Masuk“ยังไม่คิด” เขาตอบ
“เราน่าจะคิดกันได้แล้วนะคะ ยังไงก็ต้องภายในปีนี้”
ไม่พูดเปล่า แต่สาวเจ้ายังยกริมฝีปากมาจุ๊บปลายคางสากก่อนจะซบหน้ากับอกออดอ้อน
“เพิ่มแอร์หน่อยได้มั้ย ผมร้อน”
มีเสียงสั่งการมา รัลภัทรแม้จะควบคุมสติไว้ดีแล้วก็เผลอสะดุ้งอยู่ข้างใน เธอพยักหน้าเงียบ ๆ แล้วยื่นมือไปปรับเครื่องปรับอากาศให้ผู้โดยสารด้านหลังเป็นอุณหภูมิต่ำสุด
จะไม่ให้ร้อนได้ยังไง นั่งกอดกันแน่นจนไม่มีช่องให้อากาศไหลผ่านขนาดนั้น
แม้จะอยากให้ถึงที่หมายไว ๆ ที่ตรงนี้ก็ยังมีช่วงไฟแดงที่รถต้องหยุดรอ เสี้ยววินาทีหนึ่งที่ดวงตาคมหันกลับมาสังเกตคนขับรถที่การ์ดบอกว่าเป็นผู้หญิง จากสายตาของเขาผมยาวรวบเป็นหางม้าต่ำ ๆ ทำให้เห็นลำคอระหงตั้งตรงจากทางด้านหลัง สองมือจับพวงมาลับในลักษณะเกร็งไม่ผ่อนคลายสังเกตจากเส้นเลือดที่ปูดขึ้นบนหลังมือ แพขนตางอนยาวเรียงเส้นเป็นธรรมชาติเห็นได้ชัดโค้งไปกับรูปตา ใบหน้าครึ่งล่างจนถึงคางถูกปิดบังด้วยหน้ากากอนามัยสีดำที่ถูกยืดออกเต็มราวกับเจ้าของใบหน้าไม่ต้องการให้ใครเห็น
คอนโดหรูที่ปักหมุดไว้อยู่อีกไม่ไกลเมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวรัลภัทรก็เคลื่อนรถออกแต่ทว่ามีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งฝ่าไฟแดงจากอีกด้านมาตัดหน้ากะทันหันทำให้หญิงสาวต้องเปลี่ยนเท้าเหยียบเบรกอย่างฉับพลัน ส่งผลให้ผู้โดยสารที่นั่งมาหัวทิ่มมาข้างหน้า แต่ชายหนุ่มใช้มือดันไว้ทั้งเขาและวีรดาจึงไม่ได้เป็นอะไรมาก
แต่หญิงสาวโวยวาย “ขับรถประสาอะไรเนี่ย น่ารายงานชะมัด คอยดูฉันจะแจ้งไปทางต้นทางของเธอ”
“ใจเย็นน่าวีเมื่อกี้มีมอเตอร์ไซค์ตัดหน้า ไม่ชนก็ดีแล้ว” เสียงราบเรียบเอ่ย หากเป็นผู้โดยสารคนอื่นหญิงสาวคงจะกล่าวขอโทษขอโพยแต่กับผู้ชายคนนี้เธอไม่อยากแม้จะส่งเสียงออกไปให้เขาระคายหู หรือว่าเวรกรรมที่ทำมามันยังไม่สิ้นสุด เมื่อได้สบตากับเขาผ่านกระจกเพียงแวบเดียว รัลภัทรจึงได้ก้มศีรษะเป็นการขอโทษแทนคำพูด
ความกังวลกดดันอยู่ในใจของเธอใกล้จะสิ้นสุดเมื่อเลี้ยวเข้ามาส่งผู้โดยสารด้านในคอนโด มีพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยตรวจรถที่เข้าออกยืนอยู่หน้าป้อมโชคดีที่ไม่ได้ถูกถามอะไรมากและไม่ได้บอกให้เธอถอดหน้ากากอนามัยหญิงสาวจึงขับผ่านเข้ามาได้
