Mag-log in“ตะไคร้รอเฮียอยู่ตรงนี้นะ ห้ามเข้าไปเด็ดขาด!” ว่าจบพี่สี่ก็วิ่งว่อนไปทั่วเพื่อหาอะไรบางอย่างก่อนจะเจอสิ่งนั้น มันเป็นผ้าห่มขนาดใหญ่ พี่สี่ทำมันให้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำแล้วเอามาคลุมตัวเองไว้ก่อนจะเดินลุยเข้าไปในบ้านของฉัน
เฮ้ย…ไอ้หนุ่มมันอันตรายนะเว้ย! ระวังนะไอ้หนุ่มไฟมันแรงขึ้นเรื่อยๆ!! เสียงผู้คนต่างร้องตะโกนบอกกับพี่สี่ว่ามันอันตรายเพราะตอนนี้ไฟเริ่มลุกขึ้นเรื่อยๆ แต่พี่เขาไม่ได้สนใจที่จะฟังกลับเดินเข้าไปในบ้านหวังจะช่วยพ่อกับแม่ของฉัน ฉันทำอะไรไม่ถูกแล้วในตอนนี้ ได้แต่นั่งร้องไห้ตัวสั่นเทา กลัวว่าพ่อกับแม่จะเป็นอะไรไป และก็ห่วงพี่สี่ด้วย... ไม่นานนักพี่สี่ก็ออกมาพร้อมกับแบกแม่ฉันที่หมดสติไว้บนหลังโดยมีผ้าห่มที่ชุบน้ำคลุมตัวออกมา ชาวบ้านที่เห็นก็รีบเข้าไปช่วยพยุงแม่ฉันมานอนรอรถพยาบาล เมื่อเห็นแบบนั้นฉันก็รีบวิ่งเข้าไปหาแม่ทันที “มะ...แม่จ๋า แม่อย่าเป็นอะไรนะ ฮือๆ” ฉันลูบที่ใบหน้าแม่แล้วร้องไห้ไม่หยุด ก่อนจะสังเกตเห็นว่าพ่อฉันยังไม่ได้ออกมาด้วย และตอนนี้พี่สี่ก็เดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง ตอนนี้ไฟมันลุกแรงขึ้นกว่าเดิม เสียงรถดับเพลิงก็ดังขึ้นมาและมีพนักงานหลายคนพากันวิ่งและลากสายยางขนาดใหญ่มาก่อนที่จะทำการเปิดน้ำและอัดฉีดไปยังบ้านที่มีไฟไหม้ ใจตอนนี้ได้แต่หวังให้พ่อและพี่สี่ออกมาอย่างปลอดภัยด้วยเถอะ ได้โปรดเถอะฟ้าอย่าใจร้ายเลย... ไม่นานนักก็มีเสียงผู้คนเฮเสียงดัง พี่สี่เขาเดินออกมาได้อีกครั้งพร้อมกับแบกพ่อฉันไว้บนหลังโดยมีผ้าห่มเปียกชุ่มไปด้วยน้ำขนาดใหญ่คลุมตัวไว้เช่นเดิมแล้วเดินออกมาอย่างทุลักทุเล พ่อฉันยังรู้สึกตัวดีและมีผ้าชุบน้ำปิดไว้ตรงจมูก ส่วนพี่สี่ตอนนี้ดูสีหน้าพี่เขาไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ “เก่งมากไอ้หนุ่ม เก่งมาก” เสียงป้าคนหนึ่งบอกกับพี่สี่ “นับถือ เก่งมากว่ะไอ้น้อง ทำดีมาก” พี่ดับเพลิงคนหนึ่ง พูดขึ้นแล้วยกนิ้วโป้งให้พี่สี่ก่อนจะเข้าไปรับตัวพ่อฉันมานอนรอรถพยาบาลอยู่ข้างๆ แม่ “พ่อจ๋า ฮือๆ พ่อไม่เป็นอะไรใช่มั้ย” ฉันโผเข้าไปกอดพ่อแล้วร้องไห้เหมือนเด็ก “พ่อไม่เป็นอะไร เอ็งหยุดร้องแล้วไปดูไอ้หนุ่มนั่นเถอะ ถ้าไม่ได้มันเข้าไปช่วยพ่อกับแม่คงจะไม่รอดมาอยู่ตรงนี้” พ่อใช้มือเช็ดน้ำตาให้ฉันก่อนจะบอกให้เข้าไปดูพี่สี่ “ฮึก...