Share

บทที่ 3 กลัวผี

last update Tanggal publikasi: 2024-12-19 15:26:26

ภาคีขับรถกอล์ฟมาส่งเหนือฟ้าลงหน้าบ้านพัก เขาจอดรถและเดินตามหลังมา

"เหนือ"

"คะ...พี่คีมีอะไรเหรอ"

"ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะครับเหนือฟ้า พี่ขอแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการ พี่ภาคี กฤตกล้าธนาดร อายุยี่สิบห้าปี สถานะโสด"

"รู้มาตั้งนานแล้ว" สาวแก้มยุ้ยพูดพึมพำ

"ว่าไงนะ"

"เปล่าค่ะไม่มีอะไร งั้นราตรีสวัสดิ์ค่ะ"

"ฝันดี"

แผ่นหลังสูงขับรถกอล์ฟไปจอดที่มุมมืดเพื่อลอบมองดูสาวอวบที่กำลังแตะคีย์การ์ดเข้าห้อง พอมั่นใจว่าเธอปลอดภัยเขาถึงขับรถออกไป

นี่เป็นครั้งแรกที่เหนือฟ้านอนคนเดียวในที่ต่างถิ่น หลังจากอาบน้ำเสร็จเธอก็เปิดไฟสว่างไปทั่วห้อง

ตั๊บแก!! ตั๊บตั๊บตั๊บแก"

"ตุ๊กแกที่นี่ก้างติดคอหรือไง แต่บรรยากาศที่นี่วังเวงจัง ป่านนี้พี่ไนท์หลับหรือยังนะ" เหนือฟ้าแชตไปหาพี่สาว แต่ราตรีไม่อ่านข้อความของเธอ

หญิงสาวจึงพยายามสวดมนต์เพื่อผ่อนคลายตัวเองก่อนนอนและฝืนข่มตา แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีอาการกลัวผียิ่งทำให้เธอกระสับกระส่าย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงห้าทุ่ม

"ฮือตายแน่นอนไม่หลับ"

แฟ่ก! แฟ่ก!

เหนือฟ้าสะดุ้งลุกดึงผ้าห่มมาคลุมจนมิดหัว "เสียงอะไรอ่ะ"

ด้านนอกระเบียงมีแมวประจำรีสอร์ตแวะมาฝนเล็บ ทำให้คนกลัวสิ่งที่มองไม่เห็นขึ้นสมองเริ่มหวาดระแวงจนมโนไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าเป็นเสียงเล็บขูดของผี

หญิงสาวลนลานควานหาโทรศัพท์นอกผ้าห่มแล้วรีบเปิดแชตข้อความไปหาภาคี "พี่คีเหนือกลัวผีค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนเหนือหน่อย"

ภาคีอ่านอย่างไวแล้วรีบตอบกลับมารวดเร็วไม่แพ้กัน "ขอพี่ใส่เสื้อผ้าก่อนนะ พี่ยังโป๊อยู่เลย"

"อ๊าย..ตาบ้าไม่เห็นต้องบอกเลยว่าโป๊อยู่ ใครอยากรู้เล่า" ปากก็ว่าแต่ก็อดจินตนาการถึงซิกซ์แพ็คแน่น ๆ ใต้เสื้อกล้ามสีดำไม่ไหว

สาวอวบในชุดนอนกระโปรงคลุมเข่านั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียง ประมาณสิบกว่านาทีเสียงเคาะประตูในยามวิกาลก็ดังขึ้น เหนือฟ้ารีบส่องตาแมวเพื่อความมั่นใจ แล้วค่อยเปิดประตู

"ขอโทษนะคะที่รบกวน พอดีเหนือไม่เคยนอนคนเดียวค่ะ แล้วพี่ไนท์ก็หลับไปแล้ว"

"ไม่เป็นไร พี่ขอเข้าห้องได้ไหม" ภาคีไม่รอให้เธออนุญาตกลับเดินเข้าไปในห้องแถมยังพกหมอนข้างมาด้วย "มานอนเถอะพี่ง่วงสุด ๆ เลย พรุ่งนี้พี่มีงานที่คาเฟ่อีก ถ้าเหนือไม่ว่าอะไรพี่ขอหลับอยู่ข้าง ๆ นะครับ"