“วีถึงแล้ว”
“พี่ซินพาวีขึ้นไปส่งที่ห้องทีค่ะ วีไม่ไหว โอ๊ย มึนหัวมากเลย”
ว่าแล้วคนเมาก็ทำตัวอ่อนคอพับลงกับอกกว้างเหมือนตอนที่ขึ้นมาในรถใหม่ ๆ แตกต่างกับตอนที่ชูคอขึ้นมาด่าคนขับรถได้อย่างสิ้นเชิง
รัลภัทรลอบเบะริมฝีปากผ่านแมสที่ปิดอยู่ ภาวนาให้สองคนนี้ลงจากรถเธอไปเร็ว ๆ จะทำอะไรกันต่อก็ไปทำข้างบนเธอรีบกลับไปหาลูก คิดถึงลูกดวงตาคู่สวยก็ตวัดมองเขาที่บังเอิญสบตาเข้าพอดี บอกว่า
“ค่าโดยสาร ไม่ต้องทอน”
ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับยื่นธนบัตรสีเทาที่มีมูลค่ามากที่สุดให้ รัลภัทรอึกอักที่จะต้องบอกออกไปว่า
“ค่าโดยสารจ่ายผ่านบัตรแล้วค่ะ ไม่ต้องจ่ายอีก”
เธอดัดเสียงให้แปลกออกไปเท่าที่จะแตกต่างจากเสียงเดิมโดยไม่หันมามอง คนให้ยกยิ้มมุมปากเอ่ยต่อว่า
“ถือเป็นทิป รับไปสิ ถ้าไม่อยากยืดเยื้อ”
คำพูดนี้ส่งผลให้ขนอ่อนที่หลังคอเธอลุกซู่ขึ้นมา ใช่ เพื่อไม่ให้ยืดเยื้อเธอจึงหันไปพนมมือแล้วรับมันมา แล้วเขายังบอกอีกว่า
“รอผมอยู่ที่นี่ไม่เกินห้านาที ผมจะให้คุณไปส่งต่ออีกที่”
พูดจบเขาก็ประคองร่างของวีรดาที่ทำทีเป็นเมาหลับขึ้นไปส่งที่ห้อง รัลภัทรมองตามทั้งสองคนไป ด้วยกระจกรถติดฟิล์มค่อนข้างทึบคนข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็นหญิงสาวจึงถอดหน้ากากอนามัยออก ดวงตามีริ้วความแดงเรื่อที่มีผลมาจากความเจ็บปวดทางใจด้านในสะสมอยู่
“ใครจะรอ คนเลว! ขึ้นไปถึงห้อง คงไม่ลงมาหรอก”
พูดจบหญิงสาวก็เคลื่อนรถออกไปโดยเร็ว แล้วจู่ ๆ น้ำตามันก็ไหลพรากลงมาอย่างห้ามไม่ได้ นึกอยากต่อว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เธอต้องโคจรกลับมาเจอกับผู้ชายคนนี้อีก คนที่โหดร้าย ใจร้ายกับเธอ คนที่หลอกลวงหวังแก้แค้น เธอคงจะไม่ออกมาขับรถอีกหลายวัน
^ ^ ^ ***ขอหัวใจเยอะ ๆ จะมาต่อให้ไวๆ ค่าคนที่ให้คอยติดตามดูความเคลื่อนไหวของรัลภัทรกับลูก โทรรายงานว่าหญิงสาวพาลูกขับรถออกไปจากบ้าน ปลายทางคือโรงพยาบาลที่พี่ชายของเธอรักษาตัวอยู่ ชายหนุ่มบอกให้เฝ้าติดตามต่อและโทรบอกเขาอยู่เรื่อย ๆภายในห้องพักฟื้น รัลภัทรอุ้มลูกสาวเดินเข้ามาพอเห็นพี่ชายเริ่มนั่งพิงหัวเตียงได้แล้ว