Mag-log inในเวลาที่ผู้คนต่างหลับใหลคงไม่มีใครอยากลืมตาขึ้นมาเพราะถูกรบกวนระหว่างการพักผ่อน ร่างสูงโปร่งในชุดดำดูกลมกลืนกับบรรยากาศโดยรอบ เขาหันมองรอบตัวเองอยู่บ่อยครั้งด้วยความระแวดระวัง ลัดเลาะแฝงกายไปตามเงามืดเพื่ออำพรางตัวเอง
“บรรยากาศมันแปลก ๆ จังวะ”
ชายหนุ่มลูบต้นแขนตัวเองเบา ๆ อากาศรอบตัวเขาเย็นลงแบบฉับพลันเมื่อก้าวเข้าสู่เขตอภัยทาน เขาสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด ไม่ได้ตั้งใจจะดื่มด่ำอากาศบริสุทธิ์แต่อย่างใด หากแต่กำลังข่มจิตใจที่ฟุ้งซ่านของตัวเองให้สงบลง
“ประเทศไทยมีที่ให้นัดกันตั้งเยอะแยะ จะให้กูมาเจอหลังเมรุที่เพิ่งเผาคนไปเมื่อบ่ายทำห่าไรวะ”
ทันทีที่พูดถึงสถานที่นัดพบที่ปลอดภัยจากผู้คน เสียงประกอบฉากก็ดังขึ้นราวกับฉากในหนัง เสียงหมาหอนมาจากไกล ๆ ดังสอดรับกันใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนมาหยุดที่หน้าสถานที่ประกอบพิธีกรรมส่งร่างผู้วายชนม์ให้กลายเป็นควัน หลงเหลือไว้เพียงแค่ชื่อและเถ้ากระดูก
“หมวด หมวด...หมวดตรัยทางนี้ ทางนี้”
ตรัยคุณหันมองซ้ายขวาก่อนเดินไปยังคนที่เอ่ยเรียก ความอึดอัดและเย็นเยียบเมื่อครู่คลายลงอย่างมาก เมื่อไม่ต้องอยู่เพียงลำพังในสถานที่แห่งนี้
“ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยก็อยู่กันตั้ง 3-4 คน ยืนคนเดียวเสียวสันหลังจะบ้า”
บรรยากาศด้านหลังเมรุคือสถานที่ปลอดภัยที่ใช้นัดพบกันในวันนี้ แม้รอบตัวจะวังเวงกว่าด้านหน้ามากแต่ตรัยคุณกลับรู้สึกดีกว่าเมื่อครู่ อย่างน้อยก็มีจ่าบ๊วยและลูกน้องอีกสองคนที่คุ้นเคยกัน
“วันหลังนัดที่อื่นนะจ่า นัดที่นี่ผมมาคนเดียวมันรู้สึกแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้”
“ก็ที่นี่มันปลอดภัยที่สุดแล้วครับ คงไม่มีใครคิดว่าจะมีคนมาแอบเจอกันที่นี่”
“ก็จริง ผมยังคิดไม่ได้เลย...คนคิดได้ก็มีแต่จ่านี่แหละ” ตรัยคุณส่ายหน้าเบา ๆ แม้ทุกอย่างจะเป็นความลับทว่าสถานที่แต่ละแห่งที่จ่าบ๊วยนัดล้วนเป็นที่ปลอดภัยแบบคนปกติคิดไม่ถึงจริง ๆ ไม่ว่าจะใต้สะพานร้อยศพ ทางเข้าป่าช้า หน้าโรงทึมเก็บศพ ล่าสุดก่อนจะเป็นที่นี่ก็คือศาลต้นไทรที่เพิ่งมีคดีคนผูกคอตาย ไม่รู้ว่ามาเป็นสายลับแฝงตัวเข้าแก๊งอิทธิพลมืดหรือมาล่าท้าผีกันแน่
“หมวดกลัวผีเหรอครับ” จ่าบ๊วยเอ่ยถาม ทำให้ตรัยคุณแอบนึกในใจว่าอีกฝ่ายก็พูดได้สิ ในเมื่อไม่ได้มาคนเดียวแต่มีคนมาด้วยอีกตั้งสองคน
