로그인Chapter 03
วันต่อมา ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง บทสนทนาของพ่อแม่ตะไคร้ “นี่แม่มึงดีขึ้นบ้างมั้ย” “ดีขึ้นบ้างแล้ว พ่อมึงล่ะ...เป็นอะไรมากมั้ย” “ไม่เป็นอะไรมาก ดีที่ไอ้หนุ่มนั่นมันเข้าไปช่วยเราไว้ได้ทัน เฮ้อ...คิดแล้วก็ใจหาย บ้านทั้งหลังมอดไหม้หมด ข้าวของต่างๆ ที่สร้างกันมาก็มอดไหม้หายวับไปกับตาเช่นกัน เวรกรรมแท้ๆ เลย” พ่อของตะไคร้นั่งบนเตียงคนไข้แล้วเอามือขึ้นกุมขมับ “ไม่เป็นไรน่าพ่อมึง เดี๋ยวเราก็มาสร้างกันใหม่ก็ได้ของนอกกาย ดีแค่ไหนแล้วที่เรามีชีวิตรอดมาได้น่ะ แล้วนี่ตะไคร้มันไปไหนแล้วล่ะ...?” แม่ของตะไคร้ถามเมื่อฟื้นขึ้นมาก็ไม่เห็นลูกสาวของตนอยู่ภายในห้องด้วย “น่าจะออกไปซื้ออะไรกินนั่นแหละ...วันนี้มันก็ไม่ได้ไปเรียน เสื้อผ้าก็ไม่มี ที่ซุกหัวนอนกับข้าวของก็ไหม้ไปหมดแล้ว สงสารลูกจริงๆ เลยแม่เอ๊ย” “อย่าคิดมากไปเลยนะพ่อเอ๊ย มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น แล้วนี่เราจะเอาไงกันต่อดี ถ้าได้ออกจากโรงพยาบาลเราจะไปอยู่ที่ไหนกันก่อนดี” “พ่อว่าจะกลับไปตั้งหลักที่บ้านเกิดสักระยะก่อนน่ะ” “แม่ก็ว่าดีนะพ่อ กลับไปตั้งหลักกันก่อน” “แต่ตะไคร้...พ่อว่าจะให้มันอยู่ที่นี่ต่อ” “แล้วลูกจะอยู่ยังไงล่ะ เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวนะนั่น” “ตัวคนเดียวที่ไหนกัน มีไอ้หนุ่มนั่นอยู่ด้วย” “นี่พ่อหมายความว่ายังไง...?” “หมายความว่าพ่อจะยกตะไคร้ให้อยู่ในความดูแลของไอ้หนุ่มนั่นมัน จะให้ตะไคร้แต่งงาน ลูกคงจะสบายกว่าอยู่กับเราในตอนนี้ แม่มึงคิดว่ายังไงล่ะ” “เฮ้อ...แม่ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ติดก็ตรงที่ลูกยังเรียนและอายุแค่ยี่สิบสองเอง ลูกจะยอมหรือเปล่า” แม่ของตะไคร้มีสีหน้าเป็นกังวลขึ้นมาในทันที “ถ้าพ่อพูดลูกคงจะยอมแหละ ยังไงช่วงนี้เราจะให้ลูกไปลำบากด้วยไม่ได้เด็ดขาด เงินเก็บก็มีไม่มากพอที่จะจุนเจือ” ร้านสะดวกซื้อภายในโรงพยาบาล “กินอะไรดีวะเนี่ย” ฉันเดินวนไปวนมาอยู่ภายในร้านสะดวกซื้อมาหลายนาทีเพราะยังเลือกของกินที่ถูกใจไม่ได้สักที “เลือกไม่ได้ก็กินนมและกัน” ฉันหยิบนมรสหวานมาหนึ่งกล่องแล้วไปคิดเงินก่อนจะเดินออกมา “ตามหาอยู่ตั้งนาน” “พะ...พี่สี่!” ฉันตกใจจนทำนมกล่องนั้นที่พึ่งซื้อมาหลุดมือ ดีนะที่ยังไม่ได้เจาะกิน ไม่งั้นมีหกเละเทะแน่นอน “หืม...