INICIAR SESIÓNEp.4 เก็บทรงไม่อยู่
ธามนั่งนิ่งอยู่ในห้องชั้นสองของผับ สายตาเหลือบมองคีย์การ์ดที่วางอยู่บนโต๊ะ มองแล้วก็เบือนหน้าหนี มองอีก… แล้วก็ถอนหายใจ
หยิบเอกสารขึ้นมาดู แต่ตัวหนังสือกลับไม่เข้าหัว ภาพเดียวที่วนอยู่ในสมองคือหน้ายัยผู้หญิงปากจัด กับคำพูดที่ว่า ‘ไม่สบาย’ ที่แวนซ์ทิ้งไว้
ธามลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง ยืนกอดอกมองลงไปชั้นล่างอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็หันกลับมา สายตาหยุดอยู่ที่กุญแจรถของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน
“ช่างแม่ง”
เขาคว้ามันขึ้นมาแบบไม่คิดอะไรอีก หยิบเสื้อคลุมแล้วเดินออกจากห้องทันที
ไม่นานนัก รถของธามจอดอยู่หน้าร้านขายยา เขาลงจากรถยืนมองป้ายร้านอยู่สองวินาทีก่อนจะพึมพำกับตัวเอง
“กูมาทำอะไรตรงนี้วะ”
แต่ก็ยังเดินเข้าไป
“เอายาแก้ปวด… แบบนี้” ธามหันหน้าจอโทรศัพท์ให้เภสัชดู เธอพยักหน้าและหยิบยาให้ ธามรับมาจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ขับรถเลี้ยวเข้าร้านสะดวกซื้อ ธามยืนอยู่หน้าเชลล์ที่มีผ้าอนามัย เขาเอามือสอดล้วงกระเป๋า วางสีหน้าเรียบนิ่ง แต่สายตาไล่มองและอ่านตาในใจ มีปีก ไม่มีปีก กลางวัน กลางคืน บางพิเศษ
“เชี่ย…”
แม้แวนซ์จะส่งรูปภาพให้ดู แต่พอเจอความหลากหลายตรงหน้าเขาถึงกับต้องสบถทันที เพราะมันมากมายหลายแบบเหลือเกิน
“เอาไปเถอะวะ” สุดท้ายเขาก็ซื้อไปหลายแบบหลายยี่ห้อ
เขาจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้านและขับรถออกไป ตลอดทางไม่มีเพลง ไม่มีเสียงอะไรนอกจากเสียงเครื่องยนต์กับเสียงในหัวตัวเอง
มันเป็นทางผ่านเท่านั้น เขาไม่ได้อยากมา แต่เป็นเพราะเขากำลังจะกลับบ้านของตัวเองต่างหาก ธามสะกดจิตตัวเองเอาไว้แบบนั้น จึงค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย
ไม่นานนักรถของธามก็มาจอดอยู่หน้าคอนโดแห่งหนึ่ง เขานั่งอยู่หลังพวงมาลัยมองตัวอาคารนิ่งๆไม่รีบลง ถุงร้านยากับถุงร้านสะดวกซื้อก็วางอยู่บนเบาะข้างๆ
ธามถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นลูบหน้า แต่สุดท้ายเขาก็เปิดประตูรถ หยิบถุงทั้งสองหยิบคีย์การ์ด เดินเข้าไปในคอนโดนั้นด้วยสีหน้าเรียบๆ เหมือนคนที่แค่แวะมาส่งของ ทั้งที่ในใจทรงมันแตกไปหมดแล้ว
