MasukEp.6 สัมผัสจูบ
“เช็ดน้ำลายก่อนไหม”
“อะไร” ของขวัญตอบกลับ พยายามใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหวเพื่อไม่ให้ธามรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทัน
“ก็อะไรล่ะ เธอคิดอะไรอยู่” ธามรู้ธามเห็น ของขวัญไม่เก็บอาการเลยสักนิด
“ไม่ได้คิดสักหน่อย” เธอยังคงปฎิเสธเสียงแข็งราวกับว่าไม่ได้คิดอะไรจริงๆ
“เก็บอาการหน่อย แต่ถ้าเก็บไม่ไหวก็…”
“ทะ ทำแผลเลยดีกว่า”
“หึ เอาสิ”
เขานั่งนิ่งปล่อยให้เธอจัดการ สายตาของธามจับอยู่ที่ใบหน้าสวยรั้นของของขวัญ มองอย่างยากจะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ๆ เวลาที่เธอเงียบ ไม่ด่า ไม่เถียง ของขวัญกลับดูน่ารักขึ้นเป็นกอง โดยเฉพาะตอนที่เรียกเขาว่าเฮียธาม
“โดนได้ไงอ่ะ” ของขวัญถาม พลางชำเลืองมองรอยฟกช้ำตรงหน้าอกกับไหล่ของเขา
“เข้าไปห้ามลูกค้าตีกัน” ธามตอบสั้นๆ เหมือนไม่อยากพูดอะไรมาก
“บอดี้การ์ดของผับก็มีนี่”
“เฮียเจอตอนที่กำลังจะกลับ” ธามเหลือบมองหน้าเธอเล็กน้อยก่อนที่จะตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง
“...”
คำว่าเฮียก็ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของของขวัญเกิดอาการใจสั่นและหวั่นไหว มันรู้สึกเหมือนบางอย่างถูกเติมเต็ม แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ว่าคืออะไรกันแน่
“ขวัญ”
… “อย่าใกล้เฮียขนาดนี้ดิ”
ของขวัญตั้งใจทำแผลให้ แต่คงจะขยับเข้าใกล้ไปหน่อย ช่องว่างระหว่างกันแทบไม่เหลือ ของขวัญรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของตัวเอง ที่กำลังรดลงบนอกแกร่งของเขาโดยไม่ตั้งใจ
เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตาเขาตรงๆ
“มันทำไมงั้นเหรอ”
น้ำเสียงนั้นไม่ใช่การเถียงแต่เป็นการท้าทาย เธออยากรู้ว่าธามรู้สึกอย่างไร เพราะเห็นอาการของเขาตอนนี้ที่หอบหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ
พรึบ!
ธามยกมือขึ้นจับข้อมือของเธอไว้ ไม่แรงนักแต่แน่นพอจะหยุดระยะห่างนั้นไม่ให้ใกล้ไปกว่านี้ เขามองเธอนิ่ง สายตาไหววูบเหมือนกำลังชั่งใจ ก่อนที่ทุกอย่างจะพังลงเพราะหัวใจมันเลือกเอง
ธามประคองใบหน้าของของวัญให้โน้มลงช้าๆ เขาแตะริมฝีปากของตัวเองลงบนริมฝีปากของของขวัญอย่างแผ่วเบา เบาราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปถ้าสัมผัสแรงกว่านี้
ของขวัญชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที หัวใจเต้นแรงจนได้ยินชัด ตัวสั่นนิดๆ เพราะความตื่นเต้นที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน และฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังหลงเหลือ ผสมกับความอยากรู้ อยากลองทำให้เธอค่อยๆ ผ่อนคลาย ของขวัญหลับตาลงแล้วขยับริมฝีปากตอบกลับอย่างช้าๆ
แต่สัมผัสอ่อนโยนนั้นทำเอาธามเริ่มทนไม่ไหว เขาอุ้มคนตัวเล็กมานั่งคร่อมตักเขา มือหนาจับแผ่นหลังบาง ออกแรงดันเล็กน้อยให้เธอเข้าหาเขาจนแนบชิด ส่วนมืออีกข้างยังคงประคองใบหน้าหวาน เสียงบดจูบ ดูดลิ้น ดังกระทบใบหูมันยิ่งทะยานความรู้สึกบางอย่างมากขึ้น ยิ่งของขวัญนั่งกดทับส่วนนั้นของเขาอย่างแนบชิด ความต้องการมันยิ่งเอ่อล้น ไม่อยากหยุดไว้แค่นี้ อยากทำมากกว่าการจูบกัน
“อึก อื้อออ”
… “หะ หายใจไม่ทัน”
“ปากขวัญนุ่มจัง”
“พะ พอแล้ว”
“อีกนิด”
“...”
