تسجيل الدخول# เธอ สเปกผู้ชายไม่มี ขอแค่เป็นคนดีและไม่แก่เกินไป # เขา จริงไหมที่เขาว่า กินเด็ก 1 คืน อายุยืน 1 ปี สายตาของคนที่อุ้มมาสร้างความรู้สึกอบอุ่นแปลก ๆ ให้พลันผุดขึ้นในหัวใจ ยิ่งจับจ้องดวงหน้าเธอเขม็งราวกับจะบอกเป็นนัยว่าเขากำลังเริ่มสอนบทเรียนบทต่อไปให้เธอเตรียมตัว อิ่มอุ่นก็รู้สึกว่าร่างกายของเธอมันช่างไร้เรี่ยวแรง “คุณเหมมองอิ่มแบบนี้ อย่าบอกนะว่าคุณเหมจะกินอิ่มในนี้ ในห้องน้ำ” เหมราชไม่ได้พูดพล่าม ที่จริงแล้วเขาเป็นคนชอบลงมือทำมากกว่าพูด แต่จะพูดเก่ง หยอดเก่งสำหรับคนแค่บางคน ร่างสูงย่อตัวลงไปคุกเข่า แหงนใบหน้าคร้ามคมขึ้นมองคนตัวเล็กที่ยืนห่อไหล่หน้าซีดเหมือนรู้ชะตากรรม ดวงตาตระหนกจ้องเขากลับด้วยความตกใจ
عرض المزيد“ไปรับหนูอิ่มมาอยู่ด้วยนะเหม พ่อแกตายไปแล้ว บ่อกุ้ง บ่อปลา ก็กลายมาเป็นของเราทั้งหมด เด็กสาวตัวคนเดียวจะปล่อยไว้ให้อยู่ตามลำพังกับคนงานผู้ชายไม่ได้หรอก”
ถ้อยคำพูดที่ส่งมาตามสายทางไกลทำเอาชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยิ่งกับคำประกาศิตที่สื่อมายิ่งพานให้หงุดหงิดใจเป็นเท่าทวี
บรรยากาศท่ามกลางขุนเขา มีทะเลหมอก และใบชาแตกยอดสะพรั่ง ดื่มด่ำยอดใบชาอุ่น ๆ ชมวิวที่โอบล้อมด้วยขุนเขาทำให้รีสอร์ตกลางไร่ชาแห่งนี้มีคนเข้าพักเต็มตลอด เรียกได้ว่าต้องโทร.จองกันข้ามปี งานก็แสนจะยุ่งแต่มารดากลับมุ่งให้เขาหาแต่เมีย
‘เหมราช สิริดาราวรรณ’ หรือ ‘คุณเหม’ ถอนหายใจอีกครั้งอย่างระอา หนุ่มใหญ่ที่ยังคงมีใบหน้าอ่อนกว่าวัย ดูผิวเผินเหมือนคนหนุ่มเพิ่งย่างสามสิบทั้งที่จริงอายุอานามจวนเจียนแตะเลขสี่ ไม่ใช่ว่าเขาขาดคุณสมบัติทำให้อยู่เป็นโสด มีสาวน้อยสาวใหญ่แย่งกันทอดสะพานให้สม่ำเสมอ เพียงแต่ว่าเขาติดจะเป็นคนนิสัยขี้รำคาญ ไม่ชอบนั่งเอาอกเอาใจใคร และไม่ชอบให้ใครมานั่งเอาอกเอาใจเช่นกัน
ถ้าหิวก็ซื้อเอา สวยแค่ไหน เงินของเขาก็สอยลงมาได้หมด ในเมื่อมีเงินเหลือกินเหลือใช้จนต้องไปฝากให้ธนาคารช่วยดูแลนับร้อยล้าน
“หนูอิ่มของแม่เพิ่งจะจบมหาวิทยาลัย เขาคงไม่อยากได้ผัวแก่หรอกครับ ผมว่าไม่ต้องห่วงหรอก เด็กสมัยนี้หาผัวเองได้ เผลอ ๆ หนูอิ่มของแม่อาจมีหลายผัวแล้วก็ได้” ตอบกลับมารดาด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นแกมกระแนะกระแหนในทีได้ยินชื่อนี้ทีไรพานให้ของขึ้นทนฟังแม่พูดไม่จบสักที