เขาพูดปุปก็วางหมอนข้างกั้นตรงกลางแล้วปิดตาสนิททันที

"อ้าวหลับแล้วเหรอคะ...หลับไวจัง" เหนือฟ้าคลานขึ้นมาบนเตียง ล้มตัวนอนโดยหันตะแคงข้างมองหน้าหล่อ ๆ ของคนด้านข้างจนกระทั่งปิดตาลง

แต่คนที่มานอนเป็นเพื่อนกลับเปิดตาออก ยกแขนขึ้นเท้าหัวมองดูหน้าหวาน และแก้มพองนุ่ม พินิจพิเคราะห์เก็บทุกรายละเอียด ยื่นนิ้วไปเกลี่ยเส้นผมที่บดบังจากสายตา

"จะรู้บ้างไหมนะว่าตัวเองสวย สวยของคนอื่นพี่ไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่ของพี่คือแบบเหนือ"

เสียงนุ่มกล่าวท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสนจันทร์ลอดฉายผ่านผ้าม่านเข้ามา ภาคียิ้มปนเศร้าเพราะอีกสามเดือนข้างหน้าเขาก็จะไปเรียนต่อปริญญาโทและไปหาประสบการณ์ด้านการเกษตรที่ญี่ปุ่นสักสองสามปีก่อนจะกลับมาดูแลไร่ควายที่นครนายกซึ่งเป็นมรดกตกทอดของบรรพบุรุษ

แสงสีทองสว่างวาบกระทบเปลือกตาของคนขี้เซา เหนือฟ้าผุดลุกขึ้นหันไปหาคนด้านข้างรู้สึกโล่งอกขึ้นมาหน่อย ๆ ที่เขาไม่อยู่แล้ว

"ถ้าตื่นมาตอนเช้าแล้วเห็นเราน้ำลายยืดแบบนี้ เขินตายเลย" เหนือฟ้าเช็ดคราบน้ำลายที่แห้งติดมุมปาก

หญิงสาวนั่งกินมื้อเช้ากับครอบครัวที่ร้านอาหารของรีสอร์ต หากหันหน้าไปฝั่งตรงข้ามก็จะเป็นคาเฟ่ที่มีบาสริสต้าหนุ่มยืนประจำการอยู่ ภาคีฉีกยิ้มกว้าง ส่งให้บ่ะหนุนน้อยของเขา

เหนือฟ้าเผลอยิ้มตอบ ชายหนุ่มอึ้งไปเล็กน้อยที่สาวเจ้าทำท่าจะเล่นด้วย เขาจึงกระพริบตาให้หนึ่งข้าง

แต่คราวนี้เธอจำต้องรีบเบือนหน้าหนี เพราะรู้ตัวแล้วว่าการเล่นระหว่างเธอกับเขามันชักบานปลาย

ประมาณสิบโมงหญิงสาวเดินไปถ่ายรูปบรรยากาศของไร่ชา และไปดูกรรมวิธีแปรรูปชาเขียว รวมทั้งล่องเรือริมแม่น้ำปายกับครอบครัวและขึ้นมากินมื้อเที่ยงด้วยกัน

หลังจากเติมพลังกันจนเต็มที่เหนือฟ้าจึงแวะไปที่คาเฟ่เพื่อหาเครื่องดื่มสักแก้ว เพราะเห็นว่ายังไม่มีคนมาสั่งจึงคิดว่าจะช่วยอุดหนุนคนหล่อสักหน่อย แต่ปลายเท้าสองข้างกลับชะงักค้าง เพราะผู้หญิงที่ไหนไม่รู้กำลังโน้มคอพี่คีลงมาจูบอย่างดูดดื่ม แถมพวกเขายังตัวสูงไล่เลี่ยกันอีก

เหนือฟ้ารีบกลั้นน้ำตาเม้มริมฝีปากเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นความเสียใจ รีบก้าวขาฉับ ๆ เดินออกมาจากคาเฟ่ จังหวะเดียวกันนั้นผู้ช่วยบาริสต้าอีกคนก็เดินสวนเข้ามาพอดี

