INICIAR SESIÓNEp.3 ไม่ใช่เรื่องของเขา
ตั้งแต่เปิดเทอมมา ฉันก็เพิ่งรู้ว่ายัยอัญชันตัวน้อยของฉันมีแฟน แล้วก็โดนหักอกมา ยัยอัญก็ตัวแค่นี้อ่ะ น่าเห็นใจชะมัด แล้ววันนี้ฉันต้องไปกินชาบูที่ห้องยัยอัญอีก สาวน้อยร้อยโลอยู่ใกล้แค่เอื้อม
ว่าแล้วก็ไป… หิ้วโซจูไปอีกสองสามขวดเผื่อเพื่อนอยากจะย้อมใจ
คอนโดอัญชัน
“ฮัลโหล เอฟวี่บอดี้” ของขวัญเอ่ยทักทายเพื่อนสาวด้วยเสียงสดใส
“ฉันมีผลไม้จากสวนมาฝากเยอะแยะเลย”
“จ้า แต่เอาไว้ก่อนเนอะ ไหนใครอยากลองดื่ม” มะปราง หนึ่งในเพื่อนสนิทตอบรับและแซวกลับคนอกหักเล็กน้อย
เพื่อนสาวของของขวัญตัดสินใจเล่าเรื่องแฟนเก่าให้ของขวัญและมะปรางฟัง ทั้งเล่าไป ดื่มไป ร้องไห้ไป ต่างก็ช่วยกันปลอบใจกับรักครั้งแรกหัวใจก็แตกสลาย
“แกนี่นะยัยอัญ มาตกม้าตายเอาตอนใกล้เรียนจบ ผ่านมาตั้งสามปีไม่เคยเปิดใจให้ใคร แต่พอเปิดใจปุ๊บก็ใจเจ็บปั๊บ”
“ฉันตั้งใจจะเกลียดเขาให้มาก ให้มากพอที่ฉันจะลืมเขาได้”
“จ้า เกลียดมันโล้ดจ้า บักซั่ว บักปอบ โอ้ยหงุดหงิด ฉันอยากจะด่าสักสามวันสามคืน”
ฉันอดไม่ได้ อยากด่าแทน อย่าให้เจอหน้าก็แล้วกัน ยัยอัญชันหลบไป เดี๋ยวฉันจัดการเอง
และสุดท้ายพวกเราสามคนก็เปลี่ยนใจออกไปทานชาบูที่ร้านคงจะดีกว่า ไม่อยากให้เพื่อนอุดอู้อยู่แต่ในห้อง เผื่อว่ายัยอัญชันจะเจอผัวที่ดีคือผัวใหม่
.
.
ร้านชาบูชาใจ
ฉันและผองเพื่อนมาทานชูบากันอีกแล้ว ชาบูครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ชวนยัยอัญมาทานอะไรสักหน่อย รายนั้นข้าวปลาไม่ค่อยจะกินเพราะอกหัก เรื่องวุ่นๆ ของวัยรุ่นปีสี่
“คนนั้นทำไมเขามองหน้าแกแบบนั้นอ่า แกรู้จักเหรอยัยอัญ” ฉันถามเพื่อนสนิทอย่างอดที่จะไม่สงสัยไม่ได้ เขาจ้องมองยัยอัญแปลกๆ เกินการมองแบบปกติไปมาก
“มะ ไม่รู้จัก”
“ดีแล้ว อย่าไปรู้จักคนแบบนี้เลย ดูสิ ทำหน้าเหมือนหมาหิวอาหารเม็ด”
“ยัยขวัญ”
“อะไรยัยปราง”
“นินทาระยะเผาขนแบบนี้ได้ไง”
“ได้ดิ ทำไมจะไม่ได้ เฮ้ยยย”
และแล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดคาดฝัน ผู้ชายคนที่หน้าเหมือนหมาหิวอาหารเม็ดคนนั้น ฉันเดาว่าต้องเป็นแฟนเก่าของยัยอัญชันแน่นอน เพราะท่าทางหึงหวงมากขนาดนั้น โกรธคือโบ้ โมโหคือบ้า
“เอ๊ะนั่น…”
“...”
