม้จะเจอกันแบบไม่ค่อยได้มองหน้าเขาก็ตาม
“วันนี้ทำทรีตเมนต์ด้วยใช่ไหมคะ” พี่พนักงานลักซ์คลินิกเอ่ยถามฉันซึ่งฉันก็รีบพยักหน้ารัว ๆ เวลานี้ผิวหน้าฉันดีขึ้นมากแล้วแต่ก็อยากให้รอยสิวหายเร็วขึ้นจึงเลือกการทำ
ทรีตเมนต์ฆ่าเชื้อสิว“เดี๋ยวคลีนหน้าก่อนนะครับ” ขั้นตอนนี้ทำฉันใจเต้นโครมครามทุกครั้ง
ฉันแอบลืมตามองคนที่นั่งคร่อมบนหัวตัวเองได้นิดเดียว นิดเดียวเท่านั้น
“หลับตาก่อนนะครับ” เวลาเพียงไม่กี่นาทีแค่นั้น แต่ทำไมฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตายด้วยภาวะหัวใจทำงานหนักเกินไปนะ
เมื่อหลับตาแล้วสิ่งที่ได้ยินนอกจากเสียงเพลงบรรเลงเบา ๆ ที่ดังผ่านลำโพงมุมห้องแล้วอีกเสียงที่ฉันได้ยืนคือเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงเกินกว่าจะห้ามปราม
หัวใจไม่รักดี
นิ้วมือเย็นที่แตะโดนผิวแก้มในตอนที่สำลีเช็ดผิวหน้าของฉันนั่นอีกที่ทำให้หัวใจฉันเต้นแรงมากขึ้นกว่าเดิม หัวใจคนเราเต้นได้แรงแค่ไหนกันนะ ดีที่ฉันไม่ได้ใส่นาฬิกาวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ไม่อย่างนั้นเจ้านาฬิกาอัจฉริยะอาจส่งไปแจ้งเตือนโรงพยาบาลให้มารับตัวฉัน
แต่เป็นหลานชายก็ดี เรื่องการสืบสกุลก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป หวังว่าหลานคนที่สองจะเป็นผู้หญิงน่ารักตะมุตะมิ “น้องเอื้อไปโรงเรียนก็ดีแล้วนะครับ ใบจะได้ไม่เหนื่อย” อินน์ว่าทั้งยังกุมมือเมียรัก ผู้เป็นป้ารีบสนับสนุน คนท้องต้องพักผ่อนเยอะ ๆ “ต่อไปต้องให้น้องเอื้อมานอนห้องย่าตลอดเลยนะเดี๋ยวทับท้องหนูใบ” อินน์ฟังเจ้าป้าแล้วได้แต่แอบเบะปากน้อย ๆ เพราะก่อนหน้านี้ลูกชายของเขาก็นอนกับเจ้าคุณย่าตั้งแต่ได้สองขวบแล้ว เรียกได้ว่าหลงหลานเอื้อหนักมาก เพราะอย่างนั้นอินน์กับใบบุญญาจึงมีเวลาทำลูกได้ทุกคืน พ่อคนน้ำยาดีในท้องแรกเริ่มไม่มั่นใจเมื่อคนที่สองไม่มาสักที ทั้งสามมาถึงคุ้มอินทฐานนท์เพียงแค่นั่งรถจากโรงเรียนนานาชาติ ‘ฐานนท์’ เพียงสามนาที เจ้าประกายแก้วรัตนาเทกโอเวอร์โรงเรียนนานาชาติที่อยู่ใกล้บ้านทันทีที่อินน์แต่งงาน ต้องเรียกว่าวางแผนไว้เนิ่น ๆ ปากบอกว่าไม่เคยเห่อหลานแต่การกระทำของเจ้าประกายแก้วรัตนานั้นสวนทางกับคำพูดทุกอย่าง เพราะอย่างนี้อินน์มักจะกระซิบใบบุญญาว่าอย่าเชื่อเจ้าป้าการละคร เมื่อถึงบ้านเจ้าป้าการละครต้องรีบกดโทรศัพท์ต่อสาย
