Home / โรแมนติก / แค่ของชั่วคราวที่คุณไม่รัก / บทที่ 5 เหตุการณ์เลวร้าย

Share

บทที่ 5 เหตุการณ์เลวร้าย

last update publish date: 2026-04-18 00:13:56

หลังจากวันนั้นผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ลูกหว้าพยายามเลี่ยงการไปไหนมาไหนสองต่อสองกับเจ้านายหนุ่ม เพราะไม่อยากมีปัญหากับคู่ควงของกองทัพ บางวันคนที่มาหาเขาไม่เคยซ้ำหน้าเลย จนเธอนั่งทำงานในห้องร่วมกับเขารู้สึกรำคาญแทน

“พี่ทัพคะ เย็นนี้ว่างไหม”

“ไม่ว่าง” เอ่ยตอบขณะสายตาคมกริบจับจ้องร่างอรชรของลูกหว้า ใจหนึ่งอยากให้เธอหึงแต่อีกฝ่ายเงียบเกิน

“มองอะไรคะ ฟองอยู่นี่” มือเรียวจับใบหน้าคมคายให้หันมามองตัวเอง

“อองฟอง เธอกลับไปได้แล้ว”

“ทำไมคะ พี่ทัพไม่สนใจฟองแล้วเหรอ” แสร้งบีบน้ำตา แล้วหย่อนก้นนั่งบนตักแกร่ง

“คุณกองทัพ เอกสารที่คุณต้องการเสร็จเรียบร้อยแล้ว” ลูกหว้าวางแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ แทรกบทสนทนาระหว่างกองทัพกับอองฟองทำให้คนบนตักแกร่งหันขวับมองเธอ จ้องเขม็งอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ

“นี่เธอ! ไม่เห็นเหรอว่าฉันคุยกับพี่ทัพอยู่”

“ขอโทษค่ะ แต่นี่เวลาทำงานหวังว่าจะเข้าใจ”

“เธอจะบอกว่าฉันเป็นคนไม่มีการมีงานทำเหรอ”

“แล้วแต่จะคิด ขอตัวก่อนค่ะ” เอ่ยตอบเสียงเรียบ หมุนตัวกลับไปยังโต๊ะทำงาน

“พี่ทัพ ผู้หญิงคนนั้นมันว่าฟอง” ไม่รอช้าจะฟ้องชายหนุ่มหวังให้ตำหนิลูกหว้า แต่คำตอบที่ได้รับทำเอาหน้าเจื่อน

“กลับไปได้แล้ว ฉันมีงานต้องทำ”

“พี่ทัพ”

“กลับไป!! อย่าให้พูดหลายรอบ” พูดเสียงเข้ม

“ก็ได้ค่ะ” อองฟองเดินกระฟัดกระเฟียดจากไป

“ไปได้สักที” ลูกหว้ามองตามหลังร่างอองฟอง พูดพึมพำกับตัวเองเพราะเสียงของอีกฝ่ายดังแสบแก้วหูค่อนข้างรบกวนสมาธิในการทำงาน

“ไม่ชอบให้ผู้หญิงคนไหนใกล้ชิดผมใช่ไหม”

“คุณ” หันขวับมองตามเสียงของใครคนหนึ่งดังข้างหู จังหวะเดียวกันริมฝีปากอมชมพูสัมผัสแก้มสากแผ่วเบา เธอรีบหันหน้าไปอีกทางอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ

“อยากหอมแก้มผมก็ไม่บอก ไม่เห็นต้องฉวยโอกาสเลย” ฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างยันขอบโต๊ะเพื่อล็อกร่างคนตัวเล็กไม่ให้มีโอกาสหนี

“ถอยไปนะคุณกองทัพ” มือเล็กยันอกแกร่งไว้

“ผมชอบคุณนะลูกหว้า จีบมาตั้งนานแล้วไม่เปิดใจอีกเหรอ”

“ฉันไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้แบบคุณ”

