LOGINChapter 03
วันต่อมา ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง บทสนทนาของพ่อแม่ตะไคร้ “นี่แม่มึงดีขึ้นบ้างมั้ย” “ดีขึ้นบ้างแล้ว พ่อมึงล่ะ...เป็นอะไรมากมั้ย” “ไม่เป็นอะไรมาก ดีที่ไอ้หนุ่มนั่นมันเข้าไปช่วยเราไว้ได้ทัน เฮ้อ...คิดแล้วก็ใจหาย บ้านทั้งหลังมอดไหม้หมด ข้าวของต่างๆ ที่สร้างกันมาก็มอดไหม้หายวับไปกับตาเช่นกัน เวรกรรมแท้ๆ เลย” พ่อของตะไคร้นั่งบนเตียงคนไข้แล้วเอามือขึ้นกุมขมับ “ไม่เป็นไรน่าพ่อมึง เดี๋ยวเราก็มาสร้างกันใหม่ก็ได้ของนอกกาย ดีแค่ไหนแล้วที่เรามีชีวิตรอดมาได้น่ะ แล้วนี่ตะไคร้มันไปไหนแล้วล่ะ...?” แม่ของตะไคร้ถามเมื่อฟื้นขึ้นมาก็ไม่เห็นลูกสาวของตนอยู่ภายในห้องด้วย “น่าจะออกไปซื้ออะไรกินนั่นแหละ...วันนี้มันก็ไม่ได้ไปเรียน เสื้อผ้าก็ไม่มี ที่ซุกหัวนอนกับข้าวของก็ไหม้ไปหมดแล้ว สงสารลูกจริงๆ เลยแม่เอ๊ย” “อย่าคิดมากไปเลยนะพ่อเอ๊ย มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น แล้วนี่เราจะเอาไงกันต่อดี ถ้าได้ออกจากโรงพยาบาลเราจะไปอยู่ที่ไหนกันก่อนดี” “พ่อว่าจะกลับไปตั้งหลักที่บ้านเกิดสักระยะก่อนน่ะ” “แม่ก็ว่าดีนะพ่อ กลับไปตั้งหลักกันก่อน” “แต่ตะไคร้...พ่อว่าจะให้มันอยู่ที่นี่ต่อ” “แล้วลูกจะอยู่ยังไงล่ะ เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวนะนั่น” “ตัวคนเดียวที่ไหนกัน มีไอ้หนุ่มนั่นอยู่ด้วย” “นี่พ่อหมายความว่ายังไง...?” “หมายความว่าพ่อจะยกตะไคร้ให้อยู่ในความดูแลของไอ้หนุ่มนั่นมัน จะให้ตะไคร้แต่งงาน ลูกคงจะสบายกว่าอยู่กับเราในตอนนี้ แม่มึงคิดว่ายังไงล่ะ” “เฮ้อ...แม่ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ติดก็ตรงที่ลูกยังเรียนและอายุแค่ยี่สิบสองเอง ลูกจะยอมหรือเปล่า” แม่ของตะไคร้มีสีหน้าเป็นกังวลขึ้นมาในทันที “ถ้าพ่อพูดลูกคงจะยอมแหละ ยังไงช่วงนี้เราจะให้ลูกไปลำบากด้วยไม่ได้เด็ดขาด เงินเก็บก็มีไม่มากพอที่จะจุนเจือ” ร้านสะดวกซื้อภายในโรงพยาบาล “กินอะไรดีวะเนี่ย” ฉันเดินวนไปวนมาอยู่ภายในร้านสะดวกซื้อมาหลายนาทีเพราะยังเลือกของกินที่ถูกใจไม่ได้สักที “เลือกไม่ได้ก็กินนมและกัน” ฉันหยิบนมรสหวานมาหนึ่งกล่องแล้วไปคิดเงินก่อนจะเดินออกมา “ตามหาอยู่ตั้งนาน” “พะ...พี่สี่!” ฉันตกใจจนทำนมกล่องนั้นที่พึ่งซื้อมาหลุดมือ ดีนะที่ยังไม่ได้เจาะกิน ไม่งั้นมีหกเละเทะแน่นอน “หืม...