MasukEp.4 เก็บทรงไม่อยู่
ธามนั่งนิ่งอยู่ในห้องชั้นสองของผับ สายตาเหลือบมองคีย์การ์ดที่วางอยู่บนโต๊ะ มองแล้วก็เบือนหน้าหนี มองอีก… แล้วก็ถอนหายใจ
หยิบเอกสารขึ้นมาดู แต่ตัวหนังสือกลับไม่เข้าหัว ภาพเดียวที่วนอยู่ในสมองคือหน้ายัยผู้หญิงปากจัด กับคำพูดที่ว่า ‘ไม่สบาย’ ที่แวนซ์ทิ้งไว้
ธามลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง ยืนกอดอกมองลงไปชั้นล่างอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็หันกลับมา สายตาหยุดอยู่ที่กุญแจรถของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน
“ช่างแม่ง”
เขาคว้ามันขึ้นมาแบบไม่คิดอะไรอีก หยิบเสื้อคลุมแล้วเดินออกจากห้องทันที
ไม่นานนัก รถของธามจอดอยู่หน้าร้านขายยา เขาลงจากรถยืนมองป้ายร้านอยู่สองวินาทีก่อนจะพึมพำกับตัวเอง
“กูมาทำอะไรตรงนี้วะ”
แต่ก็ยังเดินเข้าไป
“เอายาแก้ปวด… แบบนี้” ธามหันหน้าจอโทรศัพท์ให้เภสัชดู เธอพยักหน้าและหยิบยาให้ ธามรับมาจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ขับรถเลี้ยวเข้าร้านสะดวกซื้อ ธามยืนอยู่หน้าเชลล์ที่มีผ้าอนามัย เขาเอามือสอดล้วงกระเป๋า วางสีหน้าเรียบนิ่ง แต่สายตาไล่มองและอ่านตาในใจ มีปีก ไม่มีปีก กลางวัน กลางคืน บางพิเศษ
“เชี่ย…”
แม้แวนซ์จะส่งรูปภาพให้ดู แต่พอเจอความหลากหลายตรงหน้าเขาถึงกับต้องสบถทันที เพราะมันมากมายหลายแบบเหลือเกิน
“เอาไปเถอะวะ” สุดท้ายเขาก็ซื้อไปหลายแบบหลายยี่ห้อ
เขาจ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้านและขับรถออกไป ตลอดทางไม่มีเพลง ไม่มีเสียงอะไรนอกจากเสียงเครื่องยนต์กับเสียงในหัวตัวเอง
มันเป็นทางผ่านเท่านั้น เขาไม่ได้อยากมา แต่เป็นเพราะเขากำลังจะกลับบ้านของตัวเองต่างหาก ธามสะกดจิตตัวเองเอาไว้แบบนั้น จึงค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย
ไม่นานนักรถของธามก็มาจอดอยู่หน้าคอนโดแห่งหนึ่ง เขานั่งอยู่หลังพวงมาลัยมองตัวอาคารนิ่งๆไม่รีบลง ถุงร้านยากับถุงร้านสะดวกซื้อก็วางอยู่บนเบาะข้างๆ
ธามถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นลูบหน้า แต่สุดท้ายเขาก็เปิดประตูรถ หยิบถุงทั้งสองหยิบคีย์การ์ด เดินเข้าไปในคอนโดนั้นด้วยสีหน้าเรียบๆ เหมือนคนที่แค่แวะมาส่งของ ทั้งที่ในใจทรงมันแตกไปหมดแล้ว
อาการแบบนี้... คนไทยเขาเรียกว่าเก็บทรงไม่อยู่
ไม่มีเสียงเคาะประตูใดๆ ธามแตะคีย์การ์ดหน้าห้องเข้าไปอย่างเงียบๆ ไฟในห้องเปิดไว้สลัว ไม่มืดแต่ก็ไม่ได้สว่างนัก ทีวีจอใหญ่ตรงหน้าถูกเปิดทิ้งไว้ เสียงยังดังอยู่แต่ไม่มีใครนั่งดู
เขายืนมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปด้านในอย่างระมัดระวัง สุดท้ายเท้าก็พาเขาไปหยุดอยู่หน้าห้องนอน ธามเปิดประตูเข้าไปช้าๆ ของขวัญนอนหลับนิ่ง ไม่รู้สึกตัวเลยว่าใครเข้ามา
ธามเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนถึงข้างเตียง โต๊ะข้างเตียงเต็มไปด้วยแก้วชานมไข่มุกที่กินไม่หมด ซองขนมขบเคี้ยวถูกฉีกทิ้งไว้ ผงชูรสกระจายอยู่ก้นซองทานเหลือไว้ มดไม่คลานเข้าหูก็บุญแค่ไหนแล้ว
หน้าตาก็สวยมาก แต่ทำไมถึงซกมกขนาดนี้ ธามคิดในใจจนแทบจะเผลอเป็นเสียงในหัวออกมา เขาเป็นผู้ชายยังทำตัวสะอาดกว่าเธออีก
“ยัยขี้วีน”
“...”