ฮึก จ้ะพ่อ” ฉันสะอึกสะอื้นแล้วตกลงรับปากกับพ่อก่อนจะเดินเข้าไปหาพี่สี่ที่ตอนนี้นั่งอิดโรยหมดสภาพอยู่ที่พื้นอยู่อีกมุมหนึ่ง “พะ...พี่สี่” ฉันเดินเข้าไปแล้วนั่งลงตรงหน้าก่อนจะใช้มือประคองใบหน้าเขาให้เงยขึ้นมา “พี่ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะ” ใช้ผ้าชุบน้ำแล้วเช็ดคราบดำๆ ที่ติดอยู่บนใบหน้าพี่เขาออกทีละนิดอย่างเบามือ “พี่เจ็บตรงไหนก็รีบบอกเลยนะ” “เฮียจะเจ็บตรงนี้มากกว่า” พี่สี่ชี้ไปที่อกข้างซ้ายของเขา “ถ้าตะไคร้ของเฮียร้องไห้ น้ำตาของหนูมันทำเฮียเจ็บที่ใจมากเลยนะเวลาที่เห็น” แขนแกร่งโอบรัดเอวเล็กไว้แน่น “ไม่ต้องร้องแล้วนะ พ่อกับแม่หนูปลอดภัยแล้ว” เขาใช้นิ้วชี้จิ้มมาที่แก้มของฉันแล้วยกยิ้มออกมา “แก้มนุ่มนิ่มดีจัง” “พะ...พี่สี่ เช็ดเองเลย หนูไปดูพ่อกับแม่หนูดีกว่า” ฉันทำท่าจะลุกไป แต่อยู่ๆ พี่สี่ก็ร้องโอดโอยออกมา “โอ๊ย! เจ็บจัง” พี่สี่ใช้มือจับที่หน้าอกของตัวเองแล้วร้องออกมา “เจ็บตรงนี้จังเลย โอย...” “จะ...เจ็บมากมั้ย ไหนขอหนูดูหน่อยสิ” ฉันรีบเอามือพี่เขาออกแล้วก้มลงดูตรงหน้าอกแกร่ง “มันก็ปกติดีนี่พี่...” จุ๊บ จุ๊บ ริมฝีปากหนาประทับจูบลงบนหน้าผากของฉันแล้วตามด้วยจูบที่แก้มข้างขวาก่อนจะยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “หายเจ็บแล้วครับผม มีพยาบาลคู่ใจมาดู” อยู่ๆ ใบหน้าฉันก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีอย่างเขินอาย ปกติฉันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยนะ นี่เราเขินให้พี่สี่เหรอนี่... “พะ...พี่สี่ทำบ้าอะไรเนี่ย คนเยอะแยะ” “เขาช่วยกันดับไฟอยู่ไม่มาสนใจเราหรอกครับ” ว่าจบเขาก็โน้มมาจูบที่ริมฝีปากฉันเบาๆ อีกทีและอีกทีก่อนจะผละออกแล้วยิ้มอย่างชอบใจ “เฮียคลั่งหนูจนจะทนไม่ไหวแล้วนะ ใจอ่อนระทวยไปหมดแล้วอะ” “ปะ...ปล่อยเลย คนเจ้าเล่ห์” ฉันดีดดิ้นจนหลุดออกมาจากพี่เขา แล้วรีบเดินกลับมาหาพ่อกับแม่ที่ตอนนี้รถพยาบาลมารับตัวไปรักษาอาการพอดีเฮียสี่คลานมาเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ตรงหน้าพี่บอม ก่อนจะยกมือขึ้นแล้วประกบเข้าหากัน “เฮียอย่าทำนะ! พี่บอมหนูขอร้องพี่อย่าทำแบบนี้เลยนะ พี่ตั้งสติดีๆ ก่อนนะคะ เมื่อก่อนพี่บอมไม่ใช่คนแบบนี้เลยนะ” ฉันพยายามพูดหว่านล้อม “หึ! กูเป็นแบบนี้ก็เพราะมึงนั่นแหละ...