로그인
Chapter 01
พาร์ทสี่ คฤหาสน์หรูเสี่ยสาม ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ มีชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังพร่ำบ่นลูกชายตัวดีของเขาอย่างหัวเสีย “อาสี่อ่า ลื้อโตแล้วนา อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะ ทำไมต้องให้ป๊ามาคอยบ่นลื้อตลอดเลยวะ ลื้อก็อีกคนนะ ชอบตามใจลูกชายจนเคยตัว” “เอาน่าเฮีย...ลูกโตแล้วนะ เฮียบ่นไปก็เท่านั้นแหละน่า” “ใช่ป๊า ที่ม้าพูดก็ถูก หนูโตแล้ว ป๊าบ่นไปก็เท่านั้นแหละ”ผมนั่งหน้านิ่งบนโซฟา เอาเท้าขึ้นไขว่ห้างแล้วเลื่อนไถหน้าจอโทรศัพท์มือถือไปมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ป๊าน่ะมักจะบ่นแบบนี้มาตั้งแต่ผมอายุเข้ายี่สิบต้นๆ จนตอนนี้จะเข้าสามสิบแล้วก็ยังไม่เลิกบ่น ก็เรื่องเดิมๆ แหละครับ แต่วันนี้มีเพิ่มมาคือเรื่อง 'เมื่อไหร่ผมจะมีเมียสักที' เพราะป๊าอ้างว่าอยากจะอุ้มหลานเต็มทน แต่เมียมันจะหากันได้ง่ายๆ เสียที่ไหนกันเล่า ผมหล่อ ผมรวย สายเปย์โอนไว แต่โดนเททิ้งเหมือนเศษอาหารประจำ!! ทำไมน่ะเหรอ หึ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ToT “ก็เพราะโตแล้วไงถึงต้องมีเมียได้แล้ว ลื้อจะรออะไรวะ รอให้ป๊าแก่ตายก่อนหรือยังไงกัน” ป๊าพูดเสียงดังพลางมองมาที่ผมอย่างไม่เข้าใจ “เมียมันหากันได้ง่ายๆ ที่ไหนล่ะป๊า ป๊าก็เห็นว่าหนูคบกับใครได้ไม่นาน หนูก็โดนเทตลอด” “ไม่รู้ละ ถ้าลื้อยังไม่รีบหาเมียให้ได้ภายในเดือนนี้ อั๊วจะให้ลื้อไปแต่งงานกับลูกสาวเสี่ยซ่ง” ป๊าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นที่ป๊าพูดออกมา โทรศัพท์ก็แทบจะหลุดจากมือ “หวือ...ไม่เอานะป๊า ถ้าให้แต่งกับยัยหมูดาวนั่น หนูขอขึ้นคานดีกว่า ฮึ่ย!” ผมรีบค้านขึ้นทันที แค่คิดก็ขนหัวลุกแล้วครับ ยัยหมูดาวนั่นตัวอย่างกับช้างน้ำแถมยังเป็นผู้หญิงที่ซกมกอีกต่างหาก ถ้าจะให้แต่งงานกับยัยนั่น ผมแต่งกับอีด่างหมาข้างถนนยังดีเสียกว่า “หนูยอมขึ้นคานดีกว่า” เฮียสี่ก็ว่าไปนั่น ^^ “ให้เวลาลูกมันหน่อยนะเฮีย สมัยนี้ผู้หญิงดีๆ มันไม่ได้หากันง่ายๆ จะคบใครก็ต้องดูให้ดีเสียก่อนสิ” ม้าพยายามช่วยพูดเกลี้ยกล่อมกับป๊าให้ผม “ใช่ครับ ที่ม้าพูดก็ถูกนะป๊า...ขอเวลาให้หนูหน่อยสิ” “นี่เงียบไปทั้งแม่ทั้งลูกเลยนะ! ไม่รู้แหละ ให้เวลาแกแค่หนึ่งเดือน หนึ่งเดือนเท่านั้น! จะต้องมีเมียมาไหว้ป๊ากับม้าแกให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องไปแต่งกับหนูหมูดาว” “แต่...” “ไม่มีแต่...” พูดจบป๊าก็เดินขึ้นชั้นบนไปในทันที ส่วนม้าได้แต่ตบบ่าปลอบผมเบาๆ แล้วเดินตามป๊าขึ้นไปเช่นกัน “อืม...