Share

บทที่ 2

Author: ลิตเติ้ลชูการ์
เจียงหร่านไม่ทันตั้งตัว โดนน้ำผลไม้สาดใส่หน้าเต็มๆ!

พอได้ยิน พวกคนใช้รีบเข้ามาช่วยเช็ดให้เจียงหร่าน

“ฮั่วมู่เฉิง!”

ฮั่วจี้หมิงโมโหมากเหมือนกัน ฮั่วมู่เฉิงตกใจ รีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว

ฮั่วจี้หมิงกำลังจะตามเขาไป ไป่ชิงรีบลุกขึ้นมาขวาง “อาหมิง เขาเป็นแค่เด็ก อย่าใช้ความรุนแรงในการอบรม เดี๋ยวฉันไปดูเอง”

เธอพูดจบแล้วปรายตามองเจียงหร่านที่กำลังเช็ดทำความสะอาดตัวอยู่ อยากพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่พูดออกมา

ฮั่วจี้หมิงหันความสนใจกลับมาที่เจียงหร่านทันที

“ไม่เป็นไรใช่ไหม? ฉันดูหน่อย”

เจียงหร่านเช็ดทำความสะอาดตัวเสร็จแล้ว มือของชายหนุ่มจะยื่นมาลูบใบหน้าเธอ

“สกปรก อย่ามาแตะตัวฉัน!”

เธอพูดโพล่งออกมา

แต่ฮั่วจี้หมิงไม่เข้าใจสิ่งที่เจียงหร่านต้องการจะสื่อ “ฉันจะรังเกียจเธอได้ยังไงล่ะ? ฉันมีแค่ความเป็นห่วงเธอเท่านั้น”

“ถ้ารู้แต่แรกว่าเฉิงเฉิงไม่รู้ความขนาดนี้ ฉันไม่น่าให้เธอเลี้ยงเขาเองเลย”

เจียงหร่านแสยะยิ้มเล็กน้อย พูดเสียดสีว่า “ใช่ ถ้าแม่แท้ๆ เลี้ยงคงดีกว่าฉันเลี้ยงแน่ๆ น่าเสียดายที่แม่แท้ๆ ของเขาตายแล้ว แม่เลี้ยงอย่างฉันเลี้ยงเด็กไม่เป็นจริงๆ”

ฮั่วจี้หมิงชะงักเล็กน้อย สีหน้าตะลึงงัน “เธอพูดอะไร เรารับเฉิงเฉิงมาเลี้ยง เขามีแม่ที่แสนดีอย่างเธอเพียงคนเดียว”

พูดจบ เขายังลูบหัวเจียงหร่านอย่างรักใคร่

เจียงหร่านไม่ทันตั้งตัว รู้สึกแย่จนอึดอัดไปหมด

พอกลับมาที่ห้อง เจียงหร่านรีบไปอาบน้ำทันที

ไม่นานฮั่วจี้หมิงก็ตามมาเช่นกัน เป้าหมายหลักของเขายังคงเป็นการปรึกษากับเจียงหร่าน เรื่องที่จะให้ไป่ชิงพักที่นี่

บอกว่าปรึกษา แต่เจียงหร่านรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจสักนิด

พวกเขาเป็นสามีภรรยากันจริงๆ ส่วนเธอแค่ตัวปลอม แค่แอบอ้างเท่านั้น

“ตอนนี้บริษัทอยู่ในช่วงสำคัญของการเข้าตลาดหลักทรัพย์ เฉิงเฉิงอยู่คนเดียวไม่ได้ บริษัทก็ต้องการเธอ

“ตอนนี้อาจารย์ไป่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการอบรมเลี้ยงดูเด็ก เธอก็เห็นแล้วว่าเฉิงเฉิงเชื่อฟังอาจารย์ไป่มาก...…”

“โอเค งั้นตกลงตามนี้”

เจียงหร่านไม่อยากฟังชายหนุ่มพล่ามแล้ว ยิ่งฟังยิ่งอยากอ้วก

“หรานหร่าน ฉันรู้ว่าเธอมีเหตุผลที่สุด เข้าใจว่าฉันเป็นห่วงเธอ”

ฮั่วจี้หมิงเห็นว่าตกลงกันได้แล้ว ในดวงตาดำขลับแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน ลุกขึ้นไปโอบเอวบางของเจียงหร่านทันที

เจียงหร่านหันไปหยิบมือถือมาข้างหน้าพวกเขาสองคน

หน้าจอเป็นภาพคฤหาสน์ริมน้ำหลังหนึ่ง ดูจากตำแหน่งแล้ว มันอยู่ที่ย่านการเงิน

ธุรกิจที่นั่นเจริญรุ่งเรืองมาก เป็นศูนย์กลางแข็งแกร่งของเมืองไห่ ราคาบ้านสูงกว่าบ้านที่ฮั่วจี้หมิงอยู่ตอนนี้เล็กน้อย

“จี้หมิง นายคิดว่าบ้านหลังนี้เป็นยังไง?”

