LOGINหลังๆ ยัยนี่จะวิ่งตามตอแยภูวดลแต่ทว่าเพื่อนเขาก็ไม่ได้มีทีท่าจะเล่นด้วยซะหน่อย อีกอย่างตอนนี้มันกำลังคุยๆ กับน้องปริม มันไม่มีทางชวนเธอมาแน่ๆ
แล้วเธอมาทำไม นั่นเป็นคำถามที่ทุกคนในงานคาใจอย่างยิ่ง ยกเว้นภูวดล ใบหน้าหล่อเหลาที่เมื่อครู่ยังยิ้มแย้มกับปริม หล่อนเป็นน้องรหัสเธียร แต่เมื่อยัยนั่นเหยียบย่างเข้ามาที่นี่ ปรากฏกายต่อหน้าเพื่อนเขาทุกคน ชายหนุ่มกลับนิ่งขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด มาทำไม ใครเชิญ? “สวัสดีค่ะ คุณป้าวานให้ลูกหว้ามารับพี่ภูกลับบ้านค่ะ” ลูกหว้าหรือชนัญชิดาไหว้ทุกคนที่รู้จักหน้าคร่าตามาบ้างยกเว้นผู้ชายคนนั้นเธอไม่คุ้นแต่ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร หล่อนปรายตามองไปยังชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนสวมคู่กับกางเกงสแล็คดำ เขาคนนั้นเอาสะโพกพิงโต๊ะสนุกเกอร์ ในมือถือแก้วใสบรรจุน้ำสีเหลืองอำพัน คนยืนข้างๆ เขานั้นเป็นหญิงสาวสวย ใบหน้าหวานราวกับตุ๊กตา เพียงเห็นพวกเขายืนหยอกล้อราวกับคู่รักกันก็ทำให้คนอย่างลูกหว้าใจกระตุกวาบ ก้อนแข็งๆ จุกอยู่ที่คอแต่เธอก็สลัดมันทิ้งเสียอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตพราวระยิบคู่นั้นของหญิงสาวข้างภูวดลตวัดมองชนัญชิดาอย่างไม่ค่อยเป็นมิตรในคราแรกหากแปรเปลี่ยนยิ้มทักทาย อาการเมื่อคู่ไม่รอดสายตาเฉียบแหลมของคนมาใหม่ได้ “กลับอะไรกัน พึ่งจะห้าทุ่มเอง ให้มันอยู่ต่ออีกหน่อยแล้วกัน” เธียร เจ้าของวันเกิดแย้ง เขาไม่ค่อยชอบชนัญชิดาเท่าไหร่นักเพราะชื่อเสียงกิตติศัพท์ที่ไม่ค่อยจะดีของเธอเอง “งั้นอีกชั่วโมงค่อยกลับก็ได้ค่ะ ลูกหว้าจะรอ” แม้จะรู้ว่าคนที่นี่ไม่ต้อนรับแต่เธอจะรอ ใครจะทำไม แต่พอเอาจริงรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนกันแฮะ “อ้อ ตามใจ” เธียรตอบปลงๆ และจงใจไม่เชื้อเชิญแขกมาใหม่นั่ง เขายังรู้สึกงงๆ ว่าเหตุใดมารดาเพื่อนถึงให้เธอมารับไอ้ภูกลับบ้าน แค่กลับบ้านทำไมต้องลำบากให้ยัยนี่ถ่อสังขารมารับด้วยวะ คนขับรถบ้านมันก็มี “เอ้า มานั่งนี่สิน้องลูกหว้า ไอ้คิมขยับไปนั่งนู้นไปมึง” กราฟ หนุ่มหล่อหน้าใสผู้เป็นสีสันของกลุ่มชวนหญิงสาวที่ยืนเคว้งกลางห้อง ไม่มีใครคิดจะชวนเธอนั่ง เลยเดือดร้อนคิมหนุ่มสำอางต้องระเห็จตัวเองสละที่นั่งให้น้องสาวเพื่อน แม้จะไม่เคยจีบหล่อนอย่างที่เพื่อนๆ เคยทำ แต่ชื่อเสียงของเธอก็ทำเอาผู้ชายอย่างเขาหลอนหูหลอนตา ไม่ใช่ว่าไม่เคยเจอผู้หญิงนิสัยเหวี่ยงวีน แต่เธอคนนี้สุดเกินกว่าจะรับมือไหว อยู่ห่างๆ ไว้ดีกว่า “ขอบคุณค่ะ” ลูกหว้าเริ่มใจชื้น อย่างน้อยเพื่อนพี่ชายกลุ่มนี้ก็ไม่ได้รังเกียจเธอจนไม่อยากร่วมหายใจ ก็เธอเล่นใหญ่ขนาดนั้น สี่ในสิบคนนี้เคยจีบเธอมาแล้วแต่ไม่มีสักคนที่เอาชนะใจหญิงสาวได้ เมื่อปรากฏตัวสายตาที่มองมาจึงเต็มไปด้วยความไม่เป็นมิตรตามคาด แต่ถามว่าแคร์ไหม ก็ไม่ คนเดียวที่คนอย่างลูกหว้าให้ความสนใจคือภู ภูวดลเท่านั้น “ดื่มไรครับ พี่ชงให้” ยังคงเป็นกราฟที่ชวนคุย เขาเป็นคนเดียวที่คิดจะพูดกับเธอ “น้ำเปล่าค่ะ อ้อ ลูกหว้าขับรถมาเอง” อธิบายเพิ่มเมื่อกราฟทำหน้าฉงนเล็กน้อยเมื่อเธอขอแค่น้ำเปล่า “พี่ถามหน่อยสิ ทำไมคุณป้าให้น้องลูกหว้ามารับไอ้ภูกลับบ้านล่ะ” วัฒน์หนุ่มมาดเข้มตัดสินใจถามในสิ่งที่ทุกคนสงสัย เขาไม่ได้รู้สึกเกลียดเธออย่างที่ทุกคนรู้สึกจึงยอมปริปากถาม คำถามนั้นทำให้ผู้คนต่างเงียบอย่างพร้อมเพรียงราวกับนัดกันมา ปริมกำแก้วในมือแน่นอย่างรอคอยเช่นกัน “อ้อ วันนี้ลูกหว้าไปทานข้าวกับคุณป้ามาค่ะ คุณป้าเลยวานให้ลูกหว้ามารับพี่ภู กลัวว่าจะขับรถกลับไม่ไหว” ดวงตากลมช้อนมองคนที่เอ่ยถึง แต่เขากลับยืนนิ่งไม่สบตาหล่อน “พี่ภูคะ มานั่งนี่สิคะ” เธอสั่งตามนิสัยเคยชิน เขาคนนั้นยอมเดินมาแต่โดยดี แม้ใบหน้าจะนิ่ง ไม่ยินดียินร้ายที่เธอปรากฏตัวแต่อย่างน้อยเขาก็ยังรักษาหน้าลูกหว้าด้วยการทรุดตัวนั่งลงข้างๆ ปริมเห็นดังนั้นก็เริ่มคิดไม่ตก มือไม้สั่น เมื่อครู่ภูวดลยังยืนอยู่ข้างเธอ เพียงแค่ยัยนี่สั่งให้เข้าไปนั่งใกล้ๆ เขาก็ทำตามอย่างว่าง่าย นี่มันเรื่องอะไรกัน “กูว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ สรุปพวกมึงคบกันเหรอวะ” ประโยคนั้นของคิมทำเอาทุกคนเงียบเพื่อรอคอยคำตอบ ทุกคนในที่นี้ต่างรับรู้กันดีว่าชนัญชิดากำลังตามจีบภูวดลอย่างไม่ลดละความพยายาม แต่พวกเขาก็รู้เช่นกันว่าเพื่อนตัวเองไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ ออกจะรำคาญด้วยซ้ำไป แถมยังเคยกันหล่อนไม่ให้เข้าหาไอ้เพื่อนมากเสน่ห์อีกด้วย “ว่าไงคะพี่ภู” เสียงหวานหันไปถามชายหนุ่ม