น่าตกใจขนาดนั้นเชียวเหรอ” เขาพูดพลางก้มลงเก็บนมให้แล้วปัดทำความสะอาดก่อนจะแกะหลอดเจาะเข้าไปที่กล่องนมแล้วยื่นมาให้ฉัน “กินนมหวานๆ ระวังฟันผุนะคนสวย” “ไม่ผุหรอกน่า ว่าแต่พี่มาทำอะไรเนี่ย อย่าบอกนะว่าเมื่อวานที่เข้าไปช่วยพ่อกับแม่หนูจนพี่ได้รับบาดเจ็บ” ฉันพูดไปพลางดูดนมไปและเดินวนดูรอบๆ ตัวพี่สี่ว่ามีแผลตรงไหนบ้าง “ใช่ แต่แผลมันอยู่ตรงนี้” พี่สี่ชี้ไปที่หน้าผากของเขา “ไหนอะ หน้าผากพี่ก็ปกติดีนี่” “มาดูใกล้ๆ ก่อนสิ ดูไกลแบบนั้นจะเห็นได้ยังไงเล่า” พี่สี่ย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วเสยผมบางส่วนที่บดบังหน้าผากเขาออก ฉันเดินเข้าไปแล้วเพ่งสายตาดูแบบตั้งใจ แต่ดูอยู่นานก็ ไม่เห็นว่าจะมีแผลหรือรอยฟกช้ำตรงไหนเลย “ไม่เห็นจะมีเลยพี่” จุ๊บ พี่สี่ใช่มือกดหัวฉันลงเพื่อให้จูบที่หน้าผากของเขา ก่อนจะปล่อยออก “ว้า...อยู่ๆ มันก็หายไปซะงั้น” “พี่สี่! ไอ้คนเจ้าเล่ห์ หลอกได้หลอกดี หลอกเก่งกว่าผีอีก” ฉันแว้ดใส่พี่สี่ก่อนจะเดินสะบัดก้นออกมาแบบไม่สนใจ . . ภายในห้องผู้ป่วย (ห้องพิเศษสำหรับผู้ป่วยสองคน) ฉันเปิดประตูเข้าห้องมาก็เห็นแม่และพ่อนั่งพูดคุยกันอยู่บนเตียงใครเตียงมัน สีหน้าของทั้งสองคนดูเป็นกังวลกับอะไรบางอย่าง “พ่อกับแม่คุยอะไรกันอยู่เหรอจ๊ะ” “เอ่อ...” แม่ฉันยังไม่ทันจะได้พูด พี่สี่ก็เดินเข้ามาแล้วยกมือขึ้นสวัสดีพ่อกับแม่ของฉัน “สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับแม่” พร้อมถือกระเช้าผลไม้ในมือมาวางไว้บนโต๊ะ “เป็นยังไงบ้างครับ” พี่สี่เดินเข้ามาหาแม่ของฉันที่นั่งอยู่บนเตียง “ดีขึ้นแล้วจ้ะ ต้องขอบคุณเอ็งมากๆ เลยนะ ที่มาช่วยชีวิตพ่อกับแม่ไว้ ขอบคุณจริงๆ เลย ไม่รู้จะตอบแทนยังไงดี” “นั่นสิ ข้าก็ไม่รู้จะตอบแทนเอ็งยังไงดีไอ้หนุ่ม ว่าแต่ต้องขอบคุณมากๆ นะ ที่มาช่วย” “ไม่เป็นอะไรเลยครับ” พี่สี่พูดพลางทำตัวนอบน้อม ชิ! ทีอยู่กับฉันนี่เหมือนคนละคนเลย “ตะไคร้มานี่สิ...” พ่อเรียกฉันให้เข้าไปหา “จ้า” ฉันก็เดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย “ไอ้หนุ่ม...เอ็งก็มานี่ด้วย ข้ามีอะไรจะคุยด้วยหน่อย” พ่อเรียกพี่สี่ให้เข้ามาหาด้วยอีกคน “ครับพ่อ” พี่สี่ก็เดินเข้ามาหาพ่ออย่างว่าง่ายเช่นกัน “ไอ้หนุ่ม...เอ็งชอบตะไคร้มันใช่มั้ย...?” “ตอบแบบตรงๆ เลยนะครับ ผมชอบลูกสาวพ่อมากๆ” “เอ็งคิดว่าจะดูแลตะไคร้มันได้มั้ย...?” “พ่อ...ถามอะไรเนี่ย” ฉันค้านขึ้น “สบายๆ เลยครับพ่อ” “ถ้าเกิดได้ออกจากโรงพยาบาลพ่อกับแม่ว่าจะกลับไปตั้งหลักกันที่บ้านเกิดก่อนน่ะ ไปอยู่นู่นมันก็ลำบากพอตัวเลย” พ่อนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้นต่อ “เพราะฉะนั้นพ่อคิดว่า...จะยกตะไคร้ให้อยู่ในความดูแลของเอ็งนะ จะให้เอ็งทั้งสองคนแต่งงานกัน สินสอดไม่ต้อง...เก็บตรงส่วนนั้นไว้ดูแลไอ้ตะไคร้มันแล้วกัน”Special Chapter III พ่อบ้านใจกล้า (หรือเปล่า) คฤหาสน์เสี่ยสาม ผู้ชายหลายๆ คนอาจจะกลัวเมียนะครับ แต่สำหรับผมบอกเลยว่าไม่ เราอย่ายอมให้มาข่มเราอยู่ฝ่ายเดียวเซ่! “เฮียล้างจานเสร็จหรือยัง?” “ล้างเสร็จแล้วครับ กำลังเก็บจานเข้าที่อยู่จ้า” ผมขานรับคุณเมียพลางเก็บจานให้เข้าที่เข้าทางของมัน จริงๆ ก็ไม่ได้กลัวหรอกนะครับ ผมอาสาทำให้เองต่างหาก “โอเคค่ะ...ถ้าเสร็จแล้วมาดูลูกให้หนูหน่อยนะ หนูจะไปกินข้าวกับน้ำหนึ่งมันน่ะ หิวมากๆ เลยตอนนี้” “ครับผม...เก็บจานเสร็จแล้วครับ เฮียจะรีบไปดูลูกให้เดี๋ยวนี้เลยจ้า” ชิ! ข้าวที่บ้านมันกินไม่ได้หรือยังไงวะ “หนูน่าจะออกไปเกือบๆ ชั่วโมงเลยอะค่ะ เฮียดูลูกๆ ทั้งสามคนได้ใช่มั้ยเอ่ย?” เธอมองหน้าผมด้วยสายตาที่บ่งบอกได้ว่า ดูไม่ได้มึงก็ต้องดูอะไรประมาณนี้อะ ถ้าไม่ติดอุ้มน้องเก้าอยู่ตะไคร้โดนผมเตะคว่ำไปแล้ว โถ่.. “เฮียกำลังคิดอะไรอยู่เหรอ” “อ๋อ เฮียกำลังคิดว่าทำไมวันนี้หนูสวยจัง” อยากเดินไปตบสักทีแล้วถามว่ามึงจะแต่งตัวไปกินข้าวหรือไปหาผู้ชายที่ไหนกันแน่... “คนสวยก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ หนูไปก่อนนะ ดูแลลูกๆ ให้ดีนะคะ กลับมาจะมีรางวัลให้” ว่าจบเธ
Special Chapter II วันที่ฝนพรำ ฉันนั่งหลบฝนอยู่กับเฮียสี่ที่ศาลาในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง คนกำลังเดินเล่นกันอย่างเพลินๆ ไอ้เจ้าฝนบ้านี่ก็ดันตกลงมาแบบกะหันหันเสียอย่างนั้น ฟีลมันจะดีมากๆ เลยนะถ้าได้หลบฝนกับพระเอกเหมือนในซีรีส์เกาหลี แต่นี่อะไรติดกับหนุ่มจีนหรือเปล่า หรือว่าหนุ่มลูกครึ่งฝรั่งกันนะ ฉันดูไม่ออกเลยว่าหน้าเฮียสี่แกจะไปทางไหน จีนก็ไม่ใช่ ฝรั่งก็ไม่เชิง เหมือนมันรวมๆ กันในเบ้าหน้าเดียวกัน แต่โดยรวมแล้วคือหล่อแหละ “เฮีย...ทำไมถึงชื่อสี่อะทั้งๆ ที่เป็นลูกคนเดียว” ฉันถามออกไปด้วยความอยากรู้ สงสัยมานานแล้วด้วย “อืม...