อาการแบบนี้... คนไทยเขาเรียกว่าเก็บทรงไม่อยู่
ไม่มีเสียงเคาะประตูใดๆ ธามแตะคีย์การ์ดหน้าห้องเข้าไปอย่างเงียบๆ ไฟในห้องเปิดไว้สลัว ไม่มืดแต่ก็ไม่ได้สว่างนัก ทีวีจอใหญ่ตรงหน้าถูกเปิดทิ้งไว้ เสียงยังดังอยู่แต่ไม่มีใครนั่งดู
เขายืนมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปด้านในอย่างระมัดระวัง สุดท้ายเท้าก็พาเขาไปหยุดอยู่หน้าห้องนอน ธามเปิดประตูเข้าไปช้าๆ ของขวัญนอนหลับนิ่ง ไม่รู้สึกตัวเลยว่าใครเข้ามา
ธามเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนถึงข้างเตียง โต๊ะข้างเตียงเต็มไปด้วยแก้วชานมไข่มุกที่กินไม่หมด ซองขนมขบเคี้ยวถูกฉีกทิ้งไว้ ผงชูรสกระจายอยู่ก้นซองทานเหลือไว้ มดไม่คลานเข้าหูก็บุญแค่ไหนแล้ว
หน้าตาก็สวยมาก แต่ทำไมถึงซกมกขนาดนี้ ธามคิดในใจจนแทบจะเผลอเป็นเสียงในหัวออกมา เขาเป็นผู้ชายยังทำตัวสะอาดกว่าเธออีก
“ยัยขี้วีน”
“...”
“ของขวัญ”
“...”
“ขวัญ”
“อื้อ… มาแล้วติ ไปต้มมาม่าให้เอื้อยแน๊ หิว” (มาแล้วเหรอ ไปต้มมาม่าให้พี่หน่อยสิ หิว) ของขวัญเอ่ยพูดทั้งที่หลับตาอยู่ เธอเอ่ยบอกน้องชายในสิ่งที่ต้องการทันที
แต่นั่น... ไม่ใช่แวนซ์
ธามพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ รู้สึกแอบขัดใจที่ของขวัญทานอะไรไร้ประโยชน์แบบนี้ เขารัวนิ้วกดสั่งอาหารในแอปสีเขียวที่อยู่ใกล้ที่สุดมาให้ ส่วนเขาเองก็วางของเอาไว้ข้างเตียง ธามเดินไปรอด้านนอก เมื่ออาหารมาส่งเขาก็เอามาใส่จานวางบนโต๊ะไว้ให้ พร้อมกับปิดทีวีที่ถูกเปิดทิ้งไว้แต่ไร้คนดู ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไปอีกครั้ง
“กลับแล้วนะ ยัยตัวแสบ”
เขาเผลอลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ สัมผัสเพียงแค่นั้นมันกลับทำให้เขาใจมันรู้สึกโหวงเหวงแปลกๆ ชอบกล ทั้งยังรู้สึกใจเต้นแรงราวกับว่าเขาอยากมีความรู้สึกทั้งอยากเป็นผู้รับและผู้ให้ความอบอุ่นกับใครสักคน เขารู้สึกอยากถ่ายทอดความรักความอบอุ่น เขาอยากมีความรู้สึกแบบนั้น แต่บางครั้งก็ต้องหยุดความคิดนี้เอาไว้เพราะเขาเองก็มีแผลในใจที่ไม่อยากนึกถึง
เสียงเท้ากระทบพื้นทำให้ของขวัญสลึมสลือตื่นและค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองไปตามเสียง เห็นเพียงแผ่นหลังของผู้ชายที่กำลังเดินออกไป เธอก็ยังเข้าใจว่าเป็นแวนซ์ที่เข้ามา
