LOGINร่างเล็กแหงนมองตึกสูงสิบกว่าชั้นตรงหน้า ก่อนถอนหายใจเฮือกหนึ่งและก้าวเดินเข้าข้างในโรงแรมหรู เนื่องจากวันนี้มีนัดกับแคสเตอร์เพื่อคุยรายละเอียดในการร่วมงานเพิ่มเติม
“คุณลลินครับ เชิญทางนี้” ทันทีที่หญิงสาวปราฏตัว ลีวายลูกน้องคนสนิทของแคสเตอร์ที่ยืนรอรับหญิงสาว รีบประชิดตัวเธอและนำทางพาไปพบเขา
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” เอ่ยขึ้นหลังจากลีวายเดินมาส่งที่หน้าประตูห้องอาหารแบบส่วนตัว
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ยังไงก็เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” บอดี้การ์ดหนุ่มเปิดประตูห้องอาหารพร้อมผายมือเชื้อเชิญลลินให้เข้าไปด้านใน
เท้าเล็กค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าข้างในอย่างเชื่องช้า ก่อนจะพบกับแคสเตอร์ยืนชมวิวบริเวณหน้าต่างกระจก มือหนาข้างหนึ่งถือแก้วไวน์ส่วนมืออีกข้างล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างสบายอารมณ์
“เอ่อ คุณแคสเตอร์”
“มาแล้วเหรอครับ” ชายหนุ่มหันหลังไปมองตามเสียงเรียก เขาก้าวเดินไปหาลลินก่อนจะลากเก้าอี้ให้เธอนั่ง
“ขอบคุณค่ะ” ว่าแล้ว หย่อนก้นนั่งลง
“สั่งอาหารก่อนสิครับ” เขายื่นเมนูอาหารให้แก่คนตัวเล็กตรงหน้า
“ค่ะ” เธอรับมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ จำใจต้องสั่งอาหารสองสามอย่างตามคำสั่งของเขา
หญิงสาวไม่อาจล่วงรู้เลย ทุกอิริยาบถของเธอตกอยู่ในสายตาคมกริบ แคสเตอร์กำลังมองเธอเป็นระยะ ๆ อย่างสังเกตในท่าที
“เอ่อ คุณมีอะไรหรือเปล่าคะ” เพราะรู้สึกเหมือนโดนจ้อง เลยถามขึ้นเพื่อไขข้อข้องใจ
“เปล่าครับ”
“อืม” เผยยิ้มอ่อน ๆ ก้มดูเมนูอาหารต่อ ระหว่างเลือกอาหารเธอรู้สึกเหมือนโดนจ้องตลอดเวลา เมื่อเงยหน้ามองเขา ชายหนุ่มก็ทำเหมือนไม่มีอะไร แถมยังส่งยิ้มยั่วยวนมายังเธอ
“คุณมีอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าครับ”
“แต่คุณกำลังมองฉันอยู่”
“ก็คุณสวย ผู้ชายที่ไหนก็อยากมองกันทั้งนั้น” แคสเตอร์วางข้อศอกบนโต๊ะพลางโน้มตัวเข้าใกล้หญิงสาว ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาทำเอาใจสาวเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ
“ฝากสั่งอาหารให้ด้วยนะคะ พอดีอยากเข้าห้องน้ำ” ลลินไม่รอให้อีกคนเอ่ยประโยคใด เธอรีบเด้งตัวลุกขึ้นยืนและวิ่งออกจากห้องอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้ตัวสักนิดกำลังถูกแคสเตอร์มองด้วยสายตารังเกียจ
“อย่าหวังว่าหลังจากนี้เธอจะมีความสุข” ปรายตามองแผ่นหลังของหญิงสาวจนลับหาย
หลังจากลลินมาเข้าห้องน้ำ เธอยืนมองตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ ก่อนเอื้อมมือกุมหน้าอกข้างซ้ายด้วยอาการเหม่อลอย
“เขาต้องใช่พี่อาทิตย์แน่ ๆ” เพราะหลายอย่างในตัวเขา ทำให้เธอปักใจเชื่ออย่างนั้น
