Share

แต่งงานใหม่ล้างรักลวง
แต่งงานใหม่ล้างรักลวง
Author: ลิตเติ้ลชูการ์

บทที่ 1

Author: ลิตเติ้ลชูการ์
ปีที่สองหลังจากแต่งงาน ตอนเจียงหร่านกำลังเก็บลิ้นชักให้เรียบร้อย เผลอฉีกทะเบียนสมรสจนขาด

ตอนเธอรีบไปทำใหม่ที่ที่ว่าการอำเภอ เจ้าหน้าที่ประจำช่องบริการพูดอย่างสงสัย “คุณผู้หญิง ในระบบไม่มีข้อมูลการจดทะเบียนสมรสของคุณ”

“เป็นไปไม่ได้ ฉันแต่งงานมาสองปีแล้วนะ” เจียงหร่านพูดจบแล้วยื่นทะเบียนสมรสที่ขาดเป็นสองส่วนให้

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยความใจเย็นถึงสามครั้ง สุดท้ายหมุนหน้าจอมาหาเธอ “ไม่มีข้อมูลการจดทะเบียนสมรสของคุณจริงๆ อีกอย่างตราปั๊มนูนของคุณเบี้ยวด้วย......น่าจะเป็นของปลอม”

เดินออกมาจากที่ว่าการอำเภออย่างเหม่อลอย จู่ๆ มือถือของเจียงหร่านดังขึ้น

“สวัสดีคุณเจียง ฉันเป็นทนายความที่พ่อคุณแต่งตั้งขึ้น ไม่ทราบว่าคุณสะดวกมาเซ็นเอกสารสืบทอดมรดกที่สำนักงานกฎหมายจุนเฉิงไหม?”

มิจฉาชีพที่ไหนเนี่ย เจียงหร่านกำลังจะวางสาย จู่ๆ อีกฝ่ายพูดว่า “คุณเจียง แม่คุณชื่อเจียงซิ่วหย่า เมื่อยี่สิบปีก่อนทิ้งคุณไว้หน้าสถานสงเคราะห์เด็กประจำเมือง จากการตรวจสอบ คุณคือบุตรเพียงคนเดียวที่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดของโจวซุนมหาเศรษฐีเมืองไห่”

เจียงหร่านยืนอึ้งอยู่กับที่ แล้วรีบไปตามนัดทันที

เธอได้ยินเรื่องเหลือเชื่อที่สุดในชีวิตจากปากทนาย

โจวซุนพ่อบังเกิดเกล้าของเธอคือเจ้าสัวผู้ทรงอิทธิพล เสียชีวิตเมื่อเดือนที่แล้ว หุ้น อสังหาริมทรัพย์ และบริษัทที่อยู่ในนามของเขา รวมกันแล้วมูลค่าถึงแสนล้าน และตัวเองคือลูกสาวเพียงคนเดียวที่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดของเขา

ขณะที่เกิดเสียงดังอื้ออึงในสมอง จู่ๆ ทนายถามว่า “คุณแต่งงานมีลูกแล้วหรือยัง?”

ใบหน้าของสามีผุดขึ้นมาในหัวเจียงหร่านทันที

คิดถึงทะเบียนสมรสปลอมที่ขาดเป็นชิ้นๆ ในกระเป๋า เธอกำปากกาแล้วพูดว่า “รอฉันสองชั่วโมง ฉันขอไปถามเรื่องหนึ่งให้เคลียร์ก่อน”

ออกจากสำนักงานกฎหมาย เจียงหร่านตรงไปที่บริษัทของสามี

ประตูห้องทำงานของฮั่วจี้หมิงแง้มอยู่ เธอกำลังจะผลักประตู ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงที่มีเสน่ห์และดูเป็นผู้ใหญ่ดังออกมา

“จี้หมิง เราแต่งงานกันมาห้าปีแล้ว เมื่อไรถึงจะเปิดเผยความสัมพันธ์ได้สักที”

เจียงหร่านตัวแข็งเป็นหินทันที

เธอคุ้นเคยเสียงนี้เป็นอย่างดี ไป่ชิง อาจารย์ที่ปรึกษาสมัยมหาวิทยาลัยของพวกเขา

ไป่ชิงอายุมากกว่าฮั่วจี้หมิงหกปี แต่นอกจากอายุที่มากกว่าฮั่วจี้หมิงแล้ว รูปร่างหน้าตาล้วนอยู่ในระดับนางฟ้า

