LOGINนิ้วเรียวกดลงบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดถี่รัว ดวงตากลมโตจ้องมองข้อความบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ก่อนดดส่งอีเมล
“เฮ้อ…” พ่นลมหายใจเฮือกหนึ่งพลางเอนกายพิงหลังกับเก้าอี้
วันนี้เป็นอีกวันกับการทำงานที่ค่อนข้างเหนื่อย นับจากอาทิตย์หายสาบสูญ ลลินต้องขึ้นมาเป็นผู้บริหารของบริษัท ทว่าเธอไม่ได้มีความสามารถด้านนี้โดยเฉพาะ ทำให้บริษัทติดหนี้มหาศาล ก่อนเธอจะพยายามหานักลงทุนมาร่วมงานด้วย แต่กลับไม่มีใครสนใจเลย บ่อยครั้งรู้สึกท้อใจ แต่เธอยังคงพยายามจะรักษาบริษัทของเขาไว้ให้ได้
ด้วยความเหนื่อยกอปรกับความเครียดสะสม เปลือกตาบางหย่อนลงอย่างเชื่องช้า ในที่สุดก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
เหตุการณ์ในอดีตยังคงตามหลอกหลอนลลินไม่เลิก เพียงแค่หลับตาก็เห็นเขาโดนทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“พี่อาทิตย์!!” เสียงหวานตะโกนเรียกลั่นพร้อมเบิกตาขึ้นอย่างตกใจ ก่อนพบความว่างเปล่าภายในห้อง “ฝันอีกแล้วเหรอ”
คนตัวเล็กลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก้าวเดินไปที่หน้าต่างกระจก เพื่อมองวิวข้างนอกด้วยใจล่องลอย ปลดปล่อยร่างกายให้ผ่อนคลายกับบรรยากาศรอบกายและหลับตาพริ้ม
ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นกะทันหัน ปลุกร่างเล็กสะดุ้งตื่นจากภวังค์ ลลินตอบรับคนนอกห้องก่อนเดินไปยังโต๊ะทำงานแล้วหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้
“มีอะไรหรือเปล่าคะ คุณนิดา” ปรายตามองบุคคลมาใหม่ซึ่งเป็นเลขาที่เพิ่งเข้ามาทำงานเมื่อสองเดือนก่อน
“มีเรื่องด่วนจะแจ้งให้คุณลลินทราบค่ะ”
“เรื่องอะไรเหรอ” คิ้วโก่งสวยขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย
“มีนักลงทุนสนใจมาร่วมงานกับบริษัทค่ะ ชื่อคุณแคสเตอร์”
“จริงเหรอคะ” ลลินเด้งตัวลุกขึ้นยืนด้วยความดีใจกับถ้อยคำเมื่อสักครู่
“ค่ะ” พยักหน้าเล็กน้อยพลางส่งยิ้มอ่อนแก่ลลิน
“แล้วเขาได้แจ้งไหมคะ ว่าจะเข้ามาคุยรายละเอียดเมื่อไร”
“มาแล้วค่ะ”
“อะไรนะคะ!! มาแล้วเหรอ ทำไมกะทันหันจัง” ปรายตามองเลขาตรงหน้า แต่คำตอบที่ได้รับจากนิดาคือการส่ายหน้า “ตอนนี้เขาอยู่ไหน”
“ห้องรับรองค่ะ”
“อืม เดี๋ยวลลินตามไป รบกวนคุณนิดาไปจัดการก่อนนะคะ”
“ค่ะ” ตอบรับเสร็จก็หมุนตัวเดินออกจากห้อง ปล่อยให้เจ้านายสาวอยู่ตามลำพัง
หญิงสาวพ่นลมหายใจเฮือกหนึ่งด้วยความโล่งอก เธอไม่รอช้าตรงไปยังห้องรับรอง ทันทีที่เอื้อมมือเปิดประตูเข้าไปข้างในถึงกับชะงักทีเดียว ลลินจ้องมองเบื้องหน้าอย่างไม่กะพริบ
