เข้าสู่ระบบEp.2 เจอกัน (อีกแล้ว)
วันถัดไป
วันนี้ฉันมีเรียน ก็เลยต้องตื่นเช้ากว่าปกติ เผื่อเวลาไว้มากเป็นพิเศษ เพราะตั้งใจจะแวะเติมน้ำมันก่อนจะขับรถไปมหาวิทยาลัย ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่นดี จนกระทั่งระหว่างทาง อยู่ๆ รถก็เริ่มส่ายไปมาอย่างผิดปกติ
“เฮ้ย ไรเนี่ย”
ฉันจับพวงมาลัยแน่น ได้ยินเสียงล้อบดกับพื้นถนนดังชัดขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะรีบหาที่จอดข้างทางแล้วลงไปดู ภาพตรงหน้าทำเอาฉันแทบทรุด ยางรถซึมจนเกือบแบน
“ทำไมเป็นงี้อ่า ยิ่งรีบๆ อยู่” หัวใจฉันเริ่มเต้นแรง ความวุ่นวายถาโถมเข้ามาทันที
“บักแวนซ์ ต้องโทรหาบักแวนซ์”
ฉันคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาน้องชายทันที แต่สายแรกไม่รับ สายที่สองก็ไม่รับ ฉันโทรซ้ำๆ เป็นสิบสายก็ยังเงียบเหมือนเดิม
“โอ้ย หุนหวยแต่เซ้า” (โอ้ย หงุดหงิดแต่เช้าเลย)
ยางรถซึมแบบนี้ ใครจะไปทนไหว เพราะมันเสียเวลาแน่ๆ รถก็ติด
“เฮ็ดจั้งได๋น้อบาดนิ” (จะทำยังไงล่ะทีนี้)
ฉันเดินวนรอบรถไปมา มือก็ยังกดโทรหาแวนซ์ไม่หยุด แต่ปลายสายก็ยังคงเงียบ
“หลับหรือตาย บักหำน้อยเอ๊ย ซัง!”
ฉันยืนบ่นอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้าทั้งที่ก็รู้ตัวดี แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อมีน้องชายไว้พึ่งพาไม่ได้สักอย่าง สายตาฉันมองนาฬิกาในรถ เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปเรื่อยๆ แล้วฉันจะไปเรียนทันไหมเนี่ย
.
.
เอี๊ยดดด…
เสียงรถเบรกดังยาว ลากผ่านรถของของขวัญไป เธอเงยหน้ามองตามอย่างตกใจ ก่อนจะเห็นว่ารถคันนั้นชะลอ แล้วค่อยๆ ถอยหลังกลับมาจอดใกล้รถของเธอ
กระจกฝั่งคนขับถูกเลื่อนลง ชายหนุ่มคนหนึ่งโผล่หน้ามาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ
“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ”
“ก็… ยางรถค่ะ มันซึมจนลมออกหมดเลย”
ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย “คุณมีล้อยางสำรองไหมครับ”
“หือ?”
“ปกติแล้วรถจากศูนย์จะมีให้นะครับ”
“งั้นเหรอคะ แฮร่… ไม่แน่ใจเลยค่ะ ไม่ค่อยรู้เรื่องรถเท่าไหร่” ของขวัญหัวเราะแห้งๆ
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมช่วยดูให้”
“ขอบคุณมากเลยค่ะ”
ผู้ชายคนนั้นลงจากรถ เธอหลีกทางให้เขาทำงานได้สะดวก เพราะยอมรับตามตรงว่าเธอไม่มีความรู้เรื่องรถเลย ขับเป็นอย่างเดียว ที่เหลือปล่อยให้ช่างจัดการ
ชายหนุ่มตรวจดูยางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกลับไปที่รถของตัวเอง เหมือนจะไปเรียกเพื่อนอีกคนมาช่วยจะได้เสร็จเร็วขึ้น แต่พอเขาเดินกลับมาพร้อมกับใครบางคน ของขวัญก็ชะงัก
“บักหน้าขาว”
“...”