เมื่อคิดได้ดังนั้น ลลินรีบออกจากห้องน้ำทันที เนื่องจากอยากเห็นใบหน้าของเขาอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกคะนึงหาบวกกับโหยหาชายคนรักสุดหัวใจ
“รอนานไหมคะ” ว่าพลางหย่อนก้นงามนั่งลงตรงข้ามเขา ท่าทางของลลินทำให้ชายหนุ่มงุนงงเล็กน้อย แต่ไม่ว่าเธอจะมาไม้ไหน เขาพร้อมรับมือและจะไม่มีทางพลาดเหมือนในอดีตอีกเด็ดขาด
“ไม่เลยครับ ทานอาหารกันเถอะ”
“ลลินว่าเราคุยเรื่องสัญญากันก่อนดีกว่า” หญิงสาวหยิบซองสีน้ำตาลบนเก้าอี้ข้างกายนำไปยื่นให้แก่คนตรงหน้า
“ครับ” แคสเตอร์รับเอกสารจากเธอแล้วอ่านจนจบ แต่ไม่ได้เซ็นลงในกระดาษใบนั้นทันที ก่อนจะเบี่ยงประเด็นอื่น โดยการรินไวน์ให้แก่หญิงสาว “ลองชิมดูสิครับ ไวน์อันนี้อร่อยมาก”
“ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ ลลินกลัวจะเมา”
“ไม่เมาหรอกครับ แค่แก้วเดียวเอง”
“ก็ได้ค่ะ” เพราะมั่นใจว่าเขาคืออาทิตย์สามีของตนเอง จึงไม่กลัวจะเกิดอันตรายกับเธอ ลลินเลยรับแก้วไวน์จากเขามาดื่มพรวดจนหมดแก้ว
“อร่อยไหมครับ”
“อืม อร่อยค่ะ” พยักหน้าหงึก ๆ
“เอาอีกไหม”
“ค่ะ” เธอยื่นแก้วให้เขารินไวน์ใส่ นี่เป็นครั้งที่สองได้ดื่มไวน์ ครั้งแรกเมื่อสามปีก่อนกับเขา ส่วนรอบนี้เป็นครั้งที่สองกับเขาเช่นเดิม
รสชาติไวน์ที่ลลินได้ลิ้มลองในคราวนี้อร่อยกว่าครั้งแรกเป็นไหน ๆ ทำให้เธอดื่มมากเป็นพิเศษ
“ขอ…” ลลินเริ่มเมาไม่ได้สติ เธอยื่นแก้วขอไวน์จากเขาอีก แต่ไม่ทันที่แคสเตอร์จะรินไวน์ให้ ทันใดนั้นหน้าจิ้มลิ้มฟุบลงกับโต๊ะอาหาร
“เฮอะ! ยัยขี้เมา” เหยียดยิ้มมุมปากด้วยความเกลียดชังที่มีต่อลลิน แคสเตอร์ลุกขึ้นเต็มความสูงไปหาหญิงสาวและนั่งย่อง ๆ
“ลลิน” นิ้วยาวสะกิดหัวไหล่บอบบางเบา ๆ ทว่าไร้เสียงตอบกลับจากคนตัวเล็ก
เมื่อเห็นว่าไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ แคสเตอร์จึงตัดสินใจช้อนร่างเล็กในท่าเจ้าสาวและพาออกจากห้องอาหาร
“ฝากเช็คบิลด้วย”
“ครับ”
สั่งลูกน้องคนสนิทเสร็จ แคสเตอร์มุ่งหน้าพาลลินไปห้องพักของโรงแรม ชายหนุ่มวางเธอลงบนเตียงขนาดคิงไซซ์ ก่อนหย่อนตัวนั่งลงข้างกายเธอ
นัยน์ตาดำขลับกวาดสายตามองคนหลับไม่ได้สติตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ทันใดนั้นสายตาคมปะทะกับแหวนเพชรบริเวณนิ้วนางข้างซ้าย ซึ่งเป็นแหวนแต่งงานที่ครั้งหนึ่งเขาเคยสวมให้เธอด้วยความรัก
“คนอย่างเธอไม่เหมาะจะสวมมัน” แคสเตอร์พูดพลางถอดแหวนออกจากนิ้วนางของลลิน แล้วนำไปเก็บในลิ้นชักข้างหัวเตียง
“อื้อ” หญิงสาวปรือตาขึ้นช้า ๆ เธอพยายามพยุงกายลุกขึ้นนั่ง แต่โดนชายหนุ่มรั้งไว้และกดเธอลงกับที่นอนเหมือนเดิม
“อย่าเพิ่งลุก”
“พี่อาทิตย์” ดวงตากลมโตจ้องมองหน้าหล่อเหลาราวกับตกอยู่ในมนต์สะกด “อื้อ คุณไม่ใช่พี่อาทิตย์”
“ดูดี ๆ สิครับ” ฝ่ามือใหญ่ประคองใบหน้าหวาน ทั้งคู่สบตากัน ลลินมองหน้าคมคายอย่างพิจารณา นิ้วเรียวเอื้อมขึ้นแตะจมูกโด่งคมสันแล้วลากไล้มายังริมฝีปากหยักได้รูป