“ดูพูดจาเข้า ไม่น่าฟังเลยตาเหม หนูอิ่มของแม่เป็นเด็กดี แม่เห็นแกมาแต่เด็ก ไม่มีทางเป็นแบบที่ลูกพูดหรอก ตอนนี้หนูอิ่มก็ไม่ได้มีใคร ไม่รู้ละ แม่สัญญากับคุณชาลีเอาไว้ก่อนตาย ถ้าเขาเป็นอะไรไปจะไม่ทอดทิ้งหนูอิ่มเด็ดขาด” คนเป็นแม่ยังยืนกรานเจตนาเดิม
“แม่สัญญาคนเดียว ผมไม่เกี่ยวนี่ครับ”
“ก็แกลูกแม่หรือเปล่า แม่บอกว่าถ้าแม่ดูแลหนูอิ่มเองไม่ได้ ครอบครัวเราก็ไม่มีวันทอดทิ้งหนูอิ่ม แกก็รู้ แม่แต่งงานใหม่แล้วย้ายมาอยู่ไกลถึงอังกฤษ จะให้แม่บินไปมาดูแลหนูอิ่มได้ยังไง แกก็ช่วยแม่หน่อยก็แล้วกัน”
“แม่ก็เอาหนูอิ่มของแม่ตามไปอยู่ที่อังกฤษด้วยสิครับ จะได้หมดปัญหา แล้วหาผัวฝรั่งให้สักคน เด็กมันคงชอบ” เหมราชชักไม่อยากต่อความให้ยืดเยื้ออีกแล้ว เขายังรักชีวิตโสด ยังชอบอิสระ การจะเอาห่วงมาผูกคอเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีในความคิด
“ได้ยังไงกัน เกิดคุณแฮริสันเขาคิดอะไรขึ้นมา แล้วจะมองหน้ากันไม่ติด หนูอิ่มหน้าตาดีไม่เบา”
‘บุหงา’ มารดาของเหมราชครองโสดมาเกือบยี่สิบปีหลังจาก ‘พ่อเลี้ยงการันต์’ เสียชีวิต นางเพิ่งพบรักครั้งใหม่กับมหาเศรษฐีชาวอังกฤษที่เดินทางมาพักผ่อนที่ ‘ไร่ชาเหนือฟ้า’ เมื่อสามปีก่อน เหมราชเองก็ไม่ได้ขัดขวางเพราะเป็นความสุขของมารดา อีกทั้งคุณแฮริสันก็เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่โตในอังกฤษ ไม่ใช่ฝรั่งขี้นกที่ไหน ซ้ำยังพูดคุยกันถูกคอ
เขารู้ว่ามารดาเหน็ดเหนื่อยเพียงใดที่ต้องเลี้ยงลูกและพยุงไร่ชาที่เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนมีแนวโน้มว่าจะต้องปิดไร่ขายทอดกิจการ เพราะประสบปัญหาขาดทุนจนตัวเลขในบัญชีแดงเถือก แต่หลังเหมราชเรียนจบ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความมุ่งมั่นของเขา เวลานี้ไม่มีใครไม่รู้จักไร่ชาเหนือฟ้า ไร่ชาชื่อดังที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน สถานที่ตากอากาศยอดเยี่ยมติดท็อปเท็นในเมืองไทย
เหมราชนำไอเดียบ้านดินสไตล์ยูนนานมาสร้างกลางไร่ชาอู่หลงที่ตั้งอยู่บนไหล่เขา แตกต่างจากรีสอร์ตทั่วไป แขกที่มาพักจะได้สัมผัสบรรยากาศการนอนพักผ่อนกลางไร่ชาที่เงียบสงบ เย็นสบาย ถือเป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริง แล้วถูกโอบล้อมไว้ด้วยไอหมอกกลางขุนเขาแสนโรแมนติกจนอยากจะหยุดเวลาเอาไว้ที่ไร่ชาเหนือฟ้า
“แต่งานผมยุ่ง แม่ก็รู้ ผมกำลังสร้างรีสอร์ตแห่งใหม่ เพราะตอนนี้ไร่ชาเหนือฟ้าของเราถูกจองข้ามปีจนเต็มหมด แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลเด็กของแม่ล่ะครับ”
“เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ถ้าแกไม่อยากแตะต้องหนูอิ่มเขา แม่ก็ไม่ว่า แต่แกต้องเอาหนูอิ่มมาอยู่กับแกที่ไร่ในฐานะเมีย เข้าใจไหม”
“อะไรนะครับ ไม่แตะไม่ว่า แต่ให้เอามาอยู่ในฐานะเมีย แล้วผมจะเอามาเพื่อ...? ถ้าเอามาแล้วก็ต้องทำเมียอย่างเดียวครับ คงไม่ให้นั่ง ๆ นอน ๆ ชี้นิ้วเป็นคุณนาย แบบนั้นสบายไปหน่อย”
“นั่นมันก็แล้วแต่แก ดีซะอีก แม่จะได้มีหลานให้อุ้ม
ไว ๆ” บุหงาเอ่ยด้วยน้ำสียงรื่นเริงระคนดีใจเป็นคำสั่งที่เขารู้สึกว่าไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย เหมราชพยายามข่มอารมณ์โมโห ยังไม่หมดเท่านี้ แม่ยังจู้จี้บงการให้เขาดูแล อย่ารังแกแม่เด็กน้อยในสังกัด
“แม่ครับ”
“ว่าไงตาเหม จะโยกโย้อะไรอีก อายุปาเข้าไปจะสี่สิบแล้วนะลูก ก็หลับตาทำให้แม่หน่อย แม่อยากมีหลานแล้ว หนูอิ่มนี่แหละดี เหมาะกับแกที่สุด การบ้านการเรือนก็เก่ง ฝีมือทำอาหารก็ดี สมบัติเรามีตั้งมาก ไม่มีทายาทแล้วจะเอาไปให้ใคร”
“โอย...แม่ครับ ถ้าเปลี่ยนจากให้ผมเป็นผัวเด็กในสังกัดของคุณแม่ เปลี่ยนให้ผมช่วยหาผัวรวย ๆ ให้เธอสักคนดีไหมครับ แม่ก็รู้ ผมยุ่งแค่ไหน งานในไร่ก็ยุ่ง แม่จะให้ผมต้องยุ่งเรื่องในมุ้งทุกคืนอีกเหรอครับ ใช้งานผมมากไปไหมครับแม่ ไอ้โรจน์ ไอ้หรั่ง ไอ้พนา เพื่อนผม มันยังว่าง ยังไม่มีเมียเป็นตัวเป็นตนกันสักคน อาจมีใครที่กำลังอยากได้เมียเด็ก เดี๋ยวจะลองถาม ๆ ให้” แต่ละคนที่เขาพูดถึงล้วนเป็นพ่อเลี้ยงดังที่หล่อเหลาไม่น้อยหน้ากัน แล้วยังโสดแต่โฉดทุกคน
“หนูอิ่มเป็นคนนะลูก ไม่ใช่สิ่งของ จะได้เที่ยวไปยกให้คนนั้นคนนี้ ก็อิ่มอุ่นนี่ไงที่แก...”
