Share

โดนเข้าใจผิด

last update Tanggal publikasi: 2025-12-24 13:15:02

สายตาของทุกคนมองไปยังเพื่อนพวกเขาอย่างเป็นคำถามอย่างไม่ได้นัดหมายว่า "พวกมึงไปรักกันตั้งแต่ตอนไหน"

เพล้ง!!!

เสียงแก้วดังกระทบพื้นลั่นแข่งกับเสียงเพลงด้านล่าง ทุกคนหันไปมองยังจุดเกิดเหตุ เธอผู้นั้นลนลานก้มศีรษะเพื่อกล่าวคำขอโทษซ้ำๆ วนไปมา

“ขอโทษค่ะ ปริมซุ่มซ่าม เดี๋ยวปริมเก็บให้นะคะ” หญิงสาวร่างบอบบางในชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ เสมือนกลีบดอกไม้ที่พร้อมจะบอบช้ำเมื่อมีแรงกระทบก้มลงเก็บเศษแก้วที่แตกกระจายลงพื้น

“ระวัง เดี๋ยวเราเก็บเอง” ผู้ชายแปลกหน้าสำหรับชนัญชิดาคนนั้นฉุดรั้งเพื่อนสาวลุกขึ้น เป็นฝ่ายเก็บกวาดเศษแก้วด้วยตนเอง

“ปริมเป็นอะไรไหมครับ” ภูวดลถลาตัวเข้าไปถามไถ่อาการด้วยแววตาร้อนรน ทว่ากลับโดนเธียรผลักมือที่จับแขนน้องรหัสออกอย่างไม่ไยดี

ว่าที่เมียนั่งอยู่ทนโท่ ยังจะมีแก่จิตแก่ใจมาห่วงน้องกูอีก ไอ้เพื่อนเชี่ย

“กูดูแลน้องปริมเอง มึงไปอยู่กับคนของมึงเถอะ” เจ้าของงานเสียงแข็ง ปรายตามองมาทางลูกหว้าอย่างไม่ชอบใจ ว่าแล้วเชียว เจอหน้ายัยนี่ทีไรได้เรื่องทุกที ยัยลูกหว้ามหาภัยเอ๊ย เธียรแอบตั้งฉายาแขกไม่ได้รับเชิญในใจ

“ปริมไม่เป็นไรค่ะ ปริมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” เธอรีบผละจากทุกคนแล้ววิ่งไปห้องน้ำด้านหลัง ทิ้งให้บรรยากาศโดยรอบอึมครึมลงถนัดตา งานที่ดูว่าจะสนุกก็พลอยทำให้ทุกคนหมดอารมณ์

“เห้ยไอ้มีน พอแล้วไม่ต้องทำ เดี๋ยวเรียกเด็กขึ้นมาจัดการ” เธียรตะโกนแข่งกับเพลงบอกรุ่นน้องหนุ่ม

“เอางั้นก็ได้ครับ” คนที่ถูกเรียกว่ามีนยอมรามือกับการง่วนเก็บเศษของมีคม เขาคนนั้นผู้มีดวงตาคมกริบ ใบหน้าเนียนขาวจัด รูปปากได้ทรงสวยแดงระเรื่อ จมูกโด่งเป็นสัน องค์ประกอบทั้งห้ารับกันอย่างหมดจด นี่มันลูกรักพระเจ้าชัดๆ

หล่ออย่างกับว่าดาราจีนแน่ะ

ลูกหว้าแอบชมอยู่ในใจลึกๆ ว่าผู้ชายคนนี้ผิวสวย ว่าแต่เขาเป็นใคร เพื่อนพี่เชนงั้นเหรอ แต่ทำไมไม่เคยเห็นหน้า

“ฝากไปดูปริมทีนะ” พี่รหัสอย่างเขายังคงห่วงความรู้สึกรุ่นน้องสาว เธอและเขาสนิทกันมากจึงชวนมาร่วมงานปาร์ตี้แม้เธียรและเพื่อนๆ จะจบมาแล้วเกือบสามปีแต่ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องร่วมสาขายังคงแน่นแฟ้นไม่เสื่อมคลาย

