LOGINถวายสังฆทานเรียบร้อยแล้วรัลภัทรก็พาลูกสาวออกมานั่งคุยที่โต๊ะหินอ่อนใต้ร่มไม้กับหญิงใจดี ปานใจหยิบถุงแดงเล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋าส่วนตัวรูดเชือกเปิดปากถุงแล้วนำสิ่งที่อยู่ในนั้นออกมา เป็นตลับสีแดงดูเป็นสิ่งของมีค่า รัลภัทรเหลือบตามองเธอคิดว่าหากสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้มอบให้มีค่ามากเธอก็จะไม่รับไว้ให้ลูก
ปานใจเปิดตลับออกให้ดูจึงเห็นว่าข้างในนั้นเป็นพระองค์เล็กที่แขวนไว้กับสร้อยคอ
“ป้านำติดตัวมาด้วยทุกครั้งที่มาวัดนี้ หวังว่าจะได้เจอหนูกับลูกแล้วจะให้ยัยหนูตัวเล็กใส่ ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองแต่ก็ไม่เจอหนู ครั้งนี้ถือว่าบุญหนุนนำให้ได้เจอสักทีนะ นี่ ป้ามอบให้หนูตัวเล็กนะลูกสวมติดตัวไว้”
รัลภัทรให้หญิงใจดีสวมสร้อยพระให้ลูกสาวกับมือ ตัวเธอก็พนมมือไหว้ขอบคุณด้วย
“ขอบคุณนะคะคุณป้าที่เมตตาเอ็นดูยัยหนู”
“ก็หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักขนาดนี้จะไม่ให้เอ็นดูได้ยังไงล่ะจ๊ะ ดูซิตัวกลมเชียวลูก จ้ำม่ำ น่ารัก”
รัลภัทรยิ้ม เอ่ยว่า “กินเก่งมากค่ะ เอาอะไรให้ก็กินหมด”
“เด็กกำลังโตก็แบบนี้แหละจ้ะ ก็ต้องดูเรื่องสารอาหาร”
รัลภัทรนั่งคุยเรื่องทั่วไปกับปานใจพลางมองดูลูกสาวที่วิ่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน
ปรินวัชร์ขับรถจากคอนโดส่วนตัวมาหามารดาที่บ้านแถวชานเมือง รถยุโรปสมรรถนะเยี่ยมขับผ่านประตูรั้วทึบเข้ามาในบ้านปูนสองชั้นสีงาช้าง ภายในบริเวณบ้านที่ใครก็ไม่สามารถมองจากภายนอกเข้ามาเห็นกว้างขวาง ด้านหน้าเป็นสนามหญ้าสีเขียวโล่ง ต้นไม้ใหญ่ถูกปลูกไว้ด้านหลังหรือจัดโซนไว้ด้านข้างไม่ให้บดบังตัวบ้าน
ร่างสูงก้าวลงมาจากรถด้วยชุดลำลองสบาย ๆ เสื้อคอจีนสีเข้มกับกางเกงขายาวตัวโคร่ง ผมไม่ถูกเซตแต่ก็ยังเป็นทรงรับกับใบหน้าที่มีเครื่องหน้าชัดเจน ใบหน้าคมคลายความเคร่งขรึมลงเมื่อพบกับคนที่อยู่ในบ้านของมารดา
นายพล ที่ไม่ได้เป็นตำแหน่งทางราชการ แต่เป็นพ่อบ้านที่อายุน้อยกว่าเขาไม่กี่ปีมายืนกุมมือต้อนรับ
“สวัสดีครับนาย วันนี้ดูหน้านายสว่างสดใสดีนะครับ”
ชายหนุ่มกระตุกยิ้มกับคำพูดแปร่ง ๆ ของมัน เอ่ยถาม
“อืม แล้วคุณแม่อยู่ไหน”
“คุณผู้หญิงออกไปทำบุญให้คุณซินไงครับ”
“ฮึ? ออกไปทำบุญให้ฉัน”
“ครับ คุณผู้หญิงบอกว่า เห็นคุณซินเครียด ๆ คงทำงานหนักเลยอยากทำบุญให้คุณซิน ปัดเป่าสิ่งไม่ดีที่กำลังครอบงำอยู่ให้ออกไปครับ ดูสิ หน้าอิ่มบุญมาเลยเจ้านายเรา”
