LOGIN00:59 น
“อื้ออ~ รถจอดไว้ตรงหนายยน้า” เท้าเรียวเดินโซซัดโซเซอยู่ตามลานจอดรถพร้อมกับกุณแจรถหรูในมือ แล้วทำไมหัวเธอถึงได้มึนตึบขนาดนี้กันนะ มองไปทางไหนก็เหมือนโลกมันหมุนตามไปหมด ไม่รู้คิดถูกหรือคิดผิดที่ไปยืนยันหนักแน่นกับเพื่อนว่ากลับเองได้ แล้วให้เพื่อนไปต่อกับหนุ่มหล่อในผับ ก็เธอมันนักซัพพอร์ตเพื่อนนี่นา “คันนี้รึเปล้าว้า หรือว่าคันน้าน~” ร่างเล็กโซเซไปเรื่อย สองพวงแก้มนวลแดงระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่กระดกเข้าคอไม่รู้กี่แก้วต่อกี่แก้ว “อื้ออ ทำมายมันเปิดม่ายออกว้า!” มือเล็กพยายามดันประตูตรงหน้าเปิดออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่ก็ไม่สำเร็จ จนเธอต้องหน้ามุ่ยหงุดหงิดอยู่คนเดียว ก่อนเสียงของคนมาใหม่ที่ฟังดูจะเมาไม่ต่างจากเธอดังขึ้นมาไกล้ๆ “เฮ้ย ทำไรกับรถผมครับคนสวย หรือว่าอยากกลับด้วยกัน หึๆ” เธอรีบหันมองตามเสียง ก็พบกับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ยืนทำหน้าทำตาหื่นใส่เธออยู่ ไม่พอยังทำท่าจะกระโจนเข้ามาหาเธอ จนร่างเล็กที่ยืนประคองตัวตรงยังไม่ได้ เกือบจะเซล้มหงายหลัง ทว่าไม่ทันที่จะล้มลงก็มีมือหนาของใครบางคนเข้ามารับร่างเธอเข้าไปแนบกับตัวเองไว้อย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ “อ่ะ ค่าที่คนของกูไปแตะรถมึง ได้แล้วก็ไสหัวไปซะ” เสียงทุ้มดุดันของร่างสูงที่กอดเอวเธอไว้แน่นเปร่งขึ้นอย่างเด็ดขาด พร้อมกับเงินปึกใหญ่ปลิวผ่านหน้าเธอโยนไปให้ผู้ชายตรงหน้า “เหอะ ถือว่าเงินมันเยอะพอหรอกนะ!” แล้วดูเหมือนชายตรงหน้านั้นก็จะร้อนเงินใช่เล่น เมื่อเงินปลิวไปหา เขาก็รับมันแล้วยอมไสหัวออกไปตามที่อีกคนสั่งทันที “หึ เมาไม่เป็นท่าขนาดนี้ยังจะทำซ่า” “อื้ออ ปล่อยนะ!” ร่างเล็กดิ้นพล่านจะออกจากพันธนาการของคนร่างกำยำที่โอบเธอไว้แน่นจนอึดอัด ทว่าแทนที่เขาจะยอมปล่อย กลับยิ่งรัดเธอแน่นกว่าเดิมอย่างถือวิสาสะ “ยืนตรงยังทำไม่ได้ก็เงียบปากแล้วอยู่นิ่งๆไป!” เขาเอ็ดเธอเสียงดุแต่ดูเหมือนคำพูดเขาจะไม่ได้เข้าไปในหูของคนเมาสักนิด เมื่อเธอยังคงดื้อดึงที่จะดิ้นพล่านออกจากอ้อมกอดเขาอยู่นั่น จนมาเฟียหนุ่มต้องตัดความรำคาญโดยการเปลี่ยนมายกร่างเล็กขึ้นพาดบ่า “ว้ายย!!” ไม่ปล่อยให้เธอได้โวยวายต่อ เท้ายาวก็พาเธอเดินดุ่มๆไปยันรถตัวเองทันที “ว้ายย เบาๆเส้ หัวฉันปลิว” ร่างเล็กบ่นอุบอยู่ด้านหลัง ก็เขาเล่นพาดเธอลงบนไหล่แบบนั้นจนหัวเธอแกว่งไปมาอยู่ข้างหลัง คนยิ่งอยากอ้วกอยู่ วุ้ย! ฟึ่บ! “นั่งนิ่งๆ” พอเขายัดเธอใส่เบาะหน้ารถเสร็จก็ทำการคาดเข็มขัดนิรภัยให้ แต่ที่เธอไม่เข้าใจคือทำไมต้องสั่งเสียงดุด้วย บอกดีๆไม่เป็นรึไงกัน หน้าตาก็ออกจะหล่อ แต่กลับทำนิสัยหยาบกระด้างเลวทรามเหมือนแฟนเก่าเธอไม่มีผิด เธอคิดแบบนั้น “อื้อ ไปคอนโดxxx นะคะ” เธอบ่นออกมาเสียงอู้อี้ในขณะที่รถคันหรูกำลังเคลื่อนไปตามท้องถนนยามดึกของเมืองหลวงอิตาลี “หึ คิดว่าฉันเป็นคนขับรถเธอหรือไงยัยบื้อ” เขาพึมพำออกมาอย่างเหลืออด แล้วดูการแต่งตัวที่แทบจะโชว์ทุกส่วนเว้าโค้งที่มีนั่น มันช่างชักจูงไปในทางเรื่องบนเตียงได้ดีจริงๆ “ทำมายหน้าคุณดูคุ้นๆ~” อยู่ๆเธอก็เหมือนละเมอ หันมามองเขาด้วยสีหน้าหวานเยิ้มจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ แม่งแค่สายตาก็โครตยั่วละ… “คุ้นสิ เพราะฉันกำลังจะเป็นผัวเธอในอีกไม่กี่นาทีนี้ไงล่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยตอบเธออย่างภาคภูมิใจ ในขณะที่แววตาคมยังคงจดจ่ออยู่กับหนทางด้านหน้าที่เขากำลังจะพาเธอไป “ก็แล้วปาย~ ฉ้านก็นึกว่าผัวเก่า” ก็ในความคิดเธอตอนนี้หน้าเขาช่างดูเหมือนผู้ชายคนนั้น แต่เขาบอกว่ากำลังจะเป็นผัวในคืนนี้ ไม่ใช่ผัวเก่าก็แล้วไป เพราะเตียงเดียวที่เธอจะไม่ยอมขึ้นคือเตียงของผัวเก่า! “หือ?” เขาถึงกับหันหน้ามามองเธอแว็บหนึ่งด้วยหัวคิ้วขมวดยุ่ง นี่เธอเมาจนเผลอเอาเขาไปเทียบกับแฟนเก่าตัวเองเลยอย่างนั้นเหรอ เหอะ แล้วเดี๋ยวจะได้รู้ว่าเขามันทั้งแซ่บทั้งใหญ่กว่าผัวเก่าเธอขนาดไหน จะเอาให้ไม่มีหน้าเอาผู้ชายต้อยๆคนไหนมาเปรียบเทียบกับเขาได้อีกเลยคอยดู . . . “บ้านนี้มัน…” เมื่อก้าวเท้าลงรถ แววตาคู่สวยก็ทอดมองไปยันเพ้นท์เฮ้าส์ตรงหน้า คิ้วบางก็พลันขมวดยุ่งอย่างคุ้นเคย ทำไมบ้านมันถึงได้เหมือนกันเป๊ะกับสิ่งที่มีอยู่ในความทรงจำเธอขนาดนี้ “ทำไม ใหญ่ไปเหรอ” ร่างสูงที่เดินตามมาหยุดยืนประกบอยู่ด้านหลังเธอด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ เธอคงจะยืนอึ้งอยู่เพราะบ้านเขามันทั้งใหญ่และหรูสินะ แหงสินี่มันเพ้นท์เฮ้าส์ที่เขาออกแบบเองกับมือ ทว่าในหัวของคนตัวเล็กตอนนี้มันสวนทางกับความคิดเขาอย่างสิ้นเชิง ร่างเล็กที่ยืนนิ่งเหมือนชะงักไปชั่วครู่หลังจากที่ได้ยินเสียงเขาไกล้ๆ ก่อนเธอจะรีบหันควับไปมองเขา สติที่กระเจิงเมื่อครู่เหมือนจะกลับเข้ามาทันที เมื่อสายตาสบเข้ากับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าชัดๆ “คุณ!!” ทำไมถึงกลายเป็นอิตานี่อีกแล้ว? นี่เธอปล่อยตัวเองเมาจนเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ถึงได้ยอมนั่งนิ่งๆมากับเขาจนถึงเพ้นท์เฮ้าส์ที่ไกลกับผับเป็นชั่วโมงน่ะ! “ทำไม!?” ร่างโปร่งขยับเข้ามาชิดเธออย่างไม่กลบเกลื่อนเจตนา แถมยังทำหน้าทำตาเหมือนภูมิใจนักหนา แทนที่จะแสดงความรู้สึกผิดออกมาบ้าง แต่เขากลับทำเหมือนในหัวไม่เคยแม้แต่จะนึกคิดถึงเรื่องที่ตัวเองกระทำต่อเธอไว้เลยสักนิด มันหมายความว่ายังไงกับการที่พาเธอกลับมายันเพ้นท์เฮ้าส์หลังนี้? สถานที่ๆเต็มไปด้วยความทรงจำในอดีต ที่เขาและเธอใช้เวลาพลอดรักอยู่ด้วยกันมานานนับสามปีเต็ม ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลงไม่เป็นท่า ด้วยนํ้ามือของเขาเอง แล้วตอนนี้เขากลับพาเธอมาเหยียบที่นี่อีกครั้ง ด้วยจุดประสงค์อะไร เธอไม่เข้าใจเลยสักนิด เพื่อที่จะตอกยํ้าเธออย่างนั้นเหรอ? หรือเพื่อที่จะพามารำลึกความหลัง แล้วหลังจากนั้นก็ทำกับเธอเหมือนเดิมอีก? “มันหมายความว่ายังไง” เธอถามเขาออกไปด้วยแววตาไม่เข้าใจปนความเจ็บลึก ไม่รู้เพราะยังเมาไม่สร่างเต็มที่ หรือเพราะอะไรที่เธอต้องรู้สึกปวดหน่วงขึ้นมาในอกดื้อๆ ทั้งที่คนตรงหน้าเธอนั้นไม่แม้แต่จะฉายแววรู้สึกอะไรเหมือนเธอเลยแม้แต่นิดเดียว “อะไร?” “พาฉันมาที่นี่ทำไม” “หึ ที่ถามนี่ไม่รู้จริงๆหรือว่าแกล้งโง่?” คำพูดเขามันเสียดเข้ากลางอกจนจุก เธอคงจะโง่จริงๆนั่นแหละ ที่ครั้งหนึ่งเคยตกหลุมรักผู้ชายคนนี้หัวปักหัวปำ รักจนไม่เผื่อใจสักนิด รักเขายิ่งกว่าชีวิตเสียอีก แถมยังไม่เคยดูออกเลยว่าสิ่งที่เขาทำให้เธอมันหลอกลวงทั้งหมด จนมาถึงวันนี้ เขายังทำตัวไม่รู้สึกรู้สาอยู่เลย กลับกันกับเธอที่เหมือนจะยังโง่ไม่หายสักที “หึ ถ้าคุณอยากจะเอาฉันจนทนไม่ไหวถึงขั้นต้องฉวยโอกาสแบกกลับมาเพ้นท์เฮ้าส์ด้วยขนาดนั้น เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา งั้นฉันจะช่วยสนองให้คุณสักคืนก็ได้” คนถูกยั่วรีบอ้าปากงับยอดดอกบัวสีชมพูที่แข็งสู้ปาก มืออีกข้างก็บีบเคล้นเล่นอย่ามันส์มือ ในขณะที่ดูดเม้มอีกเต้าอย่างมูมมามจนเกิดเสียงลามกขึ้นทั่วห้องทำงาน จ๊วบๆ “อื้อ… อย่ากัด” ปากบอกแบบนั้นแต่มือบางกลับดันหัวเขาแนบชิดกับเต้าตัวเองไม่หยุด เขาทั้งดูดทั้งเลียทั้งกัดทั้งขมเม้มมันอย่างหมั่นเขี้ยว ข้างหนึ่งไม่พอใจก็สลับอีกข้างไปมาจนสองเต้าแดงเถือก “อ๊า ฟราน…” “พร้อมฟังรึยังครับหืม” พอเล่นกับสองเต้าด้านบนจนพอใจ เขาจึงเปลี่ยนมาจับเธอนั่งลงบนโต๊ะทำงานโดยที่ตัวเองยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ จับสองเท้าเรียวอ้าออกกว้างเป็นตัวเอ็ม จัดท่าให้ส่วนนั้นของเธอตรงกับใบหน้าหล่อจนคนตัวเล็กขี้ยั่วเมื่อครู่ถึงกับหน้าแดงตัวแดงเป็นกุ้งลวก “อื้อ อ…อย่ามอง” สายตาคมจ้องมองกลีบกุหลาบอมชมพูตรงหน้าไม่วางตา ช่องแคบๆของเธอหากโดนเขาสอดใส่เข้าไปซํ้าๆจากที่อมชมพูก็จะกลายเป็นสีแดงเถือก เพียงคิดก็ทำเอาเลือดในกายฉูบฉีดจนมารวมกันอยู่กลางกายที่อยู่ในกางเกงให้ปวดคับขึ้นมา “ขอผมกินก่อนนะที่รัก แล้วจะอธิบายให้ฟังทีหลัง” พูดเสร็จก็ซุกหน้าเข้ากับกรีบดอกไม้งามทันที เริ่มจากปาดเลียรอบๆกลีบสวยเ
@เพ้นเฮ้า เวลา 21:34 น “ขออนุญาตครับนาย” มาร์โก้ที่ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของผู้เป็นนายเอ่ยขึ้น พร้อมเดินเข้ามายืนประจันหน้าโต๊ะทำงานที่มีร่างสูงนั่งก้มหน้าเคลียร์งานอยู่อย่างเคร่งเครียด หนึ่งเดือนเต็มๆที่เขาไปง้อฟ้าลันดาที่ฮ่องกงทำให้งานที่นี่ล่าช้าไปมาก แต่สำหรับเขามันก็คุ้มค่าหากได้เธอกลับคืนมา “เป็นยังไงบ้าง” คนที่ก้มหน้าทำงานยอมเงยหน้าขึ้นมามองลูกน้องพร้อมถามเสียงนิ่ง “จับตัวคุณจูเลียน่าได้แล้วครับ แต่คนที่จับได้ไม่ใช่คนของเรา” คำตอบของมาร์โก้ทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างต้องการทำตอบ ไม่ใช่คนของลีโอเน่อย่างนั้นเหรอ ยังมีใครที่แค้นผู้หญิงคนนั้นแล้วต้องการตัวไปอีกหรือยังไง “เป็นคนของคุณฟ้าครามครับ ตอนนี้จูเลียน่าอยู่ในมือคุณฟ้าคราม แถมทางนั้นยังแจ้งมาว่า คุณฟ้าครามจะเป็นคนจัดการกับเธอเองครับ” ฟังมาถึงตอนนี้เขาถึงเริ่มปะติปะต่อเรื่องราวได้ ถ้าให้เขาเดา ฟ้าครามคงรู้ความจริงหมดแล้วว่าจูเลียน่าคือคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะทำให้ฟ้าลันดากับเขาต้องแยกกันถึงสามปี และการวางระเบิ่ดในงานแต่งของเขากับฟ้าลันดาก็ล้วนเป็นฝีมือ