ตอนอยู่ในมหาวิทยาลัย ไป่ชิงได้รับความนิยมมาก ไม่เพียงแต่มีเสน่ห์ดึงดูดทั้งหญิงและชาย ยังถูกยกย่องว่าเป็นครูที่ปรึกษาที่ดีที่สุดในมหาวิทยาลัยด้วย

เจียงหร่านกลั้นหายใจสุดชีวิต วินาทีต่อมา ก็ได้ยินเสียงอ่อนโยนแสนคุ้นเคย และมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ของสามี

“บริษัทใกล้เข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว ยังมีอีกหลายส่วนที่ต้องให้เจียงหร่านช่วย อีกอย่างก่อนหน้านี้คุณปู่ทิ้งพินัยกรรมไว้ ไม่อนุญาตให้เธอแต่งเข้าบ้าน ถ้าเปิดเผยตอนนี้ ฉันกลัวคุณย่าทำให้เธอลำบากใจ ฉันคงจะปวดใจ......”

เจียงหร่านรู้สึกเหมือนเกิดระเบิดในหู เธอรีบยกมือขึ้นมาปิดปากแน่นทันที ทำให้เสียงสะอื้นในลำคอไม่เล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย

ทะเบียนสมรสปลอมที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ เธอต่อมันซ้ำๆ อย่างระมัดระวัง เก็บไว้ในกระเป๋าเหมือนสมบัติล้ำค่า

ที่แท้เธอคือตัวตลกที่ไม่รู้อะไรเลยตั้งแต่แรก

เจียงหร่านรีบเดินออกจากบริษัท กดโทรออกทันที เธอสูดหายใจลึก เสียงนิ่งอย่างกับคนละคน

“ทนายหวัง ฉันเซ็นเอกสารสืบทอดมรดกได้ตอนนี้เลย”

“นอกจากนี้ ตอนนี้ฉันโสด ไม่มีลูก ฉันสืบทอดมรดกทั้งหมดเพียงผู้เดียว”

หลังจากจัดการเอกสารสืบทอดมรดกเสร็จเรียบร้อย เจียงหร่านขับรถกลับบ้าน เธอเหม่อลอยตลอดทาง จนทำให้โดนรถชนท้าย บาดเจ็บที่หน้าผากเล็กน้อย

พอทำแผลที่ห้องฉุกเฉินเสร็จ เหมือนนึกอะไรได้ เจียงหร่านถือโอกาสไปที่แผนกสูตินรีเวช

หลังจากได้ผลตรวจของตัวเอง หัวใจของเธอได้ตายอย่างสมบูรณ์

“คุณหมายความว่า......มดลูกของฉันไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยใช่ไหม?”

“ใช่ ดูจากผลตรวจ ร่างกายคุณแข็งแรงมาก”

“ฉันมีลูกได้เหรอ?”

“แน่นอนอยู่แล้ว”

“งั้นก็ไม่ส่งผลต่อเรื่องบนเตียงด้วยน่ะสิ?”

เมื่อเจียงหร่านถามถึงตรงนี้ ถึงเป็นแพทย์หญิงวัยห้าสิบปีก็อดกระอักกระอ่วนเล็กน้อยไม่ได้ “ยังต้องพูดอีกเหรอ?”

แต่ตอนตรวจร่างกายก่อนแต่งงาน ฮั่วจี้หมิงเอาผลตรวจของเธอมาบอกว่า มดลูกของเธอมีความผิดปกติเป็นอย่างมาก นอกจากมีลูกไม่ได้แล้ว แม้แต่เรื่องบนเตียงตามปกติก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายจนไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้

“ถึงเป็นแบบนี้ ฉันก็จะแต่งงานกับเธอ” ตอนนั้นเขากุมมือเธอ ในดวงตาเต็มไปด้วยความแน่วแน่และอ่อนโยน “ชีวิตนี้ ฉันมั่นใจแล้วว่าต้องเป็นเธอ”

เพื่อคำสัญญานี้ ทั้งสองคนฝ่าฟันสถานการณ์ยากลำบากจากผู้ใหญ่ตระกูลฮั่ว

เธอเห็นกับตาว่าพ่อสามีปาแก้วชาจนแตก แล้วตำหนิด้วยความโมโห “แต่งคนที่มีลูกไม่ได้มาให้ไม่มีทายาทสืบทอดตระกูลเหรอ”

แล้วก็ได้ยินแม่ฮั่วร้องไห้และบ่นกับญาติในงานรวมญาติ “จี้หมิงลุ่มหลงจนขาดสติ”