“พี่อาทิตย์…กลับมาหาหนูแล้วใช่ไหม” เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ จากนั้นเด้งตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมโอบกอดคนตัวโตอย่างคิดถึงสุดหัวใจ หญิงสาวปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่อยู่
“ครับ พี่กลับมาหาลลินแล้ว” มือหนาลูบแผ่นหลังเล็กอย่างนุ่มนวล แม้การกระทำของเขาในตอนนี้จะอ่อนโยนกับเธอมาก แต่ภายในใจกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น ความเป็นจริงเขารู้สึกเกลียดผู้หญิงคนนี้มากแทบอยากจะฉีกร่างเล็กเป็นชิ้น ๆ ทีเดียว
“ใช่พี่อาทิตย์ของหนูจริง ๆ ใช่ไหมคะ หนูไม่ได้ฝันไปใช่ไหม” มือเล็กวางบนแก้มสาก กวาดสายตามองทั่วกรอบหน้าหล่อ เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้เธอลืมเสียสนิทว่าเขาคือแคสเตอร์ นักลงทุนที่สนใจร่วมหุ้นกับบริษัท
“ลองดูดี ๆ สิครับ ลลินฝันหรือเปล่า” เขาวางมือหนาทาบหลังมือเรียวที่ยังคงสัมผัสแก้มสาก
“ฮึก ฮือ ๆ คิดถึงมากเหลือเกิน” เธอโอบกอดเขาอีกครั้ง คราวนี้กระชับกอดแน่นกว่าเดิม
“พี่ก็คิดถึงลลินเหมือนกันครับ”
“พี่อาทิตย์” ลลินคว้าคอแกร่งพร้อมกับทาบกลีบปากอมชมพูลงบนริมฝีปากหยักได้รูป เธอพยายามจะบดขยี้ปากหนา ก่อนจะถูกอีกคนเม้มปากนุ่มแทน
ชายหนุ่มประคองลลินให้นอนลง แล้วทาบกายแกร่งบนเรือนร่างงดงาม ในขณะปากของคนทั้งสองยังคงประกบกันอยู่ ซึ่งไม่มีท่าทีจะถอนจูบออกง่ายดาย
แคสเตอร์บดขยี้ปากนุ่มอย่างดิบเถื่อน ลิ้นเร่าร้อนสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากสาวเพื่อกวาดต้อนชิมความหวาน
“อื้อ” ลลินหลับตาพริ้มรับจูบจากคนตัวโต ทั้งคู่แลกลิ้นกันอย่างนัวเนีย ก่อนแคสเตอร์ถอนจูบออกเพราะกำปั้นน้อย ๆ กำลังทุบตีหลังแกร่งถี่รัว เนื่องจากเธอใกล้จะขาดอากาศหายใจเต็มที
“งั้นนอนเถอะ” แคสเตอร์ทำท่าจะถอยห่างจากเธอ แต่ไม่วายโดนลลินรั้ง
“อย่าเพิ่งไป อยู่กับหนูก่อนได้ไหม หนูต้องการพี่อาทิตย์” มองเขาด้วยสายตาเว้าวอน
“มั่นใจเหรอ”
“ค่ะ” พยักหน้าหงึก ๆ เพื่อยืนยันคำตอบ
ท่าทางของคนตัวเล็ก ทำให้แคสเตอร์ยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เขาโน้มใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น จมูกโด่งคมสันถูไถตามลำคอระหงก่อนกดจูบหนัก ๆ สร้างรอยแดงสีกุหลาบมากมาย
ฟันคมงับคอขาวเนียนทีหนึ่ง ส่งผลให้คนตัวเล็กสะดุ้งตัวโหยงด้วยความเจ็บปนตกใจ
“อ๊ะ”
“เจ็บเหรอ อยากหยุดไหม”
“เจ็บนิดหน่อยค่ะ แต่ไม่หยุดได้ไหม” กะพริบตาปริบ ๆ มองเขาด้วยสายตาออดอ้อน ความปรารถนากอปรกับความโหยหาที่มีต่อชายหนุ่มจึงไม่อยากหยุดมันลงง่ายๆ
“งั้นก็ช่วยไม่ได้แล้วสิ ท่าทางคงจะอยากมาก!!” ประโยคท้ายเขาเน้นเสียงหนัก ๆ จากนั้นฉีกชุดเดรสกระโปรงเป็นสองชิ้น
แควก!