“นิดเดียวครับ นะ… เฮียขอ”
ของขวัญพยักหน้าตามเป็นการตามใจคนที่ร้องขอจูบจากเธออีกครั้ง ทว่าจูบครั้งนี้มันยิ่งลึกซึ้ง ลึกซึ้งจนทั้งสองเริ่มจะยอมรับความรู้สึกตัวเองว่าที่ผ่านมา การพูดจาแรงๆ ใส่นั้นเป็นเพียงการสร้างกำแพงให้ตัวเองเท่านั้น
ลึกไปกว่านั้น… ความรู้สึกชอบที่ถูกซ่อนอยู่ดูเหมือนว่าตอนนี้ความรู้สึกที่แท้จริงนั้นถูกเปิดเผยออกแล้ว
เพราะต่างคนต่างก็เป็นสเปกของกันและกัน
“ขวัญ เฮียไม่ไหวแล้วว่ะ” เสียงของธามแผ่วลง เต็มไปด้วยความสับสนและพยายามห้ามใจตัวเอง
“พอก่อน เอามือออกได้แล้ว” มือหนาที่ก่อนหน้าประคองใบหน้าของเธอไว้ ตอนนี้เปลี่ยนมากอบกุมเต้าของเธออยู่ ของขวัญไม่รู้ตัวเลยสักนิด ธามมือปลาหมึกหรือเธอเคลิ้มจนไม่รู้ตัวกันแน่
ความรู้สึกที่ของขวัญรู้สึกตอนนี้คือ ฟินนน
ฟินที่โดนบดจูบ ฟินที่แลกลิ้น หัวใจเต้นแรงรู้สึกเหมือนผีเสื้อนับร้อยตัวบนวนในท้องจนเธอรู้สึกวูบวาบส่วนนั้น มันเริ่มจะ เปียก แฉะ จนอยากจะรู้สึกแบบนั้นให้มันสุด
เพราะเธอมักจะได้ยินเพื่อนในสาขาพูดว่าเวลามีอะไรกับแฟนรู้สึกฟินปิ๊ เธอเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันฟินยังไง
“ขวัญไหวเหรอ” ความจริงของขวัญเกิดความรู้สึกต้องการอยู่เหมือนกัน แต่ทว่า ทั้งสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน ถ้าจะตอกใส่กันมันก็กะไรอยู่
บ่อยากเป็นแค่คนถืกตอก
หากจะตอกกันก็อยากเป็นคนที่มีสถานะชัดเจนมากกว่าไม่ใช่แค่อารมณ์ชั่ววูบ
“ขวัญจะลุก เฮียปล่อย”
ของขวัญหักห้ามใจได้ เธอเป็นผู้หญิงที่โคตรสวย เธอมั่นใจ เธอจะไม่ยอมให้ใครมาหลอกตอกเธอฟรีๆ หลอกนะ ฟินที่ปิ๊แต่เจ็บที่ใจแบบนี้ก็ไม่เอา
ส่วนธามก็ไม่เซ้าซี้ต่อ ยอมให้เธอลุกจากตักแกร่ง แต่ตอนที่เธอกำลังจะลุก เธอดันบดก้นกลมๆ นุ่มเด้งของเธอลงกลางลำของเขาโดยที่ไม่ตั้งใจ สัมผัสนั้นมันแนบแน่นซะเหลือเกิน
ธามก้มลงมองลูกชายตัวเองที่มันผงาดอยู่ในกางเกง ของขวัญจึงไล่สายตามองตาม
“เฮ้ย หำตุง” ของขวัญหลุดอุทานออกมาเสียงดัง เพราะเผลอเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ควรจ้องมอง
“หำคืออะไร”
“ก็ ก็… เอ่อ อันนั้นของเฮียไง”
ของขวัญหน้าแดงวูบไม่กล้าพูดตรงๆ ได้แต่ใช้สายตากับนิ้วชี้บอกตำแหน่งแทน
“หึ เรียกว่า… หำเหรอ”
ธามหัวเราะในลำคอ เขาแกล้งก้มมองลงไปตามสายตาของเธอ ท่าทีเจ้าเล่ห์นั้นทำให้ของขวัญเผลอมองตามอีกครั้ง แล้วก็รีบละสายตาหนีแทบไม่ทัน