“หมายความว่าถ้าผมไม่เจ้าชู้ คุณจะชอบใช่ไหม” เชยคางมนให้หันมาสบตากัน นัยน์ตาดำขลับเหลือบมองกลีบปากสีกุหลาบแสนเย้ายวนใจยิ่งนัก

“ไปให้พ้นนะ ฉันอึดอัด” พูดเสียงแผ่ว

“แน่ใจนะว่าอึดอัดหรือกลัวใจคุณจะหวั่นไหวให้ผมกันแน่” พูดจบประโยค กองทัพจุมพิตหน้าผากเกลี้ยงเกลาอย่างอ่อนโยนแล้วกลับไปยังโต๊ะทำงาน ทิ้งคนตัวเล็กมึนงงกับการกระทำจู่โจมเมื่อสักครู่

“เมื่อกี้คืออะไร” ว่าพลางเอื้อมมือขึ้นแตะบริเวณโดนจูบ จากนั้นหันมองคนตัวโตซึ่งกำลังส่งยิ้มมายังเธออย่างเจ้าเล่ห์

“บ้าที่สุดเลย” ก้มหน้างุดหลบสายตาคู่นั้น เธอตั้งสติใหม่อีกครั้งเพื่อสลัดความรู้สึกภายในใจทิ้งให้หมดสิ้น พยายามทำตัวให้ยุ่งจะได้ไม่ต้องนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่

หลายชั่วโมงผ่านไป ลูกหว้ายังคงทำงานต่อเนื่องแต่กว่าจะรู้สึกตัวก็เป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม

“กว่าจะเสร็จ” บิดขี้เกียจไปมาสองสามรอบพลางชำเลืองมองโต๊ะทำงานเจ้านายหนุ่ม เขาออกไปตั้งแต่เวลาสี่โมงเย็น

“ค่ำขนาดนี้แล้วเหรอ” เหลือบมองท้องฟ้าในยามค่ำคืน จากนั้นเก็บข้าวของบนโต๊ะใส่กระเป๋าก่อนออกจากห้อง

วันนี้โชคร้ายที่รถเธอดันเสียเลยต้องเดินไปขึ้นแท็กซี่ตรงป้ายรถเมล์ซึ่งอยู่ห่างจากบริษัทประมาณห้าสิบเมตร ขณะกำลังย่างกรายอย่างสบายอารมณ์

ทันใดนั้นมีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งพุ่งตรงมาหาหญิงสาว ชายฉกรรจ์สองคนลงจากรถพร้อมกับล้อมร่างเล็กไว้ จากนั้นนำมีดจ่อใส่ลูกหว้า

“พวกคุณต้องการอะไร” เธอค่อย ๆ ถอยหลังหนีด้วยความหวาดกลัว

“ส่งของมีค่ามาให้หมด”

“ถ้าฉันให้พวกคุณจะปล่อยฉันไปใช่ไหม” มองคนตรงหน้าทั้งสองสลับไปมา ระหว่างนั้นคอยสอดส่องมองหาว่ามีใครผ่านมาบ้าง เพื่อต้องการขอความช่วยเหลือ

“ฮ่า ๆ ปล่อยให้โง่สิ สวยขนาดนี้”

“อย่าเข้ามานะ” ลูกหว้าถอยหลังหนี เมื่อพวกมันพยายามจะแย่งกระเป๋าจากเธอ

“เอามาสิวะ”

“ไปให้พ้น”

เพียะ!

