LOGINแยกจากเพื่อนสาวคนสนิทชนัญชิดาก็ตรงดิ่งกลับบ้านทันทีซึ่งก็เป็นเวลาบ่ายแก่แล้ว ช่วงนี้เธอจะว่างไม่ค่อยมีอะไรให้ทำมากนักนอกจากออกไปยิงปืนหรือเล่นยูโดที่ยิม ทว่าลงจากรถนึกขึ้นได้ว่ายังไม่รีดชุดทำงานให้สามีเจ้าตัวก็เดินจ้ำอ้าวขึ้นบ้านทันที“กลับมาแล้วหรือคะ ทานข้าวมาหรือยังคะคุณหว้า ให้ป่านตั้งโต๊ะเลยไหมคะ” ป่านรีบเดินถือถาดน้ำเย็นๆ มาต้อนรับทันทีตั้งแต่ได้ยินเสียงรถ“เรียบร้อยแล้ว พี่มีไรก็ไปทำเถอะ อ้อ ฝากอาบน้ำให้ชาช่าด้วยนะ” เธอจิบน้ำดับร้อนไปค่อนแก้วแล้วหันไปสั่งแม่บ้านเมื่อนึกได้ว่าสุนัขตัวโปรดยังไม่ได้อาบน้ำมาสี่ห้าวันแล้ว ปกติถ้าไม่มีอะไรทำเธอจะอาบให้มันเอง“ได้ค่ะ”ชนัญชิดาเดินหายเข้าไปยังห้องสามี เปิดตู้เสื้อผ้าที่อัดแน่นไปด้วยชุดทำงานเรียงอย่างเป็นระเบียบออกมาไปยังอีกห้องที่เธอทำไว้เพื่อรีดและเก็บพวกเสื้อผ้าที่ไม่ใส่แล้วเต็มอ้อมแขนเมื่อก่อนเรื่องงานบ้านไม่เคยคิดจะแตะ แต่ตอนนี้เธอทำมันจนคล่องแคล่ว กว่าจะรีดผ้าให้เรียบได้ก็ทิ้งเสื้อไปหลายผืนอยู่เหมือนกัน ไม่ไหม้ก็ยับยู่ยี่หดตัวน่าเกลียดจนใส่ไม่ได้สองมือขมักเขม้นจับจีบเสื้อ ใบหน้าเรียวรูปไข่ผุดพรายไปด้วยเม็ดเหงื่อ แม้จะเปิดแอร์เย็
เมื่อเข้ามานั่งในรถได้ชนัญชิดาพลันรู้สึกหิวขึ้นมา ครั้นจะสั่งอาหารขึ้นไปทานพร้อมกับเขาก็ใช้เรื่อง ก็โดนเขาไล่มาแล้วนี่นา จะกลับไปอีกก็กระไรอยู่"ว่างไหม" ยังนึกได้ว่ามีเพื่อนคนสนิทอยู่ ไม่รอช้ารีบต่อสายหาอีกฝ่ายทันที ตั้งแต่วันแต่งงานเธอกับยัยเฟย์ยังไม่เจอกันเลยสักครั้ง เธอมัวแต่ไปเรียนทำอาหาร ฝึกการเป็นแม่บ้านแม่ศรีเรือน พออารมณ์เสียหน่อยก็ไปปลดปล่อยที่ยิมกับสนามยิงปืน"โห นี่แกยังจำได้อยู่เหรอว่ามีเพื่อน ตั้งแต่มีผัวนี่ฉันก็ไม่จำเป็นเลยสินะ" เฟย์อดโวยวายไม่ได้ เมื่อเพื่อนตัวดีหายหน้าหายตาไปตั้งแต่แต่งงาน โทร.ถามทีก็มัวแต่ยุ่ง ไลน์ไปหาก็ไม่ค่อยจะตอบ กว่าจะนึกถึงเธอก็ปาไปเดือนกว่าแล้ว"จำได้สิย่ะ แหมอย่าพึ่งโมโหน่า เอางี้ฉันเลี้ยงมื้อเที่ยงเอง นะๆ" ยัยนี่ต้องง้อด้วยของกิน"เออดี ให้มันได้อย่างนี้สิเพื่อน เห็นฉันเป็นคนยังไงห๊ะ ยัยหว้า ถึงเอาของกินมาล่อ พอกินปุ๊บจะได้หายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นน่ะ บอกไว้เลยว่าฉันไม่หายงอนหรอกนะ ว่าแต่ร้านไหนล่ะ" บ่นไปงั้นแหละ สุดท้ายก็ใจอ่อนให้มันอยู่ดี ก็ใครใช้ให้เธอเป็นคนเห็นแก่กินกันล่ะ แค่ได้ยินคำว่า "เลี้ยง" น้ำย่อยในกระเพาะก็เรียกร้องแล้ว"ร้านเดิม