“อือ หำกลับไปได้แล้ว เฮ้ย เฮียกลับไปได้แล้ว” ก็เพราะว่าสายตามัวแต่จ้องมองส่วนนั้น ในหัวก็มีแต่คำว่า หำ หำ หำ เธอก็เลยเผลอพูดเสียงในหัวออกมา
“กลับไม่ได้”
“ทำไม”
“หำตุง”
… “ช่วยหน่อย”
“จะบ้าหรือไง” ของขวัญชะงัก เธอตกใจเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรง ทั้งเขิน ทั้งตกใจ ทั้งไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไง
สุดท้ายของขวัญก็ตัดสินใจคว้าแขนแกร่งของธามแล้วลากเขาออกไปนอกห้องทันที ประตูปิดลงทิ้งให้ธามยืนอยู่หน้าห้องของเธอในสภาพที่ไม่พร้อมจะเจอใครเอาเสียเลย
จังหวะเดียวกันนั้นเองมีกลุ่มนักศึกษาสาวเดินผ่านมาพอดี พวกเธอชะงัก หน้าแดง บางคนหลบสายตา บางคนถึงกับรีบก้มหน้าเดินหนี พวกเธอเขินอายจนแทบจะมุดแผ่นดินหนีเมื่อผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาแต่ยืนหำตุงอยู่หน้าห้องแบบนั้น ใครเห็นก็ต้องคิดไปไกล
และเมื่อธามรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมา เขาจึงหันหลังให้ทางเดิน หันหน้าเข้าหาประตูห้องแทน ทั้งยังเคาะประตูเรียกของขวัญให้เปิดประตูให้เขาก่อน เขากลับไปในสภาพนี้ไม่ได้ คนจะหาว่าเขาทำอนาจารและเป็นโรคจิตเอาได้
“ขวัญ… เปิดประตูให้เฮียหน่อย”
“เฮียกลับไปแบบนี้ไม่ได้”
แต่ก็ไร้เสียงตอบกลับ เพราะของขวัญเองก็สติกระเจิงกับเรื่องเมื่อครู่จนวิ่งเข้าห้องนอนไปแล้ว หัวใจเต้นแรงไม่หยุดเหมือนจะหลุดออกมานอกอก
“อีตาบ้า มาทำให้อีหล่าใจสั่นหวั่นไหวแท้น้ออ้ายจ๋า” (อีตาบ้า มาทำให้น้องใจสั่นหวั่นไหวเสียจริงพี่จ๋า)
เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง มือยกขึ้นปิดหน้า ทั้งเขิน ทั้งหงุดหงิด ภาพเมื่อครู่ยังวนเวียนอยู่ในหัว ยิ่งคิดก็ยิ่งใจเต้น
“งื้อๆๆ บักผีทะเลหัวขาว”
“โอ้ยยย ฉันเป็นอะไรไปเนี่ย” ของขวัญกลิ้งไปมาบนเตียงเหมือนเด็กที่ไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองยังไง
“หัวใจล่ะเต้นคร่อมจังหวะ~”
อยู่ๆ ของขวัญก็ร้องเพลงขึ้นมาคนเดียวแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เหมือนสมองสั่งให้ปากร้อง ทั้งที่เจ้าตัวก็ยังงงว่าร้องออกมาได้ยังไง พร้อมทำท่าเต้นเอามือบางทาบตรงตำแหน่งหัวใจ แล้วก็ทำท่าปั๊มหัวใจใส่ตัวเอง ตึก ตึก
“กลับมาเด้อหัวใจ อย่าเต้นแฮงปานนี้” (หัวใจกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวเถอะนะ ใจอย่าเต้นแรงขนาดนี้เลย)