ถ้ามึงเลือกกูตั้งแต่แรก กูก็คงจะไม่ต้องมาลงแรงทำเรื่องเหี้ยๆ แบบนี้หรอก” เขาใช้ปลายกระบอกปืนจ่อไปที่หัวเฮียสี่ “จะบอกอะไรให้นะ...กูจ้างคนไประเบิดโรงงานมึงเองแหละ เพราะกูอยากให้มึงตายแบบไม่เหลือซาก แต่มึงแม่งเสือกดวงดีรอดมาได้” “ไอ้ชั่ว! มึงแม่งสารเลว” ฉันเผลอปากด่ามันออกไปทำให้มันโมโหและจะง้างมือตบฉัน “ขอร้อง...ทำกูแทน” เฮียสี่พูดขึ้นแล้วยกมือไหว้ไอ้พี่บอม “ได้ดิไอ้สัส!” เพียะ! พี่บอมมันใช้ปลายกระบอกปืนตบเข้าที่หน้าเฮียสี่อย่างแรงจนมีเลือดซึมออกมาที่มุมปากก่อนจะเอาปืนกดจ่อไปที่หัวของเฮีย “ยอมเจ็บแทนเมียเลยเหรอวะ ปลื้มใจว่ะ ฮ่า ฮ่า” เพียะ! เพียะ! พี่บอมใช้ปลายกระบอกปืนตบเข้าที่หน้าเฮียสี่ซ้ำอีกสองครั้ง คราวนี้ทำให้คิ้วเฮียแตกและมีเลือดไหลออกมา “พี่บอมหยุดได้แล้ว! ขอร้องหยุดเถอะ ฮือๆ” ฉันร้องไห้ออกมา ตอนนี้สงสารเฮียสี่แท
Chapter 12 (The end) เมื่อเสร็จกิจเราสองคนก็พากันเดินจูงมือออกมาจากห้องของน้ำหนึ่งก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องต้องมานั่งหน้าจ๋อยรออยู่ข้างนอก “อุ๊ย! ตกใจหมดเลย มึงมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ย” “เหรอ...ก็มานั่งรอคุณสองคนเสร็จกิจเนี่ยแหละค่ะ ไม่ทราบว่าไปอดอยากปากแห้งกันมาจากไหนเหรอคะ” น้ำหนึ่งพูดประชดประชันใส่ “กินกันอิ่มแล้วเนอะ ขออนุญาตเข้าห้องนะคะ บาย” พูดจบมันก็เปิดประตูเดินเข้าไปเลย “เอ้า...ก็ไหนบอกจะไปทำธุระไง” ฉันยืนงง “เรากลับบ้านกันดีกว่าครับ ป่านนี้ลูกๆ คงตื่นแล้วแหละ” เฮียสี่จูงมือฉันเดินไปทันที คฤหาสน์เสี่ยสาม ขับรถเข้ามาจอดฉันสังเกตว่ามันดูเงียบแปลกๆ เงียบแบบผิดปกติ ลุงคนขับรถก็ไม่เห็นออกมา ป้าแม่บ้านก็ไม่เห็นออกมารับเหมือนเคยเช่นกัน “เฮีย ทำไมมันดูเงียบผิดปกติอะ” ฉันถามพลางเปิดประตูแล้วลงมาจากรถ “ป้าแม่บ้านก็ไม่เห็น” “นั่นสิ คงจะเล่นอยู่กับลูกๆ เราอยู่ข้างในแหละมั้ง เราเข้าไปหาลูกกันเถอะครับ” เฮียสี่จูงมือฉันเดินเข้าไป เมื่อเดินเข้าไปฉันก็ได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นของลูกๆ และเสียงร้องโวยวายของป้าแม่บ้าน เฮียสี่ปล่อยมือฉันออกก่อน แล้วรีบวิ่งไปดู ฉั
