LOGIN“นั่นปากพี่เป็นอะไรไปเหรอคะ...??”
พรืด ~ ไอ้มาร์คมันหัวเราะร่าออกมาทันที แม่งเอ๊ย! อีเด็กคนนี้ แม่งกวนตีนอย่างที่ไอ้มาร์คบอกจริงๆ ด้วย เล่นซะกูหุบยิ้มแทบไม่ทันเลย >< “วันนี้จัดต้มแซ่บมาให้พี่หน่อยขอรสชาติเหมือนเดิมเลยนะ เพิ่มเติมเป็นข้าวเปล่าร้อนๆ สองถ้วย” “ได้ค่ะ รอสักแป๊บสองแป๊บนะพี่” เด็กตะไคร้นั่นมันยิ้มกวนๆ แล้วเดินบิดตูดไปทันที “เป็นยังไง น้องตะไคร้คนนี้พอจะเป็นเมียมึงได้มั้ยครับเพื่อนสี่” ไอ้มาร์คมันหันมาถามผม “หึ ดูทรงแล้วน่าจะเอาไปเป็นแม่กูมากกว่ามั้งทรงนี้ แม่ง หน้าตาก็สวยดี แต่เสือกกวนตีน!” . . พาร์ทตะไคร้ ร้านต้มแซ่บตาเล้ง “ต้ม...ตีน...รสชาติแซ่บๆ ที่พี่มัคคึสั่งได้แล้วค่า” ฉันเดินเอาอาหารมาเสิร์ฟให้สองหนุ่มหล่อที่นั่งรอหน้าสลอนอยู่ที่โต๊ะ “หืม...มันดูแซ่บน่ากินมากๆ มากเหมือนน้องตะไคร้คนสวยเลยนะเนี่ย” พี่มาร์คหรือมัคคึเอ่ยชมฉัน “เกินไปแล้วค่ะพี่มัคคึขา...แต่ยอมรับก็ได้เรื่องนี้ อิ อิ” ก็ยอมรับแหละไม่ปฏิเสธหรอกเรื่องนี้ “มึงก็พูดเข้า น้องตะไคร้แซ่บกว่าต้มตีนนี่ตั้งเยอะ...ใช่มั้ยจ๊ะคนสวย” คนที่ชื่อสี่พูดพลางมองฉันด้วยสายตาหยาดเยิ้มแต่มีความหื่นแฝงอยู่เป็นนัยๆ “เฮ้อ...หน้าม่อกันจริงๆ เลยนะพวกพี่อะ กินตีน...ไก่! ให้อร่อยแล้วกันนะคะ หนูขอตัวก่อน” พูดจบฉันก็สะบัดก้นเดินออกมาทันที ไอ้พี่มัคคึไม่เท่าไหร่หรอกนะ แต่ไอ้พี่สี่อะไรนั่นน่ะดูทรงแล้วน่าม่อสุดๆ สายตาที่มองมาแต่ละทีเหมือนจะตะครุบฉันอย่างไรอย่างนั้นเลย ฮึ่ย!! ขนลุก ….. ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้วไอ้พวกพี่สองตัวนั้น เอ๊ย! สองคนนั้นก็ยังกินไม่เสร็จ กะอีแค่ต้มแซ่บตีนไก่ชามหนึ่งนี่จะนั่งกินกันยันโต้รุ่งเลยมั้งนั่น “ตะไคร้...” “จ๋าพ่อ” “ไอ้หนุ่มสองคนนั้นมันคุยอะไรกับเอ็งวะ...ตอนที่มันเดินเข้ามานั่งในร้านตอนแรกน่ะ” พ่อถามพลางมองฉันสลับไปมากับพี่สองคนนั้น “อ้อ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะพ่อ ก็คุยทักทายกันปกติ” ฉันตอบพ่อพลางนั่งหั่นเครื่องต้มแซ่บต่อ พ่อฉันน่ะจะไม่ค่อยชอบให้ยุ่งกับผู้ชายเท่าไร “นี่เอ็งรู้จักมันสองคนเหรอวะไอ้ตะไคร้…??” พ่อมองฉันด้วยสายตาที่ดุดันนิดๆ นิดเดียว ไม่ดุมากมั้ง^^ “ก็พี่คนนั้นจะชอบมานั่งกินที่ร้านเราทุกคืนเลยไง พ่อจำไม่ได้เหรอจ๊ะ” ตอบพร้อมชี้นิ้วไปทางไอ้พี่มัคคึ ที่ตอนนี้นั่งแทะตีนไก่อย่างเอร็ดอร่อย “เออๆ ถ้าไอ้นั่นน่ะคุ้นๆ หน้ามันอยู่ แต่อีกคนนี่มันคือใครกันวะ...?” พ่อเลิกคิ้วขึ้นสงสัย “เพื่อนเค้าแหละพ่อ...