LOGIN
เวลา 0.30 น.
รัลภัทรขับรถรับผู้โดยสารหนุ่มสาวคู่หนึ่งจากสถานบันเทิงย่านดังไปส่งยังคอนโดมิเนียมตามหมุดหมายที่ผู้โดยสารปักเอาไว้ เสร็จเรียบร้อยเธอก็ขับออกมาจากสถานที่นั้นเพื่อรับผู้โดยสารคนอื่นต่อ ใกล้จะตีหนึ่งแล้วหญิงสาวคิดว่าคืนนี้เพียงพอสำหรับการหารายได้เสริมจากการขับรถรับส่งผู้โดยสารช่วงกลางคืนเข้าเดือนที่ห้าแล้วที่เธอเริ่มมาขับรถ หญิงสาวเริ่มออกมาขับรถตั้งแต่สองทุ่มเป็นต้นมา วันนี้เป็นวันเสาร์เธอได้ลูกค้ามากกว่าวันธรรมดา หลัก ๆ ก็วิ่งเส้นสถานบันเทิง
มีเสียงทอดถอนหายใจดังออกมาอย่างปราศจากความหมาย แอร์ในรถไฟฟ้าเย็นฉ่ำเกินไปจนต้องปรับอุณหภูมิลงนิดหน่อยเมื่ออยู่คนเดียว พลางปล่อยมือออกจากพวงมาลัยเหยียดแขนออกพร้อมบิดตัวเล็กน้อยลดอาการเกร็งจากการขับรถขณะติดไฟแดง ดวงตาคู่สวยหันมองสองข้างทางที่ผู้คนยังคลาคล่ำ ร้านค้าทั้งในตรอกซอกซอยยังมีคนเดินเข้าออกอยู่เรื่อย ๆ แม้เวลาเข้าสู่วันใหม่แล้ว ดูเหมือนพวกนักท่องเที่ยวเหล่านั้นจะสนุกกับการท่องราตรีกันมาก ก่อนที่หน้าจอสมาร์ทโฟนที่ติดอยู่ในที่ตั้งโทรศัพท์ด้านหน้าคอนโซลรถจะสว่างวาบขึ้นเมื่อมีการแจ้งเตือนบางอย่างทำให้เห็นรูปหน้าจอเต็มที่เป็นภาพของเด็กหญิงในวัยขวบครึ่งกำลังยิ้มหวานสองมือชูสองนิ้ว ทำให้คนเป็นแม่ที่ยังหารายได้เลี้ยงลูกอีกทางเผยยิ้มออกมา
แค่ให้ลูกได้กินอิ่มนอนอุ่นในทุก ๆ วันต่อให้เธอต้องเหนื่อยกว่านี้เธอก็ยอม
“แม่กำลังจะกลับไปหาแล้วลูก นอนไปก่อนน้าไลลาของแม่”
เสียงหวานเอ่ยยิ้ม ๆ เธอเตรียมจะกลับบ้านไปนอนกับลูกที่ตอนนี้มีป้าน้อยคอยอยู่เป็นเพื่อนในยามที่เธอออกมาทำงานตอนกลางคืน อนาคตและอิสรภาพที่สูญเสียไปในวัยที่ชีวิตควรจะก้าวไกลกว่านี้เธอไม่คิดเสียดายอีกต่อไปเมื่อต้องมารับผิดชอบชีวิตเด็กคนหนึ่งที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง มันเร็วเกินไปสำหรับชีวิตผู้หญิงคนหนึ่งที่เกิดตั้งท้องขึ้นมาขณะที่ยังเรียนไม่จบ เธอพลาดพลั้งด้วยน้ำมือของคนที่เกลียดเธอเข้ากระดูกดำ
“ฉันปล่อยเธอไปแล้ว ไปให้พ้น ถ้าเจอเธออีก เธอไม่รอดแน่รัลภัทร”
เป็นประโยคสุดท้ายที่ปีศาจตนนั้นบอกใส่หูกับเธอเบา ๆ ทั้งสร้างความหวาดกลัวและเจ็บปวดหัวใจในคราวเดียวกัน
“ใครจะอยากพบเจอคนอย่างคุณอีก ชาตินี้ก็อย่าให้เจอเหมือนกัน”