ของขวัญปั๊มไป พูดไป เหมือนแพทย์สนามสมัครเล่นที่กำลังช่วยชีวิตคนไข้ ซึ่งก็คือตัวเองนั่นแหละ
✨✨✨
ตอนพิเศษในเมื่องานแต่งงานถูกจัดขึ้นแบบไม่ต้องใส่ซอง พอตกค่ำผู้คนกลับยิ่งหนาแน่นกว่าช่วงกลางวันเสียอีกรถมอเตอร์ไซค์ รถกระบะจอดเรียงราย เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และเสียงดนตรีเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศครึกครื้นจนลานหน้าบ้านแทบไม่มีที่ยืนหลังจากคู่บ่าวสาวขึ้นกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน กล่าวขอบคุณแบบเรียบง่ายไม่เป็นทางการ มีแค่รอยยิ้มจริงใจจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเวลาต่อจากนี้… คือเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริงถ้าเป็นงานแต่งในเมือง ช่วงเวลานี้อาจเรียกว่า After Party แต่ที่นี่ไม่ต้องมีดีเจ เพราะสิ่งที่กำลังจะเริ่ม คือเวทีหมอลำที่ตั้งเด่นอยู่กลางลานไฟจากเวทีหมอลำสว่างวาบ เรียกคนทั้งงานให้หันไปมองเป็นตาเดียวหลายคนเริ่มขยับเท้า บางคนโยกตัวตามจังหวะ เด็กๆ วิ่งเล่น ผู้ใหญ่ยืนหัวเราะ สนุกแบบสุดจะบรรยาย บรรยากาศคล้ายเป็นการจัดงานประจำปีและแน่นอน… สี่สาวยืนอยู่หน้าเวทีหมอลำตั้งแต่เพลงแรกยังไม่จบของขวัญยืนอยู่ตรงกลาง ชุดเจ้าสาวผ้าไหมมัดหมี่พลิ้วไหวตามแรงลม อัญชันกับมะปรางยืนประกบข้าง ส่วนกรีนไม่ต้องพูดถึงขยับเท้าโยกเอวตั้งแต่เสียงเทสไมโครโฟนสายตาทั้งสี่คู่จับจ้องไปที่หน้าเวทีเหมือนลืมความเหนื่
Ep.38 เขยอีสานเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย ความเข้าใจกลับมาอยู่ตรงกลางระหว่างคนสองคน ธามก็ไม่รอให้เวลาพาโอกาสหลุดมือไปอีกครั้งเขานั่งคุยกับพ่อและแม่ของของขวัญด้วยท่าทีสุภาพ จริงใจ ไม่มีคำพูดสวยหรู ไม่มีการอ้อมค้อมใดๆ อีกแล้ว ครั้งนี้เขากล้าแล้ว กล้าที่จะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบในแบบของตัวเอง“ผมขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นเขยอีสานเด้อครับ” เสียงทุ้มเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาแน่วแน่“ผมอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่ผมสัญญาว่าจะดูแลขวัญให้ดีที่สุด เท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้”พ่อกับแม่ของของขวัญมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ออกมา