ชีวิตกู หนึ่งเดือนจะต้องหาเมียให้ได้ แล้วจะไปหามาจากไหนวะเมียน่ะ ช้อปออนไลน์ได้มั้ย หรือสั่งเดลิเวอรีให้มาส่งดี ป๊าก็พูดง่ายเนอะ โอ๊ย! ปวดกบาล” . . 21:00น. คลับปลดล็อกสกิลลูกกระเดือกทองคำ (ใครเป็นคนตั้งชื่อคลับวะ แม่ง... ><) “แต่ถ้ามึงรู้แล้ว มึงจะหาอยู่มั้ย...” “ไม่...กูหาไม่ได้ ก็คนมันหาไม่ได้ จะให้ทำยังไง” เอิ่ม....มาหาเค้าก็ได้นะเฮียสี่ขา ^^ “ป๊ามึงก็นะ เดือนนึงจะต้องให้ลูกหาเมียให้ได้ จะไปหาที่ไหนวะนั่น กูละยอมใจ” ไอ้มาร์คพูดพลางส่ายหน้าไปมา ไอ้นี่มันเป็นเพื่อนสนิทผมเอง เรียนและเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ มันเป็นลูกครึ่งควบครึ่งลูก อะหยอกๆ มันเป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกา เป็นเพื่อนสนิทคนเดียวที่ผมมี เรื่องนิสัยผมนี่ยกให้มันเลย เรี่ยหู้มาก...แปลว่าดีมากครับ เพื่อนผมเป็นคนดี “แต่ถ้ากูไม่หา กูก็ต้องแต่งงานกับยัยหมูดาวนั่นนะเว้ย กูไม่เอาด้วยหรอก ไอ้มาร์คมึงต้องช่วยกูหาเมีย ด่วน!!!” “เดี๋ยวๆ เรียกชื่อกูใหม่ดิ มันขัดๆ หูยังไงก็ไม่รู้ว่ะ” “ไอ้มาร์ค” “ไม่ๆ พูด มัค...คึ” “มาร์ค...คึ” “โนว โนว เพื่อนมึงดูปากกูนะ มัค...คึ ลิ้นต้องกระดกขึ้นเล็กน้อย ไหนลองพูดใหม่” “นี่คือกูต้องทำตามมึงชะ” “เออ ถ้าไม่เรียก กูก็ไม่ช่วยหานะ” ผมละเหนื่อยใจกับมันจริงๆ เพื่อนคนนี้ แค่เรียกชื่อนี่มันจะอะไรนักหนาวะ เฮอะ! “มัค...คึ อิไต อิคึ อิอิ” เพียะ! ไอ้มาร์คมันตบเข้าที่หัวผมหนึ่งที “ไอ้สัส คำแรกอะเรียกถูกละ แต่คำหลังๆ นี่ จังไรมาเชียว” “ผมกูเสียทรงหมดละ ตบมาได้” ผมพูดพลางเอามือจัดทรงผมตัวเองให้เข้าที่เข้าทางของมัน “เอ้อ...กูรู้จักน้องอยู่คนนึง เดี๋ยวจะแนะนำให้รู้จัก มึงก็ไปตามจีบเอาเองละกัน” “ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอวะ อยู่ๆ ก็จะให้กูไปตามจีบ” “ไม่รู้ว่ะ กูรู้จักผ่านๆ แหะๆ” “โถ่...ไอ้ฝัด” “แต่หน้าตาใช้ได้เลยนะ” “แล้วคือ...กูเคยเห็นยังวะ” “มึงยังไม่เคยเห็น แต่ถ้าได้เห็นมึงร้องว้าวแน่...” “แบบว่าสวยสุดๆ ไปเลยใช่มะ” “เปล่า แม่งกวนตีนสุดๆ ไปเลย” “.....” “น้องมันชื่อว่า ตะไคร้ เป็นลูกสาวของตาเล้งเจ้าของร้านต้มแซ่บอยู่ตรงหน้าปากซอยบ้านกู” พรืด ~ ผมถึงกับหลุดขำออกมาเมื่อไอ้มาร์คมันบอกชื่อของเด็กที่มันจะแนะนำให้ผมไปจีบ “คนเชี่ยไรวะชื่อตะไคร้ ฮ่า” “ขำไอ้สัส กูก็ขำ ฮ่าๆ” . . ร้านต้มแซ่บตาเล้ง “นี่พี่อีกแล้วเหรอ พี่มัค...