ขณะที่ใจเผลอคิดเรื่องเก่า ๆ อย่างลืมตัวก็มีอีกหนึ่งรายการเด้งขึ้นมา เป็นลูกค้าผู้หญิงที่เรียกคนขับผู้หญิง รัลภัทรกดรับทันทีไม่รอช้าเพราะจุดหมายที่ปักไว้เป็นทางเดียวกับทางกลับบ้านพอดี
“แม่ขอลูกค้าอีกคนนะลูก เดี๋ยวก็กลับบ้านแล้ว”
หญิงสาวพูดเพียงลำพังเป็นปกติ ดีจังจะได้เงินเพิ่มแม้สักนิดสักหน่อยก็เป็นเงินค่าใช้จ่ายในบ้าน อีกห้านาทีจะถึงจุดรับลูกค้าซึ่งเป็นผับอยู่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่งจัดว่าเป็นสถานบันเทิงชื่อดังและหรูมีระดับ รัลภัทรคุ้นชินกับเส้นทางแถวนี้ดีจากการขับรถและเคยอยู่อาศัยมาก่อน
ที่หน้าผับแห่งหนึ่ง
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนประคองร่างบอบบางในชุดเดรสสั้นสีดำเว้าหลังกว้างตัดกับผิวขาวละเอียดของหญิงสาวหุ่นนางแบบ ผมดัดลอนเป็นคลื่นสีดำขลับ เครื่องหน้าสวยเด่นชัด เฟอร์นิเจอร์ในร่างกายไม่ว่าจะเป็น รองเท้า เสื้อผ้า กระเป๋า กำไลข้อมือ นาฬิกา ต่างหู ราคาร่วมล้านบาท
“พี่ซินไปส่งวีที่คอนโดนะคะ วีกลับไม่ไหวแล้ว มึนหัวไปหมด”
เสียงหวานออดอ้อน มือพันกับช่วงแขนล่ำที่พับแขนเสื้อสีเข้มขึ้นไปถึงข้อศอก ดวงตาคมดูล้ำลึกยิ่งกว่าน้ำในมหาสมุทรเพ่งมองริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่ออย่างเย้ายวนที่กำลังเผยอคล้ายกำลังเชิญชวนเขาอยู่ในทีด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
ปรินวัชร์เป็นเจ้าของผับแห่งนี้รวมถึงโรงแรมด้วยที่อยู่ข้างหลัง เขามีรถแต่ไม่อยากขับไปส่งเธอเพราะคืนนี้เขารู้ตัวว่าตัวเองก็ดื่มไปไม่น้อย แม้ตอนนี้เขาจะไม่ได้รู้สึกเมาเลยสักนิดแต่ก็มีจิตสำนึกเคารพกฎหมาย
การ์ดหญิงที่ดูแลลูกค้าอยู่ไม่ไกลก้าวเข้ามาบอกชายหนุ่มว่า
“รถจะมาถึงอีกสามนาทีค่ะนาย เป็นรถไฟฟ้าสีขาว เลขทะเบียน xxx”
ชายหนุ่มพยักหน้ารอนิ่ง ๆ ทว่าในดวงตาฉายแววความคิดที่ใครก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่ามันกำลังคิดถึงใคร ปล่อยให้สาวสวยหุ่นนางแบบวิกตอเรียคลอเคลียอย่างไม่ปัดป้อง
“นายคะ รถมาแล้วค่ะ เชิญค่ะ”
“วี รถมาแล้ว”
เขาก้มหน้าบอกกับฝ่ายหญิงอีกที
“ไม่เอา พี่ซินจะให้วีณากลับคนเดียวเหรอ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับวีณาจะทำไงคะ” สาวเจ้างอแง
“คนขับเป็นผู้หญิงค่ะ มีประวัติทุกอย่าง”