“ของขวัญ”
“...”
“ขวัญ”
“อื้อ… มาแล้วติ ไปต้มมาม่าให้เอื้อยแน๊ หิว” (มาแล้วเหรอ ไปต้มมาม่าให้พี่หน่อยสิ หิว) ของขวัญเอ่ยพูดทั้งที่หลับตาอยู่ เธอเอ่ยบอกน้องชายในสิ่งที่ต้องการทันที
แต่นั่น... ไม่ใช่แวนซ์
ธามพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ รู้สึกแอบขัดใจที่ของขวัญทานอะไรไร้ประโยชน์แบบนี้ เขารัวนิ้วกดสั่งอาหารในแอปสีเขียวที่อยู่ใกล้ที่สุดมาให้ ส่วนเขาเองก็วางของเอาไว้ข้างเตียง ธามเดินไปรอด้านนอก เมื่ออาหารมาส่งเขาก็เอามาใส่จานวางบนโต๊ะไว้ให้ พร้อมกับปิดทีวีที่ถูกเปิดทิ้งไว้แต่ไร้คนดู ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไปอีกครั้ง
“กลับแล้วนะ ยัยตัวแสบ”
เขาเผลอลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ สัมผัสเพียงแค่นั้นมันกลับทำให้เขาใจมันรู้สึกโหวงเหวงแปลกๆ ชอบกล ทั้งยังรู้สึกใจเต้นแรงราวกับว่าเขาอยากมีความรู้สึกทั้งอยากเป็นผู้รับและผู้ให้ความอบอุ่นกับใครสักคน เขารู้สึกอยากถ่ายทอดความรักความอบอุ่น เขาอยากมีความรู้สึกแบบนั้น แต่บางครั้งก็ต้องหยุดความคิดนี้เอาไว้เพราะเขาเองก็มีแผลในใจที่ไม่อยากนึกถึง
เสียงเท้ากระทบพื้นทำให้ของขวัญสลึมสลือตื่นและค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองไปตามเสียง เห็นเพียงแผ่นหลังของผู้ชายที่กำลังเดินออกไป เธอก็ยังเข้าใจว่าเป็นแวนซ์ที่เข้ามา
“มาไม่บอก ไปก็ไม่ลา”
ของขวัญพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะขยับตัวลุกนั่งบนเตียง สายตาเหลือบไปมองโต๊ะข้างเตียง แล้วก็ต้องแปลกใจ ไม่มีแก้วชานมไข่มุก ไม่มีถุงขนมขบเคี้ยว ไม่มีซองขนมที่ฉีกทิ้งไว้ โต๊ะดูสะอาดตาอย่างผิดปกติ
“บักแวนซ์เนี่ยนะจะเก็บให้” เธอหัวเราะหึในลำคอ
“ชิส์”
สายตาเลื่อนลงมาเห็นถุงสองถุงวางอยู่ข้างเตียง ของขวัญหยิบขึ้นมาเปิดดู
“ส่งรูปไปให้แล้วนะ ยังจะซื้อมาหลายยี่ห้ออีก”
เธอส่ายหน้าอย่างเอ็นดูปนเหนื่อยใจ หยิบยาแก้ปวดขึ้นมากิน จากนั้นก็ลุกเดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ ล้างหน้า ล้างตัว ปล่อยให้น้ำเย็นไหลผ่านร่าง
“โอ้ย… เย็นสบายใจจังเลย ดีนะ พรุ่งนี้วันหยุดจะได้นอนพักยาวๆ”
หลังจากแต่งตัวใส่ชุดนอนเรียบร้อย ของขวัญก็เดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วก็ต้องหยุดนิ่งยืนมองไปที่โต๊ะอาหารกลางห้อง มีอาหารจัดใส่จานไว้อย่างสวยงาม ดูน่ากินผิดจากภาพจำของน้องชายเธอมาก