“บ้านหลังนี้ดีมากอยู่แล้ว ย่านนี้ถือเป็นทำเลทองเลยนะ”

ฮั่วจี้หมิงไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เจียงหร่านต้องการจะสื่อ

“ฉันชอบบ้านหลังนี้มาก วันเกิดฉันเดือนหน้า นายให้ฉันเป็นของขวัญวันเกิดได้ไหม?”

เจียงหร่านหัวเราะออกมา เสียงหวานและอ่อนโยนมาก

ฮั่วจี้หมิงหลอกเธอมาสองปี สองปีนี้เธอไม่ได้สูญเสียแค่เวลา ยังสูญเสียหน้าที่การงานด้วย

เจียงหร่านช่วยฮั่วจี้หมิงกอบกู้บริษัทกลับมา ทำให้เธอต้องทิ้งโอกาสศึกษาต่อที่ต่างประเทศ และข้อเสนอจากบริษัทใหญ่ มาอยู่บริษัทเล็กๆ ของครอบครัวเขา

เวลาสั้นๆ เพียงสองปี เธอช่วยพลิกสถานการณ์บริษัทของฮั่วจี้หมิง อีกไม่กี่เดือน ฮั่วจี้หมิงก็สามารถนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้แล้ว มีทรัพย์สินสูงถึงหมื่นล้าน

ส่วนเธอยังไม่มีอะไรเลย ใกล้จะหมดประโยชน์และโดนเขี่ยทิ้ง

เจียงหร่านไม่ให้พวกเขาสมหวังอยู่แล้ว แล้วก็ไม่ปล่อยพวกเขาไปแบบนี้ด้วย

เมื่อก่อนฮั่วจี้หมิงให้สัญญาด้วยคำพูดหวานซึ้งและจริงใจเสมอ ขอแค่เจียงหร่านชอบ เขาจะทำให้เธอทุกอย่างภายในขีดความสามารถของเขา

แต่เจียงหร่านไม่ใช่พวกวัตถุนิยม ไม่เคยขออะไรจริงๆ จังๆ

ฮั่วจี้หมิงลังเลเล็กน้อย “ทำไมจู่ๆ ถึงอยากซื้อบ้านล่ะ? บ้านที่เราอยู่ตอนนี้ไม่ดีเหรอ?”

“บ้านของเราในตอนนี้ดีอยู่แล้ว แต่มูลค่าการลงทุนไม่พอ แต่บ้านหลังนี้ไม่เหมือนกัน ในอนาคตมีโอกาสที่ราคาจะเพิ่มขึ้นสูงมาก

“อีกอย่างบริษัทนายใกล้เข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว ในอนาคตจัดงานเลี้ยงต้อนรับแขกที่บ้านใหม่ นอกจากสะดวกแล้ว นายยังดูมีหน้ามีตาด้วย”

คำพูดของเจียงหร่านคำนึงถึงฮั่วจี้หมิงทุกประโยค ลบความลังเลที่ผุดขึ้นมาในใจชายหนุ่มทันที

ตามคาด เจียงหร่านก็ยังทำใจใช้เงินของเขาอย่างจริงๆ จังๆ ไม่ได้ วางแผนเพื่อเขาทุกอย่าง

ทันใดนั้น ฮั่วจี้หมิงรู้สึกผิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงขั้นที่สงสารเจียงหร่านเล็กน้อย

“ฉันมีเธอก็มีหน้ามีตาแล้ว ไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้แล้ว”

ฮั่วจี้หมิงจะยื่นมือไปกอดเธอต่อ ทว่าเจียงหร่านผละออกอีกครั้ง

“ฉันบอกว่าเป็นของขวัญวันเกิดฉันไง นายก็ถือว่าซื้อให้ฉัน นายคงไม่ได้เสียดายเงินใช่ไหม?”

ประโยคสุดท้าย เจียงหร่านพูดแบบติดตลก

วันนี้เหมือนเจียงหร่านแปลกไปเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าฮั่วจี้หมิงรู้สึกอดใจไม่ค่อยไหวเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ

เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ถามเธอว่า “แล้วบ้านหลังนี้ต้องใช้เงินเท่าไร?”