ชายหนุ่มคนแรกหันมามองหน้าทั้งคู่ สลับไปมาอย่างงงๆ
“รู้จักกันเหรอ”
“ไม่!”
“ไม่ค่ะ”
เสียงตอบรับดังแทบพร้อมกัน ชายหนุ่มยิ้มบางๆ เหมือนไม่ได้คิดอะไรมาก
“หึ ผมชื่อตุลย์นะครับ”
“ค่ะ”
ของขวัญตอบกลับตามมารยาท แต่ชื่อของเขาไม่ได้เข้าหัวเธอเลยสักนิด เพราะสายตาของเธอตอนนี้จ้องอยู่ที่ธามเต็มๆ
เจอกันบ่อยเกินไปแล้วนะ ไม่ชอบขี้หน้าเลยจริงๆ เก๊กจนหน้าจะเป็นตะคริวอยู่แล้วมั้ง
“ไอ้ธาม เร็วๆ สิ จะได้รีบไปหานายต่อ”
“เออ”
ธามพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ สีหน้ารำคาญแบบไม่คิดจะปิดบัง เขาแค่ตั้งใจนั่งรออยู่ในรถดีๆ อากาศก็ร้อน แล้วยังถูกลากลงมาช่วยคนอื่นอีก โดยเฉพาะคนที่เขาไม่อยากเจอหน้าที่สุดในตอนเช้าแบบนี้
“ร้อน”
“อะไร”
“ยืนเฉยๆ ว่างๆ ก็หาอะไรมาพัดให้ฉันหน่อย”
“เพื่อนนายไม่เห็นจะบ่น”
“ก็เรื่องของมัน”
“หึ มีกลิ่นว่ะ” ตุลย์พูดแทรกขึ้นมาเบาๆ แบบที่ได้ยินกับธามแค่สองคน
“อะไร”
“กูพูดลอยๆ”
“เร็วดิ๊ ขวัญ”
หัวใจของของขวัญเต้นแรง แค่เขาเรียกชื่อเธอเฉยๆ แต่ดันฟังดูสนิทเกินเหตุ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เวลาเถียงกัน เขาไม่เคยเรียกชื่อเธอสักครั้ง มีแต่คำแขวะ คำกัด คำประชด
“อืม”
“อ้าว ไหนมึงบอกไม่รู้จัก ไอ้เวรนี่เชื่อใจไม่ได้”
ของขวัญเดินไปหยิบสมุดในกระเป๋าที่อยู่ในรถมาพัดให้ธามโดยที่ไม่พูดอะไรต่อ สายตาของของขวัญมองอยู่ที่ยางรถที่ทั้งสองคนกำลังเปลี่ยนให้เธอ
แต่…สายตาของธามมองขาเรียวขาวของของขวัญไล่ขึ้นไปจนเขาต้องเงยหน้าแล้วเจอกับอกอวบอิ่มที่เบียดแน่นอยู่ในชุดนักศึกษา มันแน่นเสียจนกระดุมปลิดออกจากกันจนมองเห็นก้อนขาวๆ ข้างในเสื้อ
เขามองแบบนั้นไม่กระพริบตาและมองนานเกินไปจนของขวัญรู้ตัว และของขวัญก็ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
ฟึบ!
เธอฟาดสมุดเล่มบางลงบนหัวเขาเต็มแรง
“โอ๊ย ยัยนี่”
“โทษที สมุดมันหลุดมือ” ธามกัดฟันแน่น อยากจะเถียงแต่ก็เถียงไม่ออก
“เสร็จแล้วครับ คุณ…”
“ของขวัญค่ะ”
“ครับเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่รีบมากก็แวะปั้มเติมลมอีกสักหน่อยนะครับ”
“ขอบคุณมากๆ นะคะ นี่ค่ะ น้ำดื่ม” ของขวัญยื่นขวดน้ำให้ตุลย์
“ของฉันล่ะ”
“ไม่มีโว้ย”
“...”