แต่ทุกครั้งเขาจะพูดด้วยรอยยิ้มเสมอ “อย่าไปฟังพวกเขา ฉันอยู่ตรงนี้”

ในระยะเวลาสองปี คำตำหนิทั้งต่อหน้าและลับหลังของแม่สามี “แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้” “แม้แต่ลูกคนเดียวก็ยังมีไม่ได้ แต่งมาแล้วมีประโยชน์อะไร” เหมือนพิษร้ายที่กัดเซาะเข้าไปในกระดูก รบกวนจิตใจจนเธอต้องผ่านค่ำคืนที่มิอาจหลับตาลงนับไม่ถ้วน

*

พอได้ยินว่าเจียงหร่านเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ฮั่วจี้หมิงรีบมารับเธอที่โรงพยาบาลทันที

ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ตอนร่างสูงโปร่งสูงร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตรวิ่งมาอย่างร้อนใจ เจียงหร่านนึกถึงเวลาหกปีที่รู้จักกันขึ้นมาได้รางๆ

ทั้งสองคนเจอกันครั้งแรกที่ห้องทำงานของอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างไป่ชิง เธอไปส่งเอกสารแทนเพื่อน ฮั่วจี้หมิงกำลังพูดคุยกับไป่ชิง ตอนเขาช้อนตาขึ้นมา สายตาปะทะเข้ามาในดวงตาของเธอ พยักหน้าตามมารยาท แต่ไม่ได้พูดอะไรมากมาย

หลังจากนั้น คือการตามจีบอย่างบ้าคลั่งถึงสี่ปี

ฮั่วจี้หมิงเป็นเดือนมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นที่ยอมรับจากทุกคน รูปร่างหน้าตาไร้ที่ติ ผลการเรียนก็ดีเลิศ ฐานะทางครอบครัวยิ่งดีเข้าไปใหญ่

บวกกับการจีบของเขาออกแนวรุกหนักมาก แถมยังอ่อนโยนกับคนอื่นดุจสายน้ำ แทบไม่มีผู้หญิงคนไหนต้านทานได้เลย

เจียงหร่านก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นกัน

เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่เติบโตมาอย่างโดดเดี่ยว นิสัยเย็นชาและเก็บตัว ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ ก็ยังยอมแพ้กับการรุกอย่างหนักของชายหนุ่มอยู่ดี

ฮั่วจี้หมิงคุยกับเจียงหร่านอยู่นาน พอเห็นเจียงหร่านไม่มีปฏิกิริยามากนัก จึงเข้าใจว่าเธอตกใจ รีบโอบเธอเข้ามากอดทันที คราวนี้เจียงหร่านดันเขาออกแล้วลุกขึ้นทันที เหมือนเป็นปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติอย่างไรอย่างนั้น

“ไปเถอะ”

เจียงหร่านพูดออกมาอย่างรีบร้อนเพียงสองคำ แล้วเดินอ้อมชายหนุ่มไป

แผ่นอกที่ปลอดภัยและอบอุ่นในอดีต ตอนนี้ทำให้เธอรู้สึกถึงความสะอิดสะเอียนเท่านั้น

พอกลับมาบนรถ ฮั่วจี้หมิงยังห่วงอาการของเจียงหร่านมาก

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น? เธอขับรถระวังมาตลอด วันนี้เกิดอะไรขึ้น?”

“......”

เจียงหร่านไม่ตอบชายหนุ่ม สายตามองไปที่ฝ่ามือตัวเอง แหวนเพชรวงใหญ่ส่องแสงสะดุดตา

เจียงหร่านไม่สนใจเขา ฮั่วจี้หมิงก็ไม่ได้ว่าอะไร ยื่นมือไปจับมือเธอโดยอัตโนมัติ

เป็นอีกครั้งที่เจียงหร่านหลบ

“ทำไมถึงงอนฉันล่ะ? โอเค เธอไม่อยากพูด ฉันก็ไม่บังคับ

“วันนี้มีแขกพิเศษมาที่บ้าน ฉันให้ป้าแม่บ้านเตรียมอาหารที่เธอชอบกินไว้เยอะมาก หวังว่าจะทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง”

ฮั่วจี้หมิงอ่อนโยนมาก แต่ยิ่งเขาเป็นแบบนี้ เจียงหร่านยิ่งอยากขำ

“อารมณ์ดีหน่อย หายงอนได้แล้ว รอเคลียร์งานช่วงนี้เสร็จแล้ว ฉันจะอยู่กับเธอให้มากขึ้น ช่วงนี้บริษัทเตรียมเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ฉันยุ่งมากเลย”