“ฮึก คุณแคสเตอร์” เธอเงยหน้ามองเขาอย่างตกตะลึงรู้สึกปวดใจเหลือเกินกับถ้อยคำนั้น“เลิกแกล้งลลินสักทีเถอะ” ฮันนี่พูดแทรกบทสนทนาระหว่างเขากับลลิน ก่อนเดินมาหยุดข้างกายชายหนุ่ม “เช็ดหน้าก่อนสิคะ” ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้แก่ลลิน“นี่มันเรื่องอะไรกัน” ปรายตามองคนตรงหน้าสลับกันไปมาอย่างงุนงง คำพูดของฮันนี่เมื่อสักครู่ทำให้ลลินสับสนไม่น้อย“เรื่องลูกของคุณ ฉันไม่ต้องการหรอกค่ะ เพราะ…” ว่าแล้ว ก้มหน้ามองท้องแบนราบของตัวเองพร้อมกับเอื้อมมือลูบอย่างแผ่วเบาท่าทางกับคำพูดของฮันนี่ทำให้ลลินเดาได้ทันที เธอชำเลืองมองแคสเตอร์อย่างเจ็บปวดราวกับถูกเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงหัวใจอย่างถี่รัว ก่อนก้มหน้างุดอย่างเสียใจพร้อมน้ำตาไหลรินต่อเนื่องไม่ขาดสาย“เด็กในท้องฉันไม่ใช่ลูกของแคสเตอร์หรอก”“หมายความว่าไง” ลลินชะงักกับคำพูดต่อมาของฮันนี่ ก่อนถามขึ้นอย่างต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม“ฉันไม่ได้ท้องกับแคสเตอร์ ฉันแต่งงานแล้ว” ฮันนี่ยกแขนข้างซ้ายขึ้นเพื่อต้องการโชว์แหวนเพชรตรงนิ้วนางข้างซ้ายให้ลลินดู จากนั้นต่อสายหาใครคนหนึ่ง “ที่รักคะ มานี้หน่อยสิ”หลังจากฮันนี่วางสายเพียงไม่นาน ประตูห้องถูกเปิดออกเผยให้เห็นชายหนุ่มลูกคร
ช่วงเวลาที่ผู้คนต่างพากันหลับใหลยังคงมีแคสเตอร์กำลังวุ่นวายกับงานด่วนตรงหน้า เขาพยายามทำอย่างรวดเร็วเพื่อจะไปเจอลลิน กว่าจะสะสางงานเสร็จเรียบร้อยก็เกือบเที่ยงคืน“ดึกขนาดนี้แล้วเหรอ” ชายหนุ่มบิดขี้เกียจไปมา ไม่รอช้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและตรงไปห้องนอนของลลินแคสเตอร์เอื้อมมือจับลูกบิดพร้อมผลักประตูเข้าข้างใน ก่อนสายตาคมกริบจะเหลือบเห็นหญิงสาวหลับปุ๋ยอย่างน่าเอ็นดู โดยแสงสลัวจากโคมไฟบนเตียงข้างเตียงส่องหน้าหวานเท้าใหญ่ก้าวเดินไปนั่งข้างเตียงพลางนั่งลงข้างกายคนหลับ นิ้วแกร่งลูบไล้พวงแก้มขาวใสแผ่วเบา เขาโน้มหน้าหล่อเหลาจุมพิตหน้าผากกลมกลึงและเลื่อนมายังริมฝีปากอวบอิ่ม“พี่อาทิตย์” คนตัวเล็กปรือตาขึ้นด้วยอาการงัวเงีย“นอนก่อนเถอะ ไว้ค่อยคุยพรุ่งนี้” ไม่พูดเปล่า ทาบริมฝีปากหยักลงบนแก้มนุ่มนิ่ม วินาทีถัดมาลลินก็เข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งอย่างง่ายดายด้วยอาการง่วงสุดฤทธิ์หลังจากแม่ของลูกหลับสนิทไปครู่หนึ่ง แคสเตอร์จึงไปล้มตัวลงนอนซ้อนแผ่นหลังเล็ก ยกแขนแกร่งโอบกอดคนตัวเล็กพร้อมหย่อนเปลือกตาลง“อื้อ” ลลินสะดุ้งตื่นในช่วงเวลาของตีสามเพราะอยากเข้าห้องน้ำ ก่อนรู้สึกหนักช่วงเอว เมื่อหันหน้าไปมองก็ต