ของขวัญพูดจบก็ขึ้นรถของตัวเองทันที ไม่คิดจะสนใจเขาอีก
ด้านตุลย์ก็เดินกลับไปที่รถเหมือนกัน แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาขึ้นรถ ธามก็เดินไปแย่งขวดน้ำจากมือเขา เปิดดื่มรวดเดียวจนหมด
“ไอ้เวร สักหยดก็ไม่เหลือให้กู ร้อนเหมือนกันนะเว้ย”
“กลืนน้ำลายไปมึงอ่ะ”
“เป็นเชี่ยไรวะ” ตุลย์มองหน้าเพื่อนอย่างงงๆ
ธามไม่ตอบ แต่ในหัวเขากลับยังวนอยู่กับภาพเดิม ก้อนนมขาวๆ นั่น มันทำให้เขารู้สึกร้อนยิ่งกว่าเดิม
.
.
เวลาผ่านไปจนกระทั่งของขวัญเลิกเรียนในตอนเย็น น้องชายสุดที่รักก็โทรกลับมาหาพี่สาวทันที
“มีหยัง”
(ผมหิว เอื้อยมาฮับแน๊) ผมหิว พี่มารับผมหน่อย
“บ่ไป เอื้อยโทรหาเมื่อเซ้าคือบ่รับสาย” ไม่ไป พี่โทรหาเมื่อเช้าทำไมไม่รับสาย
(มื้อนี้บ่มีเรียน ผมหลับลึก) วันนี้ไม่เรียนก็เลยหลับลึก
“ซัง นึกว่าตาย” เกลียดดด นึกว่านอนไหลตาย
(มาแช่งผมเนอะ สรุปสิมาฮับอยู่บ่)
“รำคาญอีหลี”
(มาแหม ผมเป็นเจ้ามื้อ หาคนไปกินข้าวเป็นหมู่) มาสิ ผมเป็นเจ้ามื้อเอง หาคนไปกินข้าวเป็นเพื่อน
“ชวนผู้สาวแกโน่น” (ชวนผู้หญิงของแกโน่น)
(โสดค้าบบบ เอื้อยฟ้าวมาเด้อ ผมอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว) ฟ้าวหมายถึง รีบ
“เออ ส่ำนี้ล่ะ” (เออ แค่นี้แหละ)
ห้างสรรพสินค้า
“สิกันหยัง” (จะกินอะไร)
“ตามใจเอื้อย” (ตามใจพี่)
“ชาบู”
“อีกแล้ว”
“ไสว่าตามใจเอื้อย” (ไหนว่าจะตามใจพี่)
“กินจนหน้ากลมเป็นหม้อชาบูแล้ว”
“บักแวนซ์” (ไอ้แวนซ์)
“ผมเว่าเล่นซื่อๆ ค้าบเอื้อย” (ผมพูดเล่นเฉยๆ ค้าบพี่)
ของขวัญกับน้องชายนั่งตรงข้ามกัน พนักงานเดินมารับออเดอร์และสอบถามน้ำซุปที่ต้องการ
“ข้นใสคะ”
“ข้นขอนแก่นค้าบบบ” แวนซ์ตอบทันทีที่พนักงานสาวหน้าสวยสอบถามว่าจะเอาน้ำซุปเป็นน้ำข้นหรือน้ำใส พนักงานไม่ได้ถามว่าเป็นคนที่ไหนที่ออกเสียงสำเนียงภาษาอีสาน
“แวนซ์ พนักงานเขาหมายถึงน้ำซุป จะเอาน้ำข้นหรือน้ำใส”
“อ่อ”
… “เขินว่ะ”
“น้ำใสค้าบบบ”
“เอาน้ำใสกับน้ำดำค่ะ”
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”
“เห็นผู้หญิงหน้าตาน่ารักหน่อยไม่ได้เลยนะ”
“ผู้สาวที่กรุงเทพคือขาวทุกคนเลยเอื้อย”
“อย่ามองเขาจนรู้ตัวขนาดนั้น มันไม่ดี”
“มองปกตินี่แหละ ถ้าสวยมากก็มองนานนิดนึง”
“เออ ฟ้าวกิน ฟ้าวกลับ เอื้อยหิวนอน” (เออ รีบกินรีบหลับ พี่ง่วงนอน)
✨✨✨