“พี่อาทิตย์” เท้าเล็กวิ่งไปยังจุดมุ่งหมายทันที ก่อนสวมกอดชายหนุ่มตรงหน้าที่เธอคิดว่าคือสามีของตนเอง
“ฮือ ๆ พี่อาทิตย์กลับมาหาหนูแล้ว” ใบหน้าหวานซบกับอกกว้างของอีกคน ไออุ่นจากตัวเขาทำเธอรู้สึกดีมากเหลือเกิน จนแทบไม่อยากปล่อยเขาเป็นอิสระ หญิงสาวหลับตาพริ้มพลางปล่อยหยาดน้ำตาหลั่งรินอาบพวงแก้มขาวเนียน
“เอ่อ คุณครับ”
“ฮือ ๆ” เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความรู้สึกมากมาย
“คุณครับ” ฝ่ามือใหญ่สะกิดหัวไหล่เล็กเบา ๆ พร้อมเรียกลลิน ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันนิดาเดินมาแตะร่างเล็กของเจ้านายสาว
“เอ่อ คุณลลินคะ”
“หื้ม” หันหน้ามองตามเสียงของเลขา
“เอ่อ ถอยออกมาก่อนเถอะ” ไม่พูดเปล่า นิดาคว้าท่อนแขนเล็กของลลินให้เดินตามตัวเอง
“มีอะไรหรือเปล่า” หันมองชายหนุ่มแวบหนึ่งก่อนมองคนตรงหน้า
“เอ่อ คุณแคสเตอร์ นักลงทุนที่สนใจมาร่วมงานกับบริษัทไงคะ”
“คุณแคสเตอร์เหรอ” ลลินหันหลังมองชายหนุ่ม ก่อนจะพบว่าเขาไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว ยังคงมีผู้ชายอีกคนยืนอยู่ด้วยกัน ซึ่งทุกคนในห้องต่างมองเธอด้วยความงุนงง
“ใช่ค่ะ”
“เขาไม่ใช่พี่อาทิตย์เหรอ” พูดพึมพำกับตัวเอง หากจะบอกว่าไม่ใช่อาทิตย์ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเหมือนกันอย่างกับแกะ
“ใครเหรอคะ อาทิตย์” นิดาทำหน้าสงสัย เธอมองเจ้านายสาวอย่างต้องการคำตอบ
“เปล่า” ส่ายหัวไปมาเชื่องช้า ลลินชำเลืองมองแคสเตอร์แวบหนึ่ง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันชายหนุ่มเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ
“สวัสดีครับ ผมแคสเตอร์” ฝ่ามือใหญ่ยื่นให้แก่ลลิน หมายจะทักทายแบบชาวตะวันตก
ดวงตากลมโตมองฝ่ามือหนาของแคสเตอร์ หญิงสาวไม่ได้ยื่นมือเรียวไปทักทายเขาคืน เพียงแค่ส่งยิ้มอ่อน
“เชิญไปนั่งกันเถอะ” ลลินเชื้อเชิญชายหนุ่มไปนั่งลงบริเวณโซฟากลางห้อง “เรื่องเมื่อกี้ขอโทษด้วยนะคะ” เอ่ยขึ้นหลังจากนั่งลงเป็นที่เรียบร้อย
“ผมคงหน้าคล้ายกับคนที่คุณคิดถึงใช่ไหม”
‘ไม่ใช่แค่คล้ายหรอกแต่ใช่เลย’ ลลินทำได้แค่พูดในใจ โดยไม่เปล่งออกมาเป็นคำพูดให้คนตรงหน้าล่วงรู้
“นี่ครับ ผ้าเช็ดหน้า”
“ไม่เป็นไรค่ะ” ลลินปฏิเสธรับผ้าเช็ดหน้าจากเขา หญิงสาวเอื้อมมือไปหยิบทิชชูบนโต๊ะขึ้นมาซับคราบน้ำตาบนใบหน้างดงามอย่างแผ่วเบาจนหมดเกลี้ยง
“เรามาคุยเรื่องงานกันเถอะค่ะ” เธอเปลี่ยนประเด็นทันที
“ครับ”
“ทำไมคุณถึงสนใจมาร่วมลงทุนกับบริษัทของเรา ทั้งที่ใกล้จะล้มละลายเต็มที” นัยน์ตาคู่หวานเหลือบมองหน้าหล่อเหลาอย่างจับสังเกต เพราะอยากเห็นท่าทีของเขา หากเขาใช่สามีของเธอจริง ๆ แน่นอนว่าอีกคนต้องมีปฏิกิริยากับคำถามนั้น ทว่าเขาไม่ได้เผยพิรุธให้เธอเห็นสักนิด
