Share

บทที่ 5

last update Last Updated: 2026-01-04 14:27:25

น่าตายนัก!

‘อิง’

เมื่อเห็นใบหน้าดีอกดีใจก่อนลุกขึ้นแล้วก้าวฉับๆ เข้ามาหา จูเสวี่ยหลินก็กล่าวอันใดไม่ออก แม้ว่าจะครู่เดียวแต่นางมองเห็นสายตาราวกับเด็กที่ถูกทอดทิ้งจากเขา

...เจี่ยนอิงกลัวนางจากไป!

‘นายหญิง’ เขาเรียกนางเสียงเบาทำให้เสี่ยวเอ้ออ้าปากค้าง

‘ไม่ใช่ว่าเขาเป็นใบ้หรอกหรือ ทำไมเขา...’ เสี่ยวเอ้อน้อยรีบหุบปากแล้วเดินหายไปทันที เมื่อรู้ว่าเอ่ยในสิ่งที่ไม่ควรออกไป ในยามที่นางตวัดสายตาดุดันเข้าใส่

‘ไยจึงยังนั่งอยู่ตรงนี้ไม่กลับห้อง’

‘ท่าน...ให้รอ’

เขาก้มหน้าลงแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว ในใจที่หวาดหวั่นว่าจะถูกนางทิ้งไว้ที่โรงเตี๊ยม หายวับไปทันทีที่เห็นนางก้าวเข้ามา

ได้ยินเช่นนั้นจูเสวี่ยหลินก็พลันถอนหายใจ เป็นนางที่ผิดเอง นางผิดที่ไม่ได้บอกให้ชัดเจนว่าให้เขากลับไปรอที่ห้อง ทั้งที่นางก็รู้ว่าสมองของเขาสูญเสียความสามารถในการคิดไตร่ตรองโดยสิ้นเชิง

นับจากจบเรื่องในวันนั้นเจี่ยนอิงก็สถาปนาตัวเองไปเป็นทาสรับใช้ของนางไปโดยปริยาย และหน้าที่ยกน้ำร้อนเข้ามาให้นางล้างหน้า หรือหยิบจับของต่างๆ ให้นาง ก็คือหน้าที่ของเขา แม้ว่านางจะไม่เคยปริปากให้เขาทำก็ตาม

การเดินทางของเช้าวันนี้ ยังคงเหมือนหลายวันก่อนหน้า ร่องรอยของเจี่ยนอิงเริ่มสับสน ราวกับเขาล่วงรู้ว่านางติดตามเขาอยู่

เขาเก่งขึ้น รู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถปกปิดร่องรอยของตัวเองจากนาง ซึ่งแน่นอนว่าจูเสวี่ยหลินไม่รู้สึกเคืองเขาแม้แต่น้อย

การที่เขาใช้เวลาอยู่กับนาง แลกเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ร่วมกัน โดยนางสอนเขาให้รู้จักวิถีของนักล่า ส่วนเขาก็สอนวรยุทธ์ง่ายๆ ที่เขาพอจะนึกออก ซึ่งทั้งหมดที่นางสอนให้เขานั้น เจี่ยนอิงก็แสดงให้นางรู้ว่ามันไม่ได้สูญเปล่า

ร่องรอยของเจี่ยนอิงถูกลบเลือน แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้จูเสวี่ยหลินถอดใจ นางใช้วิธีเดาใจเขาแทน การมาถึงเมืองหลวงแคว้นหนานของเจี่ยนอิงไม่ใช่เพียงบังเอิญ เขามีเป้าหมาย และนางรู้ว่าที่นั่นก็คือสถานที่ซึ่งเกิดเรื่องราวขึ้น ก่อนที่เขาจะสูญเสียความทรงจำ

สุสานตระกูลหลี่...