ตอนพิเศษในเมื่องานแต่งงานถูกจัดขึ้นแบบไม่ต้องใส่ซอง พอตกค่ำผู้คนกลับยิ่งหนาแน่นกว่าช่วงกลางวันเสียอีกรถมอเตอร์ไซค์ รถกระบะจอดเรียงราย เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และเสียงดนตรีเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศครึกครื้นจนลานหน้าบ้านแทบไม่มีที่ยืนหลังจากคู่บ่าวสาวขึ้นกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน กล่าวขอบคุณแบบเรียบง่ายไม่เป็นทางการ มีแค่รอยยิ้มจริงใจจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเวลาต่อจากนี้… คือเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริงถ้าเป็นงานแต่งในเมือง ช่วงเวลานี้อาจเรียกว่า After Party แต่ที่นี่ไม่ต้องมีดีเจ เพราะสิ่งที่กำลังจะเริ่ม คือเวทีหมอลำที่ตั้งเด่นอยู่กลางลานไฟจากเวทีหมอลำสว่างวาบ เรียกคนทั้งงานให้หันไปมองเป็นตาเดียวหลายคนเริ่มขยับเท้า บางคนโยกตัวตามจังหวะ เด็กๆ วิ่งเล่น ผู้ใหญ่ยืนหัวเราะ สนุกแบบสุดจะบรรยาย บรรยากาศคล้ายเป็นการจัดงานประจำปีและแน่นอน… สี่สาวยืนอยู่หน้าเวทีหมอลำตั้งแต่เพลงแรกยังไม่จบของขวัญยืนอยู่ตรงกลาง ชุดเจ้าสาวผ้าไหมมัดหมี่พลิ้วไหวตามแรงลม อัญชันกับมะปรางยืนประกบข้าง ส่วนกรีนไม่ต้องพูดถึงขยับเท้าโยกเอวตั้งแต่เสียงเทสไมโครโฟนสายตาทั้งสี่คู่จับจ้องไปที่หน้าเวทีเหมือนลืมความเหนื่
Ep.38 เขยอีสานเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย ความเข้าใจกลับมาอยู่ตรงกลางระหว่างคนสองคน ธามก็ไม่รอให้เวลาพาโอกาสหลุดมือไปอีกครั้งเขานั่งคุยกับพ่อและแม่ของของขวัญด้วยท่าทีสุภาพ จริงใจ ไม่มีคำพูดสวยหรู ไม่มีการอ้อมค้อมใดๆ อีกแล้ว ครั้งนี้เขากล้าแล้ว กล้าที่จะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบในแบบของตัวเอง“ผมขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นเขยอีสานเด้อครับ” เสียงทุ้มเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาแน่วแน่“ผมอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่ผมสัญญาว่าจะดูแลขวัญให้ดีที่สุด เท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้”พ่อกับแม่ของของขวัญมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ออกมา รอยยิ้มของผู้ใหญ่ที่ผ่านชีวิตมามากพอจะรู้ว่าความจริงใจสำคัญกว่านามสกุลหรือที่มาเสมองานแต่งงานงานแต่งงานจึงถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่ที่ไม่ได้มาจากความฟุ่มเฟือย