“เพราะผมสนใจบริษัทของคุณ และผมมั่นใจว่าผมจะสามารถทำให้บริษัทนี้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง” แคสเตอร์บอกอย่างเด็ดเดี่ยว ฉายให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่เขาจะสามารถทำให้บริษัทนี้สร้างผลกำไรอย่างล้นหลาม
“ดูเหมือนคุณจะสนใจบริษัทนี้เป็นพิเศษนะคะ” ลลินยังคงปักใจเชื่อว่าเขาคืออาทิตย์ จึงพยายามลองหยั่งเชิงอีกครั้ง
“ผมต้องสนใจทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองจะลงทุน”
“อืม” คำพูดของอีกคนทำเอาลลินพูดไม่ออก เธอไม่น่าถามเช่นนั้นเลย ทั้งที่ย่อมทราบดีว่าการลงทุนกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งต้องสนใจอยู่แล้ว
คิดได้ดังนั้น หญิงสาวทำได้เพียงแค่ฝืนยิ้มอย่างยากลำบาก เธอก็แค่คาดหวังมากเกินไปว่าเขาจะใช่อาทิตย์ แต่เมื่อคิดกลับกันแล้ว อาทิตย์ไม่มีทางเย็นชากับเธอเหมือนคนตรงหน้าเด็ดขาด สุดท้ายหญิงสาวทำได้แค่ถอนหายใจ
“เรื่องรายละเอียดเอาไว้คุยกันอีกครั้งนะครับ วันนี้ผมมีธุระต่อ ไว้จะให้คนของผมติดต่อกลับ” ไม่พูดเปล่าชายหนุ่มลุกขึ้นเต็มความสูง เช่นเดียวกับลลินลุกขึ้นตาม
“ค่ะ ขอบคุณที่สนใจร่วมลงทุนกับบริษัทเรานะคะ”
“ครับ” แคสเตอร์ยกเท้าใหญ่ก้าวเดินไปตรงหน้า ก่อนหยุดชะงักเพื่อชำเลืองมองลลินแวบหนึ่งพลางยกยิ้มมุมปากดั่งคนเจ้าเล่ห์ จากนั้นเดินลับหายไปจากห้อง ทิ้งลลินกับนิดาไว้ในห้องรับรองแขกตามลำพัง
“เฮ้อ…” พ้นกายแกร่งของแคสเตอร์ ลลินทรุดกายนั่งลงบนโซฟาดั่งคนไร้เรี่ยวแรง รู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน แต่สิ่งที่ทำให้เธออดแปลกใจไม่ได้ คือแคสเตอร์กับอาทิตย์จะใช่คนเดียวกันหรือเปล่า
“หรือว่าพี่อาทิตย์จะความจำเสื่อม” ดวงตากลมโตเบิกกว้างพร้อมเปล่งเสียงดังลั่นห้อง โดยลืมเสียสนิทว่าในห้องยังคงมีนิดาอยู่ด้วย
“เอ่อ มีอะไรหรือเปล่าคะ คุณลลิน” เพราะจู่ ๆ เจ้านายสาวตะโกนเสียงดังทำเอาอดประหลาดใจไม่ได้
“เปล่า ๆ ค่ะ คุณนิดากลับไปทำงานเถอะ”
“ค่ะ” นิดาหมุนตัวออกจากห้องทันใดตามคำสั่งของลลิน
“คุณกับพี่อาทิตย์คือคนเดียวกันหรือเปล่า” เสียงหวานพึมพำกับตัวเอง แล้วเอนกายพิงหลังกับโซฟาและปิดตาลงสนิท
เมื่อสักครู่ตอนเจอแคสเตอร์ครั้งแรก เธอรู้สึกดีใจเหลือเกินเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย แต่เมื่ออีกคนปฏิเสธว่าไม่ใช่อาทิตย์ หัวใจดวงน้อยกลับห่อเหี่ยวขึ้นมาทันใด
