INICIAR SESIÓNหากนางลืมเลือนเขาไปเเล้ว...เขาจะทำเช่นไรดี ปล่อยนางไปเช่นนั้นหรือ ไม่! เขาทำไม่ได้ อาร์เจ หรือ จูเสวี่ยหลิน หญิงสาวจากโลกสกายเวิลด์ ด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีทำให้สามารถเอาชนะยอดยุทธ์ จนนางได้รับฉายา 'เหมันต์ไร้ใจ' เจี่ยนอิง อดีตกบฏเเคว้นหนานที่เคยสูญเสียความทรงจำ เขาคือคนรักของนาง และเป็นผู้นำทางให้หญิงสาวค้นพบทางเดินชีวิตในโลกเเห่งอดีต โลกที่นางยังไม่รู้จะอยู่ต่อไปได้อย่างไร เพราะนางไร้ซึ่งจุดหมายในชีวิตโดยสิ้นเชิง สกายเวิลด์เคยเป็นบ้านของนาง องค์กรนักล่าเป็นชีวิต เป็นจุดหมาย เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง เเต่ตอนนี้สิ่งเหล่านั้นอันตรธานหายไป ชีวิตนางจึงหลงเหลือเพียงความว่างเปล่า กระทั่งนางหาเขาพบ เเสงนำทางในชีวิตของนางจึงเริ่มต้นขึ้น เขา...เป็นผู้เดียวที่นางต้องการอย่างแท้จริง
Ver másนามของข้าคือ ‘อู๋อิงสง’ข้าเป็นบิดาของอู๋ฉงเหยา บุตรสาวที่เพิ่งจะหนีออกจากบ้านไปผู้นั้นนับตั้งแต่ในอดีตชีวิตของข้า และสหายซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นครอบครัวต้องผ่านอะไรมามาก กว่าที่พวกเราทั้งหมดจะได้มีชีวิตที่สงบสุขในหุบเขามังกรหลับเช่นทุกวันนี้ข้าคิดถึงค่ำคืนหนึ่งที่เหยาเอ๋อร์นอนซมเพราะเผลอทำมีดบาดตัวเอง นางเป็นคนที่หากมีแผลขึ้นมา เลือดของนางก็จะหยุดไหลช้ามาก หลายปีก่อนหน้านั้น เราทุกคนพยายามดูแลนางเป็นอย่างดี ทำให้ไม่ค่อยเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ครั้งนั้นจึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยก็ว่าได้ที่นางเสียเลือดไปมากข้าถูกน้องเล็กไล่กลับกระท่อม ก่อนนางจะรับปากว่าจะเป็นผู้ที่ดูแลเหยาเอ๋อร์ด้วยตัวเอง ซึ่งแน่นอนข้าวางใจในตัวน้องสาวผู้นี้มากกว่าผู้ใด หากว่าเหยาเอ๋อร์เจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บในคืนนั้นข้าหลับลงอย่างยากเย็นและฝันประหลาดมาก ข้าฝันว่าบุตรสาวของข้าอุ้มกระต่ายบาดเจ็บกลับบ้าน นางเฝ้าฟูมฟักดูแลและรักษาบาดแผลกระต่ายตัวนั้นเป็นอย่างดี กระทั่งกระต่ายตัวนั้นหายดีนางจึงเลี้ยงเอาไว้ แต่อยู่มาวันหนึ่งกระต่ายตัวนั้นกลับหนีหายไป นางเสียใจมากเฝ้าตามหากระต่ายตัวนั้นอยู่นานจนไม่ยอมกินไม่ยอมนอนข้าไม่อ