ชื่อว่าพี่สี่” “อ่อ...หน้าตามันดูหล่อเหลาดีแฮะ การแต่งตัวก็ดูท่าจะมีกะตังค์ด้วยเว้ย” พ่อมองไอ้พี่สี่แล้วจ้องมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างตั้งอกตั้งใจมอง “อื้ม หนูว่าเขาคงจะรวยแต่เขือแหละพ่อ...” ฉันพึมพำออกมาเบาๆ (อย่าผวนนะค้า อิ อิ) “อะไรคือรวยแต่เขือวะไอ้ตะไคร้...?” พ่อเพ่งมองหน้าฉันอย่างต้องการคำตอบ “ปะ...เปล่านิพ่อ หูฝาดไปอะเปล่า หนูยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะจ๊ะ” ตีเนียนทำหน้างงๆ ใส่ ขืนถ้าตอบไปตามตรงว่ามันคืออะไรพ่อได้เอาไม้หน้าสามไล่หวดหลังฉันแน่ๆ “หน็อย...ข้ายังไม่ได้แก่ขนาดจะหูฝาดนะเว้ย! ไอ้ตะไคร้” พ่อทำเป็นโวยวายเสียงดังใส่ฉัน “โห่พ่อ เสียงดังจนลูกค้าตกใจกันหมดแล้ว” “ฮึ่ย! ถ้าไม่ติดว่าเป็นลูกสาวนะ ข้าจะหยิกเอ็งให้หูชาไปข้างเลย” พ่อชี้หน้าคาดโทษแบบไม่จริงจังนักแล้วเดินไปที่หลังร้านเพื่อไปนั่งหั่นพวกเครื่องในต่อ ….. ไม่นานเท่าไรพี่สองคนนั่นก็กินเสร็จสักที “เท่าไหร่จ๊ะ...?” “ทั้งหมดสองร้อยห้าสิบบาทค่ะพี่” “อะนี่...ไม่ต้องทอนนะจ๊ะ พี่ให้หนูหมดนี่เลย” ไอ้พี่สี่ยื่นแบงก์พันเป็นปึกส่งมาให้ฉัน “หะ...โห พี่ล้อเล่นปะเนี่ย” ฉันพูดพลางลากเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงข้างๆ พี่สี่ ก่อนจะหยิบเงินปึกใหญ่มาจากมือเขาแล้วนั่งนับดู “สะ...สามหมื่น! นี่มันเป็นเงินสามหมื่นบาทเลยนะพี่ พระเจ้า! ค่าข้าวสองร้อยห้าสิบแต่พี่จ่ายสามหมื่นเนี่ยนะ” “อื้ม จิ๊บๆ น่า เอาไปเหอะ ว่าแต่พอมั้ย...ถ้าเกิดไม่พอเอาเลขบัญชีมาเดี๋ยวเฮียโอนให้อีกก็ได้” เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเข้าแอปพลิเคชันธนาคารอย่างรวดเร็ว “เฮ้ย! ไม่เลยต้องพี่ บ้าหรือเปล่าเนี่ยถามจริง อยู่ๆ มายื่นเงินสามหมื่นให้แถมยังจะโอนมาให้หนูเพิ่มอีก” ฉันทำหน้าทำตา อย่างไม่เข้าใจในตัวพี่เขาสุดๆ “เฮียไม่ได้บ้าสักหน่อย...แต่แค่อยากให้หนูเฉยๆ” เขาพูดพลางคลี่ยิ้มกว้างจนตาเป็นสระอิ “ไม่ใช่และ คนดีที่ไหนจะมาให้เงินเยอะแยะแบบนี้กับคนแปลกหน้าที่พึ่งเคยเจอกัน หนูว่ามันแปลกๆ นะ” ฉันหรี่ตามองหน้าเขาอย่างคาดคั้น มันต้องมีอะไรแอบแฝงสินะ “เอ่อ...คืองี้นะน้องตะไคร้ ไอ้สี่บ้านมันรวยมากน่ะ แบบว่ารวยมาก โคตรรวย” ไอ้พี่มัคคึพูดแทรกขึ้น “รวยแล้วยังไงเหรอคะ...?” ฉันหันไปมองหน้าพี่มัคคึแล้วตั้งใจจะฟังในสิ่งที่เขาจะพูดต่อ “ถ้ามันถูกใจผู้หญิงคนไหนนะ...ล้านนึงก็แค่เศษเงินน่ะ”“อะ...