ฉันสอบตากับธามแต่เขาเมินฉัน ท่าทางแบบนั้น การแต่งตัวที่ไม่เหมือนเจ้าของผับเลยสักนิด แล้วฉันก็นึกย้อนคำพูดของคุณตุลย์ที่พูดก่อนหน้านี้ว่า ‘รีบไป นายรออยู่’
“บอดี้การ์ดงั้นเหรอ ตกลงทำอาชีพอะไรกันแน่”
“มัวแต่พึมพำอะไรยัยขวัญ รีบตามอัญชันไปเร็วขึ้น”
จนกระทั่งฉันและยัยปรางวิ่งตามยัยอัญออกไป แต่ยัยอัญคงไม่อยากมีปัญหา และบอกกับพวกฉันอีกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ไม่เป็นห่วงได้ไง ยัยอัญก็ตัวแค่นี้อ่ะ
“นี่นาย” ฉันหันไปถามธามเสียงแข็งทันที แต่ก็โดนตัดบทเสียจนรู้สึกโมโหเลือดขึ้นหน้า
“อย่ายุ่ง”
“นั่นเพื่อนฉัน คนนั้นจะทำอะไรเพื่อนฉัน”
“นายฉันไม่ทำอะไรเพื่อนเธอหรอก”
“นาย?”
“...”
“งั้นนายเป็นบอดี้การ์ดด้วยเหรอ” ฉันถามตามที่รู้สึกสงสัย
“ถอยไป เกะกะ” ธามเลือกที่จะไม่ตอบ
“เอ้า บักหน้าส้นตีน ฉันถามดีๆ นะ สูนแท้วะ” (อ้าว ไอ้หน้าส้นตีน ฉันถามดีๆ เองนะ โมโหว่ะ)
“เอาไงดียัยขวัญ จะขับรถตามไปดีไหม” มะปรางถามอย่างขอความคิดเห็น
“ถ้าเป็นแฟนเก่า ปล่อยไปเถอะ ให้ทั้งสองคนเคลียร์กันให้จบ ตัดขาดทีเดียวไปเลย”
“แกแน่ใจนะว่าเขาเป็นแฟนเก่าของยัยอัญ”
“หึงออกหน้าขนาดนั้น แฟนเก่า 99% แน่นอน” เรื่องนี้ฉันมั่นใจ ฉันฟันธง
“แหม ถ้าจะขนาดนั้น ไม่ 100% ไปเลยล่ะ”
… “แล้วเมื่อกี้แกพูดเหมือนรู้จักกับคนหน้าตาหล่อๆ คนนั้นเลยนะ”
“รู้จัก แต่ไม่รู้จัก”
“ห๊ะ มันยังไงนะ”
“ก็รู้จัก แต่ไม่อยากรู้จัก”
“เคมีเคใจได้อยู่นะ เขาก็หล่อสเปกแกเลยนี่ ผมขาวๆ อ่ะ แกอย่างชอบเลยหนิ”
“โห หยุดเลยยัยปราง ฉันไม่ชอบคนปากหมา โดยเฉพาะผู้ชายปากหมาแบบนายนั่นฉันยิ่งไม่ชอบ”
“อือ ก็ตามนั้น”
“ทำไมต้องทำเหมือนไม่เชื่อ” ฉันถามยัยปรางเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน
“ไม่รู้สิ คนมันมีเซ้นส์ง่ะ”
“เพ้อเจ้อ” เซ้นส์เพี้ยนทุกอย่างเพื่อนฉันคนนี้อ่ะ มันไม่มีทางเป็นความจริงได้เลย
“งั้นแยกย้ายเนอะ”
“อื้ม ฉันก็จะไปสแตนบายรอ เผื่อยัยอัญโทรหา”
คอนโดของขวัญ
ฉันนอนขดตัวอยู่บนเตียง รู้สึกปวดท้องหน่วงๆ ตอนแรกก็ยังไม่แน่ใจว่าปวดแบบไหน จนสุดท้ายต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็ถึงบางอ้อ ปวดท้องประจำเดือนนั่นเอง ฉันถอนหายใจยาว เดินออกจากห้องน้ำไปเพื่อหยิบผ้าอนามัย แต่พอเปิดดูในลิ้นชักก็ต้องชะงัก เหลืออยู่แค่ชิ้นเดียวพอดี
“ไม่พอใช้แน่ๆ”
ฉันพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาแวนซ์ แน่นอน… ไม่รับสายตามเคย คงออกไปเที่ยวอีกแล้ว เวลาแบบนี้ไม่ต้องเดาเลย ว่าคงอยู่ผับไหนสักแห่งแน่ๆ
ฉันเลยเปลี่ยนใจ ส่งข้อความแชตไปแทน บอกให้น้องชายช่วยซื้อผ้าอนามัยกับยาแก้ปวดมาให้ และเพื่อความชัวร์ ฉันแนบรูปทุกอย่างไปให้ครบ กันโง่ กันถามซ้ำ กันถามว่าเอาแบบไหน เพราะครั้งก่อน ฉันเคยใช้ให้มันไปซื้อผลลัพธ์คือ… มันเหมามาเกือบทุกยี่ห้อ เหตุผลก็แสนจะปวดหัวบอกว่าไม่รู้จะเลือกแบบไหน ไม่มีปีก มีปีก แล้วถ้าใส่แบบมีปีก มันจะบินได้หรือเปล่า นึกถึงแล้วก็อยากถอนหายใจอีกรอบ น้องชายคนเดียวทำฉันปวดหัวได้ทุกเรื่องจริงๆ
ความปวดท้องเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ฉันไม่อยากลุกไปไหนอีกแล้ว สุดท้ายก็เลยตัดสินใจนอนรอไปก่อนก็แล้วกัน ยังไงแวนซ์ก็มีคีย์การ์ดคอนโดของฉัน ฉันให้แวนซ์ถือคีย์การ์ดเอาไว้ แต่คีย์การ์ดคอนโดของแวนซ์ฉันไม่มีหรอก ด้วยเหตุผลที่น้องชายตัวดีชอบบ่นว่าฉันชอบไปรื้อห้องของมัน ฉันจะรื้อทำไมก่อน พูดมาได้เฮงซว…
ฉันพลิกตัว นอนหลับตา หวังแค่ว่าตื่นขึ้นมาจะมีทั้งผ้าอนามัยและยาแก้ปวดวางอยู่ข้างเตียงเรียบร้อย และขออย่าให้มีครบทุกยี่ห้อเหมือนครั้งก่อนก็พอ
ผับ TTX
แวนซ์เห็นทุกอย่างตั้งแต่สายโทรเข้าจากพี่สาว จนถึงข้อความแชตที่ตามมาไม่ขาด เขาอ่านหมดแต่เลือกที่จะเงียบ ไม่โทรกลับ ไม่ตอบแชต แวนซ์วางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกมาตรงไปยังชั้นสองของผับ
“ไปไหนวะ” เฟย เพื่อนของแวนซ์ถามขึ้น เมื่อเห็นเขาเดินออกจากโต๊ะกะทันหัน
“ธุระกับเฮียธาม”
“อ๋อ”
“เดี๋ยวกูมา” เฟยพยักหน้า ไม่ได้ถามอะไรต่อ
.
.
ธามกำลังเคลียร์งานส่วนตัวและงานจากเพทายอย่างตั้งใจ แต่อยู่ๆ ก็มีคนไร้มารยาทเปิดประตูเข้ามาโดยที่ไม่เคาะประตูสักนิด
เหมือนกันทั้งพี่สาวและน้องชาย
“เฮีย ผมเมา”
“บอกกูทำไม”
“ช่วยไรผมอย่างนึงดิครับ”
“ไม่ว่าง”
“นะเฮีย ผมเมาขับรถไม่ไหว”
“เรื่องของมึง”
“ไม่ใช่เรื่องของผม แต่เป็นเรื่องของเอื้อยผม”
“เอื้อยมึงเป็นอะไร”
“แหนะ เดี๋ยวนี้ฟังภาษาอีสานออกด้วย”
“รำคาญ ออกไป”
“เดี๋ยวก่อนดิเฮีย พี่ขวัญไม่สบาย”
“...”
“ฝากเฮียธามทำธุระแทนผมได้บ่”
“กูไม่ใช่น้องชายยัยนั่น”
“ก็ไม่ใช่น้องชายไง เพราะผมจะให้เฮียเป็นผะ…” แวนซ์ทำเสียงเจ้าเล่ห์ใส่ แต่ก็ชะงักคำสุดท้ายไว้หยุดพูดเสียก่อน
“...”
