LOGINEp.3 ไม่ใช่เรื่องของเขา
ตั้งแต่เปิดเทอมมา ฉันก็เพิ่งรู้ว่ายัยอัญชันตัวน้อยของฉันมีแฟน แล้วก็โดนหักอกมา ยัยอัญก็ตัวแค่นี้อ่ะ น่าเห็นใจชะมัด แล้ววันนี้ฉันต้องไปกินชาบูที่ห้องยัยอัญอีก สาวน้อยร้อยโลอยู่ใกล้แค่เอื้อม
ว่าแล้วก็ไป… หิ้วโซจูไปอีกสองสามขวดเผื่อเพื่อนอยากจะย้อมใจ
คอนโดอัญชัน
“ฮัลโหล เอฟวี่บอดี้” ของขวัญเอ่ยทักทายเพื่อนสาวด้วยเสียงสดใส
“ฉันมีผลไม้จากสวนมาฝากเยอะแยะเลย”
“จ้า แต่เอาไว้ก่อนเนอะ ไหนใครอยากลองดื่ม” มะปราง หนึ่งในเพื่อนสนิทตอบรับและแซวกลับคนอกหักเล็กน้อย
เพื่อนสาวของของขวัญตัดสินใจเล่าเรื่องแฟนเก่าให้ของขวัญและมะปรางฟัง ทั้งเล่าไป ดื่มไป ร้องไห้ไป ต่างก็ช่วยกันปลอบใจกับรักครั้งแรกหัวใจก็แตกสลาย
“แกนี่นะยัยอัญ มาตกม้าตายเอาตอนใกล้เรียนจบ ผ่านมาตั้งสามปีไม่เคยเปิดใจให้ใคร แต่พอเปิดใจปุ๊บก็ใจเจ็บปั๊บ”
“ฉันตั้งใจจะเกลียดเขาให้มาก ให้มากพอที่ฉันจะลืมเขาได้”
“จ้า เกลียดมันโล้ดจ้า บักซั่ว บักปอบ โอ้ยหงุดหงิด ฉันอยากจะด่าสักสามวันสามคืน”
ฉันอดไม่ได้ อยากด่าแทน อย่าให้เจอหน้าก็แล้วกัน ยัยอัญชันหลบไป เดี๋ยวฉันจัดการเอง
และสุดท้ายพวกเราสามคนก็เปลี่ยนใจออกไปทานชาบูที่ร้านคงจะดีกว่า ไม่อยากให้เพื่อนอุดอู้อยู่แต่ในห้อง เผื่อว่ายัยอัญชันจะเจอผัวที่ดีคือผัวใหม่
.
.
ร้านชาบูชาใจ
ฉันและผองเพื่อนมาทานชูบากันอีกแล้ว ชาบูครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ชวนยัยอัญมาทานอะไรสักหน่อย รายนั้นข้าวปลาไม่ค่อยจะกินเพราะอกหัก เรื่องวุ่นๆ ของวัยรุ่นปีสี่
“คนนั้นทำไมเขามองหน้าแกแบบนั้นอ่า แกรู้จักเหรอยัยอัญ” ฉันถามเพื่อนสนิทอย่างอดที่จะไม่สงสัยไม่ได้ เขาจ้องมองยัยอัญแปลกๆ เกินการมองแบบปกติไปมาก
“มะ ไม่รู้จัก”
“ดีแล้ว อย่าไปรู้จักคนแบบนี้เลย ดูสิ ทำหน้าเหมือนหมาหิวอาหารเม็ด”
“ยัยขวัญ”
“อะไรยัยปราง”
“นินทาระยะเผาขนแบบนี้ได้ไง”
“ได้ดิ ทำไมจะไม่ได้ เฮ้ยยย”
และแล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดคาดฝัน ผู้ชายคนที่หน้าเหมือนหมาหิวอาหารเม็ดคนนั้น ฉันเดาว่าต้องเป็นแฟนเก่าของยัยอัญชันแน่นอน เพราะท่าทางหึงหวงมากขนาดนั้น โกรธคือโบ้ โมโหคือบ้า
“เอ๊ะนั่น…”
“...”