ประหนึ่งจะโยนให้อีกฝ่ายเป็นผู้รับหน้าที่ตอบคำถามแทน ภูวดลพึ่งเข้าใจจุดประสงค์ลูกหว้าก็วินาทีนี้นี่เอง หล่อนต้องการเปิดตัว ร่างสูงนั่งนิ่ง ในมือถือแก้วสีใสแน่นจนสั่นเห็นเส้นเลือดชัด แม้ใบหน้าจะเรียบเฉยทว่าภายในใจเขาแทบคลั่ง ลูกหว้ามาที่นี่ทำไม ใครอนุญาตให้หล่อนเสนอหน้ามา เขายังไม่พร้อมที่จะพูดเรื่องอัปยศนี้กับใครๆ แม้แต่เพื่อนสนิท แถมเธอคนนั้นยังอยู่ที่นี่อีกต่างหาก ปริม พี่ขอโทษ เขาจ้องมองหญิงสาวร่างบอบบาง ฝากคำขอโทษผ่านทางสายตา เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากเก็บซ่อนเธอไว้ในส่วนลึกของหัวใจแล้วทำในสิ่งที่เรียกว่า “ฝืน” “อือ” นานกว่าคำตอบนั้นจะผ่านริมฝีปากด้วยความยากเย็น เธอคนนั้นก็มองเขาเพื่อรอคอยคำตอบเช่นกัน เพียงภูวดลยอมรับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกหว้า แววตาของปริม หญิงสาวที่บอบบาง อ่อนโยนน่าทะนุถนอมผู้นั้นกับฉายแววผิดหวังจนหัวใจเขากระตุก ทำไมเขาจะไม่รู้สึก แต่ไม่มีทางเลือก ยังไงวันนี้ก็มาถึง ถ้าย้อนกลับไปได้ คืนนั้นภูวดลจะไม่มีวันตกหลุมพรางช่วยลูกหว้าเป็นอันเด็ดขาด เขาไม่น่าซวยเจอชนัญชิดาเลยจริงๆ ป่านนี้ความรักเขากับปริมคงรุดหน้าไปไกลแล้ว “เห้ย พวกมึงแอบไปคบกันตอนไหนวะ” คราวนี้เป็นซี หนุ่มที่เคยจีบฝ่ายหญิงเมื่อสี่ปีแล้วพรวดเข้ามาถามด้วยสีหน้างงงวย ก็ไอ้ภูมันไม่เคยปริปากเล่าเรื่องว่ากำลังคบกับลูกหว้าให้ฟังเลยสักนิด จู่ๆ มาบอกคบกัน ใครมั่งไม่งง “นั่นดิ” เธียรซักด้วยความสงสัย คิ้วขมวดเข้าหากัน ใบหน้าขาวตี๋เคร่งเครียดกว่าปกติ เขารู้แค่ว่าหมู่นี้ความสัมพันธ์ระหว่างภูวดลกับปริม น้องรหัสเขากำลังไปได้ดี แต่เรื่องอะไรที่จู่ๆ ไอ้ภูมันไปคบกับผู้หญิงนิสัยเสียอย่างยัยนั่น เธียรเริ่มฉุนนิดๆ ที่เพื่อนกำลังจับปลาสองมือ เลือกทำร้ายผู้หญิงดีๆ อย่างปริม ลูกหว้ายิ้มแก้มปริเมื่อวันนี้ทำเป้าหมายสำเร็จ ที่เธอมาก็แค่จะประกาศให้เพื่อนของภูรับทราบความสัมพันธ์ของเธอเท่านั้น เรื่องมารับก็แค่บังหน้า หล่อนกวาดสายตามองไปทั่วจนไปสะดุดกับผู้หญิงคนนั้น ปริมสบตากับภูวดลนานจนหล่อนเริ่มมั่นใจว่าคนทั้งคู่คงไม่ใช่รุ่นพี่รุ่นน้องสาขากันธรรมดาแน่ๆ ประสบการณ์เตือนให้รู้ว่าพวกเขา มีใจให้กัน! แต่ลึกแค่ไหนลูกหว้าก็สุดแล้วแต่จะรู้ เพียงรู้ว่าผู้ชายคนที่เธอรักแอบมีใจให้คนอื่นก็รู้สึกชาวาบไปทั้งตัว หล่อนรู้สึกหนักอึ้งเหมือนมีอะไรกดทับบนอก เมื่อย้อนนึกถึงเมื่อคู่ สายตาอ่อนโยนของภูวดลสานสบกับปริมนั้นหล่อนไม่เคยได้รับจากเขาเลยสักครั้งเดียว ความริษยาเกาะกุมจิตใจจนอยากจะเอาชนะอีกฝ่ายด้วยการกรีดนิ้วข้างซ้าย แหวนเพชรเม็ดงามแวววาวระยิบบนนิ้วนางข้างซ้ายเพื่อตอกย้ำสถานะ “ไม่รู้ดิ” ภูวดลตอบตามตรง ไม่รู้ว่าคบกับยัยนั่นตอนไหน รู้แค่ว่าเขาคงถอยไปไหนไม่ได้แล้ว รักหรือก็ไม่ เขาไม่เคยรู้สึกอย่างนั้นกับเธอเลยสักนิด ไม่เคยและไม่แม้แต่จะคิด ผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นที่เขารู้สึก ปริม “ไหนๆ ก็รู้กันหมดแล้ว งั้นลูกหว้าขอโอกาสนี้ชวนพี่ๆ ไปร่วมงานแต่งพวกเราเดือนหน้าด้วยนะคะ เดี๋ยวการ์ดก็คงจะตามมา” แต่งงาน!!!! ช็อกกว่าที่รู้ว่าคบกันคือคำว่า “แต่งงาน” บรรยากาศของความอยากรู้อยากเห็นในความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ถูกแช่แข็งด้วยประโยคเชิญชวนของชนัญชิดา เพื่อนในกลุ่มต่างช็อกไปตามๆ กัน สายตาของทุกคนมองไปยังภูวดลเชิงเป็นคำถามโดยไม่ได้นัดหมายว่า "พวกมึงไปรักกันตั้งแต่ตอนไหน" เพล้ง!!! ################################################################################################## ลูกสาวก็แรงใช่ย่อย ประกาศงานแต่งต่อหน้าเพื่อนผู้ แถมเพื่อนผู้ก็ไม่ค่อยมีคนชอบ555555 เธอมันแน่มากผู้มาใหม่คือชายหนุ่มหน้าตาดี หุ่นล่ำกล้ามบึก หัวเกรียน สวมแว่นตาดำ เสื้อคอปกที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ คู่กับกางเกงยุทธวิธีสีเทา ชนัญชิดาเดาในใจว่าคนตรงหน้าน่าจะเป็นทหารไม่ก็ตำรวจ ซึ่งพบได้ทั่วไปในสนามยิงปืนแห่งนี้"ไงปรินซ์ มาซ้อมเหรอวันนี้" ณิรชาถามด้วยน้ำเสียงสนิทสนม เพราะคนตรงหน้าแวะเวียนมาซ้อมยิงปืนที่นี่บ่อยๆ และบางครั้งครูฝึกก็เป็นเธอนั่นเอง"ครับ อ้าว แล้วนี่พี่จะไปไหนครับ" ปากถามอีกคนแต่ตากับมองไปยังอีกคน หญิงสาวร่างสะโอดสะองงามสะดุดสายตา ใส่เสื้อครอปสั้นโชว์เอวคอดกิ่วขาวเนียนจนเขาถึงกับกลั้นหายใจตกตะลึงกับเสน่ห์อันเย้ายวนของเธออุตส่าห์ได้เจอสาวงามอยู่กับครูฝึกคนสนิท กะจะเนียนคุยด้วยสักหน่อย ไหงดูท่าสาวเจ้าเตรียมจะหนีละเนี่ยไม่ได้ๆ ต้องรั้งไว้หน่อย