“บักแวนซ์ใจดีแปลกๆ แฮะ สั่งให้ต้มมาม่า แต่ได้อาหารญี่ปุ่น”
เธอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ มีสลัดผลไม้ ซูชิ ข้าวหน้าปลาแซลมอนย่าง ซุปมิโซะ และน้ำแครอทสกัดสูตรไม่เติมน้ำตาล
ของขวัญนั่งลงกิน กินไปเรื่อยๆ จนหมดทุกอย่าง อิ่มและรู้สึกดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความแชตไปหาน้องชายบอกว่ากินหมดแล้ว ขอบคุณที่ใจดี ชมว่าอาหารอร่อย พร้อมทั้งขอพิกัดร้าน
แต่ทันทีที่ข้อความตอบกลับเด้งขึ้นมา ของขวัญก็ชะงัก นิ่งไปทั้งตัว หัวใจเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เพราะคำตอบนั้นไม่ใช่อย่างที่เธอคิดเลยสักนิด
‘เฮียธามเป็นคนไปหาพี่ที่คอนโดนะ ส่วนอาหารซื้อที่ร้านไหนพี่ถามเฮียธามเองเลย’
ไม่รอให้คาใจนาน ของขวัญกดโทรศัพท์หาแวนซ์ทันที
“บักแวนซ์ อีหยังนิ บักนั่นคือมาหาเอื้อยได้” (ไอ้แวนซ์ นี่มันอะไรกัน ทำไมไอ้นั่นถึงมาหาพี่ได้)
“เอิ้นเขาดีๆ แน๊ นั่นว่าที่พี่เขยผมเลยนะ” (เรียกเขาดีๆ หน่อย นั่นว่าที่พี่เขยผมเลยนะ)
“บ่แม่น ตอบเอื้อยมาก่อน เป็นหยังเขาคือมาคอนโดเอื้อยได้” (ไม่ใช่ ตอบพี่มาก่อน ทำไมเขาถึงมาหาพี่ที่คอนโดได้)
“เขากะขับรถไปหาตั้วเนอะ ถามแปลก” (เขาก็ขับรถไปหาน่ะสิ ถามแปลก)
“เซาเล่น เอื้อยขอความจริง” (หยุดเล่น พี่ขอความจริง)
“กะตอนนั้นผมเมา ขับรถบ่ไหว กะเลยให้เฮียธามไปแทน เป็นได๋ล่ะ ซึ้งใจเลยติ” (ก็ตอนนั้นผมเมาขับรถไม่ไหว ก็เลยให้เฮียธามไปแทน เป็นไงล่ะ ซึ้งใจเลยดิ)
“ซึ้งแม่มึงติ” (ซึ้งแม่มึงเหรอ)
“ผมสิฟ้องแม่ เอื้อยด่าแม่” (ผมจะฟ้องแม่ พี่ด่าแม่)
“กูด่ามึงบักพาก ให้ผู้อื่นเข้าห้องเอื้อยได้จั๊งได๋” (กูด่ามึงนั้นแหละไอ้ห่า ไว้ใจให้คนอื่นเข้าห้องพี่ได้ยังไง)
“ก็บอกอยู่ว่าบ่แม่นคนอื่น คนนี้ว่าที่พี่เขยผม” (ก็บอกอยู่นี่ไงว่าไม่ใช่คนอื่น คนนี้ว่าที่พี่เขยของผม)
“เซาเว้า” (หยุดพูด)
“เฮียธามบ่ดีหม่องได๋ โคตรหล่อ โคตรรวย นิสัยกะดีกว่าเอื้อยหลายเติบอยู่” (เฮียธามไม่ดีตรงไหน โคตรหล่อโคตรรวย นิสัยก็ดีกว่าพี่มากๆ ด้วยนะ)
“บักแวนซ์ กูเป็นเอื้อยมึงเด้” (ไอ้แวนซ์ กูเป็นพี่มึงนะ) ของขวัญว่าอย่างโมโห มีอย่างที่ไหนชมคนอื่นนิสัยดีกว่าพี่สาวของตัวเอง
“เอื้อยเซาเว้าคำหยาบ เว้าอีกทีผมสิฟ้องพ่อว่าเอื้อยพาผู้บ่าวขึ้นคอนโด” (พี่หยุดพูดคำหยาบเลยนะ พูดอีกทีผมจะฟ้องพ่อว่าพี่พาผู้ชายขึ้นคอนโด)