ฉันสอบตากับธามแต่เขาเมินฉัน ท่าทางแบบนั้น การแต่งตัวที่ไม่เหมือนเจ้าของผับเลยสักนิด แล้วฉันก็นึกย้อนคำพูดของคุณตุลย์ที่พูดก่อนหน้านี้ว่า ‘รีบไป นายรออยู่’
“บอดี้การ์ดงั้นเหรอ ตกลงทำอาชีพอะไรกันแน่”
“มัวแต่พึมพำอะไรยัยขวัญ รีบตามอัญชันไปเร็วขึ้น”
จนกระทั่งฉันและยัยปรางวิ่งตามยัยอัญออกไป แต่ยัยอัญคงไม่อยากมีปัญหา และบอกกับพวกฉันอีกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ไม่เป็นห่วงได้ไง ยัยอัญก็ตัวแค่นี้อ่ะ
“นี่นาย” ฉันหันไปถามธามเสียงแข็งทันที แต่ก็โดนตัดบทเสียจนรู้สึกโมโหเลือดขึ้นหน้า
“อย่ายุ่ง”
“นั่นเพื่อนฉัน คนนั้นจะทำอะไรเพื่อนฉัน”
“นายฉันไม่ทำอะไรเพื่อนเธอหรอก”
“นาย?”
“...”
“งั้นนายเป็นบอดี้การ์ดด้วยเหรอ” ฉันถามตามที่รู้สึกสงสัย
“ถอยไป เกะกะ” ธามเลือกที่จะไม่ตอบ
“เอ้า บักหน้าส้นตีน ฉันถามดีๆ นะ สูนแท้วะ” (อ้าว ไอ้หน้าส้นตีน ฉันถามดีๆ เองนะ โมโหว่ะ)
“เอาไงดียัยขวัญ จะขับรถตามไปดีไหม” มะปรางถามอย่างขอความคิดเห็น
“ถ้าเป็นแฟนเก่า ปล่อยไปเถอะ ให้ทั้งสองคนเคลียร์กันให้จบ ตัดขาดทีเดียวไปเลย”
“แกแน่ใจนะว่าเขาเป็นแฟนเก่าของยัยอัญ”
“หึงออกหน้าขนาดนั้น แฟนเก่า 99% แน่นอน” เรื่องนี้ฉันมั่นใจ ฉันฟันธง
“แหม ถ้าจะขนาดนั้น ไม่ 100% ไปเลยล่ะ”
… “แล้วเมื่อกี้แกพูดเหมือนรู้จักกับคนหน้าตาหล่อๆ คนนั้นเลยนะ”
“รู้จัก แต่ไม่รู้จัก”
“ห๊ะ มันยังไงนะ”
“ก็รู้จัก แต่ไม่อยากรู้จัก”
“เคมีเคใจได้อยู่นะ เขาก็หล่อสเปกแกเลยนี่ ผมขาวๆ อ่ะ แกอย่างชอบเลยหนิ”
“โห หยุดเลยยัยปราง ฉันไม่ชอบคนปากหมา โดยเฉพาะผู้ชายปากหมาแบบนายนั่นฉันยิ่งไม่ชอบ”
“อือ ก็ตามนั้น”
“ทำไมต้องทำเหมือนไม่เชื่อ” ฉันถามยัยปรางเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อน
“ไม่รู้สิ คนมันมีเซ้นส์ง่ะ”
“เพ้อเจ้อ” เซ้นส์เพี้ยนทุกอย่างเพื่อนฉันคนนี้อ่ะ มันไม่มีทางเป็นความจริงได้เลย
“งั้นแยกย้ายเนอะ”
“อื้ม ฉันก็จะไปสแตนบายรอ เผื่อยัยอัญโทรหา”
คอนโดของขวัญ
ฉันนอนขดตัวอยู่บนเตียง รู้สึกปวดท้องหน่วงๆ ตอนแรกก็ยังไม่แน่ใจว่าปวดแบบไหน จนสุดท้ายต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็ถึงบางอ้อ ปวดท้องประจำเดือนนั่นเอง ฉันถอนหายใจยาว เดินออกจากห้องน้ำไปเพื่อหยิบผ้าอนามัย แต่พอเปิดดูในลิ้นชักก็ต้องชะงัก เหลืออยู่แค่ชิ้นเดียวพอดี