เอ่อ ขอโทษนะคะ พอดีไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท” พนักงานสาวรีบก้มหัวและกล่าวขอโทษทันที “มะ...ไม่เป็นไรค่ะ” “ไม่เป็นไรครับ” ฉันและพี่สี่ต่างคนต่างเลิ่กลั่กไปไม่ถูกกันทั้งคู่ “คือว่าใกล้จะถึงช่วงพิธีรดน้ำสังข์แล้วค่ะ เลยจะมาบอกว่าให้เตรียมพร้อมกันก่อนน่ะค่ะ” “อ๋อ ค่ะๆ เดี๋ยวจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” ว่าจบฉันก็ชิ่งเดินออกมาในทันที อายจะแย่อยู่แล้ว จูบกันยังไม่พอดันมีคนเข้ามาเห็นไปอีก “รอด้วยสิจ๊ะเมียจ๋า” พี่สี่ตะโกนและเดินตามหลังมาแบบติดๆ จนเดินมาตีคู่ฉันได้ทัน “เขินเหรอ” “คะ...ใครเขิน เขินอะไร พี่อย่ามามั่ว” อุ๊บส์ พี่สี่จับฉันจูบปากอีกแล้ว “บอกให้เรียกว่าอะไรจ๊ะ...” “พี่...เฮียสี่! ไม่อายบ้างหรือไงฮะ หนูนี่อายจะแย่แล้ว” “อายทำไม ผัวเมียเขาจะจู๋จี๋กันมันผิดตรงไหนเหรอ จริงมั้ยครับ” พี่สี่พูดพลางหันไปถามพนักงานสาวที่เดินตามหลังมา “จะ...จริงค่ะ คู่ของคุณนี่ดูน่ารักดีจริงๆ เลยนะคะ” พนักงานสาวตอบกลับพี่สี่แบบยิ้มๆ “ฉันก็อยากมีสามีที่น่ารักแบบนี้บ้าง แต่สามีที่บ้านนี่ไม่ไหวเลยค่ะ กวนสุดๆ” ฮ่า ฮ่า พี่สี่และพนักงานสาวต่างหัวเราะร่าออกมาอย่างชอบอกชอบใจ สองคนดู
“อะ...อะไรนะพ่อ! นี่พ่อล้อกันเล่นใช่มั้ย” ฉันตกตะลึงกับ คำพูดของพ่อเมื่อกี้ นี่ล้อกันเล่นหรือเปล่า อยู่ๆ จะยกฉันให้ไอ้พี่สี่ง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ “ข้าไม่ได้ล้อเล่น เอ็งก็อย่าดื้อด้านให้มันมากนักล่ะ” “พะ...พ่อพูดจริงๆ เหรอครับ” พี่สี่ถามพ่ออีกครั้งอย่างตะกุกตะกัก “จะให้ตะไคร้แต่งงานกับผมจริงๆ เหรอครับ” “จริงสิวะ ข้าไม่เคยล้อเล่น เอ็งดูแลลูกสาวข้าให้ดีๆ ก็แล้วกัน อย่าตบ! อย่าตี! ห้ามทำให้มันเสียใจเด็ดขาดเลยนะเว้ย” “ขอบคุณพ่อมากๆ เลยนะครับ สัญญาว่าผมจะดูแลเป็นอย่างดี ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยแหละครับ” พี่สี่มีสีหน้าที่ดีใจสุดขีดไปเลยในตอนนี้ “พ่อ...พ่ออย่าทิ้งหนูแบบนี้สิ” ฉันทำหน้าเศร้าแล้วเดินเข้าไปกอดพ่อ “พ่อไม่รักหนูแล้วเหรอ” “เพราะรักนี่แหละถึงได้ทำแบบนี้ เชื่อพ่อเถอะ...อยู่กับไอ้หนุ่มนี่เอ็งจะสบาย ไว้พ่อกับแม่ตั้งตัวอีกครั้งได้เมื่อไหร่จะรีบมารับเอ็งกลับไปอยู่ด้วยเลย” พ่อกอดฉันแล้วลูบหัวเบาๆ “อย่าดื้อนะลูก พ่อกับแม่รักเอ็งเสมอแหละ แต่แค่ตอนนี้ไม่อยากเอาเอ็งไปลำบากด้วยก็แค่นั้น ไว้พ่อกับแม่จะมาหาเอ็งบ่อยๆ นะ ตะไคร้เอ๊ย” แม่พูดขึ้น “หนูไม่มีทางเลือกอื่นเลยใช่มั้ยเนี่ย