คลาย เขาตบบ่ามีนรุ่นน้องในวงดนตรีสมัยเรียนมหาลัย เขาชวนมาเพราะมันขึ้นมาทำธุระที่กรุงเทพจึงถือโอกาสดื่มฉลอง และที่เธียรรู้อีกอย่างก็คือมีนเป็นอีกคนที่แอบชอบปริม

“ครับ เดี๋ยวผมไปดูให้เอง”

“เออ ฝากด้วย”

“ครับ

“เรากลับกันเถอะค่ะ คุณป้ารออยู่” ลูกหว้าโน้มตัวลงกระซิบข้างหูภูวดล เมื่อบรรยากาศของงานปาร์ตี้เริ่มมีท่าทีจะล่ม

“พี่ขออีกห้าที” เขาต่อรองเพราะใจยังคงเป็นห่วงใครอีกคนที่เดินหายไปห้องน้ำเมื่อครู่ ถ้าเป็นไปได้ชายหนุ่มจะเดินไปหาเธอด้วยตัวเอง แต่นี่เขาคงทำได้แค่คิด เพราะสายตาของเพื่อนหลายคู่จับจ้องมาที่เขา

“ถ้างั้นลูกหว้าขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”

“อืม”

ร่างเพรียวระหงเดินตรงปรี่ไปยังห้องน้ำ เธอไม่ได้ปวดหนักปวดเบาอยากทำธุระอะไร เพียงแค่อยากจะเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นให้ชัดๆ

“เธอ” เพียงแค่ลูกหว้าก้าวเข้าไปยังห้องน้ำหญิง เสียงคนที่อยู่ก่อนก็เอ่ยต้อนรับทันที คนมาใหม่เลยฉีกยิ้มกว้าง

“คะ” หญิงสาวมีโอกาสได้สำรวจหญิงสาวร่างเล็กตรงหน้า เธอคนนั้นสวย ใบหน้าจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตา แต่งหน้าโทนอ่อนเป็นธรรมชาติส่งเสริมให้ดูบอบบางน่าปกป้อง ไม่แปลกถ้าจะมีผู้ชายหลายคนชอบเธอ

“ยินดีด้วยนะคะ เรื่องแต่งงาน” นัยน์ตาแดงระเรื่อเอ่ยคำยินดีกับว่าที่เจ้าสาว ปริม กลืนก้อนแข็งๆ ลงลำคออย่างยากลำบาก ปรับเปลี่ยนสีหน้าให้ดูเป็นปกติที่สุด ทำไมเจ้าสาวภูวดลถึงไม่ใช่เธอทั้งๆ ที่มาก่อนแท้ๆ ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ต่างหากที่มาทีหลัง ความสัมพันธ์เธอและเขากำลังไปได้ดีแล้วเชียว แต่จู่ๆ ผู้หญิงคนนี้ก็ปรากฏตัวพร้อมกับเรื่องที่ทำให้เธอช็อกจนแทบประคองสติไม่อยู่

“ขอบคุณนะคะ หวังว่าวันงานจะได้เจอกัน” ว่าที่เจ้าสาวยิ้มหวานแม้ใจยังคงตงิดๆ ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาแน่ ชนัญชิดาเชื่ออย่างนั้น

“ฉันไปแน่ แต่ระวังเจ้าบ่าวคุณไว้ให้ดีนะคะ เพราะช่วงนี้เขาติดฉันแจเชียว ที่บอกก็เพราะว่าหวังดี เห็นเป็นผู้หญิงด้วยกัน” น้ำเสียงบ่งบอกถึงความสะใจหวังให้อีกฝ่ายเจ็บใจเล่นๆ

“เอ๊ะ นี่จะประกาศว่ายินดีสมัครเป็นเมียน้อยสามีชาวบ้านเหรอคะ ด้านกว่าที่คิดไว้เยอะนะคะเนี่ย สงสัยฉันต้องประเมินความหนาของหน้าเธอใหม่แล้ว” เอามือทาบอกแสดงท่าทีตกใจตามการแสดงอีกฝ่ายพร้อมกับสาดวาจาร้อนแรงกึ่งขำขันไม่หวั่นไหวกับคำพูดของปริมที่พยายามยั่วยุ