ลูกหว้าถูกฝ่ามือหยาบกระด้างตบเข้ากับใบหน้าอย่างจัง จนล้มลงทรุดพื้น

“เฮ้ย! ทำแรงไปไหม” ชายอีกคนเอ่ยบอกเพื่อน

“ไม่ต้องสนใจหรอก นังผู้หญิงคนนั้นต้องการทำให้มันเสียโฉมอยู่แล้ว”

“ใครจ้างพวกคุณมา” จบประโยคของสองคนตรงหน้า ลูกหว้าเอ่ยถามทันทีเผื่อสามารถต่อรองกันได้ เธอมั่นใจต้องมีคนจ้างพวกนั้นมาแน่นอนจากวาจาดังกล่าว

“ไม่ใช่เรื่องของมึง หน้าที่ของพวกกูคือทำให้มึงเสียโฉม” ไม่รอช้าตรงไปหาคนบนพื้น ยกมีดหมายจะกรีดหน้างดงาม

“กรี๊ด!!”

ผลัวะ!

ร่างชายฉกรรจ์คนนั้นถูกถีบกระเด็นไปอีกด้าน

“คุณกองทัพ” เบิกตามองคนที่เข้ามาช่วยตัวเอง

“ไม่เป็นไรนะลูกหว้า” รีบตรงไปหาคนตัวเล็ก

“ระวังค่ะ ข้างหลังคุณ” เสียงหวานตะโกนบอกชายหนุ่ม กองทัพรีบเบี่ยงตัวไปด้านอื่นก่อนเกิดการต่อสู้กับชายฉกรรจ์ตั้งหลายนาที

การต่อสู้ยังคงดุเดือด กระทั่งพวกมันได้รับบาดเจ็บจนทนไม่ไหวรีบขึ้นรถขับหนีจากไป ส่วนกองทัพหมุนตัวไปหาคนตัวเล็ก

“เป็นอะไรไหม”

“ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าไปมา โผกอดคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกดีใจที่รอดพ้นความตายในครั้งนี้ ซาบซึ้งในน้ำใจเขาเหลือเกิน

“ขอบคุณนะคะ” เอ่ยพูดเสียงสั่น

“ไม่เป็นไรแล้วนะครับ” ฝ่ามือใหญ่ลูบแผ่นหลังเล็กด้วยความอ่อนโยน ปลอบโยนคนเสียขวัญกับเหตุการณ์เมื่อครู่

โชคดีเขากลับมาเอาของยังบริษัท เลยเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะโดนทำร้าย เมื่อเข้ามาช่วยกลับได้รู้ว่าคนนั้นคือลูกหว้า

“คุณบาดเจ็บเหรอ” มือเรียวบังเอิญแตะโดนท่อนแขนกำยำ รับรู้ถึงของเหลวบางอย่าง

“ไม่เป็นไรแผลแค่นี้เอง” ทำเป็นไม่แยแสกับความเจ็บปวดที่ได้รับ 

“คุณเลือดออกด้วย ไม่เป็นไรจริงเหรอ” เธอรู้สึกไม่ค่อยดีเป็นต้นเหตุของเรื่อง “ไปโรงพยาบาลเถอะ”

“เป็นห่วงผมเหรอ”

“ค่ะ” พยักหน้าหงึก จะไม่ให้เป็นห่วงได้ไงเขาคือคนที่ช่วยเหลือตัวเองให้รอดพ้นความตาย

“ได้ยินแบบนี้แล้วรู้สึกดีจัง” เผยยิ้มอ่อน

“อย่ามาล้อเล่นนะคะ”

“ช่างมันเถอะ ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้” กวาดสายตามองรอบ ๆ ปกติเธอขับรถมาทำงานตลอด

“วันนี้รถฉันเสีย ตั้งใจจะไปขึ้นรถที่ป้ายรถเมล์แต่เกิดเรื่องเสียก่อน”

“งั้นผมไปส่งนะครับ” ถามอย่างรอลุ้น

“อืม”

หญิงสาวยอมให้เขาไปส่ง อย่างน้อยเขาคือคนช่วยเหลือตัวเองคงไม่มีทางทำร้ายเด็ดขาด

เมื่อถึงคอนโดจึงชวนเขาขึ้นไปบนห้องด้วยกัน เพราะต้องการทำแผลให้คนดื้อด้านไม่ยอมไปหาหมอ