"ชมปล่อยสักที" ภาคีผลักตัวเธอออกแล้วเช็ดริมฝีปากอย่างหงุดหงิด

"ทำไมรอบนี้หวงเนื้อหวงตัวนักละคะ ที่ชมมาหาเพราะคุณไม่ติดต่อมาเลยชมคิดถึงเลยต้องมากอดจูบลูบคลำให้หายคิดถึง คืนนี้ว่างไหมคะ ชมให้กินฟรีเลยนะ"

"ที่ผมหยุดติดต่อคุณ เพราะไม่คิดจะซื้อใครกินแล้วไง ผมพอแล้ว ตอนนี้ผมต้องการแม่ของลูก" ภาคีตวาดแล้วรีบเดินออกจากคาเฟ่

"คุณคีครับ เมื่อกี้ผมเห็นแขกคุณคีวิ่งหน้าซีดออกไป สงสัยจะเห็นภาพติดเรทกลางวันแสก ๆ" คำปอเบะปากใส่ชมออนที่ชอบถืออภิสิทธิ์คิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงของเจ้านาย

"แขกคนไหนคำปอ" ภาคีเริ่มหวั่นใจกลัวว่าจะเป็นคนที่เขาคิด

คำปอย่นคิ้วเกาหัวกลอกตาไปมา "ก็สาวขาวอวบหน้าหวานคนนั้นไงครับ"

"ฉันรู้แล้ว ขอบใจมาก ฝากส่งชมออนกลับด้วย ดีดไปให้ไกล ๆ เลย" ภาคีตบบ่าคำปอ

ชายหนุ่มรีบปั่นจักรยานที่จอดไว้หน้าคาเฟ่ปั่นหาเหนือฟ้าไปทั่ว ทั้งแชทไปหา โทรหาเธอก็ไม่รับสาย

สาวอวบนั่งกอดเข่าอยู่ที่ริมระเบียงห้องพักชำเลืองมองแชทของภาคีที่เด้งเข้ามารัว ๆ

ก๊อก! ก๊อก!

ด้วยความหงุดหงิดเธอจึงเดินไปเปิดประตูโดยที่ลืมส่องตาแมวเหมือนทุกครั้ง ทำให้ไม่อาจปิดประตูหนีคนด้านนอกได้ทัน

ฝ่ามือใหญ่ตะครุบขอบประตูเอาไว้อย่างรวดเร็วจนเกือบจะถูกหนีบ "ทำบ้าอะไรของพี่คี อย่านึกว่าเป็นลูกชายเจ้าของรีสอร์ตจะทำอะไรเอิกเริก หรือเผด็จการกับใครก็ได้นะคะ"

"โมโหพี่เรื่องอะไร" ภาคีลองใจ

"เปล่านี่คะ ไม่ได้โมโหไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้น ขอเหนืออยู่คนเดียวได้ไหม" เหนือฟ้าพยายามดันอกของชายตัวสูงใหญ่ให้ออกห่าง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 234 แต่งงานฉบับฟันน้ำนม