“ไม่พอใช้แน่ๆ”
ฉันพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาแวนซ์ แน่นอน… ไม่รับสายตามเคย คงออกไปเที่ยวอีกแล้ว เวลาแบบนี้ไม่ต้องเดาเลย ว่าคงอยู่ผับไหนสักแห่งแน่ๆ
ฉันเลยเปลี่ยนใจ ส่งข้อความแชตไปแทน บอกให้น้องชายช่วยซื้อผ้าอนามัยกับยาแก้ปวดมาให้ และเพื่อความชัวร์ ฉันแนบรูปทุกอย่างไปให้ครบ กันโง่ กันถามซ้ำ กันถามว่าเอาแบบไหน เพราะครั้งก่อน ฉันเคยใช้ให้มันไปซื้อผลลัพธ์คือ… มันเหมามาเกือบทุกยี่ห้อ เหตุผลก็แสนจะปวดหัวบอกว่าไม่รู้จะเลือกแบบไหน ไม่มีปีก มีปีก แล้วถ้าใส่แบบมีปีก มันจะบินได้หรือเปล่า นึกถึงแล้วก็อยากถอนหายใจอีกรอบ น้องชายคนเดียวทำฉันปวดหัวได้ทุกเรื่องจริงๆ
ความปวดท้องเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ฉันไม่อยากลุกไปไหนอีกแล้ว สุดท้ายก็เลยตัดสินใจนอนรอไปก่อนก็แล้วกัน ยังไงแวนซ์ก็มีคีย์การ์ดคอนโดของฉัน ฉันให้แวนซ์ถือคีย์การ์ดเอาไว้ แต่คีย์การ์ดคอนโดของแวนซ์ฉันไม่มีหรอก ด้วยเหตุผลที่น้องชายตัวดีชอบบ่นว่าฉันชอบไปรื้อห้องของมัน ฉันจะรื้อทำไมก่อน พูดมาได้เฮงซว…
ฉันพลิกตัว นอนหลับตา หวังแค่ว่าตื่นขึ้นมาจะมีทั้งผ้าอนามัยและยาแก้ปวดวางอยู่ข้างเตียงเรียบร้อย และขออย่าให้มีครบทุกยี่ห้อเหมือนครั้งก่อนก็พอ
ผับ TTX
แวนซ์เห็นทุกอย่างตั้งแต่สายโทรเข้าจากพี่สาว จนถึงข้อความแชตที่ตามมาไม่ขาด เขาอ่านหมดแต่เลือกที่จะเงียบ ไม่โทรกลับ ไม่ตอบแชต แวนซ์วางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกมาตรงไปยังชั้นสองของผับ
“ไปไหนวะ” เฟย เพื่อนของแวนซ์ถามขึ้น เมื่อเห็นเขาเดินออกจากโต๊ะกะทันหัน
“ธุระกับเฮียธาม”
“อ๋อ”
“เดี๋ยวกูมา” เฟยพยักหน้า ไม่ได้ถามอะไรต่อ
.
.
ธามกำลังเคลียร์งานส่วนตัวและงานจากเพทายอย่างตั้งใจ แต่อยู่ๆ ก็มีคนไร้มารยาทเปิดประตูเข้ามาโดยที่ไม่เคาะประตูสักนิด
เหมือนกันทั้งพี่สาวและน้องชาย
“เฮีย ผมเมา”
“บอกกูทำไม”
“ช่วยไรผมอย่างนึงดิครับ”
“ไม่ว่าง”
“นะเฮีย ผมเมาขับรถไม่ไหว”
“เรื่องของมึง”
“ไม่ใช่เรื่องของผม แต่เป็นเรื่องของเอื้อยผม”
“เอื้อยมึงเป็นอะไร”
“แหนะ เดี๋ยวนี้ฟังภาษาอีสานออกด้วย”
“รำคาญ ออกไป”
“เดี๋ยวก่อนดิเฮีย พี่ขวัญไม่สบาย”
“...”
“ฝากเฮียธามทำธุระแทนผมได้บ่”
“กูไม่ใช่น้องชายยัยนั่น”
“ก็ไม่ใช่น้องชายไง เพราะผมจะให้เฮียเป็นผะ…” แวนซ์ทำเสียงเจ้าเล่ห์ใส่ แต่ก็ชะงักคำสุดท้ายไว้หยุดพูดเสียก่อน
“...”
“เอางี้ๆ แล้วแต่เฮียตัดสินใจเองเลยนะ แต่ผมไปไม่ไหวจริงๆ ขับรถไม่ได้ เมาเพราะเหล้าของเฮียนี่แหละ” แวนซ์รีบตัดบท เขาหัวเราะแห้งๆ
“...” ธามไม่พูดอะไร ทำเพียงแค่มองหน้าแวนซ์นิ่งๆ
“ไปแล้วเด้อครับ”
ก่อนที่แวนซ์จะออกจากห้องไป เขาวางคีย์การ์ดลงบนโต๊ะ ส่งต่อข้อความจากของขวัญไปให้ธาม ทั้งแชต ทั้งโลเคชัน
ธามมองทุกอย่าง แต่ไม่ได้หยิบขึ้นมา เขาไม่เปิดอ่านข้อความ ไม่สนใจ ไม่แม้แต่จะขยับตัว ในหัวมีแค่ความคิดเดียว มันไม่ใช่เรื่องของเขา แต่ถึงอย่างนั้น… สายตาก็ยังเผลอมองคีย์การ์ดใบนั้นอยู่นานกว่าที่ควร มองจนยากจะคาดเดาความคิดของเขาได้
✨✨✨
ตอนพิเศษในเมื่องานแต่งงานถูกจัดขึ้นแบบไม่ต้องใส่ซอง พอตกค่ำผู้คนกลับยิ่งหนาแน่นกว่าช่วงกลางวันเสียอีกรถมอเตอร์ไซค์ รถกระบะจอดเรียงราย เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และเสียงดนตรีเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศครึกครื้นจนลานหน้าบ้านแทบไม่มีที่ยืนหลังจากคู่บ่าวสาวขึ้นกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน กล่าวขอบคุณแบบเรียบง่ายไม่เป็นทางการ มีแค่รอยยิ้มจริงใจจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเวลาต่อจากนี้… คือเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริงถ้าเป็นงานแต่งในเมือง ช่วงเวลานี้อาจเรียกว่า After Party แต่ที่นี่ไม่ต้องมีดีเจ เพราะสิ่งที่กำลังจะเริ่ม คือเวทีหมอลำที่ตั้งเด่นอยู่กลางลานไฟจากเวทีหมอลำสว่างวาบ เรียกคนทั้งงานให้หันไปมองเป็นตาเดียวหลายคนเริ่มขยับเท้า บางคนโยกตัวตามจังหวะ เด็กๆ วิ่งเล่น ผู้ใหญ่ยืนหัวเราะ สนุกแบบสุดจะบรรยาย บรรยากาศคล้ายเป็นการจัดงานประจำปีและแน่นอน… สี่สาวยืนอยู่หน้าเวทีหมอลำตั้งแต่เพลงแรกยังไม่จบของขวัญยืนอยู่ตรงกลาง ชุดเจ้าสาวผ้าไหมมัดหมี่พลิ้วไหวตามแรงลม อัญชันกับมะปรางยืนประกบข้าง ส่วนกรีนไม่ต้องพูดถึงขยับเท้าโยกเอวตั้งแต่เสียงเทสไมโครโฟนสายตาทั้งสี่คู่จับจ้องไปที่หน้าเวทีเหมือนลืมความเหนื่
