공유

บทที่ 2

작가: ลิตเติ้ลชูการ์
เจียงหร่านไม่ทันตั้งตัว โดนน้ำผลไม้สาดใส่หน้าเต็มๆ!

พอได้ยิน พวกคนใช้รีบเข้ามาช่วยเช็ดให้เจียงหร่าน

“ฮั่วมู่เฉิง!”

ฮั่วจี้หมิงโมโหมากเหมือนกัน ฮั่วมู่เฉิงตกใจ รีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว

ฮั่วจี้หมิงกำลังจะตามเขาไป ไป่ชิงรีบลุกขึ้นมาขวาง “อาหมิง เขาเป็นแค่เด็ก อย่าใช้ความรุนแรงในการอบรม เดี๋ยวฉันไปดูเอง”

เธอพูดจบแล้วปรายตามองเจียงหร่านที่กำลังเช็ดทำความสะอาดตัวอยู่ อยากพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่พูดออกมา

ฮั่วจี้หมิงหันความสนใจกลับมาที่เจียงหร่านทันที

“ไม่เป็นไรใช่ไหม? ฉันดูหน่อย”

เจียงหร่านเช็ดทำความสะอาดตัวเสร็จแล้ว มือของชายหนุ่มจะยื่นมาลูบใบหน้าเธอ

“สกปรก อย่ามาแตะตัวฉัน!”

เธอพูดโพล่งออกมา

แต่ฮั่วจี้หมิงไม่เข้าใจสิ่งที่เจียงหร่านต้องการจะสื่อ “ฉันจะรังเกียจเธอได้ยังไงล่ะ? ฉันมีแค่ความเป็นห่วงเธอเท่านั้น”

“ถ้ารู้แต่แรกว่าเฉิงเฉิงไม่รู้ความขนาดนี้ ฉันไม่น่าให้เธอเลี้ยงเขาเองเลย”

เจียงหร่านแสยะยิ้มเล็กน้อย พูดเสียดสีว่า “ใช่ ถ้าแม่แท้ๆ เลี้ยงคงดีกว่าฉันเลี้ยงแน่ๆ น่าเสียดายที่แม่แท้ๆ ของเขาตายแล้ว แม่เลี้ยงอย่างฉันเลี้ยงเด็กไม่เป็นจริงๆ”

ฮั่วจี้หมิงชะงักเล็กน้อย สีหน้าตะลึงงัน “เธอพูดอะไร เรารับเฉิงเฉิงมาเลี้ยง เขามีแม่ที่แสนดีอย่างเธอเพียงคนเดียว”

พูดจบ เขายังลูบหัวเจียงหร่านอย่างรักใคร่

เจียงหร่านไม่ทันตั้งตัว รู้สึกแย่จนอึดอัดไปหมด

พอกลับมาที่ห้อง เจียงหร่านรีบไปอาบน้ำทันที

ไม่นานฮั่วจี้หมิงก็ตามมาเช่นกัน เป้าหมายหลักของเขายังคงเป็นการปรึกษากับเจียงหร่าน เรื่องที่จะให้ไป่ชิงพักที่นี่

บอกว่าปรึกษา แต่เจียงหร่านรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจสักนิด

พวกเขาเป็นสามีภรรยากันจริงๆ ส่วนเธอแค่ตัวปลอม แค่แอบอ้างเท่านั้น

“ตอนนี้บริษัทอยู่ในช่วงสำคัญของการเข้าตลาดหลักทรัพย์ เฉิงเฉิงอยู่คนเดียวไม่ได้ บริษัทก็ต้องการเธอ

“ตอนนี้อาจารย์ไป่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการอบรมเลี้ยงดูเด็ก เธอก็เห็นแล้วว่าเฉิงเฉิงเชื่อฟังอาจารย์ไป่มาก...…”

“โอเค งั้นตกลงตามนี้”

เจียงหร่านไม่อยากฟังชายหนุ่มพล่ามแล้ว ยิ่งฟังยิ่งอยากอ้วก

“หรานหร่าน ฉันรู้ว่าเธอมีเหตุผลที่สุด เข้าใจว่าฉันเป็นห่วงเธอ”

ฮั่วจี้หมิงเห็นว่าตกลงกันได้แล้ว ในดวงตาดำขลับแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน ลุกขึ้นไปโอบเอวบางของเจียงหร่านทันที

เจียงหร่านหันไปหยิบมือถือมาข้างหน้าพวกเขาสองคน

หน้าจอเป็นภาพคฤหาสน์ริมน้ำหลังหนึ่ง ดูจากตำแหน่งแล้ว มันอยู่ที่ย่านการเงิน

ธุรกิจที่นั่นเจริญรุ่งเรืองมาก เป็นศูนย์กลางแข็งแกร่งของเมืองไห่ ราคาบ้านสูงกว่าบ้านที่ฮั่วจี้หมิงอยู่ตอนนี้เล็กน้อย

“จี้หมิง นายคิดว่าบ้านหลังนี้เป็นยังไง?”