ภายในห้องนอนน้ำหนึ่ง (NC18+) เฮียสี่อุ้มฉันเข้ามาในห้องนอนของน้ำหนึ่งแล้ววางฉันลงบนเตียงก่อนประกบจูบอย่างดูดดื่ม มือก็อยู่ไม่สุขล้วงเข้าไปปลดตะขอบราแล้วดึงออกมากองไว้ที่พื้น ลิ้นสอดแทรกลิ้นแล้วตวัดพันกันพัลวันอยู่ภายในโพรงปาก ตอนนี้เราทั้งคู่ต่างต้องการกันและกันมาก สัมผัสที่โหยหามาสามปีมันกำลังจะเติมเต็มในอีกไม่ช้า “อื้อ...เฮีย ให้หนูทำให้เฮียนะ” “หือ...ปกติไม่เคยเห็นจะอยากทำให้เลยนิครับ” “ก็ตอนนี้อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว หนูแค่อยากจะทำหน้าที่เมียที่ดีบ้าง รวมไปถึงเรื่องบนเตียง” “ตามใจหนูเลยครับ” เฮียสี่ยกยิ้มก่อนจะผละตัวออกไปนอนแผ่ “ปราณีเฮียด้วยนะครับ” “บ้า! หนูไม่ใช่คนรุนแรงเหมือนเฮียสักหน่อย นอนเฉยๆ ไปเลยค่ะ แล้วก็ระวังจะหลงหนูจนหัวปักหัวปำด้วยนะคะ” พูดจบฉันก็ขึ้นไปคร่อมอยู่บนตัวเฮียสี่แล้วถอดเสื้อผ้าตัวเองออกอย่างช้าๆ จนหมด ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเขาทีละเม็ดจนหมดเผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องแน่นๆ ผิวขาวและเนียนมากๆ ฉันโน้มหน้าลงไปจูบปากเฮียสี่ก่อนแล้วค่อยๆ เลื่อนมาพรมจูบตามใบหน้าหล่อจนทั่วก็เปลี่ยนมาซุกไซ้ตามซอกคอแล้ว ดูดแรงๆ จนเป็นรอยเหมือนที่เขาเคยทำกับฉ
กริ๊ง กริ๊ง เสียงกริ่งดังขึ้นน่าจะเป็นคนมาส่งขนมแหละ “เสียงกริ่งห้องมึงเชยมากเลยน้ำหนึ่ง” “ก็มันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว...มึงจะให้กูเปลี่ยนเป็นเสียงสามช่ามั้ยล่ะ หรือหมอลำแบบโจ๊ะๆ ดี” “ก็ดีนะเวลาเดินไปเปิดประตูจะได้เต้นไปด้วย มึงนั่งรอนี่แหละเดี๋ยวกูลุกไปเปิดเอง” ฉันบอกกับน้ำหนึ่งก่อนจะลุกแล้วเดินไปเปิดประตู “ฮะ...เฮีย!” นี่ไม่ใช่คนส่งขนมแต่เป็นเฮียสี่ “กลับไปคุยกันที่บ้านก่อน” “เดี๋ยวค่อยกลับ หนูยังกินไม่เสร็จ” ฉันเดินกลับมานั่งลงแล้วตักข้าวกินต่อ “มึงเป็นคนบอกใช่มั้ย” หันไปถามน้ำหนึ่ง “เออ...กูอยากให้คุยกันไง” น้ำหนึ่งมันยอมรับว่าเป็นคนบอกเฮียสี่เองว่าฉันอยู่ที่คอนโดมัน “กลับบ้านไปคุยกันก่อนนะครับ” เฮียสี่เดินมาลงข้างๆ ฉันแล้วโอบเอวไว้ “หนูกำลังเข้าใจผิด...