คนที่ได้บุญกุศลที่มีคนกรวดน้ำอุทิศมาให้สองต่อโคลงศีรษะยิ้ม ๆ แล้วว่า
“แล้วทำไมแกไม่ขับรถให้คุณแม่”
“ผมจะขับให้แล้วครับ แต่คุณผู้หญิงบอกจะขับไปเอง ไม่ยอมให้ผมตามไปครับ คุณแม่ของผมก็ไม่ให้ไปด้วย”
“เหรอ แล้วไปนานรึยัง”
“ก็ราวสามชั่วโมงได้แล้วครับ”
“แกรู้มั้ยว่าคุณแม่ไปวัดไหน”
“รู้ครับ น่าจะวัดที่ไปบ่อย ๆ”
“อ้อ”
จากนั้นปรินวัชร์ก็เดินเข้าไปรอมารดาในบ้าน เขาหยุดยืนมองรูปถ่ายครอบครัวสามคนที่ถ่ายไว้เมื่อหลายปีที่แล้ว ในรูปมีมารดาแต่งตัวสวยสวมชุดสีชมพูนั่งอยู่บนเก้าอี้ ด้านหลังเป็นชายหนุ่มและน้องสาวที่ส่งยิ้มหวานให้กล้อง
เขาจำได้ว่ากลับมาถ่ายภาพครอบครัวกับมารดาและน้องสาวก่อนที่จะได้รับข่าวร้ายภายในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เมื่อปานชีวาที่เดินทางกลับไปเป็นหมอที่จังหวัดหนึ่งซึ่งมีพื้นที่ติดชายแดนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือถูกรถชนขณะเดินข้ามทางม้าลายซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลแล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมา
น้องสาวที่กำลังออกมาใช้ทุนรักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาลต่างจังหวัดแล้วจะกลับไปเรียนต่อเฉพาะทางด้านจักษุต้องมาจบชีวิตด้วยน้ำมือของคนที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคม มันชนแล้วไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ ยังดีที่มีพลเมืองดีมีหลักฐานแล้วส่งให้กับทางตำรวจจึงถูกจับกุมได้ในเวลาต่อมา
มันถูกตัดสินจำคุกและชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินที่ชาตินี้คนอย่างมันคงไม่มีปัญญาหามาชดใช้ได้ แม้มันจะถูกตัดสินโทษจำคุกห้าปีแต่เขาเชื่อว่าไม่นานมันก็คงได้ออกมา
และก็เป็นจริงตามนั้น มันถูกลดหย่อนโทษทุกปีเพราะทำตัวเป็นประโยชน์ต่อเรือนจำ คนที่ทำให้คนอื่นต้องตายเพราะความประมาทของตัวเองได้รับโทษเพียงเท่านี้หรือ ชีวิตของน้องสาวเขาทั้งคนที่จะทำคุณประโยชน์ต่อผู้คนอีกนับพันนับหมื่นต้องดับสลายภายในเสี้ยววินาที แต่ไอ้คนทำมันยังสามารถออกมาดำเนินชีวิตได้อย่างคนปกติ
มันไม่ยุติธรรม
ปรินวัชร์ให้คนไปสืบประวัติของคนที่ขับรถชนน้องสาวคนเดียวของเขา จึงได้รู้ว่ามันก็มีน้องสาวอยู่เหมือนกัน ชื่อ...รัลภัทร
ชีวิตของน้องสาวเขาดับลง ชีวิตของน้องสาวมันก็ต้องดับสลายลงเหมือนกัน!