รอยยิ้มของผู้ใหญ่ที่ผ่านชีวิตมามากพอจะรู้ว่าความจริงใจสำคัญกว่านามสกุลหรือที่มาเสมองานแต่งงานงานแต่งงานจึงถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่ที่ไม่ได้มาจากความฟุ่มเฟือย แต่ยิ่งใหญ่เพราะผู้คนลานกว้างหน้าบ้านถูกจัดเป็นงานมงคล เต็นท์ผ้าใบเรียงรายเป็นแถว ผูกผ้าไหมมัดหมี่ลายแคนแก่นคูณไว้ตามเสา สีสันของผ้าไหมให้บรรยากาศอบอุ่นแบบบ้านๆของขวัญตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ ใครว่างก็มา ใครผ่านก็แวะ ไม่ต้องใส่ซอง เธออยากให้ทุกคนมาสนุก มากิน มาหัวเราะ มาร่วมยินดีด้วยใจมากกว่างานแต่งที่ต้องนั่งเกร็งอยู่ในกรอบพิธี
Ep.37 กระชับรัก 💦💦“ด่าได้น่ารักขนาดนี้ เฮียควรดีใจหรือควรเจ็บดีครับ” “อย่ามาพูดดี” ของขวัญสะอื้น เสียงยังติดสะอึก“ถ้าขวัญไม่รักจริง ขวัญไม่เจ็บขนาดนี้หรอก”คำพูดนั้นทำให้ธามชะงัก เขาก้มหน้าลงวางหน้าผากแตะลงกับหน้าผากของเธอเบาๆ“เฮียขอโทษ… ขอโทษจริงๆ”“ถ้าเฮียหนีอีก ขวัญจะด่าให้หนักกว่านี้นะ” เธอยกมือขึ้น กำเสื้อเขาไว้แน่น“เฮียยอมโดนด่าทุกคำ ดีกว่าไม่ได้อยู่กับขวัญ”เขาค่อยๆ กอดเธอเข้ามาแนบอก ของขวัญซบหน้าลงกับอกเขา เสียงสะอื้นแผ่วเบา เหลือเพียงลมหายใจที่ค่อยๆ สงบลงริมฝีปากร้อนก็แตะลงช้าๆ ที่หน้าผาก ไล่มาที่เปลือกตา และแก้มอย่างอ่อนโยนราวกับกลัวเธอแตกสลาย ของขวัญเผลอกำเสื้อเชิ้ตเขาแน่น เธอไม่ผลักไส ธามจึงจูบลึกขึ้นอีกนิด มือหนึ่งโอบเอวบางเข้าหาอกแกร่ง อีกมือไล้จากต้นคอลงสู่หัวไหล่ ปลายนิ้วเกี่ยวสายชุดเธอช้าๆ จนเนื้อผ้าลื่นไหลลงมาเผยผิวขาวใต้แสงไฟ“เฮีย…” เสียงเรียกชื่อเขาแผ่วหวานจนคนฟังแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ธามก้มลงจูบซอกคอ ไล้ช้าๆ จนเธอเผลอแหงนหน้ารับสัมผัส มือใหญ่ลูบแผ่นหลังเนียนอย่างแผ่วเบา เขาอุ้มเธอขึ้นอย่างง่ายดาย และค่อยๆ วางร่างบางลงบนเตียงนุ่มราวกับเธอคือของล้ำค่า ธามท
Ep.36 รู้ว่าทุกอย่างมันไม่ง่ายหลายวันผ่านไปธามทำตัวน่ารักเกินเหตุ พูดน้อยลง ยิ้มง่ายขึ้น จากผู้ชายทรงหัวเกรียนที่ตอนแรกของขวัญมองแล้วยังไม่คุ้นตา ตอนนี้กลับเริ่มชินกับภาพนั้นเข้าไปทุกที ชินกับการเห็นเขานั่งรอเงียบๆ ชินกับสายตาที่มองเธอแบบไม่เรียกร้องอะไรเลย แต่ถึงอย่างนั้นของขวัญก็ยังไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆ หรอกนะธามไม่ได้รับสิทธ์เหมือนแขกที่มาเยี่ยมทั่วไป เขาไม่ได้นอนในบ้านหลังใหญ่ แต่ของขวัญไล่ให้เขาไปนอนกระท่อมปลายนา กลางคืนทั้งมืด ทั้งยุงกัด