Masukน่าเสียดายที่บะแต๋ง มาสและบรูซไม่สามารถเดินทางมาด้วยกันได้ เนื่องจากทั้งสามต่างมีภารกิจของตัวเอง บะแต๋งต้องไปเดินสายโชว์ตัวประกวดควายงาม ภาคีจึงส่งปู่กับย่าไปดูแลหลานชาย ขณะที่มาสมีสอบออนไลน์และต้องเดินทางไปดูงานที่โรงแรมแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการในแถบแสกนดิเนเวียทั้งหมดเป็นเวลาสองเดือน ส่วนบรูซติดถ่ายแบบและเรียนหนังสือ"ดีนะตี้น่านบ่ต้องไปทำภารกิจอะไร" นิ่มฟ้าบ่นพึมพำเอนหลังพิงโซฟาในรถบ้านราคาแพงที่มาสลงทุนซื้อให้ครอบครัวเธอ"ตอนแรกก็เกือบจะบ่ได้มา เพราะว่าอ้ายตั้งโอ๋ชวนไปเรียนขี่ม้ายิงปืนโตยกั๋น" น่านฟ้าบอกขณะนั่งอุ้มแป้งจี่ที่หลับซุกอกพี่เสมือนว่าตนยังเป็นเด็กทารก"อะหยังอ้ายน่านเติงบ่ไป" น้ำเงี้ยวถาม "กิ๋นข้าวเกียกก่อ" เด็กหญิงหยิบข้าวเกรียบจ่อปากพี่"ขอบคุณครับ" น่านฟ้ารับของกินจากมือน้องแล้วยัดทีเดียวหมดทั้งคำก่อนจะพูดต่อ "ก็อ้ายกั๋วแป้งจี่งอแงน่ะสิ" เพราะว่าแป้งจี่ติดน่านฟ้ามากเนื่องจากตนเป็นพี่เลี้ยงประจำตัวน้อง ทุกวันนี้ไม่ใช่พ่อที่เป็นคนกล่อมน้องหลับแต่เป็นเขาที่รับหน้าที่ส่งน้องเข้านอน ขณะที่หมูยอกับน้ำเงี้ยวอ้อนทุกคนไม่เลือกหน้า"ควา
หลังจากกวดพ่อหมอแม่หมอละอ่อนจนเหนื่อยหอบก็มีงานด่วนเข้ามากะทันหัน งานที่ว่าก็คือการลงไปออเดอร์อ้อยไข่ปลาเร่งด่วนเกือบสี่สิบออเดอร์ แม้จะไม่มากมายแต่อากาศที่ค่อนข้างอบอ้าวก็ทำให้เขารู้สึกเพลียจนอยากอ้อนเมีย"เฮ้อเจ๋บเก้าเมาหัว" พ่อบ้านลูกเจ็ดตะโกนลั่นห้องให้เหนือฟ้าที่กำลังไปยืนฮัมเพลงกล่อมมะต๋าวอยู่นอกห้องได้ยิน"พี่คีจะตะโกนทำไมคะ เดี๋ยวลูกก็ตื่นกันพอดี" เจ้าของใบหน้ากลมขาวยื่นหน้าเข้ามาในห้องพลางจ้องตาเขียวด้วยความไม่พอใจ"แอ๊!" ยังไม่ทันไร มะต๋าวลุกพรวดขึ้นมาจากอ้อมแขนแล้วเหล่สายตาไปทางพ่อราวกับว่าเขาเป็นของเล่นชิ้นใหม่"นั่นไงเห็นไหมล่ะตื่นจนได้ พี่คีกล่อมเองเลยนะคะเหนือจะไปอาบน้ำ" เหนือฟ้ารีบส่งมะต๋าวให้สามีเพราะรู้สึกเวียนหัวตาลายแต่ก็พยายามฝืนอดทนและเก็บอาการไว้ไม่ให้สามีรู้ว่าตนเองกำลังป่วย น่าจะเป็นเพราะว่าสัปดาห์นี้อดหลับอดนอนคอยดูแลมะต๋าวที่ป่วยเป็นหวัด แล้วช่วงกลางวันก็ต้องตรวจเอกสารและโทรประสานงานแก้ปัญหาสารพัด"พี่ไม่ให้ไปหรอก พี่จะฟัดเหนือ" ภาคีเหวี่ยงแขนออกไปแล้วรั้งเจ้าของพุงหนาให้ล้มหงายลงบนเตียงนอน ตามด้วยการซุกไซ้ไปทั่วหน้าและลำ
