Mag-log inEp.1 ยิ้มเป็นตาเซิง
ผับ TTX
ไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ตั้งแต่น้องชายของของขวัญอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ แวนซ์ก็เริ่มใช้ชีวิตกลางคืนแทบทุกวัน ไม่ใช่แค่มาเที่ยวธรรมดา แต่ยังหน้าใหญ่ใจป๋าถึงขั้นสมัครเป็นสมาชิก VVIP ของผับแห่งนี้อีกด้วย มาบ่อยจนสนิทกับเจ้าของผับราวกับว่าเคยรู้จักกันมาก่อน
บ่อยครั้งที่ของขวัญต้องตามมานั่งเฝ้า คอยลากกลับคอนโด แต่ก็ไม่เคยได้ผล แวนซ์จะกลับก็ต่อเมื่อเขาอยากกลับเท่านั้น แถมยังสนิทกับบอดี้การ์ด และคุ้นเคยกับเจ้าของผับราวกับรู้จักกันมานานนับปี
ธามนั่งอยู่ชั้นบนของผับตามปกติ เสียงเพลงดังกลบทุกอย่าง รอบตัวเต็มไปด้วยแสงสีและผู้คน แวนซ์ที่แวะขึ้นมาทักทายธามและนั่งชนแก้วกันก่อนที่เขาจะลงไปด้านล่าง
“เฮียธาม”
“อะไร”
“เฮียมีผู้สาวแล้วบ่”
“หมายถึงอะไร” ธามชะงักเล็กน้อย
“มีแฟนยังครับ”
“...” ธามไม่ตอบ ยังคงมองเด็กตรงหน้าด้วยสายตานิ่งๆ
“เฮ้ย อย่ามองผมแบบนี้ ผมบ่ได้มักผู้บ่าว ผมมักผู้สาว” แวนซ์รีบโบกมือทันที เขาเหล่ท่อหล่อเท่ขนาดนี้ เสียของหมด สาวๆ คงเสียดายแย่ ไหนจะพวกแม่ป้าที่ชอบเต๊าะหมาอ่อนอย่างเขาอีก
… “คนเหงาๆ แบบเฮียเหมาะกับคนๆ นึงมาก” แวนซ์เริ่มพูดจูงใจธาม เพราะเขาคิดเอาไว้ว่าคนที่จะกำราบพี่สาวเขาได้นั้น... ธามเป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุดแล้ว
“ใครวะ”
เขาถามไปแบบนี้ ไม่ได้สนใจจะมีแฟนหรอก แค่อยากรู้ว่าไอ้เจ้าเด็กแสบตรงหน้าจะหมายถึงใคร
“เอื้อยผมไง”
“เอื้อย?”
แม้แวนซ์จะพูดภาษาถิ่นกับธามอยู่บ้างแต่ก็ใช่ว่าเขาจะจำได้ทุกคำ
“พี่ขวัญน่ะ”
แวนซ์พูดพร้อมแอบสังเกตท่าทางของธามไปด้วย
“ไม่เอา”
ธามตอบทันทีแบบไม่ต้องคิด สมองไม่ได้ทำงานสักนิดแต่ปากตอบไปก่อนแล้ว
“เหมาะกับเฮียจะตาย เชื่อผมดิ”
แวนซ์รู้สึกว่าจะผีเห็นผีนะ ลองให้สปาร์คกันบ่อยๆ เดี๋ยวก็สเปกเอง
“ให้กูเชื่อเด็กแบบมึงอะนะ”
“เด็กคนนี้อ่านเกมขาดนะ”
แวนซ์ก็ยังมั่นใจที่สิ่งที่เขาเห็น เขาเห็นนนน… ไปถึงดาวอังคารแล้วเถอะ
“รับรองบันเทิง”
“ปวดหัว”
แบบนี้ไม่ไหวหรอก แค่เจอหน้าของขวัญเขาก็พร้อมกินยาพารารอ
“ไม่ชอบจริงดิ”
“อืม”
ธามมีท่าทางลังเลครู่หนึ่ง แต่ก็เป็นครู่หนึ่งที่แวนซ์นั้นเห็นทันทุกท่าทางของธาม
“ถ้าไม่ชอบงั้นก็ด่าไปเลย เวลาเจอหน้าเอื้อยผม เฮียธามด่าเลยนะ” แวนซ์ทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์
“หลอกอะไรกูอีก”
“ไม่หลอกๆ ผมเห็นเฮียไม่เคยด่าทันพี่ขวัญเลยสักคำ แถมยังโดนหลอกด่าอีก แบบนี้ยอมไม่ได้นะเฮีย เสียเชิงชายหมด”
… “เฮียลองพูดตามดิ ผู้สาวคือยิ้มเป็นตาเซิงแท้น้อ”
“...”