“หนูคิดถึงพี่อาทิตย์เหลือเกิน” สุดท้ายไม่อาจทนเก็บความเสียใจไว้อีกต่อไป จึงปล่อยโฮออกมาท่ามกลางความเงียบสงัด เธอรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกินราวกับมีเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงหัวใจอย่างถี่รัว
หญิงสาวเหลือบมองผ้าเช็ดหน้าสีเทาเข้มข้างกาย ซึ่งเป็นของแคสเตอร์วางไว้ให้ ด้วยความคิดถึงอาทิตย์จึงหยิบผ้าผืนนั้นขึ้นมาซับน้ำตาข้างแก้มนุ่มอย่างเบา ๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็เช็ดออกไม่หมดสักที น้ำตายังคงหลั่งไหลต่อเนื่องอย่างไม่ขาดสาย
กลิ่นอันแสนอบอุ่นจากผ้าเช็ดหน้า ทำให้เธอโหยหาสามียิ่งกว่าเดิม
“ฮือ ๆ หนูต้องทำยังไงดี หนูคิดถึงพี่อาทิตย์เหลือเกิน”
“ฮึก คุณแคสเตอร์” เธอเงยหน้ามองเขาอย่างตกตะลึงรู้สึกปวดใจเหลือเกินกับถ้อยคำนั้น“เลิกแกล้งลลินสักทีเถอะ” ฮันนี่พูดแทรกบทสนทนาระหว่างเขากับลลิน ก่อนเดินมาหยุดข้างกายชายหนุ่ม “เช็ดหน้าก่อนสิคะ” ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้แก่ลลิน“นี่มันเรื่องอะไรกัน” ปรายตามองคนตรงหน้าสลับกันไปมาอย่างงุนงง คำพูดของฮันนี่เมื่อสักครู่ทำให้ลลินสับสนไม่น้อย“เรื่องลูกของคุณ ฉันไม่ต้องการหรอกค่ะ เพราะ…” ว่าแล้ว ก้มหน้ามองท้องแบนราบของตัวเองพร้อมกับเอื้อมมือลูบอย่างแผ่วเบาท่าทางกับคำพูดของฮันนี่ทำให้ลลินเดาได้ทันที เธอชำเลืองมองแคสเตอร์อย่างเจ็บปวดราวกับถูกเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงหัวใจอย่างถี่รัว ก่อนก้มหน้างุดอย่างเสียใจพร้อมน้ำตาไหลรินต่อเนื่องไม่ขาดสาย“เด็กในท้องฉันไม่ใช่ลูกของแคสเตอร์หรอก”“หมายความว่าไง” ลลินชะงักกับคำพูดต่อมาของฮันนี่ ก่อนถามขึ้นอย่างต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม“ฉันไม่ได้ท้องกับแคสเตอร์ ฉันแต่งงานแล้ว” ฮันนี่ยกแขนข้างซ้ายขึ้นเพื่อต้องการโชว์แหวนเพชรตรงนิ้วนางข้างซ้ายให้ลลินดู จากนั้นต่อสายหาใครคนหนึ่ง “ที่รักคะ มานี้หน่อยสิ”หลังจากฮันนี่วางสายเพียงไม่นาน ประตูห้องถูกเปิดออกเผยให้เห็นชายหนุ่มลูกคร
ช่วงเวลาที่ผู้คนต่างพากันหลับใหลยังคงมีแคสเตอร์กำลังวุ่นวายกับงานด่วนตรงหน้า เขาพยายามทำอย่างรวดเร็วเพื่อจะไปเจอลลิน กว่าจะสะสางงานเสร็จเรียบร้อยก็เกือบเที่ยงคืน“ดึกขนาดนี้แล้วเหรอ” ชายหนุ่มบิดขี้เกียจไปมา ไม่รอช้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและตรงไปห้องนอนของลลินแคสเตอร์เอื้อมมือจับลูกบิดพร้อมผลักประตูเข้าข้างใน ก่อนสายตาคมกริบจะเหลือบเห็นหญิงสาวหลับปุ๋ยอย่างน่าเอ็นดู โดยแสงสลัวจากโคมไฟบนเตียงข้างเตียงส่องหน้าหวานเท้าใหญ่ก้าวเดินไปนั่งข้างเตียงพลางนั่งลงข้างกายคนหลับ นิ้วแกร่งลูบไล้พวงแก้มขาวใสแผ่วเบา เขาโน้มหน้าหล่อเหลาจุมพิตหน้าผากกลมกลึงและเลื่อนมายังริมฝีปากอวบอิ่ม“พี่อาทิตย์” คนตัวเล็กปรือตาขึ้นด้วยอาการงัวเงีย“นอนก่อนเถอะ ไว้ค่อยคุยพรุ่งนี้” ไม่พูดเปล่า ทาบริมฝีปากหยักลงบนแก้มนุ่มนิ่ม วินาทีถัดมาลลินก็เข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งอย่างง่ายดายด้วยอาการง่วงสุดฤทธิ์หลังจากแม่ของลูกหลับสนิทไปครู่หนึ่ง แคสเตอร์จึงไปล้มตัวลงนอนซ้อนแผ่นหลังเล็ก ยกแขนแกร่งโอบกอดคนตัวเล็กพร้อมหย่อนเปลือกตาลง“อื้อ” ลลินสะดุ้งตื่นในช่วงเวลาของตีสามเพราะอยากเข้าห้องน้ำ ก่อนรู้สึกหนักช่วงเอว เมื่อหันหน้าไปมองก็ต
“อรุณสวัสดิ์ครับ”“คุณ” คนกำลังจะออกไปจากห้องนอนเพื่อไปรับประทานอาหารเช้าเป็นอันหยุดชะงัก เมื่อเปิดประตูออกมาเจอเขาพร้อมกับคำทักทายที่แปลกจากเดิม“หิวยังครับ พี่ให้คนเตรียมอาหารให้แล้ว”“พี่เหรอ” เสียงหวานพึมพำอย่างแผ่วเบากับสรรพนามแทนตนของอีกคน เธอรู้สึกสับสบเหลือเกินว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ทำไมแคสเตอร์ถึงดูเปลี่ยนไปมากขนาดนี้เหมือนกับคนเดิมของเธอในอดีต“ลลินครับ”“คะ”“ไปกินข้าวกันเถอะ”“อืม”“เดี๋ยวก่อนครับ” แคสเตอร์เอื้อมมือหมายจะปัดเส้นผมปรกหน้าหวานไปทัดใบหูขาวสะอาด ทว่าลลินปัดแขนแกร่งออกห่าง“จะทำอะไรคะ” หญิงสาวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเว้นระยะห่างกับเขา“พี่เห็นว่าผมมันบังหน้า เลยจะช่วยเอาออกให้”“ไม่เป็นไรค่ะ ลลินจัดการเองได้” ไม่เข้าใจจริง ๆ เขาต้องการอะไรกันแน่ถึงได้ปฏิบัติตัวกับเธอเช่นนี้หญิงสาวชำเลืองมองหน้าหล่อเหลาอย่างจับสังเกต เขาไม่ได้แสดงพิรุธออกมาให้เห็น นอกจากส่งยิ้มหวานมายังเธอ รอยยิ้มนั้นของเขาเหมือนที่เธอเคยได้รับเมื่อสามปีก่อน แค่ได้เห็นก็ใจอ่อนยวบ“ไปกันเถอะ ลูกคงหิวแย่แล้ว” มือใหญ่ลูบหน้าท้องนูนด้วยความนุ่มนวล จากนั้นประคองลลินไปยังห้องอาหารเมื่อทั้งคู่
ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง หญิงสาวที่นั่งเล่นใต้ต้นไม้ใหญ่กำลังชมวิวแม่น้ำเบื้องหน้าอย่างผ่อนคลาย โดยไม่อาจล่วงรู้สักนิดขณะนี้สายตาคมกริบของแคสเตอร์กำลังมองเธออยู่เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบชั่วโมง ลลินแหงนหน้ามองดูท้องฟ้าที่ดวงตะวันใกล้ลับขอบฟ้าเต็มที“ใกล้ค่ำแล้วเหรอ” ว่าพลางพยุงกายลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนชะงักเมื่อเจอกับแคสเตอร์ซึ่งไม่รู้โผล่มาจากไหน“กลับกันเถอะ”“อืม” ลลินตอบรับสั้น ๆ ในลำคอ เธอไม่อยากขัดขืนเขามากสักเท่าไรเพราะเห็นว่าใกล้ค่ำเต็มที