“อรุณสวัสดิ์ครับ”“คุณ” คนกำลังจะออกไปจากห้องนอนเพื่อไปรับประทานอาหารเช้าเป็นอันหยุดชะงัก เมื่อเปิดประตูออกมาเจอเขาพร้อมกับคำทักทายที่แปลกจากเดิม“หิวยังครับ พี่ให้คนเตรียมอาหารให้แล้ว”“พี่เหรอ” เสียงหวานพึมพำอย่างแผ่วเบากับสรรพนามแทนตนของอีกคน เธอรู้สึกสับสบเหลือเกินว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ทำไมแคสเตอร์ถึงดูเปลี่ยนไปมากขนาดนี้เหมือนกับคนเดิมของเธอในอดีต“ลลินครับ”“คะ”“ไปกินข้าวกันเถอะ”“อืม”“เดี๋ยวก่อนครับ” แคสเตอร์เอื้อมมือหมายจะปัดเส้นผมปรกหน้าหวานไปทัดใบหูขาวสะอาด ทว่าลลินปัดแขนแกร่งออกห่าง“จะทำอะไรคะ” หญิงสาวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเว้นระยะห่างกับเขา“พี่เห็นว่าผมมันบังหน้า เลยจะช่วยเอาออกให้”“ไม่เป็นไรค่ะ ลลินจัดการเองได้” ไม่เข้าใจจริง ๆ เขาต้องการอะไรกันแน่ถึงได้ปฏิบัติตัวกับเธอเช่นนี้หญิงสาวชำเลืองมองหน้าหล่อเหลาอย่างจับสังเกต เขาไม่ได้แสดงพิรุธออกมาให้เห็น นอกจากส่งยิ้มหวานมายังเธอ รอยยิ้มนั้นของเขาเหมือนที่เธอเคยได้รับเมื่อสามปีก่อน แค่ได้เห็นก็ใจอ่อนยวบ“ไปกันเถอะ ลูกคงหิวแย่แล้ว” มือใหญ่ลูบหน้าท้องนูนด้วยความนุ่มนวล จากนั้นประคองลลินไปยังห้องอาหารเมื่อทั้งคู่
ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง หญิงสาวที่นั่งเล่นใต้ต้นไม้ใหญ่กำลังชมวิวแม่น้ำเบื้องหน้าอย่างผ่อนคลาย โดยไม่อาจล่วงรู้สักนิดขณะนี้สายตาคมกริบของแคสเตอร์กำลังมองเธออยู่เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบชั่วโมง ลลินแหงนหน้ามองดูท้องฟ้าที่ดวงตะวันใกล้ลับขอบฟ้าเต็มที“ใกล้ค่ำแล้วเหรอ” ว่าพลางพยุงกายลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนชะงักเมื่อเจอกับแคสเตอร์ซึ่งไม่รู้โผล่มาจากไหน“กลับกันเถอะ”“อืม” ลลินตอบรับสั้น ๆ ในลำคอ เธอไม่อยากขัดขืนเขามากสักเท่าไรเพราะเห็นว่าใกล้ค่ำเต็มที หากกลับเองคนเดียวก็กลัวจะเกิดอันตราย“จะทำอะไรคะ” อยู่ ๆ อีกคนเดินมาประชิดตัวทำเอาลลินตกใจไม่น้อย“ช่วยประคองไง”“ไม่เป็นไรค่ะ ลลินเดินเองได้”“หรือจะให้อุ้ม” ถ้อยคำจากปากของเขา