مشاركة

บทที่ 6

last update تاريخ النشر: 2026-01-04 14:27:55

เจี่ยนอิงยืนนิ่ง ดวงตาคมที่อ่อนแสงลงกว่าตอนแรก จ้องตอบหญิงสาวอย่างค้นหา เขาแทบจะเผลอตอบตกลงออกไป หากไม่ใช่เพราะนึกถึงสาเหตุที่เขาต้องจากมาได้เสียก่อน

เขากับนางไม่อาจอยู่ด้วยกัน ไม่อาจเนรคุณด้วยการแสร้งทำเป็นเมินเฉยไปได้ การที่เขาไม่อาจแก้แค้นให้บุพการีก็นับว่าเนรคุณจนหาที่เปรียบไม่ได้แล้ว

 “ไปซะ! ข้าไม่ใช่บุรุษคนเดิมในวันวานที่เจ้ารู้จักอีกแล้ว ข้าเจี่ยนอิง...จอมปิศาจแดนใต้ที่ฆ่าคนโดยไม่เห็นเลือดสักหยด ข้าไม่ใช่บุรุษอ่อนแอผู้นั้น เพราะบัดนี้ข้าจดจำทุกอย่างได้แล้ว จำได้แม้กระทั่งว่าเจ้าและพี่สาวของเจ้าคือสาเหตุการตายของท่านแม่!”

เจี่ยนอิงแสร้งทำเป็นเสียงดัง ขณะจ้องมองใบหน้าที่ยังคงยิ้มน้อยๆ ของหญิงสาว

นางกำลังทำให้เขาโกรธจริงๆ แล้ว ทั้งที่เขาแสร้งโมโหในคราแรก เพราะท่าทีของนางคล้ายกำลังรู้เท่าทันความคิดของเขา และนั่นทำให้เจี่ยนอิงเจียนคลั่ง

“อิง เจ้าโกรธแล้วหรือ” จูเสวี่ยหลินยื่นมืออกไปแตะหัวไหล่ของเขาแล้วปัดเบาๆ เมื่อเห็นว่ามีเศษใบไม้ติดอยู่ “ย่อตัวลงหน่อยข้าปัดออกให้ไม่ถนัด มีเศษใบไม้ติดอยู่ที่ไหล่เจ้า”

“ได้” เจี่ยนอิงทำตามที่นางสั่งทันทีอย่างลืมตัว

ท่าทางของเขาทำเอาจูเสวี่ยหลินแทบหลุดหัวเราะ

ไม่ใช่คนเดิมอะไรกัน...

เขายังคงปฏิบัติกับนางเหมือนเดิมไม่มีผิด แล้วเช่นนี้จะให้นางตัดใจปล่อยเขาไปได้อย่างไร ในเมื่อเขาน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้

คิดไปก็แอบหัวเราะในใจ คนตัวโตอย่างเขานางกลับใช้คำว่าน่ารักน่าเอ็นดู ประโยคเหล่านั้นมันมีไว้ใช้กับเด็กเล็กๆ หากแต่นางกลับเอามาใช้กับเขา นี่...ไม่ใช่ว่าเกินไปหน่อยหรอกหรือ

เจี่ยนอิงที่ตระหนักว่าเขาหลงกลหญิงสาวรีบยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ถอยหลังไปสามก้าวเพื่อให้ออกห่างจากนาง แต่ใครจะคาดคิดว่านางจะยังคงก้าวตามเขามาอย่างไม่ลดละ

“เสวี่ย!” ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวตวาดชื่อของนางออกมาคำหนึ่ง

“ในที่สุดก็เรียกชื่อของข้าเสียที” หญิงสาวอมยิ้ม

ความพยายามที่จะให้เขาเรียกชื่อของนางสูญเปล่ามาโดยตลอด เจี่ยนอิงเอาแต่เรียกนางว่า ‘นายหญิง’ ให้ตายก็ไม่ยอมเรียกนางว่าเสวี่ยอย่างที่นางบังคับขู่เข็ญ

ทว่าในยามนี้เขากลับตะโกนชื่อของนางออกมาดังลั่น ทำให้นางอารมณ์ดียิ่งนัก

ผิดกับเจี่ยนอิงที่เพิ่งจะรู้ว่าทำอันใดลงไป เขาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ทั้งยังถลึงตามองนางอย่างโกรธกรุ่น เขามักจะพ่ายแพ้ให้นางเช่นนี้เสมอ ความเจ้าเล่ห์ของนางที่เขาคุ้นเคย มักทำให้เขาเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ

“ข้าหยุดรอที่นี่เพียงเพื่อบอกเจ้าว่าอย่าได้ติดตามข้ามาอีก ระหว่างข้ากับเจ้าถือเสียว่าไม่ได้ติดค้างสิ่งใดกันแล้ว เจ้าไปตามทางของเจ้า ข้าเองก็จะไปตามทางของข้า”

“เจ้าอยากหนีก็หนี ข้าจะตามเสียอย่าง จะมาดูกันว่าเจ้ามีความสามารถหนีข้าตลอดหรือไม่” จูเสวี่ยหลินยักไหล่ ราวกับไม่แยแสในการตัดสินใจของเขา

“เจ้าต้องการสิ่งใดจากข้ากันแน่! ข้ายังแสดงออกไม่ชัดเจนอีกหรือว่าไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับเจ้า”

“บอกเหตุผลมา เหตุผลที่แท้จริงในใจของเจ้า ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าปั้นแต่งออกมาเพื่อให้ข้าจากไป” ครั้งนี้จูเสวี่ยหลินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ซึ่งนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การพบกันระหว่างเขากับนางครั้งนี้

“ยังต้องมีเหตุผลอื่นด้วยหรือ เจ้ากับข้าตั้งแต่แรกก็เป็นศัตรูกันมาก่อน”

“ใครกำหนดว่าผู้ที่เคยเป็นศัตรูกันมาก่อน ไม่อาจเปลี่ยนมาเป็นมิตร”

“แต่เจ้าเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มารดาของข้าต้องตาย!” หลังจากเสียงตวาดของเจี่ยนอิงจบลง รอบกายของทั้งสองก็ถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยความเงียบ

จูเสวี่ยหลินไม่ได้ขยับตัวหรือต่อปากต่อคำกับเขาเช่นเคย นางเพียงยืนจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวของชายหนุ่มตรงหน้านิ่ง

ใบหน้าที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ ทำให้เจี่ยนอิงรู้สึกคล้ายหายใจไม่ออก เขาไม่ได้ตั้งใจตวาดนาง ทั้งยังไม่ได้ตั้งใจพูดเช่นนั้นออกไป เขาเพียงต้องการให้นางยอมจากไปแต่โดยดีเท่านั้น

 “เจ้าคิดเช่นนั้นจริงๆ หรือ” ครานี้เปลี่ยนเป็นนางที่กำลังเดือดดาลบ้าง

และนั่นทำเอาเจี่ยนอิงถึงกับเหงื่อตก แน่นอนว่าลึกๆ เขาไม่ได้โทษใครทั้งนั้น เขาไม่เคยคิดแม้แต่จะโยนความผิดให้นางแบกรับ

เขาไม่ยินยอมให้นางเปื้อนบาปที่นางไม่ได้ก่อ แม้ว่าเรื่องราวทั้งหมดในอดีตจะพัวพันมาถึงนางก็ตาม จะว่าไปแล้วการตายของมารดาเขา เกิดขึ้นก็เพราะสัตว์ร้ายตัวนั้น ซึ่งในที่สุดเขาก็รู้มาว่าเป็นนางร่วมมือกับพี่สาวและสหายของพวกนางฆ่ามัน

แต่จะให้เขายืนเคียงข้างนางได้อย่างไร เขาคือบุตรชายของสตรีที่เคยเป็นศัตรูกับนาง ด้วยบุญคุณของมารดาที่มีต่อเขา ทำให้เขาไม่อาจใช้ชีวิตร่วมกับศัตรูของมารดาได้อย่างสนิทใจ

อีกทั้งคนในครอบครัวของอีกฝ่ายเล่า หากพวกเขารับรู้ว่าความทรงจำของเขากลับมาแล้ว พวกเขายังจะยอมรับใจตัวเขาได้อีกหรือ พวกเขาจะไว้ใจใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเขาอย่างสงบได้หรือ

เขากลัวเหลือเกิน...กลัวว่าวันหนึ่งเขาจะถูกทอดทิ้งอีกครั้ง หากวันหนึ่งในภายภาคหน้า นางจำเป็นต้องเลือกระหว่างเขากับครอบครัวของนาง เขากลัวว่านางจะไม่เลือกเขา

“เจ้าคิดเช่นนั้นจริงๆ สินะว่าข้าเป็นคนลงมือฆ่าแม่ของเจ้า ทั้งที่นางตายเพราะความแค้นในใจนาง ตายภายใต้กรงเล็บของสัตว์ร้ายตัวนั้น! อิง! เจ้าคนงี่เง่า!”

