Mag-log in
พิสุทธิ์ชน เศรษฐโสภณ
ใคร ๆ ก็เรียกผมว่าเฮียชน ผมมีธุรกิจหลายอย่าง เช่น ตลาด ปล่อยเงินกู้ หวยใต้ดิน และธุรกิจด้านการคมนาคม ไม่ใช่สายการบินครับ แต่เป็นวินมอเตอร์ไซค์ ตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยจนถึงหอยเท่าฝ่าตีนย่านนี้ใคร ๆ ก็รู้จักผม
อย่าเรียกว่าผู้มีอิทธิพลมืดเลยเพราะดูเลวร้ายเกินไปครับ เรียกว่า ผู้มีบารมีที่แสงส่องไม่ถึงจะดีกว่า ผมมีลูกสาวหนึ่งคนชื่อ กุนเชียง แม่ของกุนเชียงเสียไปตั้งแต่ตอนคลอด ผมก็เลยเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ดูแลลูกมาเพียงลำพังกับลูกน้องนับสิบ
ใครบอกว่าชีวิตมันง่าย เฮียชนคนนี้เถียงใจขาด ต้องมาเจอลูกค้าที่นิสัยแย่ไม่พอ ยังต้องเผชิญปัญหากระทบกระทั่งกับผู้มีอิทธิพลสีกากีอีก ก็ตำรวจนั่นแหละครับ บ่อยครั้งที่จับได้ว่ามีสายตำรวจแฝงตัวมา ผมก็ต้องจัดการขั้นเด็ดขาดเพื่อปกป้องตัวเอง แทนที่จะต่างคนต่างอยู่แต่กลับมาวุ่นวายข้ามเส้นกัน อย่านะมึง กูหมดความอดทนเมื่อไหร่ กูจะลากมาให้หมดเลย...ขอโทษครับ ปกติเป็นคนสุภาพขึ้นต้นด้วยคุณลงท้ายด้วยครับ แต่ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไรรู้สึกว่าหน้าตาดีขึ้น
ร้อยตำรวจตรี ตรัยคุณ วินวาโย
เรียกผมว่าหมวดตรัยก็ได้ครับ วงการราชการก็เหมือนวงการการเมืองนั่นแหละครับ เปลี่ยนขั้วอำนาจหลายสิ่งก็เปลี่ยนตาม ตอนนี้ก็เหมือนกัน เบื้องบนมีคำสั่งให้กวาดล้างผู้มีอิทธิพลและธุรกิจมืดต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับล่างไปจนถึงขนาดใหญ่ เรียกว่าร้อนระอุไปทั้งวงการสีเทาเลยละครับ หน่วยของผมได้รับหนังสือร้องเรียนมาว่ามีกลุ่มอิทธิพลมืดกลุ่มหนึ่งที่เหิมเกริมไม่เกรงกลัวกฎหมาย ข่มเหงประชาชนชาวบ้านตาดำ ๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไมส่งสายคนไหนเข้าไปก็แปรพักตร์หมด เงินทองมันหอมหวานซื้อได้แม้แต่สายตำรวจ ผมที่เพิ่งย้ายมาก็ต้องรับเผือกร้อนนี้มาเต็ม ๆ
ส่งใครไปก็ไม่ได้เรื่อง หัวหน้าเลยส่งผมแฝงตัวเข้าไปอยู่ในแก๊งนั้นรอจังหวะเวลาที่เหมาะสม ผมอยู่ในแก๊งนี้มาสองเดือนกว่าก็ยังเป็นแค่ลูกน้องปลายแถว หาโอกาสเข้าใกล้หัวหน้ามันที่ชื่อเฮียชนไม่ได้เลยครับ ลูกน้องข้างกายมันไม่รู้เลี้ยงด้วยอะไร ซื่อสัตย์ภักดีจนผมเองเจาะเข้าไปไม่ได้ ผมจะทำยังไงถึงจะได้ไปเป็นคนข้างกาย ผมหมายถึงลูกน้องคนสนิทครับ ไม่ใช่ข้างกายแบบนั้น ต้องมีสักวันที่ผมจะล้วงลึกเอาข้อมูลมันออกมาแล้วทลายแก๊งนี้ให้แตกนอกแตกใน สิ้นอิทธิพลซะที
