LOGINเตือนภัย
"ฮัลโหลพี่ชาย ว่างไหมคะ" อารมณ์ดิ่งทีไรเป็นอันต้องโทรหาพี่ชายคนโตเมื่อนั้น หลังจากเล่นกับเจ้าชาช่าจนเหนื่อยเธอก็ขึ้นมายังบนห้อง "คะ น้องลูกหว้า ตอนนี้พี่กำลังจะเข้าประชุมค่ะ" ชายหนุ่มมองเข็มปัดซึ่งในอีกห้านาทีข้างหน้าเขาจะต้องนั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมแล้ว ทว่าสายของน้องสาวทำให้เขายังต้องนั่งอยู่ที่เดิม "อย่างงั้นหรอกหรือคะ งั้นพี่ทำงานเถอะค่ะ ลูกหว้าแค่โทรมาคุยด้วย คิดถึงพี่ชายใหญ่นะคะ" หล่อนพยายามควบคุมน้ำเสียงสั่นๆ ให้เป็นปกติที่สุด ซึ่งมันทำได้ยากเหหลือเกิน "มีไรหรือเปล่าคะ น้ำเสียงไม่ค่อยดีเลย ให้พี่ไปหาไหม พี่จะสั่งเลขาเลื่อนประชุมเดี๋ยวนี้" แค่ได้ยินน้ำเสียง พี่ชายคนโตก็รู้ทันทีว่าน้องสาวอยู่ในห้วงอารมณ์แบบไหน เลี้ยงมาเองกับมือขนาดนี้มีหรือจะพลาด “หนูไม่เป็นอะไรสักหน่อย ไม่ต้องมานะคะ เสียการเสียงานหมด" หล่อนรีบห้ามคนปลายสายทันที เธอแค่อยากคุยกับพี่ชายให้หายเหงาก็แค่นั้นเอง "เอางั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวประชุมเสร็จพี่จะไปรับไปดินเนอร์นะคะ คิดถึงน้องน้อยจะแย่แล้ว" ตั้งแต่แต่งงานออกไปชินดนัยก็ไม่ค่อยได้เจอหน้าค่าตาน้องสาว ไม่เขาที่ยุ่งเรื่องงานเกินไปก็เป็นชนัญชิดาเองที่ไม่มีเวลามาเจอกัน เห็นอวดกับคุณป๋าว่าช่วงนี้เข้าคอร์สเรียนทำอาหาร "ได้ค่ะ แต่งตัวรอนะคะ สุดหล่อ" ตอนแรกแค่จะโทร.มาเล่นด้วย ไม่คิดว่าพี่ชายใหญ่จะออกปากนัดเสียเอง แค่รู้ว่าเธอไม่ได้ตัวคนเดียวความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจก็เหมือนยกออกจากอกทันที เธอยังมีคุณป๋า พี่ชายที่รักทั้งสองคน คิดถึงตรงนี้ใบหน้าที่บึ้งตึงก็คลี่ยิ้มสว่างไสว "ครับผม เจ้าหญิง" "คุณหนูคะ" วางสายปุ๊บเสียงแม่บ้านก็ดังอยู่หน้าห้อง เธอหันหน้าออกไปมองแล้วตะโกนออกไป "ไม่ได้ล็อกค่ะ เข้ามาเลย" "ป้าวันมาพอดี วันนี้ไม่ต้องตั้งโต๊ะนะคะ ลูกหว้าจะออกไปกินข้างนอกค่ะ" หญิงสาวรีบบอกแม่บ้านคนสนิททันทีเมื่อป้าเดินเข้ามาในห้องเรียบร้อยแล้ว "ค่ะ คุณหนู" วันดียิ้มรับคำ หล่อนกำลังเดินขึ้นมาถามเมนูมื้อเย็นพอดี เมื่อห้องปราศจากผู้คน ชนัญชิดาทำการล็อกห้อง เตรียมตัวอาบน้ำ ชำระเหงื่อไคล แต่งตัวออกไปดินเนอร์กับพี่ชายทันที ยังไม่ถึงสองชั่วโมงดีรถหรูสีดำมันปลาบก็แล่นเข้ามาจอดเทียบเทอเรสหน้าบ้าน การ์ดคนสนิทเปิดประตูให้ผู้เป็นนายอย่างเคยชิน "ประชุมเสร็จเร็วจังเลยค่ะ" ชนัญชิดาแต่งตัวเสร็จนานแล้วจึงลงมานั่งรออยู่ในห้องรับแขกอยู่ พอได้ยินเสียงรถก็รีบเดินออกมาโดยไม่รอให้คนเสียเวลามาเรียก "ไม่มีประเด็นอะไรสำคัญเท่าไหร่จ๊ะ แค่ประชุมไตรมาส อีกอย่างใครจะกล้าให้คนสวยของพี่หิ้วท้องรอจนดึกละคะ ไหนมาให้พี่กอดทีสิ ไม่เจอกันตั้งนาน" พูดจบก็รวบร่างเล็กของน้องน้อยเข้าสู่อ้อมกอดคุ้นเคยด้วยความคิดถึง ก่อนจรดปลายจมูกลงกลุ่มผมนุ่มอย่างเคยทำเป็นประจำ ชินดนัยจะแสดงความรักกับน้องสาวอย่างนี้เสมอจนกลายเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าคนนอกไม่ล่วงรู้ความสัมพันธ์เกี่ยวกับพวกเขาอาจจะคิดว่าเป็นคู่รักคู่หนึ่ง ซึ่งนั่นทำให้ไม่ค่อยมีใครกล้ามาจีบเธอสักเท่าไหร่ แน่ล่ะ พี่ชายอย่างเขาหวงน้องสาวอย่างกับอะไรดี "เหนื่อยไหมคะ ทำไมไม่ชวนพี่แก้มมาทานกับเราด้วยละคะ หนูเองก็ไม่ได้เจอพี่เขานานแล้วเหมือนกัน" เธอเข้ามานั่งอยู่บนรถแล้ว เลยอดถามหาว่าที่พี่สะใภ้ไม่ได้ "น้องแก้มไปทำงานต่างจังหวัดจ๊ะ เลยมาด้วยไม่ได้ ไว้นัดวันหลังนะคะ" "ได้ค่ะ" "สรุปมีเรื่องอะไรเหรอเรา ไอ้ภูมันทำอะไรหนูหรือเปล่า" เขาเดาไว้ว่าทั้งคู่ต้องทะเลาะกันแน่นอน ตาคมกริบจึงหรี่ตามองราวกับจับผิด "ไม่มีอะไรค่ะ แค่คิดถึงพี่ชายใหญ่ พี่ชายรองก็หนีน้องไปเรียนต่อแล้ว" ไม่กล้าบอกหรอกว่าทะเลาะกับภูวดล ไม่อย่างงั้นพี่ชายเล่นงานเขาแน่ "แน่นะ" ถามอย่างไม่แน่ใจ "แน่ค่ะ" ตอบโดยไม่สบตาคู่คมที่มองมาราวกับจะล้วงความจริง ซึ่งแน่นอนว่าเธอคงปิดชินดนัยไม่ได้ หูตาเขากว้างไกลขนาดนั้น อยากรู้เรื่องไหนเพียงแค่สั่งลูกน้องคำเดียว ไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงข้อมูลก็ปรากฏตรงหน้าแล้ว พี่ชายเธอนี่มาเฟียชัดๆ "ไม่มีก็ดีแล้ว แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่าลืมนะว่ามีพี่ มีคุณป๋า บ้านเราต้อนรับหนูกลับบ้านเสมอค่ะ" เขาลูบศีรษะคนข้างๆ อย่างเคยทำเป็นประจำ ได้ยินพี่ชายพูดประโยคเมื่อครู่ก็ทำเอาขอบตาคนฟังแสบร้อน ดวงตาแดงระเรื่อเต็มไปด้วยหยาดน้ำที่เริ่มเอ่อคลอ ลูกหว้าพยายามอย่างหนักในการกักเก็บอารมณ์ ซ่อนความรู้สึกไม่ให้ชินดนัยสงสัย ทว่าก็ไม่รอดพ้นสายตาคมกริบนั้นได้ แต่เขากลับไม่เซ้าซี้ถาม ถ้าเธออยากเล่าคงเล่าให้เขาฟังนานแล้ว ชินดนัยได้แต่จดบัญชีชื่อน้องเชยไว้ในใจ กล้ามาก!! ทำน้องสาวกูร้องไห้ โรงแรม "นึกยังไงคะ พามาร้านนี้" ร้านที่ว่าอยู่ในโรงแรมหรูเป็นที่คุ้นเคยครอบครัวเธอเอง คุณป๋าและพี่ชายชอบพาเธอมาที่นี่ เนื่องจากมีอาหารหลากหลายเชื้อชาติแล้วยังมีซีฟู้ดอีกด้วย "ของโปรดหนูนี่คะ พี่ไม่ลืมหรอก" เรื่องเอาใจใส่คนรักชินดนัยไม่เคยพลาด อีกอย่างบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้ายาแห่งนี้อาจช่วยผ่อนคลายอารมณ์น้องน้อยได้บ้าง "น่ารักที่สุดเลย ว่าแต่ทำไมเราไม่ชวนคุณป๋ามาด้วยล่ะคะ" ตอบแทนพี่ชายด้วยการยื่นหน้าไปหอมแก้มสากเบาๆ อย่างที่เคยทำจนติดเป็นนิสัย "งั้นก็ทานเยอะๆ นะคะ พี่ชวนคุณป๋าแล้วแต่วันนี้ไม่ว่างค่ะ ไปเถอะพี่จองโต๊ะไว้แล้ว" ตั้งแต่มอบอำนาจสิทธิ์ขาดการบริหารงานในเครือทั้งหมดของตระกูลให้ลูกชายคนโต ชาญวิทย์ก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน บิดาเขามักชวนเพื่อนวัยเดียวกันไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ไม่ก็สังสรรค์กันเป็นประจำตามประสาคนวัยเกษียณ "ค่ะ" เวลาเกือบสี่ทุ่มมื้ออาหารก็จบลง ชนัญชิดารู้สึกแน่นท้องจนต้องนั่งพิงกับพนักพิง เธอกินเยอะ เจริญอาหารในรอบเดือนก็ว่าได้ อาจจะเป็นเพราะอาหารที่ถูกปากหรือพี่ชายคนตรงหน้าที่คอยตักให้ คอยเอาใจจนเธอไม่อาจปฏิเสธได้ลง ผลที่ตามมาคือแน่นจนแทบขย้อนของเก่าออกมาทางเดิม "หนูขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ" "จ๊ะ ระวังด้วยนะ" "หลับตาเดินยังได้เลยค่ะ สบายมาก" มาบ่อยจนพนักงานจำหน้าได้ ไม่แปลกใจถ้าเธอจะทำตามอย่างที่ว่าจริงๆ "ไอ้แสบ" ลับหลังร่างเล็กการ์ดที่นั่งโต๊ะข้างๆ ก็รีบลุกมารายงานเจ้านาย "นายครับ" "มีไร" ซันบอดี้การ์ดคนสนิทก้มลงกระซิบข้างหู เรื่องที่เขาไปสืบมาก่อนหน้านี้ทำเอาใบหน้าชินดนัยเปลี่ยนสีหน้าถมึงทึง สิ่งที่เขากลัวมันเกิดขึ้นจริงสินะ กล้าดียังไงมาย่ำยีหัวใจของเขาที่ฟูมฟักเลี้ยงมาเองกับมือ "ตอนนี้มันอยู่ไหน" แววตาเขาวาวโรจน์ฉายชัดจนน่าหวาดกลัว รังสีความอำมหิตแผ่ปกคลุมทั่วบริเวณชั่วขณะ ลูกน้องที่ตามเขามานานหลายปีรู้ดีว่าชินดนัยกำลังโกรธจัดแทบจะฉีกร่างคนเป็นๆ ได้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายเป็นแบบนี้ "ด้านนอก กำลังจะกลับครับ" "อย่าให้น้องสาวฉันรู้เรื่องนี้ เจ แกคอยรับคุณลูกหว้ากลับบ้าน บอกว่าฉันมีเรื่องด่วน ส่วนที่เหลือตามฉันมา" ลูกน้องสามคนรับคำสั่งนายเดินตามชินดนัยออกนอกร้านเมื่อเคลียร์บิลเสร็จ ส่วนเจได้แต่ยืนนิ่งรอคุณหนูที่เดิม ไม่นานร่างเพรียวในสุดเดรสสั้นพอดีเข่าก็เดินนวยนาดตรงเข้ามาด้วยสีหน้าแปลกใจ เจเข้าใจได้ทันทีว่าด้วยเรื่องอะไร ทำน้องสาวเขาเสียใจ พี่ชายใหญ่ไม่ปล่อยอิภูไว้แน่รอไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ปรมินทร์ก็มาพร้อมตะกร้าใบขนาดกลาง