Se connecterสามปีต่อมา
ร่างเล็กของลลินฟุบหน้าบนโต๊ะทำงานพร้อมหย่อนเปลือกตาบางลงด้วยความเหนื่อยล้า ทว่าเพียงแค่หลับตาได้ไม่นานสักเท่าไร ภาพเหตุการณ์ความทรงจำในอดีตที่อาทิตย์เคยโดนทำร้ายผุดขึ้นในหัวเป็นฉาก ๆ ราวกับหนังม้วนหนึ่ง
“ฉันเกลียดเธอ ลลิน”
ประโยคดังกล่าวดังก้องในหัวของลลิน ปลุกเธอตื่นจากการหลับใหล
“พี่อาทิตย์” เสียงหวานตะโกนเรียกเจ้าของชื่อดังลั่นห้องด้วยความตกใจ นัยน์ตาคู่หวานปะทะกับกรอบรูปบนโต๊ะ ซึ่งบรรจุรูปภาพแต่งงานระหว่างเธอกับเขา
“หนูคิดถึงพี่อาทิตย์เหลือเกิน” หญิงสาวคว้ากรอบรูปมากอดแนบอก วินาทีถัดมาปล่อยโฮออกมาด้วยความรู้สึกมากมาย
“ฮึก ฮือ ๆ พี่อาทิตย์อยู่ไหน กลับมาหาหนูได้ไหม” คนตัวเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความคิดถึงชายคนรักสุดหัวใจ
นับจากเหตุการณ์ในวันนั้น ผ่านมาแล้วสามปี เธอยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียชายคนรัก ตอนแรกก็ไม่เชื่อว่าเขาจะเสียชีวิตแล้วจากคำบอกเล่าของบิดา ทว่ายิ่งรอเขาก็ไม่มีวี่แววว่าอีกฝ่ายจะกลับมา สุดท้ายจำใจต้องปักใจเชื่ออย่างนั้น แต่ลึก ๆ ก็ยังรอการกลับมาของเขาเสมอ
สามปีที่ผ่านมานี้เรื่องราวมากมายได้เกิดขึ้นกับลลิน เธอสูญเสียชายคนรัก และหลังจากนั้นไม่นานบุพการีก็เสียชีวิตจากเครื่องบินตก ตอนเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ สุดท้ายสิ่งที่คุณากรต้องการครอบครองก็ไร้ประโยชน์ เมื่อคนเราเสียชีวิตไปแล้วก็ไม่สามารถพาไปได้
ลลินวางกรอบรูปลงบนโต๊ะ เอื้อมมือเรียวเช็ดน้ำตาบนใบหน้าหวานจนหมดเกลี้ยง
“ผ่านมานานขนาดนี้แล้วเหรอ” ดวงตากลมโตปรายตามองนาฬิกาตั้งโต๊ะ วินาทีถัดมารีบเด้งตัวลุกขึ้นและเก็บข้าวของใส่กระเป๋าจนเสร็จ ก่อนเดินออกจากห้องทำงานไปยังลานจอดรถเพื่อไปสถานที่หนึ่ง
ทุกอิริยาบถของลลินกำลังตกอยู่ในสายตาของใครคนหนึ่ง เขาคนนั้นจ้องมองหญิงสาวด้วยแววตาเกลียดชังปนรังเกียจ
“อีกไม่นานแล้วสินะ แล้วเราจะได้เจอกัน” ยกยิ้มมุมปากอย่างคนเจ้าเล่ห์พลางมองตามรถเคลื่อนตัวออกห่างไปไกล กระทั่งลับหายในที่สุด
หลังจากลลินออกจากบริษัท หญิงสาวขับรถมาจอดสถานที่หนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านขนาดกะทัดรัดสีขาว ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ บรรยากาศค่อนข้างร่มรื่นยิ่งนัก
“แม่” เสียงหวานเอ่ยเรียกผู้เป็นแม่ที่นั่งบริเวณศาลาริมแม่น้ำ ก่อนรีบเดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว
“ลลินเหรอลูก”