    งานแต่งจำลองที่จงใจสร้างขึ้นเพื่อนำไปโพรโมตโฆษณาแพคเกจจัดงานแต่งในไร่พิทักษ์มหิงสา ซึ่งมีหมูยอเป็นเจ้าบ่าวและเมี่ยงคำเป็นเจ้าสาวตัวน้อยถูกตกแต่งเสร็จเรียบร้อยภายในสองวัน การตกแต่งหลักจะเน้นไปที่อมยิ้มสายรุ้ง มีลูกโป่งเจ็ดสีและกระโปรงเจ้าสาวตัดเย็บต่อเติมด้วยผ้าตาข่ายเจ็ดสีเย็บเข้ากับเนื้อผ้ากระโปรงสีขาวอีกที บนหัวของเมี่ยงคำตัวน้อยประดับด้วยดอกกุหลาบผ้าสายรุ้งแบบเดียวกับชุดดูน่ารักสดใสตามวัยส่วนหมูยอนั้นใส่สูทสีดำผูกโบว์หูกระต่ายเซ็ตผมหยิกหยองเสยไปด้านหลังดูหล่อเหลาผิดกับหมูหยองผมยุ่งคนเดิม ในงานแต่งกุ๊กกิ๊กน่ารักนี้มีพี่น้องทั้งหกคนร่วมเป็นสักขีพยาน โดยมะต๋าวทำหน้าที่เดินนำโปรยกลีบดอกไม้มาพร้อมกับพริกหอมที่ถูกชักชวนให้มาร่วมพิธีแต่งานสมมุตินี้ด้วย ส่วนบะแต๋ง นิ่มฟ้า น่านฟ้า แป้งจี่ และน้ำเงี้ยวนั้นเดินต่อแถวโปรยดอกไม้มาทีละคนจากนั้นทุกคนจึงไปนั่งประจำที่คอยให้กำลังใจน้องชายเมื่อฤกษ์มงคลมาถึงเมี่ยงคำตัวน้อยจึงเดินมาพร้อมกับเวธัส เพื่อให้พ่อทำหน้าที่ส่งเด็กหญิงตัวน้อยไปให้เจ้าบ่าววัยห้าขวบ ครั้นบ่าวสาวฟันน้ำนมยืนคู่กันอยู่หน้าแท่นพิธีซึ่งมีเวธัสทำหน้าที่เป็นบาทหลวงจำเป็นและกล่าวคำ

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 233 บาทหลวงกับนายอำเภอ

    ภารกิจของการแจกน้ำมันเขียวให้พ่อค้าแม่ค้าที่มาจัดบูธงานวันวาเลนไทน์จบลงภายในสองชั่วโมง หมูยอถึงกับบ่นปวดขาขณะที่เมี่ยงคำนั้นไม่บ่นสักแอะ ไม่มีการฟูมฟายงอแงแถมยังเอาใจพี่ด้วยการหาโน่นหานี่มาให้กินนั่นเป็นเพราะว่าเธอฝึกบัลเล่ต์วันละหลายชั่วโมงจึงทำให้กล้ามเนื้อขามีความยืดหยุ่นแข็งแรงกว่าพี่"โอ๊ยยย" หมูยอโวยวายเพราะน้องเตรียมจะบีบน่องขา ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเพียงแค่แตะมือลงไปแต่พี่ก็แหกปากร้องเหมือนควายออกลูกเสียแล้ว"เบ่งฟายในปากเหยอ เงี่ยงยังมะได้ตำไยตาหยองเยยนะ" เมี่ยงคำพ่นลมหายใจแล้วเริ่มขยำขาพี่อย่างกระฉับกระเฉง หมูยอแอบมองน้องแล้วโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆ ใช้จังหวะนี้หอมแก้มน้องให้เร็วที่สุดฟอดดดเมี่ยงคำเบิกตาโพลงตวัดมองหน้าพี่"แอบแต๊ะเอียเก๊าบั่บนี้ ลาวไปตดตะเบียงกันเยยดีฟ่าตาหยอง ไพเยว" เมี่ยงคำลุกพรวดดึงแขนพี่ขึ้น"เขาเรียกแต๊ะอั๋งบ่าใจ้ก๊ะเมี่ยงคำน้อย" น่านฟ้าที่กำลังนั่งกินของมากมายที่พ่อค้าแม่ค้าให้มารีบทักท้วงคำศัพท์ที่น้องเพิ่งพูดผิดไป"ฮะ ไปตดตะเบียงคืออะหยังก๊ะอ้ายน่าน" หมูยอไม่เข้าใจ"คือ จดทะเบียนสมรสเวลาที่สามีภรรยาเขาไปจดกันตอนแต่งงานไงล่ะ" น่านฟ้าอธิบาย"ปุ๊ดโทะ! ยาย