“เอ๊ะ แล้วยังไง ตอนที่มันเกิดขึ้นจะมีใครมาช่วยฉันทัน” วีรดาหันไปแหวใส่การ์ดหญิงที่จะเข้ามาช่วยดูแล แล้วหันไปพูดกับปรินวัชร์
“ถ้าจะให้วีกลับพี่ซินต้องไปส่ง ไม่งั้นวีก็ไม่กลับ จะกลับพร้อมพี่ซิน”
รัลภัทรเลี้ยวรถเข้ามาจอดรอผู้โดยสารในถนนของโรงแรมซึ่งก็เป็นด้านหน้าผับ มีกลุ่มนักท่องเที่ยวยืนอยู่ประปรายบ้างก็สูบบุหรี่ ขอคอนแท็กสาวหรือจับกลุ่มยืนพูดคุยซึ่งเป็นเรื่องปกติหากไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร เธอมองหาผู้โดยสารที่คิดว่าเป็นคนเรียก จอดรอสักพักก็เห็นคนกลุ่มเล็ก ๆ เดินตรงมาทางนี้ เมื่อแน่ใจว่าเป็นรถที่ตรงตามในแอบพลิเคชันที่เรียกมาผู้หญิงคนหนึ่งก็เปิดประตูให้หนุ่มสาวสองคนเข้าไปนั่งก่อนจะเดินมาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาบอกว่า
“ฉันเป็นคนเรียกรถเองค่ะ ช่วยไปส่งที่ปักหมุดไว้เลยนะคะ ค่าโดยสารตัดบัตรแล้ว”
“ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
รัลภัทรรับคำเธอกดรับงานก่อนที่สายตาจะมองไปยังผู้โดยสารที่สอดตัวเข้ามานั่งอยู่เบาะหลังแล้วทั้งสองคน... ทันที่ที่เห็นใบหน้าหนึ่งในสองคนนั้นก็ทำเอาร่างบางที่นั่งหลังพวงมาลัยมีอาการมือชาไปชั่วขณะ หัวใจสั่นสะท้านด้วยความตกใจ รีบหันหน้าหลบไปอีกทางอย่างฉับพลันยกมือที่สั่นเทาขึ้นปิดหน้าโชคดีที่เธอสวมหน้ากากอนามัยไว้ก่อนที่ผู้โดยสารจะหันมามองคนขับ
ให้ตายเถอะ อะไรเล่นตลกกับชีวิตเธอเนี่ย ถึงส่งให้ปีศาจร้ายที่เคยทำลายชีวิตเธอมานั่งเป็นเงาทะมึนอยู่ด้านหลัง
สติของเธอวาบหายออกจากร่างชั่วขณะก่อนจะถูกดึงกลับมาด้วยเสียงเข้มกระชากวิญญาณ
“ออกรถได้”
มือบางเกิดการสั่นเกร็งแต่ก็ต้องพยายามกดข่มมันไว้ เขาไม่รู้และยังไม่เห็นหน้าคนขับ มัวแต่พะเน้าพะนอผู้หญิงอยู่ ส่วนเธอก็รีบเรียกสติที่หลุดหายไปกลับคืนมาค่อย ๆ เคลื่อนรถออก
“พี่ซิน งานแต่งของเราพี่ซินอยากไปแต่งที่ไหนดีคะ”
วีรดาที่เอนกายซบกับอกของเขาเงยหน้าขึ้นถาม ขณะที่ชายหนุ่มนั่งเฉยเบือนหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างแววตาทอดมองข้างทางดูเลื่อนลอย คำถามนั้นเข้ามาในโสตคนขับรถที่กำพวงมาลัยแน่นกว่าปกติเพราะพยายามระงับความคิดทางอารมณ์
^
^
^
***โปรดติดตามตอนต่อไป และเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ จะรีบมาอัปตอนต่อไป
คอมเม้น กดหัวใจมาเยอะ ๆ น้า