“บ้านหลังนี้ดีมากอยู่แล้ว ย่านนี้ถือเป็นทำเลทองเลยนะ”

ฮั่วจี้หมิงไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เจียงหร่านต้องการจะสื่อ

“ฉันชอบบ้านหลังนี้มาก วันเกิดฉันเดือนหน้า นายให้ฉันเป็นของขวัญวันเกิดได้ไหม?”

เจียงหร่านหัวเราะออกมา เสียงหวานและอ่อนโยนมาก

ฮั่วจี้หมิงหลอกเธอมาสองปี สองปีนี้เธอไม่ได้สูญเสียแค่เวลา ยังสูญเสียหน้าที่การงานด้วย

เจียงหร่านช่วยฮั่วจี้หมิงกอบกู้บริษัทกลับมา ทำให้เธอต้องทิ้งโอกาสศึกษาต่อที่ต่างประเทศ และข้อเสนอจากบริษัทใหญ่ มาอยู่บริษัทเล็กๆ ของครอบครัวเขา

เวลาสั้นๆ เพียงสองปี เธอช่วยพลิกสถานการณ์บริษัทของฮั่วจี้หมิง อีกไม่กี่เดือน ฮั่วจี้หมิงก็สามารถนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้แล้ว มีทรัพย์สินสูงถึงหมื่นล้าน

ส่วนเธอยังไม่มีอะไรเลย ใกล้จะหมดประโยชน์และโดนเขี่ยทิ้ง

เจียงหร่านไม่ให้พวกเขาสมหวังอยู่แล้ว แล้วก็ไม่ปล่อยพวกเขาไปแบบนี้ด้วย

เมื่อก่อนฮั่วจี้หมิงให้สัญญาด้วยคำพูดหวานซึ้งและจริงใจเสมอ ขอแค่เจียงหร่านชอบ เขาจะทำให้เธอทุกอย่างภายในขีดความสามารถของเขา

แต่เจียงหร่านไม่ใช่พวกวัตถุนิยม ไม่เคยขออะไรจริงๆ จังๆ

ฮั่วจี้หมิงลังเลเล็กน้อย “ทำไมจู่ๆ ถึงอยากซื้อบ้านล่ะ? บ้านที่เราอยู่ตอนนี้ไม่ดีเหรอ?”

“บ้านของเราในตอนนี้ดีอยู่แล้ว แต่มูลค่าการลงทุนไม่พอ แต่บ้านหลังนี้ไม่เหมือนกัน ในอนาคตมีโอกาสที่ราคาจะเพิ่มขึ้นสูงมาก

“อีกอย่างบริษัทนายใกล้เข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว ในอนาคตจัดงานเลี้ยงต้อนรับแขกที่บ้านใหม่ นอกจากสะดวกแล้ว นายยังดูมีหน้ามีตาด้วย”

คำพูดของเจียงหร่านคำนึงถึงฮั่วจี้หมิงทุกประโยค ลบความลังเลที่ผุดขึ้นมาในใจชายหนุ่มทันที

ตามคาด เจียงหร่านก็ยังทำใจใช้เงินของเขาอย่างจริงๆ จังๆ ไม่ได้ วางแผนเพื่อเขาทุกอย่าง

ทันใดนั้น ฮั่วจี้หมิงรู้สึกผิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงขั้นที่สงสารเจียงหร่านเล็กน้อย

“ฉันมีเธอก็มีหน้ามีตาแล้ว ไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้แล้ว”

ฮั่วจี้หมิงจะยื่นมือไปกอดเธอต่อ ทว่าเจียงหร่านผละออกอีกครั้ง

“ฉันบอกว่าเป็นของขวัญวันเกิดฉันไง นายก็ถือว่าซื้อให้ฉัน นายคงไม่ได้เสียดายเงินใช่ไหม?”

ประโยคสุดท้าย เจียงหร่านพูดแบบติดตลก

วันนี้เหมือนเจียงหร่านแปลกไปเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าฮั่วจี้หมิงรู้สึกอดใจไม่ค่อยไหวเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ

เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ถามเธอว่า “แล้วบ้านหลังนี้ต้องใช้เงินเท่าไร?”

