เข้าสู่ระบบ“ครับ พวกเราทุกคนฝากความหวังไว้ที่หมวด ระวังตัวด้วยนะครับ สายของเราไม่น้อยเลยที่ไม่ได้กลับออกมา หาหลักฐานมาเอามันเข้าคุกให้ได้นะครับ”
“อืม ผมต้องไปแล้ว”
“ครับ เจอกันครั้งหน้าผมจะนัดสถานที่อีกที”
“เปลี่ยนบรรยากาศหน่อยก็ดี เดี๋ยวป่าช้าเดี๋ยวเมรุ แต่ก็ช่วยไม่ได้ ที่นี่ดันเป็นเขตอิทธิพลของพิสุทธิ์ชนมัน เฮ้อ” ตรัยคุณถอนหายใจแล้วจึงพูดต่อ
“ตอนมันเกิดอะไรดลจิตดลใจให้แม่มันตั้งชื่อนี้ให้วะ พิสุทธิ์ชน ผู้บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว เฮ้ออออ เอาเป็นว่าถ้ารู้วันเวลาแน่ชัดผมจะติดต่อไปอีกที แล้วทำไม 2 คนยืนนิ่งไม่พูดเลย”
“2 คน? คนไหนหมวด”
“ก็ 2 คนที่มากับจ่าไง” ตรัยคุณมองไปด้านหลังจ่าบ๊วย
“หมวด ผมมาคนเดียวแล้วก็จะกลับคนเดียว”
“เชี่ย!!” เสียงอุทานดังลั่นจากหลังเมรุ ตามด้วยการวิ่งป่าราบของสองตำรวจที่แยกกันไปคนละทิศละทาง สถานที่ที่ใช่ บรรยากาศที่เป็นใจ พร้อมเสียงประกอบที่ถูกต้อง หมาหอนรับกันเป็นทอดดังระงม เป็นเหมือนแรงผลักดันที่ทำให้ตรัยคุณวิ่งได้รวดเร็วยิ่งกว่าหนีตายเอาชีวิตรอดจากการถูกผู้ร้ายไล่ยิ่ง วิ่งมาไกลแค่ไหนไม่รู้ รู้แค่ต้องให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ในตอนนี้
ตรัยคุณวิ่งมาไกลจนเสียงหมาหอนเงียบไป ผู้หมวดหนุ่มหายใจอย่างเหนื่อยหอบ จากนั้นจึงเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่ค่อนข้างเปลี่ยว แม้จะเป็นช่วงเวลาดึกสงัดและเพิ่งผ่านเรื่องราวระทึกมาแต่ผู้หมวดก็เลือกที่จะรอบคอบเอาไว้ก่อน หากใครพบเห็นเข้าคงไม่ดีสักเท่าใดนัก ในขณะที่เดินลัดเลาะเข้าไปตามซอกซอยก็ขบคิดไม่ตก จะเข้าใกล้เป้าหมายอย่างไร ในเมื่อลูกน้องคนสนิทของเฮียชนนั้นกันท่าทุกคนไม่ให้เข้าใกล้เจ้านายเลยก็ว่าได้
“จะเตะไอ้พี่หมีกับไอ้พี่ยักษ์ออกไปยังไงดีวะ ทำไงถึงจะเข้าใกล้หัวหน้ามันได้”
ผู้หมวดเอ่ยกับตัวเอง เพราะการเป็นลูกน้องหางแถวนั้น อย่าว่าแต่ให้เอาหลักฐานออกมาเลย ข้อมูลอะไรก็แทบไม่ได้มา ตรัยคุณกลับมาถึงห้องพักที่ใช้ซุกหัวนอน ทุกห้องล้วนอยู่ด้วยกันสองคน แต่เพื่อนร่วมห้องที่เคยอยู่ร่วมกันก็หายหน้าไปดื้อ ๆ พอถามใครก็ตอบว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเองไม่ควรยุ่ง ทุกอย่างรอบตัวเต็มไปด้วยความน่าสงสัย หลายครั้งที่เกือบจะได้หลักฐานมาแต่อีกฝ่ายกลับไหวตัวทันทำให้พลาดท่าเสียทีอยู่เสมอ ตรัยคุณผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า เขารู้สึกตัวอีกทีก็ช่วงรุ่งเช้า จึงรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปทำหน้าที่ของตัวเองตามปกติและหาโอกาสที่จะเข้าใกล้พิสุทธิ์ชนไปด้วย