เขาเดินหิ้วมันขึ้นมายังบ้านพักผู้จัดการสาว เคาะห้องเธอเพียงสามครั้ง ประตูก็เปิดออกกว้าง ชายหนุ่มยื่นตะกร้าให้หล่อน“ในนี้มีข้าวต้ม แก้วเก็บอุณหภูมินี้เป็นน้ำขิงครับ แล้วนี่ยาแก้หวัด แก้เจ็บคอเผื่อระคายเคือง แล้วนี่ มีเจลลดไข้ด้วย พรุ่งนี้ลูกหว้าไม่ต้องไปทำงานนะครับ เดี๋ยวผมสั่งน้ำหวานทำแทน ลูกหว้าอยู่บ้านพักผ่อนให้สบาย หายเมื่อไหร่ค่อยกลับไปทำ” ปรมินทร์อธิบายสิ่งของในตะกร้าที่พกมาเพื่อหล่อนโดยเฉพาะ แถมยังอนุญาตให้เธอหยุดงานแบบไม่ต้องเอ่ยปากขอ“เอ่อ ยังไงก็ขอบคุณ คุณมากนะคะ” ชนัญชิดายิ้มเก้อๆ รู้สึกเขินนิดๆ เธอทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอปรมินทร์ในมาดนี้ แถมยังเรียกชื่อสนิทสนมอีก ไหนจะสายตา คำพูดและการกระทำที่เอาใจใส่กว้าครั้งก่อนมาก ทั้งๆ ที่เมื่อห้าปีที่แล้วแทบจะแยกเขี้ยวใส่กัน แต่ถามว่าชอบไหม เธอชอบมากที่มีคนคอยเป็นห่วงแถมใส่ใจขนาดนี้ปรมินทร์เห็นหล่อนหน้าแดงก่ำ ไม่รู้เพราะพิษไข้หรือเพราะเขินเขากันแน่ ชายหนุ่มกระตุกมุมปากขึ้นยิ้ม จ้องมองคนตัวเล็กกว่าด้วยแววตาเป็นประกายระยิบ เห็นชนัญชิดามีอาการประหม่าก็น่าดูไปอีกแบบ ปกติเธอเป็นคนมั่นใจในต
ตลอดวันชนัญชิดาวิ่งวุ่นเรื่องงาน แม้ไม่ใช่หน้าที่ตัวเองเธอก็อาสารับทำด้วยความเต็มใจจนเป็นที่เกรงอกเกรงใจของพวกพนักงาน เธอต้องการให้ตัวเองยุ่งอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สมองไม่ว่าง จะได้ไม่ต้องคิดถึงสายตาของปรมินทร์เมื่อเช้าจนกระทั่งเลิกงานเธอเดินทอดน่อง ดูพวกคนงานรวมตัวกันออกมาเล่นกีฬายังลานออกกำลังกาย ส่วนพวกผู้หญิงบางส่วนก็ถือจอบถือเสียมมารดน้ำพรวนดินยังแปลงการเกษตรที่ไร่จัดไว้ให้เพาะปลูกสำหรับทำกับข้าวกินโดยไม่ต้องเสียตังค์ซื้อ ซึ่งชนัญชิดามองว่าเป็นความคิดที่ดีเลยทีเดียวปรมินทร์ทำให้เธอเห็นในอีกแง่มุมหนึ่งของเขา ชาวไร่ส้มที่นี่รักและเคารพปรมินทร์รองจากพ่อแม่ตนเองเลยก็ว่าได้ เขาไม่ได้ปฏิบัติตนเหมือนเจ้านายที่เที่ยวเอาแต่วางอำนาจออกคำสั่ง พอไม่ได้ดั่งใจก็ดุด่าปรมินทร์ปฏิบัติต่อทุกคนในไร่เสมือนญาติพี่น้องคนหนึ่ง ใครมีปัญหาเดือดร้อนเรื่องไหนเขาสามารถจัดการคลี่คลายปัญหาให้ได้ ดังนั้นพนักงานในไร่ต่างเคารพและนับถือปรมินทร์มากแม้จะอายุยังน้อยก็ตามชนัญชิดาเดินมายังข้างๆ คูสระที่ขุดไว้เลี้ยงปลารวมไปถึงรดน้ำผัก คนงานผู้หญิงพวกนั้นทยอยกลับไปหมดแล้ว พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้
ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้วปรมินทร์กลับเข้าบ้านอีกทีก็เป็นเวลาที่พระอาทิตย์เริ่มลาลับของฟ้าไปแล้ว ไฟตามจุดต่างๆ เริ่มส่องสว่างเป็นจุดๆ“ปิกบ้านแล้วกำ” (กลับบ้านแล้วเหรอ) ปภารัตรีบดึงแขนลูกชายเข้ามานั่งยังโซฟาห้องรับแขกเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินผ่านพ้นประตูมา“มีอะหยังครับ” (มีอะไรหรือครับ)เขาเลิกคิ้วถามมารดาที่ดูยิ้มแย้มเหมือนมีเรื่องอะไรตื่นเต้นอยากเล่าให้เขาฟัง“ก็หนูจูนไง หนูจูนพึ่งกลับจากอังกฤษ บอกแม่ว่าอยากมาเที่ยวไร่เรา อีกสามวันน้องก็เดินทางมาถึงไร่เราแล้วนะ ตอนนี้น้องยังอยู่กรุงเทพฯ” (ก็หนูจูนไง หนูจูนพึ่งกลับจากอังกฤษ บอกแม่ว่าอยากมาเที่ยวไร่เรา อีกสามวันน้องก็เดินทางมาถึงไร่เราแล้วนะ ตอนนี้น้องยังอยู่กรุงเทพฯ)ปภารัตเห็นลูกสาวเพื่อนอัปเดตความเคลื่อนไหวลงโซเชียล เธอเลยเข้าไปทักทายจากนั้นไม่นานทั้งสองก็ได้พูดคุยกันและนัดหมายเจอกันในที่สุด“ครับ” ปรมินทร์รับคำ เพราะรู้ทันว่าคงไม่ใช่มาเที่ยวไร่ธรรมดา แม่คงยังไม่เลิกจับคู่ให้เขา ล่าสุดน้องอรของแม่คราวนี้น้องจูนอีก ปรมินทร์คิดแล้วก็พานปวดหัว ยกมือขึ้นนวดขมับ เอนหลังพิงพนักโซฟาด้วยความเหนื่อยใจ แล้วตัดสินใจบอกมารดาไปตามตรง“แม่ครับ ผมมีคนตี้
เวลานั้นเองน้ำหวานถึงได้รู้ว่าชนัญชิดาไม่เพียงแค่รวยอย่างที่ปากว่าแต่เป็นโคตะระรวยต่างหาก“สวัสดีครับคุณชินดนัย” ปรมินทร์ซึ่งมาถึงได้สักพักสังเกตการณ์อยู่ก่อน เลยเดินเข้ามาทักชินดนัยด้วยใบหน้ายิ้มๆ คิดจะจีบน้องสาวเขาก็ต้องทำคะแนนจากพี่เขาก่อนอันดับแรก แม้จะโหดแต่ก็ทำใจดีสู้เสือ ทำไงได้รักน้องสาวเขาไปแล้วนี่“สวัสดีครับ” ชินดนัยปรายตาขึ้นมองคนมาใหม่ ปรมินทร์ในชุดเสื้อกล้ามสีขาว คลุมด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเขียวเข้ม สวมหมวกปีกกว้าง ดูจากลักษณะแล้วคงพึ่งมาจากในไร่ เพราะใบหน้าเขาดูเผยความเหนื่อยล้าออกมาให้เห็นอยู่บ้าง“มาเที่ยวเหรอครับ หรือมาเยี่ยมเธอ” เธอที่เขาหมายถึงตอนนี้ขอตัวไปทำงานแล้ว ปล่อยพี่ชายกับบรรดาลูกน้องคนอื่นๆ นั่งดื่มกาแฟอย่างสบายใจที่โต๊ะเดิม“ผมมาทำธุระครับเลยแวะมาดูน้องเสียหน่อย พึ่งกลับมาไทยยังไม่ทันได้หายคิดถึงก็รีบหนีผมมาทำงานที่นี่แล้ว” ชินดนัยผายมือเชิญอีกฝ่ายนั่งลงฝั่งตรงข้าม สายตาคมปลาบมองเจ้าของไร่ด้วยความรู้ทัน ถึงเจจะไม่รายงานเรื่องทั้งหมดภายในไร่แห่งนี้ให้เขาฟังอย่างละเอียด แต่มีหรือที่จะมองไม่ออกว่าปรมินทร์คิดยังไงกับน้องสาวตัวเองตอนแรกเขาไม่มั่นใจ แต่ตอนนี้เข