สองสาวยืนประจันหน้าอย่างไม่มีใครยอมใคร ไม่มีใครในนี้นอกจากพวกเธอ ปริมจึงกล้าที่จะแสดงธาตุแท้ออกมา ใบหน้าสวยหวานเริ่มบิดเบ้ ดวงตาแดงก่ำด้วยโทสะ มือบางบีบแน่นเข้าหากัน หล่อนกล้าดียังไงมาตราหน้าว่าเธอเป็นเมียน้อยทั้งๆ ที่เธอมาก่อนยัยนี่ด้วยซ้ำ

“จริงๆ คำว่าเมียน้อยนี่น่าจะเป็นเธอมากกว่านะ ใครๆ ในที่นี้ก็รู้กันทั่วว่าฉันกับพี่ภูกำลังดูใจกันอยู่ แต่จู่ๆ มีผู้หญิงหน้าด้านมาฉกไปหน้าตาเฉย สังคมจะเห็นใจใครก็ไม่รู้ด้วยสิทีนี้ มาก่อนที่ได้ใจ กับแย่งไปได้แต่กระดาษ” น้ำเสียงเน้นย้ำทุกคำที่คิดว่าจะทำร้ายอีกฝ่ายได้ ซึ่งก็ได้ผล ยัยนั่นมีท่าทีฮึดฮัด แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง ปริมยิ้มสะใจที่เห็นคนตรงหน้าเริ่มโกรธเพราะนั่นหมายถึงว่าเธอชนะ

ลูกหว้ายกมือเตรียมจะฟาดลงไปยังใบหน้าที่ดูแสนจะใสซื่อ ไร้เดียงสา ยัยนี่แสดงเก่ง ต่อหน้าแสร้งทำเป็นผู้หญิงบอบบางไร้มารยา แต่ยามลับหลังผู้คนกลับดูร้ายลึกกว่าที่เธอประเมินไว้มาก

“ทำไรกันน่ะ” ก่อนที่จะเหวี่ยงแขนลงไปเสียงทุ้มห้าวก็ดังแทรกขัดจังหวะฟาดฟันของสองสาวทำเอาชนัญชิดาสะดุ้งตกใจหันไปมองตามเสียง ชายคนแปลกหน้าคนนั้นเดินดุ่มๆ เข้ามาในห้องน้ำหญิง ใบหน้าขาวสะอาดสไตล์ผู้ชายสำอางทว่าดวงตาดุดันเมื่อตวัดมองมาทางเธอทำเอารู้สึกหวั่นๆ ในใจ

“มะ ไม่มีไรหรอกมีน แค่เข้าใจผิดกันนิดหน่อย” ปริมเสียงสั่นรัว ดวงตาแดงระเรื่อ พยายามปรับสีหน้าให้ดูน่าสงสารราวคนกับอ่อนแอกำลังเป็นผู้ถูกกระทำ เธอเดินไปหลบหลังเขาคนนั้นเมื่อเดินมาถึงทำให้ต้องเผชิญหน้ากันอย่างจัง

ชนัญชิดาได้แต่มองละครฉากใหญ่ที่อีกฝ่ายกำลังเปิดม่านทำการแสดง และอีกไม่นานเธอก็จะตกเป็นผู้ร้ายในสายตาของใครหลายๆ คนอย่างที่ผ่านมา

“ไม่มีอะไรแล้วทำไมจะลงไม้ลงมือกันด้วย” เขาถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจที่เห็นผู้หญิงตรงหน้ากำลังจะตบเพื่อนสาวของเขา เธอร้ายกาจสมคำร่ำลือจริงๆ เสียดายความสวยเจ้าหล่อน นิสัยแย่ๆ แบบนี้ไงรุ่นพี่เขาถึงได้ไม่พอใจเมื่อรู้ว่าภูวดลกำลังจะแต่งงานกับเธอ