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 232 เขาเป็นของเดี๊ยนย่ะ

    สัปดาห์นี้ที่ไร่พิทักษ์มหิงสาจัดงานวันวาเลนไทน์จึงมีการเปิดให้พ่อค้าแม่ขายในนครนายกเข้ามาจับจองพื้นที่ออกร้านขายสินค้ามากมายเกือบร้อยกว่าร้านค้า แก๊งหมอผีละอ่อนจึงถูกพ่อกับแม่มอบหมายหน้าที่สำคัญ"หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยวหนูไปคอยเดินตรวจตราถามคุณลุงคุณป้าว่าระบบไฟใช้ได้ไหมกับลุงยอดนะลูก ลุงยอดเป็นช่างไฟของไร่แล้วก็เอาถุงน้ำมันเขียวในกระเป๋าย่ามที่ป้อให้ไปคนละสามสิบถุงให้พวกลุงป้าที่เขามาขายของด้วยนะครับ ถือเป็นของขวัญที่ระลึกของไร่""ได้เลยปาขี้ แล้วยายเงี่ยงไปจ้วยดอได้ก่อ" เมี่ยงคำยังอยู่เที่ยวที่ไร่อีกหลายวันกว่าจะกลับบ้าน ช่วงนี้ไปไหนมาไหนหมูยอจึงพกพาน้องไปด้วยเสมอ จากคนที่กัดกันตลอดทุกครั้งที่เจอหน้าปัจจุบันกลายเป็นคนที่ขาดกันไม่ได้"แหม หวานมดขบเชียวนะ ชิ!" แป้งจี่หมั่นไส้พี่ชาย เพราะเธอเองก็อยากชวนพี่บรูซมาแต่ช่วงนี้เขากำลังเริ่มเป็นดาราเด็กที่กำลังมีชื่อเสียงในวงการ เธอจึงไม่อยากไปรบกวนตารางงานของเขาเท่าไหร่"เฮาฉองกนก็เหมือนกันนั่นแหละปี้ฉี่" น้ำเงี้ยวโอบไหล่พี่สาวเข้ามากอด เธอเองก็อยู่ห่างกับพี่ฝุ่นมาก จากนครนายกไปชัยภูมินั้นก็หลายกี่โล จะโทรไปหาพี่ก็เกรงใจ"งั้นจะพาเมี่ยงคำไปห

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 231 หม่าม้าวัยกระเตาะ

    หลังเสร็จธุระจากการทัวร์รอบไร่ ภาคึจึงพาทุกคนมารับประทานอาหารที่ภัตตาคารของรีสอร์ตพริกหอมที่คอยโอ๋มะต๋าวมาตลอดทางที่นั่งรถกลับมาทำให้ทุกคนพากันแปลกใจ"มานั่งกะปิ๊ก" พริกหอมดึงมะต๋าวนั่งลงข้าง กาย แถมยังเอาผ้าเช็ดหน้าลายดอกไม้ไปชุบน้ำแล้วมาซับหน้าซับตาให้พี่"เอ๊ะ....ทำไมพริกหอมถึงประคบประหงมมะต๋าวจังเลยล่ะคะคุณอาเดีย" เหนือฟ้างง"เดียเล่าเรื่องมะต๋าวให้ลูกฟังค่ะ เขาก็เลยเห็นอกเห็นใจน้องมะต๋าว" อาเดียเอ่ย"อ๋อ น่ารักจังเลยค่ะ" เหนือฟ้าดีใจที่มีคตเอ็นดูมะต๋าวเพิ่มเมื่ออาหารมาเสิร์ฟจนครบมะต๋าวที่กำลังจะลุกไปนั่งกับแม่เพราะรู้สึกเกรงใจพริกหอม กลับถูกน้องกักตัวไว้"ท๋าวไพคิ๋นก้าวกะนุ๋งนะ" มะต๋าวบอก"ปิ๊กมะให้ไพ ท๋าวเพงเบบี๋ก๋องปิ๊ก ปิ๊กจาผ้อนก้าวให้" พริกหอมตักข้าวผัดทะเลในจานของตนเองแล้วเป่าไล่ความร้อนส่งให้มะต๋าวกิน"ท๋าวมะหยักเพงเบบี๋" มะต๋าวส่ายหน้าแล้วเหลือบตามองแม่กับบรรดาพี่ ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ"ปิ๊กเพงมะม้า ท๋าวท่องเพงยวกจาย เพงเดะดีนะหม่ำก้าวเยว" พริกหอมจ่อช้อนข้าวที่ปากมะต๋าว สุดท้ายหนูน้อยจึงต้องยอมกินแต่โดยดีเพราะน้องกำลังจิกตาเขียวปัดใส่กลับจากภัตตาคารภาคีพารุสลันไปส่งที