“นั่งรอก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันไปเอาอุปกรณ์ทำแผลมาให้”

“ครับ”

กองทัพกวาดสายตามองรอบห้องของคนตัวเล็ก ค่อนข้างสะอาดและเป็นระเบียบมาก

“มาแล้วค่ะ” เดินออกมาพร้อมกล่องปฐมพยาบาล เธอนั่งข้างกายคนตัวโต

“ถอดเสื้อสูทออกสิคะ ฉันจะทำแผลให้”

“ครับ” ยอมทำตามคำสั่งคนตัวเล็กอย่างว่าง่าย เขาถอดชุดสูทออกและปลดกระดุมแขนเสื้อแล้วพับขึ้นจนเผยเห็นบาดแผล

นิ้วเรียวค่อย ๆ ละเลงลงบนแขนกำยำทำความสะอาดคราบเลือดบริเวณบาดแผลอย่างเบามือ โดยไม่รู้ตัวกองทัพกำลังลอบมองหน้าสวย

“เสร็จแล้วค่ะ” เงยหน้าขึ้นก่อนหันไปทางอื่น เมื่อเผลอสบตาคมกริบแล้วทำให้ใจเต้นระรัว

“ไม่ชอบผมขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ไม่ใช่ค่ะ” หันมองเขาอีกครั้งกลัวคนช่วยชีวิตเธอเข้าใจผิด

“ลูกหว้า” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกคนตัวเล็กแผ่วเบา หลังจากนั้นไม่มีเสียงใดเล็ดลอด นอกจากเสียงลมหายใจของคนทั้งสอง

ฝ่ามือใหญ่เอื้อมขึ้นประคองแก้มขาวใส ทั้งคู่ประสานสายตากัน กองทัพเหลือบมองกลีบปากสีหวานแล้วโน้มหน้าเข้าใกล้จนในที่สุดปากหยักได้รูปทาบบนปากนุ่ม

“อื้อ” คราแรกลูกหว้าพยายามจะผลักไสคนตัวโต แต่จูบแสนหวานทำเธอเคลิ้มทีเดียว ดวงตากลมโตหลับพริ้ม เธอรับจูบจากเขาอย่างเงอะงะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แค่ของชั่วคราวที่คุณไม่รัก   บทส่งท้าย

    ท่ามกลางบรรยากาศตอนเย็นที่มีสายลมพัดพลิ้วเย็นสบาย สร้างความร่มรื่นยิ่งนักแก่สองแม่ลูกนั่งปูเสื่อใต้ต้นไม้ยังสวนดอกไม้หลังบ้านทุกวันตอนเย็นลูกหว้ามักจะพาลูกสาวตัวน้อยอย่างเดมี่วัยสี่ขวบมานั่งเล่นระหว่างรอคอยสามีกลับจากที่ทำงานเป็นประจำ เธอจะพาหนังสือนิทานมาอ่านให้เดมี่ฟังทุกวัน หนูน้อยชื่นชอบเรื่องเจ้าหญิงที่สุด“แม่คะ”“ว่าไงคะ” ช้อนตามองลูกสาวตัวน้อย ดวงตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อย ริมฝีปากอมชมพู ผิวขาวดุจดั่งไข่มุก ทำเอาคนเป็นแม่อย่างเธอหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น“เมื่อไรพ่อจะกลับมาคะ” หันมองแม่พร้อมกับยิ้มกว้างจนตาเป็นสระอี“อีกสักพักค่ะ” พูดพร้อมลูบไล้หัวเล็กบุตรสาวก่อนหอมแก้มข้างละที“แม่ช่วยเล่านิทานให้หนูฟังต่ออีกได้ไหมคะ” มองมารดาด้วยสายตาอ้อนวอน“เรื่องไหนคะ” คิ้วเรียวโก่งสวยเลิกขึ้น ปรายตามองหนูน้อยเดมี่นับวันยิ่งพูดเก่งและยิ่งทำให้เธอหลง“เรื่องเจ้าชายเสเพลกับเจ้าหญิงจอมแสบได้ไหมคะ”“อ๋อเรื่องนั้นเองเหรอคะ” ลูกหว้าทำหน้านึกขึ้นได้เมื่อลูกสาวเอ่ยชื่อเรื่องให้ฟังเรื่องเจ้าชายเสเพลกับเจ้าหญิงจอมแสบเป็นเรื่องราวชีวิตของเธอและสามีซึ่งบอกเล่าให้ลูกสาวฟังผ่านนิทาน โดยมีการดัดแปลงตามความเหม