ชนัญชิดาไม่ตอบอีกฝ่าย ได้แต่ยืนกำหมัดแน่นที่ข้างลำตัว เธอไม่คิดว่าจะมีใครเดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์เข้า จึงทำได้แค่ยืนสบตาผู้ชายที่ชื่อมีนนิ่ง ไม่เกรงสายตาดุทรงอำนาจคู่นั้นที่จ้องหล่อนอย่างเอาเรื่อง เมื่อทำอะไรไม่ได้ลูกหว้าจึงหันหลังเดินกลับออกมา

“เป็นอะไรหรือเปล่าปริม ผู้หญิงคนนั้นทำไรตรงไหนไหม” น้ำเสียงร้อนรนเป็นห่วงเป็นใยของมีนแว่วดังพอให้ลูกหว้าได้ยิน เธอจึงหยุดเดินเพื่อรอฟังยัยนั่นเล่นละครอีกครั้ง

“เราไม่เป็นหรอก ขอบใจนะที่เข้ามา ไม่อย่างนั้นคงหน้าชาไปแล้ว น้องเขาเข้าใจเราผิดน่ะ”

เข้าใจผิดงั้นเหรอ ฉลาดพูดดีเหมือนกัน ชนัญชิดาแสยะยิ้มเมื่อได้ยินดาราท่านหนึ่งสวมบทบาทนางเอกแสนซื่อผู้ถูกกระทำ

“เข้าใจไรผิดงั้นเหรอ งั้นต่อไปถ้ายัยนั่นทำไรปริมอีก บอกเรานะ”

“อือ”

“ลูกหว้ารอที่รถนะคะ” ร่างงามสะโอดสะองเดินนวยนาดมานั่งลงข้างว่าที่เจ้าบ่าว กระซิบเบาๆ ได้ยินกันแค่สองคนก่อนลุกเดินจากไปโดยไม่ลืมที่จะล่ำลาคนอื่นๆ

“ลูกหว้าขอตัวก่อนนะคะ เบิร์ดเดย์ค่ะ พี่เธียร” เธอหยิบเอากล่องของลูกหว้าเล็กๆ ในกระเป๋าขึ้นมายื่นให้เจ้าของวันเกิด แม้ลึกๆ จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบขี้หน้าเธอสักเท่าไหร่ก็ตาม

“ขอบคุณครับ” เธียรปรายตามองกล่องสี่เหลี่ยมสีทองเหลือบม่วง มีโบเล็กๆ สีฟ้าติดอยู่ด้านหน้า เขาไม่ได้รู้สึกยินดีเมื่อได้รับสิ่งนั้นมาอยู่ในมือ แต่ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยปากขอบคุณ เขาแปลกใจมากกว่าที่คนอย่างเธอจะมีมารยาทพอจะสรรหาของขวัญมาให้เขา นึกแล้วก็อยากจะรู้ว่าอะไรอยู่ด้านใน

ไม่ใช่แค่เธียรที่มองมายังกล่องเล็กจิ๋วนั่น แต่ทุกสายตาต่างจ้องมองมันราวกับสิ่งของประหลาด ชนัญชิดาทำได้แค่ยิ้มมุมปากนิดๆ พร้อมเดินจากโดยไม่หันหลังกลับมามอง ซึ่งตอนนี้ทุกคนต่างเดินมารุมล้อมเจ้าของงานที่กำลังถือกล่องของขวัญนั่นราวกับมันเป็นสิ่งแปลกปลอม

“เห้ย เปิดดิ กูอยากรู้ว่ายัยนั่นให้ไรมึง” คินเร่งซึ่งทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วยรวมทั้งภูวดล

“คงไม่ใช่อะไรพิลึกๆ หรอกนะ” ซีว่าทำหน้าขยาด ใจเริ่มกลัวแทนเพื่อน หลี่ตามองยังของในมือเธียร

####################################################################################

คู่แข่งนางเอกเปิดตัวแล้วววว ว่าแต่นางเอกของเราให้ของขวัญเป็นอะไรน้าาาาาาา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ถูกใจไปหมด

    รอไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ปรมินทร์ก็มาพร้อมตะกร้าใบขนาดกลาง เขาเดินหิ้วมันขึ้นมายังบ้านพักผู้จัดการสาว เคาะห้องเธอเพียงสามครั้ง ประตูก็เปิดออกกว้าง ชายหนุ่มยื่นตะกร้าให้หล่อน“ในนี้มีข้าวต้ม แก้วเก็บอุณหภูมินี้เป็นน้ำขิงครับ แล้วนี่ยาแก้หวัด แก้เจ็บคอเผื่อระคายเคือง แล้วนี่ มีเจลลดไข้ด้วย พรุ่งนี้ลูกหว้าไม่ต้องไปทำงานนะครับ เดี๋ยวผมสั่งน้ำหวานทำแทน ลูกหว้าอยู่บ้านพักผ่อนให้สบาย หายเมื่อไหร่ค่อยกลับไปทำ” ปรมินทร์อธิบายสิ่งของในตะกร้าที่พกมาเพื่อหล่อนโดยเฉพาะ แถมยังอนุญาตให้เธอหยุดงานแบบไม่ต้องเอ่ยปากขอ“เอ่อ ยังไงก็ขอบคุณ คุณมากนะคะ” ชนัญชิดายิ้มเก้อๆ รู้สึกเขินนิดๆ เธอทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอปรมินทร์ในมาดนี้ แถมยังเรียกชื่อสนิทสนมอีก ไหนจะสายตา คำพูดและการกระทำที่เอาใจใส่กว้าครั้งก่อนมาก ทั้งๆ ที่เมื่อห้าปีที่แล้วแทบจะแยกเขี้ยวใส่กัน แต่ถามว่าชอบไหม เธอชอบมากที่มีคนคอยเป็นห่วงแถมใส่ใจขนาดนี้ปรมินทร์เห็นหล่อนหน้าแดงก่ำ ไม่รู้เพราะพิษไข้หรือเพราะเขินเขากันแน่ ชายหนุ่มกระตุกมุมปากขึ้นยิ้ม จ้องมองคนตัวเล็กกว่าด้วยแววตาเป็นประกายระยิบ เห็นชนัญชิดามีอาการประหม่าก็น่าดูไปอีกแบบ ปกติเธอเป็นคนมั่นใจในต

  • เหนื่อยที่จะร้าย   นี่เขาจีบเธอเหรอ

    ตลอดวันชนัญชิดาวิ่งวุ่นเรื่องงาน แม้ไม่ใช่หน้าที่ตัวเองเธอก็อาสารับทำด้วยความเต็มใจจนเป็นที่เกรงอกเกรงใจของพวกพนักงาน เธอต้องการให้ตัวเองยุ่งอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สมองไม่ว่าง จะได้ไม่ต้องคิดถึงสายตาของปรมินทร์เมื่อเช้าจนกระทั่งเลิกงานเธอเดินทอดน่อง ดูพวกคนงานรวมตัวกันออกมาเล่นกีฬายังลานออกกำลังกาย ส่วนพวกผู้หญิงบางส่วนก็ถือจอบถือเสียมมารดน้ำพรวนดินยังแปลงการเกษตรที่ไร่จัดไว้ให้เพาะปลูกสำหรับทำกับข้าวกินโดยไม่ต้องเสียตังค์ซื้อ ซึ่งชนัญชิดามองว่าเป็นความคิดที่ดีเลยทีเดียวปรมินทร์ทำให้เธอเห็นในอีกแง่มุมหนึ่งของเขา ชาวไร่ส้มที่นี่รักและเคารพปรมินทร์รองจากพ่อแม่ตนเองเลยก็ว่าได้ เขาไม่ได้ปฏิบัติตนเหมือนเจ้านายที่เที่ยวเอาแต่วางอำนาจออกคำสั่ง พอไม่ได้ดั่งใจก็ดุด่าปรมินทร์ปฏิบัติต่อทุกคนในไร่เสมือนญาติพี่น้องคนหนึ่ง ใครมีปัญหาเดือดร้อนเรื่องไหนเขาสามารถจัดการคลี่คลายปัญหาให้ได้ ดังนั้นพนักงานในไร่ต่างเคารพและนับถือปรมินทร์มากแม้จะอายุยังน้อยก็ตามชนัญชิดาเดินมายังข้างๆ คูสระที่ขุดไว้เลี้ยงปลารวมไปถึงรดน้ำผัก คนงานผู้หญิงพวกนั้นทยอยกลับไปหมดแล้ว พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว

    ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้วปรมินทร์กลับเข้าบ้านอีกทีก็เป็นเวลาที่พระอาทิตย์เริ่มลาลับของฟ้าไปแล้ว ไฟตามจุดต่างๆ เริ่มส่องสว่างเป็นจุดๆ“ปิกบ้านแล้วกำ” (กลับบ้านแล้วเหรอ) ปภารัตรีบดึงแขนลูกชายเข้ามานั่งยังโซฟาห้องรับแขกเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินผ่านพ้นประตูมา“มีอะหยังครับ” (มีอะไรหรือครับ)เขาเลิกคิ้วถามมารดาที่ดูยิ้มแย้มเหมือนมีเรื่องอะไรตื่นเต้นอยากเล่าให้เขาฟัง“ก็หนูจูนไง หนูจูนพึ่งกลับจากอังกฤษ บอกแม่ว่าอยากมาเที่ยวไร่เรา อีกสามวันน้องก็เดินทางมาถึงไร่เราแล้วนะ ตอนนี้น้องยังอยู่กรุงเทพฯ” (ก็หนูจูนไง หนูจูนพึ่งกลับจากอังกฤษ บอกแม่ว่าอยากมาเที่ยวไร่เรา อีกสามวันน้องก็เดินทางมาถึงไร่เราแล้วนะ ตอนนี้น้องยังอยู่กรุงเทพฯ)ปภารัตเห็นลูกสาวเพื่อนอัปเดตความเคลื่อนไหวลงโซเชียล เธอเลยเข้าไปทักทายจากนั้นไม่นานทั้งสองก็ได้พูดคุยกันและนัดหมายเจอกันในที่สุด“ครับ” ปรมินทร์รับคำ เพราะรู้ทันว่าคงไม่ใช่มาเที่ยวไร่ธรรมดา แม่คงยังไม่เลิกจับคู่ให้เขา ล่าสุดน้องอรของแม่คราวนี้น้องจูนอีก ปรมินทร์คิดแล้วก็พานปวดหัว ยกมือขึ้นนวดขมับ เอนหลังพิงพนักโซฟาด้วยความเหนื่อยใจ แล้วตัดสินใจบอกมารดาไปตามตรง“แม่ครับ ผมมีคนตี้

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ขออนุญาตพี่ชาย

    เวลานั้นเองน้ำหวานถึงได้รู้ว่าชนัญชิดาไม่เพียงแค่รวยอย่างที่ปากว่าแต่เป็นโคตะระรวยต่างหาก“สวัสดีครับคุณชินดนัย” ปรมินทร์ซึ่งมาถึงได้สักพักสังเกตการณ์อยู่ก่อน เลยเดินเข้ามาทักชินดนัยด้วยใบหน้ายิ้มๆ คิดจะจีบน้องสาวเขาก็ต้องทำคะแนนจากพี่เขาก่อนอันดับแรก แม้จะโหดแต่ก็ทำใจดีสู้เสือ ทำไงได้รักน้องสาวเขาไปแล้วนี่“สวัสดีครับ” ชินดนัยปรายตาขึ้นมองคนมาใหม่ ปรมินทร์ในชุดเสื้อกล้ามสีขาว คลุมด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเขียวเข้ม สวมหมวกปีกกว้าง ดูจากลักษณะแล้วคงพึ่งมาจากในไร่ เพราะใบหน้าเขาดูเผยความเหนื่อยล้าออกมาให้เห็นอยู่บ้าง“มาเที่ยวเหรอครับ หรือมาเยี่ยมเธอ” เธอที่เขาหมายถึงตอนนี้ขอตัวไปทำงานแล้ว ปล่อยพี่ชายกับบรรดาลูกน้องคนอื่นๆ นั่งดื่มกาแฟอย่างสบายใจที่โต๊ะเดิม“ผมมาทำธุระครับเลยแวะมาดูน้องเสียหน่อย พึ่งกลับมาไทยยังไม่ทันได้หายคิดถึงก็รีบหนีผมมาทำงานที่นี่แล้ว” ชินดนัยผายมือเชิญอีกฝ่ายนั่งลงฝั่งตรงข้าม สายตาคมปลาบมองเจ้าของไร่ด้วยความรู้ทัน ถึงเจจะไม่รายงานเรื่องทั้งหมดภายในไร่แห่งนี้ให้เขาฟังอย่างละเอียด แต่มีหรือที่จะมองไม่ออกว่าปรมินทร์คิดยังไงกับน้องสาวตัวเองตอนแรกเขาไม่มั่นใจ แต่ตอนนี้เข