ไฟฟ้าก็ไม่มี มีแค่เพียงตะเกียงเล็กๆ กับเสียงร้องของแมลงและจิ้งหรีดเรื่องกินก็ไม่ได้สบาย ของขวัญไม่ได้ดูแลอะไรเป็นพิเศษ บางวันเขาได้กินแค่ผักลวก น้ำพริกถ้วยเล็ก บางวันแทบไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำ แต่ธามก็ไม่เคยบ่น ไม่เคยทำหน้าอิดออด กินได้ก็กิน ไม่ได้กินก็แค่ยิ้ม แล้วบอกว่าไม่เป็นไรเพราะสำหรับเขา ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ แค่ได้มองเห็นเธออยู่ในสายตาก็เหมือนได้ชดใช้ในสิ่งที่ทำพลาดไปแล้วบ้างไม่มากก็น้อยจนกระทั่งพ่อกับแม่ของของขวัญเริ่มทนไม่ไหว มองแล้วก็อดสงสารธามไม่ได้“อีหล่า มันเกินไปแล้วเด้อ”“เขามาง้อ ไม่ได้มารับโทษถึงตาย”ของขวัญฟังแล้วเงียบ ในใจ
Ep.35 อีห่า (อีหล่า) ครับ อ้ายขอโทษเด้อก่อนที่ทุกอย่างจะยากเกินไปสำหรับธาม พ่อของเพทายเลือกเดินเกมไปก่อนแล้ว ในช่วงเวลาที่ธามยังอยู่ในผ้าเหลือง ท่านเดินทางมาขอนแก่นด้วยตัวเอง มาเพียงลำพัง ไม่มีลูกน้อง ไม่มีอิทธิพล ไม่มีมาดของมาเฟียรุ่นใหญ่ให้ใครต้องเกรงกลัว ท่านมาในฐานะพ่อของลูกชายคนหนึ่ง ที่อยากขอความเมตตาให้ลูกได้มีโอกาสอีกครั้งท่านนั่งคุยกับพ่อและแม่ของของขวัญอย่างสุภาพ เล่าทุกอย่างด้วยน้ำเสียงเรียบ ไม่ปิดบัง และไม่บิดเบือนความจริงแม้แต่น้อยท่านเล่าเรื่องของธามทั้งหมด ตั้งแต่เด็กวัดที่ไม่มีใคร วันที่ถูกหลอก วันที่ถูกทิ้ง รวมถึงความจริงที่ว่าชีวิตของธามไม่ได้สวยงามอะไรเลย แต่เขาไม่เคยเลือกทางเลวหรือทำตัวไม่ดีในวันนั้นท่านพูดว่า...‘ผมไม่ได้มาขอให้ยอมรับลูกผมทันที’‘ผมแค่อยากขอให้… ให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเองหลังจากที่เขาคิดได้แล้วว่าควรทำยังไงกับหัวใจของตัวเอง’‘หากทั้งสองคนจะไม่ให้อภัยลูกชายบุญธรรมของผม ผมก็เคารพการตัดสินใจ แต่ถ้าให้อภัย… ผมขอฝากหัวใจของเขาไว้กับครอบครัวนี้ด้วยได้ไหม’บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่ ผู้ใหญ่ทั้งสองกำลังฟังด้วยหัวใจไม่ใช่สมอง พ่อกับแม่ของของขวัญไม่ได้ตัด
Ep.34 ศึกจากพระ (ขอลาสิกขา)วัดแห่งหนึ่งวัดเล็กๆ ที่อยู่ไม่ห่างจากคาสิโนของพ่อเพทายมากนัก เสียงของไม้กวาดเสียดสีกับพื้นลานวัด ธามในผ้าจีวรกำลังกวาดลานวัดอย่างตั้งใจ ท่าทางเรียบง่าย ไม่มีความดุดันแบบที่แวนซ์คุ้นเคย เหมือนเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังปล่อยวางอะไรบางอย่างลงแล้วพ่อของเพทายยืนมองภาพนั้นอยู่เงียบๆ ท่านรู้ดีว่าเวลานี้ธามไม่ควรถูกดึงกลับมาด้วยคำถามหนักหน่วงเพราะคนในผ้าเหลืองไม่ใช่คนที่ต้องแบกรับอดีตด้วยถ้อยคำ“ถ้าอยากถามอะไรอีก ก็ถามกู”แวนซ์ชะงักเล็กน้อย เขาหันไปมองร่างสูงในจีวรที่กำลังก้มหน้าก้มตากวาดลานวัด หัวใจมันอึดอัดเหมือนมีอะไรจุกอยู่ตรงคอ“เรื่องที่ท่านเล่าผม ระหว่างทางที่มาที่นี่เป็นเหตุผลให้หลวงพี่ธามตัดสินใจบวชใช่ไหม”“กูเดาว่าคงเป็นแบบนั้น”“เฮ้อ… แล้วมีอะไรทำไมไม่บอกกัน พี่สาวผมก็สภาพจิตใจแย่พอสมควรเลยนะ เล่นหายตัวไปดื้อๆ แบบนั้น”แวนซ์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้“หลวงพี่… ธาม”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังไม่ดังนัก แต่ชัดเจนพอจะทำให้มือที่กำไม้กวาดอยู่สั่นไหวเล็กน้อยธามหยุดกวาด เขาวางไม้กวาดลงข้างตัวอย่างช้าๆ เหมือนต้องใช้เวลาควบคุมลมหายใจของตัวเองไ
Ep.1 ยิ้มเป็นตาเซิงผับ TTXไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ตั้งแต่น้องชายของของขวัญอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ แวนซ์ก็เริ่มใช้ชีวิตกลางคืนแทบทุกวัน ไม่ใช่แค่มาเที่ยวธรรมดา แต่ยังหน้าใหญ่ใจป๋าถึงขั้นสมัครเป็นสมาชิก VVIP ของผับแห่งนี้อีกด้วย มาบ่อยจนสนิทกับเจ้าของผับราวกับว่าเคยรู้จักกันมาก่อนบ่อย
คำโปรย“ผู้หญิงอะไรกลิ่นตัวก็แรงเหมือนกลิ่นแป้งเย็นตรางูโบราณ แล้วแต่งตัวแบบนี้ มาขาย?” “ฉันก็ลูกพระยานาหมื่น ขายเชี่ยไร ตีขุมตามึงจักบาดสะบ้อ”(ตีขุมตามึงจักบาดสะบ้อ หมายถึง ชกเบ้าตามึงสักทีดีไหม)⭐_____⭐Introเขากับเธอที่เคยเจอกันมาก่อน ก่อนจะมารู้ความจริงในภายหลังว่า ผู้หญิงปากจัดจ้านที่เขาไม
Ep.9 พี่สาวสุดแสบ น้องชายสุดกวนหลายวันต่อมาของขวัญเริ่มรู้สึกเหงา เป็นความเหงาแบบเงียบๆ ที่ค่อยๆ ซึมเข้ามา ทั้งอัญชันและมะปรางต่างก็ไม่ค่อยได้เจอกัน ด้วยเหตุผลหลายอย่างที่ต่างคนต่างต้องจัดการ ถ้าจะได้เจอกันอีกครั้งก็คงเป็นช่วงซ้อมรับปริญญาส่วนธาม… ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาทั้งสองคนก็ไม่ได้เจอกันอี
Ep.8 อยากรู้ อยากชิม 💦💦“คาวยิ่งกว่าอาหารทะเล” ความจริงมันก็ไม่ได้คาวมากขนาดนั้น แต่คนอย่างของขวัญมักจะชอบพูดให้ธามเสียความมั่นใจ“...”“หึ ชักอยากจะรู้แล้วเหมือนกันว่าน้ำของเธอมันคาวเหมือนของเฮียหรือเปล่า”พรึบ! ธามลุกขึ้นยืนภายในเสี้ยววินาทีแล้วจับของขวัญนั่งลงแทนที่ของเขาเดี๋ยว เฮียจะทำอะไร“