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 230 ลูกชิดของพริกหอม

    มะต๋าวนั่งด้านข้างพริกหอม และพยายามเอาใจน้องด้วยการตักเค้กป้อน ส่วนเด็กหญิงที่เห็นเรื่องกินเป็นเรื่องสำคัญก็อ้าปากรอคอยเค้กรสละมุนจากมือเด็กชายโดยไม่ปฎิเสธให้เสียน้ำใจ"หย่อย" พริกหอมบอก "อาวอีก" เด็กหญิงถูกใจเค้กโยเกิรต์หน้าไหม้ตัวดังทำให้มะต๋าวต้องคอยตักป้อนบริการจนหมดชิ้น"นี่ท๋าวนะ" เด็กชายแนะนำตัวแล้วเริ่มกินเครปเย็นของตัวเองจนครีมเลอะปาก"ท๋าวเหยอ นี่ปิ๊กนะ" พริกหอมแนะนำตัวกลับ "ผากเยะ" น้องบอกแล้วเหนี่ยวคอพี่เข้าไปหา"หือ" มะต๋าวหน้าสั่นนึกถึงตอนที่พ่อกับแม่กำลังจุ๊บกัน"เชะผาก ผากเยะ" พริกหอมเลียขอบปากของมะต๋าวเหมือนตอนที่ผักหมทำ"โอ๊ะ" หนูน้อยอุทานหน้าแดงก่ำรีบตวัดหน้าไปหาเหนือฟ้ากับภาคีเพื่อขอความช่วยเหลือ"งุ้ย กู้ปิ้งกู้ใหม่ก๋องงิ้วแหละ" น้ำเงี้ยวประสานมือขึ้นพร้อมกับบิดตัวไปมา เด็กหญิงชอบใจที่น้องชายถูกสาวจู่โจม"เอาก๋องทัวเองให้ยอดก่อนดีฟ่า" แป้งจี่เตือนน้องสาว"ปี้ฝุ่งบอกว่าซอบงิ้วแล้วเน้อ แต่ปี้บูดล่ะบอกแล้วก๊ะ" เด็กหญิงเยาะเย้ยพี่สาว"ยังมะบอกแต่ว่าปี้ฮู้ว่าเก๊าท่องซอบปี้ชัวร์" แป้งจี่ค่อนข้างมั่นใจว่าบรูซชอบเธอเช่นกัน"แล้วหมูยอไปหาเมี่ยงคำเหรอ อ้ายแต๋งพาไปก๊ะ" นิ่มฟ

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 229 ต๋าวถูกใจใช่เลย

    คร่อก คร่อกกกเหนือฟ้านอนกรนอยู่บนแผ่นอกของภาคีขณะที่มะต๋าวนั้นตื่นเช้ากว่าพี่น้องทุกคน เพราะหนูน้อยพึงระลึกได้ว่าเมื่อคืนกำลังดูพ่อกับแม่ขี่กันแล้วจากนั้นก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นมะต๋าวจึงรีบก้าวขาลงจากเตียงนอนขนาดเล็กของตนแล้วเดินไปสะกิดผักหมที่นอนเฝ้าอยู่บนเบาะหมาปลายเตียง"โหมไพกะท๋าว" มะต๋าวชวนผักหมไปห้องพ่อกับแม่ด้วยกัน เนื่องจากฟ้ายังไม่สว่างดีหนูน้อยจึงค่อนข้างหวาดกลัวเจ้าสุนัขโกลเด้นหาวปากกว้างแล้วมุดลอดช่องหมาออกไป มะต๋าวจึงลอดออกตามไปด้วย ผักหมไปถึงหน้าห้องเจ้านายแล้วยกเท้าเขี่ยแคว่ก ๆ สองทีทว่าคนในห้องกลับเงียบกริบมันจึงตัดสินใจลอดช่องหมานำมะต๋าวเข้ามาก่อน เมื่อทั้งคนและหมาเข้ามาได้สำเร็จมะต๋าวจึงเดินเตาะแตะไปกดเปิดสวิตซ์ไฟหัวเตียง ส่วนผักหมนั้นทำหน้าที่เลียหน้าเลียตาให้มนุษย์ชายหญิงที่เพิ่งเสร็จกิจเมื่อตอนตีสามรีบตื่นขึ้นมาเลี้ยงมนุษย์เด็กที่กำลังนั่งหัวโด่อยู่แผล๊บ แผล๊บภาคีปรือตาเพ่งดูสิ่งมีชีวิตตรงหน้าที่ปลุกให้เขาตื่นจากนิทรา มะต๋าวจึงชะโงกหน้าเข้ามาอรุณสวัสดิ์พ่อ "ยุงกวักเพาะขี้""ยุงอะไรหว่า" คนที่กำลังงัวเงียคิดว่าเป็นความฝันขานรับแล้วหลับต่อผักหมถอนหายใจใส่ภ