“พอครับแม่ผมไม่อยากฟังชื่อยัยเด็กนี่ เพื่อนผมนั่นแหละดี พวกมันมีเวลาผลิตลูกมากกว่าผมด้วยซ้ำ แม่ก็รู้ว่าไร่ชาของผมตอนนี้ฮ็อตฮิตติดลมบนแค่ไหน เอามาอยู่กับผม ผมคงไม่มีเวลาดูแล เด็กของแม่จะเฉาตายคาบ้านที่แต่งเข้าบ้านแล้วผัวไม่เอา”
“แกก็เป็นเสียแบบนี้ตาเหม พูดจาแต่ละคำน่าฟังที่ไหน แบบนี้ละสิ จะสี่สิบแล้วถึงยังอยู่บนคาน ถ้าแม่ไม่หาเมียมาประเคนคงหาเองไม่ได้”
“ไม่เอาเองต่างหาก ดูผู้หญิงสมัยนี้สิ จ้องแต่จะหาผัวรวย” เหมราชรีบค้าน เขาเกลียดนักพวกผู้หญิงสวยที่เอาแต่แต่งตัวสวยคอยจ้องจะจับผัวรวย ๆ เพื่ออัปตัวเอง
แม่เลี้ยงบุหงาไม่สามารถจะฟังคำพูดจาดิบเถื่อนของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนได้อีกจึงต้องรีบรวบรัดตัดความ
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้วตาเหม พรุ่งนี้แกไปรับหนูอิ่มแต่เช้า แม่สั่งเลขาฯ ของแกให้เขาจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินเอาไว้แล้ว” ก่อนจะตัดสายไปทันที
“จะเอาแบบนี้ก็ได้เลยครับแม่เลี้ยงบุหงา...”
เหมราชพยักใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มหงึกหงัก ยกยิ้มร้ายที่มุมปาก แววตาเคืองขุ่นอย่างหมายมาด พานนึกไปถึง ‘หนูอิ่ม’ ของมารดา
“กล้ามาเป็นเมียฉัน จะฟาดให้อิ่ม เสร็จแล้วจะทิ้งให้อด รอวันเฉาตายเป็นใบชาแห้ง ผู้หญิงไร้ยางอาย กล้ามายุ่งกับชีวิตฉัน จะได้รู้ว่าเป็นเมียเหมราชไม่ได้สบายอย่างที่เธอคิด!”
“ฉุดฉันลงมาด้วยทำไม!”“ก็เธอผลักฉันก่อนทำไม!”สีหน้าย่ำแย่ทั้งคู่ อิ่มอุ่นย่นหัวคิ้ว นิ่วหน้าเมื่อมือสัมผัสบางอย่างเข้า วันก่อนเธอสั่งสมประสงค์ หัวหน้าคนงานให้พาลูกน้องลงจับปลาก้นบ่อส่งขายหมดแล้ว แต่ทำไมเธอยังจับได้ปลาช่อนตัวเขื่อง ลักษณะของมันคุ้น ๆ แค่มือน้อยไล่สัมผัส ไม่ผิดแน่ตัวยาวแบบนี้ ลำตัวอ้วนกลมแบบนี้ เธอรีบบีบคอมันไว้ ก็ลงจับปลามาตั้งแต่เด็ก นี่คงเป็นไปตามสัญชาตญาณที่เธอไม่อาจปล่อยให้มันเถือกไถลไปได้ เนื้อปลาช่อนตัวนี้มันไม่นิ่มเหมือนปลาเป็น ลำตัวมันแข็งทื่อ หยุ่นเล็ก ๆ เหมือนปลาตายแล้ว แถมยังไม่ดิ้นขลุกขลักอีก“แย่จริง! สมประสงค์ยังจับปลาช่อนขึ้นไม่หมด” ถ้ามันตายนานคงต้องทิ้งไป