“มาไม่บอก ไปก็ไม่ลา”
ของขวัญพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะขยับตัวลุกนั่งบนเตียง สายตาเหลือบไปมองโต๊ะข้างเตียง แล้วก็ต้องแปลกใจ ไม่มีแก้วชานมไข่มุก ไม่มีถุงขนมขบเคี้ยว ไม่มีซองขนมที่ฉีกทิ้งไว้ โต๊ะดูสะอาดตาอย่างผิดปกติ
“บักแวนซ์เนี่ยนะจะเก็บให้” เธอหัวเราะหึในลำคอ
“ชิส์”
สายตาเลื่อนลงมาเห็นถุงสองถุงวางอยู่ข้างเตียง ของขวัญหยิบขึ้นมาเปิดดู
“ส่งรูปไปให้แล้วนะ ยังจะซื้อมาหลายยี่ห้ออีก”
เธอส่ายหน้าอย่างเอ็นดูปนเหนื่อยใจ หยิบยาแก้ปวดขึ้นมากิน จากนั้นก็ลุกเดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ ล้างหน้า ล้างตัว ปล่อยให้น้ำเย็นไหลผ่านร่าง
“โอ้ย… เย็นสบายใจจังเลย ดีนะ พรุ่งนี้วันหยุดจะได้นอนพักยาวๆ”
หลังจากแต่งตัวใส่ชุดนอนเรียบร้อย ของขวัญก็เดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วก็ต้องหยุดนิ่งยืนมองไปที่โต๊ะอาหารกลางห้อง มีอาหารจัดใส่จานไว้อย่างสวยงาม ดูน่ากินผิดจากภาพจำของน้องชายเธอมาก
“บักแวนซ์ใจดีแปลกๆ แฮะ สั่งให้ต้มมาม่า แต่ได้อาหารญี่ปุ่น”
เธอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ มีสลัดผลไม้ ซูชิ ข้าวหน้าปลาแซลมอนย่าง ซุปมิโซะ และน้ำแครอทสกัดสูตรไม่เติมน้ำตาล
ของขวัญนั่งลงกิน กินไปเรื่อยๆ จนหมดทุกอย่าง อิ่มและรู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความแชตไปหาน้องชายบอกว่ากินหมดแล้ว ขอบคุณที่ใจดี ชมว่าอาหารอร่อย พร้อมทั้งขอพิกัดร้าน
แต่ทันทีที่ข้อความตอบกลับเด้งขึ้นมา ของขวัญก็ชะงัก นิ่งไปทั้งตัว หัวใจเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เพราะคำตอบนั้นไม่ใช่อย่างที่เธอคิดเลยสักนิด
‘เฮียธามเป็นคนไปหาพี่ที่คอนโดนะ ส่วนอาหารซื้อที่ร้านไหนพี่ถามเฮียธามเองเลย’
ไม่รอให้คาใจนาน ของขวัญกดโทรศัพท์หาแวนซ์ทันที
“บักแวนซ์ อีหยังนิ บักนั่นคือมาหาเอื้อยได้” (ไอ้แวนซ์ นี่มันอะไรกัน ทำไมไอ้นั่นถึงมาหาพี่ได้)
“เอิ้นเขาดีๆ แน๊ นั่นว่าที่พี่เขยผมเลยนะ” (เรียกเขาดีๆ หน่อย นั่นว่าที่พี่เขยผมเลยนะ)
“บ่แม่น ตอบเอื้อยมาก่อน เป็นหยังเขาคือมาคอนโดเอื้อยได้” (ไม่ใช่ ตอบพี่มาก่อน ทำไมเขาถึงมาหาพี่ที่คอนโดได้)
“เขากะขับรถไปหาตั้วเนอะ ถามแปลก” (เขาก็ขับรถไปหาน่ะสิ ถามแปลก)
“เซาเล่น เอื้อยขอความจริง” (หยุดเล่น พี่ขอความจริง)