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ฐานะผู้จัดการ

    ฐานะผู้จัดการในขณะที่โซนคาเฟ่กำลังมีเรื่อง ภาคภูมิซึ่งบังเอิญได้ยินข่าวซุบซิบเรื่องชนัญชิดามีผู้ชายหล่อแถมรวยมานั่งเฝ้ายันร้านก็รีบวิ่งแจ้นนำข่าวมาบอกเจ้านายด้วยความไวแสง“แน่ใจ๋กะ ว่าแม่นแต้” (นายแน่ใจนะ)ปรมินทร์ซึ่งกำลังตัดแต่งกิ่งส้มในไร่ถึงกับหยุดชะงัก ถามผู้จัดการไร่คนสนิทเพื่อความมั่นใจ“มั่นใจ๋ครับ ก่อนี่เลาะครับในไลน์กลุ่มนี่เขาเล่ากันหื้อแซดว่าคุณชนัญชิดาเปิ้นเป็น เอ่อ เป็น....เมียน้อยป้อจายคนหั้นตวย” (มั่นใจครับ นี่ไงครับในไลน์กลุ่มเมาท์กันสนั่นเลยว่าคุณชนัญชิดาเป็น เอ่อ เป็น…เมียน้อยผู้ชายคนนั้นด้วย)เขาลังเลที่จะพูดคำนั้นออกมาแต่เมื่อเจอสายตาคาดคั้นเอาคำตอบจากผู้เป็นนาย ภาคภูมิจึงจำใจต้องตอบตามข่าวที่เขาส่งต่อๆ กันมา ซึ่งให้พูดกันตามตรงตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าชนัญชิดาจะเป็นอย่างที่พนักงานเขาพูดกัน เธอดูหยิ่งขนาดนั้นมีหรือจะยอมกินน้ำใต้ศอกใคร แถมผู้หญิงแบบเธอหาแฟนหรือสามีเป็นของตัวเองได้สบายๆ ขนาดนั้น คงไม่ยอมเป็นเมียน้อยใครแน่“เอ่อ อั้นฝากยะต่อตวยเน้อ” (เอองั้นฝากทำต่อด้วย)ปรมินทร์ร้อนใจ ยัดกรรไกรแต่งกิ่งใส่มือภาคภูมิ หมอกซึ่งกำลังงุ่นง่านกับการใส่ปุ๋ยคอกก็ได้แต่มองตามแผ่น