“ไม่เยอะหรอก แค่สามร้อยห้าสิบล้านบาท”

เจียงหร่านพูดพร้อมกับยิ้มตาหยี

สีหน้าฮั่วจี้หมิงตะลึงทันที

เขาไม่อยากขี้งกกับเจียงหร่าน แต่ราคานี้สูงเกินไปจริงๆ

แต่คิดว่าบริษัทใกล้เข้าตลาดหลักทรัพย์ ช่วงสำคัญแบบนี้เขาไม่อยากทำให้เจียงหร่านผิดหวังด้วย จึงพยักหน้า

“ได้ ถ้าเธอชอบ สามีจะซื้อให้”

พอชายหนุ่มพูดจบ ก็รีบโทรหาฝ่ายการเงินต่อหน้าเจียงหร่านทันที

ในคืนนั้น มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีส่วนตัวของเจียงหร่านสามร้อยห้าสิบล้านบาท

ฮั่วจี้หมิงยังทำตามคำขอของเธอ ตั้งใจเพิ่มตรงบันทึกช่วยจำตอนโอนเงินว่า “ให้หรานหร่านซื้อบ้าน สุขสันต์วันเกิด”

ยอดเงินคงเหลือในบัตรเปลี่ยนจากเจ็ดแสนห้าหมื่นบาทเป็นสามร้อยห้าสิบล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นบาท

หลังจากทั้งสองคน “แต่งงาน” เจียงหร่านก็ยกอำนาจบริหารเงินทองภายในครอบครัวให้ฮั่วจี้หมิง

เงินทั้งหมดในบัตรของเธอ เป็นเงินสะสมช่วงที่เธอทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย

สองปีมานี้ เธอไม่เคยรับเงินเดือนแม้แต่แดงเดียว

เช้าวันต่อมา เจียงหร่านเพิ่งออกมาจากห้อง ก็เห็นฮั่วจี้หมิงสวมผ้ากันเปื้อน พูดคุยยิ้มแย้มกับไป่ชิงอยู่ที่ห้องอาหารด้านล่าง

ฮั่วมู่เฉิงก็ตามติดข้างหลังทั้งสองคนเหมือนหางน้อยๆ ว่านอนสอนง่ายจนทำให้เจียงหร่านถึงกับมองเขาใหม่

แต่ภาพครอบครัวพ่อ แม่ ลูกที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี ต้องหยุดกลางคันหลังจากเจียงหร่านลงมา

ไป่ชิงเอามือที่วางอยู่บนไหล่ชายหนุ่มออกอย่างรวดเร็ว ฮั่วจี้หมิงก็เดินมาหาเจียงหร่าน

“ตื่นแล้วเหรอ? วันนี้ฉันทำอาหารเช้าเอง รีบมาชิมสิ”

เจียงหร่านเห็นอาหารเช้าหลายอย่างบนโต๊ะทันที

ในบ้านมีป้าแม่บ้านทำอาหาร ฮั่วจี้หมิงไม่ได้ทานอาหารเช้าเป็นประจำด้วย ไม่มีทางอยากเข้าครัวหรอก

อีกอย่างปกติอาหารเช้าของพวกเขาคืออาหารสไตล์จีน วันนี้เป็นอาหารสไตล์ตะวันตก หลากหลายชนิดด้วย แค่คิดก็รู้ว่าทำให้ใคร

รู้อยู่แก่ใจแต่ไม่พูดออกมา เจียงหร่านหัวเราะแล้วพูดกับไป่ชิง “เป็นของที่คุณชอบทั้งนั้นเลย?”

“ใช่ อาหมิงต้อนรับอบอุ่นมาก กลัวฉันกินอย่างอื่นไม่ได้ ผู้ชายที่ดูแลเอาใจใส่เหมือนเขามีไม่เยอะแล้ว เธอโชคดีจริงๆ ที่ได้สามีดีขนาดนี้”

ไป่ชิงพูดต่ออย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อสบตากับเจียงหร่าน มีความรู้สึกเหนือกว่าฉายออกมาเล็กน้อย

“ใช่ จี้หมิงเป็นคนเอาใจใส่มาตลอด ไม่ใช่แค่ฉัน เขาเป็นสุภาพบุรุษและอ่อนโยนกับผู้หญิงทุกคน”

“อย่าไปฟังหรานหร่านพูดเพ้อเจ้อ ฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย”

ฮั่วจี้หมิงปฏิเสธทันที แม้เจียงหร่านพูดเป็นนัย แต่น้ำเสียงผ่อนคลาย เหมือนกำลังหยอกล้ออย่างไรอย่างนั้น

แต่ไป่ชิงกลับขำไม่ออก

ฮั่วมู่เฉิงสังเกตเห็นไป่ชิงอารมณ์ไม่ดี ขณะที่เจียงหร่านกำลังจะเอาไข่ดาวใบสุดท้าย เขารีบบีบซีอิ๊วลงไปบนไข่ทันที

เพราะบีบแรงเกินไป ทำให้ซีอิ๊วกระเด็นมาโดนแขนขาวของเจียงหร่าน

“เฉิงเฉิง ลูกทำอะไรน่ะ?!”