หลังมื้ออาหารในห้างสรรพสินค้าผ่านไป ปรินวัชร์ก็ขับรถมาส่งสองแม่ลูกที่บ้านและอยู่เล่นกับลูกสาว รวมถึงนั่งรับประทานมื้อเย็นต่อ พาลูกเข้านอนเสร็จเขาถึงได้เตรียมตัวกลับบ้านเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับดูอ้อยอิ่งและเชื่องช้านานกว่าปกติ ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่หน้าประตูบ้าน ยกมือลูบศีรษะตัวเองไปมาเหมือนคนพยายามคุมความรู้สึก ระบายลมหายใจออกอย่างแผ่วเบาจนกระทั่งเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นด้านหลัง“ลืมอะไรหรือเปล่าคะ”เสียงหวานเอ่ยถาม เมื่อยังเห็นเขายืนรอนาน เธอเองก็จะเดินไปล็อกประตูหน้าบ้านหลังจากเขาออกไป ร่างสูงหันกลับมาทำให้หญิงสาวสบตากับพ่อของลูกที่คราวนี้มองเธออยู่ด้วยแววตาหวานซึ้ง“รัล…”“คะ”ปรินวัชร์สูดลมหายเข้าลึก เหมือนกำลังคิดเรื่องสำคัญอยู่ในใจก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก แต่ก็อยากพูดมันออกมาอีกครั้ง และอีกครั้ง“ลูกมีพ่อแล้ว…” หยุดไปเสี้ยววินาที เหมือนให้เธอได้ตั้งตัว“แล้วเมื่อไหร่…รัลจะยอมมีพี่”รัลภัทรหายใจสะดุด ใบหน้าร้อนวูบ เขาจึงลุกคืบเข้าไปหาเธออีก“พี่ไม่อยากอยู่เป็นลมข้างกายรัลไปตลอดหรอกนะ พ่อมีลูก เมียก็ต้องมีผัว” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ยกยิ้มกรุ้ม
ไลลามองช่อดอกกุหลาบใหญ่ในอ้อมแขนของผู้เป็นพ่อด้วยตาแป๋วแหววของแก กลีบกุหลาบแดงซ้อนแน่นส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ไปทั่วห้อง เด็กหญิงยกมือแตะปลายกลีบเบา ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นถามด้วยน้ำเสียงใส“พ่อพ่อ ไลลาขอดอกหนึ่งได้ไหมคะ”ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ย่อตัวลงมาสบตาลูกสาว“ขอดอกเดียวเหรอคะ จะเอาไปทำอะไรเอ่ย”เด็กหญิงยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกาย“จะเอาไปใส่แจกันให้คุณแม่ค่ะ จะได้อยู่ได้นาน ๆ เหมือนในรูปที่ไลลาเห็นในหนังสือค่ะ”รัลภัทรที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ อมยิ้มอย่างเอ็นดูที่ลูกสาวรู้จักขอดอกกุหลาบจากผู้เป็นพ่อ เมื่อรู้ว่าไม่ใช่ของตัวเอง ชายหนุ่มจึงดึงกุหลาบดอกหนึ่งจากช่อส่งให้มือน้อย ๆ ของลูกสาวอย่างระมัดระวัง“ดอกกุหลาบดอกนี้ให้ไลลาคนสวยของพ่อพ่อค่ะ”เขาจะเป็นผู้ชายคนแรกที่ให้ดอกไม้ลูกสาว ก่อนที่ในอนาคตเห็นท่าว่าต้องมีหนุ่ม ๆ ต่อแถวกันมาให้อย่างแน่นอน“ขอบคุณค่ะพ่อพ่อ”เด็กหญิงรับดอกไม้จากมือพ่อมาอย่างทะนุถนอมราวกับของมีค่าจากนั้นหันไปวิ่งหาป้าน้อย ให้เอาไปปักแจกัน“ป้าน้อยขา ไลลาได้ดอกไม้จากพ่อพ่อด้วย จะใส่แจกันตรงโต๊ะกินข้าวนะคะ”“ได้จ้าหนูไลลาของป้า”กุหลาบดอกหนึ่งอยู่ในแจกันแล้ว รัลภัทรหันไปเลิกคิ
เสียงผู้คนที่ต่างมาแสดงความยินดีกับบัณฑิตซาลงมากเมื่อเหล่านักศึกษาเดินขึ้นหอประชุม ตอนนี้ในรั้วมหาวิทยาลัยคนที่มารอดูความสำเร็จของลูกหลานตัวเองก็หาที่นั่งพัก รวมถึงปรินวัชร์ที่ยังรอเธออยู่คนเดียว เขามีช่อดอกไม้พิเศษที่สั่งไว้เตรียมมอบให้เธอ ซึ่งจะมีคนมาส่งให้ในเวลาอีกไม่นานนี้ ก็น่าจะเป็นเวลาที่รัลภัทรลงมาจากหอประชุมเมื่อเสร็จสิ้นพิธีการตามกำหนดเขาได้ยินเสียงประกาศชื่อนักศึกษาที่เป็นชื่อของเธอชัดเต็มสองหูก็ถึงกับยิ้มออกมาด้วยความดีใจ“รัลทำสำเร็จแล้ว”จนกระทั่งเวลาผ่านไปจนเสร็จสิ้นพิธีการรัลภัทรก็เดินลงมาจากหอประชุมในชุดครุยสีดำ ผมถูกรวบเรียบร้อย ใบหน้าอ่อนล้าเล็กน้อย แต่แววตายังคงมีความสดใส หญิงสาวไม่ได้คาดหวังว่าจะยังมีคนมารอเธออยู่ คิดว่าเมื่อเสร็จพิธีก็จะถอดชุดคืนแล้วก็กลับบ้านเลย แต่ทว่าขณะที่กำลังจะเดินไปคืนชุดครุยก็มีใครคนหนึ่งเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมกับช่อดอกกุหลาบสีแดงสดช่อโต มีการ์ดเล็ก ๆ สีขาวลายหัวใจเสียบไว้พร้อมตัวอักษรภาษาอังกฤษเขียนไว้ว่า“3 words, 8 letters.”สามคำ แปดตัวอักษรแต่ความหมายแฝงที่ลึกซึ้งของมันก็คือ“I Love You”ก่อนคนที่ยืนอยู่จะเอียงหน้าออกมาให้เห็น
ไลลาเข้าโรงเรียนเตรียมอนุบาลครั้งแรกพ่อกับแม่ก็มาส่ง และเฝ้าดูลูกสาวตัวน้อยเกาะรั้วโรงเรียนเหมือนเช่นผู้ปกครองหลายคน พอถึงเวลาเลิกเรียนปรินวัชร์ที่ใจจดจ่อก็ชวนรัลภัทรมารับลูกสาวกลับบ้าน แล้วกลับไปเล่นที่บ้านกันต่อเสียงหัวเราะของไลลาในวัยสามขวบเต็มดังแว่วจากสนามหญ้า เด็กหญิงในชุดนักเรียนอนุบาลวิ่งเล่นกับคนที่เป็นพ่อ โดยมีรัลภัทรยืนมองอยู่หน้าบ้าน ยิ้มบาง ๆ อย่างคนที่พอใจในความเรียบง่ายของชีวิต ก่อนที่เธอจะเดินออกมาพร้อมกับน้ำเปล่าให้พ่อลูกที่เล่นกันจนเหนื่อย “ไลลา มาดื่มน้ำก่อนลูก” “ค่า คุณแม่” เด็กหญิงหัวฟูเหมือนสิงโตในวันนั้นตอนนี้มีกิ๊บสีชมพูติดอยู่บนผมเปียทั้งสองข้าง