Share

แต่งงานใหม่ล้างรักลวง
แต่งงานใหม่ล้างรักลวง
Author: ลิตเติ้ลชูการ์

บทที่ 1

Author: ลิตเติ้ลชูการ์
ปีที่สองหลังจากแต่งงาน ตอนเจียงหร่านกำลังเก็บลิ้นชักให้เรียบร้อย เผลอฉีกทะเบียนสมรสจนขาด

ตอนเธอรีบไปทำใหม่ที่ที่ว่าการอำเภอ เจ้าหน้าที่ประจำช่องบริการพูดอย่างสงสัย “คุณผู้หญิง ในระบบไม่มีข้อมูลการจดทะเบียนสมรสของคุณ”

“เป็นไปไม่ได้ ฉันแต่งงานมาสองปีแล้วนะ” เจียงหร่านพูดจบแล้วยื่นทะเบียนสมรสที่ขาดเป็นสองส่วนให้

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยความใจเย็นถึงสามครั้ง สุดท้ายหมุนหน้าจอมาหาเธอ “ไม่มีข้อมูลการจดทะเบียนสมรสของคุณจริงๆ อีกอย่างตราปั๊มนูนของคุณเบี้ยวด้วย......น่าจะเป็นของปลอม”

เดินออกมาจากที่ว่าการอำเภออย่างเหม่อลอย จู่ๆ มือถือของเจียงหร่านดังขึ้น

“สวัสดีคุณเจียง ฉันเป็นทนายความที่พ่อคุณแต่งตั้งขึ้น ไม่ทราบว่าคุณสะดวกมาเซ็นเอกสารสืบทอดมรดกที่สำนักงานกฎหมายจุนเฉิงไหม?”

มิจฉาชีพที่ไหนเนี่ย เจียงหร่านกำลังจะวางสาย จู่ๆ อีกฝ่ายพูดว่า “คุณเจียง แม่คุณชื่อเจียงซิ่วหย่า เมื่อยี่สิบปีก่อนทิ้งคุณไว้หน้าสถานสงเคราะห์เด็กประจำเมือง จากการตรวจสอบ คุณคือบุตรเพียงคนเดียวที่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดของโจวซุนมหาเศรษฐีเมืองไห่”

เจียงหร่านยืนอึ้งอยู่กับที่ แล้วรีบไปตามนัดทันที

เธอได้ยินเรื่องเหลือเชื่อที่สุดในชีวิตจากปากทนาย

โจวซุนพ่อบังเกิดเกล้าของเธอคือเจ้าสัวผู้ทรงอิทธิพล เสียชีวิตเมื่อเดือนที่แล้ว หุ้น อสังหาริมทรัพย์ และบริษัทที่อยู่ในนามของเขา รวมกันแล้วมูลค่าถึงแสนล้าน และตัวเองคือลูกสาวเพียงคนเดียวที่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดของเขา

ขณะที่เกิดเสียงดังอื้ออึงในสมอง จู่ๆ ทนายถามว่า “คุณแต่งงานมีลูกแล้วหรือยัง?”

ใบหน้าของสามีผุดขึ้นมาในหัวเจียงหร่านทันที

คิดถึงทะเบียนสมรสปลอมที่ขาดเป็นชิ้นๆ ในกระเป๋า เธอกำปากกาแล้วพูดว่า “รอฉันสองชั่วโมง ฉันขอไปถามเรื่องหนึ่งให้เคลียร์ก่อน”

ออกจากสำนักงานกฎหมาย เจียงหร่านตรงไปที่บริษัทของสามี

ประตูห้องทำงานของฮั่วจี้หมิงแง้มอยู่ เธอกำลังจะผลักประตู ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงที่มีเสน่ห์และดูเป็นผู้ใหญ่ดังออกมา

“จี้หมิง เราแต่งงานกันมาห้าปีแล้ว เมื่อไรถึงจะเปิดเผยความสัมพันธ์ได้สักที”

เจียงหร่านตัวแข็งเป็นหินทันที

เธอคุ้นเคยเสียงนี้เป็นอย่างดี ไป่ชิง อาจารย์ที่ปรึกษาสมัยมหาวิทยาลัยของพวกเขา

ไป่ชิงอายุมากกว่าฮั่วจี้หมิงหกปี แต่นอกจากอายุที่มากกว่าฮั่วจี้หมิงแล้ว รูปร่างหน้าตาล้วนอยู่ในระดับนางฟ้า

