LOGIN00:59 น
“อื้ออ~ รถจอดไว้ตรงหนายยน้า” เท้าเรียวเดินโซซัดโซเซอยู่ตามลานจอดรถพร้อมกับกุณแจรถหรูในมือ แล้วทำไมหัวเธอถึงได้มึนตึบขนาดนี้กันนะ มองไปทางไหนก็เหมือนโลกมันหมุนตามไปหมด ไม่รู้คิดถูกหรือคิดผิดที่ไปยืนยันหนักแน่นกับเพื่อนว่ากลับเองได้ แล้วให้เพื่อนไปต่อกับหนุ่มหล่อในผับ ก็เธอมันนักซัพพอร์ตเพื่อนนี่นา “คันนี้รึเปล้าว้า หรือว่าคันน้าน~” ร่างเล็กโซเซไปเรื่อย สองพวงแก้มนวลแดงระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่กระดกเข้าคอไม่รู้กี่แก้วต่อกี่แก้ว “อื้ออ ทำมายมันเปิดม่ายออกว้า!” มือเล็กพยายามดันประตูตรงหน้าเปิดออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่ก็ไม่สำเร็จ จนเธอต้องหน้ามุ่ยหงุดหงิดอยู่คนเดียว ก่อนเสียงของคนมาใหม่ที่ฟังดูจะเมาไม่ต่างจากเธอดังขึ้นมาไกล้ๆ “เฮ้ย ทำไรกับรถผมครับคนสวย หรือว่าอยากกลับด้วยกัน หึๆ” เธอรีบหันมองตามเสียง ก็พบกับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ยืนทำหน้าทำตาหื่นใส่เธออยู่ ไม่พอยังทำท่าจะกระโจนเข้ามาหาเธอ จนร่างเล็กที่ยืนประคองตัวตรงยังไม่ได้ เกือบจะเซล้มหงายหลัง ทว่าไม่ทันที่จะล้มลงก็มีมือหนาของใครบางคนเข้ามารับร่างเธอเข้าไปแนบกับตัวเองไว้อย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ “อ่ะ ค่าที่คนของกูไปแตะรถมึง ได้แล้วก็ไสหัวไปซะ” เสียงทุ้มดุดันของร่างสูงที่กอดเอวเธอไว้แน่นเปร่งขึ้นอย่างเด็ดขาด พร้อมกับเงินปึกใหญ่ปลิวผ่านหน้าเธอโยนไปให้ผู้ชายตรงหน้า “เหอะ ถือว่าเงินมันเยอะพอหรอกนะ!” แล้วดูเหมือนชายตรงหน้านั้นก็จะร้อนเงินใช่เล่น เมื่อเงินปลิวไปหา เขาก็รับมันแล้วยอมไสหัวออกไปตามที่อีกคนสั่งทันที “หึ เมาไม่เป็นท่าขนาดนี้ยังจะทำซ่า” “อื้ออ ปล่อยนะ!” ร่างเล็กดิ้นพล่านจะออกจากพันธนาการของคนร่างกำยำที่โอบเธอไว้แน่นจนอึดอัด ทว่าแทนที่เขาจะยอมปล่อย กลับยิ่งรัดเธอแน่นกว่าเดิมอย่างถือวิสาสะ “ยืนตรงยังทำไม่ได้ก็เงียบปากแล้วอยู่นิ่งๆไป!” เขาเอ็ดเธอเสียงดุแต่ดูเหมือนคำพูดเขาจะไม่ได้เข้าไปในหูของคนเมาสักนิด เมื่อเธอยังคงดื้อดึงที่จะดิ้นพล่านออกจากอ้อมกอดเขาอยู่นั่น จนมาเฟียหนุ่มต้องตัดความรำคาญโดยการเปลี่ยนมายกร่างเล็กขึ้นพาดบ่า “ว้ายย!!” ไม่ปล่อยให้เธอได้โวยวายต่อ เท้ายาวก็พาเธอเดินดุ่มๆไปยันรถตัวเองทันที “ว้ายย เบาๆเส้ หัวฉันปลิว” ร่างเล็กบ่นอุบอยู่ด้านหลัง ก็เขาเล่นพาดเธอลงบนไหล่แบบนั้นจนหัวเธอแกว่งไปมาอยู่ข้างหลัง คนยิ่งอยากอ้วกอยู่ วุ้ย! ฟึ่บ! “นั่งนิ่งๆ” พอเขายัดเธอใส่เบาะหน้ารถเสร็จก็ทำการคาดเข็มขัดนิรภัยให้ แต่ที่เธอไม่เข้าใจคือทำไมต้องสั่งเสียงดุด้วย บอกดีๆไม่เป็นรึไงกัน