พวงแก้มยุ้ยขึ้นสีชมพูจากความเหนื่อย ร่างเล็กจูงมือชายหนุ่มเดินมานั่งที่ม้าหินอ่อนดื่มน้ำ“ตอนนี้ลูกก็เข้าโรงเรียนแล้ว…”ปรินวัชร์หยุดคำพูดไว้ครู่หนึ่ง ก่อนหันมามองเธอ“แล้วรัลไม่อยากกลับไปเรียนเหรอ”หญิงสาวชะงัก หันมามองหน้าเขา ดวงตาสะท้อนทั้งความตกใจและความลังเล เหมือนเธอจะลืมความฝันของตัวเองไปแล้วเสียสิ้นในเวลานี้“เรียนเหรอคะ รัลก็เคยคิดนะ แต่ตอนนั้นมันไม่มีโอกาส”ชายหนุ่มยิ้มอ่อน สายตาอบอุ่นเหมือน
รัลภัทรทอดถอนลมหายใจยาว เธอตั้งใจแล้วว่าจะออกไปขับรถแน่ ๆ ในคืนนี้ ถึงจะมีเขาคอยขับตามก็ปล่อยให้เขาขับไป เธอทำงานของเธอ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวขับรถออกไปปรินวัชร์ก็ขับตามห่าง ๆ เห็นว่าเธอรับผู้โดยสารรายแรกเป็นผู้หญิงก็เบาใจ และคอยขับตามเธอไปทุกที่ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน และเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่หญิงสาวออกไปขับรถ เสมือนว่าทุกครั้งที่เธอออกไปทำงานตอนดึก จะมีคนคอยติดตามไปคุ้มครองความปลอดภัยให้เสมอปรินวัชร์มาหาหญิงสาวกับลูกทุกวันแทบไม่ขาด ภูมินทร์ที่อาการดีขึ้นตามลำดับเขาก็อยากออกไปหางานทำเป็นของตัวเอง ไม่คิดจะนั่งนอนอยู่เฉย ๆ เป็นภาระคนอื่นแบบนี้ตลอดไปแน่ ชายหนุ่มที่ดูแลน้องสาวกับหลานมาอย่างดี ในวันนี้จึงได้คุยกับคนที่ทำให้หลานเกิดมาตรง ๆ อยากรู้ว่าผู้ชายที่เคยทำร้ายจิตใจน้องสาวเขาด้วยความเข้าใจผิด จะกลับมารักและดูแลเธอได้จริงไหมช่วงบ่ายหลังจากที่บ้านกลับมาเงียบลง ไลลานอนหลับบนโซฟาใต้ผ้าห่มลายกระต่าย รัลภัทรอยู่ในครัวกับป้าน้อย เหลือเพียงปรินวัชร์กับภูมินทร์ยืนอยู่หน้าบ้าน ลมเย็นพัดเอื่อย สองชายยืนเงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนภูมินทร์จะเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา“คุณรู้ใช่ไหมว่ารัลผ่านอะไรมาบ้าง”ปรินวัชร์หั
หลังจากการผ่าตัดเนื้องอกในสมองผ่านไปได้ด้วยดี บ้านหลังใหญ่ที่เคยเงียบสงัดก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จางหมินมาอยู่ดูแลอดีตภรรยาที่ตัวเองละเลยมาหลายปี แม้จะไม่ได้รับการยินยอมแต่ก็ใช้ความหน้าทนอยู่ต่อ วันนี้ปรินวัชร์พารัลภัทรกับลูกสาวมาเยี่ยมมารดาที่บ้านเป็นครั้งแรกเมื่อก้าวเข้ามาในห้องรับแขก บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นยาจาง