ตอนอยู่ในมหาวิทยาลัย ไป่ชิงได้รับความนิยมมาก ไม่เพียงแต่มีเสน่ห์ดึงดูดทั้งหญิงและชาย ยังถูกยกย่องว่าเป็นครูที่ปรึกษาที่ดีที่สุดในมหาวิทยาลัยด้วย

เจียงหร่านกลั้นหายใจสุดชีวิต วินาทีต่อมา ก็ได้ยินเสียงอ่อนโยนแสนคุ้นเคย และมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ของสามี

“บริษัทใกล้เข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว ยังมีอีกหลายส่วนที่ต้องให้เจียงหร่านช่วย อีกอย่างก่อนหน้านี้คุณปู่ทิ้งพินัยกรรมไว้ ไม่อนุญาตให้เธอแต่งเข้าบ้าน ถ้าเปิดเผยตอนนี้ ฉันกลัวคุณย่าทำให้เธอลำบากใจ ฉันคงจะปวดใจ......”

เจียงหร่านรู้สึกเหมือนเกิดระเบิดในหู เธอรีบยกมือขึ้นมาปิดปากแน่นทันที ทำให้เสียงสะอื้นในลำคอไม่เล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย

ทะเบียนสมรสปลอมที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ เธอต่อมันซ้ำๆ อย่างระมัดระวัง เก็บไว้ในกระเป๋าเหมือนสมบัติล้ำค่า

ที่แท้เธอคือตัวตลกที่ไม่รู้อะไรเลยตั้งแต่แรก

เจียงหร่านรีบเดินออกจากบริษัท กดโทรออกทันที เธอสูดหายใจลึก เสียงนิ่งอย่างกับคนละคน

“ทนายหวัง ฉันเซ็นเอกสารสืบทอดมรดกได้ตอนนี้เลย”

“นอกจากนี้ ตอนนี้ฉันโสด ไม่มีลูก ฉันสืบทอดมรดกทั้งหมดเพียงผู้เดียว”

หลังจากจัดการเอกสารสืบทอดมรดกเสร็จเรียบร้อย เจียงหร่านขับรถกลับบ้าน เธอเหม่อลอยตลอดทาง จนทำให้โดนรถชนท้าย บาดเจ็บที่หน้าผากเล็กน้อย

พอทำแผลที่ห้องฉุกเฉินเสร็จ เหมือนนึกอะไรได้ เจียงหร่านถือโอกาสไปที่แผนกสูตินรีเวช

หลังจากได้ผลตรวจของตัวเอง หัวใจของเธอได้ตายอย่างสมบูรณ์

“คุณหมายความว่า......มดลูกของฉันไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยใช่ไหม?”

“ใช่ ดูจากผลตรวจ ร่างกายคุณแข็งแรงมาก”

“ฉันมีลูกได้เหรอ?”

“แน่นอนอยู่แล้ว”

“งั้นก็ไม่ส่งผลต่อเรื่องบนเตียงด้วยน่ะสิ?”

เมื่อเจียงหร่านถามถึงตรงนี้ ถึงเป็นแพทย์หญิงวัยห้าสิบปีก็อดกระอักกระอ่วนเล็กน้อยไม่ได้ “ยังต้องพูดอีกเหรอ?”

แต่ตอนตรวจร่างกายก่อนแต่งงาน ฮั่วจี้หมิงเอาผลตรวจของเธอมาบอกว่า มดลูกของเธอมีความผิดปกติเป็นอย่างมาก นอกจากมีลูกไม่ได้แล้ว แม้แต่เรื่องบนเตียงตามปกติก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายจนไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้

“ถึงเป็นแบบนี้ ฉันก็จะแต่งงานกับเธอ” ตอนนั้นเขากุมมือเธอ ในดวงตาเต็มไปด้วยความแน่วแน่และอ่อนโยน “ชีวิตนี้ ฉันมั่นใจแล้วว่าต้องเป็นเธอ”

เพื่อคำสัญญานี้ ทั้งสองคนฝ่าฟันสถานการณ์ยากลำบากจากผู้ใหญ่ตระกูลฮั่ว

เธอเห็นกับตาว่าพ่อสามีปาแก้วชาจนแตก แล้วตำหนิด้วยความโมโห “แต่งคนที่มีลูกไม่ได้มาให้ไม่มีทายาทสืบทอดตระกูลเหรอ”

แล้วก็ได้ยินแม่ฮั่วร้องไห้และบ่นกับญาติในงานรวมญาติ “จี้หมิงลุ่มหลงจนขาดสติ”