ฮั่วจี้หมิงคิดว่าเจียงหร่านหายงอนแล้ว จึงหัวเราะออกมา

“ใช่ ฉันมีความสุข รู้สึกว่าชีวิตฉันผ่านเรื่องราวมาหลากหลายมาก”

เจียงหร่านพูดเป็นนัย แต่ฮั่วจี้หมิงไม่เข้าใจสักนิด

คฤหาสน์หรูของตระกูลฮั่วตั้งอยู่ที่ปินเจียงการ์เด้น เขตพื้นที่ราคาแพงที่สุดของเมืองไห่ คฤหาสน์กินพื้นที่ถึงห้าร้อยกว่าตารางเมตร

แต่ทั้งหมดนี้ แลกมาด้วยการที่เจียงหร่านทิ้งหน้าที่การงานของตัวเองหลังเรียนจบ แล้วช่วยเขาทำงานอย่างหนักที่บริษัท

เพิ่งมาถึงบ้าน เจียงหร่านก็ได้ยินเสียงหัวเราะหยอกล้อดังมาจากชั้นบน

มีเสียงของเด็กผู้ชาย แล้วก็มีเสียงอ่อนหวานของผู้หญิง

เด็กผู้ชายคือเด็กที่เจียงหร่านกับฮั่วจี้หมิงรับมาเลี้ยงตอนเพิ่งแต่งงาน ปีนี้อายุห้าขวบ ชื่อฮั่วมู่เฉิง

เจียงหร่านเงยหน้าขึ้นมอง ตามคาด เห็นไป่ชิงที่ไม่ได้เจอกันห้าปี

ไป่ชิงสวมเดรสไหมพรมสีฟ้าอมเขียว ผมยาวดัดลอนใหญ่ อายุสามสิบกว่าปีแล้ว แต่ยังหน้าเด็กเหมือนยี่สิบต้นๆ ทุกการเคลื่อนไหวยิ่งดูมีเสน่ห์

“หรานหร่าน ดูสิว่าใครมา?”

เสียงฮั่วจี้หมิงดังขึ้นข้างๆ เสียงทุ้มต่ำไม่สามารถซ่อนความตื่นเต้นได้

เป็นครั้งแรกที่เจียงหร่านสัมผัสถึงความรู้สึกพลุ่งพล่านจากชายหนุ่ม

ปกติถึงเขาดีกับเธอ อบอุ่นกับเธอขนาดไหน ก็ไม่ได้มีความรู้สึกพลุ่งพล่านขนาดนี้

มันมาจากใจ เปี่ยมล้น ความรักที่เร่าร้อนโดยธรรมชาติของผู้ชาย

“อาจารย์ไป่?” เจียงหร่านขมวดคิ้ว แสร้งทำเป็นประหลาดใจ

แต่ความสะอิดสะเอียนภายในใจ พุ่งถึงขีดสุดแล้ว

ไป่ชิงที่อยู่ตรงหน้า สง่างามและดูดี เทียบกับคนขี้อ้อนขี้งอนในห้องทำงาน ราวกับเป็นคนละคน

“เสี่ยวหร่าน ไม่ได้เจอกันนานเลย”

ไป่ชิงรีบจูงมือฮั่วมู่เฉิงลงมาจากชั้นบน ทักทายเจียงหร่านอย่างเป็นกันเอง

สายตาเจียงหร่านมองไปที่ฮั่วมู่เฉิงอีกครั้ง

หลังจากฮั่วจี้หมิงแต่งงานกับเธอได้ไม่นาน ก็ปรึกษากับเธอ และไปรับเด็กผู้ชายจากสถานสงเคราะห์เด็กที่เจียงหร่านเคยอยู่มาเลี้ยง ตั้งชื่อให้เขาว่าฮั่วมู่เฉิง

เขาอ้างว่ารับเด็กคนนี้มาเลี้ยง จะได้รับมือกับผู้ใหญ่ตระกูลฮั่วได้ พ่อแม่ก็จะไม่บังคับให้เจียงหร่านมีลูก

เจียงหร่านคิดว่าฮั่วจี้หมิงคำนึงถึงตัวเอง จึงเห็นด้วยกับเขา

แต่คิดไม่ถึงเลย สองปีที่เลี้ยงฮั่วมู่เฉิง เธอทุกข์ทรมานมาก

เด็กคนนี้อารมณ์ร้อน พอไม่สบอารมณ์ก็ปาข้าวของใส่เจียงหร่าน เหมือนเกลียดชังเธอมากอย่างไรอย่างนั้น