ป๊าเคยบอกไว้ว่าอยากตั้งชื่อให้มันสอดคล้องกันกับป๊าน่ะ เพราะป๊าชื่อสามเลยตั้งชื่อเฮียว่าสี่” “อ๋อ...แล้วทำไมป๊ากับม้าถึงอยากมีลูกคนเดียวเหรอ” ฉันถามเฮียสี่อีกหนึ่งคำถามอย่างอยากรู้อยากเห็น หรือจะเรียกว่าเผือกก็ได้ แหะๆ ^o^ “ม้าเฮียร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงน่ะคุณหมออนุญาตให้มีได้แค่คนเดียวครับ แล้วทำไมหนูถึงชื่อตะไคร้อะ” เฮียสี่ถามฉันกลับบ้าง “แล้วทำไมถึงเป็นลูกคนเดียวด้วย” “แม่หนูชอบเอาตะไคร้มาดมตอนท้องน่ะ แม่บอกว่ามันหอมโล่งจมูกเวลาดมแล้วแม่จะอารมณ์ดี แต่พอเ
Special Chapter I เคยเจอกันมาก่อน นึกย้อนไปเมื่อตอนอายุสิบห้าปีฉันเคยแอบปลื้มพี่ผู้ชายอยู่คนหนึ่ง เขาดูดีมากๆ ผิวขาวและเนียนกริบ เขามักจะชอบมานั่งกินน้ำปั่นอยู่ที่หน้าโรงเรียนของฉันเป็นประจำ และฉันก็มักจะตีเนียนไปนั่งกินอยู่โต๊ะข้างๆ พี่เขาประจำเช่นกัน “อีตะไคร้” “อะไรอีน้ำหนึ่ง” “นี่มึงพากูมาแดกจนหน้าจะเหลวเป็นน้ำปั่นแล้วนะ” น้ำหนึ่งมันบ่นแต่ปากก็ดูดน้ำปั่นไม่หยุด “บ่นๆ แต่ปากก็ดูดน้ำไม่หยุด ย้อนแย้งนะมึงอะ” ฉันมองมันแล้วส่ายหน้าอย่างเอือมระอา “มึงจะจีบก็จีบน้องเค้าสักทีดิ กูเบื่อที่จะมากับมึงละนะ” เพื่อนของพี่ผู้ชายคนนั้นพูดขึ้น ว่าแต่จะมาจีบใครกันนะ “เออน่า...มึงก็ใจเย็นๆ ก่อนดิ กูกำลังหว่านล้อมน้องมันอยู่ น้องมันน่ารักนะเว้ย ถ้ามึงเห็นมึงก็ต้องชอบ” เขาตอบกลับเพื่อนแล้วมองไปทางประตูโรงเรียนเหมือนกำลังมองหาใครบางคน “ดับฝันซะละ พี่เขามาตามจีบคนในโรงเรียนเรามึง” “แล้วไงเล่า...เขาจะจีบใครก็จีบไปสิ กูแค่แอบปลื้มไม่ใช่อยากได้มาเป็นแฟนสักหน่อย” ตอบกลับเสียงเรียบ แต่ในใจตอนนี้กินแห้วไปแล้ว นกอีกแล้วอีตะไคร้ TT “จ้า...แอบปลื้ม แต่มึงคอยมานั่งเฝ้าเค้าแบบนี้ทุกวัน
ส่งท้าย หลายปีผ่านไป เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกมาก ตอนนี้ลูกๆ ของผมโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันหมดแล้ว เจ้าแฝดหนึ่งกับสองก็อายุยี่สิบห้ากันแล้ว ส่วนลูกสาวคนเล็กน้องเก้าพึ่งจะอายุยี่สิบปีเต็ม นั่นแหละครับลูกสาวคนเล็กได้ยินไม่ผิดหรอก หลังจากที่ตะไคร้ชวนผลิตลูกเราก็ไม่รอช้าผลิตกันทุกวันจนน้องเก้ามาเกิดและลืมตามาดูโลกตอนเจ้าแฝดอายุได้ห้าขวบ ที่จริงก็อยากจะมีเพิ่มอีกสักคน แต่เมียดันบอกว่าพอแล้วเธอไม่อยากมีเพิ่มแล้วเพราะว่าสามคนกำลังดี