  • แค่ของชั่วคราวที่คุณไม่รัก   บทที่ 29 วิวาห์แสนรัก Nc+

    หลายเดือนต่อมาเรื่องราวมากมายผ่านเข้าในชีวิตลูกหว้ากับกองทัพคลี่คลายไปในทางที่ดี หญิงสาวได้ให้กำเนิดลูกสาวหน้าตาน่ารัก น่าชังนามว่าเดมี่ซึ่งเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของคนทั้งสองหลังจากหนูน้อยเดมี่อายุครบสามเดือน ลูกหว้าและกองทัพได้จัดงานแต่งขึ้นซึ่งเป็นงานเล็ก ๆ จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติก เชิญเพียงแค่ญาติพี่น้องและเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นภายในงานแต่งงานเต็มไปด้วยกลิ่นอายความรักที่เจ้าบ่าวมอบให้แก่ภรรยาสาวแสนรัก“พี่รักลูกหว้านะครับ”“รักพี่ทัพเช่นกัน” แขนเรียวยกขึ้นคล้องคอแกร่งพร้อมเขย่งเท้าขึ้นสูงและยื่นหน้าจูบริมฝีปากหยักได้รูป ก่อนกองทัพจะรั้งท้ายทอยอีกคนและมอบจูบแสนหวานฉ่ำแก่เธอ ดูดดื่มกลีบปากอวบอิ่มทั้งล่างและบน จากนั้นสอดแทรกลิ้นร้อนอุ่นเข้าในโพรงปากเธอ กวาดต้อนชิมความหวานอย่างหลงใหล“อื้อ” นัยน์ตาคู่หวานหลับพริ้ม จูบของเขาทำเอาไร้เรี่ยวแรงทีเดียว เคลิ้มจนสติกระเจิดกระเจิง ไม่อาจรับรู้อะไรทั้งนั้นนอกจากเสียงร้องครางดังกระหึ่มและเสียงลมหายใจของกันและกันทั้งสองยังคงมอบจูบให้กันและกันไม่มีท่าทีผละออกง่ายดาย ต่างฝ่ายต่างตักตวงความสุขให้กัน“อะแฮ่ม” เสียงบุคคล