แต่ยิ่งใหญ่เพราะผู้คนลานกว้างหน้าบ้านถูกจัดเป็นงานมงคล เต็นท์ผ้าใบเรียงรายเป็นแถว ผูกผ้าไหมมัดหมี่ลายแคนแก่นคูณไว้ตามเสา สีสันของผ้าไหมให้บรรยากาศอบอุ่นแบบบ้านๆของขวัญตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ ใครว่างก็มา ใครผ่านก็แวะ ไม่ต้องใส่ซอง เธออยากให้ทุกคนมาสนุก มากิน มาหัวเราะ มาร่วมยินดีด้วยใจมากกว่างานแต่งที่ต้องนั่งเกร็งอยู่ในกรอบพิธี
Ep.37 กระชับรัก 💦💦“ด่าได้น่ารักขนาดนี้ เฮียควรดีใจหรือควรเจ็บดีครับ” “อย่ามาพูดดี” ของขวัญสะอื้น เสียงยังติดสะอึก“ถ้าขวัญไม่รักจริง ขวัญไม่เจ็บขนาดนี้หรอก”คำพูดนั้นทำให้ธามชะงัก เขาก้มหน้าลงวางหน้าผากแตะลงกับหน้าผากของเธอเบาๆ“เฮียขอโทษ… ขอโทษจริงๆ”“ถ้าเฮียหนีอีก ขวัญจะด่าให้หนักกว่านี้นะ” เธอยกมือขึ้น กำเสื้อเขาไว้แน่น“เฮียยอมโดนด่าทุกคำ ดีกว่าไม่ได้อยู่กับขวัญ”เขาค่อยๆ กอดเธอเข้ามาแนบอก ของขวัญซบหน้าลงกับอกเขา เสียงสะอื้นแผ่วเบา เหลือเพียงลมหายใจที่ค่อยๆ สงบลงริมฝีปากร้อนก็แตะลงช้าๆ ที่หน้าผาก ไล่มาที่เปลือกตา และแก้มอย่างอ่อนโยนราวกับกลัวเธอแตกสลาย ของขวัญเผลอกำเสื้อเชิ้ตเขาแน่น เธอไม่ผลักไส ธามจึงจูบลึกขึ้นอีกนิด มือหนึ่งโอบเอวบางเข้าหาอกแกร่ง อีกมือไล้จากต้นคอลงสู่หัวไหล่ ปลายนิ้วเกี่ยวสายชุดเธอช้าๆ จนเนื้อผ้าลื่นไหลลงมาเผยผิวขาวใต้แสงไฟ“เฮีย…” เสียงเรียกชื่อเขาแผ่วหวานจนคนฟังแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ธามก้มลงจูบซอกคอ ไล้ช้าๆ จนเธอเผลอแหงนหน้ารับสัมผัส มือใหญ่ลูบแผ่นหลังเนียนอย่างแผ่วเบา เขาอุ้มเธอขึ้นอย่างง่ายดาย และค่อยๆ วางร่างบางลงบนเตียงนุ่มราวกับเธอคือของล้ำค่า ธามท
Ep.36 รู้ว่าทุกอย่างมันไม่ง่ายหลายวันผ่านไปธามทำตัวน่ารักเกินเหตุ พูดน้อยลง ยิ้มง่ายขึ้น จากผู้ชายทรงหัวเกรียนที่ตอนแรกของขวัญมองแล้วยังไม่คุ้นตา ตอนนี้กลับเริ่มชินกับภาพนั้นเข้าไปทุกที ชินกับการเห็นเขานั่งรอเงียบๆ ชินกับสายตาที่มองเธอแบบไม่เรียกร้องอะไรเลย แต่ถึงอย่างนั้นของขวัญก็ยังไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆ หรอกนะธามไม่ได้รับสิทธ์เหมือนแขกที่มาเยี่ยมทั่วไป เขาไม่ได้นอนในบ้านหลังใหญ่ แต่ของขวัญไล่ให้เขาไปนอนกระท่อมปลายนา กลางคืนทั้งมืด ทั้งยุงกัด ไฟฟ้าก็ไม่มี มีแค่เพียงตะเกียงเล็กๆ กับเสียงร้องของแมลงและจิ้งหรีดเรื่องกินก็ไม่ได้สบาย