“ครั้งหน้าไม่มีแล้วนะคะ ใบไม่อยากให้คุณอินน์เล่นอีก” ใบบุญญาว่าเธอไม่ชอบเลย ตีกอล์ฟก็ตีกอล์ฟสิทำไมต้องมีติดปลายไม้อะไรนั่น “พี่ไม่อยากเล่นหรอก กลัวแต่พ่อ ๆ ของใบนั่นแหละจะไม่ยอมรามือ” อินน์แค่กังวลใจว่าเดี๋ยวเหล่าพ่อ ๆ ของใบบุญญาจะนัดกันมาหลายคนกว่าเดิม จากที่ตีกันแค่สี่ห้าคน ไม่รู้จะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า เขาแกล้งแพ้ เหล่าพ่อ ๆ ก็ได้ใจ พอเขาเอาจริงก็อยากจะเอาคืนอยากแก้มืออีก “จริงด้วยค่ะ ข้อเสียของโชติภิวรรธคือชอบเอาชนะ รู้ไหมว่าลุงรองพ่อหมอธาร์อะ แกล้งเป็นเกย์เพื่ออยู่ใกล้ป้าศิตาตั้งสามปี คิดดูแล้วกันว่าน่ากลัวขนาดไหน” ใบบุญญานินทาผู้เป็นลุง หารู้ไม่ว่าพ่อของตัวเองก็เคยเสนอตัวเป็นคนเลี้ยงดูแม่เบลตั้งแต่เป็นนางร้าย “น่ากลัว ดีแล้วที่ใบเปลี่ยนมาใช้ ‘อินทฐานนท์’” เจ้าของนามสกุลยิ้มแฉ่ง ดีใจที่เมียรักยอมมาใช้นามสกุลของเขา ทั้งยังตั้งท้องลูกชายให้เขาอีกด้วย “แน่นอนสิ ใบรักคุณอินน์ แค่เปลี่ยนนามสกุลเรื่องเล็กมากเลย ใบเคยมีเพื่อนที่เขายอมเปลี่ยนศาสนาตามแฟน เพื่อนใบบอกว่ากว่าจะได้เจอคนที่รักเราและเรารักเขามันยากมากเลย แค่เปลี่ยนศาสนาเป็นเรื่องเล็กม
“คราวที่แล้วอินน์ตีได้ดีกว่านี้นะ กูนี่โคตรอายแพ้แบบหมดรูป ปล่อยให้มันยืนดูแล้วยืนดูอีก พอยิ่งกดดันกูยิ่งตีไม่ลง Over par ตลอด” “มึงอ่อนไงภาส มันไม่ได้เก่งหรอก” เป็นรามที่พูดขึ้น “ไอ้ต้นมึงอย่าว่ามัน มึงได้ที่สอง เรื่องทับถมไอ้ภาสปล่อยเป็นหน้าที่กูเอง” เป็นลักษณ์หรือรองผู้ได้อันดับหนึ่งของวันนี้ รับหน้าที่ทับถมคนอื่น “เก่งตายแหละมึง เล่นสนามที่ตัวเองตีทุกอาทิตย์ไม่ได้ที่หนึ่งจะเรียกว่าอะไร อ่อนด้อยเหรอวะเล็ก” รามว่าลักษณ์ทั้งยังหันไปถามความเห็นจากน้องชายคนเล็กของบ้านอย่างวิศรุต “พอ ๆ พวกมึง หรือว่าอินน์มันแกล้งแพ้หรือเปล่าวะ ฝีมือไม่น่าเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้นะ” ภาสยังไม่ค่อยเชื่อใจลูกเขยคราวที่แล้วเล่นอย่างเทพ แต่รอบนี้นึกว่าเพิ่งหัดเล่น “มันจะแกล้งอะไรเนียนขนาดนั้น” ลักษณ์ว่า “ใช่ พวกเราเล่นดีจนมันเกร็งแหละ ว่าไหม” รามออกความเห็น คนที่เหลือขี้เกียจคิดมาก ก็เลยพยักหน้าเห็นด้วย ดีแล้วที่ชนะ ปกติไปเล่นกับใครก็แพ้ทุกที เห็นทีพวกเขาต้องบินมาตีกอล์ฟกับอินน์บ่อย ๆ “ครั้งหน้าเราเล่นพนันด้วยไหม กินเงินลูกเขยเฮียให้เรียบเลย” วิศรุตเ