“ไม่เยอะหรอก แค่สามร้อยห้าสิบล้านบาท”

เจียงหร่านพูดพร้อมกับยิ้มตาหยี

สีหน้าฮั่วจี้หมิงตะลึงทันที

เขาไม่อยากขี้งกกับเจียงหร่าน แต่ราคานี้สูงเกินไปจริงๆ

แต่คิดว่าบริษัทใกล้เข้าตลาดหลักทรัพย์ ช่วงสำคัญแบบนี้เขาไม่อยากทำให้เจียงหร่านผิดหวังด้วย จึงพยักหน้า

“ได้ ถ้าเธอชอบ สามีจะซื้อให้”

พอชายหนุ่มพูดจบ ก็รีบโทรหาฝ่ายการเงินต่อหน้าเจียงหร่านทันที

ในคืนนั้น มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีส่วนตัวของเจียงหร่านสามร้อยห้าสิบล้านบาท

ฮั่วจี้หมิงยังทำตามคำขอของเธอ ตั้งใจเพิ่มตรงบันทึกช่วยจำตอนโอนเงินว่า “ให้หรานหร่านซื้อบ้าน สุขสันต์วันเกิด”

ยอดเงินคงเหลือในบัตรเปลี่ยนจากเจ็ดแสนห้าหมื่นบาทเป็นสามร้อยห้าสิบล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นบาท

หลังจากทั้งสองคน “แต่งงาน” เจียงหร่านก็ยกอำนาจบริหารเงินทองภายในครอบครัวให้ฮั่วจี้หมิง

เงินทั้งหมดในบัตรของเธอ เป็นเงินสะสมช่วงที่เธอทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย

สองปีมานี้ เธอไม่เคยรับเงินเดือนแม้แต่แดงเดียว

เช้าวันต่อมา เจียงหร่านเพิ่งออกมาจากห้อง ก็เห็นฮั่วจี้หมิงสวมผ้ากันเปื้อน พูดคุยยิ้มแย้มกับไป่ชิงอยู่ที่ห้องอาหารด้านล่าง

ฮั่วมู่เฉิงก็ตามติดข้างหลังทั้งสองคนเหมือนหางน้อยๆ ว่านอนสอนง่ายจนทำให้เจียงหร่านถึงกับมองเขาใหม่

แต่ภาพครอบครัวพ่อ แม่ ลูกที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี ต้องหยุดกลางคันหลังจากเจียงหร่านลงมา

ไป่ชิงเอามือที่วางอยู่บนไหล่ชายหนุ่มออกอย่างรวดเร็ว ฮั่วจี้หมิงก็เดินมาหาเจียงหร่าน

“ตื่นแล้วเหรอ? วันนี้ฉันทำอาหารเช้าเอง รีบมาชิมสิ”

เจียงหร่านเห็นอาหารเช้าหลายอย่างบนโต๊ะทันที

ในบ้านมีป้าแม่บ้านทำอาหาร ฮั่วจี้หมิงไม่ได้ทานอาหารเช้าเป็นประจำด้วย ไม่มีทางอยากเข้าครัวหรอก

อีกอย่างปกติอาหารเช้าของพวกเขาคืออาหารสไตล์จีน วันนี้เป็นอาหารสไตล์ตะวันตก หลากหลายชนิดด้วย แค่คิดก็รู้ว่าทำให้ใคร

รู้อยู่แก่ใจแต่ไม่พูดออกมา เจียงหร่านหัวเราะแล้วพูดกับไป่ชิง “เป็นของที่คุณชอบทั้งนั้นเลย?”

“ใช่ อาหมิงต้อนรับอบอุ่นมาก กลัวฉันกินอย่างอื่นไม่ได้ ผู้ชายที่ดูแลเอาใจใส่เหมือนเขามีไม่เยอะแล้ว เธอโชคดีจริงๆ ที่ได้สามีดีขนาดนี้”

ไป่ชิงพูดต่ออย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อสบตากับเจียงหร่าน มีความรู้สึกเหนือกว่าฉายออกมาเล็กน้อย

“ใช่ จี้หมิงเป็นคนเอาใจใส่มาตลอด ไม่ใช่แค่ฉัน เขาเป็นสุภาพบุรุษและอ่อนโยนกับผู้หญิงทุกคน”

“อย่าไปฟังหรานหร่านพูดเพ้อเจ้อ ฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย”

ฮั่วจี้หมิงปฏิเสธทันที แม้เจียงหร่านพูดเป็นนัย แต่น้ำเสียงผ่อนคลาย เหมือนกำลังหยอกล้ออย่างไรอย่างนั้น

แต่ไป่ชิงกลับขำไม่ออก

ฮั่วมู่เฉิงสังเกตเห็นไป่ชิงอารมณ์ไม่ดี ขณะที่เจียงหร่านกำลังจะเอาไข่ดาวใบสุดท้าย เขารีบบีบซีอิ๊วลงไปบนไข่ทันที

เพราะบีบแรงเกินไป ทำให้ซีอิ๊วกระเด็นมาโดนแขนขาวของเจียงหร่าน

“เฉิงเฉิง ลูกทำอะไรน่ะ?!”