“คงไม่หรอกมั้งครับ วันนี้เฮียไม่ได้มาเอง เพราะว่าไปวัด”“อ้อ จริงด้วย...วันครบรอบวันตายเจ๊นุช ถ้าอย่างนั้นตรัยเอานี่ไป ใช้เสร็จแล้วก็เอาไว้ด้านหน้าตลาดนั่นแหละเดี๋ยวฉันไปเอากลับมาเอง”ตรัยคุณมองรถเข็นที่มีเข่งใบใหญ่วางไว้ เธอบอกว่าให้เขาเข็นมันไปด้วยในตอนที่เดินเก็บค่าเช่าแผง สิ่งที่ตรัยคุณไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ทุกคนในตลาดล้วนจดจำได้ว่าวันนี้คือวันครบรอบการตายของนงนุช ต่างต้องการปลอบใจเฮียชนด้วยสิ่งที่ตัวเองพอจะมีและหาได้“ก็ว่าสิตอนออกมาไอ้พี่หมีมันบอกให้ขับกระบะมา”ตรัยคุณมองข้าวของมากมายในเข่ง ทั้งของสดของสุก ของคาวหวานมากมาย มีทั้งของที่ทำขึ้นมาเพื่อการนี้และของที่มีอยู่ในร้านของตัวเอง มูลค่าของมันไม่อาจทราบ แต่สิ่งที่ตรัยคุณรับรู้ได้ชัดเจนคือน้ำจิตน้ำใจที่พ่อค้าแม่ค้ามีต่อเจ้าของตลาด มันมากล้นจนเห็นได้ด้วยตาโดยไม่ต้องพูดอะไร“ทำไมมันสวนทางกับข้อร้องเรียน และข้อมูลที่จ่าบ๊วยส่งมาจากเบื้องบนวะ”นานวันเข้ายิ่งเห็นความผิดปกติ พิสุทธิ์ชนรู้ตัวตนของเขาจึงจัดฉากเรื่องเหล่านี้ขึ้นอย่างนั้นเหรอ แต่เขาจะทำไปเพื่ออะไร หากเป็นไปตามข้อมูลที่ได้มา หากเ
หลายเดือนที่ตรัยคุณแฝงตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มธุรกิจของเฮียชน ความใกล้ชิดของตรัยคุณกับทุกคนเรียกได้ว่าสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของรายได้ของเฮียชนอย่างแน่ชัด ข้อมูลที่ตรัยคุณมีล้วนเป็นข้อมูลผิวเผิน บ่อยครั้งที่พยายามเข้าใกล้คนสนิททั้งสองของพิสุทธิ์ชน ทั้งคู่ก็มักจะตีลังกาลอดรั้วหาช่องหลบเลี่ยงได้ทุกครั้งไป“พี่ตรัย วันนี้มาแทนเฮียชนเหรอ”“เออ”“นี่ค่าเช่าวิน ที่เหลือของไอ้โอม แม่มันป่วยหาไม่ทัน ฝากบอกเฮียด้วยอาจจะช้าหน่อย” ตั้มส่งถุงที่บรรจุเงินเอาไว้ให้ตรัยคุณ เรียกได้ว่าไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความ ทุกคนก็เตรียมเงินเอาไว้ให้อย่างเรียบร้อย“แม่มันเป็นไรวะ”“เห็นว่าเป็นเนื้องอกต้องผ่าตัด บอกเฮียให้ด้วยนะพี่”“เออ”จากธุรกิจคมนาคมขนส่งสู่แหล่งการค้าชุมชนที่เรียกว่าตลาด ตรัยคุณนึกแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เฮียชนผู้มักจะฟังไลฟ์โค้ช พยายามยกมาตรฐานลูกน้องให้เท่าทันอารยชนด้วยการพูดเพราะใส่สูท แรก ๆ ตรัยคุณก็ไม่ค่อยจะชิน แต่ต่อต้า