แบบผิดมากๆ เลยตอนนี้” “หนูเข้าใจถูกแล้ว” “เข้าใจผิด!” “เข้า...ใจ...ถูก!!” “เอ้อ...กูลืมเลยว่าต้องออกไปทำธุระข้างนอกสักพักใหญ่ๆ เลยอะ ช่วยเฝ้าห้องให้กูแป๊บนะเพื่อนรัก ขอบใจมาก” น้ำหนึ่งมันรีบเดินพรวดออกไปแล้วกดล็อกห้องก่อนจะปิดประตูลง “เดี๋ยวสิ นี่มึงจะไปไหนวะ กูไปด้วยสิ” ฉันลุกขึ้นพรวดเช่นกันแล้วเตรียมจะเดินตา
ลูก!! นี่เฮียสี่พูดว่าลูก!! “ใช่...อีกอย่างก็คิดถึงพี่สี่แหละเลยมาหาตามที่อยู่ที่พี่ให้” “อื้ม...แล้วนี่กินอะไรกันมาหรือยัง แล้วเงินพอใช้มั้ย” เงินพอใช้ไหมอย่างนั้นเหรอ!! ฉันไม่อยากจะมายืนเป็นก้างขวางคอและไม่อยากทนฟังเลยเดินเข้าไปแย่งตัวน้องหนึ่งมาจากเฮียสี่ “ตามสบายนะคะ” พูดจบก็เดินออกมาทันทีแล้วพาลูกๆ เข้าไปนอนในห้อง นี่อย่าบอกนะว่าสามปีที่ผ่านมาเฮียสี่ไม่ได้ไปติดอยู่ในเรือ แต่ไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นและมีลูกด้วยกัน ไม่น่าจะใช่หรอกมั้ง...อย่าคิดมากสิตะไคร้เอ๊ย ….. “นี่ก็ผ่านมาเกือบชั่วโมงแล้วทำไมอีเฮียมันยังไม่ขึ้นตามฉันมาอีกนะ ขอแอบลงไปดูหน่อยดีกว่า” ว่าจบฉันก็เดินลงมาข้างล่างคนเดียวปล่อยให้ลูกๆ นอนหลับอยู่ในห้องไปก่อน เดินไปดูในห้องรับแขกก็ไม่มี “ป้าคะ...เฮียสี่ไปไหนเหรอ” ฉันถามป้าแม่บ้านที่เดินผ่านมาพอดี “ไม่ได้บอกนะคะ แต่ป้าเห็นไปกับผู้หญิงคนนั้นและก็เด็กค่ะ ออกไปได้สักพักแล้วนะคะ” “ไปได้สักพักแล้วเหรอคะ!” “ใช่ค่ะ...คุณสี่ก็ไม่ได้บอกคุณตะไคร้เหรอคะ” “เปล่าค่ะ ขอบคุณป้ามากๆ นะคะ” ฉันรีบเดินขึ้นไปข้างบนอย่างรวดเร็วก่อนจะเข้าไปในห้องหยิบโทรศัพท์มือถือมาแล้
เราเดินกันไปเรื่อยๆ จนมานั่งพักอยู่ที่โต๊ะไม้ ตะไคร้ให้ผมและลูกๆ นั่งรอ ส่วนเธอเดินไปซื้อน้ำกับกาแฟให้ผม “ป่าป๊า...” น้องหนึ่งเรียกผม “ครับผม...” ผมขานรับแล้วยิ้มให้ลูกสาว “พาหนึ่นไปดูเจื๋อหน่อยได้มั้ยคะ หม่าม้าไม่ยอมพาไปดูเพราะหม่าม้าบอกว่ามันน่ากลัวค่ะ” “ใช่ๆ ฉองก็อยากดูเจื๋อ ป่าป๊าพาไปดูหน่อยได้มั้ย” เจ้าแฝดพากันพูดออดอ้อนจะให้ผมพาไปดูเสือโดยให้แอบพาไปตอนนี้เพราะตะไคร้ไม่อยู่ คือเธอห้ามไม่ให้พาลูกไปเพราะมันเป็นเสือที่อยู่นอกกรงให้คนได้เข้าไปถ่ายรูปกันโดยมีเจ้าหน้าที่คอยคุมอยู่ด้วย