สีหน้ามีเลือดฝาดมากขึ้นกว่าเมื่อครั้งก่อนหญิงสาวก็โล่งอกทันที ดวงตาที่เคยหม่นเศร้าเปลี่ยนเป็นประกายสดใส“พี่ภู… ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ” เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความดีใจเด็กหญิงไลลาส่งยิ้มออกมาพร้อมยื่นแขนจะมาจับ แต่คนเป็นแม่ยังไม่ให้ถูกตัวลุงมากนักเกรงจะกระทบกระเทือนถึงแผล จึงให้นั่งบนขอบเตียง รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มผู้ป่วย เขาค่อย ๆ ยกมืออีกข้างขึ้นลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา “เป็นยังไงบ้างไลลาหลานรักของลุงภู”รัลภัทรมองภาพนั้น น้ำตาซึมด้วยความตื้นตันใจที่เห็นพี่ชายอาการดีขึ้นตามลำดับ มือเรียวกุมมือพี่ชายไว้แน่นพลางเอ่ยเสียงสั่นแผ่ว“อีกไม่นานก็กลับบ้านเราได้แล้วนะคะ… รัลจะดูแลพี่ภูต่อที่บ้านเอง ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว”พี่ชายมองหน้าน้องสาว ดวงตาสะท้อนถึงความซาบซึ้งและความเจ็บปวดที่ยังฝังอยู่ในใจ เขารู้ดีว
วันต่อมาปรินวัชร์ก็มาคุยกับรัลภัทรเรื่องลูก เขาขออนุญาตเธอเข้ามาคุยในบ้านซึ่งตอนนี้ก็มีเพียงเธอกับลูกสาวชายหนุ่มยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง สายตามองเด็กหญิงที่ตอนนี้เล่นอยู่กับเพื่อนตุ๊กตาหลายตัว ริมฝีปากอมยิ้มให้กับความน่าเอ็นดูนั้น ก่อนจะหันมามองเธอ“รัล…” เสียงเขาเรียกแผ่วเบา แต่หนักแน่นในความรู้สึก “พี่อยากจะขอร้องอะไรรัลสักอย่าง”หญิงสาวขมวดคิ้ว มองเขาอย่างระแวง “เรื่องอะไรอีกคะ?”เขากลืนน้ำลาย ฝืนยิ้มจาง ๆ แต่ดวงตากลับสั่นไหวเต็มไปด้วยความกังวล“พี่อยากพาลูก… อยากพาลูกไปพบคุณแม่ของพี่สักครั้ง”รัลภัทรชะงักไป ดวงตาเบิกกว้าง เขาจึงรีบเสริม“ตอนนี้คุณแม่พี่… ป่วยหนักมาก” เสียงเขาแผ่วลง มือที่กำแน่นสั่นน้อย ๆ “ท่านไม่มีกำลังใจในการรักษา เพราะคิดถึงลูกสาวคนเล็ก แต่ถ้าท่านได้รู้ว่ายังมีหลานสาวที่น่ารักอยู่ท่านคงมีกำลังใจขึ้น”เขาสบตาเธอด้วยแวววิงวอน เหมือนเธอเป็นที่พึ่งสุดท้าย“พี่ไม่ได้ขออะไรเพื่อตัวเอง…แต่เพื่อแม่ พี่ขอร้องนะรัล ให้ลูกไปเจอท่านสักครั้งเถอะ”รัลภัทรกัดริมฝีปากแน่น เธอมองเขาด้วยดวงตาสั่นระริก แต่ยังคงส่ายหัวหนักแน่น“ไม่ค่ะ… ฉันไม่ให้ลูกไป” น้ำเสียงเธอสั่น แต่เต็มไปด้วยควา