  • แค่ของชั่วคราวที่คุณไม่รัก   บทที่ 28 สะสางปัญหา

    ร่างคนทั้งสองกอดกันกลมท่ามกลางสายฝนกระหน่ำ แม้ลูกหว้าจะยืนกางร่มแต่ไม่วายโดนฝนสาดกระเด็นโดนเสื้อผ้า อากาศหนาวเหน็บไม่ได้ทำให้คนทั้งสองหวั่นแม้แต่น้อย ไออุ่นที่แผ่ซ่านออกจากตัวของกันและกันทำให้อบอุ่นยิ่งนัก“พี่ทัพเข้าบ้านกันเถอะค่ะ”“จริงด้วยสิ พี่ลืมไปเลยว่าฝนตกพี่ดีใจมากเกินไปหน่อยที่เจอหนู” ว่าพลางยกมือขึ้นลูบท้ายทอยอย่างเขินอาย“เข้าบ้านเถอะค่ะ เปียกหมดแล้ว”“พ่อแม่หนูให้พี่เข้าบ้านแล้วเหรอครับ”“ค่ะ รีบขึ้นอาบน้ำเถอะก่อนจะป่วย” ลูกหว้าคว้าท่อนแขนแกร่งจูงกองทัพให้เดินตามตัวเองขึ้นไปบนห้องนอนแล้วตรงไปยังห้องน้ำ“รีบอาบน้ำเถอะค่ะ” กล่าวจบเตรียมจะหมุนตัวหันหลังจากไปแต่โดนกองทัพรั้งซึ่งเขาสวมกอดจากด้านหลัง“อาบด้วยกันเถอะ หนูก็ตัวเปียกเหมือนกัน” วางคางบึกบึนบนหัวไหล่มนพร้อมลูบหน้าท้องนูนของคนรักด้วยความรักเปี่ยมล้น“แค่อาบน้ำนะคะ พ่อกับแม่รออยู่”“ครับ” กองทัพตอบรับง่ายดายชายหนุ่มช่วยถอดเสื้อให้คนตัวเล็กจนเสร็จต่อด้วยของตนเอง กระทั่งทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไร้สิ่งใดห่อหุ้ม“พี่ช่วยอาบน้ำให้นะครับ” กองทัพกดครีมใส่ฝ่ามือหนาแล้วลูบไล้ให้เกิดฟองก่อนนำไปถูตามเรือนร่างงดงามของหญิงสาว ล

  • แค่ของชั่วคราวที่คุณไม่รัก   บทที่ 27 อุปสรรคในรัก

    นับจากกองทัพหายเป็นปกติแพทย์อนุญาตให้ชายหนุ่มกลับบ้านได้ เขาย้ายไปอยู่คอนโดกับลูกหว้าเนื่องจากอยากอยู่ใกล้ชิดคนตัวเล็ก“พี่ไปทำงานก่อนนะครับคนดี เจอกันเย็นนี้” “ค่ะ”“พี่จะรีบไปทำงานแล้วกลับมาหาหนูกับลูกนะครับ” โน้มจูบแก้มนุ่มหนึ่งที“เดินทางปลอดภัยค่ะพี่ทัพ” โบกมือลาคนตัวโต ดวงตากลมโตมองเขาจนลับหายก่อนหมุนตัวเข้าข้างในและปิดประตูติ่งต๊อง! ระหว่างหญิงสาวกำลังทำความสะอาดบ้านอย่างเพลิดเพลิน ทันใดนั้นเสียงกริ่งหน้าประตูห้องดังขึ้นก่อนเดินไปเปิดและต้องตกใจเมื่อคนข้างนอกคือใคร“พ่อแม่มาได้ไง” พวกท่านไม่บอกกล่าวสักคำจะกลับมาไทย ทั้งที่เธอคุยโทรศัพท์กับมารดาแทบทุกคืนจึงค่อนข้างตกใจทีเดียวพวกท่านมายืนตรงหน้า“ลูกหว้ากลับบ้านเราเถอะ แม่กับพ่อกลับมารับหนูแล้ว” แม่ของเธอเอ่ยขึ้นพลางชำเลืองมองหน้าท้องนูนของลูกสาว“แม่คะ แต่หนูต้องอยู่รอพี่ทัพ”“กลับบ้านลูกหว้า” ปรินทร์พ่อของเธอเอ่ยขึ้นด้วยเสียงไม่สบอารมณ์“ไปเก็บของเถอะลูก”“ก็ได้ค่ะ” ยอมทำตามคำสั่งของคนทั้งสองอย่างว่าง่าย เพราะไม่อยากให้บุพการีโมโหไปมากกว่านี้หากกองทัพรู้เธอไม่อยู่คงไปตามที่บ้าน อีกอย่างอยากรู้เช่นกันชายหนุ่มจะฝ่าด่านของบิดาไ