“กะตอนนั้นผมเมา ขับรถบ่ไหว กะเลยให้เฮียธามไปแทน เป็นได๋ล่ะ ซึ้งใจเลยติ” (ก็ตอนนั้นผมเมาขับรถไม่ไหว ก็เลยให้เฮียธามไปแทน เป็นไงล่ะ ซึ้งใจเลยดิ)
“ซึ้งแม่มึงติ” (ซึ้งแม่มึงเหรอ)
“ผมสิฟ้องแม่ เอื้อยด่าแม่” (ผมจะฟ้องแม่ พี่ด่าแม่)
“กูด่ามึงบักพาก ให้ผู้อื่นเข้าห้องเอื้อยได้จั๊งได๋” (กูด่ามึงนั้นแหละไอ้ห่า ไว้ใจให้คนอื่นเข้าห้องพี่ได้ยังไง)
“ก็บอกอยู่ว่าบ่แม่นคนอื่น คนนี้ว่าที่พี่เขยผม” (ก็บอกอยู่นี่ไงว่าไม่ใช่คนอื่น คนนี้ว่าที่พี่เขยของผม)
“เซาเว้า” (หยุดพูด)
“เฮียธามบ่ดีหม่องได๋ โคตรหล่อ โคตรรวย นิสัยกะดีกว่าเอื้อยหลายเติบอยู่” (เฮียธามไม่ดีตรงไหน โคตรหล่อโคตรรวย นิสัยก็ดีกว่าพี่มากๆ ด้วยนะ)
“บักแวนซ์ กูเป็นเอื้อยมึงเด้” (ไอ้แวนซ์ กูเป็นพี่มึงนะ) ของขวัญว่าอย่างโมโห มีอย่างที่ไหนชมคนอื่นนิสัยดีกว่าพี่สาวของตัวเอง
“เอื้อยเซาเว้าคำหยาบ เว้าอีกทีผมสิฟ้องพ่อว่าเอื้อยพาผู้บ่าวขึ้นคอนโด” (พี่หยุดพูดคำหยาบเลยนะ พูดอีกทีผมจะฟ้องพ่อว่าพี่พาผู้ชายขึ้นคอนโด)
“โว้ย บักน้องเวร ส่ำนี้ล่ะ อย่าให้เจอถืกตีนเอื้อยแท้” (โว้ย ไอ้น้องไม่รักดี แค่นี้แหละ แล้วอย่าให้เจอนะ พี่เตะแกแน่) ของขวัญไม่อยากเสี่ยง เพราะแวนซ์ปั้นน้ำเป็นตัวเก่งมาก แวนซ์สามารถพูดให้พ่อแม่เข้าใจเธอผิดได้มาหลายครั้งแล้ว อย่างเช่นตอนเด็กๆ ที่เวลาทะเลาะแย่งของเล่นกัน
“บ่คุยนำแล่ว ส่ำนี้ล่ะผมสินอน” (ไม่คุยด้วยแล้ว แค่นี้นะผมจะนอน)
✨✨✨
Ep.6 สัมผัสจูบ“เช็ดน้ำลายก่อนไหม”“อะไร” ของขวัญตอบกลับ พยายามใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหวเพื่อไม่ให้ธามรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทัน“ก็อะไรล่ะ เธอคิดอะไรอยู่” ธามรู้ธามเห็น ของขวัญไม่เก็บอาการเลยสักนิด“ไม่ได้คิดสักหน่อย” เธอยังคงปฎิเสธเสียงแข็งราวกับว่าไม่ได้คิดอะไรจริงๆ“เก็บอาการหน่อย แต่ถ้าเก็บไม่ไหวก็…”“ทะ ทำแผลเลยดีกว่า” “หึ เอาสิ”เขานั่งนิ่งปล่อยให้เธอจัดการ สายตาของธามจับอยู่ที่ใบหน้าสวยรั้นของของขวัญ มองอย่างยากจะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ๆ เวลาที่เธอเงียบ ไม่ด่า ไม่เถียง ของขวัญกลับดูน่ารักขึ้นเป็นกอง โดยเฉพาะตอนที่เรียกเขาว่าเฮียธาม“โดนได้ไงอ่ะ” ของขวัญถาม พลางชำเลืองมองรอยฟกช้ำตรงหน้าอกกับไหล่ของเขา“เข้าไปห้ามลูกค้าตีกัน” ธามตอบสั้นๆ เหมือนไม่อยากพูดอะไรมาก“บอดี้การ์ดของผับก็มีนี่”“เฮียเจอตอนที่กำลังจะกลับ” ธามเหลือบมองหน้าเธอเล็กน้อยก่อนที่จะตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง“...”