เอาไงดีนะผมยิ่งแพ้ความออดอ้อนอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเมียหรือลูกผมก็แพ้... . . “เดี๋ยวยิ้มกันหน่อยนะครับรูปจะได้ออกมาดูดี” เจ้าหน้าที่สั่งให้ผมกับลูกๆ ยิ้ม แล้วกดถ่ายรูปให้ “เรียบร้อยครับ จับเล่นได้ตามสบายเลยน้องไม่กัดหรอกครับถ้าเราไม่ไปทำอะไรให้เค้ากลัวหรือตกใจ ว่าแต่เด็กๆ น่ารักมากเลยนะครับไม่มีกลัวเลยสักนิด” เจ้าหน้าที่พูดแล้วยิ้มให้ “ขอบคุณครับผม” ใช่ครับ ผมพาลูกมาดูเสือตามที่ร้องขอ ดูชนิดที่ว่าแบบใกล้ชิดสุดๆ และลูกๆ ก็ไม่มีกลัวเลยสักนิด จับและลูบเจ้าเสือเหมือนกับเป็นแมวไปเลย ฮ่าๆ เจ้
ภายในก็ไม่มีอะไรมากนัก เป็นบ้านโล่งๆ มีสองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำและห้องครัวเล็กๆ อยู่หลังบ้าน ฉันถึงกับต้องอมยิ้มออกมาเมื่อเห็นรูปวัยละอ่อนของตัวเองแปะติดรอบผนังภายในเต็มไปหมด มองดูอย่างตื่นตาตื่นใจเพราะบางรูปก็ไม่เคยเห็นมาก่อนว่าพ่อกับแม่ไปแอบถ่ายมาตอนไหน “นี่พ่อกับแม่เล่นเอารูปเรามาติดเยอะแยะขนาดน
ผมก็ยังไม่วายที่จะพูดแหย่ตะไคร้ให้เธอเขินอายเล่นๆ เพราะผมชอบมองหน้าเธอเวลามันแดงก่ำ ดูน่ารักมากๆ “ไม่ต้องเลย...เดี๋ยวจะโดน!” พูดจบเธอก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปแล้วปิดประตูล็อกกลอนแบบแน่นหนา “จริงๆ เลย เมียใครวะเนี่ย” ผมยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูเธอแล้วล้มตัวลงนอนบนที่นอน ..... 21:00น. ป๊ากับม้าผมติ
“ว่าแต่ดาด้าคนสวยหลับแล้วเหรอ...?” ไอ้มาร์คมันถามตะไคร้ก่อนจะชะเง้อมองไปบนเตียง “หลับหรือซ้อมตายวะนั่น” “มึงไม่ต้องมาพูดเลย ขึ้นไปนอนบนเตียงมึงอะ” ผมไล่ให้ไอ้มาร์คขึ้นไปนอนบนเตียงแทน แล้วให้ตะไคร้นอนข้างล่างกับผม “เชี่ย! มึงจะบ้าเหรอวะไอ้สี่! กูไม่ขึ้น...จะนอนข้างล่าง” ไอ้มาร์คมันปฏิเสธที่จะขึ้
“ทำไมต้องห้าม...ในเมื่อคนที่โดนกระทำไม่ใช่เมียเฮีย” กรี๊ด!!! พี่หมวยนางร้องกรี๊ดออกมาอย่างกับคนบ้าเสียสติ จนน้ำหนึ่งกับรุ่นน้องต้องช่วยกันลากนางออกไปให้ร้องกรี๊ดที่อื่น “เฮ้อ...เรามานอนกันต่อดีกว่า ง่วงมาก” เฮียสี่ล้มตัวลงนอนพลางดึงฉันลงไปด้วย “สบายใจยังครับ” “สบายใจอะไรของเฮีย หนูไม่ได้มีอ