“ค่ะ” หญิงสาวนั่งลงข้างกายมารดาพร้อมกับซบหน้าลงบนตักหญิงวัยกลางคนอย่างออดอ้อน
“เป็นอะไรหรือเปล่าลลิน ทำไมวันนี้ถึงแปลกจัง” มือเหี่ยวย่นลูบหัวเล็กของลลินอย่างแผ่วเบา แม้จะมองไม่เห็นแต่สามารถสัมผัสได้ว่าลูกสาวต้องมีเรื่องไม่สบายใจแน่นอน
“เอ่อ ตามสบายนะคะ” สาวใช้ที่ลลินจ้างมาดูแลมารดาเอ่ยขึ้นก่อนเดินเลี่ยงไปทางอื่น ปล่อยสองแม่ลูกอยู่ด้วยกันตามลำพัง
“แม่คะ” นัยน์ตาคู่หวานปิดลงดั่งคนหมดแรง วินาทีนี้เธอรู้สึกแย่เหลือเกิน จู่ ๆ น้ำใสไหลรินลงมาราวกับต้องการระบายความรู้สึกอึดอัดขณะนี้
“ลลิน ลูกร้องไห้เหรอ” เพราะรับรู้ถึงน้ำตาเปียกชุ่มบนตักของตนเอง
“เปล่า” มือบางรีบเช็ดน้ำตาอย่างไว เพราะกลัวแม่จะจับสังเกตได้ ถึงแม้มารดาจะมองไม่เห็นแต่ใช่ว่าจะรับรู้ไม่ได้สักหน่อย
“ลลิน ถ้าลูกเหนื่อยก็พักบ้างเถอะ” กนกพรยื่นมือเหี่ยวย่นสัมผัสใบหน้าหวานพลางช่วยเกลี่ยน้ำตาบริเวณพวงแก้มขาวเนียนอย่างนุ่มนวล ไม่วายฉีกยิ้มเพื่อต้องการให้ลลินคลายจากความกังวล
“ฮึก ฮือ ๆ” สุดท้ายลลินปล่อยโฮออกมาเมื่อภายในหัวเอาแต่คิดถึงอาทิตย์ “หนูคิดถึงเขาเหลือเกิน” ใบหน้าจิ้มลิ้มซบบนตักผู้เป็นมารดาอีกครั้ง เธอเหนื่อยเหลือเกินและทนไม่ไหวแล้ว นับจากสูญเสียชายคนรักเมื่อสามปีก่อน อะไรหลายอย่างในชีวิตมืดมิดไปหมด รู้สึกทรมานมาก
กว่าหญิงสาวจะสงบสติอารมณ์ได้ ก็เวลาล่วงเลยผ่านพ้นไปหลายนาที
“ดีขึ้นแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ” พยักหน้าหงึก ๆ บ่อยครั้งเธอมักจะร้องไห้ต่อหน้าผู้เป็นแม่เสมอ
“ลลิน ลูกรู้ไหมว่าลูกเก่งมากเลย ถ้าไม่ใช่เพราะลูกแม่คงไม่มานั่งอยู่ตรงนี้หรอก” เผยยิ้มอ่อน ๆ แก่บุตรสาว
“แต่หนูยังทำได้ไม่ดีนี่คะ แม่เลยมองไม่เห็นแบบนี้”
“แค่นี้ก็พอแล้วลูก แค่ได้อยู่กับลลินแม่ก็มีความสุขมากแล้ว”
“แม่…” เสียงหวานเรียกแม่อย่างสั่น ๆ ก่อนโผกอดหญิงวัยกลางคน กนกพรลูบหัวเล็กของบุตรสาวด้วยความเอ็นดู ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนสำหรับเธอ ลลินก็ยังเป็นเด็กน้อยเสมอ
“ลลิน แม่ถามอะไรสักอย่างได้ไหม”
“คะ” แหงนหน้ามองผู้เป็นแม่อย่างรอลุ้นว่ากนกพรจะเอ่ยประโยคใด
“ลูกเอาเงินที่ไหนเยอะแยะมารักษาแม่” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถามลูกสาวเช่นนี้ เนื่องจากอีกคนเอาแต่เลี่ยงจะตอบคำถามเสมอ
“เอ่อ คือ…”
“ลูกไม่ได้ยุ่งกับผู้ชายคนนั้นใช่ไหม ไม่ได้เอาเงินผู้ชายคนนั้นมารักษาแม่ใช่ไหม” เธอหมายถึงคุณากรพ่อของหญิงสาว