แค่รู้จักชื่อก็ยังดี และจะให้ดียิ่งกว่าต้องได้คอนแทค ไม่เบอร์ก็ไลน์แหละวะ วันนี้"จะไปดื่มชาที่คาเฟ่ตรงหน้านี่แหล่ะ ซ้อมดีๆ ล่ะ" ณิรชามองแววตาแวววาวเป็นประกายทุ้มลึกของหนุ่มตำรวจรุ่นน้องคนนี้ออก เลยเลี่ยงที่จะไม่แนะนำชนัญชิดาเพราะอีกฝ่ายนั้นมีสามีเรียบร้อยแล้ว แต่ดูท่าคงไม่ทันแล้ว หมอนั่นมันเดินเข้ามากระซิบ
ดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยความเย็นชาเหินห่างเสมือนคมมีดกรีดลึกลงกลางใจหญิงสาว ชนัญชิดาได้แต่หนาวสะท้านอยู่ในใจ นึกถึงสายเอ็นดูของภูวดลที่เคยมองเธอครั้นในอดีต ก็ได้แต่หวังว่าพี่ภูคนใจเย็นคนก่อนจะกลับมามองเธอด้วยสายตาแบบนั้นอีกครั้ง"มะ หมายความว่าไงคะ" จากความห่วงใยกลายเป็นความฉงนใจทันที ทำไมเธอถึงกลายเป็นคนผิดอีกแล้ว ละเมอเดินไปต่อยเขาก็คงไม่ใช่แฮะ"เลิกเล่นบทใสซื่อกับฉันสักทีเถอะลูกหว้า รำคาญสายตา คิดว่าฉันโง่นักหรือไง" น้ำเสียงเล็ดลอดไรฟันบ่งบอกถึงอารมณ์โกรธเกลียดได้เป็นอย่างดี คำพูดเจ็บแสบเสียดลึกถึงหัวใจคนฟัง หัวใจที่โลดแล่นเมื่อครู่ปวดหนึบ นี่เขารำคาญเธอขนาดนั้นเลยเหรอ "ลูกหว้าไม่รู้เรื่อง ว่าพี่กำลังหมายถึงอะไร" มั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่คนทำร้ายจนได้แผลแน่ๆ"หึ" เขาทำเสียงขึ้นจมูก รีบลุกเดินออกไปทันที โดยไม่รออาหารเช้า"นี่พี่จะไม่อธิบายอะไรหน่อยเหรอ จู่ๆ พี่ก็มาโทษลูกหว้า ทั้งๆ ที่ลูกหว้าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย" วิ่งตามคนตัวสูงที่เดินหนีเธอไปราวกับพายุ ไม่ยอมหรอกมาหาว่าเธอเป็นคนทำ"งั้นเธอก็ไปถามพี่ชายสุดที่รักดูสิ" เขาไม่เชื่อจริงๆ หรอกว่ายัยนี่จะไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นภูว
"อย่าให้น้องสาวฉันรู้เรื่องนี้ เจ แกคอยรับคุณลูกหว้ากลับบ้าน บอกว่าฉันมีเรื่องด่วน ส่วนที่เหลือตามฉันมา" ลูกน้องสามคนรับคำสั่งนายเดินตามชินดนัยออกนอกร้านเมื่อเคลียร์บิลเสร็จ ส่วนเจได้แต่ยืนนิ่งรอคุณหนูที่เดิม ไม่นานร่างเพรียวในสุดเดรสสั้นพอดีเข่าก็เดินนวยนาดตรงเข้ามาด้วยสีหน้าแปลกใจ เจเข้าใจได้ทันทีว่าด้วยเรื่องอะไร"อ้าว พี่ชายฉันละคะ" ถามพลางเมียงมองหา ทว่าไร้เงาคนที่ถามถึง ลูกน้องสามคนก็หายตัวไปด้วย"คุณชินติดธุระด่วนครับ เลยฝากให้ผมไปส่งแทน" เขาไม่ได้บอกเรื่องจริงทั้งหมดแก่คนตรงหน้า