Ep.38 เขยอีสานเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย ความเข้าใจกลับมาอยู่ตรงกลางระหว่างคนสองคน ธามก็ไม่รอให้เวลาพาโอกาสหลุดมือไปอีกครั้งเขานั่งคุยกับพ่อและแม่ของของขวัญด้วยท่าทีสุภาพ จริงใจ ไม่มีคำพูดสวยหรู ไม่มีการอ้อมค้อมใดๆ อีกแล้ว ครั้งนี้เขากล้าแล้ว กล้าที่จะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบในแบบของตัวเอง“ผมขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นเขยอีสานเด้อครับ” เสียงทุ้มเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาแน่วแน่“ผมอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่ผมสัญญาว่าจะดูแลขวัญให้ดีที่สุด เท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้”พ่อกับแม่ของของขวัญมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ออกมา รอยยิ้มของผู้ใหญ่ที่ผ่านชีวิตมามากพอจะรู้ว่าความจริงใจสำคัญกว่านามสกุลหรือที่มาเสมองานแต่งงานงานแต่งงานจึงถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่ที่ไม่ได้มาจากความฟุ่มเฟือย แต่ยิ่งใหญ่เพราะผู้คนลานกว้างหน้าบ้านถูกจัดเป็นงานมงคล เต็นท์ผ้าใบเรียงรายเป็นแถว ผูกผ้าไหมมัดหมี่ลายแคนแก่นคูณไว้ตามเสา สีสันของผ้าไหมให้บรรยากาศอบอุ่นแบบบ้านๆของขวัญตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ ใครว่างก็มา ใครผ่านก็แวะ ไม่ต้องใส่ซอง เธออยากให้ทุกคนมาสนุก มากิน มาหัวเราะ มาร่วมยินดีด้วยใจมากกว่างานแต่งที่ต้องนั่งเกร็งอยู่ในกรอบพิธี
Ep.37 กระชับรัก 💦💦“ด่าได้น่ารักขนาดนี้ เฮียควรดีใจหรือควรเจ็บดีครับ” “อย่ามาพูดดี” ของขวัญสะอื้น เสียงยังติดสะอึก“ถ้าขวัญไม่รักจริง ขวัญไม่เจ็บขนาดนี้หรอก”คำพูดนั้นทำให้ธามชะงัก เขาก้มหน้าลงวางหน้าผากแตะลงกับหน้าผากของเธอเบาๆ“เฮียขอโทษ… ขอโทษจริงๆ”“ถ้าเฮียหนีอีก ขวัญจะด่าให้หนักกว่านี้นะ” เธอยกมือขึ้น กำเสื้อเขาไว้แน่น“เฮียยอมโดนด่าทุกคำ ดีกว่าไม่ได้อยู่กับขวัญ”เขาค่อยๆ กอดเธอเข้ามาแนบอก ของขวัญซบหน้าลงกับอกเขา เสียงสะอื้นแผ่วเบา เหลือเพียงลมหายใจที่ค่อยๆ สงบลงริมฝีปากร้อนก็แตะลงช้าๆ ที่หน้าผาก ไล่มาที่เปลือกตา และแก้มอย่างอ่อนโยนราวกับกลัวเธอแตกสลาย ของขวัญเผลอกำเสื้อเชิ้ตเขาแน่น เธอไม่ผลักไส ธามจึงจูบลึกขึ้นอีกนิด มือหนึ่งโอบเอวบางเข้าหาอกแกร่ง อีกมือไล้จากต้นคอลงสู่หัวไหล่ ปลายนิ้วเกี่ยวสายชุดเธอช้าๆ จนเนื้อผ้าลื่นไหลลงมาเผยผิวขาวใต้แสงไฟ“เฮีย…” เสียงเรียกชื่อเขาแผ่วหวานจนคนฟังแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ธามก้มลงจูบซอกคอ ไล้ช้าๆ จนเธอเผลอแหงนหน้ารับสัมผัส มือใหญ่ลูบแผ่นหลังเนียนอย่างแผ่วเบา เขาอุ้มเธอขึ้นอย่างง่ายดาย และค่อยๆ วางร่างบางลงบนเตียงนุ่มราวกับเธอคือของล้ำค่า ธามท