สามปีที่ผ่านมา เขาทำมันสำเร็จแล้ว
“ซิน มานานรึยังลูก”
เสียงของมารดาดังมาจากข้างหลัง เขาคงจมอยู่ในภวังค์ลึกเกินไปจึงไม่ได้ยินเสียงรถของมารดา
“ไม่นานครับ เพิ่งมาถึง”
ร่างสูงหันมายิ้มรับพลางเดินไปประคองมารดามานั่งคุยกันที่โซฟา ปรินวัชร์อาศัยอยู่ที่ประเทศจีนดูแลธุรกิจร่วมกับบิดาเป็นหลัก เขาเพิ่งกลับมาดูงานที่ประเทศไทยได้สองสัปดาห์และยังไม่มีกำหนดกลับจีน อีกทั้งอยากอยู่กับมารดานาน ๆ
“แม่ครับ ผมมีเรื่องจะบอก”
“เรื่องอะไรลูก”
“ผมคงจะต้องแต่งงานแล้ว”
มารดามองหน้าลูกชาย ไม่มีรอยยิ้ม แต่พยักหน้ารับรู้
“เมื่อไหร่ กับใครเหรอ”
“วันแต่งยังไม่แน่ครับ แต่จะหมั้นในอีกสองเดือน”
ทุกอย่างคงถูกกำหนดไว้โดยอดีตสามี บิดาของลูกชาย ปานใจเข้าใจดี
“จัดที่ไหนล่ะ”
“ที่ไทยนี่แหละครับ ผมอยากให้คุณแม่ไปร่วมด้วย”
ถ้าไปก็ต้องเจอหน้าอดีตสามีที่ปานใจบอกตัวเองว่าชาตินี้ไม่อยากพบเจอผู้ชายคนนี้อีก นางขออยู่อย่างสงบ ๆ คนเดียวตลอดไป
“จ้ะ แม่จะไป”
ปรินวัชร์มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ยิ้มไม่บึ้ง แล้วชวนมารดาพูดคุยเรื่องทั่วไปก่อนจะออกไปเดินชมสวนดอกไม้ที่มารดาปลูกไว้ เขาอยู่เป็นเพื่อนคุยกับท่านจนถึงทานข้าวด้วยกันก่อนจะกลับ
^
^
^
***ฝากเอ็นดูไลลาด้วยค่า
ภาพตรงหน้าทำให้เขารู้สึกชาวาบไปทั้งตัวจักรยานไฟฟ้าล้มคว่ำอยู่หน้ารถยนต์หรูสีขาวมุกที่เขาจำได้ดี…รถของว่าที่คู่หมั้น!“ไลลา ไลลา ช่วย ช่วยหลานฉันก่อน...ฮือ”ป้าน้อยที่ถูกจักรยานไฟฟ้าล้มทับขาพยายามยื่นมือไปคว้า เด็กหญิงที่นอนร้องไห้เสียงหลงอยู่กับพื้นซึ่งกระเด็นห่างออกไปขึ้นมา แม้ตัวเองจะเจ็บไม่น้อย แต่ด้วยความรักและความผูกพัน ป้าน้อยก็ยังร้องขอให้คนช่วยคนตัวเล็กก่อนตัวเองไลลา...ความห่วงใยและสัญชาตญาณที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน มันพรั่งพรูจนแทบล้นออกจากอกว่าที่คู่หมั้นของเขาก้าวลงมาจากรถด้วยสีหน้าที่ดูตกใจ“พี่ซินวีไม่ได้ตั้งใจนะคะ มันเป็นอุบัติเหตุ ฮึก มันเป็นอุบัติเหตุจริง ๆ”วีรดาพยายามหาข้ออ้างสารพัดอธิบาย เธอไม่ได้ตั้งใจอยากขับรถชนใคร มันเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของตัวเองล้วน ๆหัวใจเขาเต้นไม่เป็นส่ำ ความโกรธแล่นวาบขึ้นจนเส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบ ๆ รีบก้าวพรวดเข้าไปประคองเด็กหญิงขึ้นมาแนบอก ห่วงใยราวกับเป็นสายเลือดเดียวกัน สายตากวาดมองสำรวจร่างเล็กที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุดรวมถึงป้าน้อย ก่อนที่จะโทรเรียกรถพยาบาลปรินวัชร์ตามมาที่โรงพยาบาลที่ส่งตัวป้าน้อยกับไลลาเข้ารั