แอบเซ็งเลยครับตอนนั้น... อย่ามาถามหาอายุผมเลยครับตอนนี้ถึงจะเลขห้าแต่ว่า เบ้าหน้าผมก็ยังดูดีเหมือนตอนสามสิบเพราะว่าผมดูแลตัวเองเป็นอย่างดีมาตลอด ส่วนเมียผมเข้าเลขสี่เธอก็ยังดูสวยและเซ็กซี่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเช่นกัน เหมือนพี่ชายพี่สาวมากกว่าพ่อแม่อีกครับตอนนี้ “เฮียเรียกลูกๆ มาทำไมเหรอคะ” ตะไคร้ถามผมแล้วทำหน้าตาสงสัยว่าผมเรียกลูกๆ ให้มารวมตัวกันทำไม “เฮียมีเรื่องจะคุยกับลูกๆ นิดหน่อยน่ะครับ” ผมตอบกลับแล้วยิ้มหวานให้เธอ “แล้วนี่น้องสองไปไหนทำไมยังไม่มา” “เฮียสองกำลังมาค่ะป่าป๊า” น้องเก้าตอบพลางนั่งอยู่บนโซฟาข้างๆ หม่าหม้าตะไคร้แล้วซบลงตรงอก น้องเก
พอช่วยแม่ทำกับข้าวเสร็จฉันก็เดินออกไปดูที่หลังบ้านว่าเฮียสี่พาลูกเล่นอะไรทำไมถึงกรี๊ดกร๊าดกันเสียงดัง เดินไปเรื่อยๆ ฉันก็ต้องสตั้นให้กับภาพตรงหน้า “ไอ้เฮีย!!” อีเฮียมันพาลูกมาเล่นโคลนจนเลอะเทอะและมอมแมมทั้งสามคนพ่อลูก ฉันถึงกับกุมขมับแล้วเอามือทาบอก อกอีตะไคร้จะแตกทุกทีที่ให้อีเฮียสี่มันเลี้ยงลูก “ลูกๆ สนุกดีออก หนูอย่าดุไปเลยน่า” เฮียสี่พูดขึ้นแบบหน้าตาเฉยแล้วเอาโคลนไปป้ายที่หน้าลูกๆ ต่อ “อย่าดุเรอะ! ดูเฮียพาลูกทำแต่ละอย่างเซ่!” “ยิ่งเลอะยิ่งเยอะประสบการณ์นะครับหม่าม้าคนสวย” “ยิ่งเลอะยิ่งทำความสะอาดยากนะคะป่าป๊าคนมึน” “นี่ๆ หม่าม้าเลอะด้วย ฮ่า” เจ้าแฝดวิ่งเอาโคลนมาป้าย ที่แขนฉันอย่างสนุกสนาน อีหม่าม้าคนนี้ได้แต่ยืนกำมือแน่นแล้วข่มอารมณ์ไว้ ท่องไว้ลูกกูแต่เหมือนป่าป๊ามัน!!! “พากันเลิกเล่นแล้วไปอาบน้ำกันเดี๋ยวนี้เลยนะ!” ฉันพูดเสียงดุ ทำให้เฮียสี่รีบจูงมือลูกๆ ไปรออยู่ที่หลังบ้านเพื่ออาบน้ำข้างนอกเพราะตัวเลอะเข้าไปในบ้านไม่ได้ แม่ช่วยอาบน้ำให้เจ้าแฝด ส่วนฉันต้องมาอาบให้ป่าป๊าของเจ้าแฝดจ้า โตขนาดนี้แล้วอ้อนเมียพอๆ กับลูกเลย อายุก็สามสิบสามจะสามสิบสี่แล้วนะแต่ทำ
สองอาทิตย์ต่อมา วัดxxx ป๊ากับม้าพาฉันกับเฮียสี่มาทำบุญล้างซวยหน่อย เพราะที่ผ่านมาเจอแต่เรื่องร้ายๆ ส่วนเจ้าแฝดตากับยายมารับกลับไปเที่ยวที่บ้านเกิดของท่านเมื่อช่วงเช้านี้ เดี๋ยวทำบุญเสร็จฉันกับเฮียสี่ก็จะตามลูกๆ ไปทีหลัง “เฮ้อ...