Chapter 03วันต่อมา ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งบทสนทนาของพ่อแม่ตะไคร้“นี่แม่มึงดีขึ้นบ้างมั้ย” “ดีขึ้นบ้างแล้ว พ่อมึงล่ะ...เป็นอะไรมากมั้ย”“ไม่เป็นอะไรมาก ดีที่ไอ้หนุ่มนั่นมันเข้าไปช่วยเราไว้ได้ทัน เฮ้อ...คิดแล้วก็ใจหาย บ้านทั้งหลังมอดไหม้หมด ข้าวของต่างๆ ที่สร้างกันมาก็มอดไหม้หายวับไปกับตาเช่นกัน เวรกรรมแท้ๆ เลย” พ่อของตะไคร้นั่งบนเตียงคนไข้แล้วเอามือขึ้นกุมขมับ“ไม่เป็นไรน่าพ่อมึง เดี๋ยวเราก็มาสร้างกันใหม่ก็ได้ของนอกกาย ดีแค่ไหนแล้วที่เรามีชีวิตรอดมาได้น่ะ แล้วนี่ตะไคร้มันไปไหนแล้วล่ะ...?” แม่ของตะไคร้ถามเมื่อฟื้นขึ้นมาก็ไม่เห็นลูกสาวของตนอยู่ภายในห้องด้วย“น่าจะออกไปซื้ออะไรกินนั่นแหละ...วันนี้มันก็ไม่ได้ไปเรียน เสื้อผ้าก็ไม่มี ที่ซุกหัวนอนกับข้าวของก็ไหม้ไปหมดแล้ว สงสารลูกจริงๆ เลยแม่เอ๊ย”“อย่าคิดมากไปเลยนะพ่อเอ๊ย มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น แล้วนี่เราจะเอาไงกันต่อดี ถ้าได้ออกจากโรงพยาบาลเราจะไปอยู่ที่ไหนกันก่อนดี” “พ่อว่าจะกลับไปตั้งหลักที่บ้านเกิดสักระยะก่อนน่ะ”“แม่ก็ว่าดีนะพ่อ กลับไปตั้งหลักกันก่อน”“แต่ตะไคร้...พ่อว่าจะให้มันอยู่ที่นี่ต่อ”“แ
“ตะไคร้รอเฮียอยู่ตรงนี้นะ ห้ามเข้าไปเด็ดขาด!” ว่าจบพี่สี่ก็วิ่งว่อนไปทั่วเพื่อหาอะไรบางอย่างก่อนจะเจอสิ่งนั้น มันเป็นผ้าห่มขนาดใหญ่ พี่สี่ทำมันให้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำแล้วเอามาคลุมตัวเองไว้ก่อนจะเดินลุยเข้าไปในบ้านของฉันเฮ้ย…ไอ้หนุ่มมันอันตรายนะเว้ย!ระวังนะไอ้หนุ่มไฟมันแรงขึ้นเรื่อยๆ!!เสียงผู้คนต่างร้องตะโกนบอกกับพี่สี่ว่ามันอันตรายเพราะตอนนี้ไฟเริ่มลุกขึ้นเรื่อยๆ แต่พี่เขาไม่ได้สนใจที่จะฟังกลับเดินเข้าไปในบ้านหวังจะช่วยพ่อกับแม่ของฉันฉันทำอะไรไม่ถูกแล้วในตอนนี้ ได้แต่นั่งร้องไห้ตัวสั่นเทากลัวว่าพ่อกับแม่จะเป็นอะไรไป และก็ห่วงพี่สี่ด้วย...ไม่นานนักพี่สี่ก็ออกมาพร้อมกับแบกแม่ฉันที่หมดสติไว้บนหลังโดยมีผ้าห่มที่ชุบน้ำคลุมตัวออกมา ชาวบ้านที่เห็นก็รีบเข้าไปช่วยพยุงแม่ฉันมานอนรอรถพยาบาล เมื่อเห็นแบบนั้นฉันก็รีบวิ่งเข้าไปหาแม่ทันที “มะ...แม่จ๋า แม่อย่าเป็นอะไรนะ ฮือๆ” ฉันลูบที่ใบหน้าแม่แล้วร้องไห้ไม่หยุด ก่อนจะสังเกตเห็นว่าพ่อฉันยังไม่ได้ออกมาด้วย และตอนนี้พี่สี่ก็เดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง ตอนนี้ไฟมันลุกแรงขึ้นกว่าเดิมเสียงรถดับเพลิงก็ดังขึ้นมาและมีพนักงานหลายคนพากันวิ่งและลา