“จ่าไม่กลัวเหรอ”
“กลัวครับ”
ถ้าไม่กลัวมีเหรอจะลากอีกสองคนมาด้วย ตรัยคุณกวาดตามองแล้วนึกเซ็ง เสี่ยงมาอยู่ในแก๊งเฮียชนตั้งสองเดือนกว่า แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็เข้าใกล้ตัวพิสุทธิ์ชนไม่ได้สักที จนถึงตอนนี้ก็ยังคงเป็นได้แค่ลูกน้องปลายแถว ที่ไม่สามารถล้วงข้อมูลอะไรได้มากมายนัก แม้จะยากลำบากแค่ไหนแต่ในเมื่อได้เริ่มภารกิจแล้วก็ต้องทำต่อจนกว่าจะลุล่วง ตรัยคุณถอนหายใจ ย้ายมายังไม่ทันได้ไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจก็ต้องมารับงานนี้
“ได้ข้อมูลอะไรครับรอบนี้” จ่าบ๊วยเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมทั้งหันมองไปรอบตัวไม่ต่างจากตรัยคุณ
“นอกจากธุรกิจที่สายคนเก่ารายงานไว้ ผมคิดว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์แน่ ๆ”
“แสดงว่าเฮียชนมันไม่ธรรมดาแน่ ๆ ว่าแต่หมวดแน่ใจนะครับเรื่องค้ามนุษย์”
“ยังเป็นแค่ข้อสันนิษฐาน เพราะผมบังเอิญไปได้ยินมันสั่งงานลูกน้องว่าอย่าขนให้เบียดกันมาก เพราะเกิดตายระหว่างทางขึ้นมาจะเป็นปัญหา ปลายทางคุยยาก แล้วยิ่งถ้ามันเป็นเรื่องใหญ่จนเจ้าหน้าที่เข้ามาเกี่ยวข้องมันจะยิ่งวุ่นวาย”
“เป็นไปได้ว่าจะเป็นการขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย”
ข้อมูลที่ตรัยคุณแอบได้ยินมาทำให้ตำรวจมั่นใจว่าพิสุทธิ์ชนต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และการลักลอบนำแรงงานผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ คนคนนี้เลวทรามกว่าที่ตำรวจคาดการณ์เอาไว้หลายเท่า ทำให้ตรัยคุณยิ่งหนักใจ หากยังปล่อยคนแบบนี้เอาไว้มีแต่จะสร้างความเดือดร้อนและทำผิดกฎหมายมากขึ้น ทางเดียวที่จะได้หลักฐานมัดตัวเฮียชนให้ดิ้นไม่หลุดคือต้องเข้าไปใกล้ชิดจนได้รับการไว้วางใจจากเขาเท่านั้น
“แล้วชาวบ้านล่ะครับหมวด”
“ชาวบ้านไม่ให้ความร่วมมือเลย ลองหยั่งเชิงถามไม่มีใครยอมตอบอะไร คงจะกลัวอิทธิพลของมันแน่ ๆ คนอะไรเลวจริง ๆ”
“จะอะไรกับชาวบ้านล่ะครับ ขนาดสายสืบที่เราส่งเข้าไปแฝงตัวยังแปรพักตร์ไปอยู่ฝั่งมันหมด ทั้งเงินทั้งอำนาจ จิ๊กโก๋ที่เราเคยเลี้ยงไว้ใช้งานตอนนี้ก็น่าจะถูกมันซื้อตัวไปหมดแล้วละครับ”
ตรัยคุณถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกหนักอึ้ง ในพื้นที่นี้ล้วนเป็นเขตอิทธิพลของพิสุทธิ์ชน ไม่มีใครปริปากพูดเรื่องเขาเลยสักคน แต่จะโทษชาวบ้านก็ไม่ได้ บางคนยังต้องอดทนเพื่อจะได้ค้าขายในตลาดของเขาต่อ บางคนยังเป็นหนี้นอกระบบของเฮียชน