เรื่องร้ายๆ คงจะไม่มีแล้วแหละ” ป๊าพูดขึ้น “คงจะจบแล้วแหละเรื่องร้ายๆ น่ะ” ม้าพูดสมทบ พูดจบม้าป๊าก็กอดคอกันเดินไปเรื่อยๆ “ป๊าม้านี่ก็มีมุมน่ารักๆ เหมือนกันเนอะเฮีย” “เราก็มีมุมน่ารักนะครับ” พูดจบเฮียสี่ก็จับมือฉันไว้แน่นแล้วจูงมือเดินกันไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะไปให้อาหารปลาก่อนกลับกัน “ปลาเยอะมากๆ เลยอะ มันแย่งกันแบบนี้บางตัวก็คงจะไม่ได้กินสินะ” ฉันฉีกขนมปังเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วพยามโยนให้มันกระจัดกระจายปลาจะได้กินแบบทั่วถึง “เฮียขอขนมปังหน่อยค่ะ” “.....” “เฮียสี่หนูขอขนมปังหน่อย” ฉันพูดพลางหันไปดูก็เห็นขนมปังที่ซื้อมาให้ปลาอยู่ในท้องอีเฮียหมดแล้วเพราะตอนนี้กำลังเอาเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย “เฮีย! หนูซื้อมาให้ปลานะนั่นอะ” “แหะๆ ตอนแรกแค่จะชิม พอชิมไปชิมมาแล้วมันเพลินจนลืมตัวเลย” เฮียยิ้มเจื่อนๆ ใส่แล้วยื่นเศษขนมปังที่อยู่ก้นถุงให้ “หิวเรอะ! ถ้าหนูเป
“ก็ได้ๆ หนูรอตรงนี้แป๊บนะ ห้ามไปไหนเด็ดขาด!” เฮียสี่พูดกำชับแกมบังคับนั่นแหละว่าให้ฉันอยู่ตรงนี้ห้ามไปไหน “อื้มๆ” ฉันรับปากแล้วหยิบต้นไม้ต้นสุดท้ายมาลงดิน ว่าจบเฮียสี่ก็เดินไป ส่วนพี่หมวยยืนกอดอกแล้วจิกสายตาใส่ฉัน ฉันทำเป็นไม่สนใจแล้วเอาดินกลบต้นไม้ “ปากดีเนอะ!” “ก็พอตัวอะค่ะ...ว่าแต่พี่ต้อ
Chapter 05 ณ สถานที่แห่งหนึ่ง กิจกรรมเข้าค่ายทำความดี “วันนี้น้องตะไคร้ดูน่ารักดีนะครับ ปกติใส่ชุดนักศึกษาก็น่ารักอยู่แล้ว พอมาใส่ชุดลำลองนี่น่ารักเข้าไปใหญ่เลย” พี่บอมชมฉันแล้วยิ้มกว้างออกมา “ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ว่าแต่...พี่เองก็ดูหล่อเหมือนกันนะคะ หล่อมากๆ อิ อิ” ฉันชมพี่บอมกลับบ้างตามมารย
“ยะ...หยุดทำก่อนสิ แล้วเดี๋ยวหนูจะอะ...อธิบายให้ฟัง อ๊าส์...หนูจุกท้องเฮีย ถ้าไม่หยุดก็เบาหน่อยเซ่!” ฉันโวยวายแล้วพยายามดีดดิ้นจนจุดเชื่อมระหว่างทางรักของเราสองคนหลุดออกจากกัน วินาทีนั้นรีบดึงกระโปรงลงแล้วหันหลังพิงประตูรถทันที “พอเถอะเฮีย คุยกันก่อน” ฉันพูดพลางจ้องมองเฮียสี่ด้วยสายตาที่อ้อนวอนสุดก
ภายในก็ไม่มีอะไรมากนัก เป็นบ้านโล่งๆ มีสองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำและห้องครัวเล็กๆ อยู่หลังบ้าน ฉันถึงกับต้องอมยิ้มออกมาเมื่อเห็นรูปวัยละอ่อนของตัวเองแปะติดรอบผนังภายในเต็มไปหมด มองดูอย่างตื่นตาตื่นใจเพราะบางรูปก็ไม่เคยเห็นมาก่อนว่าพ่อกับแม่ไปแอบถ่ายมาตอนไหน “นี่พ่อกับแม่เล่นเอารูปเรามาติดเยอะแยะขนาดน