“เฮียธามลองซ้อมหน่อย เดี๋ยวคืนนี้เอื้อยก็มาตามผมอีก ไม่เชื่อคอยดู”
“คำด่าอะไร มีคำว่ายิ้ม”
ธามหรี่ตามอง เด็กเมื่อวานซืนอย่ามาหลอกเขาให้เสียเวลา
“แต่ความหมายมันอีกแบบนึงเลยนะเฮีย ฟังแล้วเจ็บไปถึงไส้ติ่ง”
“...”
เด็กเวรนี่ชอบพูดจาอะไรเพ้อเจ้อเหมือนพี่สาวไม่มีผิด
“แปลว่ายิ้มเหมือนหน้าจระเข้”
แค่ก แค่ก แค่ก
ธามสำนึกน้ำสีอำพันที่กำลังยกดื่ม ถ้าพูดประโยคนี้ออกไปคงไม่จบง่ายๆ แน่ ของขวัญคงแรปด่าเขาเป็นชุด แล้วเขาจะด่าทันได้ยังไงกัน
“ผมทวนให้อีกรอบเผื่อเฮียเปลี่ยนใจ”
… “ผู้สาวคือยิ้มเป็นตาเซิงแท้”
“...”
“ผมไปนะ นั่งกับเฮียนานแล้ว ขอลงไปนั่งด้านล่างดูผู้สาวกระโปรงเหี่ยนเต้นหน้าเวทีก่อน”
“เออ จะไปก็ไป”
ธามโบกมือไล่ แต่ในหัวกลับไม่ว่างอย่างที่คิด คำพูดของเด็กนั่นดันติดอยู่ในหัวเขาอย่างน่ารำคาญ
และไม่นานนัก ประตูถูกผลักเข้ามาโดยคนด้านนอก ไม่มีการเคาะประตูใดๆ ทั้งสิ้น สาวร่างบางแต่ทรวดทรงมันแน่นจนน่ามอง เอวเล็กตั้งรับกับหน้าอกใหญ่ที่ล้นทะลักเสื้อครอปสีแดงที่เข้าชุดกับกระโปรงสั้นของเธอ
“ที่นี่มีอะไรดีนักหนา น้องชายฉันถึงต้องมาทุกวัน”
“...”