“ผมต้องจับมันให้ได้”
หลายเดือนที่ตรัยคุณแฝงตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มธุรกิจของเฮียชน ความใกล้ชิดของตรัยคุณกับทุกคนเรียกได้ว่าสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของรายได้ของเฮียชนอย่างแน่ชัด ข้อมูลที่ตรัยคุณมีล้วนเป็นข้อมูลผิวเผิน บ่อยครั้งที่พยายามเข้าใกล้คนสนิททั้งสองของพิสุทธิ์ชน ทั้งคู่ก็มักจะตีลังกาลอดรั้วหาช่องหลบเลี่ยงได้ทุกครั้งไป“พี่ตรัย วันนี้มาแทนเฮียชนเหรอ”“เออ”“นี่ค่าเช่าวิน ที่เหลือของไอ้โอม แม่มันป่วยหาไม่ทัน ฝากบอกเฮียด้วยอาจจะช้าหน่อย” ตั้มส่งถุงที่บรรจุเงินเอาไว้ให้ตรัยคุณ เรียกได้ว่าไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความ ทุกคนก็เตรียมเงินเอาไว้ให้อย่างเรียบร้อย“แม่มันเป็นไรวะ”“เห็นว่าเป็นเนื้องอกต้องผ่าตัด บอกเฮียให้ด้วยนะพี่”“เออ”จากธุรกิจคมนาคมขนส่งสู่แหล่งการค้าชุมชนที่เรียกว่าตลาด ตรัยคุณนึกแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เฮียชนผู้มักจะฟังไลฟ์โค้ช พยายามยกมาตรฐานลูกน้องให้เท่าทันอารยชนด้วยการพูดเพราะใส่สูท แรก ๆ ตรัยคุณก็ไม่ค่อยจะชิน แต่ต่อต้า
“หรือกูโดนหลอกวะ แล้วใครกันแน่ที่หลอกกู...แต่อยู่นี่ก็ไม่เคยเห็นใครจะพกปืนสักคน เห็นพกแต่มาม่ากับแหนมมาแกล้มเหล้า...พวกมันคงไม่ล้ำถึงขั้นดัดแปลงแหนมเป็นอาวุธ มาม่าเป็นระเบิดหรอกมั้ง”ตรัยคุณเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ ดึงตัวเองออกมาจากความกังวลและข้อสงสัยทั้งหมดในตอนนี้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือเป็นไอ้ตรัย อดีตจิ๊กโก๋ส่งยาที่เข้ามาทำงานกับเฮียชน และตอนนี้ก็เป็นไอ้ตรัยคนขับรถไม่ใช่ร้อยตำรวจตรี ตรัยคุณตรัยคุณมาตามเวลานัดหมาย แต่ด้วยเวลานัดของตัวเองที่ต่างไปจากคนอื่น ทำให้ผู้หมวดสายลับก็ไม่ลืมที่จะระวังตัวเอง ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ก็พบได้ถึงความผิดปกติ บ้านที่เคยสว่างไสว ราวกับว่าถือหุ้น กฟผ. อยู่ 99% วันนี้กลับมืดสนิท ทั้งบ้านเงียบสนิทราวกับไร้ผู้คนอาศัย วันนี้ปืนพกคู่กายก็ไม่นำติดตัวมาด้วย เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครพกอาวุธเลยสักคน หากเขาลุกมาเหน็บปืนก็คงกลายเป็นที่สงสัยตรัยคุณหยิบเอามีดพกที่ซ่อนไว้ในรองเท้าขึ้นมา ค่อย ๆ ย่างก้าวอย่างระมัดระวัง ทุกฝีก้าวในตอนนี้เต็มไปด้วยอันตราย ตรัยคุณเดินสำรวจไปโดยรอบนอกจากความมืดก็มีเพียงความเงียบ ในใจเริ่มเป็นกังวลนึกห่วงสอ