หน้าตาก็ออกจะหล่อ แต่กลับทำนิสัยหยาบกระด้างเลวทรามเหมือนแฟนเก่าเธอไม่มีผิด เธอคิดแบบนั้น “อื้อ ไปคอนโดxxx นะคะ” เธอบ่นออกมาเสียงอู้อี้ในขณะที่รถคันหรูกำลังเคลื่อนไปตามท้องถนนยามดึกของเมืองหลวงอิตาลี “หึ คิดว่าฉันเป็นคนขับรถเธอหรือไงยัยบื้อ” เขาพึมพำออกมาอย่างเหลืออด แล้วดูการแต่งตัวที่แทบจะโชว์ทุกส่วนเว้าโค้งที่มีนั่น มันช่างชักจูงไปในทางเรื่องบนเตียงได้ดีจริงๆ “ทำมายหน้าคุณดูคุ้นๆ~” อยู่ๆเธอก็เหมือนละเมอ หันมามองเขาด้วยสีหน้าหวานเยิ้มจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ แม่งแค่สายตาก็โครตยั่วละ… “คุ้นสิ เพราะฉันกำลังจะเป็นผัวเธอในอีกไม่กี่นาทีนี้ไงล่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยตอบเธออย่างภาคภูมิใจ ในขณะที่แววตาคมยังคงจดจ่ออยู่กับหนทางด้านหน้าที่เขากำลังจะพาเธอไป “ก็แล้วปาย~ ฉ้านก็นึกว่าผัวเก่า” ก็ในความคิดเธอตอนนี้หน้าเขาช่างดูเหมือนผู้ชายคนนั้น แต่เขาบอกว่ากำลังจะเป็นผัวในคืนนี้ ไม่ใช่ผัวเก่าก็แล้วไป เพราะเตียงเดียวที่เธอจะไม่ยอมขึ้นคือเตียงของผัวเก่า! “หือ?” เขาถึงกับหันหน้ามามองเธอแว็บหนึ่งด้วยหัวคิ้วขมวดยุ่ง นี่เธอเมาจนเผลอเอาเขาไปเทียบกับแฟนเก่าตัวเองเลยอย่างนั้นเหรอ เหอะ แล้วเดี๋ยวจะได้รู้ว่าเขามันทั้งแซ่บทั้งใหญ่กว่าผัวเก่าเธอขนาดไหน จะเอาให้ไม่มีหน้าเอาผู้ชายต้อยๆคนไหนมาเปรียบเทียบกับเขาได้อีกเลยคอยดู . . . “บ้านนี้มัน…” เมื่อก้าวเท้าลงรถ แววตาคู่สวยก็ทอดมองไปยันเพ้นท์เฮ้าส์ตรงหน้า คิ้วบางก็พลันขมวดยุ่งอย่างคุ้นเคย ทำไมบ้านมันถึงได้เหมือนกันเป๊ะกับสิ่งที่มีอยู่ในความทรงจำเธอขนาดนี้ “ทำไม ใหญ่ไปเหรอ” ร่างสูงที่เดินตามมาหยุดยืนประกบอยู่ด้านหลังเธอด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ เธอคงจะยืนอึ้งอยู่เพราะบ้านเขามันทั้งใหญ่และหรูสินะ แหงสินี่มันเพ้นท์เฮ้าส์ที่เขาออกแบบเองกับมือ ทว่าในหัวของคนตัวเล็กตอนนี้มันสวนทางกับความคิดเขาอย่างสิ้นเชิง ร่างเล็กที่ยืนนิ่งเหมือนชะงักไปชั่วครู่หลังจากที่ได้ยินเสียงเขาไกล้ๆ ก่อนเธอจะรีบหันควับไปมองเขา สติที่กระเจิงเมื่อครู่เหมือนจะกลับเข้ามาทันที เมื่อสายตาสบเข้ากับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าชัดๆ “คุณ!!” ทำไมถึงกลายเป็นอิตานี่อีกแล้ว? นี่เธอปล่อยตัวเองเมาจนเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ถึงได้ยอมนั่งนิ่งๆมากับเขาจนถึงเพ้นท์เฮ้าส์ที่ไกลกับผับเป็นชั่วโมงน่ะ! “ทำไม!?” ร่างโปร่งขยับเข้ามาชิดเธออย่างไม่กลบเกลื่อนเจตนา แถมยังทำหน้าทำตาเหมือนภูมิใจนักหนา แทนที่จะแสดงความรู้สึกผิดออกมาบ้าง