ค่ำคืนนี้รัลภัทรไม่ได้ออกไปขับรถเพราะไม่มีใครคอยอยู่กับลูกสาว และมันคงเป็นแบบนี้ไปอีกหลายวัน เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของร่างเล็กที่นอนขดกอดตุ๊กตาตัวโปรด คนเป็นแม่นั่งมองอย่างเพลิดเพลิน เรื่องการรักษาของลูกเธอหมดกังวลเปลาะหนึ่ง เมื่อเขาคนนั้นยื่นมือเข้ามาช่วยรับผิดชอบในฐานะ ‘พ่อ’ ในเช้าของวันต่อมา ขณะที่รัลภัทรกำลังนั่งรับประทานอาหารกับลูกสาว ก็มีโทรศัพท์โทรเข้ามาในเครื่องของพี่ชายที่เธอสแตนด์บายไว้ตลอด เพราะบางทีอาจมีเรื่องงานของพี่ เธอกดรับสายแทน คนในสายก็เอ่ยถาม“ใช่น้องสาวภูมินทร์หรือเปล่า”“ใช่ค่ะ”“พี่แอนดริวเองนะ ที่เคยไปเยี่ยมเจ้าภูแล้ว จำได้ไหม”“ค่ะ หนูจำได้”“แล้วตอนนี้เจ้าภูมันฟื้นหรือยัง”“ฟื้นแล้วค่ะพี่”“เหรอ ๆ งั้นพี่ขอไปเยี่ยมมันได้ไหม อยากไปดูอาการมันหน่อย”“...ได้ค่ะ พี่จะมากี่โมงคะ”“ก็บ่ายนี้ เจอกันที่โรงพยาบาลนะ”“...ค่ะ” รัลภัทรตอบรับด้วยสีหน้าหนักใจเล็กน้อย หันไปมองลูกสาว คราวนี้เธอต้องพาลูกไปโรงพยาบาลด้วยเพราะไม่มีคนช่วยดู“ไลลา เดี๋ยวเราไปเยี่ยมลุงภูกันนะคะ เผื่อว่าลุงภูลืมตาขึ้นมาแล้วเจอหนูต้องดีใจมากแน่ ๆ เลย”ดวงตากลมแป๋วเงยมองผู้เป็นแม่ หัวฟู ๆ พยักหน้าหงึก ๆ
กลับมาทำงานได้ไม่นานเขาก็ยิ่งคิดถึงเธอกับลูกมากขึ้นจนไม่เป็นอันทำอะไร ทั้งที่เพิ่งจะจากกันมาไม่นาน ชายหนุ่มมองไปที่สมาร์ตโฟนก่อนจะหยิบมันขึ้นมาใช้งาน โทรศัพท์ดังขึ้น รัลภัทรหยิบขึ้นมาดู ก่อนจะนิ่วหน้า พอเธอกดรับเสียงทุ้มก็ดังขึ้นมา“รัล…ทำกับข้าวมาส่งให้พี่หน่อยได้ไหม?”“ทำไมต้องให้ฉันทำให้คุณด้วยล่ะคะ?”“พี่สั่งอาหารนะไม่ได้ขอกินฟรี รัลอยากทำงานไม่ใช่เหรอ จะพาลูกมาด้วยก็ได้นะ… ขึ้นมาส่งถึงห้องเลย เคยมาแล้วไม่ใช่เหรอ?”รัลภัทรลอบเบะปาก ปฏิเสธทันที“ไม่ค่ะ ฉันไม่เอาเงินคุณ! และฉันก็จะไม่ทำ! ทำไมคุณถึงคิดว่าฉันจะยอมง่าย ๆ แบบนั้น?”“ครั้งละหมื่นเลยนะ… เอาไหม? หรืออยากได้มากกว่านั้น”รัลภัทรมือสั่นเล็ก ๆ แต่เธอยังคงกัดฟันแน่น“ฉันไม่เอาค่ะ เชิญไปสั่งกับคนอื่นเถอะ”“จะให้สั่งกับใครล่ะ ถ้าไม่สั่งกับ...เมีย”“หยุดพูดพล่อย ๆ ฉันไม่สนุกด้วยนะและไม่ยอมรับมัน”“จะปฏิเสธยังไงหลักฐานออกเป็นตัวขนาดนั้น”รัลภัทรกลอกตาขึ้นมองบนอย่างไม่ชอบใจ เธอได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ลอดมาตามสัญญาณ เขาคงกำลังสนุกที่ได้ยั่วยุเธอสินะ“คุณปรินวัชร์ ถ้าคุณจะยัดเยียดอะไรก็ตามในสิ่งที่ฉันไม่ต้องการให้ ต่อไปนี้ก็อย่ามาคุยก