“หูตึงหรือไง ฉันถาม”
“ขี้เกียจพูด”
“โว๊ะ ค้านเว้าพะนะ ตายสะบ้อ”
(โว๊ะ ทำเป็นไม่อยากพูด ไม่ตายซะเลยล่ะ) หากจะหลอกด่าธามก็ต้องภาษาอีสานเท่านั้นเพราะเขาฟังไม่ออก ของขวัญมั่นใจ
“อะไร”
“ไม่มีอะไร บอกเด็กของนายเอาไวน์มาเสิร์ฟฉันด้วย”
ธามหันไปสั่งเด็กเสิร์ฟผ่านทางสายตา และรอไม่นานไวน์ราคาแพงก็มาเสิร์ฟที่โต๊ะทันที
“เมื่อไหร่ผับนายจะเจ๊ง ฉันเบื่อจะตามน้องชายเต็มที”
“ผีเจาะปากมาพูดหรือไง” อยู่ๆ ก็มาแช่งให้ผับของเขาเจ๊ง เดี๋ยวเถอะเดี๋ยวจะด่าคำที่แวนซ์สอนเขาพูดเมื่อครู่นี้
“นายนั่นแหละที่ปากพล่อย พูดจาไม่น่าฟัง ไม่ม่วนเลยสักนิด” (พูดจาไม่น่าฟัง ไม่น่าสนุก ไม่น่าคุยด้วยเลยสักนิด)
“ฉันไปทำอะไรให้เธอนัก” เขาล่ะอยากรู้นักว่าไปทำอะไรให้ ทำไมของขวัญเจอหน้าเขาทีไรต้องด่าเขาทุกที
“ไม่ชอบขี้หน้า จบป่ะ”
“ไม่ชอบ? แต่เธอสะเหล่อขึ้นมาบนนี้”
“มาสะแตกไวน์ฟรี เคป่ะ” (สะแตกหมายถึงกิน / แดก หรือ กินจุ กินเยอะ )
“หึ”
“ฉันไปล่ะ ขิวขี้หน้า”
“แปลด้วย”
“เหม็นขี้หน้านาย”
ธามกัดฟันแน่น เอะอะอะไรก็จ้องแต่จะว่าเขา ทั้งที่เขาไมได้ทำอะไรให้เธอเลยสักหน่อย จนในที่สุด…
“ผู้สาวคือยิ้มเป็นตาเซิงแท้”
“...”
“...”
ของขวัญมองนิ่งๆ นานนับนาที จนเธอตัดสินใจทำในสิ่งที่ธามไม่คาดคิด
ซ่า!!!
ไวน์สีแดงสาดเข้าใส่ใบหน้าหล่อเหลาเข้าอย่างจัง ของขวัญไม่สนใจว่าหน้าตาของเขาจะเละแค่ไหน เธอเดินกระทืบเท้าออกจากห้องไปทันที
ธามเริ่มไม่แน่ใจว่าแล้วมันแปลว่ายิ้มเหมือนหน้าจระเข้จริงหรือเปล่า ทำไมของขวัญดูโกรธแต่เงียบ มันผิดปกติของเธอที่เธอต้องเอาคืนด่าเขาฉอดๆ
มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ
ของขวัญ
ฉันโมโหมาก โมโหสุดๆ เกิดมาไม่เคยมีใครมาพูดจาแบบนี้ตรงๆ ต่อหน้าสักครั้ง แล้วไปเอาคำพูดพวกนี้มาจากไหน ใครเป็นคนสอน เสียอารมณ์สุดๆ ฉันจึงเดินลงชั้นล่างไปนั่งโต๊ะเดียวกันกับน้องชายของตัวเอง
“เอื้อย” (พี่)
“อีหยัง” (อะไร)
“คือเฮ็ดหน้าตาจั้งซั่น” (ทำไมทำหน้าตาแบบนั้น)
“หุนหวย ซิกงิก” (โมโห หงุดหงิด)
“ไผน้อ คือมันเฮ็ดให้เอื้อยผมหุนหวยคักปานนี้” (ใครนะที่ทำให้พี่สาวของผมหงุดหงิดได้มากขนาดนี้)
“เฮียอะไรนั่นของแกนั่นแหละ”
“เฮียธาม?”
“เออ สูนคัก” (ใช่ โมโหมาก)
“หึ”
“หัวเราะหยัง” (หัวเราะอะไร)
“บ่ แค่อารมณ์ดีซื่อๆ” (เปล่า ก็แค่อารมณ์ปกติ)
“บักแวนซ์!”
“หยังอีก ผมสิเบิ่งสาวกระโปรงเหี่ยนเต้น” (อะไรอีก ผมจะดูสาวนุ่งสั้นกำลังเต้น)
“ฝีมือแกแม่นบ่”
“บ่ได้เฮ็ดหยังเลยเด้อ” (ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ)
“...”