ฮั่วจี้หมิงสีหน้าเคร่งขรึมทันที

ไป่ชิงรีบยื่นทิชชูให้เจียงหร่าน แล้วหันมาดุฮั่วมู่เฉิงเสียงเบา “เฉิงเฉิง ถึงกินอิ่มแล้ว ก็ห้ามทำให้อาหารเสียของ หนูดูสิ ยังเผลอทำให้มือแม่หนูเปื้อนด้วย ขอโทษแม่หนูสิ”

ฮั่วมู่เฉิงแอบมองบนใส่เจียงหร่าน แล้วพูด “ขอโทษ” อย่างฝืนใจ

เจียงหร่านเช็ดมือ ช้อนตามองสองแม่ลูก

ฮั่วมู่เฉิงเชิดหน้าขอโทษ คำพูดของไป่ชิงก็ไม่มีความใส่ใจ เลี่ยงประเด็นสำคัญ

“โอเค หนูกินเสร็จแล้วก็กลับห้องก่อนเถอะ”

พอฮั่วมู่เฉิงขอโทษเสร็จ เจียงหร่านยังไม่ทันได้ตอบ ไป่ชิงก็พูดขึ้นมาก่อน

“เดี๋ยว”

ขณะที่ฮั่วมู่เฉิงกำลังจะไป เจียงหร่านลุกขึ้นยืน ดึงตัวฮั่วมู่เฉิง แล้วกระชากเขามาที่กำแพง

“ยืนนิ่งๆ”

“ไอ้ผู้หญิงไม่ดี ปล่อยฉันนะ!”

ฮั่วมู่เฉิงขัดขืนอย่างบ้าคลั่ง แต่เจียงหร่านรับมือเขาจนชินแล้ว ใช้แรงบิดแขนทั้งสองข้างของเขา แล้วกดตัวลงบนกำแพง จากนั้นหยิบไม้เรียวมาจากแจกันที่อยู่ข้างๆ แล้วฟาดลงบนก้นเขาอย่างแรง

“อ๊าก ฮือๆๆๆ—”

ฮั่วมู่เฉิงทั้งเจ็บและกลัว ร้องไห้โฮออกมา

“เจียงหร่าน เธอทำอะไรน่ะ? เฉิงเฉิงขอโทษแล้ว เธอจำเป็นต้องอบรมสั่งสอนลูกด้วยความรุนแรงขนาดนี้ไหม?”

ไป่ชิงร้อนใจ เข้าไปขวางเจียงหร่านทันที

“อาจารย์ไป่ มู่เฉิงเป็นลูกชายฉัน ในฐานะแม่ของเขา ฉันอบรมสั่งสอนเขาเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว คุณใจร้อนและปกป้องเขาแบบนี้ ทำอย่างกับ......เขาเป็นลูกแท้ๆ ของคุณ?”

เจียงหร่านตอบด้วยเสียงเย็นชาพลางตีไม่หยุด ระหว่างที่พูด ก้นของฮั่วมู่เฉิงโดนตีไปอีกหลายที

ไป่ชิงหน้าซีดทันที ปลายนิ้วจิกเข้าไปในฝ่ามือ รู้สึกอึดอัดในลำคอ “ฉัน.....ฉันแค่รู้สึกว่าเขายังเด็ก......อีกอย่างเฉิงเฉิงไม่ได้ทำผิดมากขนาดนั้น......”