แต่ทุกครั้งเขาจะพูดด้วยรอยยิ้มเสมอ “อย่าไปฟังพวกเขา ฉันอยู่ตรงนี้”

ในระยะเวลาสองปี คำตำหนิทั้งต่อหน้าและลับหลังของแม่สามี “แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้” “แม้แต่ลูกคนเดียวก็ยังมีไม่ได้ แต่งมาแล้วมีประโยชน์อะไร” เหมือนพิษร้ายที่กัดเซาะเข้าไปในกระดูก รบกวนจิตใจจนเธอต้องผ่านค่ำคืนที่มิอาจหลับตาลงนับไม่ถ้วน

*

พอได้ยินว่าเจียงหร่านเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ฮั่วจี้หมิงรีบมารับเธอที่โรงพยาบาลทันที

ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ตอนร่างสูงโปร่งสูงร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตรวิ่งมาอย่างร้อนใจ เจียงหร่านนึกถึงเวลาหกปีที่รู้จักกันขึ้นมาได้รางๆ

ทั้งสองคนเจอกันครั้งแรกที่ห้องทำงานของอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างไป่ชิง เธอไปส่งเอกสารแทนเพื่อน ฮั่วจี้หมิงกำลังพูดคุยกับไป่ชิง ตอนเขาช้อนตาขึ้นมา สายตาปะทะเข้ามาในดวงตาของเธอ พยักหน้าตามมารยาท แต่ไม่ได้พูดอะไรมากมาย

หลังจากนั้น คือการตามจีบอย่างบ้าคลั่งถึงสี่ปี

ฮั่วจี้หมิงเป็นเดือนมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นที่ยอมรับจากทุกคน รูปร่างหน้าตาไร้ที่ติ ผลการเรียนก็ดีเลิศ ฐานะทางครอบครัวยิ่งดีเข้าไปใหญ่

บวกกับการจีบของเขาออกแนวรุกหนักมาก แถมยังอ่อนโยนกับคนอื่นดุจสายน้ำ แทบไม่มีผู้หญิงคนไหนต้านทานได้เลย

เจียงหร่านก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นกัน

เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว นิสัยเย็นชาและเก็บตัว ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ ก็ยังยอมแพ้กับการรุกอย่างหนักของชายหนุ่มอยู่ดี

ฮั่วจี้หมิงคุยกับเจียงหร่านอยู่นาน พอเห็นเจียงหร่านไม่มีปฏิกิริยามากนัก จึงเข้าใจว่าเธอตกใจ รีบโอบเธอเข้ามากอดทันที คราวนี้เจียงหร่านดันเขาออกแล้วลุกขึ้นทันที เหมือนเป็นปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติอย่างไรอย่างนั้น

“ไปเถอะ”

เจียงหร่านพูดออกมาอย่างรีบร้อนเพียงสองคำ แล้วเดินอ้อมชายหนุ่มไป

แผ่นอกที่ปลอดภัยและอบอุ่นในอดีต ตอนนี้ทำให้เธอรู้สึกถึงความสะอิดสะเอียนเท่านั้น

พอกลับมาบนรถ ฮั่วจี้หมิงยังห่วงอาการของเจียงหร่านมาก

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น? เธอขับรถระวังมาตลอด วันนี้เกิดอะไรขึ้น?”

“......”

เจียงหร่านไม่ตอบชายหนุ่ม สายตามองไปที่ฝ่ามือตัวเอง แหวนเพชรวงใหญ่ส่องแสงสะดุดตา

เจียงหร่านไม่สนใจเขา ฮั่วจี้หมิงก็ไม่ได้ว่าอะไร ยื่นมือไปจับมือเธอโดยอัตโนมัติ

เป็นอีกครั้งที่เจียงหร่านหลบ

“ทำไมถึงงอนฉันล่ะ? โอเค เธอไม่อยากพูด ฉันก็ไม่บังคับ

“วันนี้มีแขกพิเศษมาที่บ้าน ฉันให้ป้าแม่บ้านเตรียมอาหารที่เธอชอบกินไว้เยอะมาก หวังว่าจะทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง”

ฮั่วจี้หมิงอ่อนโยนมาก แต่ยิ่งเขาเป็นแบบนี้ เจียงหร่านยิ่งอยากขำ

“อารมณ์ดีหน่อย หายงอนได้แล้ว รอเคลียร์งานช่วงนี้เสร็จแล้ว ฉันจะอยู่กับเธอให้มากขึ้น ช่วงนี้บริษัทเตรียมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ฉันยุ่งมากเลย”