น่าตกใจขนาดนั้นเชียวเหรอ” เขาพูดพลางก้มลงเก็บนมให้แล้วปัดทำความสะอาดก่อนจะแกะหลอดเจาะเข้าไปที่กล่องนมแล้วยื่นมาให้ฉัน “กินนมหวานๆ ระวังฟันผุนะคนสวย” “ไม่ผุหรอกน่า ว่าแต่พี่มาทำอะไรเนี่ย อย่าบอกนะว่าเมื่อวานที่เข้าไปช่วยพ่อกับแม่หนูจนพี่ได้รับบาดเจ็บ” ฉันพูดไปพลางดูดนมไปและเดินวนดูรอบๆ ตัวพี่สี่ว่ามีแผลตรงไหนบ้าง “ใช่ แต่แผลมันอยู่ตรงนี้” พี่สี่ชี้ไปที่หน้าผากของเขา “ไหนอะ หน้าผากพี่ก็ปกติดีนี่” “มาดูใกล้ๆ ก่อนสิ ดูไกลแบบนั้นจะเห็นได้ยังไงเล่า” พี่สี่ย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วเสยผมบางส่วนที่บดบังหน้าผากเขาออก ฉันเดินเข้าไปแล้วเพ่งสายตาดูแบบตั้งใจ แต่ดูอยู่นานก็ ไม่เห็นว่าจะมีแผลหรือรอยฟกช้ำตรงไหนเลย “ไม่เห็นจะมีเลยพี่” จุ๊บ พี่สี่ใช่มือกดหัวฉันลงเพื่อให้จูบที่หน้าผากของเขา ก่อนจะปล่อยออก “ว้า...อยู่ๆ มันก็หายไปซะงั้น” “พี่สี่! ไอ้คนเจ้าเล่ห์ หลอกได้หลอกดี หลอกเก่งกว่าผีอีก” ฉันแว้ดใส่พี่สี่ก่อนจะเดินสะบัดก้นออกมาแบบไม่สนใจ . . ภายในห้องผู้ป่วย (ห้องพิเศษสำหรับผู้ป่วยสองคน) ฉันเปิดประตูเข้าห้องมาก็เห็นแม่และพ่อนั่งพูดคุยกันอยู่บนเตียงใครเตียงมัน สีหน้าของทั้งสองคนดูเป็นกังวลกับอะไรบางอย่าง “พ่อกับแม่คุยอะไรกันอยู่เหรอจ๊ะ” “เอ่อ...” แม่ฉันยังไม่ทันจะได้พูด พี่สี่ก็เดินเข้ามาแล้วยกมือขึ้นสวัสดีพ่อกับแม่ของฉัน “สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับแม่” พร้อมถือกระเช้าผลไม้ในมือมาวางไว้บนโต๊ะ “เป็นยังไงบ้างครับ” พี่สี่เดินเข้ามาหาแม่ของฉันที่นั่งอยู่บนเตียง “ดีขึ้นแล้วจ้ะ ต้องขอบคุณเอ็งมากๆ เลยนะ ที่มาช่วยชีวิตพ่อกับแม่ไว้ ขอบคุณจริงๆ เลย ไม่รู้จะตอบแทนยังไงดี” “นั่นสิ ข้าก็ไม่รู้จะตอบแทนเอ็งยังไงดีไอ้หนุ่ม ว่าแต่ต้องขอบคุณมากๆ นะ ที่มาช่วย” “ไม่เป็นอะไรเลยครับ” พี่สี่พูดพลางทำตัวนอบน้อม ชิ! ทีอยู่กับฉันนี่เหมือนคนละคนเลย “ตะไคร้มานี่สิ...” พ่อเรียกฉันให้เข้าไปหา “จ้า” ฉันก็เดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย “ไอ้หนุ่ม...เอ็งก็มานี่ด้วย ข้ามีอะไรจะคุยด้วยหน่อย” พ่อเรียกพี่สี่ให้เข้ามาหาด้วยอีกคน “ครับพ่อ” พี่สี่ก็เดินเข้ามาหาพ่ออย่างว่าง่ายเช่นกัน “ไอ้หนุ่ม...เอ็งชอบตะไคร้มันใช่มั้ย...?” “ตอบแบบตรงๆ เลยนะครับ ผมชอบลูกสาวพ่อมากๆ” “เอ็งคิดว่าจะดูแลตะไคร้มันได้มั้ย...?” “พ่อ...ถามอะไรเนี่ย” ฉันค้านขึ้น “สบายๆ เลยครับพ่อ” “ถ้าเกิดได้ออกจากโรงพยาบาลพ่อกับแม่ว่าจะกลับไปตั้งหลักกันที่บ้านเกิดก่อนน่ะ ไปอยู่นู่นมันก็ลำบากพอตัวเลย” พ่อนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้นต่อ “เพราะฉะนั้นพ่อคิดว่า...