“โว้ย บักน้องเวร ส่ำนี้ล่ะ อย่าให้เจอถืกตีนเอื้อยแท้” (โว้ย ไอ้น้องไม่รักดี แค่นี้แหละ แล้วอย่าให้เจอนะ พี่เตะแกแน่) ของขวัญไม่อยากเสี่ยง เพราะแวนซ์ปั้นน้ำเป็นตัวเก่งมาก แวนซ์สามารถพูดให้พ่อแม่เข้าใจเธอผิดได้มาหลายครั้งแล้ว อย่างเช่นตอนเด็กๆ ที่เวลาทะเลาะแย่งของเล่นกัน
“บ่คุยนำแล่ว ส่ำนี้ล่ะผมสินอน” (ไม่คุยด้วยแล้ว แค่นี้นะผมจะนอน)
✨✨✨
ตอนพิเศษในเมื่องานแต่งงานถูกจัดขึ้นแบบไม่ต้องใส่ซอง พอตกค่ำผู้คนกลับยิ่งหนาแน่นกว่าช่วงกลางวันเสียอีกรถมอเตอร์ไซค์ รถกระบะจอดเรียงราย เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และเสียงดนตรีเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศครึกครื้นจนลานหน้าบ้านแทบไม่มีที่ยืนหลังจากคู่บ่าวสาวขึ้นกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน กล่าวขอบคุณแบบเรียบง่ายไม่เป็นทางการ มีแค่รอยยิ้มจริงใจจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเวลาต่อจากนี้… คือเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริงถ้าเป็นงานแต่งในเมือง ช่วงเวลานี้อาจเรียกว่า After Party แต่ที่นี่ไม่ต้องมีดีเจ เพราะสิ่งที่กำลังจะเริ่ม คือเวทีหมอลำที่ตั้งเด่นอยู่กลางลานไฟจากเวทีหมอลำสว่างวาบ เรียกคนทั้งงานให้หันไปมองเป็นตาเดียวหลายคนเริ่มขยับเท้า บางคนโยกตัวตามจังหวะ เด็กๆ วิ่งเล่น ผู้ใหญ่ยืนหัวเราะ สนุกแบบสุดจะบรรยาย บรรยากาศคล้ายเป็นการจัดงานประจำปีและแน่นอน… สี่สาวยืนอยู่หน้าเวทีหมอลำตั้งแต่เพลงแรกยังไม่จบของขวัญยืนอยู่ตรงกลาง ชุดเจ้าสาวผ้าไหมมัดหมี่พลิ้วไหวตามแรงลม อัญชันกับมะปรางยืนประกบข้าง ส่วนกรีนไม่ต้องพูดถึงขยับเท้าโยกเอวตั้งแต่เสียงเทสไมโครโฟนสายตาทั้งสี่คู่จับจ้องไปที่หน้าเวทีเหมือนลืมความเหนื่
Ep.38 เขยอีสานเมื่อทุกอย่างคลี่คลาย ความเข้าใจกลับมาอยู่ตรงกลางระหว่างคนสองคน ธามก็ไม่รอให้เวลาพาโอกาสหลุดมือไปอีกครั้งเขานั่งคุยกับพ่อและแม่ของของขวัญด้วยท่าทีสุภาพ จริงใจ ไม่มีคำพูดสวยหรู ไม่มีการอ้อมค้อมใดๆ อีกแล้ว ครั้งนี้เขากล้าแล้ว กล้าที่จะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบในแบบของตัวเอง“ผมขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นเขยอีสานเด้อครับ” เสียงทุ้มเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาแน่วแน่“ผมอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่ผมสัญญาว่าจะดูแลขวัญให้ดีที่สุด เท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้”พ่อกับแม่ของของขวัญมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ออกมา