“เอางี้ๆ แล้วแต่เฮียตัดสินใจเองเลยนะ แต่ผมไปไม่ไหวจริงๆ ขับรถไม่ได้ เมาเพราะเหล้าของเฮียนี่แหละ” แวนซ์รีบตัดบท เขาหัวเราะแห้งๆ
“...” ธามไม่พูดอะไร ทำเพียงแค่มองหน้าแวนซ์นิ่งๆ
“ไปแล้วเด้อครับ”
ก่อนที่แวนซ์จะออกจากห้องไป เขาวางคีย์การ์ดลงบนโต๊ะ ส่งต่อข้อความจากของขวัญไปให้ธาม ทั้งแชต ทั้งโลเคชัน
ธามมองทุกอย่าง แต่ไม่ได้หยิบขึ้นมา เขาไม่เปิดอ่านข้อความ ไม่สนใจ ไม่แม้แต่จะขยับตัว ในหัวมีแค่ความคิดเดียว มันไม่ใช่เรื่องของเขา แต่ถึงอย่างนั้น… สายตาก็ยังเผลอมองคีย์การ์ดใบนั้นอยู่นานกว่าที่ควร มองจนยากจะคาดเดาความคิดของเขาได้
✨✨✨
Ep.6 สัมผัสจูบ“เช็ดน้ำลายก่อนไหม”“อะไร” ของขวัญตอบกลับ พยายามใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหวเพื่อไม่ให้ธามรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทัน“ก็อะไรล่ะ เธอคิดอะไรอยู่” ธามรู้ธามเห็น ของขวัญไม่เก็บอาการเลยสักนิด“ไม่ได้คิดสักหน่อย” เธอยังคงปฎิเสธเสียงแข็งราวกับว่าไม่ได้คิดอะไรจริงๆ“เก็บอาการหน่อย แต่ถ้าเก็บไม่ไหวก็…”“ทะ ทำแผลเลยดีกว่า” “หึ เอาสิ”เขานั่งนิ่งปล่อยให้เธอจัดการ สายตาของธามจับอยู่ที่ใบหน้าสวยรั้นของของขวัญ มองอย่างยากจะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ๆ เวลาที่เธอเงียบ ไม่ด่า ไม่เถียง ของขวัญกลับดูน่ารักขึ้นเป็นกอง โดยเฉพาะตอนที่เรียกเขาว่าเฮียธาม“โดนได้ไงอ่ะ” ของขวัญถาม พลางชำเลืองมองรอยฟกช้ำตรงหน้าอกกับไหล่ของเขา“เข้าไปห้ามลูกค้าตีกัน” ธามตอบสั้นๆ เหมือนไม่อยากพูดอะไรมาก“บอดี้การ์ดของผับก็มีนี่”“เฮียเจอตอนที่กำลังจะกลับ” ธามเหลือบมองหน้าเธอเล็กน้อยก่อนที่จะตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง“...”คำว่าเฮียก็ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของของขวัญเกิดอาการใจสั่นและหวั่นไหว มันรู้สึกเหมือนบางอย่างถูกเติมเต็ม แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ว่าคืออะไรกันแน่“ขวัญ
Ep.5 กายหยาบแวะมาหาวันเวลาผ่านไปหลายวัน และช่วงเวลาที่ผ่านมาของขวัญกับธามไม่ได้เจอกันอีกเลย ของขวัญต้องใช้เวลาทั้งหมดไปกับการอ่านหนังสือสอบแทบไม่ได้ออกไปไหน ส่วนแวนซ์ก็ยังแวะมาป่วนบ้างเป็นบางครั้ง ตามสไตล์น้องชายตัวดีเมื่อของขวัญตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างเธอเป็นคนที่ทุ่มสุดตัวเสมอ อย่างการอ่านหนังสือสอบ เธออ่านจริงจัง อ่านหนัก อ่านจนลืมเวลา กินอาหารไม่เป็นมื้อ หิวก็หยิบอะไรกินง่ายๆ แทน ขนมบ้าง เครื่องดื่มบ้างแต่ไม่ใช่อาหารหลักเลยสักอย่างจนสุดท้ายร่างกายก็เริ่มประท้วง เธอเลยต้องบีบบังคับให้น้องชายซื้ออาหารมาให้ ถึงแวนซ์จะบ่นไม่หยุดแต่ก็ยังทำให้อยู่ดีเวลาเดินไปเรื่อยๆ จนในที่สุดการสอบก็ผ่านพ้นไป เป็นช่วงเวลาที่ของขวัญไม่ค่อยได้เจอเพื่อนสนิทสักเท่าไหร่ อัญชันหนีไปพักใจ ส่วนมะปรางก็กำลังจะกลับไปหาครอบครัวแต่ก่อนจะแยกย้าย มะปรางแวะมาหาของขวัญที่คอนโดก่อน“ยัยขวัญ ฉันอยากไปหายัยอัญจัง” มะปรางพูดขึ้นขณะนั่งพิงโซฟา สีหน้าดูเป็นห่วงเพื่อนสนิทที่เงียบหายไปเพื่อรักษาใจตัวเอง“ฉันก็อยากไปหานะ แต่วันนั้นยัยอัญบอกว่าไม่ให้พวกเราตามไป เพราะกลัวว่าแฟนเก่านางจะตามสืบจากการเคลื่อนไหวของเรา”“ยัยอัญนี่
Ep.4 เก็บทรงไม่อยู่ธามนั่งนิ่งอยู่ในห้องชั้นสองของผับ สายตาเหลือบมองคีย์การ์ดที่วางอยู่บนโต๊ะ มองแล้วก็เบือนหน้าหนี มองอีก… แล้วก็ถอนหายใจหยิบเอกสารขึ้นมาดู แต่ตัวหนังสือกลับไม่เข้าหัว ภาพเดียวที่วนอยู่ในสมองคือหน้ายัยผู้หญิงปากจัด กับคำพูดที่ว่า ‘ไม่สบาย’ ที่แวนซ์ทิ้งไว้ธามลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง ยืนกอดอกมองลงไปชั้นล่างอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็หันกลับมา สายตาหยุดอยู่ที่กุญแจรถของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน“ช่างแม่ง”เขาคว้ามันขึ้นมาแบบไม่คิดอะไรอีก หยิบเสื้อคลุมแล้วเดินออกจากห้องทันทีไม่นานนัก รถของธามจอดอยู่หน้าร้านขายยา เขาลงจากรถยืนมองป้ายร้านอยู่สองวินาทีก่อนจะพึมพำกับตัวเอง“กูมาทำอะไรตรงนี้วะ”แต่ก็ยังเดินเข้าไป“เอายาแก้ปวด… แบบนี้” ธามหันหน้าจอโทรศัพท์ให้เภสัชดู เธอพยักหน้าและหยิบยาให้ ธามรับมาจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ขับรถเลี้ยวเข้าร้านสะดวกซื้อ ธามยืนอยู่หน้าเชลล์ที่มีผ้าอนามัย เขาเอามือสอดล้วงกระเป๋า วางสีหน้าเรียบนิ่ง แต่สายตาไล่มองและอ่านตาในใจ มีปีก ไม่มีปีก กลางวัน กลางคืน บางพิเศษ“เชี่ย…”แม้แวนซ์จะส่งรูปภาพให้ดู แต่พอเจอความหลากหลายตรงหน้าเขาถึงกับต้องสบถทันที
Ep.3 ไม่ใช่เรื่องของเขาตั้งแต่เปิดเทอมมา ฉันก็เพิ่งรู้ว่ายัยอัญชันตัวน้อยของฉันมีแฟน แล้วก็โดนหักอกมา ยัยอัญก็ตัวแค่นี้อ่ะ น่าเห็นใจชะมัด แล้ววันนี้ฉันต้องไปกินชาบูที่ห้องยัยอัญอีก สาวน้อยร้อยโลอยู่ใกล้แค่เอื้อมว่าแล้วก็ไป… หิ้วโซจูไปอีกสองสามขวดเผื่อเพื่อนอยากจะย้อมใจ คอนโดอัญชัน“ฮัลโหล เอฟวี่บอดี้” ของขวัญเอ่ยทักทายเพื่อนสาวด้วยเสียงสดใส“ฉันมีผลไม้จากสวนมาฝากเยอะแยะเลย”“จ้า แต่เอาไว้ก่อนเนอะ ไหนใครอยากลองดื่ม” มะปราง หนึ่งในเพื่อนสนิทตอบรับและแซวกลับคนอกหักเล็กน้อยเพื่อนสาวของของขวัญตัดสินใจเล่าเรื่องแฟนเก่าให้ของขวัญและมะปรางฟัง ทั้งเล่าไป ดื่มไป ร้องไห้ไป ต่างก็ช่วยกันปลอบใจกับรักครั้งแรกหัวใจก็แตกสลาย“แกนี่นะยัยอัญ มาตกม้าตายเอาตอนใกล้เรียนจบ ผ่านมาตั้งสามปีไม่เคยเปิดใจให้ใคร แต่พอเปิดใจปุ๊บก็ใจเจ็บปั๊บ”“ฉันตั้งใจจะเกลียดเขาให้มาก ให้มากพอที่ฉันจะลืมเขาได้”“จ้า เกลียดมันโล้ดจ้า บักซั่ว บักปอบ โอ้ยหงุดหงิด ฉันอยากจะด่าสักสามวันสามคืน”ฉันอดไม่ได้ อยากด่าแทน อย่าให้เจอหน้าก็แล้วกัน ยัยอัญชันหลบไป เดี๋ยวฉันจัดการเองและสุดท้ายพวกเราสามคนก็เปลี่ยนใจออกไปทานชาบูที่ร้านคงจะดี