“ถ้าไม่แก้ไขความผิดเล็กๆ น้อยๆ โตไปก็จะทำผิดร้ายแรง ฉันอบรมสั่งสอนไม่เก่งเหมือนอาจารย์ไป่ ถ้าไม่กำราบเขา ฉันจะอบรมสั่งสอนเขายากมาก”

คำพูดของเจียงหร่านทำให้ไป่ชิงพูดอะไรไม่ออก สถานการณ์ในตอนนี้ ถ้าเจียงหร่านใช้ไม้แข็ง เธอยังไม่ได้อยู่ในจุดที่ห้ามได้

ฮั่วจี้หมิงประหลาดใจมากเหมือนกัน ปกติถึงเจียงหร่านเข้มงวดขนาดไหน ก็แค่ว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น ไม่เคยลงไม้ลงมือจริงๆ

แม้ฮั่วมู่เฉิงทำเกินไปจริงๆ แต่เขาก็ทนสายตาของไป่ชิงไม่ได้ เดินมากดมือของเจียงหร่านไว้

“พอแล้วๆ ตีก็ตีแล้ว พอแล้วล่ะ”

เจียงหร่านตีฮั่วมู่เฉิงไปหลายที ความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในใจหายไปเล็กน้อยจริงๆ

เธอโยนไม้เรียวลงบนพื้น ฮั่วมู่เฉิงรีบไปหลบด้านหลังไป่ชิงอย่างรวดเร็ว

เขาร้องจนหายใจไม่ทัน ไม่สนใจศัตรูอย่างเจียงหร่านแล้ว

ไป่ชิงขมวดคิ้ว สะกดกลั้นความขุ่นเคือง ลูบหัวฮั่วมู่เฉิงเงียบๆ

“ฮั่วมู่เฉิง จำเอาไว้ให้ดี ถ้าฉันยังเป็นแม่ของนาย นายต้องเคารพฉัน ถ้าไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่อีก ไม้เรียวในมือฉันไม่ใช่เล่นๆ นะ”

เจียงหร่านพูดทิ้งท้าย ทรงพลังทุกประโยค แม้แต่ฮั่วมู่เฉิงยังไม่กล้าร้องแล้ว แต่เธอดันพูดด้วยรอยยิ้ม

ฮั่วจี้หมิงอึ้งไปแล้ว

เจียงหร่านพูดจบแล้วออกจากห้องอาหาร

ฮั่วจี้หมิงจะตามเธอไปทันที ไป่ชิงรีบดึงแขนเขาไว้ “จี้หมิง......”

ในดวงตาไป่ชิงเต็มไปด้วยความน้อยใจ เธอจะทนไม่ไหวแล้วจริงๆ

เธอรู้ว่าฮั่วจี้หมิงรักเธอมาหลายปี ความรู้สึกของทั้งสองคนลึกซึ้งมาก ดังนั้นเธอรู้สึกปลอดภัยมากเช่นกัน และยินดีแสดงออกอย่างอ่อนโยนและใจกว้าง

แต่......

เจียงหร่านดูถูกคนอื่นเกินไปจริงๆ!

ตอนแรก คุณท่านตระกูลฮั่วดึงดันจะแยกพวกเขาออกจากกัน

ฮั่วจี้หมิงยังเรียนอยู่ ไม่สามารถคัดค้านได้ ไป่ชิงเกือบตกงาน หลังจากนั้นก็เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาต่อไม่ได้ จึงเปลี่ยนสายงานไปเป็นครูดูแลเด็ก

เมื่อหมดหนทางแล้ว ฮั่วจี้หมิงจึงเอาเจียงหร่านมาเป็นโล่กำบัง

ไป่ชิงเคยถามฮั่วจี้หมิงว่าทำไมถึงเลือกเจียงหร่าน?

ฮั่วจี้หมิงบอกเธอว่าตอนแรกเห็นเจียงหร่านหน้าตาดี พากลับมาที่บ้าน คนในบ้านถึงจะรู้สึกว่าเหมาะสม

ต่อมาฮั่วจี้หมิงสืบประวัติเจียงหร่าน พบว่าเธอเป็นเด็กกำพร้า ไร้ที่พึ่งพา แถมยังเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถอันดับต้นๆ ของสาขาการเงิน บริษัทที่มีชื่อเสียงจำนวนไม่น้อยแย่งกันยื่นข้อเสนอให้เธอ

คบกับเจียงหร่าน ยังช่วยเหลือเรื่องการงานของเขาได้ด้วย

แต่เพื่อไม่ให้ไป่ชิงเป็นกังวล ฮั่วจี้หมิงคบกับเจียงหร่านได้ไม่นาน ก็แอบจดทะเบียนสมรสกับไป่ชิง

แบบนี้ถึงฮั่วจี้หมิงคบกับเจียงหร่าน ก็จะได้แบ่งสินสมรสร่วมกับไป่ชิง

ฮั่วจี้หมิงให้สัญญาแล้ว ขอแค่เขาได้สืบทอดธุรกิจของตระกูลในอนาคต มีอำนาจในการพูด ก็จะเปิดเผยความสัมพันธ์ของพวกเขา

และระหว่างพวกเขา ตั้งแต่ต้นจนจบ เจียงหร่านเป็นแค่เครื่องมือให้ใช้งานเท่านั้น!

ทว่าตอนนี้ คนที่เป็นแค่เครื่องมือกล้าเหยียบหัวตัวเองงั้นเหรอ? ไป่ชิงรับไม่ได้จริงๆ!

แน่นอนว่าฮั่วจี้หมิงเป็นห่วงไป่ชิง แต่ตอนนี้ยังแตกหักกับเจียงหร่านไม่ได้ เขาทำได้แค่กอดหญิงสาวแน่น คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย สุดท้ายก็ตามออกไป
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 100

    นั่งรอเฉย ๆ อยู่นานเป็นค่อนวัน ความอดทนในการมาดูละครของโจวเฮ่าจิงก็หมดลงแล้วเขาถอนหายใจเบา ๆ และแววตาเยาะเย้ยก็ยิ่งลึกขึ้น“อย่าเพิ่งรีบไป คนกำลังจะมาถึงแล้ว”เจียงหร่านเหลือบดูเวลาครู่หนึ่ง แล้วตอบกลับอย่างเรียบเฉยพอเธอพูดจบ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกพอดีร่างที่ผ่อนคลายของโจวเฮ่าจิงแข็งค้างขึ้นทันทีผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทมีทั้งหมดเจ็ดคน ไม่นับเขา เหยียนหมิงเถา และเจียงหร่าน อีกสี่คนที่เหลือล้วนเป็นผู้สนับสนุนที่เหนียวแน่นของเหยียนหมิงเถา และเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะออกหน้าเข้าร่วมประชุมแต่คนที่ผลักประตูเข้ามาในตอนนี้ กลับเป็นสองคนจากสี่ผู้ถือหุ้นนั้นพอดีชายวัยกลางคนสองคนที่อายุเกินห้าสิบ แต่งกายด้วยสูทอย่างเป็นทางการ เดินเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ พอเข้ามาแล้วก็ไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองโจวเฮ่าจิงอีก ใบหน้าซีดเผือดก่อนจะไปนั่งลงด้านข้างอย่างเงียบ ๆและยังไปนั่งอยู่ฝั่งข้างตัวของเจียงหร่านอีกด้วย“……”โจวเฮ่าจิงหายใจหนักขึ้นเล็กน้อย ใช้สองมือยันโต๊ะประชุมไว้ รู้สึกเหลือเชื่ออย่างยิ่งนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?พอข่าวที่ว่ามีผู้ถือหุ้นมาร่วมประชุมแพร่ออกไป ไม่ถึงห้า

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 99

    “คุณเจี่ยง…” เจียงหร่านเพิ่งจะอ้าปากจะอธิบายเรื่องของฮั่วจี้หมิงเจี่ยงอี้กลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนว่า “เรื่องส่วนตัวของเธอ ฉันจะไม่ซักถามและไม่ก้าวก่าย แต่ตอนนี้เรามีสัญญาหมั้นกันอยู่ ฉันเชื่อว่าเธอจะจัดการเรื่องในอดีตของเธอให้เรียบร้อยได้”เขาไม่ได้ซักถาม ไม่ได้เรียกร้องอะไร ทำให้เจียงหร่านรู้สึกมีความรู้สึกผิดผุดขึ้นมาในใจเล็กน้อยเดิมทีเธอยังคิดว่า ด้วยสถานะของเจี่ยงอี้ เขาอาจจะใส่ใจเรื่องในอดีตของเธอ หรือถึงขั้นซักถามรายละเอียด แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะไม่ถามอะไรสักคำ“ฉัน… ฉันจะรีบจัดการให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด เชื่อใจฉันนะ!”ตอนนี้เองเจียงหร่านเพิ่งตระหนักได้ว่า คนตรงหน้าให้ความสำคัญกับสัญญาหมั้นนี้จริง ๆ และแม้แต่ท่าทีที่มีต่อเธอก็เต็มไปด้วยความเคารพเจี่ยงอี้พยักหน้ารับ แต่ในใจกลับมีความรู้สึกแปลก ๆ วาบผ่านขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้เขาไม่ใช่ไม่เคยตรวจสอบประวัติของเจียงหร่าน ความสัมพันธ์หกปีไม่ใช่ช่วงเวลาสั้น ๆ สำหรับใครก็ตาม แล้วในใจของเธอจะยังปล่อยวางผู้ชายชื่อฮั่วจี้หมิงคนนั้นไม่ได้ไหม?เขากดความหงุดหงิดเล็ก ๆ ที่อธิบายไม่ได้ในใจเอาไว้ แล้วเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า “

