ログインสองเท้าสวยก้าวออกมาจากห้องพร้อมกับกระเป๋าเดินทางสองไบที่ถูกลากออกมาด้วย แววตาคู่สวยกวาดสาวตาไปมองรอบห้องก็เห็นสภาพเมาหัวรานํ้าของเจ้าของห้องที่นั่งอยู่บนพื้นข้างโซฟา มือหนากอบกุมขวดเหล้าเอาไว้แน่น ไม่รู้ว่าเขาดื่มไปเยอะเท่าไหร่แล้ว แต่เหล้าในมือตอนนี้มันเหลือไม่ถึงครึ่งขวดด้วยซํ้า พร้อมกับกลิ่นหึ่งของแอลกอฮอล์ที่กระทบเข้าปลายจมูก แต่จะดื่มจนเมาแล้วนอนราบลงกับพื้น มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะต้องสนใจ… ฟิโอน่าติดสินใจที่จะก้าวสองเท้าเดินผ่านเขาไปโดยไม่สนใจ แต่เสียงยานคางที่เอ่ยเรียกขึ้นตามหลังก็ต้องทำให้เธอหยุดฝีเท้าลง “น่า…” “……” เธอเลือกที่จะยืนเงียบๆ แล้วฟังต่อว่าเขามีอะไรจะพูด โดยที่ไม่ได้หันไปมอง แต่ หมับ! ไม่รู้ว่าเขาได้ลุกขึ้นจากพื้น แล้วเดินเข้ามาประกบหลังเธอตั้งแต่ตอนไหน เพราะตอนนี้คนเมาได้ถือวิสาสะสวมกอดเธอแน่นจากทางด้านหลังจนเธอต้องดิ้นพล่านเพื่อออกจากการกอบกุมของเขา “ปล่อยนะ!” “อย่าไปจากพี่ได้มั้ย…” ยิ่งเธอดิ้นเขาก็ยิ่งกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิม กลัวที่สุดคือหากปล่อยมือออกตอนนี้ คนตรงหน้าก็จะสูญหายไปจากชีวิตเขาในทันที “ปล่อย” “ฮึกก พี่จะอยู่ยังไงถ้าไม
“……” เขาเพียงหลุบสายตาที่นํ้าตาคลอเบ้ามองลงบนพื้นห้องด้วยสองมือหนากำแน่น ด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในอกมากมาย ทั้งที่เป็นคนขอ เป็นคนอยากให้มันเป็นแบบนี้แท้ๆ แต่พอเธอตอบเข้าจริงๆ ภายในใจกลับรู้สึกอ่อนล้าไปหมด “มันไม่เหลือโอกาสให้พี่เลยเหรอ ให้พี่ได้ลองพยายาม…” “ประโยคไหนในคำตอบของฉันที่ยังไม่ชัดพออีกเหรอคะ?” เจอคำถามไร้เยื่อใยนั้นไป เขาถึงกับสะดุด ประโยคที่จะพูดต่อเลือนหายกลับเข้าไปในลำคอ แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเธอจะตอบแบบไหน แต่หัวใจไม่รักดีมันก็ยังทำใจปล่อยเธอหลุดมือไปไม่ได้ง่ายๆ ในหัวมีแต่ความคิดที่ลนลานไปหมด จะทำยังไงถึงจะรั้งเธอเอาไว้ได้ “อย่างน้อยก็อย่าเพิ่งไปไหนได้มั้ย…” เขากำลังคิดว่าจะเอ่ยประโยคต่อไปดีหรือเปล่า เพราะสิ่งที่เขาจะพูดมันก็ยังเป็นคำพูดเห็นแก่ตัว แต่มันเป็นเหตุผลข้อสุดท้ายแล้ว ที่เขาจะสามารถเอามาต่อรองกับเธอได้ แต่เพราะความรู้สึกที่ไม่อยากเสียเธอไปมันมีมากมายมหาศาล และความอัดอั้นภายในใจมันบีบให้เขาต้องพูดมันออกไป “อย่างน้อยก็อยู่เพื่อลูก…” “……!” ฟิโอน่าสะตั้นไปสักพักหลังประโยคนั้นหลุดออกมาจากปากร่างสูงข้างกาย มือเล็กกำเข้าหากันแน่น แต่ไม่นานเธอก็ตั้งส