ปานใจเดินตามเข้ามาพูดด้วย “เด็กคนนี้ไงลูกที่แม่เพิ่งเล่าให้ฟัง ดูดี ๆ ซินว่าหน้าคล้ายน้องเราตอนเด็กมั้ยลูก”น้ำเสียงของมารดาสั่นเล็กน้อยยามเมื่อเอ่ยถึงน้องสาว ร่างสูงจึงย่อเข่าลงเอียงหน้ามองใบหน้าเด็กคนนี้ชัด ๆ“ครับ เหมือนอย่างไม่น่าเชื่อ”“งืม ๆ” เด็กหญิงส่งเสียงงึมงำในลำคอ เท้าเล็กเบนออกเตรียมจะวิ่ง ทว่ากลับสะดุดพื้นจนเกือบจะล้มโชคดีที่มีมือหนาช้อนตัวไว้“เกือบไปแล้วยัยหนู”หญิงวัยกลางคนยกมือกุมอกใจหายวาบ เมื่อร่างอวบเล็กเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดเขาก็หันไปเอ่ยกับคนดูแลแกว่า“สงสัยอยากจะเล่น ผมอุ้มได้มั้ยครับ”ป้าน้อยพยักหน้าอนุญาต เขาจึงอุ้มร่างเล็กขึ้นมา ความสูงจากพื้นทำให้เด็กน้อยดี๊ด๊าชอบใจ“ชอบใช่มั้ยฮึ มีปานที่ต้นแขนด้วยเหรอ”บังเอิญปลายนิ้วแกร่งลอดเข้าไปในแขนเสื้อบาน ๆ ของแกเข้าทำให้เห็นปานแดงวงเล็ก ๆ ที่ต้นแขนป้อม คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน เด็กคนนี้หน้าคล้ายกับน้องสาวเขายังไม่พอยังมีตำหนิที่จุดเดียวกันอีกหรือ“ปะ ปะ”“ไปไหนคะ หนูอยากให้ลุงพาไปไหน”นิ้วเล็กชี้ไปข้างหน้า ปากเล็กพยายามสื่อ“หาแมะแมะ”“อยากหาแม่แล้วเหรอไลลา” ป้าน้อยที่ทำหน้าที่อย่างดีเดินตามไม่ห่าง“แมะแมะ”“แม่ยังไม่กลับม
วันนี้พี่ชายของเธอก็ยังไม่ฟื้นรัลภัทรจึงกลับไปที่บ้านก่อน ด้านของปรินวัชร์ก็ต้องกลับไปทำงานที่บริษัทเหมือนกัน ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในบ้านเด็กหญิงวัยขวบครึ่งที่สวมเสื้อตัวโคร่งเผื่อโตก็วิ่งถลาเข้ามาหา ก่อนร่างน้อยจะโถมเข้ากอดผู้เป็นแม่“แมะ แมะ มา”“จ้า แม่กลับมาแล้วคิดถึงแม่มากใช่มั้ย วันนี้ลุงภูก็ยังไม่ฟื้น”เด็กหญิงมองผู้เป็นแม่ที่ส่งยิ้มออกมาจากใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้าแล้วพยักหน้าหงึก ๆ คล้ายเข้าใจความรู้สึกของเธอตอนนี้พร้อมมือเล็ก ๆ ขึ้นมาประคองข้างแก้มผู้เป็นแม่ก่อนจะทำปากจู๋โน้มเข้าไปจุ๊บที่ใต้จมูกของเธอและผละออกพร้อมกับน้ำลายที่ยืดย้วย“โอ๋ ๆ แมะแมะ”กำลังใจที่ได้จากลูกสาวทำให้หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึก มีพลังลุกขึ้นยืนพร้อมกับอุ้มร่างอวบขึ้นมาด้วยยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตแก้มยุ้ยจนใบหน้าลูกสาวบู้บี้“คืนนี้แม่จะอยู่กับลูกทั้งคืนเลย ไม่ไปไหน”เช้าวันต่อมาในช่วงสายรัลภัทรรับงานไปรับส่งของให้กับลูกค้า ก่อนออกจากบ้านหญิงสาวกำชับกับป้าน้อยตามเดิมว่าให้คอยสังเกตรถที่ไม่คุ้นตาที่อาจมาจอดอยู่บริเวณบ้าน แล้วอย่าพาลูกออกไปไหนถ้าไม่จำเป็น“อยู่กับป้าน้อยก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่ทำงานเสร็จจะรีบกลับมาหา
เช้าวันต่อมาก่อนออกจากบ้านไปเยี่ยมพี่ชายที่โรงพยาบาลเธอก็กำชับกับป้าน้อยว่าให้คอยดูรถที่อาจมีมาจอดใกล้บ้านแล้วอย่าเพิ่งพาไลลาออกไปเล่นนอกบ้านจนกว่าเธอจะกลับมา เช่นเดียวกันเมื่อพี่ชายเธอยังนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเขาก็ไม่ได้ไปทำงาน มีสายโทรศัพท์โทร.เข้ามา รัลภัทรรับสาย คนในสายเป็นเสียงของผู้ชายอ้างว่าเป็นเจ้าของร้านที่พี่ชายเธอทำงานอยู่“ตอนนี้พี่ภูนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ...ถูกทำร้ายค่ะ ยังไม่ฟื้นเลย...หนูเป็นน้องสาวพี่ภูค่ะ”เป็นถ้อยคำที่รัลภัทรพูดกับคนในสาย แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่เชื่อจึงจะเดินทางมาดูให้เห็นกับตาที่โรงพยาบาล ภูมินทร์ถือเป็นตัวท็อปของร้านตัวทำเงินเรียกแขกก็ว่าได้ เวลาแขกสาว ๆ มาเที่ยวไม่เจอก็ต่างถามหาแอนดริว เป็นเจ้าของร้านบาร์โฮสที่ภูมินทร์ทำงานเขาเดินทางมาที่โรงพยาบาลด้วยตัวเองในฐานะเจ้านายที่มาดูลูกน้อง เมื่อได้พบกับรัลภัทรชายหนุ่มก็มองเธออย่างมีความคิด“น้องเป็นน้องสาวของไอ้ภูจริงเหรอ” ‘หน้าไม่ค่อยเหมือนกันเลย ไม่ใช่ว่าเป็นเมีย เหมือนเด็กคนอื่นในร้านนะเว้ย’ รัลภัทรพยักหน้า “เป็นน้องสาวจริง ๆ ค่ะ”แอนดริวยกมือประสานกันใต้อก ส่ายหน้าพร้อมกับระบายลมหายใจเมื่อเ