ฐานะผู้จัดการในขณะที่โซนคาเฟ่กำลังมีเรื่อง ภาคภูมิซึ่งบังเอิญได้ยินข่าวซุบซิบเรื่องชนัญชิดามีผู้ชายหล่อแถมรวยมานั่งเฝ้ายันร้านก็รีบวิ่งแจ้นนำข่าวมาบอกเจ้านายด้วยความไวแสง“แน่ใจ๋กะ ว่าแม่นแต้” (นายแน่ใจนะ)ปรมินทร์ซึ่งกำลังตัดแต่งกิ่งส้มในไร่ถึงกับหยุดชะงัก ถามผู้จัดการไร่คนสนิทเพื่อความมั่นใจ“มั่นใจ๋ครับ ก่อนี่เลาะครับในไลน์กลุ่มนี่เขาเล่ากันหื้อแซดว่าคุณชนัญชิดาเปิ้นเป็น เอ่อ เป็น....เมียน้อยป้อจายคนหั้นตวย” (มั่นใจครับ นี่ไงครับในไลน์กลุ่มเมาท์กันสนั่นเลยว่าคุณชนัญชิดาเป็น เอ่อ เป็น…เมียน้อยผู้ชายคนนั้นด้วย)เขาลังเลที่จะพูดคำนั้นออกมาแต่เมื่อเจอสายตาคาดคั้นเอาคำตอบจากผู้เป็นนาย ภาคภูมิจึงจำใจต้องตอบตามข่าวที่เขาส่งต่อๆ กันมา ซึ่งให้พูดกันตามตรงตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าชนัญชิดาจะเป็นอย่างที่พนักงานเขาพูดกัน เธอดูหยิ่งขนาดนั้นมีหรือจะยอมกินน้ำใต้ศอกใคร แถมผู้หญิงแบบเธอหาแฟนหรือสามีเป็นของตัวเองได้สบายๆ ขนาดนั้น คงไม่ยอมเป็นเมียน้อยใครแน่“เอ่อ อั้นฝากยะต่อตวยเน้อ” (เอองั้นฝากทำต่อด้วย)ปรมินทร์ร้อนใจ ยัดกรรไกรแต่งกิ่งใส่มือภาคภูมิ หมอกซึ่งกำลังงุ่นง่านกับการใส่ปุ๋ยคอกก็ได้แต่มองตามแผ่น
ผู้จัดการสาวไหนเลยจะรู้ว่าตัวเองถูกลูกน้องนินทากันสนุกปาก เธอตกใจมากเมื่อเดินมายังคาเฟ่แล้วเห็นพี่ชายกับบอดี้การ์ดนั่งดื่มกาแฟกันอย่างสบายใจโดยไม่แม้แต่จะบอกน้องสาวอย่างเธอสักนิดว่าจะมาหาถึงไร่แถมเมื่อวานก็คุยกันก็ไม่เห็นพูดถึง ส่วนเจก็ได้แต่หลบสายตาคาดโทษจากชนัญชิดา“อย่าไปว่าเจเขาเลย พี่เป็นคนห้ามไม่ให้บอกน้องเองครับ” ชินดนัยแก้ต่างแทนลูกน้อง เขาตั้งใจมาเซอร์ไพรส์อย่างตั้งใจจึงไม่บอกว่าจะมา เขามาทำธุระที่นี่พอดีเลยแวะมาเยี่ยมน้องสาวด้วยความคิดถึง กะว่าจะนอนสักคืนค่อยกลับกรุงเทพฯ พรุ่งนี้เช้า“ก็ถ้าบอกก่อนน้องจะได้ขอลาหยุดไงคะ” พี่ชายมาหาทั้งทีเธอไม่มีเวลาดูแล แถมยังต้องทำงานทั้งวันอีก จะไม่ให้เธอบ่นได้ไง“ไม่เป็นไรค่ะ พี่แค่อยากเห็นตอนน้องทำงาน หนูไม่ต้องสนใจพี่ หนูไปทำงานทำหน้าที่ตัวเองเถอะ พี่จองห้องพักที่นี่ไว้คืนหนึ่ง เลิกงานแล้วเราค่อยไปกินข้าวกันค่ะ” เขาตอบน้องสาวด้วยแววตาเอ็นดูอย่างที่เคยมองมาตลอดชีวิต เขามาทำธุระที่นี่เลยถือโอกาสแวะมาหาน้องน้อยด้วยเสียเลย“ว่าแต่พี่ชายใหญ่มาคนเดียวเหรอคะ ชิสากับพี่แก้มไม่มาด้วยเหรอ” หันซ้ายหันขวาสำรวจก็เห็นแต่พี่ชายกับบอดี้การ์ดเท่านั้น“ไม่