คำว่าเฮียก็ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของของขวัญเกิดอาการใจสั่นและหวั่นไหว มันรู้สึกเหมือนบางอย่างถูกเติมเต็ม แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ว่าคืออะไรกันแน่“ขวัญ
Ep.5 กายหยาบแวะมาหาวันเวลาผ่านไปหลายวัน และช่วงเวลาที่ผ่านมาของขวัญกับธามไม่ได้เจอกันอีกเลย ของขวัญต้องใช้เวลาทั้งหมดไปกับการอ่านหนังสือสอบแทบไม่ได้ออกไปไหน ส่วนแวนซ์ก็ยังแวะมาป่วนบ้างเป็นบางครั้ง ตามสไตล์น้องชายตัวดีเมื่อของขวัญตั้งใจจะทำอะไรสักอย่างเธอเป็นคนที่ทุ่มสุดตัวเสมอ อย่างการอ่านหนังสือสอบ เธออ่านจริงจัง อ่านหนัก อ่านจนลืมเวลา กินอาหารไม่เป็นมื้อ หิวก็หยิบอะไรกินง่ายๆ แทน ขนมบ้าง เครื่องดื่มบ้างแต่ไม่ใช่อาหารหลักเลยสักอย่างจนสุดท้ายร่างกายก็เริ่มประท้วง เธอเลยต้องบีบบังคับให้น้องชายซื้ออาหารมาให้ ถึงแวนซ์จะบ่นไม่หยุดแต่ก็ยังทำให้อยู่ดีเวลาเดินไปเรื่อยๆ จนในที่สุดการสอบก็ผ่านพ้นไป เป็นช่วงเวลาที่ของขวัญไม่ค่อยได้เจอเพื่อนสนิทสักเท่าไหร่ อัญชันหนีไปพักใจ ส่วนมะปรางก็กำลังจะกลับไปหาครอบครัวแต่ก่อนจะแยกย้าย มะปรางแวะมาหาของขวัญที่คอนโดก่อน“ยัยขวัญ ฉันอยากไปหายัยอัญจัง” มะปรางพูดขึ้นขณะนั่งพิงโซฟา สีหน้าดูเป็นห่วงเพื่อนสนิทที่เงียบหายไปเพื่อรักษาใจตัวเอง“ฉันก็อยากไปหานะ แต่วันนั้นยัยอัญบอกว่าไม่ให้พวกเราตามไป เพราะกลัวว่าแฟนเก่านางจะตามสืบจากการเคลื่อนไหวของเรา”“ยัยอัญนี่
Ep.4 เก็บทรงไม่อยู่ธามนั่งนิ่งอยู่ในห้องชั้นสองของผับ สายตาเหลือบมองคีย์การ์ดที่วางอยู่บนโต๊ะ มองแล้วก็เบือนหน้าหนี มองอีก… แล้วก็ถอนหายใจหยิบเอกสารขึ้นมาดู แต่ตัวหนังสือกลับไม่เข้าหัว ภาพเดียวที่วนอยู่ในสมองคือหน้ายัยผู้หญิงปากจัด กับคำพูดที่ว่า ‘ไม่สบาย’ ที่แวนซ์ทิ้งไว้ธามลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง ยืนกอดอกมองลงไปชั้นล่างอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็หันกลับมา