“หรือกูโดนหลอกวะ แล้วใครกันแน่ที่หลอกกู...แต่อยู่นี่ก็ไม่เคยเห็นใครจะพกปืนสักคน เห็นพกแต่มาม่ากับแหนมมาแกล้มเหล้า...พวกมันคงไม่ล้ำถึงขั้นดัดแปลงแหนมเป็นอาวุธ มาม่าเป็นระเบิดหรอกมั้ง”ตรัยคุณเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ ดึงตัวเองออกมาจากความกังวลและข้อสงสัยทั้งหมดในตอนนี้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือเป็นไอ้ตรัย อดีตจิ๊กโก๋ส่งยาที่เข้ามาทำงานกับเฮียชน และตอนนี้ก็เป็นไอ้ตรัยคนขับรถไม่ใช่ร้อยตำรวจตรี ตรัยคุณตรัยคุณมาตามเวลานัดหมาย แต่ด้วยเวลานัดของตัวเองที่ต่างไปจากคนอื่น ทำให้ผู้หมวดสายลับก็ไม่ลืมที่จะระวังตัวเอง ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ก็พบได้ถึงความผิดปกติ บ้านที่เคยสว่างไสว ราวกับว่าถือหุ้น กฟผ. อยู่ 99% วันนี้กลับมืดสนิท ทั้งบ้านเงียบสนิทราวกับไร้ผู้คนอาศัย วันนี้ปืนพกคู่กายก็ไม่นำติดตัวมาด้วย เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครพกอาวุธเลยสักคน หากเขาลุกมาเหน็บปืนก็คงกลายเป็นที่สงสัยตรัยคุณหยิบเอามีดพกที่ซ่อนไว้ในรองเท้าขึ้นมา ค่อย ๆ ย่างก้าวอย่างระมัดระวัง ทุกฝีก้าวในตอนนี้เต็มไปด้วยอันตราย ตรัยคุณเดินสำรวจไปโดยรอบนอกจากความมืดก็มีเพียงความเงียบ ในใจเริ่มเป็นกังวลนึกห่วงสอ
“เฮียนี่ร้ายมากนะครับ”“ฉันบอกแล้วไง เจ้ามือจะไม่จ่ายบิลไหนก็ได้แต่บิลนี้มันต้องจ่าย”“ยินดีด้วยครับ” นอกจากเรื่องเงินนี้สิ่งที่ตรัยคุณสังเกตได้คือความบาดหมางระหว่างสองคน อะไรกันคือต้นเหตุที่ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นศัตรูกัน และสิ่งที่เฮียชนบอกว่าฝากไว้หลายอย่างมันคืออะไร จะเป็นของผิดกฎหมายหรือไม่“4 ล้าน”“อะไรครับ”“ฉันให้นาย 4 ล้าน ชอบ 4 นี่ งั้นเอาไป 4,444,444 บาท พรุ่งนี้โอนให้”โอ้โห...มิน่าล่ะใคร ๆ ถึงชอบเป็นโจร เป็นตำรวจมาหลายปีเงินเก็บไม่มีแถมเป็นหนี้สหกรณ์ เปลี่ยนวิถีมาเป็นโจรแค่ครึ่งปีมีเงินสี่ล้านในบัญชี หรือว่านี่จะเป็นสวรรค์ลิขิตเฮ้ย...ไม่ใช่สิ!!!!ตรัยคุณสะบัดหัวเบา ๆ ไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่มีให้ออกไป แต่อยู่ ๆ มีเงินหลักล้านในชั่วพริบตามันก็น่าตกใจไม่ใช่น้อย หากเป็นใครก็ต้องตกใจไม่ใช่แค่เขาหรอก ตรัยคุณคิดเช่นนั้น“ไม่เป็นไรครับ เฮียเป็นคนซื้อ ผมไม่ได้ลงทุนอะไร”“แต่นายเป็นคนบอกตัวเลข ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วกลับมาดินเนอร์กับฉัน ฉลองให้กับทรัพย์สินที่เราสองคนหามาร่วมกัน”“ผมฟังแล้วรู้สึกทะแม่ง ๆ นะครับ