พูดจบจูเสวี่ยหลินก็พุ่งเข้าโจมตีเขาด้วยความโมโห นางหรืออุตส่าห์ติดตามเขามาด้วยความห่วงใย กลัวเหลือเกินว่าเขาจะคิดเช่นนี้ กระนั้นในใจของนางก็ยังคงหวังว่าระหว่างที่เขามีโอกาสได้อยู่ร่วมกับนาง นับตั้งแต่นางหาเขาพบ สิ่งที่นางปฏิบัติต่อเขาจะช่วยพิสูจน์ถึงความจริงใจและความเปิดเผยตรงไปตรงมาของนาง

กอปรกับหลายวันมานี้เขากลบร่องรอยของเขาเสียสิ้นจนนางกังวลสารพัด เกรงว่านางจะคลาดจากเขาโดยสิ้นเชิง จนไม่มีโอกาสได้อธิบายหรือแก้ตัวว่าเหตุใดตลอดเวลาที่ผ่าน นางไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตให้เขารับรู้เลยสักครั้ง

แต่เขากลับพูดเช่นนี้ออกมาพูดว่านางเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มารดาของเขาต้องตาย ประเสริฐ!!

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 150 จบ

    นามของข้าคือ ‘อู๋อิงสง’ข้าเป็นบิดาของอู๋ฉงเหยา บุตรสาวที่เพิ่งจะหนีออกจากบ้านไปผู้นั้นนับตั้งแต่ในอดีตชีวิตของข้า และสหายซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นครอบครัวต้องผ่านอะไรมามาก กว่าที่พวกเราทั้งหมดจะได้มีชีวิตที่สงบสุขในหุบเขามังกรหลับเช่นทุกวันนี้ข้าคิดถึงค่ำคืนหนึ่งที่เหยาเอ๋อร์นอนซมเพราะเผลอทำมีดบาดตัวเอง นางเป็นคนที่หากมีแผลขึ้นมา เลือดของนางก็จะหยุดไหลช้ามาก หลายปีก่อนหน้านั้น เราทุกคนพยายามดูแลนางเป็นอย่างดี ทำให้ไม่ค่อยเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ครั้งนั้นจึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยก็ว่าได้ที่นางเสียเลือดไปมากข้าถูกน้องเล็กไล่กลับกระท่อม ก่อนนางจะรับปากว่าจะเป็นผู้ที่ดูแลเหยาเอ๋อร์ด้วยตัวเอง ซึ่งแน่นอนข้าวางใจในตัวน้องสาวผู้นี้มากกว่าผู้ใด หากว่าเหยาเอ๋อร์เจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บในคืนนั้นข้าหลับลงอย่างยากเย็นและฝันประหลาดมาก ข้าฝันว่าบุตรสาวของข้าอุ้มกระต่ายบาดเจ็บกลับบ้าน นางเฝ้าฟูมฟักดูแลและรักษาบาดแผลกระต่ายตัวนั้นเป็นอย่างดี กระทั่งกระต่ายตัวนั้นหายดีนางจึงเลี้ยงเอาไว้ แต่อยู่มาวันหนึ่งกระต่ายตัวนั้นกลับหนีหายไป นางเสียใจมากเฝ้าตามหากระต่ายตัวนั้นอยู่นานจนไม่ยอมกินไม่ยอมนอนข้าไม่อ