จะยกตะไคร้ให้อยู่ในความดูแลของเอ็งนะ จะให้เอ็งทั้งสองคนแต่งงานกัน สินสอดไม่ต้อง...เก็บตรงส่วนนั้นไว้ดูแลไอ้ตะไคร้มันแล้วกัน”“อะ...เอ่อ ขอโทษนะคะ พอดีไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท” พนักงานสาวรีบก้มหัวและกล่าวขอโทษทันที “มะ...ไม่เป็นไรค่ะ” “ไม่เป็นไรครับ” ฉันและพี่สี่ต่างคนต่างเลิ่กลั่กไปไม่ถูกกันทั้งคู่ “คือว่าใกล้จะถึงช่วงพิธีรดน้ำสังข์แล้วค่ะ เลยจะมาบอกว่าให้เตรียมพร้อมกันก่อนน่ะค่ะ” “อ๋อ ค่ะๆ เดี๋ยวจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” ว่าจบฉันก็ชิ่งเดินออกมาในทันที อายจะแย่อยู่แล้ว จูบกันยังไม่พอดันมีคนเข้ามาเห็นไปอีก “รอด้วยสิจ๊ะเมียจ๋า” พี่สี่ตะโกนและเดินตามหลังมาแบบติดๆ จนเดินมาตีคู่ฉันได้ทัน “เขินเหรอ” “คะ...ใครเขิน เขินอะไร พี่อย่ามามั่ว” อุ๊บส์ พี่สี่จับฉันจูบปากอีกแล้ว “บอกให้เรียกว่าอะไรจ๊ะ...” “พี่...เฮียสี่! ไม่อายบ้างหรือไงฮะ หนูนี่อายจะแย่แล้ว” “อายทำไม ผัวเมียเขาจะจู๋จี๋กันมันผิดตรงไหนเหรอ จริงมั้ยครับ” พี่สี่พูดพลางหันไปถามพนักงานสาวที่เดินตามหลังมา “จะ...จริงค่ะ คู่ของคุณนี่ดูน่ารักดีจริงๆ เลยนะคะ” พนักงานสาวตอบกลับพี่สี่แบบยิ้มๆ “ฉันก็อยากมีสามีที่น่ารักแบบนี้บ้าง แต่สามีที่บ้านนี่ไม่ไหวเลยค่ะ กวนสุดๆ” ฮ่า ฮ่า พี่สี่และพนักงานสาวต่างหัวเราะร่าออกมาอย่างชอบอกชอบใจ สองคนดู
“อะ...อะไรนะพ่อ! นี่พ่อล้อกันเล่นใช่มั้ย” ฉันตกตะลึงกับ คำพูดของพ่อเมื่อกี้ นี่ล้อกันเล่นหรือเปล่า อยู่ๆ จะยกฉันให้ไอ้พี่สี่ง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ “ข้าไม่ได้ล้อเล่น เอ็งก็อย่าดื้อด้านให้มันมากนักล่ะ” “พะ...พ่อพูดจริงๆ เหรอครับ” พี่สี่ถามพ่ออีกครั้งอย่างตะกุกตะกัก “จะให้ตะไคร้แต่งงานกับผมจริงๆ เหรอครับ” “จริงสิวะ ข้าไม่เคยล้อเล่น เอ็งดูแลลูกสาวข้าให้ดีๆ ก็แล้วกัน อย่าตบ! อย่าตี! ห้ามทำให้มันเสียใจเด็ดขาดเลยนะเว้ย” “ขอบคุณพ่อมากๆ เลยนะครับ สัญญาว่าผมจะดูแลเป็นอย่างดี ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยแหละครับ” พี่สี่มีสีหน้าที่ดีใจสุดขีดไปเลยในตอนนี้ “พ่อ...พ่ออย่าทิ้งหนูแบบนี้สิ” ฉันทำหน้าเศร้าแล้วเดินเข้าไปกอดพ่อ “พ่อไม่รักหนูแล้วเหรอ” “เพราะรักนี่แหละถึงได้ทำแบบนี้ เชื่อพ่อเถอะ...อยู่กับไอ้หนุ่มนี่เอ็งจะสบาย ไว้พ่อกับแม่ตั้งตัวอีกครั้งได้เมื่อไหร่จะรีบมารับเอ็งกลับไปอยู่ด้วยเลย” พ่อกอดฉันแล้วลูบหัวเบาๆ “อย่าดื้อนะลูก พ่อกับแม่รักเอ็งเสมอแหละ แต่แค่ตอนนี้ไม่อยากเอาเอ็งไปลำบากด้วยก็แค่นั้น ไว้พ่อกับแม่จะมาหาเอ็งบ่อยๆ นะ ตะไคร้เอ๊ย” แม่พูดขึ้น “หนูไม่มีทางเลือกอื่นเลยใช่มั้ยเนี่ย