“แต่กะเหมาะกันอยู่เด้อ เหมือนกิ่งทองกับใบรับรองแพทย์”
“เซาเว้า” (หยุดพูด)
“หึ” แวนซ์ยิ้มกว้าง
“พิรุธนะ”
“ป๊าววว”
✨✨✨
ตอนพิเศษในเมื่องานแต่งงานถูกจัดขึ้นแบบไม่ต้องใส่ซอง พอตกค่ำผู้คนกลับยิ่งหนาแน่นกว่าช่วงกลางวันเสียอีกรถมอเตอร์ไซค์ รถกระบะจอดเรียงราย เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และเสียงดนตรีเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศครึกครื้นจนลานหน้าบ้านแทบไม่มีที่ยืนหลังจากคู่บ่าวสาวขึ้นกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน กล่าวขอบคุณแบบเรียบง่ายไม่เป็นทางการ มีแค่รอยยิ้มจริงใจจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเวลาต่อจากนี้… คือเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริงถ้าเป็นงานแต่งในเมือง ช่วงเวลานี้อาจเรียกว่า After Party แต่ที่นี่ไม่ต้องมีดีเจ เพราะสิ่งที่กำลังจะเริ่ม คือเวทีหมอลำที่ตั้งเด่นอยู่กลางลานไฟจากเวทีหมอลำสว่างวาบ เรียกคนทั้งงานให้หันไปมองเป็นตาเดียวหลายคนเริ่มขยับเท้า บางคนโยกตัวตามจังหวะ เด็กๆ วิ่งเล่น ผู้ใหญ่ยืนหัวเราะ สนุกแบบสุดจะบรรยาย บรรยากาศคล้ายเป็นการจัดงานประจำปีและแน่นอน… สี่สาวยืนอยู่หน้าเวทีหมอลำตั้งแต่เพลงแรกยังไม่จบของขวัญยืนอยู่ตรงกลาง ชุดเจ้าสาวผ้าไหมมัดหมี่พลิ้วไหวตามแรงลม อัญชันกับมะปรางยืนประกบข้าง ส่วนกรีนไม่ต้องพูดถึงขยับเท้าโยกเอวตั้งแต่เสียงเทสไมโครโฟนสายตาทั้งสี่คู่จับจ้องไปที่หน้าเวทีเหมือนลืมความเหนื่
Ep.38 เขยอีสานเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย ความเข้าใจกลับมาอยู่ตรงกลางระหว่างคนสองคน ธามก็ไม่รอให้เวลาพาโอกาสหลุดมือไปอีกครั้งเขานั่งคุยกับพ่อและแม่ของของขวัญด้วยท่าทีสุภาพ จริงใจ ไม่มีคำพูดสวยหรู ไม่มีการอ้อมค้อมใดๆ อีกแล้ว ครั้งนี้เขากล้าแล้ว กล้าที่จะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบในแบบของตัวเอง“ผมขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นเขยอีสานเด้อครับ” เสียงทุ้มเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาแน่วแน่“ผมอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่ผมสัญญาว่าจะดูแลขวัญให้ดีที่สุด เท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้”พ่อกับแม่ของของขวัญมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ออกมา