ฉันนั่งฮัมเพลงอยู่ภายในรถพี่สี่อย่างคนอารมณ์ดี ไม่ใช่อะไรนะพอดีพี่แกเปิดเพลงที่ฉันชอบพอดีน่ะ “เห็นมั้ย ให้เฮียมารับดูสบายดีออก ได้กินขนมอร่อยๆ ได้นั่งรถเบาะนุ่มๆ แอร์เย็นๆ ไม่ต้องไปยืนโหนรถเมล์ให้เมื่อยด้วย” ปากพูดมือพี่สี่ก็บังคับพวงมาลัยรถไป สายตาก็สลับมามองดูฉันเป็นระยะๆ “หนูนี่น่าเอ็นดูจริงๆ เลยนะตะไคร้”“โนว โนว ไม่ต้องมาเอ็นดูอะไรหนูเลยนะ แค่ยอมนั่งรถกลับมาด้วยแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นแหละ วันอื่นๆ หนูก็จะกลับเองตามปกติ” รีบค้านขึ้นก่อนที่พี่สี่จะพูดหว่านล้อมฉันอีก“ว่าแต่จะให้เฮียไปส่งที่ไหนดี ที่บ้านหรือที่ร้าน...?”“ส่งที่บ้านแหละพี่ วันนี้ร้านปิดหนึ่งวันเพราะพ่อหนูปวดหลังแกขอนอนพักหนึ่งวันน่ะ” “อ้าวเหรอ...แล้วไปหาหมอมาหรือยังล่ะ”“พ่อหนูมีพยาบาลคู่ใจอยู่ดูแลอยู่แล้วแหละ”“ใครเหรอ...?”“ก็แม่หนูไงเล่า พ่อหนูดื้อจะตายไม่ยอมไปหาหมอง่ายๆ หรอก แกบอกแค่ว่ามีแม่ดูแลอยู่ข้างๆ แป๊บเดียวเดี๋ยวก็หายแล้ว”“น่ารักดีจัง...หนูไม่สนใจมาเป็นพยาบาลคู่ใจให้เฮียบ้างเหรอคะ...ตะไคร้คนสวย” เขาหันมามองแล้วยิ้มหวานใส่ฉัน“ไม่อะ หนูไม่ชอบผู้ชายที่แก่กว่า ชิ!” ฉันพูดแทงใจดำแล้วเบะปากใส่พ
วันต่อมาร้านเค้กเลิฟเลิฟ“นี่พี่สี่...พี่จะตามรังควานหนูไปถึงไหนกันเนี่ย คนอะไรตีมึนเก่งสุดๆ ไปเลย” ฉันพูดพลางนั่งส่ายหน้าอย่างเอือมๆ แล้วตักเค้กสุดแสนอร่อยเข้าปาก“ก็เฮียบอกแล้วว่าอยากได้หนูมาเป็นเมียไง หนูนั่นแหละตีมึนสุดๆ ไปเลย สวยก็สวยดันใจร้ายชะมัด” พี่สี่พูดพลางหยิบแก้วกาแฟเย็นมาดื่ม “ถ้ายอมเป็นเมียเฮียนะ...จะพามากินของอร่อยๆ แบบนี้ทุกวันเลย และจะพาไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ กระเป๋าสวยๆ แบบไม่มีจำกัดเลยแหละ”“อย่าเอาของพวกนี้มาล่อหนูเลยน่า...มันไม่ได้ผลหรอก” ฉันเบ้ปากใส่พี่สี่ แล้วตักเค้กกินต่ออย่างเอร็ดอร่อย “หนูขอถามอะไรหน่อยสิ...”“ได้ครับ...ถามมาเลย”“ทำไมพี่ถึงอยากมีเมีย และทำไมถึงต้องเป็นหนู ขอความจริงนะพี่ ตอบมาตามจริงเลยนะ” ฉันวางช้อนลงบนจานเค้กแล้วตั้งหน้าตั้งตารอฟังในสิ่งที่พี่สี่จะพูด“คือ...ถ้าให้พูดก็ป๊าเฮียน่ะแกอยากจะอุ้มหลานไง เลยบังคับให้เฮียมีเมียสักทีจะได้มีหลานให้แกอุ้มไวๆ”“แล้วยังไงต่อ...” “ป๊าบอกว่าถ้าภายในเดือนนี้เฮียยังหาเมียไม่ได้จะให้ไปแต่งงานกับยัยหมูดาวลูกสาวของเพื่อนป๊าน่ะ”“ก็แต่งไปสิพี่ ไม่เห็นต้องมาลำบากวิ่งตามหนูแบบนี้เลย” ฉันไม่เข้าใจจริงๆ พ