ฮั่วจี้หมิงสีหน้าเคร่งขรึมทันที

ไป่ชิงรีบยื่นทิชชูให้เจียงหร่าน แล้วหันมาดุฮั่วมู่เฉิงเสียงเบา “เฉิงเฉิง ถึงกินอิ่มแล้ว ก็ห้ามทำให้อาหารเสียของ หนูดูสิ ยังเผลอทำให้มือแม่หนูเปื้อนด้วย ขอโทษแม่หนูสิ”

ฮั่วมู่เฉิงแอบมองบนใส่เจียงหร่าน แล้วพูด “ขอโทษ” อย่างฝืนใจ

เจียงหร่านเช็ดมือ ช้อนตามองสองแม่ลูก

ฮั่วมู่เฉิงเชิดหน้าขอโทษ คำพูดของไป่ชิงก็ไม่มีความใส่ใจ เลี่ยงประเด็นสำคัญ

“โอเค หนูกินเสร็จแล้วก็กลับห้องก่อนเถอะ”

พอฮั่วมู่เฉิงขอโทษเสร็จ เจียงหร่านยังไม่ทันได้ตอบ ไป่ชิงก็พูดขึ้นมาก่อน

“เดี๋ยว”

ขณะที่ฮั่วมู่เฉิงกำลังจะไป เจียงหร่านลุกขึ้นยืน ดึงตัวฮั่วมู่เฉิง แล้วกระชากเขามาที่กำแพง

“ยืนนิ่งๆ”

“ไอ้ผู้หญิงไม่ดี ปล่อยฉันนะ!”

ฮั่วมู่เฉิงขัดขืนอย่างบ้าคลั่ง แต่เจียงหร่านรับมือเขาจนชินแล้ว ใช้แรงบิดแขนทั้งสองข้างของเขา แล้วกดตัวลงบนกำแพง จากนั้นหยิบไม้เรียวมาจากแจกันที่อยู่ข้างๆ แล้วฟาดลงบนก้นเขาอย่างแรง

“อ๊าก ฮือๆๆๆ—”

ฮั่วมู่เฉิงทั้งเจ็บและกลัว ร้องไห้โฮออกมา

“เจียงหร่าน เธอทำอะไรน่ะ? เฉิงเฉิงขอโทษแล้ว เธอจำเป็นต้องอบรมสั่งสอนลูกด้วยความรุนแรงขนาดนี้ไหม?”

ไป่ชิงร้อนใจ เข้าไปขวางเจียงหร่านทันที

“อาจารย์ไป่ มู่เฉิงเป็นลูกชายฉัน ในฐานะแม่ของเขา ฉันอบรมสั่งสอนเขาเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว คุณใจร้อนและปกป้องเขาแบบนี้ ทำอย่างกับ......เขาเป็นลูกแท้ๆ ของคุณ?”

เจียงหร่านตอบด้วยเสียงเย็นชาพลางตีไม่หยุด ระหว่างที่พูด ก้นของฮั่วมู่เฉิงโดนตีไปอีกหลายที

ไป่ชิงหน้าซีดทันที ปลายนิ้วจิกเข้าไปในฝ่ามือ รู้สึกอึดอัดในลำคอ “ฉัน.....ฉันแค่รู้สึกว่าเขายังเด็ก......อีกอย่างเฉิงเฉิงไม่ได้ทำผิดมากขนาดนั้น......”

“ถ้าไม่แก้ไขความผิดเล็กๆ น้อยๆ โตไปก็จะทำผิดร้ายแรง ฉันอบรมสั่งสอนไม่เก่งเหมือนอาจารย์ไป่ ถ้าไม่กำราบเขา ฉันจะอบรมสั่งสอนเขายากมาก”

คำพูดของเจียงหร่านทำให้ไป่ชิงพูดอะไรไม่ออก สถานการณ์ในตอนนี้ ถ้าเจียงหร่านใช้ไม้แข็ง เธอยังไม่ได้อยู่ในจุดที่ห้ามได้

ฮั่วจี้หมิงประหลาดใจมากเหมือนกัน ปกติถึงเจียงหร่านเข้มงวดขนาดไหน ก็แค่ว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น ไม่เคยลงไม้ลงมือจริงๆ