Chapter 03วันต่อมา ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งบทสนทนาของพ่อแม่ตะไคร้“นี่แม่มึงดีขึ้นบ้างมั้ย” “ดีขึ้นบ้างแล้ว พ่อมึงล่ะ...เป็นอะไรมากมั้ย”“ไม่เป็นอะไรมาก ดีที่ไอ้หนุ่มนั่นมันเข้าไปช่วยเราไว้ได้ทัน เฮ้อ...คิดแล้วก็ใจหาย บ้านทั้งหลังมอดไหม้หมด ข้าวของต่างๆ ที่สร้างกันมาก็มอดไหม้หายวับไปกับตาเช่นกัน เวรกรรมแท้ๆ เลย” พ่อของตะไคร้นั่งบนเตียงคนไข้แล้วเอามือขึ้นกุมขมับ“ไม่เป็นไรน่าพ่อมึง เดี๋ยวเราก็มาสร้างกันใหม่ก็ได้ของนอกกาย ดีแค่ไหนแล้วที่เรามีชีวิตรอดมาได้น่ะ แล้วนี่ตะไคร้มันไปไหนแล้วล่ะ...?” แม่ของตะไคร้ถามเมื่อฟื้นขึ้นมาก็ไม่เห็นลูกสาวของตนอยู่ภายในห้องด้วย“น่าจะออกไปซื้ออะไรกินนั่นแหละ...วันนี้มันก็ไม่ได้ไปเรียน เสื้อผ้าก็ไม่มี ที่ซุกหัวนอนกับข้าวของก็ไหม้ไปหมดแล้ว สงสารลูกจริงๆ เลยแม่เอ๊ย”“อย่าคิดมากไปเลยนะพ่อเอ๊ย มันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น แล้วนี่เราจะเอาไงกันต่อดี ถ้าได้ออกจากโรงพยาบาลเราจะไปอยู่ที่ไหนกันก่อนดี” “พ่อว่าจะกลับไปตั้งหลักที่บ้านเกิดสักระยะก่อนน่ะ”“แม่ก็ว่าดีนะพ่อ กลับไปตั้งหลักกันก่อน”“แต่ตะไคร้...พ่อว่าจะให้มันอยู่ที่นี่ต่อ”“แ
“ตะไคร้รอเฮียอยู่ตรงนี้นะ ห้ามเข้าไปเด็ดขาด!” ว่าจบพี่สี่ก็วิ่งว่อนไปทั่วเพื่อหาอะไรบางอย่างก่อนจะเจอสิ่งนั้น มันเป็นผ้าห่มขนาดใหญ่ พี่สี่ทำมันให้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำแล้วเอามาคลุมตัวเองไว้ก่อนจะเดินลุยเข้าไปในบ้านของฉันเฮ้ย…ไอ้หนุ่มมันอันตรายนะเว้ย!ระวังนะไอ้หนุ่มไฟมันแรงขึ้นเรื่อยๆ!!เสียงผู้คนต่างร้องตะโกนบอกกับพี่สี่ว่ามันอันตรายเพราะตอนนี้ไฟเริ่มลุกขึ้นเรื่อยๆ แต่พี่เขาไม่ได้สนใจที่จะฟังกลับเดินเข้าไปในบ้านหวังจะช่วยพ่อกับแม่ของฉันฉันทำอะไรไม่ถูกแล้วในตอนนี้ ได้แต่นั่งร้องไห้ตัวสั่นเทากลัวว่าพ่อกับแม่จะเป็นอะไรไป และก็ห่วงพี่สี่ด้วย...ไม่นานนักพี่สี่ก็ออกมาพร้อมกับแบกแม่ฉันที่หมดสติไว้บนหลังโดยมีผ้าห่มที่ชุบน้ำคลุมตัวออกมา ชาวบ้านที่เห็นก็รีบเข้าไปช่วยพยุงแม่ฉันมานอนรอรถพยาบาล เมื่อเห็นแบบนั้นฉันก็รีบวิ่งเข้าไปหาแม่ทันที “มะ...แม่จ๋า แม่อย่าเป็นอะไรนะ ฮือๆ” ฉันลูบที่ใบหน้าแม่แล้วร้องไห้ไม่หยุด ก่อนจะสังเกตเห็นว่าพ่อฉันยังไม่ได้ออกมาด้วย และตอนนี้พี่สี่ก็เดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง ตอนนี้ไฟมันลุกแรงขึ้นกว่าเดิมเสียงรถดับเพลิงก็ดังขึ้นมาและมีพนักงานหลายคนพากันวิ่งและลา