แต่ถ้าตายใหม่ ๆ ขอดเกล็ด ปาดคอ คลุกเคล้าเกลือตากแดด ทำเป็นปลาช่อนเค็มไว้กินได้แต่แล้วเสียงครางลอดไรฟันที่ดังอยู่ใต้ร่างทำให้อิ่มอุ่นไม่ทันยกปลาช่อนตัวใหญ่ขึ้นมาดู แต่ก้มมองคนที่กลายมาเป็นฟูกรองก้นบ่อให้เธอกึ่งนอนกึ่งนั่งทับเขาตะคอกใส่หน้าทันที “ที่มือเธอจับมันไม่ใช่ปลาช่อนโว้ย แต่เป็นปลาชะโดของฉัน เอามือออกไปเดี๋ยวนี้!”คนนอนหงายหลังอยู่กลางพื้นบ่อแห้งแล้วยังถูกจับกุมตัวตนเอาไว้ไม่ให้ดีดดิ้นไปไหน
“เจ็บเป็นบ้า ไอ้คนบ้า ไอ้คนใจร้าย” ถ้าพ่อเธอยังอยู่ เขาถูกต้อนรับด้วยลูกปืนแน่อิ่มอุ่นเจ็บจนน้ำหูน้ำตาไหล ตั้งแต่เกิดมาจากท้องแม่เธอยังไม่เคยเห็นผู้ชายคนไหนถ่อย เถื่อน ได้เท่าผู้ชายคนนี้“ไอ้คนบ้า ไอ้คนถ่อย ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เลย ไป ออกไป” เธอไล่เขาตามหลังด้วยน้ำสียงดังอย่างโกรธเคือง หน้าขาวเวลานี้แดงไปหมด แล้วกำดินแข็งแห้งขึ้นมาไล่ปาใส่หลังเขาแต่ร่างสูงเดินไปถึงรถแล้วรีบคว้ากระเป๋าเป้ จากนั้นปิดประตูรถ กดกุญแจล็อกเรียบร้อย ขายาวก้าวฉับ ๆ พาความสูงเกือบร้อยแปดสิบเซนติเมตรเดินดุ่ม ๆ เข้ามาหาเธอที่ยังนั่งอยู่ขอบบ่อเหมือนจุกจนลุกไม่ขึ้น แววตาไม่มีความอาทรปราดมองอย่างเยาะหยัน“แค่นี้อย่าสำออย” ก่อนจะกระชากแม่ตัวแสบให้ลุกขึ้นยืนตาม “ใครกันแน่ที่ต้องออกไป ที่นี่มันกลายเป็นที่ของฉัน บ้านเธอก็ตกเป็นบ้านของฉัน ส่วนตัวเธอ แม่ก็เสนอให้ฉัน ตอนแรกที่ฉันมาที่นี่ตั้งใจมาพูดจากับเธอดี ๆ จะช่วยหาผัวรวย ๆ ให้สักคน สองคน แล้วจะไปขอร้องแม่ให้ท่านปล่อยให้เธอกับคนงานได้อยู่ที่นี่ทำมาหากินกันต่อไป แต่เห็นความร้ายกาจของเธอแล้ว นอกจากรักไม่ลงยังเกลียดเข้าไส้ ฉันเปลี่ยนใจไม่ทำแบบนั้น ถ้าไม่อยากถูกฉันเฉ
เด็กหนุ่มตรงหน้ามีความสูงเทียบได้แค่ไหล่ของเขา ยื่นมือบางมาดึงธนบัตรสีม่วงไปอย่างรวดเร็ว เหมราชอมยิ้มพอใจ แต่แล้วสีหน้ากลับเปลี่ยนเป็นประหลาดใจเมื่อเด็กหนุ่มตรงหน้า ดึงผ้าปิดคลุมใบหน้าออก“แค่สปอยล์น้อยไป ลุงอยากรู้อะไรถามมาสิคะ”ใบหน้าคมเข้มแลดูขัดเขินเพียงเล็กน้อยก่อนแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง อายุเขาสี่สิบก็จริง แต่ใบหน้าเขาอ่อนกว่าวัยและไม่เคยมีใครเรียกเขาว่า…'ลุง?'