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 181 ขอเป็นละอ่อนหนึ่งวัน

    หลังจากกวดพ่อหมอแม่หมอละอ่อนจนเหนื่อยหอบก็มีงานด่วนเข้ามากะทันหัน งานที่ว่าก็คือการลงไปออเดอร์อ้อยไข่ปลาเร่งด่วนเกือบสี่สิบออเดอร์ แม้จะไม่มากมายแต่อากาศที่ค่อนข้างอบอ้าวก็ทำให้เขารู้สึกเพลียจนอยากอ้อนเมีย"เฮ้อเจ๋บเก้าเมาหัว" พ่อบ้านลูกเจ็ดตะโกนลั่นห้องให้เหนือฟ้าที่กำลังไปยืนฮัมเพลงกล่อม

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 180 สะเดาะเคราะห์แบบใด

    วันนี้เป็นวันเด็กพวกพี่ ๆ จึงพากันออกไปร่วมกิจกรรมที่อำเภอจัดขึ้นโดยมียายนับเก้ากับตาทัพฟ้าและพ่อแม่ของบรูซอาสาไปคอยดูแลทุกคนแทน ทว่าสามแฝดกลับเลือกที่จะไม่ไปเนื่องจากมะต๋าวเป็นหวัดจึงอยากอยู่บ้านเป็นเพื่อนน้องมากกว่า เหนือฟ้าก็ไม่อยากพาลูกคนเล็กไปเพราะกลัวว่าถ้าไปเจอคนเยอะ ๆ มะ

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 179 ชีวิตของพ่อบ้านลูกเจ็ด

    กรี๊ดดดด!"ช่วยด้วยครับ ช่วยด้วยครับอาภาคี""ป้อขี้จ้วยฉี่กับแฟงฉี่โตยเน้อ"เสียงร้องโหวกเหวกของแป้งจี่ผสานกับเสียงร้องบรูซทำให้ภาคีที่กำลังช่วยลูก ๆ เอากระป๋องหอยขึ้นรถท้ายกระบะรีบหันควับไปดูด้วยความตกใจ ทุกคนในบริเวณนั้นชะเง้อคอมองต้นเสียงแหลมเมื่อภาคีเห็นว่าไอ้บะกอกทายาทของบะยมควายดุหน้ามึนประจ

  • เหนือหัวใจภาคี   บทที่ 177 ครอบครัวปาขี้

    เดือนเพ็ญบอกให้แป้งจี่นั่งรอที่หน้าแผนกต้อนรับเพราะเธอติดคุยงานกับลูกค้า แต่หนูน้อยกลับรู้สึกหิวจนไส้จะขาดสุดท้ายจึงต้องกินขนมที่ตนเองเอามาฝากพี่ไปสองชิ้นโครกก ครากก!"โอ๊ย..เหวก้าว อะหยังคานถีบป้อจายยำบากจะอี้" แป้งจี่ลุกขึ้นแล้วแกว่งตัวไปมาเพื่อขับไล่ความหิว แต่วินาทีเดียวกันนั้น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status