คึ วันนี้หนูเรียกชื่อพี่ถูกแล้วนะ” “ดีมากจ้ะ ว่าแต่ทำไมวันนี้คนน้อยจังอะ” “ก็คนมันไม่เยอะไงพี่ ถามแปลกๆ เนอะ” “มึงเห็นมั้ย ว่าน้องแม่งกวนตีนจริงๆ” ไอ้มาร์คมันกระซิบมาที่ข้างหูผมเบาๆ “หืมพี่มัคคึ...นี่เรียกกระซิบแล้วใช่ปะ ถ้าตะโกนนี่ไม่ดังไปถึงท้ายหมู่บ้านเลยเหรอ...?” “แหะๆ” ไอ้มาร์คถึงกับหน้าเหวอแล้วยื้มเจื่อนๆ ออกมา “แล้วนี่...” ตะไคร้มองมาที่ผมอย่างสงสัย “พี่ชื่อสี่จ้ะ แต่เรียกว่าเฮียสี่จะดีกว่าครับ...คนสวย” ผมตอบกลับพลางคลี่ยิ้มมุมปากกระชากใจให้เธอSpecial Chapter III พ่อบ้านใจกล้า (หรือเปล่า) คฤหาสน์เสี่ยสาม ผู้ชายหลายๆ คนอาจจะกลัวเมียนะครับ แต่สำหรับผมบอกเลยว่าไม่ เราอย่ายอมให้มาข่มเราอยู่ฝ่ายเดียวเซ่! “เฮียล้างจานเสร็จหรือยัง?” “ล้างเสร็จแล้วครับ กำลังเก็บจานเข้าที่อยู่จ้า” ผมขานรับคุณเมียพลางเก็บจานให้เข้าที่เข้าทางของมัน จริงๆ ก็ไม่ได้กลัวหรอกนะครับ ผมอาสาทำให้เองต่างหาก “โอเคค่ะ...ถ้าเสร็จแล้วมาดูลูกให้หนูหน่อยนะ หนูจะไปกินข้าวกับน้ำหนึ่งมันน่ะ หิวมากๆ เลยตอนนี้” “ครับผม...เก็บจานเสร็จแล้วครับ เฮียจะรีบไปดูลูกให้เดี๋ยวนี้เลยจ้า” ชิ! ข้าวที่บ้านมันกินไม่ได้หรือยังไงวะ “หนูน่าจะออกไปเกือบๆ ชั่วโมงเลยอะค่ะ เฮียดูลูกๆ ทั้งสามคนได้ใช่มั้ยเอ่ย?” เธอมองหน้าผมด้วยสายตาที่บ่งบอกได้ว่า ดูไม่ได้มึงก็ต้องดูอะไรประมาณนี้อะ ถ้าไม่ติดอุ้มน้องเก้าอยู่ตะไคร้โดนผมเตะคว่ำไปแล้ว โถ่.. “เฮียกำลังคิดอะไรอยู่เหรอ” “อ๋อ เฮียกำลังคิดว่าทำไมวันนี้หนูสวยจัง” อยากเดินไปตบสักทีแล้วถามว่ามึงจะแต่งตัวไปกินข้าวหรือไปหาผู้ชายที่ไหนกันแน่... “คนสวยก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ หนูไปก่อนนะ ดูแลลูกๆ ให้ดีนะคะ กลับมาจะมีรางวัลให้” ว่าจบเธ
Special Chapter II วันที่ฝนพรำ ฉันนั่งหลบฝนอยู่กับเฮียสี่ที่ศาลาในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง คนกำลังเดินเล่นกันอย่างเพลินๆ ไอ้เจ้าฝนบ้านี่ก็ดันตกลงมาแบบกะหันหันเสียอย่างนั้น ฟีลมันจะดีมากๆ เลยนะถ้าได้หลบฝนกับพระเอกเหมือนในซีรีส์เกาหลี แต่นี่อะไรติดกับหนุ่มจีนหรือเปล่า หรือว่าหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งกันนะ ฉันดูไม่ออกเลยว่าหน้าเฮียสี่แกจะไปทางไหน จีนก็ไม่ใช่ ฝรั่งก็ไม่เชิง เหมือนมันรวมๆ กันในเบ้าหน้าเดียวกัน แต่โดยรวมแล้วคือหล่อแหละ “เฮีย...