รอยยิ้มของผู้ใหญ่ที่ผ่านชีวิตมามากพอจะรู้ว่าความจริงใจสำคัญกว่านามสกุลหรือที่มาเสมองานแต่งงานงานแต่งงานจึงถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่ที่ไม่ได้มาจากความฟุ่มเฟือย แต่ยิ่งใหญ่เพราะผู้คนลานกว้างหน้าบ้านถูกจัดเป็นงานมงคล เต็นท์ผ้าใบเรียงรายเป็นแถว ผูกผ้าไหมมัดหมี่ลายแคนแก่นคูณไว้ตามเสา สีสันของผ้าไหมให้บรรยากาศอบอุ่นแบบบ้านๆของขวัญตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ ใครว่างก็มา ใครผ่านก็แวะ ไม่ต้องใส่ซอง เธออยากให้ทุกคนมาสนุก มากิน มาหัวเราะ มาร่วมยินดีด้วยใจมากกว่างานแต่งที่ต้องนั่งเกร็งอยู่ในกรอบพิธี
Ep.37 กระชับรัก 💦💦“ด่าได้น่ารักขนาดนี้ เฮียควรดีใจหรือควรเจ็บดีครับ” “อย่ามาพูดดี” ของขวัญสะอื้น เสียงยังติดสะอึก“ถ้าขวัญไม่รักจริง ขวัญไม่เจ็บขนาดนี้หรอก”คำพูดนั้นทำให้ธามชะงัก เขาก้มหน้าลงวางหน้าผากแตะลงกับหน้าผากของเธอเบาๆ“เฮียขอโทษ… ขอโทษจริงๆ”“ถ้าเฮียหนีอีก ขวัญจะด่าให้หนักกว่านี้นะ” เธอยกมือขึ้น กำเสื้อเขาไว้แน่น“เฮียยอมโดนด่าทุกคำ ดีกว่าไม่ได้อยู่กับขวัญ”เขาค่อยๆ กอดเธอเข้ามาแนบอก ของขวัญซบหน้าลงกับอกเขา เสียงสะอื้นแผ่วเบา เหลือเพียงลมหายใจที่ค่อยๆ สงบลงริมฝีปากร้อนก็แตะลงช้าๆ ที่หน้าผาก ไล่มาที่เปลือกตา และแก้มอย่างอ่อนโยนราวกับกลัวเธอแตกสลาย ของขวัญเผลอกำเสื้อเชิ้ตเขาแน่น เธอไม่ผลักไส ธามจึงจูบลึกขึ้นอีกนิด มือหนึ่งโอบเอวบางเข้าหาอกแกร่ง อีกมือไล้จากต้นคอลงสู่หัวไหล่ ปลายนิ้วเกี่ยวสายชุดเธอช้าๆ จนเนื้อผ้าลื่นไหลลงมาเผยผิวขาวใต้แสงไฟ“เฮีย…” เสียงเรียกชื่อเขาแผ่วหวานจนคนฟังแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ธามก้มลงจูบซอกคอ ไล้ช้าๆ จนเธอเผลอแหงนหน้ารับสัมผัส มือใหญ่ลูบแผ่นหลังเนียนอย่างแผ่วเบา เขาอุ้มเธอขึ้นอย่างง่ายดาย และค่อยๆ วางร่างบางลงบนเตียงนุ่มราวกับเธอคือของล้ำค่า ธามท
Ep.36 รู้ว่าทุกอย่างมันไม่ง่ายหลายวันผ่านไปธามทำตัวน่ารักเกินเหตุ พูดน้อยลง ยิ้มง่ายขึ้น จากผู้ชายทรงหัวเกรียนที่ตอนแรกของขวัญมองแล้วยังไม่คุ้นตา ตอนนี้กลับเริ่มชินกับภาพนั้นเข้าไปทุกที ชินกับการเห็นเขานั่งรอเงียบๆ ชินกับสายตาที่มองเธอแบบไม่เรียกร้องอะไรเลย แต่ถึงอย่างนั้นของขวัญก็ยังไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆ หรอกนะธามไม่ได้รับสิทธ์เหมือนแขกที่มาเยี่ยมทั่วไป เขาไม่ได้นอนในบ้านหลังใหญ่ แต่ของขวัญไล่ให้เขาไปนอนกระท่อมปลายนา กลางคืนทั้งมืด