ถ้ารู้ว่าสามีตัวเองมาทานข้าวกับผู้หญิงคนอื่นเธอคงเสียใจมาก เพราะที่ผ่านมาคุณหนูสนใจผู้ชายเพียงคนเดียวนั่นก็คือภูวดลคิดแล้วก็ได้แต่สงสาร ทั้งสวย ทั้งรวย มีผัวทั้งทีแต่โดนนอกใจซะงั้น"อ้อ พี่เขาจ่ายตังค์หรือยัง""เรียบร้อยแล้วครับ" "ค่ะ งั้นกลับเถอะ เอ๊ะ ว่าแต่พวกคุณทานอิ่มกันแล้วเหรอ" เจ้านายได้กิน ลูกน้องก็ต้องได้กิน ดังนั้นโต๊ะข้างๆ เมื่อครู่นั้นจึงเต็มไปด้วยกลุ่มผู้ชายชุดดำแบบอดี้การ์ด เรียกสายตาบรรดาสาวๆ ในร้านได้ดี แน่ละ สี่คนนี้มีแต่คนหน้าตาดีๆ ทั้งนั้น แถมหุ่นยังล่ำบึกอีกต่างหาก ไม่แปลกที่จะเป็
เตือนภัย "ฮัลโหลพี่ชาย ว่างไหมคะ" อารมณ์ดิ่งทีไรเป็นอันต้องโทรหาพี่ชายคนโตเมื่อนั้น หลังจากเล่นกับเจ้าชาช่าจนเหนื่อยเธอก็ขึ้นมายังบนห้อง"คะ น้องลูกหว้า ตอนนี้พี่กำลังจะเข้าประชุมค่ะ" ชายหนุ่มมองเข็มปัดซึ่งในอีกห้านาทีข้างหน้าเขาจะต้องนั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมแล้ว ทว่าสายของน้องสาวทำให้เขายังต้องนั่งอยู่ที่เดิม"อย่างงั้นหรอกหรือคะ งั้นพี่ทำงานเถอะค่ะ ลูกหว้าแค่โทรมาคุยด้วย คิดถึงพี่ชายใหญ่นะคะ" หล่อนพยายามควบคุมน้ำเสียงสั่นๆ ให้เป็นปกติที่สุด ซึ่งมันทำได้ยากเหหลือเกิน"มีไรหรือเปล่าคะ น้ำเสียงไม่ค่อยดีเลย ให้พี่ไปหาไหม พี่จะสั่งเลขาเลื่อนประชุมเดี๋ยวนี้" แค่ได้ยินน้ำเสียง พี่ชายคนโตก็รู้ทันทีว่าน้องสาวอยู่ในห้วงอารมณ์แบบไหน เลี้ยงมาเองกับมือขนาดนี้มีหรือจะพลาด“หนูไม่เป็นอะไรสักหน่อย ไม่ต้องมานะคะ เสียการเสียงานหมด" หล่อนรีบห้ามคนปลายสายทันที เธอแค่อยากคุยกับพี่ชายให้หายเหงาก็แค่นั้นเอง "เอางั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวประชุมเสร็จพี่จะไปรับไปดินเนอร์นะคะ คิดถึงน้องน้อยจะแย่แล้ว" ตั้งแต่แต่งงานออกไปชินดนัยก็ไม่ค่อยได้เจอหน้าค่าตาน้องสาว ไม่เขาที่ยุ่งเรื่องงานเกินไปก็เป็นชนัญชิดาเองที่ไม่มีเวลามาเ
เมื่อขึ้นมาบนห้อง หล่อนก็เปิดโทรศัพท์ เข้าไอจีส่องความเคลื่อนไหวอีกฝั่ง แล้วภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำเอาใจหล่อนชาวาบ ยัยปริมลงรูปดินเนอร์สุดหรู แม้จะไม่เห็นว่าคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามเป็นใคร แต่เธอจำได้ดีแม้เห็นแค่แขน ข้อมือแข็งแกร่ง เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกพับไว้ที่ข้อศอก อวดนาฬิกาเรือนละเจ็ดหลักที่คุ้นตาภูวดล เขาปฏิเสธทานข้าวกับเธอเพราะจะไปดินเนอร์บนโรงแรมกับยัยนั่น!!!