สายตาหยุดอยู่ที่กุญแจรถของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน“ช่างแม่ง”เขาคว้ามันขึ้นมาแบบไม่คิดอะไรอีก หยิบเสื้อคลุมแล้วเดินออกจากห้องทันทีไม่นานนัก รถของธามจอดอยู่หน้าร้านขายยา เขาลงจากรถยืนมองป้ายร้านอยู่สองวินาทีก่อนจะพึมพำกับตัวเอง“กูมาทำอะไรตรงนี้วะ”แต่ก็ยังเดินเข้าไป“เอายาแก้ปวด… แบบนี้” ธามหันหน้าจอโทรศัพท์ให้เภสัชดู เธอพยักหน้าและหยิบยาให้ ธามรับมาจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ขับรถเลี้ยวเข้าร้านสะดวกซื้อ ธามยืนอยู่หน้าเชลล์ที่มีผ้าอนามัย เขาเอามือสอดล้วงกระเป๋า วางสีหน้าเรียบนิ่ง แต่สายตาไล่มองและอ่านตาในใจ มีปีก ไม่มีปีก กลางวัน กลางคืน บางพิเศษ“เชี่ย…”แม้แวนซ์จะส่งรูปภาพให้ดู แต่พอเจอความหลากหลายตรงหน้าเขาถึงกับต้องสบถทันที
Ep.3 ไม่ใช่เรื่องของเขาตั้งแต่เปิดเทอมมา ฉันก็เพิ่งรู้ว่ายัยอัญชันตัวน้อยของฉันมีแฟน แล้วก็โดนหักอกมา ยัยอัญก็ตัวแค่นี้อ่ะ น่าเห็นใจชะมัด แล้ววันนี้ฉันต้องไปกินชาบูที่ห้องยัยอัญอีก สาวน้อยร้อยโลอยู่ใกล้แค่เอื้อมว่าแล้วก็ไป… หิ้วโซจูไปอีกสองสามขวดเผื่อเพื่อนอยากจะย้อมใจ คอนโดอัญชัน“ฮัลโหล เอฟวี่บอดี้” ของขวัญเอ่ยทักทายเพื่อนสาวด้วยเสียงสดใส“ฉันมีผลไม้จากสวนมาฝากเยอะแยะเลย”“จ้า แต่เอาไว้ก่อนเนอะ ไหนใครอยากลองดื่ม” มะปราง หนึ่งในเพื่อนสนิทตอบรับและแซวกลับคนอกหักเล็กน้อยเพื่อนสาวของของขวัญตัดสินใจเล่าเรื่องแฟนเก่าให้ของขวัญและมะปรางฟัง ทั้งเล่าไป ดื่มไป ร้องไห้ไป ต่างก็ช่วยกันปลอบใจกับรักครั้งแรกหัวใจก็แตกสลาย“แกนี่นะยัยอัญ มาตกม้าตายเอาตอนใกล้เรียนจบ ผ่านมาตั้งสามปีไม่เคยเปิดใจให้ใคร แต่พอเปิดใจปุ๊บก็ใจเจ็บปั๊บ”“ฉันตั้งใจจะเกลียดเขาให้มาก ให้มากพอที่ฉันจะลืมเขาได้”“จ้า เกลียดมันโล้ดจ้า บักซั่ว บักปอบ โอ้ยหงุดหงิด ฉันอยากจะด่าสักสามวันสามคืน”ฉันอดไม่ได้ อยากด่าแทน อย่าให้เจอหน้าก็แล้วกัน ยัยอัญชันหลบไป เดี๋ยวฉันจัดการเองและสุดท้ายพวกเราสามคนก็เปลี่ยนใจออกไปทานชาบูที่ร้านคงจะดี
Ep.2 เจอกัน (อีกแล้ว)วันถัดไปวันนี้ฉันมีเรียน ก็เลยต้องตื่นเช้ากว่าปกติ เผื่อเวลาไว้มากเป็นพิเศษ เพราะตั้งใจจะแวะเติมน้ำมันก่อนจะขับรถไปมหาวิทยาลัย ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่นดี จนกระทั่งระหว่างทาง อยู่ๆ รถก็เริ่มส่ายไปมาอย่างผิดปกติ“เฮ้ย ไรเนี่ย”ฉันจับพวงมาลัยแน่น