“เฮียนี่ร้ายมากนะครับ”“ฉันบอกแล้วไง เจ้ามือจะไม่จ่ายบิลไหนก็ได้แต่บิลนี้มันต้องจ่าย”“ยินดีด้วยครับ” นอกจากเรื่องเงินนี้สิ่งที่ตรัยคุณสังเกตได้คือความบาดหมางระหว่างสองคน อะไรกันคือต้นเหตุที่ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นศัตรูกัน และสิ่งที่เฮียชนบอกว่าฝากไว้หลายอย่างมันคืออะไร จะเป็นของผิดกฎหมายหรือไม่“4 ล้าน”“อะไรครับ”“ฉันให้นาย 4 ล้าน ชอบ 4 นี่ งั้นเอาไป 4,444,444 บาท พรุ่งนี้โอนให้”โอ้โห...มิน่าล่ะใคร ๆ ถึงชอบเป็นโจร เป็นตำรวจมาหลายปีเงินเก็บไม่มีแถมเป็นหนี้สหกรณ์ เปลี่ยนวิถีมาเป็นโจรแค่ครึ่งปีมีเงินสี่ล้านในบัญชี หรือว่านี่จะเป็นสวรรค์ลิขิตเฮ้ย...ไม่ใช่สิ!!!!ตรัยคุณสะบัดหัวเบา ๆ ไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่มีให้ออกไป แต่อยู่ ๆ มีเงินหลักล้านในชั่วพริบตามันก็น่าตกใจไม่ใช่น้อย หากเป็นใครก็ต้องตกใจไม่ใช่แค่เขาหรอก ตรัยคุณคิดเช่นนั้น“ไม่เป็นไรครับ เฮียเป็นคนซื้อ ผมไม่ได้ลงทุนอะไร”“แต่นายเป็นคนบอกตัวเลข ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วกลับมาดินเนอร์กับฉัน ฉลองให้กับทรัพย์สินที่เราสองคนหามาร่วมกัน”“ผมฟังแล้วรู้สึกทะแม่ง ๆ นะครับ
“หึ ๆ” เสียงหัวเราะในลำคอทำให้ตรัยคุณต้องหันไปมองเฮียชนที่นั่งอยู่ ทำให้ได้เห็นแววตาและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ร้ายของเขาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แววตาและรอยยิ้มแบบนี้ต่างไปจากเฮียชนที่เขาเคยเห็นโดยสิ้นเชิง แต่เพียงแค่ชั่วพริบตา ช่วงเวลาอันแสนสั้นจนตรัยคุณคิดว่าตัวเองนั้นตาฝาด รอยยิ้มนั้นก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างพร้อมใบหน้าบานเป็นกระด้งอย่างที่เคยเป็น“ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ”“อารมณ์ดีอะไรขนาดนั้นครับ”เฮียชนลุกจากเก้าอี้เดินเข้ามาหาตรัยคุณ เข้าหมุนฟูลเทิร์นรอบตัวเองไปหนึ่งรอบ จากนั้นก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ปรากฏดอกกุหลาบขึ้นมาตรงหน้าของตรัยคุณ“อะไรครับ”“ดอกไม้ไง ให้นาย”“ให้ทำไมครับ”“นายรู้ไหม นายคือตัวเงินตัวทองของฉันจริง ๆ ฉันคิดไม่ผิดเลยที่เอานายมาไว้ใกล้ตัว”ตรัยคุณกำหมัดแน่น นี่เฮียชนกำลังหลอกด่าเขาอยู่แน่ ๆ