แต่เขากลับทำเหมือนในหัวไม่เคยแม้แต่จะนึกคิดถึงเรื่องที่ตัวเองกระทำต่อเธอไว้เลยสักนิด มันหมายความว่ายังไงกับการที่พาเธอกลับมายันเพ้นท์เฮ้าส์หลังนี้? สถานที่ๆเต็มไปด้วยความทรงจำในอดีต ที่เขาและเธอใช้เวลาพลอดรักอยู่ด้วยกันมานานนับสามปีเต็ม ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลงไม่เป็นท่า ด้วยนํ้ามือของเขาเอง แล้วตอนนี้เขากลับพาเธอมาเหยียบที่นี่อีกครั้ง ด้วยจุดประสงค์อะไร เธอไม่เข้าใจเลยสักนิด เพื่อที่จะตอกยํ้าเธออย่างนั้นเหรอ? หรือเพื่อที่จะพามารำลึกความหลัง แล้วหลังจากนั้นก็ทำกับเธอเหมือนเดิมอีก? “มันหมายความว่ายังไง” เธอถามเขาออกไปด้วยแววตาไม่เข้าใจปนความเจ็บลึก ไม่รู้เพราะยังเมาไม่สร่างเต็มที่ หรือเพราะอะไรที่เธอต้องรู้สึกปวดหน่วงขึ้นมาในอกดื้อๆ ทั้งที่คนตรงหน้าเธอนั้นไม่แม้แต่จะฉายแววรู้สึกอะไรเหมือนเธอเลยแม้แต่นิดเดียว “อะไร?” “พาฉันมาที่นี่ทำไม” “หึ ที่ถามนี่ไม่รู้จริงๆหรือว่าแกล้งโง่?” คำพูดเขามันเสียดเข้ากลางอกจนจุก เธอคงจะโง่จริงๆนั่นแหละ ที่ครั้งหนึ่งเคยตกหลุมรักผู้ชายคนนี้หัวปักหัวปำ รักจนไม่เผื่อใจสักนิด รักเขายิ่งกว่าชีวิตเสียอีก แถมยังไม่เคยดูออกเลยว่าสิ่งที่เขาทำให้เธอมันหลอกลวงทั้งหมด จนมาถึงวันนี้ เขายังทำตัวไม่รู้สึกรู้สาอยู่เลย กลับกันกับเธอที่เหมือนจะยังโง่ไม่หายสักที “หึ ถ้าคุณอยากจะเอาฉันจนทนไม่ไหวถึงขั้นต้องฉวยโอกาสแบกกลับมาเพ้นท์เฮ้าส์ด้วยขนาดนั้น เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา งั้นฉันจะช่วยสนองให้คุณสักคืนก็ได้” @เพ้นท์เฮ้าท์ 21:37 น. “ที่รักเดี๋ยวก่อน” “คะ?” ร่างเล็กที่กำลังจะเดินเข้าไปภายในเพ้นท์เฮ้าส์หันกลับมามองร่างสูงที่เดินตามเธอมาติดๆ เมื่ออยู่ๆเขาก็ดึงรั้งแขนเล็กของเธอเอาไว้ราวกับไม่อยากให้เข้าไปด้านใน “ฟรานเล่นอะไรเนี่ย…” เสียงเล็กบ่นแผ่วเบาๆ เมื่ออยู่ๆเขาก็เอาผ้ามาพันรอบตาเธอเพื่อปิดตาเธอให้มืดสนิท หรือว่าเขาซ่อนผู้หญิงอีกคนไว้ด้านในเลยจะให้ผู้หญิงคนนั้นออกไปก่อนออย่างนั้นเหรอ “นี่คุณนอกใจฉันเหรอ” ไม่ต้องรอเธอก็ถามออกไปตามความคิดทันที ทำเอาคนฟังถึงกับหลุดขำกับความคิดไร้สาระเป็นเด็กๆของแฟนสาว ป๊อก! “โอ๊ะ! นี่ปิดตากันไม่พอยังมาดีดหน้าผากอีกหรือไง เจ็บนะ” คนตัวเล็กบ่นอุบพร้อมยกมือขึ้นถูหน้าผากตัวเองเบาๆ แล้วทำท่าจะแกะผ้าพันตาออก “ถ้าคุณแกะมันออกตอนนี้ ผมรับรองเลยว่าจะพาคุณทัวร์ทั้งเพ้นท์เฮ้าส์แน่” มือเล็กหยุดชะงักนิ่งทันที เธอรู้ดีว่าทัวร์ในที่นี้หมายถึงทัวร์ยังไง คนความคิดทะลึ่งอย่างฟรานเชสโก้คงคิดเรื่องดีๆกับเขาไม่เป็นหรอก นอกจากเรื่องอย่างว่า “ค่อยๆเดินตามเค้ามานะครับ” มือหนาจับกุมมือเล็กของเธอไว้แน่น พร้อมเดินนำเธอให้เ