“คุณหลบอยู่ตรงนี้นะ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดเข้าใจมั้ยครับ ผมจะออกไปช่วยลูกน้อง” ฟรานเชสโก้กระซิบบอกคนตัวเล็กในอ้อมแขนเสียงเบาทว่าแน่วแน่ แม้จะเชื่อมั่นในฝีมือของลูกน้องตัวเองที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีว่าจะเอาพวกนักเลงนับยี่สิบพวกนั้นลงได้ แต่ด้วยความเป็นผู้นำ เขาก็ไม่สามารถนั่งอยู่เฉยๆให้ลูกน้องสู้กันเองอยู่แบบนั้นเหมือนกัน “ระวังตัวด้วยนะคะ ถ้าคุณพลาดทำให้ตัวเองบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว จำไว้ว่าฉันจะไม่รับฟังคำอธิบายอะไรของคุณแม้แต่คำเดียว” “หึ คุณได้ฟังทั้งคืนแน่ครับที่รัก” มุมปากหยักเหยียดยิ้มอย่างมั่นใจก่อนจะรีบวิ่งออกไปสมทบลูกน้องที่กำลังต่อสู้กับแก๊งอันธพาลอย่างบ้าครั่ง ดูจากฝีมือของพวกมันแล้วคงเอาพวกมันลงยากกว่าที่คิดไว้อยู่เหมือนกัน ส่วนร่างเล็กที่หลบอยู่ด้านหลังเสาเองก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้เช่นกัน ชะเง้อหน้าออกมามองร่างสูงใหญ่ของเขาที่กำลังเข้าไปต่อยพวกอันธพาลกล้ามโตสองคนที่พุ่งมาหาเขาอย่างบ้าครั่ง แต่ด้วยทักษะการต่อสู้ของฟรานเชสโก้ เขาจึงเบี่ยงหลบและสวนกลับได้ทุกครั้ง ทว่าอยู่ๆไอ้กล้ามโตด้านหลังกลับชักมีดคมออกมาตั้งท่าจะแทงเขาจากด้านหลัง เธอที่เห็นแบบนั้นรีบลุกวิ่งจ
“นี่คุณหลอกฉันเหรอ!?” เสียงเล็กตวาดลั่นพร้อมดิ้นตัวไปมาเพื่อหลุดออกจากพันธนาการของคนเจ้าเล่ห์ แต่แรงเขาก็ใหญ่ยิ่งกว่ายักษ์ รัดเธอแน่นยิ่งกว่างูไม่ปล่อยให้หลุดมือออกไปเลยแม้แต่น้อย บ้าจริง นี่เธอโดนอิตานี่หลอกเข้าจนได้สินะ “ก็ถ้าไม่ทำแบบนี้ คุณก็ไม่ยอมกลับอิตาลีกับผมสิ คุณก็รู้นี่ว่าผมติดคุณงอมแงมขนาดไหน แค่ไม่เห็นหน้าคุณผมก็กินไม่ได้นอนไม่หลับแล้วครับ” “งั้นคุณก็ควรอดตาย” “หื้ม แน่ใจเหรอครับ แค่ได้ยินว่าผมบาดเจ็บคุณยังรีบมาหาผมขนาดนี้เลย ถ้านี่ไม่เรียกว่าเป็นห่วง เค้าเรียกว่าอะไรกัน” “นี่คุณ ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ามั่นใจนัก!” “อื้ม แต่ผมรักคุณนะ” เธอถึงกับต้องรีบเบือนหน้าหนี เพราะสายตาที่เขาใช้มองมามันแพรวพราวยิ่งกว่าอะไรอีก ไม่อยากใจอ่อนเลยสักนิด แค่วิ่งหน้าตั้งมาหาเขาถึงที่ขนาดนี้ก็เป็นการกระทำที่โครตจะสิ้นคิดแล้ว บ้าจริง! “ปล่อยค่ะ ฉันจะกลับ” “อยู่นิ่งๆสิครับ หรือว่าคุณต้องการให้มันตื่น” เขาหัวเราะเบาๆขณะพูด ได้แกล้งให้เธอโมโหจนหน้าดำหน้าแดงแต่ทำอะไรไม่ได้คงเป็นอะไรที่น่าเอ็นดูที่สุดแล้ว “กลับอิตาลีกับผม แล้วผมจะเล่าทุกอย่างให้คุณ