แม้ฮั่วมู่เฉิงทำเกินไปจริงๆ แต่เขาก็ทนสายตาของไป่ชิงไม่ได้ เดินมากดมือของเจียงหร่านไว้

“พอแล้วๆ ตีก็ตีแล้ว พอแล้วล่ะ”

เจียงหร่านตีฮั่วมู่เฉิงไปหลายที ความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในใจหายไปเล็กน้อยจริงๆ

เธอโยนไม้เรียวลงบนพื้น ฮั่วมู่เฉิงรีบไปหลบด้านหลังไป่ชิงอย่างรวดเร็ว

เขาร้องจนหายใจไม่ทัน ไม่สนใจศัตรูอย่างเจียงหร่านแล้ว

ไป่ชิงขมวดคิ้ว สะกดกลั้นความขุ่นเคือง ลูบหัวฮั่วมู่เฉิงเงียบๆ

“ฮั่วมู่เฉิง จำเอาไว้ให้ดี ถ้าฉันยังเป็นแม่ของนาย นายต้องเคารพฉัน ถ้าไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่อีก ไม้เรียวในมือฉันไม่ใช่เล่นๆ นะ”

เจียงหร่านพูดทิ้งท้าย ทรงพลังทุกประโยค แม้แต่ฮั่วมู่เฉิงยังไม่กล้าร้องแล้ว แต่เธอดันพูดด้วยรอยยิ้ม

ฮั่วจี้หมิงอึ้งไปแล้ว

เจียงหร่านพูดจบแล้วออกจากห้องอาหาร

ฮั่วจี้หมิงจะตามเธอไปทันที ไป่ชิงรีบดึงแขนเขาไว้ “จี้หมิง......”

ในดวงตาไป่ชิงเต็มไปด้วยความน้อยใจ เธอจะทนไม่ไหวแล้วจริงๆ

เธอรู้ว่าฮั่วจี้หมิงรักเธอมาหลายปี ความรู้สึกของทั้งสองคนลึกซึ้งมาก ดังนั้นเธอรู้สึกปลอดภัยมากเช่นกัน และยินดีแสดงออกอย่างอ่อนโยนและใจกว้าง

แต่......

เจียงหร่านดูถูกคนอื่นเกินไปจริงๆ!

ตอนแรก คุณท่านตระกูลฮั่วดึงดันจะแยกพวกเขาออกจากกัน

ฮั่วจี้หมิงยังเรียนอยู่ ไม่สามารถคัดค้านได้ ไป่ชิงเกือบตกงาน หลังจากนั้นก็เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาต่อไม่ได้ จึงเปลี่ยนสายงานไปเป็นครูดูแลเด็ก

เมื่อหมดหนทางแล้ว ฮั่วจี้หมิงจึงเอาเจียงหร่านมาเป็นโล่กำบัง

ไป่ชิงเคยถามฮั่วจี้หมิงว่าทำไมถึงเลือกเจียงหร่าน?

ฮั่วจี้หมิงบอกเธอว่าตอนแรกเห็นเจียงหร่านหน้าตาดี พากลับมาที่บ้าน คนในบ้านถึงจะรู้สึกว่าเหมาะสม

ต่อมาฮั่วจี้หมิงสืบประวัติเจียงหร่าน พบว่าเธอเป็นเด็กกำพร้า ไร้ที่พึ่งพา แถมยังเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถอันดับต้นๆ ของสาขาการเงิน บริษัทที่มีชื่อเสียงจำนวนไม่น้อยแย่งกันยื่นข้อเสนอให้เธอ

คบกับเจียงหร่าน ยังช่วยเหลือเรื่องการงานของเขาได้ด้วย

แต่เพื่อไม่ให้ไป่ชิงเป็นกังวล ฮั่วจี้หมิงคบกับเจียงหร่านได้ไม่นาน ก็แอบจดทะเบียนสมรสกับไป่ชิง

แบบนี้ถึงฮั่วจี้หมิงคบกับเจียงหร่าน ก็จะได้แบ่งสินสมรสร่วมกับไป่ชิง

ฮั่วจี้หมิงให้สัญญาแล้ว ขอแค่เขาได้สืบทอดธุรกิจของตระกูลในอนาคต มีอำนาจในการพูด ก็จะเปิดเผยความสัมพันธ์ของพวกเขา

และระหว่างพวกเขา ตั้งแต่ต้นจนจบ เจียงหร่านเป็นแค่เครื่องมือให้ใช้งานเท่านั้น!