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 98

    เจียงหร่านพยักหน้า นึกขึ้นได้ว่าเจี่ยงอี้ไม่ชอบกินหวาน จึงถามต่อว่าเขากินเผ็ดได้ไหมพอเห็นชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย เธอก็เข้าใจทันทีและพูดต่อว่า “ได้ค่ะ ฉันจำไว้แล้ว คุณเจี่ยงไม่ชอบกินหวาน และกินเผ็ดไม่ได้”“กินบ้างก็ได้ ไม่เป็นไร” เจี่ยงอี้พูดเขาเป็นคนกินง่าย ๆ แต่โดยทั่วไปก็ไม่ค่อยกินรสจัดเท่าไรเจียงหร่านไม่พูดอะไรต่อ สวมผ้ากันเปื้อนแล้วเริ่มลงมือทำอาหารทันทีครัวเป็นแบบกึ่งเปิด ทำให้มองเห็นร่างของหญิงสาวที่กำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารได้ตลอดทั้งขั้นตอนสายตาของเจี่ยงอี้ก็ไม่อาจละไปจากเจียงหร่านได้เลยทันใดนั้น เขาก็เหมือนจะเริ่มเข้าใจความรู้สึกของสองผู้เฒ่าจอมซนที่คอยเป็นห่วงเรื่องแต่งงานของเขามาตลอดในตระกูลใหญ่ ความสัมพันธ์ทางใจมักถูกวางไว้รองจากผลประโยชน์เสมอ พ่อแม่ของเจี่ยงอี้แยกทางกันตั้งแต่เขายังไม่ทันเกิดในตระกูลเจี่ยง มีเพียงคุณปู่กับคุณย่าของเจี่ยงอี้เท่านั้นที่รักกันอย่างแท้จริง และจับมือกันใช้ชีวิตร่วมกันมาเกือบทั้งชีวิต“มีคนที่รู้จักห่วงใย รู้จักใส่ใจ และอยู่เคียงข้างกันไปยาว ๆ มันไม่ดีเหรอ? หรือแกคิดว่าจะทุ่มเทให้กับงานไปได้ทั้งชีวิต? เวลากลับบ้านแล้วเห็นมีคน

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 97

    เจียงหร่านพูดไปพลาง ก็สังเกตเห็นสาวใช้ที่เพิ่งดูแลคุณย่าเมื่อครู่ยืนแอบมองพวกเขาอยู่ด้านข้างเธอส่งสายตาให้เจี่ยงอี้ เจี่ยงอี้เหลือบมองไปทางนั้นเล็กน้อย แต่ถึงไม่ต้องมองเขาก็เดาได้อยู่แล้ว“ปู่กับย่าของฉันก็เป็นแบบนี้แหละ เธอค่อย ๆ ชินไปก็แล้วกัน ครั้งหน้าถ้าไม่สะดวก ก็ปฏิเสธได้ตรง ๆ เลยนะ”เจียงหร่านส่ายหน้า “จริง ๆ แล้ววันนี้ฉันก็อยากพบคุณเจี่ยงเหมือนกันค่ะ โปรเจกต์ของตระกูลโจวฉันจัดการสำเร็จแล้ว การช่วยเหลือของคุณเจี่ยงมีส่วนสำคัญมาก ฉันตั้งใจจะขอบคุณคุณอย่างจริงจังอยู่แล้ว”เจี่ยงอี้เอ่ยเสียงเบา “เรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องเกรงใจหรอก”“ไม่ใช่เกรงใจ แต่ฉันตั้งใจจริง ๆ อยากทำอะไรสักอย่างให้คุณเจี่ยงค่ะ ขอฉันคิดก่อนนะ… ฉันควรจะขอบคุณคุณเจี่ยงด้วยอะไรดี?”ประโยคนี้ของเจียงหร่านออกจะเหมือนพูดพึมพำกับตัวเองอยู่เล็กน้อยเจี่ยงอี้ไม่ขาดอะไรเลย ทำให้ชั่วขณะหนึ่งเธอนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าควรขอบคุณเขาอย่างไร“ขอบคุณ?”เจี่ยงอี้ไม่คาดคิดว่าเจียงหร่านจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แต่จู่ ๆ เขากลับรู้สึกมีความคาดหวังบางอย่างขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้“คุณเจี่ยงทานข้าวเย็นหรือยังคะ?”เจียงหร่านคิดอยู่ครู่หน