หากกลับเองคนเดียวก็กลัวจะเกิดอันตราย“จะทำอะไรคะ” อยู่ ๆ อีกคนเดินมาประชิดตัวทำเอาลลินตกใจไม่น้อย“ช่วยประคองไง”“ไม่เป็นไรค่ะ ลลินเดินเองได้”“หรือจะให้อุ้ม” ถ้อยคำจากปากของเขา สร้างความงุนงงแก่เธอยิ่งนักเพราะคาดไม่ถึงแคสเตอร์จะตอบกลับมาเช่นนั้น หากเป็นช่วงปกติจะต้องตำหนิเธอแน่นอน“ไม่ต้องค่ะ ลลินเดินเองได้” เธอถอยหลังออกห่างคนตัวโตหนึ่งก้าวพลางมองดูเขาอย่างไม่เข้าใจ“งั้นก็ค่อย ๆ เดินนะ” ไม่พูดเปล่า แคสเตอร์เข้าไปใกล้คนตัวเล็กพร้อมกับยกแขนแกร่งโอบเอวหญิงสาว สัมผัสของชายหนุ่มทำเอาใจดวงน้อยเต้นตึกตักอย่างรู้สึกดีต่อการกระทำนั้น‘อย่าหวั่นไหวนะลลิน
หญิงสาวรูปร่างอุ้ยอ้าย ท้องแก่ใกล้คลอดเต็มทีกำลังก้าวเดินไปตรงหน้าเพื่อต้องการไปยังสถานที่หนึ่ง ก่อนหยุดชะงักเมื่อคนตัวโตเดินมาขวางทาง“จะไปไหน” ปรายตามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า สวมใส่ชุดคลุมท้องสีหวานยาวเหนือเข่า“ยุ่งอะไรด้วยคะ” เอ่ยตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง โดยไม่เกรงกลัวท่าทางของแคสเตอร์“ที่ฉันถามเพราะกลัวว่าเธอจะทำให้ลูกตกอยู่ในอันตราย”“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ต่อให้ลลินต้องตายลูกก็ต้องปลอดภัย” คำตอบเสียงดังฟังชัดของหญิงสาวทำเอาแคสเตอร์ถึงกับพูดไม่ออก“ขอตัวก่อนนะคะ”“นี่เธอ”ครืด! เสียงข้อความในโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มกำลังจะวิ่งตามหลังของลลินหยุดชะงัก ก่อนขมวดคิ้วเข้มอย่างฉงนกับสิ่งที่ได้อ่าน จากนั้นไม่รอช้ารีบออกจากบ้านเพื่อตรงไปยังที่หมายรถคันหรูแล่นจอดยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง แคสเตอร์เปิดประตูลงจากรถอย่างไวและเข้าข้างในเพื่อไปพบใครคนหนึ่ง ที่เป็นคนนัดหมายเขาออกมา“เธอนั่นเอง นึกว่าใคร” มองดูคนตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง เพราะไม่คิดว่าข้อความปริศนาถูกส่งเข้าในโทรศัพท์ของเขาจะมาจากต้นเตยเพื่อนสนิทของลลิน“สวัสดีค่ะพี่อาทิตย์ เอ๊ะ…หรือคุณแคสเตอร์ดีล่ะคะ”“มีอะไร” ถามเสียงเย็น“นั่งก่อนสิ
หลายเดือนต่อมา หลังจากเหตุการณ์ที่ลลินเข้าโรงพยาบาล ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาห่างเหินเหมือนเดิม หนำซ้ำแคสเตอร์ยังชอบพูดจาทำร้ายจิตใจหญิงสาวไม่เปลี่ยนแม้ลลินเริ่มชินกับการกระทำและถ้อยคำของเขา แต่บ่อยครั้งก็ยังแอบร้องไห้คนเดียวเงียบ ๆ เสมอ“วันนี้อากาศดีจัง ออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อย” คนตัวเล็กบนเตียงขนาดคิงไซซ์ภายในห้องกว้างใหญ่ ปรายตามองวิวข้างนอกหน้าต่างก่อนก้มหน้ามองท้องนูนพลางลูบเบา ๆ ด้วยความรักเปี่ยมล้นหญิงสาวขยับตัวลงจากเตียงอย่างทุลักทุเลพลางระวังไม่ให้กระทบถึงลูกน้อยในครรภ์ ย่างกรายออกจากห้องและค่อย ๆ ก้าวเท้าลงบันไดอย่างเชื่องช้า ก่อนชะงักเมื่อเจอกับฮันนี่ซึ่งตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านแคสเตอร์ นี่เป็นครั้งแรกที่เจอกัน“สวัสดีค่ะ สบายดีนะคะ” ฮันนี่เป็นฝ่ายทักทายลลินก่อน“อืม” ลลินไม่อยากเสวนามากนัก ตอบเพียงสั้น ๆ เธอหมุนตัวเตรียมเดินจากไป ก่อนชะงักกับเสียงของคนข้างหลังดังกระทบโสตประสาท“อีกเดือนเดียวก็จะคลอดแล้วใช่ไหมคะ ดีใจจังจะได้เห็นหน้าลูกแล้ว”คำพูดของฮันนี่ทำเอาลลินถึงกับเดือด ก่อนหญิงสาวจะกำมือเข้าหากันแน่นเพื่อพยายามระงับโทสะ“คุณคงไม่รังเกียจสินะคะ”“รังเกียจทำไมล่ะคะ
ปากนุ่มดูดเลียเอ็นร้อนอุ่นพร้อมใช้มือบางขยับขึ้นลงตามจังหวะ ทำเอาอีกคนร้องครางลั่นห้องอย่างสุขใจกับการกระทำของภรรยาสาว“อื้อ ลลิน…พี่เสียวเหลือเกิน” อาทิตย์เอื้อมมือไปจับหัวเล็กพร้อมขยับมือขึ้นลงตามการกระทำของหญิงสาวด้วยความเสียวสยิวหญิงสาวยังคงสนุกกับการปรนเปรออาทิตย์ เธอเหลือบมองสีหน้าคนตัวโตแวบ
ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืน ณ ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งบนดาดฟ้า สามารถมองเห็นตึกเรียงตัวสวย ประดับประดาด้วยไฟระยิบระยับ นอกจากนี้ยังทำให้เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาในเวลากลางคืนอย่างชัดเจนอาหารมากมายถูกนำมาเสิร์ฟตรงหน้าของลลินและอาทิตย์ ทว่าหญิงสาวไม่ได้สนใจมันสักนิด เธอเอาแต่หันหน้ามองวิวข้างกายราวกับใจไม่อ
นับจากพ้นงานวิวาห์กระทั่งถึงตอนนี้ผ่านมาแล้วหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ระหว่างลลินกับอาทิตย์ยังคงหวานชื่นเหมือนเดิม ชายหนุ่มดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี ไม่ขาดตกบกพร่องไม่ว่าเธอปรารถนาสิ่งใด อีกคนก็จัดหามาให้ตลอด ไม่เคยบ่นสักนิด หนำซ้ำวันไหนที่เธอมีเรียน เขาก็จะไปรับไปส่งเป็นประจำ“ลลินครับ”“คะ” คนกำลั
แสงตะวันในยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอน อาทิตย์กับลลินนอนกอดกันกลมที่โซฟาตัวหรู ซึ่งทั้งสองคนกำลังนอนชมบรรยากาศในยามเช้าของทะเล“ลลินครับ” เอ่ยเรียกชื่อคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพร้อมกับเอื้อมมือหนาปัดปอยผมของเธอไปด้านข้าง“หื้ม”“เจ็บมากไหม”“ไม่ค่ะ”“พี่ขอโทษนะครับ พี่พยายามแล้วจะไม่รุนแรง แต่ก




![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