ทว่าตอนนี้ คนที่เป็นแค่เครื่องมือกล้าเหยียบหัวตัวเองงั้นเหรอ? ไป่ชิงรับไม่ได้จริงๆ!

แน่นอนว่าฮั่วจี้หมิงเป็นห่วงไป่ชิง แต่ตอนนี้ยังแตกหักกับเจียงหร่านไม่ได้ เขาทำได้แค่กอดหญิงสาวแน่น คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย สุดท้ายก็ตามออกไป

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요
댓글 (1)
goodnovel comment avatar
สุวรรณี พันโกศล
เยี่ยมเยี่ยมมาก
댓글 더 보기

최신 챕터

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 370

    ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างโจวเยี่ยนกับเหอหว่านก็มีอุปสรรคในความเป็นจริงอยู่ โจวเฟิ่งถังน่าจะไม่เห็นด้วยให้เหอหว่านกับโจวเยี่ยนคบกันโจวเยี่ยนเป็นคนรักเดียวใจเดียว กว่าจะวางความรู้สึกลงได้ไม่ง่ายเลย หากเหอหว่านปฏิบัติต่อเขาให้ดีไม่ได้...คนที่เจ็บปวดก็จะเป็นทั้งสองคนความรักนี่มันเป็นเรื่องแปลกจริง ๆไม่รักก็ไม่ได้ รักมากเกินไปก็ไม่ได้เจียงหร่านเองก็ยกแก้วขึ้นดื่มไปครึ่งแก้วเดิมทีเธอมาดื่มเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ แต่พอโดนเหอหว่านพาอารมณ์ไปด้วย เธอก็เริ่มอ่อนไหวตามไปด้วยบอกว่าจะดื่มแค่แก้วเดียว สุดท้ายเจียงหร่านก็ดื่มติดกันไปสามแก้วเหล้าที่เธอสั่งดีกรีไม่แรง เห็นว่าใกล้ได้เวลาแล้ว เธอจึงเรียกคนมาขับรถแทน ก่อนเดินไปเข้าห้องน้ำเหอหว่านฟุบอยู่บนโต๊ะ ถือโทรศัพท์ไว้พลางเลื่อนดูรายชื่อผู้ติดต่อแล้วนิ้วก็เลื่อนไปแตะที่เบอร์ของโจวเยี่ยนอีกครั้งทันใดนั้น เสียงเครื่องสั่นก็ดึงสติของเหอหว่านกลับมามือถือของเจียงหร่านวางอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้หยิบติดตัวไปด้วยเหอหว่านหรี่ตามอง เห็นชื่อสายเข้าเป็น "เจี่ยงอี้"ไม่นานหน้าจอก็ดับลง แต่ปลายสายไม่ยอมแพ้ โทรเข้ามาอีกครั้งติด ๆ กันเหอหว่านมีอา

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 369

    "นั่นก็เพราะฉันต้องแต่งงาน..." เหอหว่านพูดขึ้นมาอย่างขุ่นเคืองเรื่องนี้เธอก็พูดยากเหมือนกัน!ในพินัยกรรมของแม่มีอีกข้อหนึ่งระบุไว้ ขอเพียงเธอแต่งงาน ก็จะออกจากตระกูลเหอได้ทันที และรับมรดกส่วนหนึ่งที่คนตระกูลเหอเก็บรักษาไว้กลับคืนมาตอนนั้นเหอหว่านยังเด็ก ไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้พอโตขึ้น เธอถึงได้รู้ว่าแม่ผิดหวังในตัวเธอและไม่เชื่อมั่นในตัวเธอมากแค่ไหน ถึงได้ยกสิทธิ์ในการกำหนดชีวิตของเธอให้คนอื่นไม่ใช่ตระกูลเหอ ก็เป็นสามีราวกับถ้าไม่มีใครให้พึ่งพา เธอก็ไม่มีค่าพอจะอยู่ในสังคมนี้เหอหว่านเคยแค้นแม่มากเหมือนกัน หรือเพียงเพราะพ่อของเธอแย่ เธอจึงต้องแย่ตามไปด้วยงั้นเหรอ?ดังนั้นยิ่งแม่กำหนดตัวตนของเธอไว้แบบนั้น เธอก็ยิ่งปล่อยตัวเองให้ตกต่ำ ยิ่งไม่คิดจะขวนขวายถ้าอย่างนั้นก็เป็นคนเหลวแหลก เป็นโคลนเลน ให้ทุกคนด่าทอรังเกียจไปเสียเลยแต่หลายปีผ่านไป การแก้แค้นแบบคิดเองเออเองของเธอ ไม่อาจได้รับการตอบสนองหรือการเยียวยาอีกแล้ว ในใจเธอเหลือเพียงความเกลียดชังต่อตัวเอง ความผิดหวังที่แม่มีต่อเธอ ถูกเธอสลักลงไปในกระดูกและวิญญาณของตัวเองด้วยมือของเธอเอง"แต่งงาน?"เจียงหร่านดูเหมือนจะนึกอะไ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 368