“ก็หลายปีแล้วพี่ เมื่อก่อนผมน่ะเดินสาย”ตั้มหัวเราะแล้วพูดต่อ“ไม่ได้ทัวร์คอนเสิร์ตหรอกนะ เดินสายส่งยา”“อ้อ” ตรัยคุณพยักหน้า เพราะข้อมูลนี้เขาเองก็รู้อยู่ก่อนแล้ว“เคยเป็นกระทั่งสายตำรวจ เสี่ยงตายส่งข่าว จนเขาให้มาสืบเรื่องเฮียชน โดนแกจับได้ ถ้าเป็นคนอื่นผมคงถูกยิงทิ้งไปแล้ว แต่เฮียแกดันจัดการเรื่องอื่นให้ ให้ผมไปขับวิน จะได้เลิกทำแบบนั้น รถที่ผมใช้วิ่งทุกวันนี้ ค่าเสื้อค่าหมวกแกก็ออกให้หมด ไม่เอาคืนสักบาทให้จ่ายแค่ค่าเช่าวิน แรก ๆ ก็ลำบากเพราะสิ่งที่เคยทำไว้ ตอนนี้อยู่ตัวแล้ว...ไปนะพี่ วันหลังจะเอากับข้าวมาฝากอีก”“เออ ๆ”เรื่องเป็นแบบนี้นี่เอง แววตาที่ตั้มพูดถึงเฮียชนเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีและศรัทธา ไม่ได้แฝงด้วยความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ตรัยคุณหันมองไปรอบ ๆ คนก็อยู่กันครบ แต่ทำไมถึงปล่อยให้ตั้มเข้าออกตามสบาย ลูกน้องแต่ละคนเที่ยงปุ๊บพักปั๊บ ตรัยคุณเดินกลับเข้ามาด้านใน เฮียชนกวักมือเรียกให้เข้าไปร่วมโต๊ะในมื้อกลางวัน อยากปฏิเสธแต่พยาธิในท้องมันก็ต่อต้านรุนแรงซะเหลือเกิน“ขอบคุณครับ”“เกรงใจทำไม เราสนิทกันไม่ใช่เหรอ”สา
น้องไม่สมควรเป็นผัวใคร น้องสมควรมาเป็นเมียพี่“หะ?” ตรัยคุณขมวดคิ้วเมื่อเห็นเฮียชนใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้แตะกัน“มินิฮาร์ทไง เฮียชน หจ. ตรัยตรัย”“เป็นเหี้ยไรของมึงเนี่ย” เสียงในหัวเป็นฝ่ายชนะน็อกอีกครั้ง“ผมหมายถึงเฮียเป็นอะไร ขอโทษครับลืมตัว...แบบชอบคิดว่าเราสนิทกัน”“สนิท เราสนิทกัน” ยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดพรายบนใบหน้า สนิทกันแล้วใกล้กันได้ เฮียชนชอบใจเป็นที่สุด ได้เวลาเดินหน้าจีบเต็มกำลัง เพราะอีกฝ่ายเปิดทางให้ขนาดนี้“เฮียกินข้าวรึยังครับ”“ชวนฉันกินข้าวเหรอ”กูหิว มึงเห็นนาฬิกาไหมจะเที่ยงแล้ว“ครับ กินข้าวไหมครับ”“กิน กินกันเลย...เอ่อ หมายถึง ไปกินข้าวกัน”อาจจะรุกแรงไปทำให้ตรัยคุณตั้งรับไม่ทัน เฮียชนนึกขึ้นได้จึงรีบแก้คำ ก็ใครใช้ให้อีกฝ่ายน่ารักแบบนี้ เขาก็แพ้เสียงในหัวบ้างเป็นธรรมดา“อ้อ ครับ ตกใจหมด”ตรัยคุณเดินตามเฮียชนออกมาจากห้องทำงาน แต่ก็ต้องรีบถอยหลังกลับ เมื่อสายตาของสายลับหนุ่มดันเหลือบไปเห็นคนที่กำลังเดินเข้ามาไอ้ตั้มนั่นมันเคยเป็นสายนี่หว่าไม่รู้ว่าตั้ม