  • แค่ของชั่วคราวที่คุณไม่รัก   บทที่ 26 เคลียร์ใจกัน

    หลังจากฟื้นขึ้นมา กองทัพกระวนกระวายใจอย่างมากที่ไม่ได้เห็นคนตัวเล็กในห้องพักฟื้น เขาแทบอยากจะไปหาเธออีกห้องทันทีที่รู้ว่าเธอตกเลือดจนต้องนอนดูอาการหนึ่งคืน“เมื่อไรลูกหว้าจะมาสักที” คนเจ็บบนเตียงคอยจ้องมองประตูห้องเป็นระยะ ๆ เฝ้าคอยให้ร่างเล็กปรากฏ แต่ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหนก็ยังไร้วี่แววของคนตัวเล็ก“ไอ้อิน น้องยี่หวาบอกไหมลูกหว้ามาหากูตอนไหน” นัยน์ตาคู่คมจับจ้องร่างของเพื่อนสนิทอย่างอินทัช ซึ่งข้างกายมีภูทิปนั่งอยู่ด้วยตรงโซฟา“มึงถามกูรอบที่สามแล้วนะไอ้ทัพ”“ก็กูอยากเจอลูกหว้าเร็ว ๆ”แอ๊ด!เสียงประตูห้องดังขึ้นทำให้คนทั้งสามในห้องหยุดชะงัก หันมองตามต้นเสียงเป็นตาเดียวกัน“ลูกหว้า” กองทัพเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจที่ได้เห็นแม่ของลูกเข้ามาพร้อมหวานยี่หวา จากหน้าหงอยเปลี่ยนเป็นสีหน้าดีใจลูกหว้าไม่ได้เดินไปหาคนตัวโตบนเตียง เธอยืนนิ่งอยู่กลางห้องด้วยอาการประหม่า ใบหน้าจิ้มลิ้มก้มมองพื้นห้องท่ามกลางความเงียบของทุกคนในห้องกำลังมองเธอเป็นตาเดียวกัน“ไปหาพี่ทัพสิลูกหว้า” หวานยี่หวากระซิบบอกเพื่อนสนิทข้างกาย ลูกหว้าปรายตามองเพื่อนตัวเองก่อนเหลือบมองคนตัวโต“ลูกหว้ามาหาพี่หน่อยสิ” เขาแทบขาดใจคนตัวเล็ก

  • แค่ของชั่วคราวที่คุณไม่รัก   บทที่ 25 พ้นขีดอันตราย

    “ฮือ ๆ พี่ทัพอย่าเป็นอะไรนะคะ” โอบกอดคนตัวโตแน่นด้วยความกลัวจะสูญเสียเขาไปตลอดกาล หยาดน้ำตาหลั่งไหลอาบแก้มนุ่มเปรอะเปื้อนทั่วหน้างดงาม“อย่าอยู่เลยแก” แพทตี้ยังคงไม่ละความพยายามจะฆ่าลูกหว้าให้ได้ เธอเล็งปืนไปยังคนบนพื้นปัง! กระสุนนัดนั้นแพทตี้ไม่ได้เป็นคนยิง แต่เป็นฝีมือเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงใส่ร่างแพทตี้จนทรุดลงคาพื้นสถานการณ์ขณะนี้ชุลมุนยิ่งนัก แต่ลูกหว้าไม่สนใจอะไรเลย นอกจากเป็นห่วงกองทัพนอนสลบคาอ้อมแขนตนเอง“ฮือ ๆ พี่ทัพฟื้นมาเถอะ ลูกหว้ายอมอภัยให้แล้ว” กว่าจะรู้ตัวว่ารักเขามากแค่ไหนก็ตอนเห็นอีกฝ่ายสลบในอ้อมแขนตัวเอง ไม่อยากจินตนาการเลยหากเขาไม่ฟื้นขึ้นมาจะเป็นอย่างไร เธอคงเสียใจตลอดชีวิตแน่นอน“ลูกหว้ารีบพาไอ้ทัพไปโรงพยาบาลเถอะ”“ช่วยด้วยนะคะ พี่อิน พี่ทิป” เงยหน้ามองเพื่อนสนิทของเขาทั้งสองคนสลับไปมาด้วยความหวังจะช่วยให้เขารอด“มาครับ เดี๋ยวพี่กับไอ้ทิปพยุงเอง” อินทัชเอ่ยบอกก่อนช่วยประคองร่างไร้สติของกองทัพคนละข้างกับภูทิป“หนักฉิบหายตัวไอ้ทัพ”“บ่นมากไอ้ทิปไม่เห็นเหรอ ลูกหว้าร้องไห้หนักขนาดนั้น รีบพามันไปหาหมอก่อนเมียมันจะร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด” อินทัชพลางว่าปรายตามองลูกหว้า