    "ใช่" เหอหว่านยังคงคาดคั้น เจียงหร่านจึงยอมพูดตรง ๆ "คุณเหอ ในเมื่อรู้อยู่แล้วจะถามทำไม ในเมื่อคุณไม่อยากติดหนี้บุญคุณ อีกฝ่ายก็ไม่อยากให้คุณติดหนี้บุญคุณ คุณก็ไม่ต้องถามแล้ว อีกอย่างตอนนี้คิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ สิ่งสำคัญที่สุดของคุณตอนนี้คือออกจากตระกูลเหอ ในเมื่อมีเป้าหมายแล้ว ก็ควรเติบโตขึ้นอย่างกล้าหาญ"ปกติเจียงหร่านไม่ค่อยชอบสั่งสอนคน อาจเป็นเพราะช่วงนี้สภาพจิตใจของตัวเองก็ไม่ค่อยดี คำพูดเลยออกแนวครูฝ่ายปกครองนิด ๆเหอหว่านไม่ถือสา ปกติเธอได้ยินคำพูดร้าย ๆ มามากแล้ว คำเตือนด้วยความหวังดีของเจียงหร่านแบบนี้ กลับทำให้รู้สึกอบอุ่นใจเธอยกเหล้าดื่มอึกใหญ่ "โจวเยี่ยนใช่ไหม เขารีบตอบแทนน้ำใจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?"เจียงหร่านรู้สึกหนักอึ้งในอก ก่อนจะตอบรับเบา ๆ "อืม เขาไม่ให้ฉันพูด คุณรู้ก็พอ"นิสัยตรงไปตรงมาของเหอหว่านทำให้คนอยู่ด้วยรู้สึกผ่อนคลายเจียงหร่านรับปากจะช่วยโจวเยี่ยนจริง แต่คำโกหกที่ปิดไม่มิดแบบนี้ เธอพูดต่อไม่ไหวแล้วครั้งนี้เหอหว่านช่วยโจวเยี่ยนไว้ แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังน่าอึดอัด โจวเยี่ยนไม่อยากออกหน้าเอง คิดว่าเหอหว่านคงไม่ยอมรับการดูแลจากเขาเจียงหร่านเป็นเ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 367

    "ไม่เกินหนึ่งชั่วโมง"ก่อนออกไป เจียงหร่านส่งข้อความหาเจี่ยงอี้ บอกให้เขารีบพักผ่อน ไม่ต้องรอเธอ เธอจะอยู่กับเพื่อนสักพักแล้วค่อยกลับพอเห็นข้อความ เจี่ยงอี้ก็ตอบกลับแทบจะทันทีว่า "ได้"เจียงหร่านรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้างเจี่ยงอี้เฝ้ารอเธออยู่ตลอด เธอเองก็รู้สึกผิด แต่พอนึกถึงซูหนิง ก็เหมือนมีหนามเล็ก ๆ ทิ่มอยู่ในใจช่างเถอะ ให้เธอปรับอารมณ์ก่อนแล้วกัน จะได้ไม่กลับไปให้เจี่ยงอี้จับพิรุธได้และทำให้เขาเป็นห่วงเพิ่มเปล่า ๆอีกด้านหนึ่ง เจี่ยงอี้มองข้อความบนหน้าจอ แววตาก็ค่อย ๆ หม่นลง…………"ฉันจองห้องใหญ่ไว้ สำหรับสิบคน"ดึกแล้ว ที่เคาน์เตอร์ของร้านนั่งดื่มสไตล์ย้อนยุคแห่งหนึ่ง มีกลุ่มชายหญิงเดินเข้ามาคู่สามีภรรยาที่เดินนำหน้าเข้าไปสั่งพนักงาน เพื่อเปิดห้องส่วนตัวที่จองไว้พนักงานพาทุกคนเข้าไปในห้อง ส่วนสามีภรรยาคู่นั้นก็แยกไปคนละทาง ภรรยาพาเพื่อน ๆ เข้าไปก่อน ส่วนสามีเดินออกมารับคนที่หน้าประตู"พี่จี้หมิง"ฮั่วจี้หมิงกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าประตู พอเห็นอีกฝ่ายเดินมา ก็รีบดับก้นบุหรี่ที่เหลืออยู่ทันทีเมื่อครู่นี้ทุกคนเพิ่งกินข้าวด้วยกันเสร็จ ตอนนี้เป็นรอบสอง จะมานั่งดื่ม ค