สถานที่ซึ่งเขาได้รับรู้ความจริงว่าเขาไม่ใช่บุตรชายแท้ๆของสตรีที่เลี้ยงดูเขามา แต่เขาถูกนางลักพาตัวมาจากบิดาและมารดาที่แท้จริง เพียงเพราะนางเคียดแค้นและชิงชังคนทุกผู้ที่คอยขัดขวางนาง ไม่ให้นางหาร่องรอยของบุรุษที่นางทั้งรักและแค้นพบ

บุรุษร่างสูงที่กำลังยืนหันหลังให้จูเสวี่ยหลินนิ่ง ทำให้หญิงสาวเองก็ไม่ได้เดินเข้าไปหา หญิงสาวรู้ดีว่าเขารับรู้การมาถึงของนาง แต่นางก็ยังเลือกที่จะรอให้เขาพร้อมที่จะหันกลับมาเผชิญหน้ากับนางด้วยตัวเขาเอง ไม่ใช่เพราะนางกดดันหรือบังคับให้เขาทำ

เจี่ยนอิงยืนมองซากปรักหักพังในอดีตด้วยใบหน้าเรียบเฉย ความทรงจำที่เพิ่งจะครบถ้วนยังคงให้ส่งผลต่อความรู้สึก ทั้งความเจ็บปวด ความรัก และความแค้น ทั้งหมดนี้ยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจ จนยากที่จะทำเป็นไม่แยแส

หากเพียงแต่เขาจะลืมมันไปอย่างที่เป็น หากเพียงแต่เขายังคงสูญเสียความทรงจำเช่นเดิมทุกอย่างคงง่ายขึ้น เขาคงยังสามารถยืนอยู่ข้างกายนาง ท่องเที่ยวและเล่นสนุกไปวันๆ เหนื่อยก็พัก หิวก็หาอะไรให้นางกิน หมดแรงก็นอนพัก ไม่ว่าจะเป็นกลางป่าหรือในชุมชนที่พลุกพล่าน ชีวิตอิสรเสรีไร้ข้อผูกมัดคือสิ่งที่เขาเฝ้าแต่ฝันถึงมาโดยตลอด

ทว่าทั้งหมดนั้นคล้ายฝันตื่นหนึ่ง ในยามนี้เขาได้ตื่นจากฝันนั้นแล้ว ตื่นขึ้นมาเพียงเพื่อพบกับความจริงที่ว่า...เขาและนางไม่อาจอยู่ร่วมกัน

“มาแล้วหรือ” ในที่สุดเจี่ยนอิงก็หันกลับไปหาหญิงสาวที่ยืนนิ่งเงียบนับตั้งแต่มาถึง

ใบหน้าเนียนที่แดงก่ำเพราะแดดแผดเผา ทำให้เขาต้องอดทนที่จะไม่โทษตัวเองซึ่งเป็นต้นเหตุ เนื่องจากในยามปกติจูเสวี่ยหลินจะอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้า

หญิงสาวทำเช่นนี้เสมอ โดยให้เหตุผลว่ามันคือความเคยชินที่จะปกปิดโฉมหน้าของตัวเอง เนื่องจากโลกที่นางจากมา นางและสหายอีกสี่คนมีรูปลักษณ์ที่ต่างไป ทำให้นางมักจะตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นเสมอ ไม่ว่าจะย่างกรายไปที่ไหน

แต่เป็นเขาที่ขอให้นางปฏิบัติตัวอย่างคนที่นี่ ขอให้นางปรับตัว และใช้ชีวิตเช่นเดียวกันกับเขา เป็นชาวยุทธ์ธรรมดาที่เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วหล้าค่ำไหนนอนนั่น ซึ่งนั่นคงเป็นสาเหตุให้จูเสวี่ยหลินยังคงแต่งกายอย่างชาวยุทธ์ ทั้งที่หญิงสาวสามารถสวมชุดที่มีเกราะพรางตัว ทำให้ไม่มีใครรับรู้ตัวตนและไม่มีใครมองเห็นนาง