“โห ชมใบขนาดนี้ใบจะลอยแล้วคุณอินน์” “ดีใจ ที่โลกนี้มีใบของพี่” อินน์พึมพำก่อนจะหลับไป ใบบุญญาหัวเราะกับเจ้าบ่าวที่บอกว่าเตรียมคืนเข้าหอมาอย่างดี จุดจบของสายหื่นคือแพ้ท้องแทนเมีย หลังจากงานแต่งงาน เพียงแค่สัปดาห์เดียวก็ถึงเวลาการเปิด ‘ฐานนท์พาร์ค’ ศูนย์การค้ากึ่งสวน เมื่อคุณมาเที่ยวที่นี่จะได้บรรยากาศนั่งกินข้าวหรือช็อปปิงอยู่ในทุ่งดอกไม้ ความงดงามของที่นี่ทำให้มีที่ถ่ายรูปลงโซเชียลหลายร้อยมุม นอกจากนี้ฐานนท์พาร์คยังมีการจัดสวนใหม่ทุก ๆ สามเดือน ทำให้มุมการถ่ายรูปถูกปรับเปลี่ยนไปทุกสามเดือน สายอินฟลูเอนเซอร์จึงมาได้บ่อยเท่าที่ต้องการ คลินิกของอยากพักใจถูกดูแลโดยตระการเป็นหลัก เพราะคุณหมอใบบุญญาช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเพราะต้องดูแลคนแพ้ท้องอย่างคุณอินน์ “แพ้ท้องอะไรวะ ได้กลิ่นเมียแล้วหาย” ตระการบ่นกับมนทนา โดยที่มีใบบุญญาฟังอยู่ไม่ไกล “ติดเมียแหละดูออก วันหลังไม่ต้องอ้างแพ้ท้องนะ บอกว่าติดเมียก็ไม่มีใครว่าหรอก” มนทนาหันไปบอกคนผัวติด ใบบุญญานั่งยิ้มกริ่มกับคำแดกดันของเพื่อน “อิจฉาเหรอ ไม่ดีนะ ความอิจฉาจะทำให้เราจิตใจไม่สงบ เห็นใคร
“บาปกรรม มีแต่คนเขามาบริจาคให้โรงพยาบาล นี่ตัวเองมาโกง จิตใจทำด้วยอะไร” เมื่อมีคนหนึ่งจุดไฟ คนที่เหลือก็เริ่มกระพือไฟให้โหมมากกว่าเดิม เมื่อถึงช่วงเวลาโยนช่อดอกไม้ ผู้คนหน้าเวทีมากมายทั้งชายหญิง งานแต่งของใบบุญญากับอินน์รวมคนทุกสายงานอาชีพไว้ที่นี่จริง ๆ คนไข้ตั้งแต่รุ่นแรกของคลินิกอยากพักใจที่ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นเจ้าหน้าที่ด้านจิตวิทยาหรือบางท่านก็รับทำฮอตไลน์สายด่วนถ้าไม่สะดวกเดินทางมาที่คลินิก เป็นงานการกุศลจากคนที่เคยได้รับความช่วยเหลือ ‘ลองเป็นผู้ให้ดูค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่ใจเป็นอย่างไร ล้านคำพูดก็ไม่อาจอธิบายความรู้สึกอิ่มใจนั้นได้’ นั่นเป็นคำพูดของใบบุญญาที่เคยพูดไว้เมื่อครั้งที่เธอขึ้นไปพูดในงานแถลงข่าวของโชติภิวรรธ เมื่อครั้งเปิดคลินิกอยากพักใจที่สาขากรุงเทพ “พร้อมกันหรือยังครับ เรากำลังจะโยนช่อดอกไม้” เสียงพิธีกรถามขึ้น ทุกคนในงานต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าพร้อม “แต่ทุกท่านไม่ต้องลุกจากที่นั่งครับ” เสียงของพิธีกรทำทุกคนในงานต่างตื่นเต้นกับการโยนช่อดอกไม้แสนพิเศษของวันนี้ “ดอกทิวลิปที่อยู่ในมือของทุกคนคือคำตอ