Ep.36 รู้ว่าทุกอย่างมันไม่ง่ายหลายวันผ่านไปธามทำตัวน่ารักเกินเหตุ พูดน้อยลง ยิ้มง่ายขึ้น จากผู้ชายทรงหัวเกรียนที่ตอนแรกของขวัญมองแล้วยังไม่คุ้นตา ตอนนี้กลับเริ่มชินกับภาพนั้นเข้าไปทุกที ชินกับการเห็นเขานั่งรอเงียบๆ ชินกับสายตาที่มองเธอแบบไม่เรียกร้องอะไรเลย แต่ถึงอย่างนั้นของขวัญก็ยังไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆ หรอกนะธามไม่ได้รับสิทธ์เหมือนแขกที่มาเยี่ยมทั่วไป เขาไม่ได้นอนในบ้านหลังใหญ่ แต่ของขวัญไล่ให้เขาไปนอนกระท่อมปลายนา กลางคืนทั้งมืด ทั้งยุงกัด ไฟฟ้าก็ไม่มี มีแค่เพียงตะเกียงเล็กๆ กับเสียงร้องของแมลงและจิ้งหรีดเรื่องกินก็ไม่ได้สบาย ของขวัญไม่ได้ดูแลอะไรเป็นพิเศษ บางวันเขาได้กินแค่ผักลวก น้ำพริกถ้วยเล็ก บางวันแทบไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำ แต่ธามก็ไม่เคยบ่น ไม่เคยทำหน้าอิดออด กินได้ก็กิน ไม่ได้กินก็แค่ยิ้ม แล้วบอกว่าไม่เป็นไรเพราะสำหรับเขา ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ แค่ได้มองเห็นเธออยู่ในสายตาก็เหมือนได้ชดใช้ในสิ่งที่ทำพลาดไปแล้วบ้างไม่มากก็น้อยจนกระทั่งพ่อกับแม่ของของขวัญเริ่มทนไม่ไหว มองแล้วก็อดสงสารธามไม่ได้“อีหล่า มันเกินไปแล้วเด้อ”“เขามาง้อ ไม่ได้มารับโทษถึงตาย”ของขวัญฟังแล้วเงียบ ในใจ
Ep.35 อีห่า (อีหล่า) ครับ อ้ายขอโทษเด้อก่อนที่ทุกอย่างจะยากเกินไปสำหรับธาม พ่อของเพทายเลือกเดินเกมไปก่อนแล้ว ในช่วงเวลาที่ธามยังอยู่ในผ้าเหลือง ท่านเดินทางมาขอนแก่นด้วยตัวเอง มาเพียงลำพัง ไม่มีลูกน้อง ไม่มีอิทธิพล ไม่มีมาดของมาเฟียรุ่นใหญ่ให้ใครต้องเกรงกลัว ท่านมาในฐานะพ่อของลูกชายคนหนึ่ง ที่อยากขอความเมตตาให้ลูกได้มีโอกาสอีกครั้งท่านนั่งคุยกับพ่อและแม่ของของขวัญอย่างสุภาพ เล่าทุกอย่างด้วยน้ำเสียงเรียบ ไม่ปิดบัง และไม่บิดเบือนความจริงแม้แต่น้อยท่านเล่าเรื่องของธามทั้งหมด ตั้งแต่เด็กวัดที่ไม่มีใคร วันที่ถูกหลอก วันที่ถูกทิ้ง รวมถึงความจริงที่ว่าชีวิตของธามไม่ได้สวยงามอะไรเลย แต่เขาไม่เคยเลือกทางเลวหรือทำตัวไม่ดีในวันนั้นท่านพูดว่า...‘ผมไม่ได้มาขอให้ยอมรับลูกผมทันที’‘ผมแค่อยากขอให้… ให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเองหลังจากที่เขาคิดได้แล้วว่าควรทำยังไงกับหัวใจของตัวเอง’‘หากทั้งสองคนจะไม่ให้อภัยลูกชายบุญธรรมของผม ผมก็เคารพการตัดสินใจ แต่ถ้าให้อภัย… ผมขอฝากหัวใจของเขาไว้กับครอบครัวนี้ด้วยได้ไหม’บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่ ผู้ใหญ่ทั้งสองกำลังฟังด้วยหัวใจไม่ใช่สมอง พ่อกับแม่ของของขวัญไม่ได้ตัด