ฮั่วจี้หมิงคิดว่าเจียงหร่านหายงอนแล้ว จึงหัวเราะออกมา

“ใช่ ฉันมีความสุข รู้สึกว่าชีวิตฉันผ่านเรื่องราวมาหลากหลายมาก”

เจียงหร่านพูดเป็นนัย แต่ฮั่วจี้หมิงไม่เข้าใจสักนิด

คฤหาสน์หรูของตระกูลฮั่วตั้งอยู่ที่ปินเจียงการ์เด้น เขตพื้นที่ราคาแพงที่สุดของเมืองไห่ คฤหาสน์กินพื้นที่ถึงห้าร้อยกว่าตารางเมตร

แต่ทั้งหมดนี้ แลกมาด้วยการที่เจียงหร่านทิ้งหน้าที่การงานของตัวเองหลังเรียนจบ แล้วช่วยเขาทำงานอย่างหนักที่บริษัท

เพิ่งมาถึงบ้าน เจียงหร่านก็ได้ยินเสียงหัวเราะหยอกล้อดังมาจากชั้นบน

มีเสียงของเด็กผู้ชาย แล้วก็มีเสียงอ่อนหวานของผู้หญิง

เด็กผู้ชายคือเด็กที่เจียงหร่านกับฮั่วจี้หมิงรับมาเลี้ยงตอนเพิ่งแต่งงาน ปีนี้อายุห้าขวบ ชื่อฮั่วมู่เฉิง

เจียงหร่านเงยหน้าขึ้นมอง ตามคาด เห็นไป่ชิงที่ไม่ได้เจอกันห้าปี

ไป่ชิงสวมเดรสไหมพรมสีฟ้าอมเขียว ผมยาวดัดลอนใหญ่ อายุสามสิบกว่าปีแล้ว แต่ยังหน้าเด็กเหมือนยี่สิบต้นๆ ทุกการเคลื่อนไหวยิ่งดูมีเสน่ห์

“หรานหร่าน ดูสิว่าใครมา?”

เสียงฮั่วจี้หมิงดังขึ้นข้างๆ เสียงทุ้มต่ำไม่สามารถซ่อนความตื่นเต้นได้

เป็นครั้งแรกที่เจียงหร่านสัมผัสถึงความรู้สึกพลุ่งพล่านจากชายหนุ่ม

ปกติถึงเขาดีกับเธอ อบอุ่นกับเธอขนาดไหน ก็ไม่ได้มีความรู้สึกพลุ่งพล่านขนาดนี้

มันมาจากใจ เปี่ยมล้น ความรักที่เร่าร้อนโดยธรรมชาติของผู้ชาย

“อาจารย์ไป่?” เจียงหร่านขมวดคิ้ว แสร้งทำเป็นประหลาดใจ

แต่ความสะอิดสะเอียนภายในใจ พุ่งถึงขีดสุดแล้ว

ไป่ชิงที่อยู่ตรงหน้า สง่างามและดูดี เทียบกับคนขี้อ้อนขี้งอนในห้องทำงาน ราวกับเป็นคนละคน

“เสี่ยวหร่าน ไม่ได้เจอกันนานเลย”

ไป่ชิงรีบจูงมือฮั่วมู่เฉิงลงมาจากชั้นบน ทักทายเจียงหร่านอย่างเป็นกันเอง

สายตาเจียงหร่านมองไปที่ฮั่วมู่เฉิงอีกครั้ง

หลังจากฮั่วจี้หมิงแต่งงานกับเธอได้ไม่นาน ก็ปรึกษากับเธอ และไปรับเด็กผู้ชายจากสถานสงเคราะห์เด็กที่เจียงหร่านเคยอยู่มาเลี้ยง ตั้งชื่อให้เขาว่าฮั่วมู่เฉิง

เขาอ้างว่ารับเด็กคนนี้มาเลี้ยง จะได้รับมือกับผู้ใหญ่ตระกูลฮั่วได้ พ่อแม่ก็จะไม่บังคับให้เจียงหร่านมีลูก

เจียงหร่านคิดว่าฮั่วจี้หมิงคำนึงถึงตัวเอง จึงเห็นด้วยกับเขา

แต่คิดไม่ถึงเลย สองปีที่เลี้ยงฮั่วมู่เฉิง เธอทุกข์ทรมานมาก

เด็กคนนี้อารมณ์ร้อน พอไม่สบอารมณ์ก็ปาข้าวของใส่เจียงหร่าน เหมือนเกลียดชังเธอมากอย่างไรอย่างนั้น