“นี่คือยอดเงินทั้งหมดของงวดที่แล้วครับเฮีย เจ้ามือส่งยอดมาครบทุกคนแล้วครับ ยกเว้นเจ๊ดาวร้านขายถุงบอกว่าตอนบ่ายครับ”
ยักษ์ ลูกน้องคนสนิทข้างกายของเฮียชน หนุ่มผิวเข้มรูปร่างใหญ่ไว้หนวดเคราท่าทางดุดัน ยื่นสมุดบัญชีส่งให้เฮียชนหรือพิสุทธิ์ชนได้ตรวจสอบ เขากวาดสายตามองบัญชีหวยใต้ดิน หนึ่งในธุรกิจที่ทำเงินให้เฮียชนเป็นกอบเป็นกำ
“ตัวเลขผิด ยอดขาดไป 250 บาท มึงไปดูมาใหม่”
ยักษ์เกาหัวแกรก ทั้งที่คิดอย่างถี่ถ้วนซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบแต่ก็พลาดจนได้ ยักษ์รู้ดีว่าเจ้านายของตนนั้นสามารถคิดคำนวณได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาเครื่องคิดเลขเลยสักครั้ง ยักษ์ลงมือจิ้มเครื่องคิดเลขใหม่อีกครั้ง และทำเช่นนั้นอยู่หลายรอบจนได้ผลลัพธ์
“เจอแล้วครับเฮีย”
“เป็นไง”
“ครับ 250 บาทที่ขาดไป ผมอ่านลายมือตัวเองไม่ออกครับ”
เฮียชนช้อนสายตาขึ้นมองคนสนิทช้า ๆ ขนาดตัวมันที่เขียนเองยังอ่านไม่ออกแล้วใครจะไปช่วยเหลือมันได้ เจ้านายหนุ่มถอนหายใจอย่างเลือกไม่ได้ว่าจะเริ่มสงสารตัวเองก่อนหรือสงสารครูที่สอนหนังสือมันมา
“ไอ้หมีไปไหน กูไม่เห็นหน้ามันตั้งแต่เช้า”
“วันนี้มันมีเรียนครับ เฮียลืมอีกแล้ว”
“แล้วมึงล่ะ อย่าบอกว่าขาดเรียนอีก”
“เปล่าครับ ครู กศน. ของผมลาไปมีผัว เอ้ย! ไปแต่งงานครับ”
“มึงนี่นะ” เฮียชนไล่สายตามองลูกน้องคนสนิท ให้ตายเถอะ ทั้งที่อยากจะยกระดับองค์กรของตัวเองให้ทัดเทียมอารยชน อุตส่าห์ลงทุนซื้อชุดสูทให้ใส่เพื่อให้ภาพลักษณ์ทุกคนดูดีแม้เวลาทวงหนี้ แต่คนเป็นเจ้านายก็อยากจะลาตายวันละหลายครั้ง
“เฮียมองผมแบบนี้มีอะไรเหรอครับ เฮียให้ใส่สูทผมก็ใส่แล้วนะครับ”
ไม่ผิด...สิ่งที่ยักษ์พูดมาไม่มีอะไรผิดเลย เพราะเฮียชนบอกให้ลูกน้องใกล้ชิดทุกคนใส่สูทผูกไทแต่งตัวให้สุภาพและสะอาดสะอ้าน แต่เขากลับลืมบอกยักษ์ไปอย่างหนึ่ง
“มึงใส่สูท”
“ครับ ผูกไทด้วยครับ”
“อืม...แล้วมึงใส่รองเท้าคีบนี่นะ มึงจะใส่รองเท้าคีบทำไม??? รองเท้าที่กูซื้อให้ทำไมมึงไม่ใส่”
“ก็นี่แหละครับคู่ที่เฮียซื้อให้ เฮียบอกให้ไปหยิบรองเท้าใหม่เลือกคู่ที่ชอบ ผมชอบคู่นี้ก็เลยเอามา” ยักษ์ก้มมองรองเท้าคีบสีแดง ใส่เดินย่ำน้ำดินกระเด็นถึงหัวแล้วเอ่ยถามเจ้านาย
“สูทกับรองเท้าผมมันแมตช์กันใช่ไหมครับ...ผมว่ามันทำให้ผมหล่อขึ้น 300 % เลยนะครับ”