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ผู้ชายคนนั้นหน้าคุ้นๆ

    ผู้จัดการสาวไหนเลยจะรู้ว่าตัวเองถูกลูกน้องนินทากันสนุกปาก เธอตกใจมากเมื่อเดินมายังคาเฟ่แล้วเห็นพี่ชายกับบอดี้การ์ดนั่งดื่มกาแฟกันอย่างสบายใจโดยไม่แม้แต่จะบอกน้องสาวอย่างเธอสักนิดว่าจะมาหาถึงไร่แถมเมื่อวานก็คุยกันก็ไม่เห็นพูดถึง ส่วนเจก็ได้แต่หลบสายตาคาดโทษจากชนัญชิดา“อย่าไปว่าเจเขาเลย พี่เป็นคนห้ามไม่ให้บอกน้องเองครับ” ชินดนัยแก้ต่างแทนลูกน้อง เขาตั้งใจมาเซอร์ไพรส์อย่างตั้งใจจึงไม่บอกว่าจะมา เขามาทำธุระที่นี่พอดีเลยแวะมาเยี่ยมน้องสาวด้วยความคิดถึง กะว่าจะนอนสักคืนค่อยกลับกรุงเทพฯ พรุ่งนี้เช้า“ก็ถ้าบอกก่อนน้องจะได้ขอลาหยุดไงคะ” พี่ชายมาหาทั้งทีเธอไม่มีเวลาดูแล แถมยังต้องทำงานทั้งวันอีก จะไม่ให้เธอบ่นได้ไง“ไม่เป็นไรค่ะ พี่แค่อยากเห็นตอนน้องทำงาน หนูไม่ต้องสนใจพี่ หนูไปทำงานทำหน้าที่ตัวเองเถอะ พี่จองห้องพักที่นี่ไว้คืนหนึ่ง เลิกงานแล้วเราค่อยไปกินข้าวกันค่ะ” เขาตอบน้องสาวด้วยแววตาเอ็นดูอย่างที่เคยมองมาตลอดชีวิต เขามาทำธุระที่นี่เลยถือโอกาสแวะมาหาน้องน้อยด้วยเสียเลย“ว่าแต่พี่ชายใหญ่มาคนเดียวเหรอคะ ชิสากับพี่แก้มไม่มาด้วยเหรอ” หันซ้ายหันขวาสำรวจก็เห็นแต่พี่ชายกับบอดี้การ์ดเท่านั้น“ไม่

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ชอบเขา

    ปรมินทร์เลยไปส่งน้ำหวานกับน้ำนุ่นเพราะน้ำหวานอาศัยอยู่กับครอบครัวซึ่งห่างจากไร่ไปแค่ห้ากิโลเมตร ก่อนวนรถกลับมาเข้าไร่ เขาไล่หมอกลงรถให้เดินกลับตั้งแต่ทางเข้าที่พักคนงานอันดับแรกเพื่อจะได้มีโอกาสอยู่สองต่อสองกับชนัญชิดาซึ่งหมอกก็พอจะเดาเจตนาเจ้านายออกเลยไม่ขัดอะไรนอกจากมองตามท้ายไฟด้วยความดีใจและโล

  • เหนื่อยที่จะร้าย   กินข้าวกันเถอะ

    ชนัญชิดาเปิดอกคุย นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วเขาก็ยังปักหลักอยู่ที่เดิม ทั้งๆ ที่ไม่มีเรื่องอะไรให้น่าห่วงเลยสักนิด เธอเองก็เกรงใจเขาเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคงเบื่อต้องติดแหงกอยู่บนเขาแห่งนี้“ต้องรอคำสั่งจากคุณชินครับ” เจเองยังไงก็ได้ อยู่ที่นี่ก็ดีอีกแบบ ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ มีกาแฟอร่อยๆ ให้กิน แถมยังมีวิวห

  • เหนื่อยที่จะร้าย   ถูกนินทา

    “นี่ค่ะ” ผู้จัดการสาวยกแก้วชาเขียวเย็นขึ้นจิบ คำแรกเธอละเลียดลิ้มรสอมในปากเพื่อซึมซับรสชาติก่อนกลืน ค่อยยกดื่มอีกรอบอย่างไม่รีบร้อน“หวานไปจริงๆ ทางร้านเราต้องขออภัยลูกค้าด้วยนะคะ แก้วนี้ทางร้านจะไม่คิดเงินใดๆ กับลูกค้า ร้านเรายินดีรับผิดชอบที่ทำให้ลูกค้าไม่พอใจ ปิ่นจ้ะไปหยิบคูปองเครื่องดื่มร้านเรา

  • เหนื่อยที่จะร้าย   งานเข้า

    การฝึกงานในสวนส้มของชนัญชิดาจบลงไปอย่างราบรื่น อะไรที่ไม่เคยทำก็ได้ลองทำจนหมด วันนี้ชนัญชิดาตื่นแต่เช้าตรู่ เมื่อคืนฝนตกหนัก เช้านี้เลยมีหมอกลอยอ้อยอิ่งตามเขาปกคลุมเสียจนมองไม่เห็นความเขียวชอุ่มของมัน หยาดน้ำค้างยามเช้ายังคงเกาะพืชไม้ใบหญ้าแวววาวเป็นประกายระยิบหญิงสาวในชุดออกกำลังกายเสื้อกล้ามแนบล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status