เห้อ เนี่ยล่ะนะ ที่เขาเรียกว่าเวรกรรม กรรมใดใครก่อ คนนั้นต้องชดใช้กรรม ใช่ ตอนนี้เธอกำลังได้รับผลกรรมจากการกระทำของตัวเอง ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ชนัญชิดาสาบานว่าจะไม่ใช้วิธีนี้กับภูวดลเด็ดขาด"กับข้าวอร่อยไหมคะ" อดไม่ได้ที่จะทำลายความเงียบ อีกอย่างเธอเองก็อยากรู้ว่าฝีมือตัวเองพอใช้ได้สำหรับเขาไหม หล่อนไม่เคยบอกว่าช่วงหลังๆ กับข้าวที่บ้านทุกมื้อเป็นฝีมือเธอเอง กลัวคุณสามีคนดีคว่ำจานทิ้ง"ก็งั้นๆ" เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ ปกติเขาไม่ได้เรื่องมากเรื่องอาหารอยู่แล้ว ขอแค่กินได้ รสชาติจะเป็นอย่างไรเขาไม่ได้สน แค่อิ่มก็พอส่วนคนที่รอคำตอบก็รู้สึกผิดหวังนิดๆ ถึงแม้จะเตรียมใจไว้บ้าง แต่พอได้ยินจริงๆ ก็อดเสียใจไม่ได้ เอาเถอะ สักวันมันคงอร่อยสำหรับเขาแน่ ถ้าเธอตั้งใจทำขึ้นอีกนิด ฝึกมากอีกหน่อย ชนัญชิดาเชื่ออย่างนั้น แล้วให้กำลังใจตัวเองในใจมื้ออาหารจบลงไปอย่างราบรื่น ไม่มีการโต้เถียง หรือประชดประชันกันเกิดขึ้นอย่างช่วงแรกๆ ที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตร่วมกันภายในบ้านหลังนี้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะช่วงระยะหลังๆ นี้ ภูวดลอยู่ติดบ้านมากกว่ากว่าเมื่อก่อนมาก ชนัญชิดาจึงเริ่มเบาใจ"พรุ่งนี้เดี๋ยวหว้าเอาอาหารเที่ย
ผู้มาใหม่คือชายหนุ่มหน้าตาดี หุ่นล่ำกล้ามบึก หัวเกรียน สวมแว่นตาดำ เสื้อคอปกที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ คู่กับกางเกงยุทธวิธีสีเทา ชนัญชิดาเดาในใจว่าคนตรงหน้าน่าจะเป็นทหารไม่ก็ตำรวจ ซึ่งพบได้ทั่วไปในสนามยิงปืนแห่งนี้"ไงปรินซ์ มาซ้อมเหรอวันนี้" ณิรชาถามด้วยน้ำเสียงสนิทสนม เพราะคนตรงหน้าแวะเวียนมาซ้อมยิงปืนที่นี่บ่อยๆ และบางครั้งครูฝึกก็เป็นเธอนั่นเอง"ครับ อ้าว แล้วนี่พี่จะไปไหนครับ" ปากถามอีกคนแต่ตากับมองไปยังอีกคน หญิงสาวร่างสะโอดสะองงามสะดุดสายตา ใส่เสื้อครอปสั้นโชว์เอวคอดกิ่วขาวเนียนจนเขาถึงกับกลั้นหายใจตกตะลึงกับเสน่ห์อันเย้ายวนของเธออุตส่าห์ได้เจอสาวงามอยู่กับครูฝึกคนสนิท กะจะเนียนคุยด้วยสักหน่อย ไหงดูท่าสาวเจ้าเตรียมจะหนีละเนี่ยไม่ได้ๆ ต้องรั้งไว้หน่อย แค่รู้จักชื่อก็ยังดี และจะให้ดียิ่งกว่าต้องได้คอนแทค ไม่เบอร์ก็ไลน์แหละวะ วันนี้"จะไปดื่มชาที่คาเฟ่ตรงหน้านี่แหล่ะ ซ้อมดีๆ ล่ะ" ณิรชามองแววตาแวววาวเป็นประกายทุ้มลึกของหนุ่มตำรวจรุ่นน้องคนนี้ออก เลยเลี่ยงที่จะไม่แนะนำชนัญชิดาเพราะอีกฝ่ายนั้นมีสามีเรียบร้อยแล้ว แต่ดูท่าคงไม่ทันแล้ว หมอนั่นมันเดินเข้ามากระซิบ
ดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยความเย็นชาเหินห่างเสมือนคมมีดกรีดลึกลงกลางใจหญิงสาว ชนัญชิดาได้แต่หนาวสะท้านอยู่ในใจ นึกถึงสายเอ็นดูของภูวดลที่เคยมองเธอครั้นในอดีต ก็ได้แต่หวังว่าพี่ภูคนใจเย็นคนก่อนจะกลับมามองเธอด้วยสายตาแบบนั้นอีกครั้ง"มะ หมายความว่าไงคะ" จากความห่วงใยกลายเป็นความฉงนใจทันที ทำไมเธอถึงกลายเป็นคนผิดอีกแล้ว ละเมอเดินไปต่อยเขาก็คงไม่ใช่แฮะ"เลิกเล่นบทใสซื่อกับฉันสักทีเถอะลูกหว้า รำคาญสายตา คิดว่าฉันโง่นักหรือไง" น้ำเสียงเล็ดลอดไรฟันบ่งบอกถึงอารมณ์โกรธเกลียดได้เป็นอย่างดี คำพูดเจ็บแสบเสียดลึกถึงหัวใจคนฟัง หัวใจที่โลดแล่นเมื่อครู่ปวดหนึบ นี่เขารำคาญเธอขนาดนั้นเลยเหรอ "ลูกหว้าไม่รู้เรื่อง ว่าพี่กำลังหมายถึงอะไร" มั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่คนทำร้ายจนได้แผลแน่ๆ"หึ" เขาทำเสียงขึ้นจมูก รีบลุกเดินออกไปทันที โดยไม่รออาหารเช้า"นี่พี่จะไม่อธิบายอะไรหน่อยเหรอ จู่ๆ พี่ก็มาโทษลูกหว้า ทั้งๆ ที่ลูกหว้าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย" วิ่งตามคนตัวสูงที่เดินหนีเธอไปราวกับพายุ ไม่ยอมหรอกมาหาว่าเธอเป็นคนทำ"งั้นเธอก็ไปถามพี่ชายสุดที่รักดูสิ" เขาไม่เชื่อจริงๆ หรอกว่ายัยนี่จะไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นภูว
"อย่าให้น้องสาวฉันรู้เรื่องนี้ เจ แกคอยรับคุณลูกหว้ากลับบ้าน บอกว่าฉันมีเรื่องด่วน ส่วนที่เหลือตามฉันมา" ลูกน้องสามคนรับคำสั่งนายเดินตามชินดนัยออกนอกร้านเมื่อเคลียร์บิลเสร็จ ส่วนเจได้แต่ยืนนิ่งรอคุณหนูที่เดิม ไม่นานร่างเพรียวในสุดเดรสสั้นพอดีเข่าก็เดินนวยนาดตรงเข้ามาด้วยสีหน้าแปลกใจ เจเข้าใจได้ทันทีว่าด้วยเรื่องอะไร"อ้าว พี่ชายฉันละคะ" ถามพลางเมียงมองหา ทว่าไร้เงาคนที่ถามถึง ลูกน้องสามคนก็หายตัวไปด้วย"คุณชินติดธุระด่วนครับ เลยฝากให้ผมไปส่งแทน" เขาไม่ได้บอกเรื่องจริงทั้งหมดแก่คนตรงหน้า ถ้ารู้ว่าสามีตัวเองมาทานข้าวกับผู้หญิงคนอื่นเธอคงเสียใจมาก เพราะที่ผ่านมาคุณหนูสนใจผู้ชายเพียงคนเดียวนั่นก็คือภูวดลคิดแล้วก็ได้แต่สงสาร ทั้งสวย ทั้งรวย มีผัวทั้งทีแต่โดนนอกใจซะงั้น"อ้อ พี่เขาจ่ายตังค์หรือยัง""เรียบร้อยแล้วครับ" "ค่ะ งั้นกลับเถอะ เอ๊ะ ว่าแต่พวกคุณทานอิ่มกันแล้วเหรอ" เจ้านายได้กิน ลูกน้องก็ต้องได้กิน ดังนั้นโต๊ะข้างๆ เมื่อครู่นั้นจึงเต็มไปด้วยกลุ่มผู้ชายชุดดำแบบอดี้การ์ด เรียกสายตาบรรดาสาวๆ ในร้านได้ดี แน่ละ สี่คนนี้มีแต่คนหน้าตาดีๆ ทั้งนั้น แถมหุ่นยังล่ำบึกอีกต่างหาก ไม่แปลกที่จะเป็