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 149

    “เจ้าไม่สบายต้องนอนพัก”“ข้านอนมาทั้งวันแล้วเบื่อจะแย่ นะ...ท่านอยู่เป็นเพื่อนข้าอีกหน่อย”“เช่นนั้นเพียงครู่เดียวนะ”ข้าพยักหน้าด้วยความดีใจที่เขายอมอยู่เป็นเพื่อน ทั้งยังเอื้อมมือออกไปกุมมือเขาเอาไว้ เพราะกลัวเขาเปลี่ยนใจมือของเขาหยาบกร้านเล็กน้อยเหมือนมือท่านพ่อ เนื่องจากพวกเขาทั้งสองต่างก็เป็นผู้ที่ฝึกยุทธ์และจับอาวุธ ทว่าไม่รู้ว่าข้าคิดไปเองหรือไม่ว่าแม้ทั้งสองจะมีความอบอุ่นเหมือนๆ กัน แต่ในความอบอุ่นนั้น ก็ยังมีความแตกต่างที่ข้าไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้“ท่านเล่านิทานให้ข้าฟังได้หรือไม่”“เจ้าอยากฟังเรื่องอะไรเล่า”“เรื่องของท่าน”“เรื่องของข้าหรือ...อืม เอาเป็นข้าจะเล่าเรื่องของบุรุษผู้โดดเดี่ยวให้เจ้าฟังแทนดีหรือไม่ แต่มีข้อแม้ว่าเจ้าต้องหลับตาลงตอนที่ข้าเล่านะ”“ได้” ข้ารับปากและหลับตาลงทันที แต่มือของข้ายังคงยึดมือของเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย“กาลครั้งหนึ่งมีเด็กชายที่เกิดมาจากห้องทดลอง ไม่ใช่เด็กที่มารดาคลอดออกมาเช่นเด็กทั่วไป และเพราะเช่นนั้นเขาจึงมีดวงตาที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งนั่นทำให้เขากลายเป็นตัวประหลาด ไม่อาจเผชิญหน้ากับผู้คนโดยตรง เนื่องจากคนเหล่านั้นต่างก็กล่าวหาว่าเขา

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 148

    ข้าควรทำเช่นไรดี ปล่อยมือฉงเหยาไปเช่นที่ข้าเลือกทำในอดีต หรือข้าควรทำตามใจปรารถนาด้วยการรั้งนางเอาไว้ข้างกาย...“หากเจ้าอยากไปป่าไผ่กับข้า ข้าจะส่งข่าวไปยังหุบเขามังกรหลับ ไม่เช่นนั้นบิดามารดาเจ้า และบรรดาท่านลุงท่านน้าทั้งหลายจะเป็นกังวลเอาได้”“ได้ ข้าจะเขียนจดหมายด้วยตัวเอง”นางยิ้มร่าก่อนจะผละออกไปจากห้อง ชั่วขณะที่นางดึงตัวออกห่างจากข้า ข้าพลันรู้สึกว่างเปล่าจนแทบจะห้ามตัวเองไม่ให้เอื้อมมือไปดึงนางกลับมาไม่ได้ข้าถามตัวเองซ้ำๆ หากวันหนึ่งบิดามารดาของนางยื่นคำขาดให้ข้าปล่อยมือจากนาง ข้าจะทำเช่นไรดี ...เสียงหนึ่งตอบกลับมาทันที ทั้งยังเป็นคำตอบที่น่ากลัวเหลือเกินคำตอบที่ว่า...ข้าคงจะพานางหนีไปให้ไกลแล้วไม่กลับมาอีกข้าหวังเหลือเกินว่าข้าคงไม่ต้องทำเช่นนั้น เพราะสิ่งที่ข้าต้องการจริงๆ คือพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผู้อาวุโสทุกคนที่หุบเขามังกรหลับยอมรับตัวข้าไม่ว่าต้องใช้เวลานานเพียงใด ขอเพียงในที่สุดแล้วข้าไม่ต้องสูญเสียทั้งครอบครัว และสตรีเดียวที่ข้ารักและหวงแหน ข้า...เจี่ยนอวิ๋นพร้อมจะทำโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยเมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจที่จะเขียนจดหมาย และแนบไปพร้อมกับจดห