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพ่อของลลินไม่ค่อยดีนัก คุณากรหลอกให้กนกพรรัก ก่อนจะมารับรู้ภายหลังว่าเขาแต่งงานแล้ว ตอนนั้นจึงตัดสินใจพาลลินหนีไปตั้งแต่ลูกสาวอายุห้าขวบ และไม่เคยติดต่อกับคุณากรอีกเลย กระทั่งมารับรู้ภายหลังงว่าเขาเสียชีวิตแล้ว
“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงคะแม่” ลลินมองแม่ด้วยความรู้สึกผิดมากมาย ตอนนั้นไม่มีทางเลือกจริง ๆ เพราะอาการของแม่ค่อนข้างโคม่า ถ้าเธอไม่ทำแบบนั้นแม่อาจตายก็ได้ แต่ใช่ว่าจะไม่รู้สึกผิดกับอาทิตย์ เพราะเธอคนเดียว เขาถึงจากไป
“วันนี้ลลินค้างกับแม่ไหม”
“คงไม่ได้ค้างค่ะ ช่วงนี้งานยุ่งมาก”
“ลลิน ทำงานอะไรเหรอ”
“ก็พนักงานบริษัททั่วไปนี่แหละค่ะ”
“งั้นเหรอ แต่ทำไมแม่รู้สึกว่าลูกงานยุ่งเหมือนเป็นเจ้าของกิจการเลย” เพราะทุกครั้งที่ถาม ลลินมักตอบเช่นนั้นเสมอ จนคนเป็นแม่อย่างเธอรู้สึกสงสัยมาก
“แม่คะ หนูต้องไปแล้วนะคะ เย็นมากแล้ว” เธอไม่รู้จะตอบแม่อย่างไรดี จึงพูดตัดบท
“งั้นกลับบ้านดี ๆ”
“ค่ะ” ลลินสวมกอดแม่ ก่อนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วหันไปพูดกับแม่บ้านที่เดินมาพอดี จากนั้นเดินไปขึ้นรถ
ระหว่างเดินทางกลับคอนโด เธอแวะซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ทันใดนั้นดวงตากลมโตปะทะกับร่างกำยำแสนคุ้นเคยของใครคนหนึ่งท่ามกลางผู้คนพลุ่งพล่าน
“พี่อาทิตย์” ไม่รอช้ายกเท้าเล็กวิ่งไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว ทว่าทันทีที่เข้าไปในบริเวณที่มีผู้คนมากมาย เขาคนนั้นดันหายไปเสียแล้ว
“ไปไหนแล้ว” กวาดสายตามองรอบ ๆ เธอถอนหายใจเฮือกหนึ่งด้วยความเสียดาย จากนั้นแบกร่างไร้เรี่ยวแรงไปนั่งมุมหนึ่งที่ไม่ค่อยมีคนผ่านมา
“พี่อาทิตย์อยู่ไหน กลับมาหาหนูเถอะ” มือเรียวยกขึ้นปิดใบหน้าพร้อมปิดตาลงสนิท ครู่ต่อมาน้ำตาที่ไม่ได้นัดหมายไหลอาบแก้มนุ่ม เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นจนร่างเล็กสั่นไหวไปมา ก่อนจะพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดช้า ๆ
ลลินเดินออกจากห้างสรรพสินค้าดั่งคนเหม่อลอย เธอไม่ทันระวังตั้งตัวจึงชนกับใครคนหนึ่ง จนร่างเล็กล้มลงกระแทกพื้นอย่างจัง
“โอ๊ย!!” เสียงหวานร้องอุทานด้วยความเจ็บ
“เดินประสาอะไรของเธอ ไม่ดูตาม้าตาเรือหรือยังไง” หญิงวัยกลางคนคู่กรณีของลลินตำหนิหญิงสาวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจพลางแสดงสีหน้าขุ่นเคือง
“ขอโทษค่ะ” ยกมือไหว้คนมีอายุมากกว่าทันที
“อย่าให้ฉันเจออีกคราวหลัง เด็กสมัยนี้ไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ” พูดจบก็เดินจากไปอย่างหัวเสีย