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 96

    เจียงหร่านไม่คิดว่าเจี่ยงอี้จะกลับมากะทันหัน หน้าเธอแดงขึ้นทันที “คุณเจี่ยง… คุณกลับมาตอนไหนคะ…”ทั้งที่คุณย่าเจี่ยงบอกชัด ๆ ว่าคืนนี้เจี่ยงอี้มีงานต้องยุ่งจนดึกแท้ ๆ“บอกว่าอาการหนักไม่ใช่เหรอครับ? ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง”แม้น้ำเสียงของเจี่ยงอี้จะฟังดูเย็นชา แต่ความเป็นห่วงที่มีต่อคุณย่าไม่ใช่ของปลอม เขาเดินเข้าไปหาคุณย่าอย่างรวดเร็วแล้วก้มลงดูสภาพของท่านอย่างละเอียดอีกฝ่ายรีบปล่อยมือที่จับเจียงหร่านอยู่ แต่สีหน้าของคุณย่ากลับดูสดใสมีเลือดฝาด ไม่เหมือนตอนโทรมาบอกว่าแทบจะทนไม่ไหว แถมยังไม่ยอมไปโรงพยาบาล และยืนกรานให้เขารีบกลับมาทันทีเลยสักนิด“ก็… เมื่อกี้มันค่อนข้างหนักจริง ๆ แหละ แต่พอเสี่ยวหร่านอยู่เป็นเพื่อนย่าครึ่งวัน ร่างกายย่าก็รู้สึกสบายขึ้นไปหมดเลย”คุณย่าเจี่ยงกระแอมเบา ๆ แล้วชายตามองเจียงหร่านอย่างเกรงใจ “หลานรัก ต้องช่วยย่าขอบคุณเสี่ยวหร่านดี ๆ นะ เดิมทีเธอมีงาน แต่ยอมยกเลิกเพื่อมานั่งเป็นเพื่อนย่าเลย”“……” เจี่ยงอี้นิ่งไปชั่วครู่ พูดไม่ออกพอเจียงหร่านได้ยินแบบนั้น ก็เข้าใจทันทีว่าที่คุณย่าเจี่ยงเรียกเธอให้มาวันนี้เพราะอะไรประมาทไปแล้วเมื่อกี้คุณย่า

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 95

    “ฉันได้ยินมาว่า งานหมั้นจัดได้ดีมากเลยใช่ไหม ประธานเจี่ยงคงพอใจในตัวน้องเจียงหร่านไม่น้อยสินะ?”โจวเฮ่าจิงแค่พูดไม่กี่คำก็แฝงความเหน็บใส่เจียงหร่านทันทีในโปรเจกต์นี้ มีเงินลงทุนส่วนหนึ่งที่บังเอิญมาจากเครือของเจี่ยงซื่อพอดีคำพูดของเขากำลังสื่อว่าเจียงหร่านพึ่งพาเจี่ยงอี้ไม่ได้พึ่งพาตระกูลโจว แต่กลับพึ่งพาเจี่ยงอี้ ถึงจะไม่ถือว่าผิดสัญญาเดิมพัน แต่ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไปก็ยังทำให้คนอื่นไม่ยอมรับอยู่ดี ใครจะรู้กันล่ะว่าเจี่ยงอี้ช่วยแค่ครั้งเดียว หรือช่วยมาตั้งแต่ต้นจนจบ“โจวเฮ่าจิง ฉันพาทีมของตัวเองมาทำงานอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา เพื่อช่วยคุณเก็บกวาดปัญหาที่ค้างอยู่ แต่แทนที่ฉันจะได้รับคำขอบคุณจากคุณ กลับถูกคุณตั้งคำถามถึงความสามารถแบบนี้ ฉันรู้สึกผิดหวังมาก ถ้าอย่างนั้นคุณลองโทรไปถามประธานเจี่ยงดูสิว่าเขามองโปรเจกต์นี้อย่างไร เขาลงทุนเพราะตัวโปรเจกต์ หรือเพราะตัวฉันกันแน่”เจียงหร่านฉีกหน้ากากเสียดสีของโจวเฮ่าจิงออกตรง ๆ ทำให้เขาเองก็เสียหน้าอยู่ไม่น้อยโจวเฮ่าจิงยิ้มบาง ๆ เขาไม่มีทางโทรหาเจี่ยงอี้อยู่แล้ว“นี่เป็นเรื่องภายในของพวกเรา จะไปดึงประธานเจี่ยงเข้ามาเกี่ยวได้ยังไง น้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status