“หึ ๆ” เสียงหัวเราะในลำคอทำให้ตรัยคุณต้องหันไปมองเฮียชนที่นั่งอยู่ ทำให้ได้เห็นแววตาและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ร้ายของเขาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แววตาและรอยยิ้มแบบนี้ต่างไปจากเฮียชนที่เขาเคยเห็นโดยสิ้นเชิง แต่เพียงแค่ชั่วพริบตา ช่วงเวลาอันแสนสั้นจนตรัยคุณคิดว่าตัวเองนั้นตาฝาด รอยยิ้มนั้นก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างพร้อมใบหน้าบานเป็นกระด้งอย่างที่เคยเป็น“ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ”“อารมณ์ดีอะไรขนาดนั้นครับ”เฮียชนลุกจากเก้าอี้เดินเข้ามาหาตรัยคุณ เข้าหมุนฟูลเทิร์นรอบตัวเองไปหนึ่งรอบ จากนั้นก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ปรากฏดอกกุหลาบขึ้นมาตรงหน้าของตรัยคุณ“อะไรครับ”“ดอกไม้ไง ให้นาย”“ให้ทำไมครับ”“นายรู้ไหม นายคือตัวเงินตัวทองของฉันจริง ๆ ฉันคิดไม่ผิดเลยที่เอานายมาไว้ใกล้ตัว”ตรัยคุณกำหมัดแน่น นี่เฮียชนกำลังหลอกด่าเขาอยู่แน่ ๆ
“ก็หลายปีแล้วพี่ เมื่อก่อนผมน่ะเดินสาย”ตั้มหัวเราะแล้วพูดต่อ“ไม่ได้ทัวร์คอนเสิร์ตหรอกนะ เดินสายส่งยา”“อ้อ” ตรัยคุณพยักหน้า เพราะข้อมูลนี้เขาเองก็รู้อยู่ก่อนแล้ว“เคยเป็นกระทั่งสายตำรวจ เสี่ยงตายส่งข่าว จนเขาให้มาสืบเรื่องเฮียชน โดนแกจับได้ ถ้าเป็นคนอื่นผมคงถูกยิงทิ้งไปแล้ว แต่เฮียแกดันจัดการเรื่องอื่นให้ ให้ผมไปขับวิน จะได้เลิกทำแบบนั้น รถที่ผมใช้วิ่งทุกวันนี้ ค่าเสื้อค่าหมวกแกก็ออกให้หมด ไม่เอาคืนสักบาทให้จ่ายแค่ค่าเช่าวิน แรก ๆ ก็ลำบากเพราะสิ่งที่เคยทำไว้ ตอนนี้อยู่ตัวแล้ว...ไปนะพี่ วันหลังจะเอากับข้าวมาฝากอีก”“เออ ๆ”เรื่องเป็นแบบนี้นี่เอง แววตาที่ตั้มพูดถึงเฮียชนเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีและศรัทธา ไม่ได้แฝงด้วยความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ตรัยคุณหันมองไปรอบ ๆ คนก็อยู่กันครบ แต่ทำไมถึงปล่อยให้ตั้มเข้าออกตามสบาย ลูกน้องแต่ละคนเที่ยงปุ๊บพักปั๊บ ตรัยคุณเดินกลับเข้ามาด้านใน เฮียชนกวักมือเรียกให้เข้าไปร่วมโต๊ะในมื้อกลางวัน อยากปฏิเสธแต่พยาธิในท้องมันก็ต่อต้านรุนแรงซะเหลือเกิน“ขอบคุณครับ”“เกรงใจทำไม เราสนิทกันไม่ใช่เหรอ”สา





![ผัวของผมมันคลั่งรักเกินไปแล้วนะ [YAOI]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