เมื่อไม่มีคนช่วยดูลูกเธอก็ต้องพาลูกสาวเดินออกไปดูด้วย ไม่กล้าปล่อยให้ลูกอยู่ในบ้านคนเดียวหรือคลาดสายตาแม้แต่เสี้ยววินาที สีหน้าและแววตาของเธอตึงเครียดเมื่อเห็นคนที่ยืนสูงกว่ารั้วบ้านกำลังมองมาที่เธอและลูก“รัล พี่ขอเข้าไปในบ้านเพื่อคุย”พลางดวงตาคมหลุบมองเด็กหญิงร่างอวบที่ยืนกอดขาผู้เป็นแม่ ส่งยิ้มให้เขาอย่างเชื้อเชิญ“ลูกยังอยากให้พี่เข้าไป เห็นไหม”รัลภัทรไม่สนใจมอง เธอเบือนหน้าหนีก่อนจะทำใจแล้วเอ่ยออกมา“ฉันยังไม่อยากคุยกับคุณ เชิญกลับไปก่อน”“อย่ากีดกันพี่เลย รัลก็รู้ว่ามันเป็นไม่ได้ พี่แค่อยากคุยเรื่องลูกของเรา เวลานี้รัลเลี้ยงลูกคนเดียวไม่ไหวหรอก”น้ำเสียงมีความอ่อนโยนและแข็งกร้าวกดดันผสมกันอยู่ในที เธอรู้ว่าประตูรั้วแค่นี้ขวางกั้นเขาไม่ได้หรอก แต่หากเปิดให้เข้ามาก็เหมือนว่าเธอเปิดรับความเจ็บปวดรอบใหม่ให้เข้ามาในชีวิตด้วย ร่างบางเผลอเหม่อลอยอยู่ในภวังค์จนในที่สุดกลับเป็นเด็กหญิงเองที่วิ่งไปดึงสลักกุญแจขึ้น แล้วผลักออกด้วยความไร้เดียงสา...ให้เขาก้าวเข้ามาในบ้านเธอ“หนูเปิดประตูให้...” ชายหนุ่มหยุดคำที่เรียกแทนตัวเองว่า ‘พ่อ’ ไว้ ก่อนจะเปิดใจพูดมันออกมา “พ่อเหรอครับ”“ลำบากใจก็ไม่
กว่าสามชั่วโมงที่รัลภัทรหมดสติไป หญิงสาวฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในตอนบ่าย เธอถูกพามานอนที่ห้องพักอีกห้องที่ไม่มีใครรบกวนเมื่อรู้สึกตัวแล้วรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เรื่องราวต่าง ๆ ก็ผุดขึ้นมา ในหัวคนแรกที่นึกถึงก็คือลูกสาว เขารู้แล้วว่าเธอท้อง เด็กคนนั้นเขาก็รู้แล้วว่าเป็นลูก แล้วตอนนี้เขาทำอะไรกับลูกสาวเธอหรือไม่ แล้วยังพี่ชายของเธออีกการที่ได้หลับไปทำให้สมองและร่างกายได้รับการพักผ่อนเพียงพอ ครั้นจะลุกลงจากเตียงประตูห้องก็ถูกเปิดออก ตามมาด้วยคนที่เธอไม่อยากพานพบที่สุดในเวลานี้“รัล”รัลภัทรเบือนหน้าหนี ไม่อยากคุยอะไรด้วยทั้งนั้น