รอยยิ้มของผู้ใหญ่ที่ผ่านชีวิตมามากพอจะรู้ว่าความจริงใจสำคัญกว่านามสกุลหรือที่มาเสมองานแต่งงานงานแต่งงานจึงถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่ที่ไม่ได้มาจากความฟุ่มเฟือย แต่ยิ่งใหญ่เพราะผู้คนลานกว้างหน้าบ้านถูกจัดเป็นงานมงคล เต็นท์ผ้าใบเรียงรายเป็นแถว ผูกผ้าไหมมัดหมี่ลายแคนแก่นคูณไว้ตามเสา สีสันของผ้าไหมให้บรรยากาศอบอุ่นแบบบ้านๆของขวัญตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ ใครว่างก็มา ใครผ่านก็แวะ ไม่ต้องใส่ซอง เธออยากให้ทุกคนมาสนุก มากิน มาหัวเราะ มาร่วมยินดีด้วยใจมากกว่างานแต่งที่ต้องนั่งเกร็งอยู่ในกรอบพิธี
Ep.37 กระชับรัก 💦💦“ด่าได้น่ารักขนาดนี้ เฮียควรดีใจหรือควรเจ็บดีครับ” “อย่ามาพูดดี” ของขวัญสะอื้น เสียงยังติดสะอึก“ถ้าขวัญไม่รักจริง ขวัญไม่เจ็บขนาดนี้หรอก”คำพูดนั้นทำให้ธามชะงัก เขาก้มหน้าลงวางหน้าผากแตะลงกับหน้าผากของเธอเบาๆ“เฮียขอโทษ… ขอโทษจริงๆ”“ถ้าเฮียหนีอีก ขวัญจะด่าให้หนักกว่านี้นะ” เธอยกมือขึ้น กำเสื้อเขาไว้แน่น“เฮียยอมโดนด่าทุกคำ ดีกว่าไม่ได้อยู่กับขวัญ”เขาค่อยๆ กอดเธอเข้ามาแนบอก ของขวัญซบหน้าลงกับอกเขา เสียงสะอื้นแผ่วเบา เหลือเพียงลมหายใจที่ค่อยๆ สงบลงริมฝีปากร้อนก็แตะลงช้าๆ ที่หน้าผาก ไล่มาที่เปลือกตา และแก้มอย่างอ่อนโยนราวกับกลัวเธอแตกสลาย ของขวัญเผลอกำเสื้อเชิ้ตเขาแน่น เธอไม่ผลักไส ธามจึงจูบลึกขึ้นอีกนิด มือหนึ่งโอบเอวบางเข้าหาอกแกร่ง อีกมือไล้จากต้นคอลงสู่หัวไหล่ ปลายนิ้วเกี่ยวสายชุดเธอช้าๆ จนเนื้อผ้าลื่นไหลลงมาเผยผิวขาวใต้แสงไฟ“เฮีย…” เสียงเรียกชื่อเขาแผ่วหวานจนคนฟังแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ธามก้มลงจูบซอกคอ ไล้ช้าๆ จนเธอเผลอแหงนหน้ารับสัมผัส มือใหญ่ลูบแผ่นหลังเนียนอย่างแผ่วเบา เขาอุ้มเธอขึ้นอย่างง่ายดาย และค่อยๆ วางร่างบางลงบนเตียงนุ่มราวกับเธอคือของล้ำค่า ธามท
Ep.36 รู้ว่าทุกอย่างมันไม่ง่ายหลายวันผ่านไปธามทำตัวน่ารักเกินเหตุ พูดน้อยลง ยิ้มง่ายขึ้น จากผู้ชายทรงหัวเกรียนที่ตอนแรกของขวัญมองแล้วยังไม่คุ้นตา ตอนนี้กลับเริ่มชินกับภาพนั้นเข้าไปทุกที ชินกับการเห็นเขานั่งรอเงียบๆ ชินกับสายตาที่มองเธอแบบไม่เรียกร้องอะไรเลย แต่ถึงอย่างนั้นของขวัญก็ยังไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆ หรอกนะธามไม่ได้รับสิทธ์เหมือนแขกที่มาเยี่ยมทั่วไป เขาไม่ได้นอนในบ้านหลังใหญ่ แต่ของขวัญไล่ให้เขาไปนอนกระท่อมปลายนา กลางคืนทั้งมืด ทั้งยุงกัด ไฟฟ้าก็ไม่มี มีแค่เพียงตะเกียงเล็กๆ กับเสียงร้องของแมลงและจิ้งหรีดเรื่องกินก็ไม่ได้สบาย ของขวัญไม่ได้ดูแลอะไรเป็นพิเศษ บางวันเขาได้กินแค่ผักลวก น้ำพริกถ้วยเล็ก บางวันแทบไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำ แต่ธามก็ไม่เคยบ่น ไม่เคยทำหน้าอิดออด กินได้ก็กิน ไม่ได้กินก็แค่ยิ้ม แล้วบอกว่าไม่เป็นไรเพราะสำหรับเขา ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ แค่ได้มองเห็นเธออยู่ในสายตาก็เหมือนได้ชดใช้ในสิ่งที่ทำพลาดไปแล้วบ้างไม่มากก็น้อยจนกระทั่งพ่อกับแม่ของของขวัญเริ่มทนไม่ไหว มองแล้วก็อดสงสารธามไม่ได้“อีหล่า มันเกินไปแล้วเด้อ”“เขามาง้อ ไม่ได้มารับโทษถึงตาย”ของขวัญฟังแล้วเงียบ ในใจ
Ep.35 อีห่า (อีหล่า) ครับ อ้ายขอโทษเด้อก่อนที่ทุกอย่างจะยากเกินไปสำหรับธาม พ่อของเพทายเลือกเดินเกมไปก่อนแล้ว ในช่วงเวลาที่ธามยังอยู่ในผ้าเหลือง ท่านเดินทางมาขอนแก่นด้วยตัวเอง มาเพียงลำพัง ไม่มีลูกน้อง ไม่มีอิทธิพล ไม่มีมาดของมาเฟียรุ่นใหญ่ให้ใครต้องเกรงกลัว ท่านมาในฐานะพ่อของลูกชายคนหนึ่ง ที่อยากขอความเมตตาให้ลูกได้มีโอกาสอีกครั้งท่านนั่งคุยกับพ่อและแม่ของของขวัญอย่างสุภาพ เล่าทุกอย่างด้วยน้ำเสียงเรียบ ไม่ปิดบัง และไม่บิดเบือนความจริงแม้แต่น้อยท่านเล่าเรื่องของธามทั้งหมด ตั้งแต่เด็กวัดที่ไม่มีใคร วันที่ถูกหลอก วันที่ถูกทิ้ง รวมถึงความจริงที่ว่าชีวิตของธามไม่ได้สวยงามอะไรเลย แต่เขาไม่เคยเลือกทางเลวหรือทำตัวไม่ดีในวันนั้นท่านพูดว่า...‘ผมไม่ได้มาขอให้ยอมรับลูกผมทันที’‘ผมแค่อยากขอให้… ให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเองหลังจากที่เขาคิดได้แล้วว่าควรทำยังไงกับหัวใจของตัวเอง’‘หากทั้งสองคนจะไม่ให้อภัยลูกชายบุญธรรมของผม ผมก็เคารพการตัดสินใจ แต่ถ้าให้อภัย… ผมขอฝากหัวใจของเขาไว้กับครอบครัวนี้ด้วยได้ไหม’บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่ ผู้ใหญ่ทั้งสองกำลังฟังด้วยหัวใจไม่ใช่สมอง พ่อกับแม่ของของขวัญไม่ได้ตัด