ถึงขนาดที่มีอยู่ครั้งหนึ่ง ฮั่วมู่เฉิงพูดต่อหน้าเจียงหร่านว่าต้องการให้ฮั่วจี้หมิงคืนแม่แท้ๆ ให้เขา

พอเจียงหร่านโมโหขึ้นมา เธอเคยเสนอให้เลิกเลี้ยงดูเหมือนกัน แต่ฮั่วจี้หมิงเกลี้ยกล่อมเธอตลอด

เขาบอกว่าฮั่วมู่เฉิงไม่มีแม่ น่าสงสารมาก บอกให้เจียงหร่านใจกว้างกับเขาหน่อย แล้วก็ให้เจียงหร่านคิดว่าตัวเองก็โดนพ่อแม่ทอดทิ้งตั้งแต่เด็กเหมือนกัน

ตอนนี้เห็นฮั่วมู่เฉิงจับมือไป่ชิงแน่น เชื่อมโยงกับพฤติกรรมต่างๆ ที่ชายหนุ่มทำกับตัวเอง เจียงหร่านเข้าใจทุกอย่างทันที

พวกเขาแต่งงานกันห้าปีแล้ว ฮั่วมู่เฉิงอายุห้าขวบ

ตระกูลฮั่วไม่ยอมให้ไป่ชิงแต่งเข้าบ้าน ดังนั้น......ฮั่วจี้หมิงเอาเธอมาเป็นฉากบังหน้า หลอกเธอมาเอารัดเอาเปรียบ มาเป็นโล่กำบังให้พวกเขา?

ตอนกินข้าว ฮั่วจี้หมิงกับฮั่วมู่เฉิงคีบอาหารให้ไป่ชิงไม่หยุด ทั้งสามคนพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ทำให้เจียงหร่านที่กินข้าวเงียบๆ อยู่ข้างๆ เหมือนคนนอกอย่างเห็นได้ชัด

“หรานหร่าน ตอนนี้อาจารย์ไป่กำลังทำหนังสือเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็ก เธออยากหาสถานที่เงียบสงบสักที่ ช่วงนี้บริษัทค่อนข้างยุ่งพอดี งานเธอก็ค่อนข้างเยอะ ฉันว่า......”

พอเห็นว่าได้จังหวะแล้ว ฮั่วจี้หมิงวางถ้วยกับตะเกียบ แล้วพูดกับเจียงหร่านด้วยเสียงอ่อนโยน

“ฉันอยากให้อาจารย์ไป่พักที่บ้านเราสักระยะหนึ่ง เธอช่วยอบรมดูแลเฉิงเฉิงได้ ดูเหมือนเฉิงเฉิงก็ชอบอาจารย์ไป่มากด้วย”

เหอะ

แอบแต่งงานเงียบๆ ห้าปี คงเบื่อแล้วสินะ ตอนนี้อยากเข้ามาอยู่อย่างเปิดเผยงั้นเหรอ?

เหมือนเจียงหร่านไม่ได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม กินข้าวอย่างไม่รีบไม่ร้อนไปเรื่อยๆ

บรรยากาศอึดอัดทันที

ฮั่วจี้หมิงกระอักกระอ่วนเล็กน้อย พูดเตือนเธอเสียงเบา “หรานหร่าน ฉันกำลังคุยกับเธออยู่นะ”

เจียงหร่านวางถ้วยเสียงดัง “พลั่ก”

แต่เธอยังไม่ทันพูด ไป่ชิงก็รีบพูดออกมา

“ขอโทษนะ เป็นความผิดฉันเอง ทำให้พวกเธอลำบากใจ เสี่ยวหร่าน อาหมิงแค่พูดเรื่อยเปื่อย เขาเป็นห่วงที่เธองานยุ่งแล้วยังต้องดูแลบ้าน ดูแลเฉิงเฉิง มันเหนื่อยมาก เลยอยากให้ฉันมาช่วยเธอน่ะ......”

“ไม่เอา! ฉันจะให้ป้าไป่อยู่ด้วย!”

พอได้ยินคำพูดนี้ ฮั่วมู่เฉิงที่นั่งข้างไป่ชิงค้านทันที

ไป่ชิงยังพูดไม่ทันจบ เขาเริ่มปาตะเกียบและทุบโต๊ะทันที!