หญิงสาวคงทำมันมาหลายวันแล้ว ดูจากผิวพรรณขาวละเอียดที่โดนแดดแผดเผาจนเริ่มมีรอยแดงพาดผ่าน

“เจ้ากลับไปยังที่ของเจ้าเสีย ข้าเองก็จะไปตามทางของข้า อย่าเกี่ยวข้องกันอีกเลยนับจากนี้” เจี่ยนอิงพยายามรักษาน้ำเสียงให้ราบเรียบ พร้อมๆ กับรักษาใบหน้าให้สงบนิ่ง

“อิง” จูเสวี่ยหลินเรียกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนดังเดิม “คิดถึงจัง” นางยิ้มแล้วก้าวเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา

ด้วยความสูงที่แตกต่าง ทำให้หญิงสาวต้องเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีเล็กน้อย เขาเป็นเช่นนี้เสมอนับตั้งแต่ติดตามนาง หากนางเข้าประชิดตัวหรือเข้าใกล้ เขามักจะหลุดกิริยา

เจี่ยนอิงคือบุรุษที่ไม่อาจเก็บงำความเขินอาย โดยเฉพาะยามที่จูเสวี่ยหลินจู่โจมเขาก่อน และสิ่งที่ทำให้จูเสวี่ยหลินยิ่งมั่นใจว่าไม่ว่าความทรงจำของเขาจะกลับมาหรือไม่ เจี่ยนอิงตรงหน้าก็คืออาอิง...ของนาง

“เจ้าถอยไป! ข้าเป็นบุรุษส่วนเจ้าเป็นอิสตรี ไม่ควรใกล้ชิดเกินงาม”

“ทำไมหรือ เจ้ากลัวจะผิดประเพณี? อย่าห่วงเลยข้าจะรับผิดชอบเจ้าเอง” จูเสวี่ยหลินเย้ากลั้วหัวเราะ

“เจ้า...” เจี่ยนอิงจนด้วยคำพูด เขาทั้งโมโหทั้งขัดเขินจนไม่รู้ว่าควรจะวางมือเอาไว้ตรงไหน ได้แต่ละล้าละลังจนลืมแม้กระทั่งถอยหลัง

“กลับไปกับข้า อยู่ข้างกายข้า” จูเสวี่ยหลินไม่ปิดบังและไม่อ้อมค้อมแม้แต่น้อย ใบหน้าของนางยังคงจ้องมองไปยังเขาไม่มีท่าทียอมแพ้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 150 จบ

    นามของข้าคือ ‘อู๋อิงสง’ข้าเป็นบิดาของอู๋ฉงเหยา บุตรสาวที่เพิ่งจะหนีออกจากบ้านไปผู้นั้นนับตั้งแต่ในอดีตชีวิตของข้า และสหายซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นครอบครัวต้องผ่านอะไรมามาก กว่าที่พวกเราทั้งหมดจะได้มีชีวิตที่สงบสุขในหุบเขามังกรหลับเช่นทุกวันนี้ข้าคิดถึงค่ำคืนหนึ่งที่เหยาเอ๋อร์นอนซมเพราะเผลอทำมีดบาดตัวเอง นางเป็นคนที่หากมีแผลขึ้นมา เลือดของนางก็จะหยุดไหลช้ามาก หลายปีก่อนหน้านั้น เราทุกคนพยายามดูแลนางเป็นอย่างดี ทำให้ไม่ค่อยเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ครั้งนั้นจึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยก็ว่าได้ที่นางเสียเลือดไปมากข้าถูกน้องเล็กไล่กลับกระท่อม ก่อนนางจะรับปากว่าจะเป็นผู้ที่ดูแลเหยาเอ๋อร์ด้วยตัวเอง ซึ่งแน่นอนข้าวางใจในตัวน้องสาวผู้นี้มากกว่าผู้ใด หากว่าเหยาเอ๋อร์เจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บในคืนนั้นข้าหลับลงอย่างยากเย็นและฝันประหลาดมาก ข้าฝันว่าบุตรสาวของข้าอุ้มกระต่ายบาดเจ็บกลับบ้าน นางเฝ้าฟูมฟักดูแลและรักษาบาดแผลกระต่ายตัวนั้นเป็นอย่างดี กระทั่งกระต่ายตัวนั้นหายดีนางจึงเลี้ยงเอาไว้ แต่อยู่มาวันหนึ่งกระต่ายตัวนั้นกลับหนีหายไป นางเสียใจมากเฝ้าตามหากระต่ายตัวนั้นอยู่นานจนไม่ยอมกินไม่ยอมนอนข้าไม่อ