ฉันนั่งฮัมเพลงอยู่ภายในรถพี่สี่อย่างคนอารมณ์ดี ไม่ใช่อะไรนะพอดีพี่แกเปิดเพลงที่ฉันชอบพอดีน่ะ “เห็นมั้ย ให้เฮียมารับดูสบายดีออก ได้กินขนมอร่อยๆ ได้นั่งรถเบาะนุ่มๆ แอร์เย็นๆ ไม่ต้องไปยืนโหนรถเมล์ให้เมื่อยด้วย” ปากพูดมือพี่สี่ก็บังคับพวงมาลัยรถไป สายตาก็สลับมามองดูฉันเป็นระยะๆ “หนูนี่น่าเอ็นดูจริงๆ เลยนะตะไคร้”“โนว โนว ไม่ต้องมาเอ็นดูอะไรหนูเลยนะ แค่ยอมนั่งรถกลับมาด้วยแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นแหละ วันอื่นๆ หนูก็จะกลับเองตามปกติ” รีบค้านขึ้นก่อนที่พี่สี่จะพูดหว่านล้อมฉันอีก“ว่าแต่จะให้เฮียไปส่งที่ไหนดี ที่บ้านหรือที่ร้าน...?”“ส่งที่บ้านแหละพี่ วันนี้ร้านปิดหนึ่งวันเพราะพ่อหนูปวดหลังแกขอนอนพักหนึ่งวันน่ะ” “อ้าวเหรอ...แล้วไปหาหมอมาหรือยังล่ะ”“พ่อหนูมีพยาบาลคู่ใจอยู่ดูแลอยู่แล้วแหละ”“ใครเหรอ...?”“ก็แม่หนูไงเล่า พ่อหนูดื้อจะตายไม่ยอมไปหาหมอง่ายๆ หรอก แกบอกแค่ว่ามีแม่ดูแลอยู่ข้างๆ แป๊บเดียวเดี๋ยวก็หายแล้ว”“น่ารักดีจัง...หนูไม่สนใจมาเป็นพยาบาลคู่ใจให้เฮียบ้างเหรอคะ...ตะไคร้คนสวย” เขาหันมามองแล้วยิ้มหวานใส่ฉัน“ไม่อะ หนูไม่ชอบผู้ชายที่แก่กว่า ชิ!” ฉันพูดแทงใจดำแล้วเบะปากใส่พ
วันต่อมาร้านเค้กเลิฟเลิฟ“นี่พี่สี่...พี่จะตามรังควานหนูไปถึงไหนกันเนี่ย คนอะไรตีมึนเก่งสุดๆ ไปเลย” ฉันพูดพลางนั่งส่ายหน้าอย่างเอือมๆ แล้วตักเค้กสุดแสนอร่อยเข้าปาก“ก็เฮียบอกแล้วว่าอยากได้หนูมาเป็นเมียไง หนูนั่นแหละตีมึนสุดๆ ไปเลย สวยก็สวยดันใจร้ายชะมัด” พี่สี่พูดพลางหยิบแก้วกาแฟเย็นมาดื่ม “ถ้ายอมเป็นเมียเฮียนะ...จะพามากินของอร่อยๆ แบบนี้ทุกวันเลย และจะพาไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ กระเป๋าสวยๆ แบบไม่มีจำกัดเลยแหละ”“อย่าเอาของพวกนี้มาล่อหนูเลยน่า...มันไม่ได้ผลหรอก” ฉันเบ้ปากใส่พี่สี่ แล้วตักเค้กกินต่ออย่างเอร็ดอร่อย “หนูขอถามอะไรหน่อยสิ...”“ได้ครับ...ถามมาเลย”“ทำไมพี่ถึงอยากมีเมีย และทำไมถึงต้องเป็นหนู ขอความจริงนะพี่ ตอบมาตามจริงเลยนะ” ฉันวางช้อนลงบนจานเค้กแล้วตั้งหน้าตั้งตารอฟังในสิ่งที่พี่สี่จะพูด“คือ...ถ้าให้พูดก็ป๊าเฮียน่ะแกอยากจะอุ้มหลานไง เลยบังคับให้เฮียมีเมียสักทีจะได้มีหลานให้แกอุ้มไวๆ”“แล้วยังไงต่อ...” “ป๊าบอกว่าถ้าภายในเดือนนี้เฮียยังหาเมียไม่ได้จะให้ไปแต่งงานกับยัยหมูดาวลูกสาวของเพื่อนป๊าน่ะ”“ก็แต่งไปสิพี่ ไม่เห็นต้องมาลำบากวิ่งตามหนูแบบนี้เลย” ฉันไม่เข้าใจจริงๆ พ