“เฉิงเฉิง อย่าทำแบบนี้......”

“เฉิงเฉิง ไม่มีมารยาทเลย!”

ไป่ชิงเห็นแล้วรีบห้ามฮั่วมู่เฉิงทันที เสียงประสานกับเสียงของเจียงหร่านที่ตำหนิฮั่วมู่เฉิงตามสัญชาตญาณ

ฮั่วมู่เฉิงถลึงตาใส่เจียงหร่าน เขาโมโหมาก หยิบแก้วน้ำขึ้นมาสาดใส่เจียงหร่านทันที—
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 30

    เขาไม่เคยไว้หน้าใครอยู่แล้ว ไม่สนใจเรื่องผู้หญิงด้วยดังนั้นแม้ถึงวัยที่แต่งงานมีลูกได้แล้ว ก็ไม่มีใครกล้าพูดกับผู้ใหญ่ตระกูลเจี่ยงคนระดับนี้โดนเจียงหร่านแย่งที่นั่ง คิดไม่ถึงว่าเขาไม่ต่อว่า กลับถามวิธีแก้ไขอย่างเป็นมิตร?เจียงหร่านรู้สึกได้ถึงสายตาของชายหนุ่ม ความกดดันเพิ่มขึ้นทันที แต่เธอสูดหายใจลึก ยังคงพูดต่อด้วยเสียงเบา“เคารพเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เอาข้อผิดพลาดมาแก้ไขให้ดีกว่าเดิม”เธอเงียบครู่หนึ่ง กวาดตามองโต๊ะงานเลี้ยงที่กว้างพอสมควร“พื้นที่ตรงนี้เหลือเฟือ เพิ่มเก้าอี้หนึ่งตัวไม่ใช่เรื่องยาก“ผู้จัดงานสามารถจัดที่นั่งแบบเดียวกันให้คุณเจี่ยงนั่งข้างฉันได้ทันที“ทำเช่นนี้ ทั้งรักษาหน้าตระกูลโจวได้ และแสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจของคุณเจี่ยงอย่างชัดเจน แล้วก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงใจและความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของผู้จัดงาน“ดีกว่าดึงดันให้ฉันออกจากที่นั่ง สร้างความขัดแย้งและกระอักกระอ่วนให้ทั้งสามฝ่ายเยอะไม่ใช่เหรอ?”เมื่อสิ้นเสียงของเธอ ทั้งโถงงานเลี้ยงเงียบกริบทันทีทุกคนตกตะลึงกับคำพูดอย่างใจเย็นถึงที่สุด แล้วก็มีไหวพริบเป็นอย่างมากของเจียงหร่าน!นี่ใช่ลู

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 29

    แต่เจียงหร่านยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ความสุขุมบนใบหน้าไม่เหมือนแสร้งทำแม้แต่น้อยผู้จัดงานเห็นเจียงหร่านไม่ยอมง่ายๆ แทบจะพูดอ้อนวอน “คุณเจียง เราทำงานพลาดจริงๆ! เราสามารถประสานงานเรื่องที่นั่งแขกคนสำคัญให้คุณได้ทันที รับรองว่าไม่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจแน่นอน!”“แต่ที่นั่งตรงนี้......ได้สำรองไว้นานแล้ว แขกคนสำคัญท่านนั้นจะถึงแล้ว ได้โปรดอย่าทำให้ผู้จัดการตัวเล็กๆ อย่างฉันลำบากใจเลย......”ยิ่งเจียงหร่านยื้อต่อไป ก็ยิ่งกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด เธอจะไปหรือไม่ไป สถานการณ์ก็ไม่สู้ดีอยู่แล้วรอยยิ้มได้ใจบนใบหน้าเหอซื่อเยว่ไม่สามารถซ่อนไว้ได้แล้ว เธอพูดอีกครั้ง “บางคนอวดดี สุดท้ายดันเสียหน้าเอง น่าอายจริงๆ”คำพูดของเหอซื่อเยว่มีความปลุกปั่นมาก คนจำนวนไม่น้อยเริ่มวิจารณ์ด้วยเสียงเบาทันที เห็นพ้องต้องกันว่าเจียงหร่านยอมให้ที่นั่งดีกว่าอย่างน้อยสามารถให้เหตุผลว่าไว้หน้าผู้จัดงาน พอรักษาภาพลักษณ์ได้เล็กน้อยถ้าสุดท้ายโดนเชิญออกไป หรือดึงดันอยู่ต่อแล้วเกิดความขัดแย้ง แบบนั้นจะดูไม่ดีมากเจียงหร่านยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย จัดท่านั่งนิดหน่อย รีบเรียบเรียงความคิด แล้วพูดอย่างใจเย็น“ฉันเข้าใ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 28