“กูส่งมึงไปเรียน กศน. ให้เป็นภาระครูเขาทำไมวะเนี่ย” เพราะคิดมาเสมอว่าการศึกษาคือสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรได้รับโอกาสเข้าถึง วันนี้ก็เพิ่งคิดได้ว่าไม่ใช่กับลูกน้องตนเอง ให้ไปเรียนหนังสือเหมือนบอกให้ไปตาย แต่บอกว่ามีคนเบี้ยวหนี้ละถึงไหนถึงกัน ทวงเก็บกลับมาหมดไม่ขาดสักบาท
“ผมก็บอกเฮียแล้ว งั้นพรุ่งนี้ผมไปลาออกนะครับ” ยักษ์ยิ้มแฉ่งเห็นฟันครบทุกซี่ คิดว่าเฮียชนต้องเห็นด้วยเป็นแน่ ในเมื่อเขาไม่ฝักใฝ่เจ้านายเองคงจะไม่บังคับ
“ไม่ได้ เรียนให้จบ...แต่ตอนนี้ไปเก็บค่าเช่าแผงที่ตลาดกับกูก่อน”
หลายเดือนที่ตรัยคุณแฝงตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มธุรกิจของเฮียชน ความใกล้ชิดของตรัยคุณกับทุกคนเรียกได้ว่าสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของรายได้ของเฮียชนอย่างแน่ชัด ข้อมูลที่ตรัยคุณมีล้วนเป็นข้อมูลผิวเผิน บ่อยครั้งที่พยายามเข้าใกล้คนสนิททั้งสองของพิสุทธิ์ชน ทั้งคู่ก็มักจะตีลังกาลอดรั้วหาช่องหลบเลี่ยงได้ทุกครั้งไป“พี่ตรัย วันนี้มาแทนเฮียชนเหรอ”“เออ”“นี่ค่าเช่าวิน ที่เหลือของไอ้โอม แม่มันป่วยหาไม่ทัน ฝากบอกเฮียด้วยอาจจะช้าหน่อย” ตั้มส่งถุงที่บรรจุเงินเอาไว้ให้ตรัยคุณ เรียกได้ว่าไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความ ทุกคนก็เตรียมเงินเอาไว้ให้อย่างเรียบร้อย“แม่มันเป็นไรวะ”“เห็นว่าเป็นเนื้องอกต้องผ่าตัด บอกเฮียให้ด้วยนะพี่”“เออ”จากธุรกิจคมนาคมขนส่งสู่แหล่งการค้าชุมชนที่เรียกว่าตลาด ตรัยคุณนึกแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เฮียชนผู้มักจะฟังไลฟ์โค้ช พยายามยกมาตรฐานลูกน้องให้เท่าทันอารยชนด้วยการพูดเพราะใส่สูท แรก ๆ ตรัยคุณก็ไม่ค่อยจะชิน แต่ต่อต้า
“หรือกูโดนหลอกวะ แล้วใครกันแน่ที่หลอกกู...แต่อยู่นี่ก็ไม่เคยเห็นใครจะพกปืนสักคน เห็นพกแต่มาม่ากับแหนมมาแกล้มเหล้า...พวกมันคงไม่ล้ำถึงขั้นดัดแปลงแหนมเป็นอาวุธ มาม่าเป็นระเบิดหรอกมั้ง”ตรัยคุณเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ ดึงตัวเองออกมาจากความกังวลและข้อสงสัยทั้งหมดในตอนนี้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือเป็นไอ้ตรัย อดีตจิ๊กโก๋ส่งยาที่เข้ามาทำงานกับเฮียชน และตอนนี้ก็เป็นไอ้ตรัยคนขับรถไม่ใช่ร้อยตำรวจตรี ตรัยคุณตรัยคุณมาตามเวลานัดหมาย แต่ด้วยเวลานัดของตัวเองที่ต่างไปจากคนอื่น ทำให้ผู้หมวดสายลับก็ไม่ลืมที่จะระวังตัวเอง ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ก็พบได้ถึงความผิดปกติ บ้านที่เคยสว่างไสว ราวกับว่าถือหุ้น กฟผ. อยู่ 99% วันนี้กลับมืดสนิท