Ep.34 ศึกจากพระ (ขอลาสิกขา)วัดแห่งหนึ่งวัดเล็กๆ ที่อยู่ไม่ห่างจากคาสิโนของพ่อเพทายมากนัก เสียงของไม้กวาดเสียดสีกับพื้นลานวัด ธามในผ้าจีวรกำลังกวาดลานวัดอย่างตั้งใจ ท่าทางเรียบง่าย ไม่มีความดุดันแบบที่แวนซ์คุ้นเคย เหมือนเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังปล่อยวางอะไรบางอย่างลงแล้วพ่อของเพทายยืนมองภาพนั้นอยู่เงียบๆ ท่านรู้ดีว่าเวลานี้ธามไม่ควรถูกดึงกลับมาด้วยคำถามหนักหน่วงเพราะคนในผ้าเหลืองไม่ใช่คนที่ต้องแบกรับอดีตด้วยถ้อยคำ“ถ้าอยากถามอะไรอีก ก็ถามกู”แวนซ์ชะงักเล็กน้อย เขาหันไปมองร่างสูงในจีวรที่กำลังก้มหน้าก้มตากวาดลานวัด หัวใจมันอึดอัดเหมือนมีอะไรจุกอยู่ตรงคอ“เรื่องที่ท่านเล่าผม ระหว่างทางที่มาที่นี่เป็นเหตุผลให้หลวงพี่ธามตัดสินใจบวชใช่ไหม”“กูเดาว่าคงเป็นแบบนั้น”“เฮ้อ… แล้วมีอะไรทำไมไม่บอกกัน พี่สาวผมก็สภาพจิตใจแย่พอสมควรเลยนะ เล่นหายตัวไปดื้อๆ แบบนั้น”แวนซ์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้“หลวงพี่… ธาม”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังไม่ดังนัก แต่ชัดเจนพอจะทำให้มือที่กำไม้กวาดอยู่สั่นไหวเล็กน้อยธามหยุดกวาด เขาวางไม้กวาดลงข้างตัวอย่างช้าๆ เหมือนต้องใช้เวลาควบคุมลมหายใจของตัวเองไ
Ep.9 พี่สาวสุดแสบ น้องชายสุดกวนหลายวันต่อมาของขวัญเริ่มรู้สึกเหงา เป็นความเหงาแบบเงียบๆ ที่ค่อยๆ ซึมเข้ามา ทั้งอัญชันและมะปรางต่างก็ไม่ค่อยได้เจอกัน ด้วยเหตุผลหลายอย่างที่ต่างคนต่างต้องจัดการ ถ้าจะได้เจอกันอีกครั้งก็คงเป็นช่วงซ้อมรับปริญญาส่วนธาม… ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาทั้งสองคนก็ไม่ได้เจอกันอี
Ep.8 อยากรู้ อยากชิม 💦💦“คาวยิ่งกว่าอาหารทะเล” ความจริงมันก็ไม่ได้คาวมากขนาดนั้น แต่คนอย่างของขวัญมักจะชอบพูดให้ธามเสียความมั่นใจ“...”“หึ ชักอยากจะรู้แล้วเหมือนกันว่าน้ำของเธอมันคาวเหมือนของเฮียหรือเปล่า”พรึบ! ธามลุกขึ้นยืนภายในเสี้ยววินาทีแล้วจับของขวัญนั่งลงแทนที่ของเขาเดี๋ยว เฮียจะทำอะไร“
Ep.7 ทำเพื่อเพื่อน 💦💦หลายวันต่อมา“ครับนาย”“ครับ ผมจะจัดการให้ครับ”ธามพูดจบก็วางสาย สายที่โทรเข้ามาเมื่อครู่คือเพทาย คำสั่งที่ได้รับฟังดูเหมือนการขอความช่วยเหลือมากกว่าการสั่งงานเสียอีกธามเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจเบาๆ เขาอยากให้เพทายหลุดพ้นจากความเสียใจครั้งนี้ อยากให้เจ้านายของเขาได้มีโอ
Ep.6 สัมผัสจูบ“เช็ดน้ำลายก่อนไหม”“อะไร” ของขวัญตอบกลับ พยายามใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหวเพื่อไม่ให้ธามรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทัน“ก็อะไรล่ะ เธอคิดอะไรอยู่” ธามรู้ธามเห็น ของขวัญไม่เก็บอาการเลยสักนิด“ไม่ได้คิดสักหน่อย” เธอยังคงปฎิเสธเสียงแข็งราวกับว่าไม่ได้คิดอะไรจริงๆ“เก็