“เฮ้อ…” ค่อย ๆ พยุงกายลุกขึ้นยืน แล้วสลัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวออก “เลิกคิดถึงพี่อาทิตย์สักทีเถอะ ยัยลลิน”
นัยน์ตาคมกริบของใครคนหนึ่งจ้องมองแผ่นหลังเล็กกำลังเดินจากไปเรื่อย ๆ คำพูดของลลินเมื่อสักครู่กระทบเข้าโสตประสาทของเขา
“เฮอะ! ผู้หญิงน่ารังเกียจ ทำผิดแล้วไม่รู้จักสำนึก” เหยียดยิ้มมุมปากด้วยความเกลียดชังที่มีต่อลลิน แค่ได้เห็นใบหน้าของเธอก็รู้สึกขยะแขยงเต็มทีจนแทบไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกเด็ดขาด แต่เพื่อการแก้แค้นจำเป็นต้องทำ
“แล้วเราจะได้เห็นดีกัน ลลิน”
“ฮึก คุณแคสเตอร์” เธอเงยหน้ามองเขาอย่างตกตะลึงรู้สึกปวดใจเหลือเกินกับถ้อยคำนั้น“เลิกแกล้งลลินสักทีเถอะ” ฮันนี่พูดแทรกบทสนทนาระหว่างเขากับลลิน ก่อนเดินมาหยุดข้างกายชายหนุ่ม “เช็ดหน้าก่อนสิคะ” ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้แก่ลลิน“นี่มันเรื่องอะไรกัน” ปรายตามองคนตรงหน้าสลับกันไปมาอย่างงุนงง คำพูดของฮันนี่เมื่อสักครู่ทำให้ลลินสับสนไม่น้อย“เรื่องลูกของคุณ ฉันไม่ต้องการหรอกค่ะ เพราะ…” ว่าแล้ว ก้มหน้ามองท้องแบนราบของตัวเองพร้อมกับเอื้อมมือลูบอย่างแผ่วเบาท่าทางกับคำพูดของฮันนี่ทำให้ลลินเดาได้ทันที เธอชำเลืองมองแคสเตอร์อย่างเจ็บปวดราวกับถูกเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงหัวใจอย่างถี่รัว ก่อนก้มหน้างุดอย่างเสียใจพร้อมน้ำตาไหลรินต่อเนื่องไม่ขาดสาย“เด็กในท้องฉันไม่ใช่ลูกของแคสเตอร์หรอก”“หมายความว่าไง” ลลินชะงักกับคำพูดต่อมาของฮันนี่ ก่อนถามขึ้นอย่างต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม“ฉันไม่ได้ท้องกับแคสเตอร์ ฉันแต่งงานแล้ว” ฮันนี่ยกแขนข้างซ้ายขึ้นเพื่อต้องการโชว์แหวนเพชรตรงนิ้วนางข้างซ้ายให้ลลินดู จากนั้นต่อสายหาใครคนหนึ่ง “ที่รักคะ มานี้หน่อยสิ”หลังจากฮันนี่วางสายเพียงไม่นาน ประตูห้องถูกเปิดออกเผยให้เห็นชายหนุ่มลูกคร
ช่วงเวลาที่ผู้คนต่างพากันหลับใหลยังคงมีแคสเตอร์กำลังวุ่นวายกับงานด่วนตรงหน้า เขาพยายามทำอย่างรวดเร็วเพื่อจะไปเจอลลิน กว่าจะสะสางงานเสร็จเรียบร้อยก็เกือบเที่ยงคืน“ดึกขนาดนี้แล้วเหรอ” ชายหนุ่มบิดขี้เกียจไปมา ไม่รอช้าลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและตรงไปห้องนอนของลลินแคสเตอร์เอื้อมมือจับลูกบิดพร้อมผลักประตูเข้าข้างใน ก่อนสายตาคมกริบจะเหลือบเห็นหญิงสาวหลับปุ๋ยอย่างน่าเอ็นดู โดยแสงสลัวจากโคมไฟบนเตียงข้างเตียงส่องหน้าหวานเท้าใหญ่ก้าวเดินไปนั่งข้างเตียงพลางนั่งลงข้างกายคนหลับ นิ้วแกร่งลูบไล้พวงแก้มขาวใสแผ่วเบา เขาโน้มหน้าหล่อเหลาจุมพิตหน้าผากกลมกลึงและเลื่อนมายังริมฝีปากอวบอิ่ม“พี่อาทิตย์” คนตัวเล็กปรือตาขึ้นด้วยอาการงัวเงีย“นอนก่อนเถอะ ไว้ค่อยคุยพรุ่งนี้” ไม่พูดเปล่า ทาบริมฝีปากหยักลงบนแก้มนุ่มนิ่ม วินาทีถัดมาลลินก็เข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งอย่างง่ายดายด้วยอาการง่วงสุดฤทธิ์หลังจากแม่ของลูกหลับสนิทไปครู่หนึ่ง แคสเตอร์จึงไปล้มตัวลงนอนซ้อนแผ่นหลังเล็ก ยกแขนแกร่งโอบกอดคนตัวเล็กพร้อมหย่อนเปลือกตาลง“อื้อ” ลลินสะดุ้งตื่นในช่วงเวลาของตีสามเพราะอยากเข้าห้องน้ำ ก่อนรู้สึกหนักช่วงเอว เมื่อหันหน้าไปมองก็ต
“อรุณสวัสดิ์ครับ”“คุณ” คนกำลังจะออกไปจากห้องนอนเพื่อไปรับประทานอาหารเช้าเป็นอันหยุดชะงัก เมื่อเปิดประตูออกมาเจอเขาพร้อมกับคำทักทายที่แปลกจากเดิม“หิวยังครับ พี่ให้คนเตรียมอาหารให้แล้ว”“พี่เหรอ” เสียงหวานพึมพำอย่างแผ่วเบากับสรรพนามแทนตนของอีกคน เธอรู้สึกสับสบเหลือเกินว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ทำไมแคสเตอร์ถึงดูเปลี่ยนไปมากขนาดนี้เหมือนกับคนเดิมของเธอในอดีต“ลลินครับ”“คะ”“ไปกินข้าวกันเถอะ”“อืม”“เดี๋ยวก่อนครับ” แคสเตอร์เอื้อมมือหมายจะปัดเส้นผมปรกหน้าหวานไปทัดใบหูขาวสะอาด ทว่าลลินปัดแขนแกร่งออกห่าง“จะทำอะไรคะ” หญิงสาวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเว้นระยะห่างกับเขา“พี่เห็นว่าผมมันบังหน้า เลยจะช่วยเอาออกให้”“ไม่เป็นไรค่ะ ลลินจัดการเองได้” ไม่เข้าใจจริง ๆ เขาต้องการอะไรกันแน่ถึงได้ปฏิบัติตัวกับเธอเช่นนี้หญิงสาวชำเลืองมองหน้าหล่อเหลาอย่างจับสังเกต เขาไม่ได้แสดงพิรุธออกมาให้เห็น นอกจากส่งยิ้มหวานมายังเธอ รอยยิ้มนั้นของเขาเหมือนที่เธอเคยได้รับเมื่อสามปีก่อน แค่ได้เห็นก็ใจอ่อนยวบ“ไปกันเถอะ ลูกคงหิวแย่แล้ว” มือใหญ่ลูบหน้าท้องนูนด้วยความนุ่มนวล จากนั้นประคองลลินไปยังห้องอาหารเมื่อทั้งคู่
ณ สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง หญิงสาวที่นั่งเล่นใต้ต้นไม้ใหญ่กำลังชมวิวแม่น้ำเบื้องหน้าอย่างผ่อนคลาย โดยไม่อาจล่วงรู้สักนิดขณะนี้สายตาคมกริบของแคสเตอร์กำลังมองเธออยู่เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบชั่วโมง ลลินแหงนหน้ามองดูท้องฟ้าที่ดวงตะวันใกล้ลับขอบฟ้าเต็มที“ใกล้ค่ำแล้วเหรอ” ว่าพลางพยุงกายลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนชะงักเมื่อเจอกับแคสเตอร์ซึ่งไม่รู้โผล่มาจากไหน“กลับกันเถอะ”“อืม” ลลินตอบรับสั้น