Ep.2 เจอกัน (อีกแล้ว)วันถัดไปวันนี้ฉันมีเรียน ก็เลยต้องตื่นเช้ากว่าปกติ เผื่อเวลาไว้มากเป็นพิเศษ เพราะตั้งใจจะแวะเติมน้ำมันก่อนจะขับรถไปมหาวิทยาลัย ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่นดี จนกระทั่งระหว่างทาง อยู่ๆ รถก็เริ่มส่ายไปมาอย่างผิดปกติ“เฮ้ย ไรเนี่ย”ฉันจับพวงมาลัยแน่น ได้ยินเสียงล้อบดกับพื้นถนนดังชัดขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะรีบหาที่จอดข้างทางแล้วลงไปดู ภาพตรงหน้าทำเอาฉันแทบทรุด ยางรถซึมจนเกือบแบน“ทำไมเป็นงี้อ่า ยิ่งรีบๆ อยู่” หัวใจฉันเริ่มเต้นแรง ความวุ่นวายถาโถมเข้ามาทันที“บักแวนซ์ ต้องโทรหาบักแวนซ์”ฉันคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาน้องชายทันที แต่สายแรกไม่รับ สายที่สองก็ไม่รับ ฉันโทรซ้ำๆ เป็นสิบสายก็ยังเงียบเหมือนเดิม“โอ้ย หุนหวยแต่เซ้า” (โอ้ย หงุดหงิดแต่เช้าเลย)ยางรถซึมแบบนี้ ใครจะไปทนไหว เพราะมันเสียเวลาแน่ๆ รถก็ติด“เฮ็ดจั้งได๋น้อบาดนิ” (จะทำยังไงล่ะทีนี้)ฉันเดินวนรอบรถไปมา มือก็ยังกดโทรหาแวนซ์ไม่หยุด แต่ปลายสายก็ยังคงเงียบ“หลับหรือตาย บักหำน้อยเอ๊ย ซัง!”ฉันยืนบ่นอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้าทั้งที่ก็รู้ตัวดี แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อมีน้องชายไว้พึ่งพาไม่ได้สักอย่าง สายตาฉันมองนาฬิกาในรถ เ
Ep.1 ยิ้มเป็นตาเซิงผับ TTXไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ตั้งแต่น้องชายของของขวัญอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ แวนซ์ก็เริ่มใช้ชีวิตกลางคืนแทบทุกวัน ไม่ใช่แค่มาเที่ยวธรรมดา แต่ยังหน้าใหญ่ใจป๋าถึงขั้นสมัครเป็นสมาชิก VVIP ของผับแห่งนี้อีกด้วย มาบ่อยจนสนิทกับเจ้าของผับราวกับว่าเคยรู้จักกันมาก่อนบ่อยครั้งที่ของขวัญต้องตามมานั่งเฝ้า คอยลากกลับคอนโด แต่ก็ไม่เคยได้ผล แวนซ์จะกลับก็ต่อเมื่อเขาอยากกลับเท่านั้น แถมยังสนิทกับบอดี้การ์ด และคุ้นเคยกับเจ้าของผับราวกับรู้จักกันมานานนับปีธามนั่งอยู่ชั้นบนของผับตามปกติ เสียงเพลงดังกลบทุกอย่าง รอบตัวเต็มไปด้วยแสงสีและผู้คน แวนซ์ที่แวะขึ้นมาทักทายธามและนั่งชนแก้วกันก่อนที่เขาจะลงไปด้านล่าง“เฮียธาม”“อะไร”“เฮียมีผู้สาวแล้วบ่”“หมายถึงอะไร” ธามชะงักเล็กน้อย“มีแฟนยังครับ”“...” ธามไม่ตอบ ยังคงมองเด็กตรงหน้าด้วยสายตานิ่งๆ“เฮ้ย อย่ามองผมแบบนี้ ผมบ่ได้มักผู้บ่าว ผมมักผู้สาว” แวนซ์รีบโบกมือทันที เขาเหล่ท่อหล่อเท่ขนาดนี้ เสียของหมด สาวๆ คงเสียดายแย่ ไหนจะพวกแม่ป้าที่ชอบเต๊าะหมาอ่อนอย่างเขาอีก… “คนเหงาๆ แบบเฮียเหมาะกับคนๆ นึงมาก” แวนซ์เริ่มพูดจูงใจธาม เพร