ทำไมถึงชื่อสี่อะทั้งๆ ที่เป็นลูกคนเดียว” ฉันถามออกไปด้วยความอยากรู้ สงสัยมานานแล้วด้วย “อืม...ป๊าเคยบอกไว้ว่าอยากตั้งชื่อให้มันสอดคล้องกันกับป๊าน่ะ เพราะป๊าชื่อสามเลยตั้งชื่อเฮียว่าสี่” “อ๋อ...แล้วทำไมป๊ากับม้าถึงอยากมีลูกคนเดียวเหรอ” ฉันถามเฮียสี่อีกหนึ่งคำถามอย่างอยากรู้อยากเห็น หรือจะเรียกว่าเผือกก็ได้ แหะๆ ^o^ “ม้าเฮียร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงน่ะคุณหมออนุญาตให้มีได้แค่คนเดียวครับ แล้วทำไมหนูถึงชื่อตะไคร้อะ” เฮียสี่ถามฉันกลับบ้าง “แล้วทำไมถึงเป็นลูกคนเดียวด้วย” “แม่หนูชอบเอาตะไคร้มาดมตอนท้องน่ะ แม่บอกว่ามันหอมโล่งจมูกเวลาดมแล้วแม่จะอารมณ์ดี แต่พอเ
Special Chapter I เคยเจอกันมาก่อน นึกย้อนไปเมื่อตอนอายุสิบห้าปีฉันเคยแอบปลื้มพี่ผู้ชายอยู่คนหนึ่ง เขาดูดีมากๆ ผิวขาวและเนียนกริบ เขามักจะชอบมานั่งกินน้ำปั่นอยู่ที่หน้าโรงเรียนของฉันเป็นประจำ และฉันก็มักจะตีเนียนไปนั่งกินอยู่โต๊ะข้างๆ พี่เขาประจำเช่นกัน “อีตะไคร้” “อะไรอีน้ำหนึ่ง” “นี่มึงพากูมาแดกจนหน้าจะเหลวเป็นน้ำปั่นแล้วนะ” น้ำหนึ่งมันบ่นแต่ปากก็ดูดน้ำปั่นไม่หยุด “บ่นๆ แต่ปากก็ดูดน้ำไม่หยุด ย้อนแย้งนะมึงอะ” ฉันมองมันแล้วส่ายหน้าอย่างเอือมระอา “มึงจะจีบก็จีบน้องเค้าสักทีดิ กูเบื่อที่จะมากับมึงละนะ” เพื่อนของพี่ผู้ชายคนนั้นพูดขึ้น ว่าแต่จะมาจีบใครกันนะ “เออน่า...มึงก็ใจเย็นๆ ก่อนดิ กูกำลังหว่านล้อมน้องมันอยู่ น้องมันน่ารักนะเว้ย ถ้ามึงเห็นมึงก็ต้องชอบ” เขาตอบกลับเพื่อนแล้วมองไปทางประตูโรงเรียนเหมือนกำลังมองหาใครบางคน “ดับฝันซะละ พี่เขามาตามจีบคนในโรงเรียนเรามึง” “แล้วไงเล่า...เขาจะจีบใครก็จีบไปสิ กูแค่แอบปลื้มไม่ใช่อยากได้มาเป็นแฟนสักหน่อย” ตอบกลับเสียงเรียบ แต่ในใจตอนนี้กินแห้วไปแล้ว นกอีกแล้วอีตะไคร้ TT “จ้า...แอบปลื้ม แต่มึงคอยมานั่งเฝ้าเค้าแบบนี้ทุกวัน
ส่งท้าย หลายปีผ่านไป เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกมาก ตอนนี้ลูกๆ ของผมโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว เจ้าแฝดหนึ่งกับสองก็อายุยี่สิบห้ากันแล้ว ส่วนลูกสาวคนเล็กน้องเก้าพึ่งจะอายุยี่สิบปีเต็ม นั่นแหละครับลูกสาวคนเล็กได้ยินไม่ผิดหรอก หลังจากที่ตะไคร้ชวนผลิตลูกเราก็ไม่รอช้าผลิตกันทุกวันจนน้องเก้ามาเกิดและลืมตามาดูโลกตอนเจ้าแฝดอายุได้ห้าขวบ ที่จริงก็อยากจะมีเพิ่มอีกสักคน แต่เมียดันบอกว่าพอแล้วเธอไม่อยากมีเพิ่มแล้วเพราะว่าสามคนกำลังดี แอบเซ็งเลยครับตอนนั้น... อย่ามาถามหาอายุผมเลยครับตอนนี้ถึงจะเลขห้าแต่ว่า เบ้าหน้าผมก็ยังดูดีเหมือนตอนสามสิบเพราะว่าผมดูแลตัวเองเป็นอย่างดีมาตลอด ส่วนเมียผมเข้าเลขสี่เธอก็ยังดูสวยและเซ็กซี่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเช่นกัน เหมือนพี่ชายพี่สาวมากกว่าพ่อแม่อีกครับตอนนี้ “เฮียเรียกลูกๆ มาทำไมเหรอคะ” ตะไคร้ถามผมแล้วทำหน้าตาสงสัยว่าผมเรียกลูกๆ ให้มารวมตัวกันทำไม “เฮียมีเรื่องจะคุยกับลูกๆ นิดหน่อยน่ะครับ” ผมตอบกลับแล้วยิ้มหวานให้เธอ “แล้วนี่น้องสองไปไหนทำไมยังไม่มา” “เฮียสองกำลังมาค่ะป่าป๊า” น้องเก้าตอบพลางนั่งอยู่บนโซฟาข้างๆ หม่าหม้าตะไคร้แล้วซบลงตรงอก น้องเก
พอช่วยแม่ทำกับข้าวเสร็จฉันก็เดินออกไปดูที่หลังบ้านว่าเฮียสี่พาลูกเล่นอะไรทำไมถึงกรี๊ดกร๊าดกันเสียงดัง เดินไปเรื่อยๆ ฉันก็ต้องสตั้นให้กับภาพตรงหน้า “ไอ้เฮีย!!” อีเฮียมันพาลูกมาเล่นโคลนจนเลอะเทอะและมอมแมมทั้งสามคนพ่อลูก ฉันถึงกับกุมขมับแล้วเอามือทาบอก อกอีตะไคร้จะแตกทุกทีที่ให้อีเฮียสี่มันเลี้ยงลูก “ลูกๆ สนุกดีออก หนูอย่าดุไปเลยน่า” เฮียสี่พูดขึ้นแบบหน้าตาเฉยแล้วเอาโคลนไปป้ายที่หน้าลูกๆ ต่อ “อย่าดุเรอะ! ดูเฮียพาลูกทำแต่ละอย่างเซ่!” “ยิ่งเลอะยิ่งเยอะประสบการณ์นะครับหม่าม้าคนสวย” “ยิ่งเลอะยิ่งทำความสะอาดยากนะคะป่าป๊าคนมึน” “นี่ๆ หม่าม้าเลอะด้วย ฮ่า” เจ้าแฝดวิ่งเอาโคลนมาป้าย ที่แขนฉันอย่างสนุกสนาน อีหม่าม้าคนนี้ได้แต่ยืนกำมือแน่นแล้วข่มอารมณ์ไว้ ท่องไว้ลูกกูแต่เหมือนป่าป๊ามัน!!! “พากันเลิกเล่นแล้วไปอาบน้ำกันเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ฉันพูดเสียงดุ ทำให้เฮียสี่รีบจูงมือลูกๆ ไปรออยู่ที่หลังบ้านเพื่ออาบน้ำข้างนอกเพราะตัวเลอะเข้าไปในบ้านไม่ได้ แม่ช่วยอาบน้ำให้เจ้าแฝด ส่วนฉันต้องมาอาบให้ป่าป๊าของเจ้าแฝดจ้า โตขนาดนี้แล้วอ้อนเมียพอๆ กับลูกเลย อายุก็สามสิบสามจะสามสิบสี่แล้วนะแต่ทำ
สองอาทิตย์ต่อมา วัดxxx ป๊ากับม้าพาฉันกับเฮียสี่มาทำบุญล้างซวยหน่อย เพราะที่ผ่านมาเจอแต่เรื่องร้ายๆ ส่วนเจ้าแฝดตากับยายมารับกลับไปเที่ยวที่บ้านเกิดของท่านเมื่อช่วงเช้านี้ เดี๋ยวทำบุญเสร็จฉันกับเฮียสี่ก็จะตามลูกๆ ไปทีหลัง “เฮ้อ...