    เหอหว่านไม่ได้อยากช่วยเจียงหร่าน แต่ตอนอยู่ในห้องน้ำได้ยินเหอซื่อเยว่คุยกับคนอื่นเธอแค่ไม่อยากให้เหอซื่อเยว่ทำสำเร็จเท่านั้น......อีกอย่าง เจียงหร่านเป็นน้องสาวโจวเยี่ยนด้วยท่าทางปกป้องเจียงหร่านของโจวเยี่ยนเมื่อคืน เหมือนเธอจะทำอะไรเจียงหร่านอย่างไรอย่างนั้น“ขอบคุณความหวังดีของคุณเหอ แต่......ฉันอยากนั่งตรงนี้”เจียงหร่านหันมาดึงเก้าอี้ตรงตำแหน่งที่ว่าง แล้วนั่งลงทันที“เจียงหร่าน ใครให้เธอนั่งตรงนั้น เธอเป็นคนบ้านนอกหรือเปล่า ไม่รู้จักมารยาทเลยสักนิด!”เหอซื่อเยว่โมโหจนทนไม่ไหวแล้ว ลุกขึ้นมาพูดเสียงดังใส่เจียงหร่านโดยไม่สนใจภาพลักษณ์แม้แต่น้อย“ฉันไม่ค่อยเข้าใจหรอก เพราะฉันมาร่วมงานเลี้ยงแบบนี้ครั้งแรกจริงๆ”เจียงหร่านพูดด้วยท่าทีเหมาะสม เธอยิ้มบางๆ ว่าไปตามคำพูดของเหอซื่อเยว่เหอซื่อเยว่พูดไม่ออกเจียงหร่านยอมรับตรงๆ ว่าตัวเองขาดความรู้ ทำให้เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ“แต่ตอนที่ฉันมา ผู้จัดงานกับตระกูลโจวบอกฉันแล้ว ในฐานะที่เป็นมหาเศรษฐีเมืองไห่ ฉันต้องนั่งที่แขกคนสำคัญ ที่นั่งวีไอพี ไม่งั้นก็ถือว่าไม่ไว้หน้า"“ตรงนี้เป็นที่แขกคนสำคัญ ไม่มีป้ายชื่อด้วย ฉันหาป้ายชื่อขอ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 27

    แต่คิดไม่ถึงว่าเจียงหร่านหาที่นั่งจนทั่วแล้ว ก็ไม่เห็นชื่อของตัวเองตอนนี้ทุกคนนั่งกันหมดแล้ว เจียงหร่านที่ยืนเด่นคนเดียวอยู่ด้านข้าง ดูกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัดผู้จัดการที่รับผิดชอบเรื่องเสิร์ฟอาหารเดินเข้ามาเตือนด้วยความหวังดี “คุณเจียง ใกล้ทานอาหารแล้ว เชิญคุณรีบไปนั่งเถอะ”“โอเค”เจียงหร่านเห็นโต๊ะหนึ่งเหลือที่นั่งอยู่หนึ่งที่ เป็นที่นั่งของแขกคนสำคัญ เธอจึงเดินไป“ขอโทษนะ ที่นั่งตรงนี้นั่งไม่ได้”ขณะที่เจียงหร่านกำลังจะนั่ง เสียงผู้หญิงห้ามเธอไว้เจียงหร่านเงยหน้าขึ้น โลกกลมจริงๆ คนพูดคือเหอซื่อเยว่เธอยกยิ้มมุมปาก ปรายตามองเจียงหร่านอย่างมีเลศนัย คุณหนูสองสามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบก้มหน้าแอบขำ“ฉันหาที่นั่งไม่เจอ ตรงนี้ไม่มีชื่อไม่ใช่เหรอ?”เจียงหร่านมองอย่างละเอียด ตรงที่นั่งว่างไม่มีป้ายชื่อวางอยู่“เป็นที่สำรองไว้ สำหรับแขกคนสำคัญที่ไม่แน่ใจว่าจะมาหรือเปล่า ไม่วางชื่อไว้ก่อน ฉันนึกว่าทุกคนจะรู้เรื่องพวกนี้ซะอีก”เหมือนเหอซื่อเยว่อธิบายให้เจียงหร่านฟังอย่างใจเย็น แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยแอบแซะว่าเจียงหร่านไร้ความรู้เมื่อสิ้นเสียงของเธอ คนรอบๆ หัวเราะ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 26