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 149

    “เจ้าไม่สบายต้องนอนพัก”“ข้านอนมาทั้งวันแล้วเบื่อจะแย่ นะ...ท่านอยู่เป็นเพื่อนข้าอีกหน่อย”“เช่นนั้นเพียงครู่เดียวนะ”ข้าพยักหน้าด้วยความดีใจที่เขายอมอยู่เป็นเพื่อน ทั้งยังเอื้อมมือออกไปกุมมือเขาเอาไว้ เพราะกลัวเขาเปลี่ยนใจมือของเขาหยาบกร้านเล็กน้อยเหมือนมือท่านพ่อ เนื่องจากพวกเขาทั้งสองต่างก็เป็นผู้ที่ฝึกยุทธ์และจับอาวุธ ทว่าไม่รู้ว่าข้าคิดไปเองหรือไม่ว่าแม้ทั้งสองจะมีความอบอุ่นเหมือนๆ กัน แต่ในความอบอุ่นนั้น ก็ยังมีความแตกต่างที่ข้าไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้“ท่านเล่านิทานให้ข้าฟังได้หรือไม่”“เจ้าอยากฟังเรื่องอะไรเล่า”“เรื่องของท่าน”“เรื่องของข้าหรือ...อืม เอาเป็นข้าจะเล่าเรื่องของบุรุษผู้โดดเดี่ยวให้เจ้าฟังแทนดีหรือไม่ แต่มีข้อแม้ว่าเจ้าต้องหลับตาลงตอนที่ข้าเล่านะ”“ได้” ข้ารับปากและหลับตาลงทันที แต่มือของข้ายังคงยึดมือของเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย“กาลครั้งหนึ่งมีเด็กชายที่เกิดมาจากห้องทดลอง ไม่ใช่เด็กที่มารดาคลอดออกมาเช่นเด็กทั่วไป และเพราะเช่นนั้นเขาจึงมีดวงตาที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งนั่นทำให้เขากลายเป็นตัวประหลาด ไม่อาจเผชิญหน้ากับผู้คนโดยตรง เนื่องจากคนเหล่านั้นต่างก็กล่าวหาว่าเขา