เรื่องร้ายๆ คงจะไม่มีแล้วแหละ” ป๊าพูดขึ้น “คงจะจบแล้วแหละเรื่องร้ายๆ น่ะ” ม้าพูดสมทบ พูดจบม้าป๊าก็กอดคอกันเดินไปเรื่อยๆ “ป๊าม้านี่ก็มีมุมน่ารักๆ เหมือนกันเนอะเฮีย” “เราก็มีมุมน่ารักนะครับ” พูดจบเฮียสี่ก็จับมือฉันไว้แน่นแล้วจูงมือเดินกันไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะไปให้อาหารปลาก่อนกลับกัน “ปลาเยอะมากๆ เลยอะ มันแย่งกันแบบนี้บางตัวก็คงจะไม่ได้กินสินะ” ฉันฉีกขนมปังเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วพยามโยนให้มันกระจัดกระจายปลาจะได้กินแบบทั่วถึง “เฮียขอขนมปังหน่อยค่ะ” “.....” “เฮียสี่หนูขอขนมปังหน่อย” ฉันพูดพลางหันไปดูก็เห็นขนมปังที่ซื้อมาให้ปลาอยู่ในท้องอีเฮียหมดแล้วเพราะตอนนี้กำลังเอาเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย “เฮีย! หนูซื้อมาให้ปลานะนั่นอะ” “แหะๆ ตอนแรกแค่จะชิม พอชิมไปชิมมาแล้วมันเพลินจนลืมตัวเลย” เฮียยิ้มเจื่อนๆ ใส่แล้วยื่นเศษขนมปังที่อยู่ก้นถุงให้ “หิวเรอะ! ถ้าหนูเป
“ก็ได้ๆ หนูรอตรงนี้แป๊บนะ ห้ามไปไหนเด็ดขาด!” เฮียสี่พูดกำชับแกมบังคับนั่นแหละว่าให้ฉันอยู่ตรงนี้ห้ามไปไหน “อื้มๆ” ฉันรับปากแล้วหยิบต้นไม้ต้นสุดท้ายมาลงดิน ว่าจบเฮียสี่ก็เดินไป ส่วนพี่หมวยยืนกอดอกแล้วจิกสายตาใส่ฉัน ฉันทำเป็นไม่สนใจแล้วเอาดินกลบต้นไม้ “ปากดีเนอะ!” “ก็พอตัวอะค่ะ...ว่าแต่พี่ต้อ
ภายในก็ไม่มีอะไรมากนัก เป็นบ้านโล่งๆ มีสองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำและห้องครัวเล็กๆ อยู่หลังบ้าน ฉันถึงกับต้องอมยิ้มออกมาเมื่อเห็นรูปวัยละอ่อนของตัวเองแปะติดรอบผนังภายในเต็มไปหมด มองดูอย่างตื่นตาตื่นใจเพราะบางรูปก็ไม่เคยเห็นมาก่อนว่าพ่อกับแม่ไปแอบถ่ายมาตอนไหน “นี่พ่อกับแม่เล่นเอารูปเรามาติดเยอะแยะขนาดน
Chapter 05 ณ สถานที่แห่งหนึ่ง กิจกรรมเข้าค่ายทำความดี “วันนี้น้องตะไคร้ดูน่ารักดีนะครับ ปกติใส่ชุดนักศึกษาก็น่ารักอยู่แล้ว พอมาใส่ชุดลำลองนี่น่ารักเข้าไปใหญ่เลย” พี่บอมชมฉันแล้วยิ้มกว้างออกมา “ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ว่าแต่...พี่เองก็ดูหล่อเหมือนกันนะคะ หล่อมากๆ อิ อิ” ฉันชมพี่บอมกลับบ้างตามมารย
“ยะ...หยุดทำก่อนสิ แล้วเดี๋ยวหนูจะอะ...อธิบายให้ฟัง อ๊าส์...หนูจุกท้องเฮีย ถ้าไม่หยุดก็เบาหน่อยเซ่!” ฉันโวยวายแล้วพยายามดีดดิ้นจนจุดเชื่อมระหว่างทางรักของเราสองคนหลุดออกจากกัน วินาทีนั้นรีบดึงกระโปรงลงแล้วหันหลังพิงประตูรถทันที “พอเถอะเฮีย คุยกันก่อน” ฉันพูดพลางจ้องมองเฮียสี่ด้วยสายตาที่อ้อนวอนสุดก