Ep.34 ศึกจากพระ (ขอลาสิกขา)วัดแห่งหนึ่งวัดเล็กๆ ที่อยู่ไม่ห่างจากคาสิโนของพ่อเพทายมากนัก เสียงของไม้กวาดเสียดสีกับพื้นลานวัด ธามในผ้าจีวรกำลังกวาดลานวัดอย่างตั้งใจ ท่าทางเรียบง่าย ไม่มีความดุดันแบบที่แวนซ์คุ้นเคย เหมือนเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังปล่อยวางอะไรบางอย่างลงแล้วพ่อของเพทายยืนมองภาพนั้นอยู่เงียบๆ ท่านรู้ดีว่าเวลานี้ธามไม่ควรถูกดึงกลับมาด้วยคำถามหนักหน่วงเพราะคนในผ้าเหลืองไม่ใช่คนที่ต้องแบกรับอดีตด้วยถ้อยคำ“ถ้าอยากถามอะไรอีก ก็ถามกู”แวนซ์ชะงักเล็กน้อย เขาหันไปมองร่างสูงในจีวรที่กำลังก้มหน้าก้มตากวาดลานวัด หัวใจมันอึดอัดเหมือนมีอะไรจุกอยู่ตรงคอ“เรื่องที่ท่านเล่าผม ระหว่างทางที่มาที่นี่เป็นเหตุผลให้หลวงพี่ธามตัดสินใจบวชใช่ไหม”“กูเดาว่าคงเป็นแบบนั้น”“เฮ้อ… แล้วมีอะไรทำไมไม่บอกกัน พี่สาวผมก็สภาพจิตใจแย่พอสมควรเลยนะ เล่นหายตัวไปดื้อๆ แบบนั้น”แวนซ์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้“หลวงพี่… ธาม”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังไม่ดังนัก แต่ชัดเจนพอจะทำให้มือที่กำไม้กวาดอยู่สั่นไหวเล็กน้อยธามหยุดกวาด เขาวางไม้กวาดลงข้างตัวอย่างช้าๆ เหมือนต้องใช้เวลาควบคุมลมหายใจของตัวเองไ
Ep.2 เจอกัน (อีกแล้ว)วันถัดไปวันนี้ฉันมีเรียน ก็เลยต้องตื่นเช้ากว่าปกติ เผื่อเวลาไว้มากเป็นพิเศษ เพราะตั้งใจจะแวะเติมน้ำมันก่อนจะขับรถไปมหาวิทยาลัย ทุกอย่างดูเหมือนจะราบรื่นดี จนกระทั่งระหว่างทาง อยู่ๆ รถก็เริ่มส่ายไปมาอย่างผิดปกติ“เฮ้ย ไรเนี่ย”ฉันจับพวงมาลัยแน่น ได้ยินเสียงล้อบดกับพื้นถนนดังชั
Ep.1 ยิ้มเป็นตาเซิงผับ TTXไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ตั้งแต่น้องชายของของขวัญอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ แวนซ์ก็เริ่มใช้ชีวิตกลางคืนแทบทุกวัน ไม่ใช่แค่มาเที่ยวธรรมดา แต่ยังหน้าใหญ่ใจป๋าถึงขั้นสมัครเป็นสมาชิก VVIP ของผับแห่งนี้อีกด้วย มาบ่อยจนสนิทกับเจ้าของผับราวกับว่าเคยรู้จักกันมาก่อนบ่อย
คำโปรย“ผู้หญิงอะไรกลิ่นตัวก็แรงเหมือนกลิ่นแป้งเย็นตรางูโบราณ แล้วแต่งตัวแบบนี้ มาขาย?” “ฉันก็ลูกพระยานาหมื่น ขายเชี่ยไร ตีขุมตามึงจักบาดสะบ้อ”(ตีขุมตามึงจักบาดสะบ้อ หมายถึง ชกเบ้าตามึงสักทีดีไหม)⭐_____⭐Introเขากับเธอที่เคยเจอกันมาก่อน ก่อนจะมารู้ความจริงในภายหลังว่า ผู้หญิงปากจัดจ้านที่เขาไม
Ep.9 พี่สาวสุดแสบ น้องชายสุดกวนหลายวันต่อมาของขวัญเริ่มรู้สึกเหงา เป็นความเหงาแบบเงียบๆ ที่ค่อยๆ ซึมเข้ามา ทั้งอัญชันและมะปรางต่างก็ไม่ค่อยได้เจอกัน ด้วยเหตุผลหลายอย่างที่ต่างคนต่างต้องจัดการ ถ้าจะได้เจอกันอีกครั้งก็คงเป็นช่วงซ้อมรับปริญญาส่วนธาม… ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาทั้งสองคนก็ไม่ได้เจอกันอี