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 366

    เจียงหร่านรู้ว่าการพูดละเมอไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่ถึงอยากปล่อยมันผ่านไป แต่ในใจก็ยังปล่อยวางไม่ได้อยู่ดีแต่จะให้บอกเจี่ยงอี้ตรง ๆ ว่าเธอโกรธ เธอก็พูดไม่ออกเจียงหร่านรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาแบบไหน ทั้งกังวล ทั้งรู้สึกผิด แล้วก็ขอโทษไม่รู้จบอีกอย่าง...ต่อให้ในใจเขาจะมีที่ให้ซูหนิงจริง ๆ ...เขาก็คงไม่มีทางยอมรับออกมาตรง ๆ ใช่ไหม?เจียงหร่านลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็ลุกเก็บของ เตรียมกลับแต่พอเปิดประตูห้องทำงานออกไป ก็เห็นเหอหว่านยืนอยู่หน้าประตูไม่รู้ว่าเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ร่างทั้งร่างจมหายอยู่ในความมืดพอเจียงหร่านเดินออกมา ไฟทางเดินก็ติดขึ้นอัตโนมัติ เหอหว่านถึงค่อยเดินเข้ามาสองก้าวอย่างเก้ ๆ กัง ๆ"ทำไมคุณยังอยู่ล่ะ วันนี้เริ่มงานราบรื่นไหม?"เจียงหร่านเดินเข้าไปหาเหอหว่าน แล้วถามด้วยความเป็นห่วงเหอหว่านพยักหน้า "คุณจัดการไว้แล้ว ทุกอย่างก็ราบรื่น ทุกคนดีกับฉัน""เดี๋ยวก็มีอบรม คุณค่อย ๆ เรียนรู้ ไม่ต้องรีบ" เจียงหร่านปลอบสบาย ๆ "กลับด้วยกันไหม?"เหอหว่านตอบเพียง "อืม" พูดแค่นั้น แล้วก็เดินอยู่ข้างเจียงหร่านทั้งสองเดินเข้าไปในลิฟต์ด้วยกันตอนนี้คนในบริษัทกลับกัน

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 365

    ใบหน้าของชายหนุ่มมีโครงชัด ยิ่งมองนานก็ยิ่งหล่อเหลาแต่สำหรับเซี่ยหนาน ใบหน้านี้เป็นใบหน้าที่น่าชังเสมอบรรยากาศเงียบงัน โจวเฮ่าจิงจึงเปิดเพลงขึ้นมาตามสบายพอถึงท่อนฮุก เขาก็ฮัมตามอยู่สองสามท่อนเขาร้องเป็นภาษาอังกฤษ สำเนียงเป๊ะเหมือนเจ้าของภาษา เสียงทุ้มมีเสน่ห์ ฟังเพราะไม่แพ้นักร้องต้นฉบับแต่โจวเฮ่าจิงร้องอยู่ตั้งนาน เซี่ยหนานก็ไม่ตอบสนองเลยสักนิด"เซี่ยหนาน" ในที่สุดโจวเฮ่าจิงก็เรียกเธอ"หือ?" เซี่ยหนานไม่หันมา"ฉันร้องเพลงเพราะไหม?"พอดีรถแล่นผ่านแยกไฟแดง โจวฮ่าวจิงวางมือข้างหนึ่งบนพวงมาลัย อีกข้างแตะปลายจมูกเซี่ยหนานกดมุมปากลงเล็กน้อยนกยูงเริ่มรำแพนหางอวดแล้วเธอไม่ได้ตอบเขาตรง ๆ "ฉันชอบผู้ชายแบบคุณเจี่ยง"“?”โจวเฮ่าจิงขมวดคิ้วเหลือบมองเซี่ยหนาน เหมือนกำลังมองคนบ้า"เฮ้ ฉันถามว่า ฉันร้องเพลงเพราะไหม?"ในที่สุดเซี่ยหนานก็หันมามองโจวเฮ่าจิง "คุณโจวตามฉันมาถึงที่นี่ ช่วยฉันแก้สถานการณ์ ยังพยายามดึงความสนใจจากฉันอีก ไม่ใช่เพราะมีใจให้ฉันเหรอคะ? แต่ฉันบอกแล้วว่า ฉันกับคุณโจวไม่ใช่คนประเภทเดียวกัน และฉันไม่มีทางเป็นคนคุยคลุมเครือ หรือเป็นผู้หญิงที่คุณเอาไว้ระบายความใ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status