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 148

    ข้าควรทำเช่นไรดี ปล่อยมือฉงเหยาไปเช่นที่ข้าเลือกทำในอดีต หรือข้าควรทำตามใจปรารถนาด้วยการรั้งนางเอาไว้ข้างกาย...“หากเจ้าอยากไปป่าไผ่กับข้า ข้าจะส่งข่าวไปยังหุบเขามังกรหลับ ไม่เช่นนั้นบิดามารดาเจ้า และบรรดาท่านลุงท่านน้าทั้งหลายจะเป็นกังวลเอาได้”“ได้ ข้าจะเขียนจดหมายด้วยตัวเอง”นางยิ้มร่าก่อนจะผละออกไปจากห้อง ชั่วขณะที่นางดึงตัวออกห่างจากข้า ข้าพลันรู้สึกว่างเปล่าจนแทบจะห้ามตัวเองไม่ให้เอื้อมมือไปดึงนางกลับมาไม่ได้ข้าถามตัวเองซ้ำๆ หากวันหนึ่งบิดามารดาของนางยื่นคำขาดให้ข้าปล่อยมือจากนาง ข้าจะทำเช่นไรดี ...เสียงหนึ่งตอบกลับมาทันที ทั้งยังเป็นคำตอบที่น่ากลัวเหลือเกินคำตอบที่ว่า...ข้าคงจะพานางหนีไปให้ไกลแล้วไม่กลับมาอีกข้าหวังเหลือเกินว่าข้าคงไม่ต้องทำเช่นนั้น เพราะสิ่งที่ข้าต้องการจริงๆ คือพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผู้อาวุโสทุกคนที่หุบเขามังกรหลับยอมรับตัวข้าไม่ว่าต้องใช้เวลานานเพียงใด ขอเพียงในที่สุดแล้วข้าไม่ต้องสูญเสียทั้งครอบครัว และสตรีเดียวที่ข้ารักและหวงแหน ข้า...เจี่ยนอวิ๋นพร้อมจะทำโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยเมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจที่จะเขียนจดหมาย และแนบไปพร้อมกับจดห

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 147

    ใบหน้าบึ้งตึงของนาง ไม่อาจทำอะไรข้าได้ เนื่องจากข้านั้นดีใจยิ่งนักที่อย่างน้อยนางยังมีน้ำใจนำเสื้อผ้ามาให้ข้าเปลี่ยน เห็นชัดว่านางไม่ได้โกรธข้ามากมายอย่างที่ข้าคิดข้าส่งยิ้มให้นางและเดินหลบไปอีกด้านเมื่อนางก้าวเข้ามาในห้อง ก่อนจะปิดประตูตามหลังทันทีที่นางก้าวเข้าห้อง ในใจวางแผนว่าหากพูดคุยกับนางไม่เข้าใจ ข้าจะไม่ปล่อยนางออกไปจากห้องโดยเด็ดขาด“เหยาเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงกล้าหนีออกมาจากหุบเพียงลำพัง รู้หรือไม่ว่ามันอันตรายเพียงใด หากเจ้าเกิดบาดเจ็บขึ้นมาแล้วไม่มีผู้ใดคอยช่วยจะว่าอย่างไร”“เอ๋ หนีออกมาจากหุบเขาเพียงลำพัง ท่านหมายความว่าอย่างไรกัน ข้ามากับพี่ซูแล้วก็พี่ชื่อ พวกเขาไม่มีทางปล่อยให้ข้าลำบากแม้แต่น้อย”“พวกเขา...ไม่ใช่ว่าพวกเขาสะกดรอยตามเจ้ามาหรือ”“พวกเขามากับข้า บอกว่าจะพาข้าออกมาท่องเที่ยว”ฉงเหยาเอ่ยตอบข้าด้วยใบหน้างงงัน ในยามนั้นข้าจึงรู้ว่าข้ากำลังถูกหลอก เด็กหนุ่มทั้งสี่คนโกหกข้า พวกเขาหลอกข้าว่าฉงเหยาหนีออกมาจากหุบเขา ทั้งที่พวกเขาเองใช้นางเป็นข้ออ้างในการหนีออกมาจากหุบเขาหากจะดูจากระยะทางและช่วงเวลาแล้ว นั่นแสดงว่าในขณะที่หม่าเยว่ชื่อและสือหยางซู พาฉงเหยาหนีออกมาจากห