วันนี้เป็นวันเด็กพวกพี่ ๆ จึงพากันออกไปร่วมกิจกรรมที่อำเภอจัดขึ้นโดยมียายนับเก้ากับตาทัพฟ้าและพ่อแม่ของบรูซอาสาไปคอยดูแลทุกคนแทน ทว่าสามแฝดกลับเลือกที่จะไม่ไปเนื่องจากมะต๋าวเป็นหวัดจึงอยากอยู่บ้านเป็นเพื่อนน้องมากกว่า เหนือฟ้าก็ไม่อยากพาลูกคนเล็กไปเพราะกลัวว่าถ้าไปเจอคนเยอะ ๆ มะต๋าวจะอาการแย่กว่าเดิม"น่าแปลกเนอะที่พวกลูกไม่สนใจกิจกรรมวันเด็ก" ภาคีสั่งให้ลูกน้องเกือบร้อยชีวิตหยุดงานตั้งแต่วันศุกร์เพื่อให้พวกเขาพาลูกหลานไปหากิจกรรมทำเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว"คิก ๆ" น้ำเงี้ยวแอบได้ยินพ่อบ่น หนูน้อยหัวเราะคิกคักขณะกำลังวาดไพ่ควายเสี่ยงทายทำนายดวงพ่อส่วนแป้งจี่นั้นรับหน้าที่เตรียมอุปกรณ์สะเดาะเคราะห์ต่อชะตา หมูยอกำลังคิดค้นคาถาเพื่อใช้สำหรับร่ายมนต์เสริมดวง"ซุ่มทำอะไรกันอยู่จ๊ะ" เหนือฟ้ากระเตงมะต๋าวลงมาจากบันไดหลังจากพาหนูน้อยขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่หลังกินข้าวเช้า"จุ๊ ๆ จ๊ะไปอู้ดังสินุ๋งน่อยเดี๋ยวปาขี้ได้ยิน" น้ำเงี้ยวกระซิบกระซาบ"แล้วเจ้าพิธีเงี้ยวทำอะไรอยู่คะวาด ๆ เขียน ๆ อะไรนั่นควายใช่ไหมคะ" เหนือฟ้าชะ
กรี๊ดดดด!"ช่วยด้วยครับ ช่วยด้วยครับอาภาคี""ป้อขี้จ้วยฉี่กับแฟงฉี่โตยเน้อ"เสียงร้องโหวกเหวกของแป้งจี่ผสานกับเสียงร้องบรูซทำให้ภาคีที่กำลังช่วยลูก ๆ เอากระป๋องหอยขึ้นรถท้ายกระบะรีบหันควับไปดูด้วยความตกใจ ทุกคนในบริเวณนั้นชะเง้อคอมองต้นเสียงแหลมเมื่อภาคีเห็นว่าไอ้บะกอกทายาทของบะยมควายดุหน้ามึนประจำไร่กำลังไล่ขวิดเด็กสองคน เขาจึงให้นิ่มฟ้ากับน่านฟ้าพาทุกคนไปหลบในโรงเลี้ยงไก่ก่อน ส่วนตนเองขับรถไปขวางทางวิ่งของบะกอก"บรูซแป้งจี่ขึ้นมาเร็วลูก ปีนขึ้นท้ายรถมาเลย""ค...ครับ" บรูซละล่ำละลักด้วยความเหน็ดเหนื่อยรีบอุ้มแป้งจี่ขึ้นไปก่อนแล้วตนเองค่อยตามขึ้นไปอีกทีง่อออออบะกอกโกยจี้ตามมาด้วยความเร็ว มันไม่สนว่าจะเป็นรถหรือคนมันพร้อมขวิดทุกสิ่งอย่างที่ทำให้มันหงุดหงิดใจ"ไอ้กอกมึงหยุดเดี๋ยวนี้นะ มึงเกิดในไร่กูแท้ ๆ แต่มึงกลับขวิดลูกก็เหรอ เนรคุณซะแล้ว" ภาคียืนเท้าสะเอวขวางทางวิ่งของบะกอกทว่ามันไม่มีท่าทีจะหยุดฟังผู้อุปถัมภ์ของมันเลยสักนิด"ป้อเจ้ามันจะฟิดป้อแย้วน่ะ" แป้งจี่ตบหลังพ่อปุ ๆ"เฮ้ย...ไอ้กอกไอ้กอกมึง..หยุ๋ดดด" ภาคีร้องห้ามแล้วรีบสับเท้ากลับรถแต่ดันสะดุดกองขี้ควายจนล้มก้นจ้ำเบ้ากระแทกพ