สร้างความงุนงงแก่เธอยิ่งนักเพราะคาดไม่ถึงแคสเตอร์จะตอบกลับมาเช่นนั้น หากเป็นช่วงปกติจะต้องตำหนิเธอแน่นอน“ไม่ต้องค่ะ ลลินเดินเองได้” เธอถอยหลังออกห่างคนตัวโตหนึ่งก้าวพลางมองดูเขาอย่างไม่เข้าใจ“งั้นก็ค่อย ๆ เดินนะ” ไม่พูดเปล่า แคสเตอร์เข้าไปใกล้คนตัวเล็กพร้อมกับยกแขนแกร่งโอบเอวหญิงสาว สัมผัสของชายหนุ่มทำเอาใจดวงน้อยเต้นตึกตักอย่างรู้สึกดีต่อการกระทำนั้น‘อย่าหวั่นไหวนะลลิน
หญิงสาวรูปร่างอุ้ยอ้าย ท้องแก่ใกล้คลอดเต็มทีกำลังก้าวเดินไปตรงหน้าเพื่อต้องการไปยังสถานที่หนึ่ง ก่อนหยุดชะงักเมื่อคนตัวโตเดินมาขวางทาง“จะไปไหน” ปรายตามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า สวมใส่ชุดคลุมท้องสีหวานยาวเหนือเข่า“ยุ่งอะไรด้วยคะ” เอ่ยตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง โดยไม่เกรงกลัวท่าทางของแคสเตอร์“ที่ฉันถามเพราะกลัวว่าเธอจะทำให้ลูกตกอยู่ในอันตราย”“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ต่อให้ลลินต้องตายลูกก็ต้องปลอดภัย” คำตอบเสียงดังฟังชัดของหญิงสาวทำเอาแคสเตอร์ถึงกับพูดไม่ออก“ขอตัวก่อนนะคะ”“นี่เธอ”ครืด! เสียงข้อความในโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มกำลังจะวิ่งตามหลังของลลินหยุดชะงัก ก่อนขมวดคิ้วเข้มอย่างฉงนกับสิ่งที่ได้อ่าน จากนั้นไม่รอช้ารีบออกจากบ้านเพื่อตรงไปยังที่หมายรถคันหรูแล่นจอดยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง แคสเตอร์เปิดประตูลงจากรถอย่างไวและเข้าข้างในเพื่อไปพบใครคนหนึ่ง ที่เป็นคนนัดหมายเขาออกมา“เธอนั่นเอง นึกว่าใคร” มองดูคนตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง เพราะไม่คิดว่าข้อความปริศนาถูกส่งเข้าในโทรศัพท์ของเขาจะมาจากต้นเตยเพื่อนสนิทของลลิน“สวัสดีค่ะพี่อาทิตย์ เอ๊ะ…หรือคุณแคสเตอร์ดีล่ะคะ”“มีอะไร” ถามเสียงเย็น“นั่งก่อนสิ
หลายเดือนต่อมา หลังจากเหตุการณ์ที่ลลินเข้าโรงพยาบาล ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาห่างเหินเหมือนเดิม หนำซ้ำแคสเตอร์ยังชอบพูดจาทำร้ายจิตใจหญิงสาวไม่เปลี่ยนแม้ลลินเริ่มชินกับการกระทำและถ้อยคำของเขา แต่บ่อยครั้งก็ยังแอบร้องไห้คนเดียวเงียบ ๆ เสมอ“วันนี้อากาศดีจัง ออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อย” คนตัวเล็กบนเตียงขนาดคิงไซซ์ภายในห้องกว้างใหญ่ ปรายตามองวิวข้างนอกหน้าต่างก่อนก้มหน้ามองท้องนูนพลางลูบเบา