ทั้งบ้านเงียบสนิทราวกับไร้ผู้คนอาศัย วันนี้ปืนพกคู่กายก็ไม่นำติดตัวมาด้วย เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครพกอาวุธเลยสักคน หากเขาลุกมาเหน็บปืนก็คงกลายเป็นที่สงสัยตรัยคุณหยิบเอามีดพกที่ซ่อนไว้ในรองเท้าขึ้นมา ค่อย ๆ ย่างก้าวอย่างระมัดระวัง ทุกฝีก้าวในตอนนี้เต็มไปด้วยอันตราย ตรัยคุณเดินสำรวจไปโดยรอบนอกจากความมืดก็มีเพียงความเงียบ ในใจเริ่มเป็นกังวลนึกห่วงสอ
“เฮียนี่ร้ายมากนะครับ”“ฉันบอกแล้วไง เจ้ามือจะไม่จ่ายบิลไหนก็ได้แต่บิลนี้มันต้องจ่าย”“ยินดีด้วยครับ” นอกจากเรื่องเงินนี้สิ่งที่ตรัยคุณสังเกตได้คือความบาดหมางระหว่างสองคน อะไรกันคือต้นเหตุที่ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นศัตรูกัน และสิ่งที่เฮียชนบอกว่าฝากไว้หลายอย่างมันคืออะไร จะเป็นของผิดกฎหมายหรือไม่“4 ล้าน”“อะไรครับ”“ฉันให้นาย 4 ล้าน ชอบ 4 นี่ งั้นเอาไป 4,444,444 บาท พรุ่งนี้โอนให้”โอ้โห...มิน่าล่ะใคร ๆ ถึงชอบเป็นโจร เป็นตำรวจมาหลายปีเงินเก็บไม่มีแถมเป็นหนี้สหกรณ์ เปลี่ยนวิถีมาเป็นโจรแค่ครึ่งปีมีเงินสี่ล้านในบัญชี หรือว่านี่จะเป็นสวรรค์ลิขิตเฮ้ย...ไม่ใช่สิ!!!!ตรัยคุณสะบัดหัวเบา ๆ ไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่มีให้ออกไป แต่อยู่ ๆ มีเงินหลักล้านในชั่วพริบตามันก็น่าตกใจไม่ใช่น้อย หากเป็นใครก็ต้องตกใจไม่ใช่แค่เขาหรอก ตรัยคุณคิดเช่นนั้น“ไม่เป็นไรครับ เฮียเป็นคนซื้อ ผมไม่ได้ลงทุนอะไร”“แต่นายเป็นคนบอกตัวเลข ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วกลับมาดินเนอร์กับฉัน ฉลองให้กับทรัพย์สินที่เราสองคนหามาร่วมกัน”“ผมฟังแล้วรู้สึกทะแม่ง ๆ นะครับ
“หึ ๆ” เสียงหัวเราะในลำคอทำให้ตรัยคุณต้องหันไปมองเฮียชนที่นั่งอยู่ ทำให้ได้เห็นแววตาและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ร้ายของเขาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แววตาและรอยยิ้มแบบนี้ต่างไปจากเฮียชนที่เขาเคยเห็นโดยสิ้นเชิง แต่เพียงแค่ชั่วพริบตา ช่วงเวลาอันแสนสั้นจนตรัยคุณคิดว่าตัวเองนั้นตาฝาด รอยยิ้มนั้นก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างพร้อมใบหน้าบานเป็นกระด้งอย่างที่เคยเป็น“ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ”“อารมณ์ดีอะไรขนาดนั้นครับ”เฮียชนลุกจากเก้าอี้เดินเข้ามาหาตรัยคุณ เข้าหมุนฟูลเทิร์นรอบตัวเองไปหนึ่งรอบ จากนั้นก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ปรากฏดอกกุหลาบขึ้นมาตรงหน้าของตรัยคุณ“อะไรครับ”“ดอกไม้ไง ให้นาย”“ให้ทำไมครับ”“นายรู้ไหม นายคือตัวเงินตัวทองของฉันจริง ๆ ฉันคิดไม่ผิดเลยที่เอานายมาไว้ใกล้ตัว”ตรัยคุณกำหมัดแน่น นี่เฮียชนกำลังหลอกด่าเขาอยู่แน่ ๆ