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 147

    ใบหน้าบึ้งตึงของนาง ไม่อาจทำอะไรข้าได้ เนื่องจากข้านั้นดีใจยิ่งนักที่อย่างน้อยนางยังมีน้ำใจนำเสื้อผ้ามาให้ข้าเปลี่ยน เห็นชัดว่านางไม่ได้โกรธข้ามากมายอย่างที่ข้าคิดข้าส่งยิ้มให้นางและเดินหลบไปอีกด้านเมื่อนางก้าวเข้ามาในห้อง ก่อนจะปิดประตูตามหลังทันทีที่นางก้าวเข้าห้อง ในใจวางแผนว่าหากพูดคุยกับนางไม่เข้าใจ ข้าจะไม่ปล่อยนางออกไปจากห้องโดยเด็ดขาด“เหยาเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงกล้าหนีออกมาจากหุบเพียงลำพัง รู้หรือไม่ว่ามันอันตรายเพียงใด หากเจ้าเกิดบาดเจ็บขึ้นมาแล้วไม่มีผู้ใดคอยช่วยจะว่าอย่างไร”“เอ๋ หนีออกมาจากหุบเขาเพียงลำพัง ท่านหมายความว่าอย่างไรกัน ข้ามากับพี่ซูแล้วก็พี่ชื่อ พวกเขาไม่มีทางปล่อยให้ข้าลำบากแม้แต่น้อย”“พวกเขา...ไม่ใช่ว่าพวกเขาสะกดรอยตามเจ้ามาหรือ”“พวกเขามากับข้า บอกว่าจะพาข้าออกมาท่องเที่ยว”ฉงเหยาเอ่ยตอบข้าด้วยใบหน้างงงัน ในยามนั้นข้าจึงรู้ว่าข้ากำลังถูกหลอก เด็กหนุ่มทั้งสี่คนโกหกข้า พวกเขาหลอกข้าว่าฉงเหยาหนีออกมาจากหุบเขา ทั้งที่พวกเขาเองใช้นางเป็นข้ออ้างในการหนีออกมาจากหุบเขาหากจะดูจากระยะทางและช่วงเวลาแล้ว นั่นแสดงว่าในขณะที่หม่าเยว่ชื่อและสือหยางซู พาฉงเหยาหนีออกมาจากห

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 146

    หลังจากทนตกเป็นเป้าสายตาอยู่หน้าร้านขนมตระกูลอิ่นสักพัก ข้าก็ได้รับเพียงคำตอบให้เดินเข้าไปด้านใน เนื่องจากผู้คนที่เข้ามาซื้อขนมอยู่กันเต็มร้าน ดังนั้นเด็กรับใช้คนแล้วคนเล่าจึงนึกว่าข้ามาที่ตระกูลอิ่น เพื่อติดต่อกับเจ้าบ้านข้าเห็นความวุ่นวายที่ผู้คนเริ่มหันมามองข้าและซุบซิบขึ้น จึงได้แต่รีบเดินเข้าไปด้านในด้วยตัวเอง สายตาก็มองกวาดไปเพื่อมองหาร่างที่คุ้นตาสามปีแล้วนางจะเปลี่ยนไปเพียงใดหนอ ข้าได้แต่คิดเช่นนี้ในใจ กระทั่งสายตาของข้าสานสบเข้ากับดวงตาคู่งามดวงตาคู่นั้นดึงดูดข้าเอาไว้จนข้าไม่อาจละสายตาไปได้ หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของดวงตาจ้องมองข้าเขม็ง ก่อนที่นางจะก้าวเดินเข้ามาหาข้าช้าๆข้ามั่นใจในทันทีว่านี่คือเหยาเอ๋อร์ของข้าจึงยื่นมืออกไปหานาง ทั้งยังส่งยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน ทว่าทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่ข้าคาดการณ์เอาไว้ ฉงเหยาเดินผ่านข้าไปเฉยๆ ราวกับข้าไม่มีตัวตน นางไม่แม้แต่จะมองข้าทั้งที่ข้ามั่นใจว่านางจดจำข้าได้อย่างแน่นอน“เหยาเอ๋อร์”“คุณชายท่านนี้ได้โปรดระวังกิริยาด้วย”นางปรายตามองยังมือของข้าที่รั้งต้นแขนของนางเอาไว้ให้หยุดเดิน ข้าปล่อยแต่ก็ไม่อาจยอมให้นางเดินจากไป ข้ายืนขว