มุมปากของเขายกขึ้นนิดเดียว คล้ายยิ้มแต่ไม่ใช่“ทุเรศตรงไหน สุภาพที่สุดแล้วสำหรับเธอ ไม่เห็นต้องเหนื่อยขนาดนี้เอาตัวมาขายให้ฉันก็ได้เงินรักษาพยาบาลพี่ชายเธอแล้ว”หญิงสาวใจสั่นสะท้าน จ้องดวงตาคมกริบมองเธออย่างเย้ยหยัน อยากจะข่วนหน้าเขาแรง ๆ เรียกสติว่าอย่าหลงตัวเองให้มากนัก ชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นมุมปากราวกับตั้งใจยั่ว“หลงตัวเองมากเกินไปรึเปล่า”“อวดดีทั้งที่กำลังจนตรอก”เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมรัลภัทรถึงได้มาทำงานแบบนี้ ทั้งที่ตอนนี้เธอควรจะไปเรียนต่อต่างประเทศอย่างที่เคยบอกเขาไว้ นอกจากร่างกายเขาก็ไม่ได้เอาอะไรของเธอมาแม้สักอย่างเดียว“ถ้าฉันจะขาย มีผู้ชายอีกหลายคนที่พร้อมจะจ่าย...หรือจะไม่เชื่อล่ะ”แม้ไม่ถูกเธอตบหน้าแต่ปรินวัชร์ฟังแล้วก็รู้สึกหน้าชาวูบหนึ่งเหมือนถูกตบหน้าจัง ๆ ชะงักไปชั่วขณะก่อนจะเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ในปั๊มตอนนี้ไม่ค่อยมีคนนัก การที่คนสองคนยืนคุยกันจึงไม่เป็นที่สังเกตของคนที่แวะเวียนเข้ามาเติมน้ำมันสักเท่าไร“จำไว้นะ อะไรที่ฉันเคยได้ ถ้าฉันอยากจะได้อีกครั้งมันก็ต้องได้ ไม่สนหรอกว่าจะได้มายังไง ตัวเธอก็เหมือนกัน”หัวใจของคนฟังสั่นวูบ เกลียดแววตามั่นอกมั่นใจนัก“ชั่ว!”ค
ก็เป็นไปได้น่าสงสาร!เมื่อมีงานเด้งขึ้นมาอีกหญิงสาวก็กดรับ คราวนี้ผู้โดยสารยืนรออยู่หน้าตึกสำนักงานขนาดใหญ่ เป็นผู้โดยสารหญิงชายสองคนจุดหมายคือร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่งระหว่างทางเธอทำหน้าที่เป็นพลขับเงียบ ๆ ฟังผู้โดยสารคุยกันถึงเรื่องงานอย่างออกรส“เธอๆ เมื่อเช้าประชุมกับคุณซินใช่ไหม? เป็นไงบ้าง”พนักงานสาวร่างอวบหันไปถามเพื่อนที่นั่งมองโทรศัพท์“ก็เหมือนเดิมแหละ… คุณซินยังโหดเหมือนเคย ประชุมทีไรไม่มีใครกล้าเถียงเลย” อีกคนถอนหายใจเฮือก “แต่ก็ต้องยอมแหละนะ เขาเก่งจริง ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่ปั้นโครงการอสังหาฯ ระดับพันล้านได้ในเวลาไม่กี่ปี”“ใช่ เก่งก็เก่ง แต่ใจร้ายชะมัด ไม่ค่อยเห็นใจพนักงานเลย” คนแรกบ่นเสียงอุบ “ตอนบ่ายยังตำหนิหัวหน้าฝ่ายการตลาดเสียงดังอยู่เลย เห็นแล้วเครียดแทน”รัลภัทรที่จับพวงมาลัยขับรถอยู่เงียบ ๆ แอบได้ยินบทสนทนาทั้งหมด หัวใจเธอสะดุดเล็กน้อยกับชื่อ “คุณซิน” ชื่อเดียวกับคนใจร้ายที่เธอเคยเรียกพี่ซินคะ พี่ซินขาจะเป็นเขาอีกเหรอเขาเป็นเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ…?การเข้ามาทำอาชีพไรเดอร์มันทำให้เธอเห็นแง่มุมของผู้โดยสารจริง ๆ พวกเขาบางคนที่เครียดจาก