“ก็หลายปีแล้วพี่ เมื่อก่อนผมน่ะเดินสาย”ตั้มหัวเราะแล้วพูดต่อ“ไม่ได้ทัวร์คอนเสิร์ตหรอกนะ เดินสายส่งยา”“อ้อ” ตรัยคุณพยักหน้า เพราะข้อมูลนี้เขาเองก็รู้อยู่ก่อนแล้ว“เคยเป็นกระทั่งสายตำรวจ เสี่ยงตายส่งข่าว จนเขาให้มาสืบเรื่องเฮียชน โดนแกจับได้ ถ้าเป็นคนอื่นผมคงถูกยิงทิ้งไปแล้ว แต่เฮียแกดันจัดการเรื่องอื่นให้ ให้ผมไปขับวิน จะได้เลิกทำแบบนั้น รถที่ผมใช้วิ่งทุกวันนี้ ค่าเสื้อค่าหมวกแกก็ออกให้หมด ไม่เอาคืนสักบาทให้จ่ายแค่ค่าเช่าวิน แรก ๆ ก็ลำบากเพราะสิ่งที่เคยทำไว้ ตอนนี้อยู่ตัวแล้ว...ไปนะพี่ วันหลังจะเอากับข้าวมาฝากอีก”“เออ ๆ”เรื่องเป็นแบบนี้นี่เอง แววตาที่ตั้มพูดถึงเฮียชนเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีและศรัทธา ไม่ได้แฝงด้วยความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ตรัยคุณหันมองไปรอบ ๆ คนก็อยู่กันครบ แต่ทำไมถึงปล่อยให้ตั้มเข้าออกตามสบาย ลูกน้องแต่ละคนเที่ยงปุ๊บพักปั๊บ ตรัยคุณเดินกลับเข้ามาด้านใน เฮียชนกวักมือเรียกให้เข้าไปร่วมโต๊ะในมื้อกลางวัน อยากปฏิเสธแต่พยาธิในท้องมันก็ต่อต้านรุนแรงซะเหลือเกิน“ขอบคุณครับ”“เกรงใจทำไม เราสนิทกันไม่ใช่เหรอ”สา
น้องไม่สมควรเป็นผัวใคร น้องสมควรมาเป็นเมียพี่“หะ?” ตรัยคุณขมวดคิ้วเมื่อเห็นเฮียชนใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้แตะกัน“มินิฮาร์ทไง เฮียชน หจ. ตรัยตรัย”“เป็นเหี้ยไรของมึงเนี่ย” เสียงในหัวเป็นฝ่ายชนะน็อกอีกครั้ง“ผมหมายถึงเฮียเป็นอะไร ขอโทษครับลืมตัว...แบบชอบคิดว่าเราสนิทกัน”“สนิท เราสนิทกัน” ยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดพรายบนใบหน้า สนิทกันแล้วใกล้กันได้ เฮียชนชอบใจเป็นที่สุด ได้เวลาเดินหน้าจีบเต็มกำลัง เพราะอีกฝ่ายเปิดทางให้ขนาดนี้“เฮียกินข้าวรึยังครับ”“ชวนฉันกินข้าวเหรอ”กูหิว มึงเห็นนาฬิกาไหมจะเที่ยงแล้ว“ครับ กินข้าวไหมครับ”“กิน กินกันเลย...เอ่อ หมายถึง ไปกินข้าวกัน”อาจจะรุกแรงไปทำให้ตรัยคุณตั้งรับไม่ทัน เฮียชนนึกขึ้นได้จึงรีบแก้คำ ก็ใครใช้ให้อีกฝ่ายน่ารักแบบนี้ เขาก็แพ้เสียงในหัวบ้างเป็นธรรมดา“อ้อ ครับ ตกใจหมด”ตรัยคุณเดินตามเฮียชนออกมาจากห้องทำงาน แต่ก็ต้องรีบถอยหลังกลับ เมื่อสายตาของสายลับหนุ่มดันเหลือบไปเห็นคนที่กำลังเดินเข้ามาไอ้ตั้มนั่นมันเคยเป็นสายนี่หว่าไม่รู้ว่าตั้ม