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 145

    ข้าไม่อาจเอ่ยถ้อยคำที่ใจหวาดหวั่นออกมา ในใจลนลานจนไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน กระทั่งเด็กหนุ่มสองคนที่กำลังมองการกระทำของข้า ซึ่งไม่อยู่กับร่องกับรอยด้วยความงงงันข้าเดินเข้าออกกระท่อมหินหลายครั้ง เดินหาบางอย่างที่ข้าจำเป็นต้องใช้ในการเดินทาง ทว่าจนแล้วจนรอดข้ากลับเดินออกมามือเปล่าเนื่องจากไม่รู้ว่าต้องนำสิ่งใดติดตัวไปบ้างที่สำคัญไปกว่านั้น ข้ายังไม่รู้ว่าจะเริ่มออกตามหานางจากที่ใด“ท่านน้าท่านจะไปไหน”“ออกไปตามหาเหยาเอ๋อร์”“แต่ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านลุง ท่านอา ทุกคนให้ข้ามาหาท่านที่นี่ เพราะสงสัยว่านางจะมาหาท่าน”“หาข้า” ข้าเลิกคิ้วและเสียงสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ“ใช่ นางทิ้งจดหมายไว้บอกว่าคนเดียวที่นางจะแต่งให้คือท่าน ดังนั้นนางจะหนีตามท่านไปหากท่านลุงอิงสงไม่เห็นด้วย ดังนั้นข้าจึงมาที่นี่เพื่อดักพบนาง” เหยียนหย่งหลุนอธิบาย ทั้งยังมองข้าด้วยสายตาชอบกล“เจ้ามองข้าเช่นนั้นทำไม”“ท่านเองก็จะแต่งนางเป็นฮูหยินใช่หรือไม่”“เหตุใดจึงถามเช่นนั้น”“เพราะหากท่านไม่แต่งนางเป็นฮูหยิน ข้าจะจับท่านมัดแล้วโยนเข้าห้องเหยาเอ๋อร์ ให้นางปล้ำท่านเสียเลย สองปีที่ท่านจากมารู้หรือไม่ว่านางมีสภาพเช่นไร ท

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 52

    “ไปจัดการตามที่ข้าบอกเร็วอย่ารอช้า!!” เอ่ยพร้อมกับเหงื่อที่ชุ่มใบหน้า จดหมายที่มีพระนามก่อนขึ้นครองบัลลังก์ของจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน บวกกับตั๋วเงินถึงหนึ่งแสนตำลึงทองในมือสั่นระริกแม้เจี่ยหงจะไม่ทราบสาเหตุที่พระนามนั้นถูกย่อให้เหลือเพียงหนานเฟย ทว่าทั่วทั้งแคว้นหนานจะมีผู้ใดบังอาจใช้พระนามรองและแซ่

    last updateآخر تحديث : 2026-03-22
  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 48

    “ตอนนั้นมารดาของเขาถูกไล่ออกมาข้ารู้เพียงเท่านั้น พอข้าถามเขาก็บอกว่าจำไม่ได้”“เขาอายุเท่าไรจึงจำไม่ได้”“เอ่อ...ก็เจ็ดแปดขวบปีกระมัง” เฉิงเค่อฉวนมีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด เขาเคยคิดว่าที่เซี่ยเจ๋ออี้บอกว่าจำไม่ได้อาจเพราะอีกฝ่ายมีเรื่องเจ็บปวดที่ไม่อยากบอกออกมา แต่หากเขาที่อายุไล่เลี่ยกันกับอีกฝ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-22
  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 49

    เจี่ยนอิงก้าวออกมาข้างหน้าด้วยฝีเท้ามั่นคง เขาไม่ได้ยื่นมือออกมาหานาง แต่เลือกที่จะนั่งลงตรงหน้าหญิงสาวแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น หลังจากนั้นก็โอบท่อนแขนแกร่งล้อมรอบเอวอรชรใบหน้าคมสันซบลงไปบนตักของจูเสวี่ยหลิน ไม่บ่อยนักที่เขาจะยอมแสดงออกมาเช่นนี้ “ข้าไม่ได้กลัวที่จะติดตามเจ้า แต่ข้ากลัวว่าหากสูญเสีย

    last updateآخر تحديث : 2026-03-22
  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 51

    เฉิงอวี้ฉือตอบรับคำขอของเจี่ยนอิงอย่างที่คิด เขาออกจากเคหาสน์ตระกูลเฉิงตามขึ้นเรือมาส่งขบวนเดินทางที่ฝั่ง ในยามที่เจี่ยนอิงแจ้งความประสงค์ไปว่าต้องการให้เฉิงอวี้ฉือเป็นคนจัดการเรื่องโสมฉิงจื่อด้วยตัวเอง เพราะโสมดังกล่าวนั้นถูกเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดีที่ร้านสมุนไพร ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการของเคหาสน์ต

    last updateآخر تحديث : 2026-03-22
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status