@สถานที่แห่งหนึ่ง พอเดินเข้ามาก็รู้ทันทีว่าเขาตั้งใจพาเธอมาหาใคร มือหนาสอดผสานนิ้วมือเธอเอาไว้แน่นพร้อมพาเธอเดินลึกเข้าไปตามทางที่รอบๆเต็มไปด้วยบรรยากาศโศกเศร้า เจดีย์ใส่อัฐิมากมายถูกตั้งเรียงกันไว้ตามแนวทางเดินที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าสีเขียว เขาจูงมือเธอเดินเข้าไปลึกเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าสองเจดีย์อัฐิที่ถูกตั้งไว้ข้างกัน ตรงหน้าเจดีย์ทั้งสองมีดอกไม้ช่อโตวางไว้ ดูจากดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาจนไม่เห็นสีสันก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขาคงไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว “แด๊ดครับ มัมครับ… ผมมาเยี่ยมแล้วนะครับ” ร่างสูงค่อยๆย่อเข่าลงตรงหน้าเจดีย์ทั้งสองพร้อมหยิบช่อดอกไม้อันเก่าออกแล้ววางอันใหม่ลงที่เดิม “ขอโทษนะครับที่ไม่ได้มาเยี่ยมนานเลย พอใจทุกอย่างเคลียร์หมด ผมก็ได้มาหาแด๊ดกับมัมสักที” คนตัวเล็กค่อยๆคุกเข่าลงนั่งข้างๆร่างสูงพร้อมทาบทับมือเล็กลงหลังมือของเขาเป็นการปลอบโยนเบาๆ แม้สีหน้าและแววตาของฟรานเชสโก้จะไม่ได้แสดงถึงความโศกเศร้า แต่เธอรู้ดีว่าลึกๆเขายังคงเจ็บปวดทุกครั้งที่หวนนึกถึงการจากไปของผู้เป็นที่รักทั้งสองเสมอ “แล้วครั้งนี้ผมก็ไม่ได้มาเยี่ยมแด๊ดกับมัมคนเดียวอย่างเช่นทุกครั้
#วันต่อมา @โรงพยาบาล “เฮีย…ว่าไงนะคะ…?” เสียงเล็กเอ่ยถามพี่ชายแผ่วเบาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เฮียครามเพิ่งจะยอมรับกับเธอว่ามีความสัมพันธ์เกินเลยกันกับฟิโอน่ามาได้สักพักแล้ว “เฮียขอโทษฟ้า เฮียแค่ต้องการเอาคืนกับสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นเคยทำไว้กับฟ้า เฮียไม่ได้คิดจะรักเธอเลย” เฮียครามรีบอธิบายเสียงแผ่ว แต่ฟังเท่าไหร่เธอก็ฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด ตอนแรกที่ได้รู้ว่าพี่ชายมีความเกี่ยวพันธุ์กันกับผู้หญิงที่เคยทำให้ความสัมพันธ์ของเธอพังก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแอบรู้สึกเคืองอยู่นิดๆ แต่พอนึกถึงเรื่องที่ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้เมื่อวานนี้ แถมพี่ชายเธอยังเลือกที่จะแก้แค้นด้วยการกระทำระยำแบบนั้น ทำให้เธอรู้สึกเห็นใจผู้หญิงคนนั้นขึ้นมามากกว่าเคืองเสียอีก “แล้วตอนนี้อาการเธอ…” ดวงตาคู่สวยเหลือบมองผ่านประตูห้อง ICU ตรงหน้าที่หมอยังไม่อนุญาตให้ญาติเข้าไปเยี่ยมได้อย่างนึกเห็นใจคนด้านในขึ้นมา แต่ก็ไม่รู้เพราะอะไรอยู่ๆเธอถึงรู้สึกแบบนี้ เป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นช่วยชีวิตเธอไว้จนเกือบเอาชีวิตเองไม่รอดหรือเปล่านะ “หมอบอกว่าเธอยังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด” ฟ้าลันดาพยักหน้าเบาๆเป็น
“อ่าาส์ พอจะได้สติขึ้นบ้างรึยังครับหืม” ขืนเธอเอาแต่เชิ่ดหน้าครางตาเหลือกตาลอยอยู่แบบนี้ เมื่อไหร่เขาจะได้อธิบายให้เธอได้ฟังสักทีกันล่ะ “อ…อื้ออ อ๊าา” คนถูกถามค่อยๆพยักหน้าเป็นคำตอบ ในขณะที่เอวสอบเองลดแรงกระแทกลงและเปลี่ยนมาขยับเข้าออกเนิบนาบเบาๆแทน เพราะกลัวจะคุยกันไม่รู้เรื่องและถึงจุดสุดยอดกันไปก่อน “ผมขอโทษนะฟ้า ขอโทษที่จำคุณไม่ได้ ขอโทษที่ลืมเรื่องราวดีๆของเรา และวันนั้นผมก็ไม่ได้ตั้งใจทิ้งคุณไว้ในงานแต่งคนเดียวเลยฟ้า… ผมถูกจูเลียน่าวางยาจนหมดสติไป พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนเปลือนท่อนบนอยู่บนเตียงในโรงแรม แต่ถึงอย่างนั้นผมก็รีบไปหาคุณทันทีเลยฟ้า แต่พอไปถึง…” พูดมาถึงตอนนี้ แววตาคู่คมก็หม่นแสงลง พอๆกับช่วงล่างที่หยุดขยับไปดื้อๆ “พอไปถึง คุณก็เห็นว่างานแต่งมอดไหม้ไม่เหลือเคร้าโครง คุณเลยคิดว่าฉันยังติดอยู่ด้านในก็เลยวิ่งเข้าไปช่วยฉันโดยไม่คิดชีวิตตัวเอง จนตัวเองบาดเจ็บสาหัสต้องพักรักษาหลายเดือน แต่ที่แย่ที่สุดคือคุณต้องสุญเสียความทรงจำไป… ใช่รึเปล่าคะ” เสียงหวานเล่าไปก็พรางสั่นเคลือ แววตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายยากจะอธิบาย ทำเอาคนฟังนิ่
คนถูกยั่วรีบอ้าปากงับยอดดอกบัวสีชมพูที่แข็งสู้ปาก มืออีกข้างก็บีบเคล้นเล่นอย่ามันส์มือ ในขณะที่ดูดเม้มอีกเต้าอย่างมูมมามจนเกิดเสียงลามกขึ้นทั่วห้องทำงาน จ๊วบๆ “อื้อ… อย่ากัด” ปากบอกแบบนั้นแต่มือบางกลับดันหัวเขาแนบชิดกับเต้าตัวเองไม่หยุด เขาทั้งดูดทั้งเลียทั้งกัดทั้งขมเม้มมันอย่างหมั่นเขี้ยว ข้างหนึ่งไม่พอใจก็สลับอีกข้างไปมาจนสองเต้าแดงเถือก “อ๊า ฟราน…” “พร้อมฟังรึยังครับหืม” พอเล่นกับสองเต้าด้านบนจนพอใจ เขาจึงเปลี่ยนมาจับเธอนั่งลงบนโต๊ะทำงานโดยที่ตัวเองยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ จับสองเท้าเรียวอ้าออกกว้างเป็นตัวเอ็ม จัดท่าให้ส่วนนั้นของเธอตรงกับใบหน้าหล่อจนคนตัวเล็กขี้ยั่วเมื่อครู่ถึงกับหน้าแดงตัวแดงเป็นกุ้งลวก “อื้อ อ…อย่ามอง” สายตาคมจ้องมองกลีบกุหลาบอมชมพูตรงหน้าไม่วางตา ช่องแคบๆของเธอหากโดนเขาสอดใส่เข้าไปซํ้าๆจากที่อมชมพูก็จะกลายเป็นสีแดงเถือก เพียงคิดก็ทำเอาเลือดในกายฉูบฉีดจนมารวมกันอยู่กลางกายที่อยู่ในกางเกงให้ปวดคับขึ้นมา “ขอผมกินก่อนนะที่รัก แล้วจะอธิบายให้ฟังทีหลัง” พูดเสร็จก็ซุกหน้าเข้ากับกรีบดอกไม้งามทันที เริ่มจากปาดเลียรอบๆกลีบสวยเ
@เพ้นเฮ้า เวลา 21:34 น “ขออนุญาตครับนาย” มาร์โก้ที่ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของผู้เป็นนายเอ่ยขึ้น พร้อมเดินเข้ามายืนประจันหน้าโต๊ะทำงานที่มีร่างสูงนั่งก้มหน้าเคลียร์งานอยู่อย่างเคร่งเครียด หนึ่งเดือนเต็มๆที่เขาไปง้อฟ้าลันดาที่ฮ่องกงทำให้งานที่นี่ล่าช้าไปมาก แต่สำหรับเขามันก็คุ้มค่าหากได้เธอกลับคืนมา “เป็นยังไงบ้าง” คนที่ก้มหน้าทำงานยอมเงยหน้าขึ้นมามองลูกน้องพร้อมถามเสียงนิ่ง “จับตัวคุณจูเลียน่าได้แล้วครับ แต่คนที่จับได้ไม่ใช่คนของเรา” คำตอบของมาร์โก้ทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างต้องการทำตอบ ไม่ใช่คนของลีโอเน่อย่างนั้นเหรอ ยังมีใครที่แค้นผู้หญิงคนนั้นแล้วต้องการตัวไปอีกหรือยังไง “เป็นคนของคุณฟ้าครามครับ ตอนนี้จูเลียน่าอยู่ในมือคุณฟ้าคราม แถมทางนั้นยังแจ้งมาว่า คุณฟ้าครามจะเป็นคนจัดการกับเธอเองครับ” ฟังมาถึงตอนนี้เขาถึงเริ่มปะติปะต่อเรื่องราวได้ ถ้าให้เขาเดา ฟ้าครามคงรู้ความจริงหมดแล้วว่าจูเลียน่าคือคนที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่ว่าจะทำให้ฟ้าลันดากับเขาต้องแยกกันถึงสามปี และการวางระเบิ่ดในงานแต่งของเขากับฟ้าลันดาก็ล้วนเป็นฝีมือ
ปัก! ปัก! ปัก! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นสนั่นไปทั่วทั้งห้องที่มีเพียงแสงไฟสลัว ปะปนกับเสียงครางระงมของร่างเพรียวที่กำลังนอนรับแรงกระแทกอันดิบเถื่อนจากเขาอยู่ ที่บอกว่าจะตอกให้สติกลับมา เขาไม่ได้ล้อเล่น เพราะตอนนี้เขาเล่นตอกอัดกระแทกใส่เธอเน้นทุกดอกจนคนตัวเล็กทั้งจุก ทั้งเสียวซ่านไปทั่ว สองขาเ
เชี่ยไรวะเนี่ย… คำแรกที่เธอถามตัวเองหลังจากลืมตาตื่นขึ้นมาอีกวัน เมื่อสิ่งแรกที่อยู่ในโฟกัสคือใบหน้าหล่อๆของคนที่นอนหายใจเข้าออกสมํ่าเสมออยู่ข้างๆเธอ โอ้ยย… พลาดจนได้! เธอยกมือขึ้นมาเคาะหัวตัวเองเบาๆอย่างถือโทษ ที่เผลอให้ความเสี้ยนมันเข้าครอบงำจนลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเองนักหนา ว่าจะไม่มีท
ปึก ปึก ปึก! เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นประสานกับเสียงครางหอบหายใจของสองคน ตอนนี้เธออยู่ในท่าคลานเข่าแอ่นสะโพกงอนสวยให้เขาตอกเข้ามาหนักๆ “ฮึกก อ๊าา ฟ..ฟราน อ๊าา ไม่ไหวอื้ออ” “อ่าาส์ พร้อมกัน” เขาเสพร่างหอมกรุ่นของเธอมานับหลายชั่วโมงอย่างไม่นึกพอ มือหนาจับเอวบางไว้มั่นก่อนจะขยับบั้นท้ายตอกอัดควา
“แน่นอนฉันคงไม่ยอมลดศักดิ์ศรีตัวเองยอมไปเป็นเมียเก็บลับๆคุณหรอกนะ ในเมื่อคุณอยากได้ฉัน คุณก็ต้องลงทุน หึ… ถ้าคุณกล้า ฉันจะยอมเป็นผู้หญิงของคุณ” แน่นอนว่าเกมส์ที่เธอกำลังเล่นมันเต็มไปด้วยความท้าทายและอันตราย เพราะการเข้าไปเหยียบคฤหาสน์หลังนั้นอีกครั้ง ก็เปรียบเสมือนการเข้าไปเหยียบหางงูพิษอย่างจูเลี