ถึงขนาดที่มีอยู่ครั้งหนึ่ง ฮั่วมู่เฉิงพูดต่อหน้าเจียงหร่านว่าต้องการให้ฮั่วจี้หมิงคืนแม่แท้ๆ ให้เขา

พอเจียงหร่านโมโหขึ้นมา เธอเคยเสนอให้เลิกเลี้ยงดูเหมือนกัน แต่ฮั่วจี้หมิงเกลี้ยกล่อมเธอตลอด

เขาบอกว่าฮั่วมู่เฉิงไม่มีแม่ น่าสงสารมาก บอกให้เจียงหร่านใจกว้างกับเขาหน่อย แล้วก็ให้เจียงหร่านคิดว่าตัวเองก็โดนพ่อแม่ทอดทิ้งตั้งแต่เด็กเหมือนกัน

ตอนนี้เห็นฮั่วมู่เฉิงจับมือไป่ชิงแน่น เชื่อมโยงกับพฤติกรรมต่างๆ ที่ชายหนุ่มทำกับตัวเอง เจียงหร่านเข้าใจทุกอย่างทันที

พวกเขาแต่งงานกันห้าปีแล้ว ฮั่วมู่เฉิงอายุห้าขวบ

ตระกูลฮั่วไม่ยอมให้ไป่ชิงแต่งเข้าบ้าน ดังนั้น......ฮั่วจี้หมิงเอาเธอมาเป็นฉากบังหน้า หลอกเธอมาเอารัดเอาเปรียบ มาเป็นโล่กำบังให้พวกเขา?

ตอนกินข้าว ฮั่วจี้หมิงกับฮั่วมู่เฉิงคีบอาหารให้ไป่ชิงไม่หยุด ทั้งสามคนพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ทำให้เจียงหร่านที่กินข้าวเงียบๆ อยู่ข้างๆ เหมือนคนนอกอย่างเห็นได้ชัด

“หรานหร่าน ตอนนี้อาจารย์ไป่กำลังทำหนังสือเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็ก เธออยากหาสถานที่เงียบสงบสักที่ ช่วงนี้บริษัทค่อนข้างยุ่งพอดี งานเธอก็ค่อนข้างเยอะ ฉันว่า......”

พอเห็นว่าได้จังหวะแล้ว ฮั่วจี้หมิงวางถ้วยกับตะเกียบ แล้วพูดกับเจียงหร่านด้วยเสียงอ่อนโยน

“ฉันอยากให้อาจารย์ไป่พักที่บ้านเราสักระยะหนึ่ง เธอช่วยอบรมดูแลเฉิงเฉิงได้ ดูเหมือนเฉิงเฉิงก็ชอบอาจารย์ไป่มากด้วย”

เหอะ

แอบแต่งงานเงียบๆ ห้าปี คงเบื่อแล้วสินะ ตอนนี้อยากเข้ามาอยู่อย่างเปิดเผยงั้นเหรอ?

เหมือนเจียงหร่านไม่ได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม กินข้าวอย่างไม่รีบไม่ร้อนไปเรื่อยๆ

บรรยากาศอึดอัดทันที

ฮั่วจี้หมิงกระอักกระอ่วนเล็กน้อย พูดเตือนเธอเสียงเบา “หรานหร่าน ฉันกำลังคุยกับเธออยู่นะ”

เจียงหร่านวางถ้วยเสียงดัง “พลั่ก”

แต่เธอยังไม่ทันพูด ไป่ชิงก็รีบพูดออกมา

“ขอโทษนะ เป็นความผิดฉันเอง ทำให้พวกเธอลำบากใจ เสี่ยวหร่าน อาหมิงแค่พูดเรื่อยเปื่อย เขาเป็นห่วงที่เธองานยุ่งแล้วยังต้องดูแลบ้าน ดูแลเฉิงเฉิง มันเหนื่อยมาก เลยอยากให้ฉันมาช่วยเธอน่ะ......”

“ไม่เอา! ฉันจะให้ป้าไป่อยู่ด้วย!”

พอได้ยินคำพูดนี้ ฮั่วมู่เฉิงที่นั่งข้างไป่ชิงค้านทันที

ไป่ชิงยังพูดไม่ทันจบ เขาเริ่มปาตะเกียบและทุบโต๊ะทันที!

“เฉิงเฉิง อย่าทำแบบนี้......”

“เฉิงเฉิง ไม่มีมารยาทเลย!”

ไป่ชิงเห็นแล้วรีบห้ามฮั่วมู่เฉิงทันที เสียงประสานกับเสียงของเจียงหร่านที่ตำหนิฮั่วมู่เฉิงตามสัญชาตญาณ

ฮั่วมู่เฉิงถลึงตาใส่เจียงหร่าน เขาโมโหมาก หยิบแก้วน้ำขึ้นมาสาดใส่เจียงหร่านทันที—
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 100

    นั่งรอเฉย ๆ อยู่นานเป็นค่อนวัน ความอดทนในการมาดูละครของโจวเฮ่าจิงก็หมดลงแล้วเขาถอนหายใจเบา ๆ และแววตาเยาะเย้ยก็ยิ่งลึกขึ้น“อย่าเพิ่งรีบไป คนกำลังจะมาถึงแล้ว”เจียงหร่านเหลือบดูเวลาครู่หนึ่ง แล้วตอบกลับอย่างเรียบเฉยพอเธอพูดจบ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกพอดีร่างที่ผ่อนคลายของโจวเฮ่าจิงแข็งค้างขึ้นทันทีผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทมีทั้งหมดเจ็ดคน ไม่นับเขา เหยียนหมิงเถา และเจียงหร่าน อีกสี่คนที่เหลือล้วนเป็นผู้สนับสนุนที่เหนียวแน่นของเหยียนหมิงเถา และเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะออกหน้าเข้าร่วมประชุมแต่คนที่ผลักประตูเข้ามาในตอนนี้ กลับเป็นสองคนจากสี่ผู้ถือหุ้นนั้นพอดีชายวัยกลางคนสองคนที่อายุเกินห้าสิบ แต่งกายด้วยสูทอย่างเป็นทางการ เดินเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ พอเข้ามาแล้วก็ไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองโจวเฮ่าจิงอีก ใบหน้าซีดเผือดก่อนจะไปนั่งลงด้านข้างอย่างเงียบ ๆและยังไปนั่งอยู่ฝั่งข้างตัวของเจียงหร่านอีกด้วย“……”โจวเฮ่าจิงหายใจหนักขึ้นเล็กน้อย ใช้สองมือยันโต๊ะประชุมไว้ รู้สึกเหลือเชื่ออย่างยิ่งนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?พอข่าวที่ว่ามีผู้ถือหุ้นมาร่วมประชุมแพร่ออกไป ไม่ถึงห้า

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 99

    “คุณเจี่ยง…” เจียงหร่านเพิ่งจะอ้าปากจะอธิบายเรื่องของฮั่วจี้หมิงเจี่ยงอี้กลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนว่า “เรื่องส่วนตัวของเธอ ฉันจะไม่ซักถามและไม่ก้าวก่าย แต่ตอนนี้เรามีสัญญาหมั้นกันอยู่ ฉันเชื่อว่าเธอจะจัดการเรื่องในอดีตของเธอให้เรียบร้อยได้”เขาไม่ได้ซักถาม ไม่ได้เรียกร้องอะไร ทำให้เจียงหร่านรู้สึกมีความรู้สึกผิดผุดขึ้นมาในใจเล็กน้อยเดิมทีเธอยังคิดว่า ด้วยสถานะของเจี่ยงอี้ เขาอาจจะใส่ใจเรื่องในอดีตของเธอ หรือถึงขั้นซักถามรายละเอียด แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะไม่ถามอะไรสักคำ“ฉัน… ฉันจะรีบจัดการให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด เชื่อใจฉันนะ!”ตอนนี้เองเจียงหร่านเพิ่งตระหนักได้ว่า คนตรงหน้าให้ความสำคัญกับสัญญาหมั้นนี้จริง ๆ และแม้แต่ท่าทีที่มีต่อเธอก็เต็มไปด้วยความเคารพเจี่ยงอี้พยักหน้ารับ แต่ในใจกลับมีความรู้สึกแปลก ๆ วาบผ่านขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้เขาไม่ใช่ไม่เคยตรวจสอบประวัติของเจียงหร่าน ความสัมพันธ์หกปีไม่ใช่ช่วงเวลาสั้น ๆ สำหรับใครก็ตาม แล้วในใจของเธอจะยังปล่อยวางผู้ชายชื่อฮั่วจี้หมิงคนนั้นไม่ได้ไหม?เขากดความหงุดหงิดเล็ก ๆ ที่อธิบายไม่ได้ในใจเอาไว้ แล้วเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า “