ทั้งยุงกัด ไฟฟ้าก็ไม่มี มีแค่เพียงตะเกียงเล็กๆ กับเสียงร้องของแมลงและจิ้งหรีดเรื่องกินก็ไม่ได้สบาย ของขวัญไม่ได้ดูแลอะไรเป็นพิเศษ บางวันเขาได้กินแค่ผักลวก น้ำพริกถ้วยเล็ก บางวันแทบไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำ แต่ธามก็ไม่เคยบ่น ไม่เคยทำหน้าอิดออด กินได้ก็กิน ไม่ได้กินก็แค่ยิ้ม แล้วบอกว่าไม่เป็นไรเพราะสำหรับเขา ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ แค่ได้มองเห็นเธออยู่ในสายตาก็เหมือนได้ชดใช้ในสิ่งที่ทำพลาดไปแล้วบ้างไม่มากก็น้อยจนกระทั่งพ่อกับแม่ของของขวัญเริ่มทนไม่ไหว มองแล้วก็อดสงสารธามไม่ได้“อีหล่า มันเกินไปแล้วเด้อ”“เขามาง้อ ไม่ได้มารับโทษถึงตาย”ของขวัญฟังแล้วเงียบ ในใจ
Ep.35 อีห่า (อีหล่า) ครับ อ้ายขอโทษเด้อก่อนที่ทุกอย่างจะยากเกินไปสำหรับธาม พ่อของเพทายเลือกเดินเกมไปก่อนแล้ว ในช่วงเวลาที่ธามยังอยู่ในผ้าเหลือง ท่านเดินทางมาขอนแก่นด้วยตัวเอง มาเพียงลำพัง ไม่มีลูกน้อง ไม่มีอิทธิพล ไม่มีมาดของมาเฟียรุ่นใหญ่ให้ใครต้องเกรงกลัว ท่านมาในฐานะพ่อของลูกชายคนหนึ่ง ที่อยากขอความเมตตาให้ลูกได้มีโอกาสอีกครั้งท่านนั่งคุยกับพ่อและแม่ของของขวัญอย่างสุภาพ เล่าทุกอย่างด้วยน้ำเสียงเรียบ ไม่ปิดบัง และไม่บิดเบือนความจริงแม้แต่น้อยท่านเล่าเรื่องของธามทั้งหมด ตั้งแต่เด็กวัดที่ไม่มีใคร วันที่ถูกหลอก วันที่ถูกทิ้ง รวมถึงความจริงที่ว่าชีวิตของธามไม่ได้สวยงามอะไรเลย แต่เขาไม่เคยเลือกทางเลวหรือทำตัวไม่ดีในวันนั้นท่านพูดว่า...‘ผมไม่ได้มาขอให้ยอมรับลูกผมทันที’‘ผมแค่อยากขอให้… ให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเองหลังจากที่เขาคิดได้แล้วว่าควรทำยังไงกับหัวใจของตัวเอง’‘หากทั้งสองคนจะไม่ให้อภัยลูกชายบุญธรรมของผม ผมก็เคารพการตัดสินใจ แต่ถ้าให้อภัย… ผมขอฝากหัวใจของเขาไว้กับครอบครัวนี้ด้วยได้ไหม’บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่ ผู้ใหญ่ทั้งสองกำลังฟังด้วยหัวใจไม่ใช่สมอง พ่อกับแม่ของของขวัญไม่ได้ตัด
Ep.34 ศึกจากพระ (ขอลาสิกขา)วัดแห่งหนึ่งวัดเล็กๆ ที่อยู่ไม่ห่างจากคาสิโนของพ่อเพทายมากนัก เสียงของไม้กวาดเสียดสีกับพื้นลานวัด ธามในผ้าจีวรกำลังกวาดลานวัดอย่างตั้งใจ ท่าทางเรียบง่าย ไม่มีความดุดันแบบที่แวนซ์คุ้นเคย เหมือนเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังปล่อยวางอะไรบางอย่างลงแล้วพ่อของเพทายยืนมองภาพนั้นอยู่เงียบๆ ท่านรู้ดีว่าเวลานี้ธามไม่ควรถูกดึงกลับมาด้วยคำถามหนักหน่วงเพราะคนในผ้าเหลืองไม่ใช่คนที่ต้องแบกรับอดีตด้วยถ้อยคำ“ถ้าอยากถามอะไรอีก ก็ถามกู”แวนซ์ชะงักเล็กน้อย เขาหันไปมองร่างสูงในจีวรที่กำลังก้มหน้าก้มตากวาดลานวัด หัวใจมันอึดอัดเหมือนมีอะไรจุกอยู่ตรงคอ“เรื่องที่ท่านเล่าผม ระหว่างทางที่มาที่นี่เป็นเหตุผลให้หลวงพี่ธามตัดสินใจบวชใช่ไหม”“กูเดาว่าคงเป็นแบบนั้น”“เฮ้อ… แล้วมีอะไรทำไมไม่บอกกัน พี่สาวผมก็สภาพจิตใจแย่พอสมควรเลยนะ เล่นหายตัวไปดื้อๆ แบบนั้น”แวนซ์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้“หลวงพี่… ธาม”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังไม่ดังนัก แต่ชัดเจนพอจะทำให้มือที่กำไม้กวาดอยู่สั่นไหวเล็กน้อยธามหยุดกวาด เขาวางไม้กวาดลงข้างตัวอย่างช้าๆ เหมือนต้องใช้เวลาควบคุมลมหายใจของตัวเองไ
Ep.9 พี่สาวสุดแสบ น้องชายสุดกวนหลายวันต่อมาของขวัญเริ่มรู้สึกเหงา เป็นความเหงาแบบเงียบๆ ที่ค่อยๆ ซึมเข้ามา ทั้งอัญชันและมะปรางต่างก็ไม่ค่อยได้เจอกัน ด้วยเหตุผลหลายอย่างที่ต่างคนต่างต้องจัดการ ถ้าจะได้เจอกันอีกครั้งก็คงเป็นช่วงซ้อมรับปริญญาส่วนธาม… ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาทั้งสองคนก็ไม่ได้เจอกันอี
Ep.8 อยากรู้ อยากชิม 💦💦“คาวยิ่งกว่าอาหารทะเล” ความจริงมันก็ไม่ได้คาวมากขนาดนั้น แต่คนอย่างของขวัญมักจะชอบพูดให้ธามเสียความมั่นใจ“...”“หึ ชักอยากจะรู้แล้วเหมือนกันว่าน้ำของเธอมันคาวเหมือนของเฮียหรือเปล่า”พรึบ! ธามลุกขึ้นยืนภายในเสี้ยววินาทีแล้วจับของขวัญนั่งลงแทนที่ของเขาเดี๋ยว เฮียจะทำอะไร“
Ep.7 ทำเพื่อเพื่อน 💦💦หลายวันต่อมา“ครับนาย”“ครับ ผมจะจัดการให้ครับ”ธามพูดจบก็วางสาย สายที่โทรเข้ามาเมื่อครู่คือเพทาย คำสั่งที่ได้รับฟังดูเหมือนการขอความช่วยเหลือมากกว่าการสั่งงานเสียอีกธามเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจเบาๆ เขาอยากให้เพทายหลุดพ้นจากความเสียใจครั้งนี้ อยากให้เจ้านายของเขาได้มีโอ
Ep.6 สัมผัสจูบ“เช็ดน้ำลายก่อนไหม”“อะไร” ของขวัญตอบกลับ พยายามใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหวเพื่อไม่ให้ธามรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทัน“ก็อะไรล่ะ เธอคิดอะไรอยู่” ธามรู้ธามเห็น ของขวัญไม่เก็บอาการเลยสักนิด“ไม่ได้คิดสักหน่อย” เธอยังคงปฎิเสธเสียงแข็งราวกับว่าไม่ได้คิดอะไรจริงๆ“เก็