ตอนพิเศษ 1 งานแต่งงานยิ่งใหญ่ ธีมงานแต่งสีชมพูซึ่งเป็นสีโปรดของว่าที่เจ้าสาว โชติภิวรรธต่างออกแบบและแต่งกายด้วยชุดสีชมพูกันทั้งตระกูลไม่เว้นแม้แต่ผู้ชาย “กูรู้สึกแปลก ๆ ไงก็ไม่รู้” ไธม์บ่นกับชุดสูทสีชมพูของผู้ชายทั้งตระกูล ไอ้วัย ๆ อย่างพวกเขามันก็ไม่เท่าไหร่ แต่รุ่นพ่อนี่สิใส่กันทุกคน “ทำไมวะ” ธาร์ถามน้องชายฝาแฝดอย่างสงสัย “พ่อเรากับลุงต้นยังพอได้นะสูทสีชมพู แต่อาเล็ก[1]นี่สิหน้าอย่างโหดใส่สูทสีชมพู” ธาร์มองตามไธม์ที่พูดถึงผู้เป็นอาได้แต่ยิ้ม “มึงก็ว่าอาเล็กเค้า ออกจะหล่อเข้ม เวลามีปัญหาเรื่องโดนฟ้องก็ได้อาเล็กแหละช่วย” ธาร์ว่าน้องชายฝาแฝด เรื่องปากดีต้องยกให้มัน “เออ ไม่ว่าอาเล็กก็ได้ เปลี่ยนไปนินทาเมียดีกว่า ดีใจกว่าเจ้าสาวก็คงเมีย ๆ พวกเรานี่แหละ” ไธม์ทำปากยื่นไปทางศรีภรรยาที่กำลังเม้ามอยกันอย่างสนุกสนาน ทิ้งลูกทิ้งผัวกันเลยทีเดียว “แกก็ชอบว่าป้ากล้วยนาน ๆ เขาจะได้เจอกัน” อย่างที่รู้กันว่า ‘ป้ากล้วย’ ของเหนือคือเมียของอาไธม์ในปัจจุบัน วันนี้ทั้งสายน้ำ กล้วยและอิงเพื่อนของสายน้ำก็ได้มาร่วมงานแต่งของใบบุญญากับอินน์เช่น
“รวมถึงคนอื่นด้วยใช่ไหม” แน่นอนว่าผีที่ไม่กล้าสู้หน้า ผีที่ในอดีตเคยแข็งกร้าวและดุร้ายที่ฉันเห็นในอดีตผิดจากภาพในวันนี้อย่างสิ้นเชิง“เล่าให้ฟังได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”“ได้” สิ้นเสียงลุงอัครเดช ภาพตรงหน้าของฉันก็แปรเปลี่ยนจากร้านทองกลายเป็นภาพในอดีต...สองหนุ่มสาวที่กำลังนั่งอยู่ริมน้ำในมือของทั้งคู
“อย่าบอกนะคะว่าวันนี้เปิดโต๊ะเดียว”“แน่สิ นี่เดตแรกของเราพี่เล่นใหญ่” ฉันหัวเราะชอบใจกับการเล่นใหญ่ของพี่เหนือ“ในห้องนั้นคืออะไรเหรอคะ” ก่อนจะถึงโต๊ะอาหารฉันสนใจห้องที่อยู่กลางบ้าน“อ๋อ ห้องประวัติของบ้านหลังนี้ สิ่งเดียวที่เขาขอไว้ก่อนขายให้พี่” ประวัติบ้านหลังนี้เหรอ เท้าฉันก้าวตรงไปยังห้องนั้น
พี่เหนือพาฉันมายังห้องเดิมที่เคยมาทำหน้าตั้งแต่เป็นนักเรียนมอต้นครั้งที่เราเจอกัน ฉันนอนลงให้เขารวบผมด้วยที่เก็บผมอย่างที่พี่พนักงานทำเป็นประจำฉันที่นอนบนเตียงโดยที่มีพี่เหนือนั่งอยู่หัวเตียง เราใกล้กันมาก ราวกับว่าเวลานี้ฉันวางศีรษะไว้บนตักของเขาอย่างเช่นวันที่เรานั่งอยู่บนรถพี่บิทฉันเงยหน้ามอง
“จูบได้ไหม” เขาถามแต่ฉันไม่ได้ตอบ เป็นฉันเองที่ขยับใบหน้าให้เข้าใกล้เขาและกดริมฝีปากตัวเองบนปากเขา ฉันเป็นคนเริ่มก็จริงหากแต่คนที่นำทางก็ยังเป็นเขาจูบที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นอย่างนี้เองสินะ เขาไม่ได้เร่งเร้าเอาแต่ใจ หากแต่ค่อย ๆ ลิ้มชิมอย่างละเมียดละไม อ่อนหวาน โหยหาไม่เนิ่นนานแต่ก็เต็มอิ่มในหั