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 98

    เจียงหร่านพยักหน้า นึกขึ้นได้ว่าเจี่ยงอี้ไม่ชอบกินหวาน จึงถามต่อว่าเขากินเผ็ดได้ไหมพอเห็นชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย เธอก็เข้าใจทันทีและพูดต่อว่า “ได้ค่ะ ฉันจำไว้แล้ว คุณเจี่ยงไม่ชอบกินหวาน และกินเผ็ดไม่ได้”“กินบ้างก็ได้ ไม่เป็นไร” เจี่ยงอี้พูดเขาเป็นคนกินง่าย ๆ แต่โดยทั่วไปก็ไม่ค่อยกินรสจัดเท่าไรเจียงหร่านไม่พูดอะไรต่อ สวมผ้ากันเปื้อนแล้วเริ่มลงมือทำอาหารทันทีครัวเป็นแบบกึ่งเปิด ทำให้มองเห็นร่างของหญิงสาวที่กำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารได้ตลอดทั้งขั้นตอนสายตาของเจี่ยงอี้ก็ไม่อาจละไปจากเจียงหร่านได้เลยทันใดนั้น เขาก็เหมือนจะเริ่มเข้าใจความรู้สึกของสองผู้เฒ่าจอมซนที่คอยเป็นห่วงเรื่องแต่งงานของเขามาตลอดในตระกูลใหญ่ ความสัมพันธ์ทางใจมักถูกวางไว้รองจากผลประโยชน์เสมอ พ่อแม่ของเจี่ยงอี้แยกทางกันตั้งแต่เขายังไม่ทันเกิดในตระกูลเจี่ยง มีเพียงคุณปู่กับคุณย่าของเจี่ยงอี้เท่านั้นที่รักกันอย่างแท้จริง และจับมือกันใช้ชีวิตร่วมกันมาเกือบทั้งชีวิต“มีคนที่รู้จักห่วงใย รู้จักใส่ใจ และอยู่เคียงข้างกันไปยาว ๆ มันไม่ดีเหรอ? หรือแกคิดว่าจะทุ่มเทให้กับงานไปได้ทั้งชีวิต? เวลากลับบ้านแล้วเห็นมีคน

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 97

    เจียงหร่านพูดไปพลาง ก็สังเกตเห็นสาวใช้ที่เพิ่งดูแลคุณย่าเมื่อครู่ยืนแอบมองพวกเขาอยู่ด้านข้างเธอส่งสายตาให้เจี่ยงอี้ เจี่ยงอี้เหลือบมองไปทางนั้นเล็กน้อย แต่ถึงไม่ต้องมองเขาก็เดาได้อยู่แล้ว“ปู่กับย่าของฉันก็เป็นแบบนี้แหละ เธอค่อย ๆ ชินไปก็แล้วกัน ครั้งหน้าถ้าไม่สะดวก ก็ปฏิเสธได้ตรง ๆ เลยนะ”เจียงหร่านส่ายหน้า “จริง ๆ แล้ววันนี้ฉันก็อยากพบคุณเจี่ยงเหมือนกันค่ะ โปรเจกต์ของตระกูลโจวฉันจัดการสำเร็จแล้ว การช่วยเหลือของคุณเจี่ยงมีส่วนสำคัญมาก ฉันตั้งใจจะขอบคุณคุณอย่างจริงจังอยู่แล้ว”เจี่ยงอี้เอ่ยเสียงเบา “เรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องเกรงใจหรอก”“ไม่ใช่เกรงใจ แต่ฉันตั้งใจจริง ๆ อยากทำอะไรสักอย่างให้คุณเจี่ยงค่ะ ขอฉันคิดก่อนนะ… ฉันควรจะขอบคุณคุณเจี่ยงด้วยอะไรดี?”ประโยคนี้ของเจียงหร่านออกจะเหมือนพูดพึมพำกับตัวเองอยู่เล็กน้อยเจี่ยงอี้ไม่ขาดอะไรเลย ทำให้ชั่วขณะหนึ่งเธอนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าควรขอบคุณเขาอย่างไร“ขอบคุณ?”เจี่ยงอี้ไม่คาดคิดว่าเจียงหร่านจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แต่จู่ ๆ เขากลับรู้สึกมีความคาดหวังบางอย่างขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้“คุณเจี่ยงทานข้าวเย็นหรือยังคะ?”เจียงหร่านคิดอยู่ครู่หน

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 96

    เจียงหร่านไม่คิดว่าเจี่ยงอี้จะกลับมากะทันหัน หน้าเธอแดงขึ้นทันที “คุณเจี่ยง… คุณกลับมาตอนไหนคะ…”ทั้งที่คุณย่าเจี่ยงบอกชัด ๆ ว่าคืนนี้เจี่ยงอี้มีงานต้องยุ่งจนดึกแท้ ๆ“บอกว่าอาการหนักไม่ใช่เหรอครับ? ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง”แม้น้ำเสียงของเจี่ยงอี้จะฟังดูเย็นชา แต่ความเป็นห่วงที่มีต่อคุณย่าไม่ใช่ของปลอม เขาเดินเข้าไปหาคุณย่าอย่างรวดเร็วแล้วก้มลงดูสภาพของท่านอย่างละเอียดอีกฝ่ายรีบปล่อยมือที่จับเจียงหร่านอยู่ แต่สีหน้าของคุณย่ากลับดูสดใสมีเลือดฝาด ไม่เหมือนตอนโทรมาบอกว่าแทบจะทนไม่ไหว แถมยังไม่ยอมไปโรงพยาบาล และยืนกรานให้เขารีบกลับมาทันทีเลยสักนิด“ก็… เมื่อกี้มันค่อนข้างหนักจริง ๆ แหละ แต่พอเสี่ยวหร่านอยู่เป็นเพื่อนย่าครึ่งวัน ร่างกายย่าก็รู้สึกสบายขึ้นไปหมดเลย”คุณย่าเจี่ยงกระแอมเบา ๆ แล้วชายตามองเจียงหร่านอย่างเกรงใจ “หลานรัก ต้องช่วยย่าขอบคุณเสี่ยวหร่านดี ๆ นะ เดิมทีเธอมีงาน แต่ยอมยกเลิกเพื่อมานั่งเป็นเพื่อนย่าเลย”“……” เจี่ยงอี้นิ่งไปชั่วครู่ พูดไม่ออกพอเจียงหร่านได้ยินแบบนั้น ก็เข้าใจทันทีว่าที่คุณย่าเจี่ยงเรียกเธอให้มาวันนี้เพราะอะไรประมาทไปแล้วเมื่อกี้คุณย่า

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 95

    “ฉันได้ยินมาว่า งานหมั้นจัดได้ดีมากเลยใช่ไหม ประธานเจี่ยงคงพอใจในตัวน้องเจียงหร่านไม่น้อยสินะ?”โจวเฮ่าจิงแค่พูดไม่กี่คำก็แฝงความเหน็บใส่เจียงหร่านทันทีในโปรเจกต์นี้ มีเงินลงทุนส่วนหนึ่งที่บังเอิญมาจากเครือของเจี่ยงซื่อพอดีคำพูดของเขากำลังสื่อว่าเจียงหร่านพึ่งพาเจี่ยงอี้ไม่ได้พึ่งพาตระกูลโจว แต่กลับพึ่งพาเจี่ยงอี้ ถึงจะไม่ถือว่าผิดสัญญาเดิมพัน แต่ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไปก็ยังทำให้คนอื่นไม่ยอมรับอยู่ดี ใครจะรู้กันล่ะว่าเจี่ยงอี้ช่วยแค่ครั้งเดียว หรือช่วยมาตั้งแต่ต้นจนจบ“โจวเฮ่าจิง ฉันพาทีมของตัวเองมาทำงานอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา เพื่อช่วยคุณเก็บกวาดปัญหาที่ค้างอยู่ แต่แทนที่ฉันจะได้รับคำขอบคุณจากคุณ กลับถูกคุณตั้งคำถามถึงความสามารถแบบนี้ ฉันรู้สึกผิดหวังมาก ถ้าอย่างนั้นคุณลองโทรไปถามประธานเจี่ยงดูสิว่าเขามองโปรเจกต์นี้อย่างไร เขาลงทุนเพราะตัวโปรเจกต์ หรือเพราะตัวฉันกันแน่”เจียงหร่านฉีกหน้ากากเสียดสีของโจวเฮ่าจิงออกตรง ๆ ทำให้เขาเองก็เสียหน้าอยู่ไม่น้อยโจวเฮ่าจิงยิ้มบาง ๆ เขาไม่มีทางโทรหาเจี่ยงอี้อยู่แล้ว“นี่เป็นเรื่องภายในของพวกเรา จะไปดึงประธานเจี่ยงเข้ามาเกี่ยวได้ยังไง น้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status