ๆ ด้วยความรักเปี่ยมล้นหญิงสาวขยับตัวลงจากเตียงอย่างทุลักทุเลพลางระวังไม่ให้กระทบถึงลูกน้อยในครรภ์ ย่างกรายออกจากห้องและค่อย ๆ ก้าวเท้าลงบันไดอย่างเชื่องช้า ก่อนชะงักเมื่อเจอกับฮันนี่ซึ่งตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านแคสเตอร์ นี่เป็นครั้งแรกที่เจอกัน“สวัสดีค่ะ สบายดีนะคะ” ฮันนี่เป็นฝ่ายทักทายลลินก่อน“อืม” ลลินไม่อยากเสวนามากนัก ตอบเพียงสั้น ๆ เธอหมุนตัวเตรียมเดินจากไป ก่อนชะงักกับเสียงของคนข้างหลังดังกระทบโสตประสาท“อีกเดือนเดียวก็จะคลอดแล้วใช่ไหมคะ ดีใจจังจะได้เห็นหน้าลูกแล้ว”คำพูดของฮันนี่ทำเอาลลินถึงกับเดือด ก่อนหญิงสาวจะกำมือเข้าหากันแน่นเพื่อพยายามระงับโทสะ“คุณคงไม่รังเกียจสินะคะ”“รังเกียจทำไมล่ะคะ
นิ้วเรียวกดลงบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดถี่รัว ดวงตากลมโตจ้องมองข้อความบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ก่อนดดส่งอีเมล“เฮ้อ…” พ่นลมหายใจเฮือกหนึ่งพลางเอนกายพิงหลังกับเก้าอี้วันนี้เป็นอีกวันกับการทำงานที่ค่อนข้างเหนื่อย นับจากอาทิตย์หายสาบสูญ ลลินต้องขึ้นมาเป็นผู้บริหารของบริษัท ทว่าเธอไม่ได้มีความสามารถด้านนี้โดยเฉพา
สามปีต่อมา ร่างเล็กของลลินฟุบหน้าบนโต๊ะทำงานพร้อมหย่อนเปลือกตาบางลงด้วยความเหนื่อยล้า ทว่าเพียงแค่หลับตาได้ไม่นานสักเท่าไร ภาพเหตุการณ์ความทรงจำในอดีตที่อาทิตย์เคยโดนทำร้ายผุดขึ้นในหัวเป็นฉาก ๆ ราวกับหนังม้วนหนึ่ง“ฉันเกลียดเธอ ลลิน”ประโยคดังกล่าวดังก้องในหัวของลลิน ปลุกเธอตื่นจากการหลับใหล“พี่อ
นับจากวันนั้นที่ลลินเจอบิดาครั้งล่าสุดก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย หนำซ้ำคุณากรยังเงียบไปอย่างผิดปกติ ไม่สั่งให้เธอทำตามคำสั่งของเขาเหมือนเมื่อก่อน จนเธอเองอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น“คิดอะไรอยู่เหรอ” อาทิตย์สวมกอดลลินจากด้านหลังพร้อมกับซบหน้าหล่อเหลฟาลงบนบ่าเล็กอย่างออดอ้อน ขณะหญิงส
“อื้อ” ในยามเช้าแสนสดใส ลลินปรือตาขึ้นช้า ๆ ขณะกำลังพลิกตัวไปอีกด้านก็รับรู้ถึงของหนักบริเวณเอวคอดกิ่ว เมื่อก้มหน้ามองพบเข้ากับท่อนแขนแกร่งของอาทิตย์ลลินพยายามยกแขนกำยำออกจากเอวให้เบาที่สุด เพราะไม่อยากรบกวนการนอนหลับของเขา เธอลุกขึ้นนั่งในท่าชันเข่าพลางซบหน้าจิ้มลิ้มกับหัวเข่ามน แล้วทบทวนเรื่องรา