  • แค่ของชั่วคราวที่คุณไม่รัก   บทที่ 6 หัวใจเริ่มหวั่นไหว 18+

    ลิ้นร้อนอุ่นสอดแทรกเข้าในโพรงปากสาว เมื่อคนตัวเล็กยอมเผยอปากให้คนตัวโตเข้ามาเชยชิมความหวาน“อื้อ” ร่างเล็กถูกประคองให้นอนลงแนบแผ่นหลังกับโซฟามือหนาสอดเข้าใต้เสื้อของลูกหว้า ไต่เต้าไปยังดอกบัวตูมก่อนบีบขยำ ส่งผลให้คนตัวเล็กได้สติและเบิกตากว้าง“อย่าทำแบบนี้” มือเรียวดันแผงอกกำยำ ใบหน้างดงามหันหนีอย

  • แค่ของชั่วคราวที่คุณไม่รัก   บทที่ 4 ไม่ค่อยชอบใจ

    ในช่วงเวลาสี่ทุ่มครึ่ง สายลมพัดพลิ้วกระทบผิวกายคนตัวเล็กกำลังยืนมองบรรยากาศตอนกลางคืนบริเวณระเบียง มือน้อยยกขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้าย นึกถึงเหตุการณ์ตอนกลางวันในห้องทำงานของกองทัพหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวกระสับกระส่ายแบบไม่เคยเป็นมาก่อน เธอไม่เข้าใจเลยมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับร่างกายนี้ ทำไมถึงรู้สึกหวั่นไ

  • แค่ของชั่วคราวที่คุณไม่รัก   บทที่ 3 เหตุการณ์ไม่บังเอิญ

    เพราะความเครียดจากเรื่องเมื่อวาน เช้าวันนี้ลูกหว้าเลยขับรถไปหาเพื่อนสนิทอย่างหวานยี่หวา แต่ใครจะคาดคิดทันทีที่ก้าวลงจากรถบังเอิญเจอกับผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา นิสัยเจ้าชู้แบบกองทัพยืนพิงหลังกับรถ จ้องมองมายังเธอราวกับจะกลืนกินไปทั้งตัวทำเอาขนลุกซู่ทีเดียว“สวัสดีคนสวย ไม่เจอกันนานเลย” โปรยยิ้มเสน่ห์แก่

  • แค่ของชั่วคราวที่คุณไม่รัก   บทที่ 2 ทุกอย่างเป็นใจ 18+

    ท่ามกลางเสียงเพลงดังสนั่นในผับหรู เจ้าของร่างสูงใหญ่ไม่ได้สนใจหันมองรอบข้าง นอกจากจ้องมองโทรศัพท์ที่มีข้อความจากใครบางคนส่งเข้ามา ทว่าตอนนี้เจ้าตัวดันบล็อกเขาเรียบร้อยแล้วทำเอาคาดไม่ถึงทีเดียว“โทรศัพท์เป็นอะไรวะไอ้ทัพ กูเห็นจ้องตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”“เปล่า” กองทัพยังคงไม่ละสายตาไปจากหน้าจอ“มีพิรุธ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status