    เจียงหร่านเจอสถานการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก ถึงพยายามปรับตัวขนาดไหนก็ประหม่าอยู่ดี“เธอคือใครเหรอ? ตัวแทนของโจวซื่อควรเป็นโจวเฮ่าจิงหรือไม่ก็คุณนายโจวไม่ใช่เหรอ?”“นายไม่รู้หรือไง เธอคือลูกสาวนอกสมรสของโจวซุน ว่ากันว่าฟลุกได้สืบทอดมรดกแสนล้าน”“ตระกูลโจวไม่มีคนอื่นแล้วเหรอ เธอมีความรู้เรื่องธุรกิจไหม ขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีได้ด้วยเหรอ?”“ว่ากันว่าตอนนี้ตระกูลโจววุ่นวายไปหมดแล้ว คนนอกที่ไม่รู้อะไรสักอย่างเป็นทายาทสืบทอดตระกูล ดูเหมือนตระกูลโจวใกล้พังพินาศแล้ว......”“ดูเธอแต่งตัวอลังการหรูหรา น่าจะคิดว่าที่นี่เป็นแคตวอล์กแน่ๆ......”“......”เจียงหร่านลังเลไม่กี่วินาที ไม่รู้ว่าเสียงวิจารณ์ดังมาจากส่วนไหนของงาน เสียงวิจารณ์เยอะขึ้นเรื่อยๆขณะที่เธอทำตัวไม่ถูกอยู่ด้านหน้าไมค์ เสียงปรบมือเสียงหนึ่งดังขึ้นโจวเยี่ยนเขาปรบมือขึ้นมาเป็นคนแรก พอเห็นการกระทำของเขา คนรอบๆ จำนวนไม่น้อยก็ปรบมือตามในที่สุดเสียงปรบมือประปรายก็ดึงความคิดของเจียงหร่านกลับมาเธอรีบตั้งสติ มองจอแสดงสคริปต์ที่อยู่ตรงหน้า คิดไม่ถึงว่าหน้าจอว่างเปล่า!เจียงหร่านรู้ทันทีว่าต้องมีคนแอบทำอะไรบางอย่าง ต้องการให

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 25

    ทุกครั้งที่เขาพูดจบ เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วงาน แม้แต่เจียงหร่านก็ปรบมือโดยไม่รู้ตัวคนที่มีความสามารถเฉพาะทางยอดเยี่ยม มีเสน่ห์เหลือล้นจริงๆเห็นๆ อยู่ว่าชายหนุ่มยืนอย่างเย็นชาอยู่บนเวที เหมือนรูปปั้นที่อยู่ไกลเกินเอื้อม แต่เจียงหร่านกลับรู้สึกว่าเขาหล่อและมีเสน่ห์ดึงดูดมากพอดูถ่ายทอดสดจบ เจียงหร่านคิดว่าเจี่ยงอี้เป็นคนเข้าถึงยากเล็กน้อยก็ปกติมากคนดีเลิศแบบนั้น ให้คนอื่นยกย่องชื่นชมก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าสังคม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องมีความรักไม่มีข้อความส่งมาในมือถืออีกเช่นกันในที่สุดเจียงหร่านเริ่มง่วงแล้ว นอนคลุมโปงแล้วหลับไปงานเลี้ยงวันรุ่งขึ้น โจวเฟิ่งถังอยู่ในงานสังสรรค์กับเจียงหร่านถึงกลางงาน ก่อนจะมีธุระให้ต้องกลับก่อนโจวเยี่ยนก็ยุ่งอยู่ตลอด ถ้าไม่มีคนโทรมา ก็มีคนเข้ามาคุยด้วยตรงกันข้ามกับเจียงหร่าน แม้เป็นทายาทตระกูลโจว นอกจากอยู่ข้างๆ โจวเฟิ่งถังกับโจวเยี่ยน แทบไม่มีใครเป็นฝ่ายเข้ามาคุยกับเธอเลย มีแต่ให้นามบัตรและทักทายตามมารยาทเจียงหร่านรู้ว่าคนที่มางานเลี้ยงเป็นคนใหญ่คนโตในวงการธุรกิจ ถึงพวกเขาเคารพตระกูลโจว แต่ส่วนใหญ่เคารพโจวซุนรวมถึงคนตระกูลโจว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status