ชนัญชิดากำโทรศัพท์แน่น ปามันทิ้งบนที่นอนด้วยความโกรธเกลียดอีกฝ่าย แล้วความคิดบางอย่างวูบเข้ามาทำให้หล่อนตั้งสติ เผยรอยยิ้มน้อยๆ ไว้ที่มุมปาก ในเมื่อเธอทำอะไรเขาไม่ได้ อย่างน้อยภูวดลคงไม่ปฏิเสธคุณนายภาริณีซึ่งเป็นแม่ตัวเองแน่ตระกูลบวรวัฒน์กิจ"ตายจริง นี่พวกลูกๆ ยังไม่เตรียมตัวไปฮันนีมูนกันหรือจ๊ะ แล้วเมื่อไหร่แม่จะได้อุ้มหลานสักทีล่ะ ไม่ได้ๆ ใช้ไม่ได้เลย แต่งกันมาตั้งเดือนแล้วมัวทำอะไรกันอยู่ เดี๋ยวแม่จัดการเอง" ภาริณีตกใจเมื่อรู้ว่าลูกชายกับลูกสะใภ้ยังไม่วางแผนไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันสักที โดยไม่ทันสังเกตุเห็นรอยยิ้มที่มุมปากด้วยความพอใจของอีกคน"ช่วงนี้พี่ภูทำงานหนักค่ะ หนูว่าไปตอนนี้คงไม่สะดวก เอาไว้พี่ภูว่างค่อยไปก็ยังไม่สา
ชีวิตคู่ชีวิตหลังแต่งงานคู่อื่นอาจจะรักกันหวานชื่น ดื่มด่ำความสุขความหอมหวานเฉกเช่นคู่ข้าวใหม่ปลามันทั่วไป ทว่าเรื่องแบบนั้นไม่เกิดขึ้นกับชีวิตหล่อนเลย ไม่แม้แต่จะใกล้เคียงสักนิด เพราะไม่มีคืนไหนเธอกับเขาจะร่วมหลับนอนกันสักครั้ง แต่ชนัญชิดาไม่เคยท้อ ยังคงเดินหน้าต่ออย่างมีความหวังลึกๆ ลูกไม้แผนการอันใดล้วนถูกงัดนำมาใช้หมดแต่…….ไม่เคยได้ผล ลูกหว้าลงทุนใส่ชุดนอนบางๆ ก็แล้ว ยั่วยวนก็แล้วไม่มีท่าทีว่าอีกฝ่ายจะหลงใหลหรือต้องการชื่นชมหล่อนสักนิด เขามักจะเอาความเหนื่อยมาอ้างหรือใช้สายตาไล่เธอทางอ้อม แม้กระทั่งหนีไปนอนอีกห้องปล่อยให้เธอครอบครองห้องนอนใหญ่แต่เพียงผู้เดียวตั้งแต่คืนแรกชนัญชิดาไม่ยอมแพ้ ยังคงหาโอกาสเข้าหาสามี แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือวาจาร้อนแรง คำพูดแดกดันภรรยายามที่หล่อนแอบเข้าไปนอนรอให้ห้อง สุดท้ายจบด้วยการโดนเขาลากเธอออกห้องอยู่ร่ำไปวันนี้ก็เช่นเคย ด้วยหวังว่าวันหนึ่งสิ่งที่เธอพยายามยั่วยวนสามีจะสัมฤทธิผลเสียดี ชนัญชิดาไม่เชื่อหรอกว่าผู้ชายจะไม่สนใจของสวยๆ งามๆ แบบเธอ หล่อนสวมชุดนอนลูกไม้ซีทรูสีชมพูอ่อน แหวกอกลึกเห็นเนินอกอวบดูวาบหวิว พร้อมกับพรมน้ำหอมบางๆ คลุมทับด้วยชุดคล