@หนึ่งเดือนต่อมา หนึ่งเดือนเต็มๆที่เขาตามง้อตามดูแลเธอไม่ห่าง ทุกเช้าเขาจะโผล่มานั่งรอเธอในบ้านพร้อมพูดคุยกับแม่ของเธอ พอเธอเดินลงมาก็จะมีช่อดอก peony สีชมพูถูกยื่นให้พร้อมกับการ์ดประดับอยู่ด้านในให้เห็นชัดทุกตัวอัษรซึ่งถูกเขียนไว้ว่า (ฟรานรักฟ้า จะง้อฟ้าจนกว่าฟ้าจะประทานอภัยให้) “อ้าวฟ้า ลงมาแล้วเหรอลูก” “ค่ะม๊า” แววตาคู่สวยเหลือบมองรอบๆด้วยความสงสัย เพราะดูเหมือนเช้านี้จะแตกต่างออกไปจากทุกเช้า เมื่อที่นั่งด้านข้างของมารดาเธอนั้นว่างเปล่า ไม่เหมือนทุกๆวันที่มักจะมีชายร่างกำยำนั่งประจำที่อยู่ด้วย “มองหาตาฟรานเหรอจ้ะ” คำถามของแม่ทำให้เธอได้สติกลับคืน รีบปั้นหน้านิ่งแล้วเดินเข้าไปนั่งบนโต๊ะอาหารตามปกติไม่ให้แม่จับผิดได้ แต่แม่เธอก็ยังไม่วายส่งสายตาจับผิดมองมาอยู่ดีนั่นแหละ “อะไรกันคะม๊า ฟ้าจะไปมองหาตานั่นทำไมกัน” มือเล็กหยิบแซนวิชบนจานขึ้นมากัดแก้เก้อ หลบหลักสายตาจับผิดไม่หยุดของมารดาด้วยการเคี้ยวตุ้ยๆจนแก้มป่อง ทำเอาผู้เป็นแม่ได้แต่ส่ายหัวไปมากับความปากแข็งของลูกสาวตัวแสบ ก่อนเสียงลุงคนขับรถที่มักจะรถนํ้าต้นไม้อยู่ตามหน้าบ้านจะดังแทรกขึ้นมา เรียกค
“ถึงบ้านฉันแล้ว คุณก็กลับไปได้แล้วค่ะ” “อะไรกันครับ ผมไม่ได้พูดสักหน่อยว่าส่งคุณเสร็จแล้วจะกลับ” พูดเสร็จร่างสูงก็ถือวิสาสะเปิดประตูลงรถก่อนจะเดินวนมาเปิดให้กับคนตัวเล็กที่นั่งหน้าไม่สบอารมณ์อยู่เบาะข้างคนขับ “ไม่ต้อง ฉันลงเองได้” ใบหน้าสวยเผยยิ้มประชดพร้อมเมินมือหนาที่ยื่นมาให้ตัวเอง ก่อนจะก้าวเท้าลงเองพร้อมเดินหนีเข้าบ้านทันที “คุณไม่กลัวพี่ชายฉันจะต่อยเข้าหน้าคุณอีกรึไงคะ” เธอส่งเสียงกัดเขาเบาๆที่เอาแต่เดินตามหลังมาต้อยๆอย่างกับหมากลัวเจ้าของหาย “หึ คิดว่าผมไม่รู้รึไงว่าพี่ชายคุณไม่ได้อยู่บ้าน คนยุ่งๆอย่างพี่คุณป่านนี้คงบินไปอีกฟากของโลกแล้วมั้ง แล้วถึงจะอยู่ ผมก็ไม่กลัวหรอกนะครับ” “หึ” เธออยากจะเบ้ปากใส่เขาสักสิบครั้ง คำพูดคำจาสมกับเป็นเขาจริงๆ ทำเป็นแสนรู้อยู่ตลอดเวลานั่นแหละ “ก็รักน้องเค้า ก็ต้องกล้าเผชิญหน้ากับพี่ชายเค้าสิครับ จริงมั้ย” มุมปรกหยักเผยยิ้มชอบใจกับการรีบสับเท้าเดินดุ่มๆเข้าบ้านของคนตัวเล็ก จะคอยหยอดให้เธอใจอ่อนไม่พอให้เธอละลายเหลวเป็นนํ้าไปกับเขาเลย “ฟ้ากลับมาแล้วเหรอลูก” ทันทีที่เข้ามาในบ้าน เสียงของผู้เป็นแม่ที่นั่งจิบชาอยู่ในห้องนั่งเล่นก็เ