เหวี่ยงขาลงจากเตียงจะไปหาลูกสาวแต่ก็ถูกอีกฝ่ายจับข้อมือไว้“จะรีบไปไหน พักก่อนเถอะ”“ปล่อย” เธอเสียงแข็งใส่ มีอีกหลายเรื่องที่เธอต้องจัดการจะให้มานอนอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไรอีกฝ่ายมองใบหน้าที่ซีดหม่น ที่ผ่านมาเธอแบกรับอะไรหลายอย่างไว้คนเดียวสินะ“พี่ชายคุณฟื้นแล้วก็หลับไปอีกแล้ว หมอบอกว่าอาการเขาดีขึ้น พรุ่งนี้ค่อยไปหา ส่วนลูก...” เขานิ่งไปอึดใจ “ก็อยู่กับพยาบาลไม่ได้งอแง...ผมอยากให้คุณพักผ่อน”“ไม่ต้องมาออกคำสั่งกับฉัน”รัลภัทรพยายามสลัดข้อมือแต่ก็ไม่พ้นมือหนาที่กุมข้อ
ทันทีที่เห็นร่างบางโอนเอนก่อนจะทรุดฮวบลง วงแขนแกร่งก็รีบเข้าช้อนร่างบางที่ไร้สติไว้ในอ้อมแขนอย่างนุ่มนวล“รัล รัล”เสียงเรียกชื่อเธอดังแผ่วอยู่ในหู ก่อนมันจะไกลออกไปจนไม่ได้ยินพร้อมกับความมืดที่เข้ามาปกคลุมภาพในอดีตที่ยังฝังลึกอยู่ในหัวใจเมื่อประมาณสองปีก่อน ในตอนที่ผู้ชายคนนี้เข้ามาในชีวิตที่แสนโ
“แล้วตอนนี้คนชนอยู่ไหนคะ”หญิงสาวคาดคั้น ใครที่มันทำลูกเธอเจ็บเธอต้องเอามันมารับโทษให้ได้ ขับรถในเขตชุมชนทำไมถึงได้ประมาทไม่มีความระมัดระวังระหว่างที่รอคำตอบจากปากป้าน้อยประตูห้องพักก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ตามเข้ามาด้วยร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งที่รัลภัทรเห็นก็ต้องตกตะลึง เป็นเขาอีกได้อย่างไร เช่นเด
ก่อนหน้าที่รัลภัทรจะมาถึงโรงพยาบาลปรินวัชร์ได้เคลียร์เรื่องราวกับตำรวจ และโทรบอกมารดาที่คอยฟังข่าวอยู่ที่บ้านแล้ว จากนั้นเขาก็เข้ามาคุยกับป้าน้อยที่ไม่ได้หมดสติหลังจากทำการรักษาเสร็จแล้วว่า“ป้าไม่ต้องห่วงนะครับเรื่องการรักษาผมจะดูแลเต็มที่ ทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายส่วนอื่น”“แต่คุณไม่ได้เป็น
ภาพตรงหน้าทำให้เขารู้สึกชาวาบไปทั้งตัวจักรยานไฟฟ้าล้มคว่ำอยู่หน้ารถยนต์หรูสีขาวมุกที่เขาจำได้ดี…รถของว่าที่คู่หมั้น!“ไลลา ไลลา ช่วย ช่วยหลานฉันก่อน...ฮือ”ป้าน้อยที่ถูกจักรยานไฟฟ้าล้มทับขาพยายามยื่นมือไปคว้า เด็กหญิงที่นอนร้องไห้เสียงหลงอยู่กับพื้นซึ่งกระเด็นห่างออกไปขึ้นมา แม้ตัวเองจะเจ็บไม่น้อย





![เจ้าสาวแวมไพร์ [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