เย็นวันอาทิตย์ของทุกสัปดาห์บะแต๋งต้องเดินทางกลับกรุงเทพ โดยมีบอดี้การ์ดโก๋กับเฮงอาสาขับรถไปส่งที่ร้านปลาเผาแทนหม่อมเจ้าภูวสินและเจ๊ต่ายที่ติดธุระทำให้ทั้งสองขับรถมารับหลานชายไม่ได้หลังลูกชายคนโตของครอบครัวจากไปไม่ถึงห้านาทีปูเป้กับพิมุกต์และบรูซขับรถมาหาเหนือฟ้าที่บ้าน เพื่อฝากบรูซให้อยู่ที่นี่ชั่วคราว"วันนี้คุณปูเป้ไปถ่ายทำแถวไหนคะ" แม่บ้านลูกเจ็ดถามขณะจับมะต๋าวแต่งตัว"เป้ไปทุ่งบัวแดง ไปวัดแล้วก็ซุ้มป่าไผ่ค่ะ" เธอบอกแล้วคว้ากระเป๋าสะพายข้างเตรียมตัวเดินทาง"งั้นไปทำงานเถอะค่ะคุณปูเป้ เดี๋ยวเหนือกับพี่คีดูแลบรูซให้เองค่ะ" เหนือฟ้าบอกขณะที่ตนกำลังจับมะต๋าวแต่งตัว"แล้วบรูซอยู่ได้ไหมจ๊ะ แม่กับพ่อจะกลับมาถึงที่รีสอร์ตค่ำหน่อย" ปูเป้ลูบผมลูกชาย"บรูซอยู่ได้ครับ พ่อกับแม่ไปเถอะ" เด็กชายชินแล้วกับการที่พ่อแม่ทำงานที่ต้องเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ เพราะงานของแม่คือทำคอนเทนต์ด้านการท่องเที่ยวแม่มักจะเดินทางไปทั่วโลก เพื่อแสวงหาสถานที่ยอดนิยม รวมทั้งอาหารและวัฒธรรมประจำชาตินั้น ๆ เพื่อเชิญชวนให้ทุกคนมาตามรอยไปพร้อมกับเธอ แม่เก็บหอมรอมริบประสบการณ์เกือบเก้าปีที่ผ่านมา จนตอนนี้แม่มีผู้ติดตามช่องใ
เดือนเพ็ญบอกให้แป้งจี่นั่งรอที่หน้าแผนกต้อนรับเพราะเธอติดคุยงานกับลูกค้า แต่หนูน้อยกลับรู้สึกหิวจนไส้จะขาดสุดท้ายจึงต้องกินขนมที่ตนเองเอามาฝากพี่ไปสองชิ้นโครกก ครากก!"โอ๊ย..เหวก้าว อะหยังคานถีบป้อจายยำบากจะอี้" แป้งจี่ลุกขึ้นแล้วแกว่งตัวไปมาเพื่อขับไล่ความหิว แต่วินาทีเดียวกันนั้นบรูซที่เพิ่งออกมาจากห้องพักพร้อมกับพ่อแม่กำลังเดินตรงไปยังห้องอาหารของรีสอร์ตพอดี เด็กหญิงจึงรีบวิ่งถลาเข้าไปดักพี่ไว้กลางทาง"พิบูด" แป้งจี่เรียกพี่เสียงหวาน"เฮ้ย! ปะ..ไปเล่นงิ้วมาเหรอ" บรูซผงะจนเกือบหงายท้องลงกับพื้น"อุ๊ย มีคนสวยมาหาแต่เช้าเลยเหรอลูก" ปูเป้แซวลูกชาย"งั้นพ่อกับแม่ไปหาอะไรกินก่อนนะ ลูกค่อยตามไปทีหลังนะบรูซ" ทนายพิมุกต์โอบเอวภรรยาพาไปที่ห้องอาหาร เนื่องจากเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองอยู่"เดี๋ยวสิแม่ แม่ช่วยบรูซด้วย" เด็กชายเตรียมจะวิ่งตามแม่ไป แต่แป้งจี่ยืนทำหน้าคว่ำพยายามบีบน้ำตาให้น่าสงสาร"พิบูดฉะติ้งฉี่ กนไม่ยับปิ๊ดซอบ กนเยว" หนูน้อยสะบัดหน้าหนี"พี่เลวตรงไหน พี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะเจ้าเด็กคนนี้นี่" บรูซรีบเดินอ้อมไปหาแ