“ฮึกก ไม่เอา… ไม่เอาแบบนี้ได้มั้ยน่า พี่ขอโทษฮึก จะให้พี่กราบก็ได้” “ฉันไม่มีอะไรให้คุณต้องอาลัยอาวรณ์เลยสักนิดคุณคราม คุณเป็นคนทำทุกอย่างที่ฉันมีพังด้วยนํ้ามือของคุณเอง แค่นี้มันก็มากพอแล้วไม่ใช่เหรอคะ คุณยังต้องการอะไรจากฉันอีก” “ฮึกก… พี่ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ พี่อยากแก้ไข—” “มันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วค่ะ มันเป็นไปแล้ว” โดยเฉพาะหัวใจของเธอที่แหลกสลายไปแล้ว มันไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้อีก เสียงร้องไห้ของเขาตอนนี้ นํ้าตาของเขาในตอนนี้ มันเทียบอะไรไม่ได้กับนํ้าตาและความเจ็บปวดที่เธอต้องกัดฟันและทนมาด้วยซํ้า หากเขาจะมาเรียกร้องความรัก ความรู้สึกจากเธอในตอนนี้ มันคงมากไป… “ฉันไม่มีอะไรจะให้คุณทั้งนั้นค่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ ต่างคนต่างอยู่… ต่างใช้ชีวิต” เพราะเรามันไม่ได้เดินเส้นทางเส้นเดียวกันมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว… “ไม่เอาฮีกก ไม่เอาแบบนี้ได้มั้ย พี่อยู่ไม่ได้ ฮึกก…” “คุณเคยถามฉันว่าไม่มีความสุขเลยเหรอ ที่ได้อยู่กับคุณ…” นํ้าเสียงที่แข็งกร้าวอ่อนลงยามกำลังจะกล่าวคำนั้นออกมา จนต้องหยุดพักหายใจ กลืนทุกความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดในตอนนี้ลงคอ และกัดฟันพูดมันออกมาด้วยหัวใจที่บีบรัดแน่นอ
สองมือเล็กกำเข้าหากันไต้โต๊ะแน่น ก้มหน้าลงยามถามประโยคนั้นออกไปแผ่วเบา ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองหน้าเขา เพราะยิ่งได้สบกับสายตาคู่นั้น มันก็ยิ่งเพิ่มความสับสนให้เธอต้องหวั่นใจเต็มไปหมด ฟ้าครามเงียบไปกับคำถามนั้นที่ถามขึ้นมากระทันหัน แววตาคมเริ่มจะร้อนผ่าวขึ้นมาตามๆ เธอที่ตอนนี้แทบกลั้นนํ้าตาไว้ไม่อยู่ ตอนนี้เขาคาดเดาอะไรจากคนตัวเล็กไม่ได้เลยสักอย่าง ทั้งปฏิกิริยาและท่าทางของเธอ มันแปลกไปหมด… ขอเพียงอย่างเดียว จะเรื่องอะไรก็ได้ แต่อย่าให้เป็นแบบที่เขาคิดได้มั้ย ยังไม่พร้อมที่จะรับมันตอนนี้จริงๆ… “น่า… กำลังพูดถึงอะไรครับ” “พี่ครามน่าจะรู้ดีกว่าน่าอีกไม่ใช่เหรอคะ” “พี่ไม่เข้าใจ…” ไม่เข้าใจ หรือไม่กล้ายอมรับที่จะเข้าใจกันแน่ เขาเองไม่แน่ใจในตัวเองเหมือนกัน พอมาถึงจุดนี้ เขามันก็ยังขี้ขลาดไม่เปลี่ยน… “……” ร่างเล็กเงียบไป มือยังคงกำเข้าหากันแน่น จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ยอมบอกเธอสินะ ก็คงจะรู้ได้ถึงเหตุผลว่าทำไมไม่กล้าบอก ก็ทำกับเธอไว้เสียขนาดนั้น ทีตอนนี้ล่ะไม่กล้าจะเผชิญหน้ากับการกระทำของตัวเองอย่างนั้นสินะ ทั้งห้องปกคลุมไปด้วยความเงียบที่แสนน่าอึดอัดอยู่นานสองนาน จนคนที่ทนอยู
“โอ้ย ปล่อยนะฉันเจ็บ!” “เจ็บเหรอ เหอะ! แค่นี้มันยังน้อยไปสำหรับผู้หญิงหน้าด้านหน้าทนอย่างเธอ!” … “ฉันจะทำให้เธอไม่เหลือแม้แต่ที่ยืนในสังคม ไม่เหลือหัวนอนปลายเท้า!” “ฮึกก ไม่… ” *นางแบบชื่อตัวย่อ ฟ. ตอนนี้มีข่าววงในแพร่กระจายไปทั่วถึงวีรกรรมมากมายของนาง ทั้งแย่งแฟนคนอื่น แถมยังวางแผนทำลายงานแต่งของอีกฝ่ายจนเค้าต้องเลิกกัน สุดท้ายได้ตำแหน่งคู่หมั้นนั้นมาจนได้เลยล่ะค่ะ เรียกได้ว่าตอนนี้ข่าวขึ้นแท่นหน้าหนึ่งทั่วประเทศจนไม่รู้ว่ายังจะเหลือพื้นที่ในสังคมให้ยืนอีกหรือเปล่า ตามอ่านรายละเอียดข่าวได้ผ่าน……* โห่ย หน้าด้านมาก… ผิดหวังมาก อุตส่าห์สนับสนุนมานาน… หน้าไม่อายเลยจริงๆ… โสเภณีชัดๆ… “ฮึกก ไม่… ฮึกก ไม่จริง…” เฮือก… เปลือกตาสวยที่ปิดแนบสนิทลืมขึ้นมาท่ามกลางความมืดสนิทภายในห้องที่เย็นฉํ่าจากเครื่องปรับอากาศ ทว่าตอนนี้ทั่วทั้งร่างของเธอกลับร้อนผ่าว เปียกชุ่มเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อมากมาย ยิ่งกว่าคนเพิ่งอาบนํ้ามาหมาดๆ ก็ไม่ปาน เสียงหอบหายใจรวยรินของตัวเองดังก้องกลับเข้ามาในหู มือบางค่อยๆ ยกขึ้นสัมผัสใบหน้าตัวเองช้าๆ พวงแก้มเต็มไปด้วยหยาดนํ้าตาที่ไหลรินลงมาเปียกชุ่มไปทั่
“เค้าดูรักฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอคะ…” เสียงหวานถามออกไปแผ่วเบาปนความเขินอายอยู่เล็กน้อย ที่ต้องมาถามอะไรแบบนี้กับคนแปลกหน้า “ที่สุดเลยล่ะค่ะ มองจากดาวอังคารลงมายังเห็นชัดเลยค่ะ สายตาคือแบบครั่งรักสุดๆ งื้ออพูดแล้วดิฉันเขินแทนเลยค่ะ” พนักงานสาวพูดไปก็บิดตัวเขินไป อย่างกับว่าตัวเธอเองเป็นคนถูกครั่งรักเสียอย่างนั้น ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยความครึกครื้น พนักงานสาวอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับเอ่ยอีกประโยคออกมาด้วยนํ้าเสียงประหลาดใจ “เอ๊ะ แต่จะว่าไป ก็เหมือนคุณว่าที่เจ้าบ่าวจะหน้าคุ้นๆ อยู่นะคะ เหมือนเคยเห็นที่ไหน” “จริงด้วยแก ฉันก็ว่าหน้าคุ้นๆ อยู่นะ” “คิดออกแล้ว! คุณฟ้าคราม พี่ชายของฟ้าลันดา เจ้าแม่วงการนางแบบไง!” กึก… ทันทีที่ชื่อนั้นถูกเอ่ย รอยยิ้มบนใบหน้าสวยก็เลือนหายออกไปทันที กับความรู้สึกบางอย่างที่แทรกเข้ามาแทน แววตาคู่สวยเต็มไปด้วยความสับสนเพิ่มเข้ามาอีกครั้ง ชื่อนี้อีกแล้ว… ฟ้าลันดา เจ้าแม่วงการนางแบบ… ยิ่งคำว่าวงการนางแบบที่ผ่านเข้ามาในหู ยิ่งทำให้หัวใจซึ่งกำลังพองโตเมื่อครู่สั่นคลอนขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล มันเหมือนกับว่าคำๆ นั้น ช่างมีอิทธิพลต่อความรู้สึก
คนถูกยั่วรีบอ้าปากงับยอดดอกบัวสีชมพูที่แข็งสู้ปาก มืออีกข้างก็บีบเคล้นเล่นอย่ามันส์มือ ในขณะที่ดูดเม้มอีกเต้าอย่างมูมมามจนเกิดเสียงลามกขึ้นทั่วห้องทำงาน จ๊วบๆ “อื้อ… อย่ากัด” ปากบอกแบบนั้นแต่มือบางกลับดันหัวเขาแนบชิดกับเต้าตัวเองไม่หยุด เขาทั้งดูดทั้งเลียทั้งกัดทั้งขมเม้มมันอย่างหมั
“คุณหลบอยู่ตรงนี้นะ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดเข้าใจมั้ยครับ ผมจะออกไปช่วยลูกน้อง” ฟรานเชสโก้กระซิบบอกคนตัวเล็กในอ้อมแขนเสียงเบาทว่าแน่วแน่ แม้จะเชื่อมั่นในฝีมือของลูกน้องตัวเองที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีว่าจะเอาพวกนักเลงนับยี่สิบพวกนั้นลงได้ แต่ด้วยความเป็นผู้นำ เขาก็ไม่สามารถนั่งอยู่เฉยๆให้ลูกน้องสู้กั
“ถึงบ้านฉันแล้ว คุณก็กลับไปได้แล้วค่ะ” “อะไรกันครับ ผมไม่ได้พูดสักหน่อยว่าส่งคุณเสร็จแล้วจะกลับ” พูดเสร็จร่างสูงก็ถือวิสาสะเปิดประตูลงรถก่อนจะเดินวนมาเปิดให้กับคนตัวเล็กที่นั่งหน้าไม่สบอารมณ์อยู่เบาะข้างคนขับ “ไม่ต้อง ฉันลงเองได้” ใบหน้าสวยเผยยิ้มประชดพร้อมเมินมือหนาที่ยื่นมาให้ตัวเอง ก่อนจะก้
“เรียบร้อยหมดแล้วครับนาย” “อืม” เขาเพียงขานรับลูกน้องเบาๆแล้วหลับตาลงเพื่อพักสาวตา หลายวันมานี้เขานอนไม่เคยจะหลับ เลยด้วยซํ้า ในหัววนเต็มไปด้วยเรื่องของหญิงสาวผู้เป็นที่รัก กลัวที่สุดคือป่านนี้เธอจะเกลียดเขาไปแล้วหรือเปล่านะ ส่วนมาร์โก้นั้นได้แต่นึกคิดในใจอย่างไม่เข้าใจ ว่าเจ้านายจะเอาพวงมาลั