ของขวัญไม่ได้ดูแลอะไรเป็นพิเศษ บางวันเขาได้กินแค่ผักลวก น้ำพริกถ้วยเล็ก บางวันแทบไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำ แต่ธามก็ไม่เคยบ่น ไม่เคยทำหน้าอิดออด กินได้ก็กิน ไม่ได้กินก็แค่ยิ้ม แล้วบอกว่าไม่เป็นไรเพราะสำหรับเขา ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ แค่ได้มองเห็นเธออยู่ในสายตาก็เหมือนได้ชดใช้ในสิ่งที่ทำพลาดไปแล้วบ้างไม่มากก็น้อยจนกระทั่งพ่อกับแม่ของของขวัญเริ่มทนไม่ไหว มองแล้วก็อดสงสารธามไม่ได้“อีหล่า มันเกินไปแล้วเด้อ”“เขามาง้อ ไม่ได้มารับโทษถึงตาย”ของขวัญฟังแล้วเงียบ ในใจ
Ep.35 อีห่า (อีหล่า) ครับ อ้ายขอโทษเด้อก่อนที่ทุกอย่างจะยากเกินไปสำหรับธาม พ่อของเพทายเลือกเดินเกมไปก่อนแล้ว ในช่วงเวลาที่ธามยังอยู่ในผ้าเหลือง ท่านเดินทางมาขอนแก่นด้วยตัวเอง มาเพียงลำพัง ไม่มีลูกน้อง ไม่มีอิทธิพล ไม่มีมาดของมาเฟียรุ่นใหญ่ให้ใครต้องเกรงกลัว ท่านมาในฐานะพ่อของลูกชายคนหนึ่ง ที่อยากขอความเมตตาให้ลูกได้มีโอกาสอีกครั้งท่านนั่งคุยกับพ่อและแม่ของของขวัญอย่างสุภาพ เล่าทุกอย่างด้วยน้ำเสียงเรียบ ไม่ปิดบัง และไม่บิดเบือนความจริงแม้แต่น้อยท่านเล่าเรื่องของธามทั้งหมด ตั้งแต่เด็กวัดที่ไม่มีใคร วันที่ถูกหลอก วันที่ถูกทิ้ง รวมถึงความจริงที่ว่าชีวิตของธามไม่ได้สวยงามอะไรเลย แต่เขาไม่เคยเลือกทางเลวหรือทำตัวไม่ดีในวันนั้นท่านพูดว่า...‘ผมไม่ได้มาขอให้ยอมรับลูกผมทันที’‘ผมแค่อยากขอให้… ให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเองหลังจากที่เขาคิดได้แล้วว่าควรทำยังไงกับหัวใจของตัวเอง’‘หากทั้งสองคนจะไม่ให้อภัยลูกชายบุญธรรมของผม ผมก็เคารพการตัดสินใจ แต่ถ้าให้อภัย… ผมขอฝากหัวใจของเขาไว้กับครอบครัวนี้ด้วยได้ไหม’บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่ ผู้ใหญ่ทั้งสองกำลังฟังด้วยหัวใจไม่ใช่สมอง พ่อกับแม่ของของขวัญไม่ได้ตัด
Ep.34 ศึกจากพระ (ขอลาสิกขา)วัดแห่งหนึ่งวัดเล็กๆ ที่อยู่ไม่ห่างจากคาสิโนของพ่อเพทายมากนัก เสียงของไม้กวาดเสียดสีกับพื้นลานวัด ธามในผ้าจีวรกำลังกวาดลานวัดอย่างตั้งใจ ท่าทางเรียบง่าย ไม่มีความดุดันแบบที่แวนซ์คุ้นเคย เหมือนเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังปล่อยวางอะไรบางอย่างลงแล้วพ่อของเพทายยืนมองภาพนั้นอยู่เงียบๆ ท่านรู้ดีว่าเวลานี้ธามไม่ควรถูกดึงกลับมาด้วยคำถามหนักหน่วงเพราะคนในผ้าเหลืองไม่ใช่คนที่ต้องแบกรับอดีตด้วยถ้อยคำ“ถ้าอยากถามอะไรอีก ก็ถามกู”แวนซ์ชะงักเล็กน้อย เขาหันไปมองร่างสูงในจีวรที่กำลังก้มหน้าก้มตากวาดลานวัด หัวใจมันอึดอัดเหมือนมีอะไรจุกอยู่ตรงคอ“เรื่องที่ท่านเล่าผม ระหว่างทางที่มาที่นี่เป็นเหตุผลให้หลวงพี่ธามตัดสินใจบวชใช่ไหม”“กูเดาว่าคงเป็นแบบนั้น”“เฮ้อ… แล้วมีอะไรทำไมไม่บอกกัน พี่สาวผมก็สภาพจิตใจแย่พอสมควรเลยนะ เล่นหายตัวไปดื้อๆ แบบนั้น”แวนซ์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้“หลวงพี่… ธาม”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังไม่ดังนัก แต่ชัดเจนพอจะทำให้มือที่กำไม้กวาดอยู่สั่นไหวเล็กน้อยธามหยุดกวาด เขาวางไม้กวาดลงข้างตัวอย่างช้าๆ เหมือนต้องใช้เวลาควบคุมลมหายใจของตัวเองไ
Ep.9 พี่สาวสุดแสบ น้องชายสุดกวนหลายวันต่อมาของขวัญเริ่มรู้สึกเหงา เป็นความเหงาแบบเงียบๆ ที่ค่อยๆ ซึมเข้ามา ทั้งอัญชันและมะปรางต่างก็ไม่ค่อยได้เจอกัน ด้วยเหตุผลหลายอย่างที่ต่างคนต่างต้องจัดการ ถ้าจะได้เจอกันอีกครั้งก็คงเป็นช่วงซ้อมรับปริญญาส่วนธาม… ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาทั้งสองคนก็ไม่ได้เจอกันอี
Ep.8 อยากรู้ อยากชิม 💦💦“คาวยิ่งกว่าอาหารทะเล” ความจริงมันก็ไม่ได้คาวมากขนาดนั้น แต่คนอย่างของขวัญมักจะชอบพูดให้ธามเสียความมั่นใจ“...”“หึ ชักอยากจะรู้แล้วเหมือนกันว่าน้ำของเธอมันคาวเหมือนของเฮียหรือเปล่า”พรึบ! ธามลุกขึ้นยืนภายในเสี้ยววินาทีแล้วจับของขวัญนั่งลงแทนที่ของเขาเดี๋ยว เฮียจะทำอะไร“
Ep.7 ทำเพื่อเพื่อน 💦💦หลายวันต่อมา“ครับนาย”“ครับ ผมจะจัดการให้ครับ”ธามพูดจบก็วางสาย สายที่โทรเข้ามาเมื่อครู่คือเพทาย คำสั่งที่ได้รับฟังดูเหมือนการขอความช่วยเหลือมากกว่าการสั่งงานเสียอีกธามเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจเบาๆ เขาอยากให้เพทายหลุดพ้นจากความเสียใจครั้งนี้ อยากให้เจ้านายของเขาได้มีโอ
Ep.6 สัมผัสจูบ“เช็ดน้ำลายก่อนไหม”“อะไร” ของขวัญตอบกลับ พยายามใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหวเพื่อไม่ให้ธามรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทัน“ก็อะไรล่ะ เธอคิดอะไรอยู่” ธามรู้ธามเห็น ของขวัญไม่เก็บอาการเลยสักนิด“ไม่ได้คิดสักหน่อย” เธอยังคงปฎิเสธเสียงแข็งราวกับว่าไม่ได้คิดอะไรจริงๆ“เก็