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 146

    หลังจากทนตกเป็นเป้าสายตาอยู่หน้าร้านขนมตระกูลอิ่นสักพัก ข้าก็ได้รับเพียงคำตอบให้เดินเข้าไปด้านใน เนื่องจากผู้คนที่เข้ามาซื้อขนมอยู่กันเต็มร้าน ดังนั้นเด็กรับใช้คนแล้วคนเล่าจึงนึกว่าข้ามาที่ตระกูลอิ่น เพื่อติดต่อกับเจ้าบ้านข้าเห็นความวุ่นวายที่ผู้คนเริ่มหันมามองข้าและซุบซิบขึ้น จึงได้แต่รีบเดินเข้าไปด้านในด้วยตัวเอง สายตาก็มองกวาดไปเพื่อมองหาร่างที่คุ้นตาสามปีแล้วนางจะเปลี่ยนไปเพียงใดหนอ ข้าได้แต่คิดเช่นนี้ในใจ กระทั่งสายตาของข้าสานสบเข้ากับดวงตาคู่งามดวงตาคู่นั้นดึงดูดข้าเอาไว้จนข้าไม่อาจละสายตาไปได้ หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของดวงตาจ้องมองข้าเขม็ง ก่อนที่นางจะก้าวเดินเข้ามาหาข้าช้าๆข้ามั่นใจในทันทีว่านี่คือเหยาเอ๋อร์ของข้าจึงยื่นมืออกไปหานาง ทั้งยังส่งยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน ทว่าทุกอย่างกลับไม่ได้เป็นอย่างที่ข้าคาดการณ์เอาไว้ ฉงเหยาเดินผ่านข้าไปเฉยๆ ราวกับข้าไม่มีตัวตน นางไม่แม้แต่จะมองข้าทั้งที่ข้ามั่นใจว่านางจดจำข้าได้อย่างแน่นอน“เหยาเอ๋อร์”“คุณชายท่านนี้ได้โปรดระวังกิริยาด้วย”นางปรายตามองยังมือของข้าที่รั้งต้นแขนของนางเอาไว้ให้หยุดเดิน ข้าปล่อยแต่ก็ไม่อาจยอมให้นางเดินจากไป ข้ายืนขว

  • เหมันต์ไร้ใจ   บทที่ 145

    ข้าไม่อาจเอ่ยถ้อยคำที่ใจหวาดหวั่นออกมา ในใจลนลานจนไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน กระทั่งเด็กหนุ่มสองคนที่กำลังมองการกระทำของข้า ซึ่งไม่อยู่กับร่องกับรอยด้วยความงงงันข้าเดินเข้าออกกระท่อมหินหลายครั้ง เดินหาบางอย่างที่ข้าจำเป็นต้องใช้ในการเดินทาง ทว่าจนแล้วจนรอดข้ากลับเดินออกมามือเปล่าเนื่องจากไม่รู้ว่าต้องนำสิ่งใดติดตัวไปบ้างที่สำคัญไปกว่านั้น ข้ายังไม่รู้ว่าจะเริ่มออกตามหานางจากที่ใด“ท่านน้าท่านจะไปไหน”“ออกไปตามหาเหยาเอ๋อร์”“แต่ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านลุง ท่านอา ทุกคนให้ข้ามาหาท่านที่นี่ เพราะสงสัยว่านางจะมาหาท่าน”“หาข้า” ข้าเลิกคิ้วและเสียงสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ“ใช่ นางทิ้งจดหมายไว้บอกว่าคนเดียวที่นางจะแต่งให้คือท่าน ดังนั้นนางจะหนีตามท่านไปหากท่านลุงอิงสงไม่เห็นด้วย ดังนั้นข้าจึงมาที่นี่เพื่อดักพบนาง” เหยียนหย่งหลุนอธิบาย ทั้งยังมองข้าด้วยสายตาชอบกล“เจ้ามองข้าเช่นนั้นทำไม”“ท่านเองก็จะแต่งนางเป็นฮูหยินใช่หรือไม่”“เหตุใดจึงถามเช่นนั้น”“เพราะหากท่านไม่แต่งนางเป็นฮูหยิน ข้าจะจับท่านมัดแล้วโยนเข้าห้องเหยาเอ๋อร์ ให้นางปล้ำท่านเสียเลย สองปีที่ท่านจากมารู้หรือไม่ว่านางมีสภาพเช่นไร ท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status