“เจ้าไม่สบายต้องนอนพัก”“ข้านอนมาทั้งวันแล้วเบื่อจะแย่ นะ...ท่านอยู่เป็นเพื่อนข้าอีกหน่อย”“เช่นนั้นเพียงครู่เดียวนะ”ข้าพยักหน้าด้วยความดีใจที่เขายอมอยู่เป็นเพื่อน ทั้งยังเอื้อมมือออกไปกุมมือเขาเอาไว้ เพราะกลัวเขาเปลี่ยนใจมือของเขาหยาบกร้านเล็กน้อยเหมือนมือท่านพ่อ เนื่องจากพวกเขาทั้งสองต่างก็เป็นผู้ที่ฝึกยุทธ์และจับอาวุธ ทว่าไม่รู้ว่าข้าคิดไปเองหรือไม่ว่าแม้ทั้งสองจะมีความอบอุ่นเหมือนๆ กัน แต่ในความอบอุ่นนั้น ก็ยังมีความแตกต่างที่ข้าไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้“ท่านเล่านิทานให้ข้าฟังได้หรือไม่”“เจ้าอยากฟังเรื่องอะไรเล่า”“เรื่องของท่าน”“เรื่องของข้าหรือ...อืม เอาเป็นข้าจะเล่าเรื่องของบุรุษผู้โดดเดี่ยวให้เจ้าฟังแทนดีหรือไม่ แต่มีข้อแม้ว่าเจ้าต้องหลับตาลงตอนที่ข้าเล่านะ”“ได้” ข้ารับปากและหลับตาลงทันที แต่มือของข้ายังคงยึดมือของเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย“กาลครั้งหนึ่งมีเด็กชายที่เกิดมาจากห้องทดลอง ไม่ใช่เด็กที่มารดาคลอดออกมาเช่นเด็กทั่วไป และเพราะเช่นนั้นเขาจึงมีดวงตาที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งนั่นทำให้เขากลายเป็นตัวประหลาด ไม่อาจเผชิญหน้ากับผู้คนโดยตรง เนื่องจากคนเหล่านั้นต่างก็กล่าวหาว่าเขา
ข้าควรทำเช่นไรดี ปล่อยมือฉงเหยาไปเช่นที่ข้าเลือกทำในอดีต หรือข้าควรทำตามใจปรารถนาด้วยการรั้งนางเอาไว้ข้างกาย...“หากเจ้าอยากไปป่าไผ่กับข้า ข้าจะส่งข่าวไปยังหุบเขามังกรหลับ ไม่เช่นนั้นบิดามารดาเจ้า และบรรดาท่านลุงท่านน้าทั้งหลายจะเป็นกังวลเอาได้”“ได้ ข้าจะเขียนจดหมายด้วยตัวเอง”นางยิ้มร่าก่อนจะผละออกไปจากห้อง ชั่วขณะที่นางดึงตัวออกห่างจากข้า ข้าพลันรู้สึกว่างเปล่าจนแทบจะห้ามตัวเองไม่ให้เอื้อมมือไปดึงนางกลับมาไม่ได้ข้าถามตัวเองซ้ำๆ หากวันหนึ่งบิดามารดาของนางยื่นคำขาดให้ข้าปล่อยมือจากนาง ข้าจะทำเช่นไรดี ...เสียงหนึ่งตอบกลับมาทันที ทั้งยังเป็นคำตอบที่น่ากลัวเหลือเกินคำตอบที่ว่า...ข้าคงจะพานางหนีไปให้ไกลแล้วไม่กลับมาอีกข้าหวังเหลือเกินว่าข้าคงไม่ต้องทำเช่นนั้น เพราะสิ่งที่ข้าต้องการจริงๆ คือพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผู้อาวุโสทุกคนที่หุบเขามังกรหลับยอมรับตัวข้าไม่ว่าต้องใช้เวลานานเพียงใด ขอเพียงในที่สุดแล้วข้าไม่ต้องสูญเสียทั้งครอบครัว และสตรีเดียวที่ข้ารักและหวงแหน ข้า...เจี่ยนอวิ๋นพร้อมจะทำโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยเมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจที่จะเขียนจดหมาย และแนบไปพร้อมกับจดห