ๆ และความอบอุ่น ปานใจนั่งพิงหมอนอยู่บนโซฟา มีผ้าคลุมไหล่บาง ๆ ห่มไว้ให้คลายหนาว แม้สีหน้าจะยังอิดโรย แต่ดวงตากลับเปล่งประกายเมื่อเห็นลูกชายและครอบครัวเล็ก ๆ เดินเข้ามา“คุณแม่…ดูสิครับว่าผมพาใครมา”น้ำเสียงอันอบอุ่นเอ่ยเรียกให้มารดารู้ตัว“ไลลา หลานย่า หนูรัล”เมื่อเข้ามาใกล้ ๆ ผู้เป็นย่า เด็กน้อยในอ้อมแขนโผเข้าหา ยกมือเล็ก ๆ ตบไหล่ย่าเบา ๆ พร้อมเสียงหัวเราะไร้เดียงสา“ขอบใจมากหนูรัลที่พาไลลามาเยี่ยมป้า”“ยินดีค่ะคุณป้า รัลก็อยากมาเยี่ยมคุณป้าเหมือนกันค่ะ ขอให้คุณป้าหายเร็ว ๆ นะคะ”“จ้ะ ป้าจะรีบหาย มาเลี้ยงไลลานะจ๊ะ”“ค่ะ”“มาแล้ว อย่าเพิ่งรีบกลับนะจ๊ะ อยู่ทานมื้อเที่ยงก่อน”“ค่ะคุณป้า”หญิงสาวไม่อยากขัดใจคนป่วยจึงตอบตกลง ไลลาเห็นชบาแล้วเหมือนแกจะชอบมาก เข้าไปหาเจ้าขนทองอย
“ฉันนำช่อดอกไม้มาส่งค่ะ”เสียงหวานเอ่ยพร้อมกับหมุนตัวกลับมาช่อดอกไม้ขนาดใหญ่บดบังใบหน้าคนตรงหน้าจนเธอต้องเอียงตัวออกด้านข้างเพื่อมอง พร้อมกันนั้นหัวใจที่ลอยสูงกับทัศนียภาพเบื้องหน้าก็วูบตกลงสู่ความว่างเปล่า มือกำช่อดอกไม้ไว้แน่นจนอยากจะปล่อยมันหลุดร่วงลงพื้นเหมือนหัวใจของเธอตอนนี้เขา!ในขณะที่ใบหน
เช้าวันต่อมารัลภัทรก็ออกจากบ้านก่อนเวลาสองชั่วโมงกลัวรถติดไปส่งไม่ทัน เธอเข้าไปรับดอกไม้ร้านดังที่เหล่าบรรดาคนมีชื่อเสียงสั่งกัน รู้จากชื่อร้านที่สกรีนในลิบบิ้น เป็นช่อดอกกุหลาบสีแดงสดล้วน ๆ ช่อใหญ่จนเธอแทบจะอุ้มไม่ไหว มันบังเธอได้ทั้งตัว พนักงานในร้านช่วยยกมาใส่ในรถก่อนจะให้หญิงสาวขับรถออกไป กลิ่น
ที่ตึกสูงในย่านกลางเมืองเป็นที่ตั้งของสำนักงานหลายบริษัท หนึ่งในนั้นคือบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศและเป็นเจ้าของตึก เป็นเวลาพักกลางวันของพนักงานส่วนหนึ่งลงมารับประทานอาหารในส่วนแคนทีนอีกส่วนก็เดินออกไปหาของกินที่ร้านอาหารที่มีอยู่รายลอบ ในระหว่างที่ผู้บริหารหนุ่มกำลังเดินลงบันไดเลื่อนมาสา
ดวงตาแดงก่ำแต่ไร้หยดน้ำตาที่ไหลออกมาจ้องมองดวงตาที่บวมแดงจากการร้องไห้ของน้องสาว ความผิดพลาดนี้เขาไม่โทษเธอ รัลภัทรเป็นคนสวยมีผู้ชายเข้ามาหาเยอะ ช่วงที่เขาไม่อยู่เธออาจจะเหงาและคุยกับใครสักคน แต่ไม่คิดว่ามันจะเลยเถิดเกินควบคุม แต่ภูมินทร์ไม่รู้ว่าระหว่างน้องสาวกับผู้ชายที่เธอคบด้วยตอนที่เขาไม่อยู่ม