ๆ ในลำคอ เธอไม่อยากขัดขืนเขามากสักเท่าไรเพราะเห็นว่าใกล้ค่ำเต็มที หากกลับเองคนเดียวก็กลัวจะเกิดอันตราย“จะทำอะไรคะ” อยู่ ๆ อีกคนเดินมาประชิดตัวทำเอาลลินตกใจไม่น้อย“ช่วยประคองไง”“ไม่เป็นไรค่ะ ลลินเดินเองได้”“หรือจะให้อุ้ม” ถ้อยคำจากปากของเขา สร้างความงุนงงแก่เธอยิ่งนักเพราะคาดไม่ถึงแคสเตอร์จะตอบกลับมาเช่นนั้น หากเป็นช่วงปกติจะต้องตำหนิเธอแน่นอน“ไม่ต้องค่ะ ลลินเดินเองได้” เธอถอยหลังออกห่างคนตัวโตหนึ่งก้าวพลางมองดูเขาอย่างไม่เข้าใจ“งั้นก็ค่อย ๆ เดินนะ” ไม่พูดเปล่า แคสเตอร์เข้าไปใกล้คนตัวเล็กพร้อมกับยกแขนแกร่งโอบเอวหญิงสาว สัมผัสของชายหนุ่มทำเอาใจดวงน้อยเต้นตึกตักอย่างรู้สึกดีต่อการกระทำนั้น‘อย่าหวั่นไหวนะลลิน
หญิงสาวรูปร่างอุ้ยอ้าย ท้องแก่ใกล้คลอดเต็มทีกำลังก้าวเดินไปตรงหน้าเพื่อต้องการไปยังสถานที่หนึ่ง ก่อนหยุดชะงักเมื่อคนตัวโตเดินมาขวางทาง“จะไปไหน” ปรายตามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า สวมใส่ชุดคลุมท้องสีหวานยาวเหนือเข่า“ยุ่งอะไรด้วยคะ” เอ่ยตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง โดยไม่เกรงกลัวท่าทางของแคสเตอร์“ที่ฉันถามเพราะกลัวว่าเธอจะทำให้ลูกตกอยู่ในอันตราย”“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ต่อให้ลลินต้องตายลูกก็ต้องปลอดภัย” คำตอบเสียงดังฟังชัดของหญิงสาวทำเอาแคสเตอร์ถึงกับพูดไม่ออก“ขอตัวก่อนนะคะ”“นี่เธอ”ครืด! เสียงข้อความในโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มกำลังจะวิ่งตามหลังของลลินหยุดชะงัก ก่อนขมวดคิ้วเข้มอย่างฉงนกับสิ่งที่ได้อ่าน จากนั้นไม่รอช้ารีบออกจากบ้านเพื่อตรงไปยังที่หมายรถคันหรูแล่นจอดยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง แคสเตอร์เปิดประตูลงจากรถอย่างไวและเข้าข้างในเพื่อไปพบใครคนหนึ่ง ที่เป็นคนนัดหมายเขาออกมา“เธอนั่นเอง นึกว่าใคร” มองดูคนตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง เพราะไม่คิดว่าข้อความปริศนาถูกส่งเข้าในโทรศัพท์ของเขาจะมาจากต้นเตยเพื่อนสนิทของลลิน“สวัสดีค่ะพี่อาทิตย์ เอ๊ะ…หรือคุณแคสเตอร์ดีล่ะคะ”“มีอะไร” ถามเสียงเย็น“นั่งก่อนสิ