ใบหน้าบึ้งตึงของนาง ไม่อาจทำอะไรข้าได้ เนื่องจากข้านั้นดีใจยิ่งนักที่อย่างน้อยนางยังมีน้ำใจนำเสื้อผ้ามาให้ข้าเปลี่ยน เห็นชัดว่านางไม่ได้โกรธข้ามากมายอย่างที่ข้าคิดข้าส่งยิ้มให้นางและเดินหลบไปอีกด้านเมื่อนางก้าวเข้ามาในห้อง ก่อนจะปิดประตูตามหลังทันทีที่นางก้าวเข้าห้อง ในใจวางแผนว่าหากพูดคุยกับนางไม่เข้าใจ ข้าจะไม่ปล่อยนางออกไปจากห้องโดยเด็ดขาด“เหยาเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าจึงกล้าหนีออกมาจากหุบเพียงลำพัง รู้หรือไม่ว่ามันอันตรายเพียงใด หากเจ้าเกิดบาดเจ็บขึ้นมาแล้วไม่มีผู้ใดคอยช่วยจะว่าอย่างไร”“เอ๋ หนีออกมาจากหุบเขาเพียงลำพัง ท่านหมายความว่าอย่างไรกัน ข้ามากับพี่ซูแล้วก็พี่ชื่อ พวกเขาไม่มีทางปล่อยให้ข้าลำบากแม้แต่น้อย”“พวกเขา...ไม่ใช่ว่าพวกเขาสะกดรอยตามเจ้ามาหรือ”“พวกเขามากับข้า บอกว่าจะพาข้าออกมาท่องเที่ยว”ฉงเหยาเอ่ยตอบข้าด้วยใบหน้างงงัน ในยามนั้นข้าจึงรู้ว่าข้ากำลังถูกหลอก เด็กหนุ่มทั้งสี่คนโกหกข้า พวกเขาหลอกข้าว่าฉงเหยาหนีออกมาจากหุบเขา ทั้งที่พวกเขาเองใช้นางเป็นข้ออ้างในการหนีออกมาจากหุบเขาหากจะดูจากระยะทางและช่วงเวลาแล้ว นั่นแสดงว่าในขณะที่หม่าเยว่ชื่อและสือหยางซู พาฉงเหยาหนีออกมาจากห
จูเสวี่ยหลินคิดในใจทั้งยังส่ายหน้าออกมาด้วยความระอา “ท่านพอจะมีทางช่วยหรือไม่ ไม่ปิดบังท่าน...พวกข้าหลายคนถูกพิษบุปผาเก้าทิวา ทางเดียวที่จะถอนพิษก็คือต้องได้เกสรบัวหิมะมาผสมกับโสมฉิงจื่อ ไม่เช่นนั้นก็เกรงว่าจะไม่มีทางรักษาแล้ว”จูเสวี่ยหลินเล่นละครไปตามแผนของฉีเจิ้งฝาน หญิงสาวมั่นใจว่าเขาต้องหาทางร
“ไปจัดการตามที่ข้าบอกเร็วอย่ารอช้า!!” เอ่ยพร้อมกับเหงื่อที่ชุ่มใบหน้า จดหมายที่มีพระนามก่อนขึ้นครองบัลลังก์ของจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน บวกกับตั๋วเงินถึงหนึ่งแสนตำลึงทองในมือสั่นระริกแม้เจี่ยหงจะไม่ทราบสาเหตุที่พระนามนั้นถูกย่อให้เหลือเพียงหนานเฟย ทว่าทั่วทั้งแคว้นหนานจะมีผู้ใดบังอาจใช้พระนามรองและแซ่
เจี่ยนอิงก้าวออกมาข้างหน้าด้วยฝีเท้ามั่นคง เขาไม่ได้ยื่นมือออกมาหานาง แต่เลือกที่จะนั่งลงตรงหน้าหญิงสาวแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนพื้น หลังจากนั้นก็โอบท่อนแขนแกร่งล้อมรอบเอวอรชรใบหน้าคมสันซบลงไปบนตักของจูเสวี่ยหลิน ไม่บ่อยนักที่เขาจะยอมแสดงออกมาเช่นนี้ “ข้าไม่ได้กลัวที่จะติดตามเจ้า แต่ข้ากลัวว่าหากสูญเสีย
“อิง เจ้าสนใจเรื่องที่พวกเขาพูดกันหรือไม่... พวกเขาพูดว่าข้าเป็นสตรีที่ไม่รักนวลสงวนตัว ทั้งยังประพฤติตัวไม่อยู่ในกรอบประเพณี อ้อ...ยังมีอีกนะ พวกเขาพูดว่าข้าทำตัวไม่เหมาะสมโดยการใกล้ชิดกับบุรุษจนเกินงาม” จูเสวี่ยหลินเอ่ยถามเจี่ยนอิงด้วยใบหน้าที่ประดับรอยยิ้ม“ข้าไม่สนสักนิด เพราะข้ารู้จักเจ้าดี หร

