เมื่อหนุ่มน้อยกลับกลายเป็นสาวน้อยยืนจ้องเขาเขม็ง พ่อเลี้ยงเหมราชก็รู้ได้ว่าเธอเป็นใครจึงเปลี่ยนท่าทีทันใด เจอกันไวก็ดีจะได้จบเรื่องได้เร็ว ไม่เสียเวลาตามหาให้มากความมุมปากของเขายกยิ้มเปิดเผยว่าร้ายเอาเรื่อง ก่อนจะหรี่ตามองสำรวจหญิงสาวตรงหน้า ไล่สำรวจตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า และวนขึ้นไปจดจ้องสัดส่วนที่สะดุดสายตาอย่างไม่กลัวถูกกล่าวหา“อ้อ...เธอคงเป็นยัยหนูอิ่มอุ่นของแม่ฉัน ดูทรงแล้วน่าจะชื่อ อกอิ่มมากกว่า”เขาจ้องหน้าอกที่ดันเสื้อตัวใหญ่ ตอนทักเธอ เขามองภาพรวม ๆ เลยนึกว่าเด็กผู้ชายเพราะเห็นสวมใส่เสื้อลายสก็อต ทั้งกางเกง รองเท้ายางดูผ่าน ๆ เลยไม่คิดว่าจะเป็นผู้หญิงดวงตาของหญิงสาวฉายประกายด่าทอแล้วกำมือแน่น“ทุเรศ! ใครจะตั้งชื
แม่ของเขาเคยมาเล่าให้บิดาฟังว่า พ่อเลี้ยงเหมราชเป็นคนเก็บตัว เธอเคยนำชื่อและนามสกุลของเขา เหมราช สิริดาราวรรณ ไปค้นหาในอินเทอร์เน็ต แต่ไม่ปรากฏภาพของเขาออกมาทางสื่อออนไลน์ เขาไม่เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร หรือรายการใดที่เข้าไปขอถ่ายทำภายในไร่ชา ครั้นจะขอดูรูปของเขาจากแม่เลี้ยงบุหงาก็อายอิ่มอุ่นจึงคิดเอาเองว่าชายวัยสี่สิบที่ยังไม่ยอมลงจากคานต้องมีปัญหาไม่มากก็น้อย รูปร่างคงจะอ้วนลงพุง หัวเถิก หนวดเครารุงรัง นอนกรนเสียงดัง เพราะถ้าดีกว่านี้คงขายออกไปนานแล้วอายุตั้งสี่สิบ ถ้าให้มาเป็นพ่อของลูกคงไม่ไหว เธอคิดแบบนั้นเพราะปีนี้อิ่มอุ่นเพิ่งย่างยี่สิบสี่ เขากับเธออายุต่างกันถึงสิบหกปี ช่องว่างระหว่างวัยแทบจะเรียกได้ว่า คราวน้า คราวอา ถ้าเป็นยุคสมัยนี้ที่เด็กวัยมัธยมกลายเป็นคุณแม่ คุณพ่อวัยใส ก็อาจนับได้ว่าเขาแก่คราวพ่อ! หรือคราวลุง!ใบหน้ารูปไข่ส่ายไปมาเพื่อสะบัดไล่ภาพ ‘ลุงเหม’ หุ่นอ้วนพี ศีรษะเถิกกว้างออกจากความคิด เส้นผมสีดำนุ่มดุจแพรไหมซึ่งเวลานี้ถูกมัดไว้ด้วยหนังยางรัดแกงอย่างลวก ๆ ครอบไว้ด้วยหมวกปีกกว้างสีเทา พร้อมผ้าคลุมที่ถอดประกอบได้อีกชั้นเพื่ออำพรางแสงแดดกล้าเพื่อออกไปหาอะไรทำให้ห