หลายเดือนต่อมา หลังจากเหตุการณ์ที่ลลินเข้าโรงพยาบาล ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาห่างเหินเหมือนเดิม หนำซ้ำแคสเตอร์ยังชอบพูดจาทำร้ายจิตใจหญิงสาวไม่เปลี่ยนแม้ลลินเริ่มชินกับการกระทำและถ้อยคำของเขา แต่บ่อยครั้งก็ยังแอบร้องไห้คนเดียวเงียบ ๆ เสมอ“วันนี้อากาศดีจัง ออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อย” คนตัวเล็กบนเตียงขนาดคิงไซซ์ภายในห้องกว้างใหญ่ ปรายตามองวิวข้างนอกหน้าต่างก่อนก้มหน้ามองท้องนูนพลางลูบเบา ๆ ด้วยความรักเปี่ยมล้นหญิงสาวขยับตัวลงจากเตียงอย่างทุลักทุเลพลางระวังไม่ให้กระทบถึงลูกน้อยในครรภ์ ย่างกรายออกจากห้องและค่อย ๆ ก้าวเท้าลงบันไดอย่างเชื่องช้า ก่อนชะงักเมื่อเจอกับฮันนี่ซึ่งตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านแคสเตอร์ นี่เป็นครั้งแรกที่เจอกัน“สวัสดีค่ะ สบายดีนะคะ” ฮันนี่เป็นฝ่ายทักทายลลินก่อน“อืม” ลลินไม่อยากเสวนามากนัก ตอบเพียงสั้น ๆ เธอหมุนตัวเตรียมเดินจากไป ก่อนชะงักกับเสียงของคนข้างหลังดังกระทบโสตประสาท“อีกเดือนเดียวก็จะคลอดแล้วใช่ไหมคะ ดีใจจังจะได้เห็นหน้าลูกแล้ว”คำพูดของฮันนี่ทำเอาลลินถึงกับเดือด ก่อนหญิงสาวจะกำมือเข้าหากันแน่นเพื่อพยายามระงับโทสะ“คุณคงไม่รังเกียจสินะคะ”“รังเกียจทำไมล่ะคะ
ร่างเล็กแหงนมองตึกสูงสิบกว่าชั้นตรงหน้า ก่อนถอนหายใจเฮือกหนึ่งและก้าวเดินเข้าข้างในโรงแรมหรู เนื่องจากวันนี้มีนัดกับแคสเตอร์เพื่อคุยรายละเอียดในการร่วมงานเพิ่มเติม“คุณลลินครับ เชิญทางนี้” ทันทีที่หญิงสาวปราฏตัว ลีวายลูกน้องคนสนิทของแคสเตอร์ที่ยืนรอรับหญิงสาว รีบประชิดตัวเธอและนำทางพาไปพบเขา“ขอบคุ
นิ้วเรียวกดลงบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดถี่รัว ดวงตากลมโตจ้องมองข้อความบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ก่อนดดส่งอีเมล“เฮ้อ…” พ่นลมหายใจเฮือกหนึ่งพลางเอนกายพิงหลังกับเก้าอี้วันนี้เป็นอีกวันกับการทำงานที่ค่อนข้างเหนื่อย นับจากอาทิตย์หายสาบสูญ ลลินต้องขึ้นมาเป็นผู้บริหารของบริษัท ทว่าเธอไม่ได้มีความสามารถด้านนี้โดยเฉพา
นับจากวันนั้นที่ลลินเจอบิดาครั้งล่าสุดก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย หนำซ้ำคุณากรยังเงียบไปอย่างผิดปกติ ไม่สั่งให้เธอทำตามคำสั่งของเขาเหมือนเมื่อก่อน จนเธอเองอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น“คิดอะไรอยู่เหรอ” อาทิตย์สวมกอดลลินจากด้านหลังพร้อมกับซบหน้าหล่อเหลฟาลงบนบ่าเล็กอย่างออดอ้อน ขณะหญิงส
“อื้อ” ในยามเช้าแสนสดใส ลลินปรือตาขึ้นช้า ๆ ขณะกำลังพลิกตัวไปอีกด้านก็รับรู้ถึงของหนักบริเวณเอวคอดกิ่ว เมื่อก้มหน้ามองพบเข้ากับท่อนแขนแกร่งของอาทิตย์ลลินพยายามยกแขนกำยำออกจากเอวให้เบาที่สุด เพราะไม่อยากรบกวนการนอนหลับของเขา เธอลุกขึ้นนั่งในท่าชันเข่าพลางซบหน้าจิ้มลิ้มกับหัวเข่ามน แล้วทบทวนเรื่องรา