ได้ยินเสียงล้อบดกับพื้นถนนดังชัดขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะรีบหาที่จอดข้างทางแล้วลงไปดู ภาพตรงหน้าทำเอาฉันแทบทรุด ยางรถซึมจนเกือบแบน“ทำไมเป็นงี้อ่า ยิ่งรีบๆ อยู่” หัวใจฉันเริ่มเต้นแรง ความวุ่นวายถาโถมเข้ามาทันที“บักแวนซ์ ต้องโทรหาบักแวนซ์”ฉันคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาน้องชายทันที แต่สายแรกไม่รับ สายที่สองก็ไม่รับ ฉันโทรซ้ำๆ เป็นสิบสายก็ยังเงียบเหมือนเดิม“โอ้ย หุนหวยแต่เซ้า” (โอ้ย หงุดหงิดแต่เช้าเลย)ยางรถซึมแบบนี้ ใครจะไปทนไหว เพราะมันเสียเวลาแน่ๆ รถก็ติด“เฮ็ดจั้งได๋น้อบาดนิ” (จะทำยังไงล่ะทีนี้)ฉันเดินวนรอบรถไปมา มือก็ยังกดโทรหาแวนซ์ไม่หยุด แต่ปลายสายก็ยังคงเงียบ“หลับหรือตาย บักหำน้อยเอ๊ย ซัง!”ฉันยืนบ่นอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้าทั้งที่ก็รู้ตัวดี แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อมีน้องชายไว้พึ่งพาไม่ได้สักอย่าง สายตาฉันมองนาฬิกาในรถ เ
Ep.1 ยิ้มเป็นตาเซิงผับ TTXไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ตั้งแต่น้องชายของของขวัญอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ แวนซ์ก็เริ่มใช้ชีวิตกลางคืนแทบทุกวัน ไม่ใช่แค่มาเที่ยวธรรมดา แต่ยังหน้าใหญ่ใจป๋าถึงขั้นสมัครเป็นสมาชิก VVIP ของผับแห่งนี้อีกด้วย มาบ่อยจนสนิทกับเจ้าของผับราวกับว่าเคยรู้จักกันมาก่อนบ่อยครั้งที่ของขวัญต้องตามมานั่งเฝ้า คอยลากกลับคอนโด แต่ก็ไม่เคยได้ผล แวนซ์จะกลับก็ต่อเมื่อเขาอยากกลับเท่านั้น แถมยังสนิทกับบอดี้การ์ด และคุ้นเคยกับเจ้าของผับราวกับรู้จักกันมานานนับปีธามนั่งอยู่ชั้นบนของผับตามปกติ เสียงเพลงดังกลบทุกอย่าง รอบตัวเต็มไปด้วยแสงสีและผู้คน แวนซ์ที่แวะขึ้นมาทักทายธามและนั่งชนแก้วกันก่อนที่เขาจะลงไปด้านล่าง“เฮียธาม”“อะไร”“เฮียมีผู้สาวแล้วบ่”“หมายถึงอะไร” ธามชะงักเล็กน้อย“มีแฟนยังครับ”“...” ธามไม่ตอบ ยังคงมองเด็กตรงหน้าด้วยสายตานิ่งๆ“เฮ้ย อย่ามองผมแบบนี้ ผมบ่ได้มักผู้บ่าว ผมมักผู้สาว” แวนซ์รีบโบกมือทันที เขาเหล่ท่อหล่อเท่ขนาดนี้ เสียของหมด สาวๆ คงเสียดายแย่ ไหนจะพวกแม่ป้าที่ชอบเต๊าะหมาอ่อนอย่างเขาอีก… “คนเหงาๆ แบบเฮียเหมาะกับคนๆ นึงมาก” แวนซ์เริ่มพูดจูงใจธาม เพร







