Share

บทที่ 2

Author: ลิตเติ้ลชูการ์
เจียงหร่านไม่ทันตั้งตัว โดนน้ำผลไม้สาดใส่หน้าเต็มๆ!

พอได้ยิน พวกคนใช้รีบเข้ามาช่วยเช็ดให้เจียงหร่าน

“ฮั่วมู่เฉิง!”

ฮั่วจี้หมิงโมโหมากเหมือนกัน ฮั่วมู่เฉิงตกใจ รีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนอย่างรวดเร็ว

ฮั่วจี้หมิงกำลังจะตามเขาไป ไป่ชิงรีบลุกขึ้นมาขวาง “อาหมิง เขาเป็นแค่เด็ก อย่าใช้ความรุนแรงในการอบรม เดี๋ยวฉันไปดูเอง”

เธอพูดจบแล้วปรายตามองเจียงหร่านที่กำลังเช็ดทำความสะอาดตัวอยู่ อยากพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่พูดออกมา

ฮั่วจี้หมิงหันความสนใจกลับมาที่เจียงหร่านทันที

“ไม่เป็นไรใช่ไหม? ฉันดูหน่อย”

เจียงหร่านเช็ดทำความสะอาดตัวเสร็จแล้ว มือของชายหนุ่มจะยื่นมาลูบใบหน้าเธอ

“สกปรก อย่ามาแตะตัวฉัน!”

เธอพูดโพล่งออกมา

แต่ฮั่วจี้หมิงไม่เข้าใจสิ่งที่เจียงหร่านต้องการจะสื่อ “ฉันจะรังเกียจเธอได้ยังไงล่ะ? ฉันมีแค่ความเป็นห่วงเธอเท่านั้น”

“ถ้ารู้แต่แรกว่าเฉิงเฉิงไม่รู้ความขนาดนี้ ฉันไม่น่าให้เธอเลี้ยงเขาเองเลย”

เจียงหร่านแสยะยิ้มเล็กน้อย พูดเสียดสีว่า “ใช่ ถ้าแม่แท้ๆ เลี้ยงคงดีกว่าฉันเลี้ยงแน่ๆ น่าเสียดายที่แม่แท้ๆ ของเขาตายแล้ว แม่เลี้ยงอย่างฉันเลี้ยงเด็กไม่เป็นจริงๆ”

ฮั่วจี้หมิงชะงักเล็กน้อย สีหน้าตะลึงงัน “เธอพูดอะไร เรารับเฉิงเฉิงมาเลี้ยง เขามีแม่ที่แสนดีอย่างเธอเพียงคนเดียว”

พูดจบ เขายังลูบหัวเจียงหร่านอย่างรักใคร่

เจียงหร่านไม่ทันตั้งตัว รู้สึกแย่จนอึดอัดไปหมด

พอกลับมาที่ห้อง เจียงหร่านรีบไปอาบน้ำทันที

ไม่นานฮั่วจี้หมิงก็ตามมาเช่นกัน เป้าหมายหลักของเขายังคงเป็นการปรึกษากับเจียงหร่าน เรื่องที่จะให้ไป่ชิงพักที่นี่

บอกว่าปรึกษา แต่เจียงหร่านรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจสักนิด

พวกเขาเป็นสามีภรรยากันจริงๆ ส่วนเธอแค่ตัวปลอม แค่แอบอ้างเท่านั้น

“ตอนนี้บริษัทอยู่ในช่วงสำคัญของการเข้าตลาดหลักทรัพย์ เฉิงเฉิงอยู่คนเดียวไม่ได้ บริษัทก็ต้องการเธอ

“ตอนนี้อาจารย์ไป่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการอบรมเลี้ยงดูเด็ก เธอก็เห็นแล้วว่าเฉิงเฉิงเชื่อฟังอาจารย์ไป่มาก...…”

“โอเค งั้นตกลงตามนี้”

เจียงหร่านไม่อยากฟังชายหนุ่มพล่ามแล้ว ยิ่งฟังยิ่งอยากอ้วก

“หรานหร่าน ฉันรู้ว่าเธอมีเหตุผลที่สุด เข้าใจว่าฉันเป็นห่วงเธอ”

ฮั่วจี้หมิงเห็นว่าตกลงกันได้แล้ว ในดวงตาดำขลับแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน ลุกขึ้นไปโอบเอวบางของเจียงหร่านทันที

เจียงหร่านหันไปหยิบมือถือมาข้างหน้าพวกเขาสองคน

หน้าจอเป็นภาพคฤหาสน์ริมน้ำหลังหนึ่ง ดูจากตำแหน่งแล้ว มันอยู่ที่ย่านการเงิน

ธุรกิจที่นั่นเจริญรุ่งเรืองมาก เป็นศูนย์กลางแข็งแกร่งของเมืองไห่ ราคาบ้านสูงกว่าบ้านที่ฮั่วจี้หมิงอยู่ตอนนี้เล็กน้อย

“จี้หมิง นายคิดว่าบ้านหลังนี้เป็นยังไง?”

“บ้านหลังนี้ดีมากอยู่แล้ว ย่านนี้ถือเป็นทำเลทองเลยนะ”

ฮั่วจี้หมิงไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เจียงหร่านต้องการจะสื่อ

“ฉันชอบบ้านหลังนี้มาก วันเกิดฉันเดือนหน้า นายให้ฉันเป็นของขวัญวันเกิดได้ไหม?”

เจียงหร่านหัวเราะออกมา เสียงหวานและอ่อนโยนมาก

ฮั่วจี้หมิงหลอกเธอมาสองปี สองปีนี้เธอไม่ได้สูญเสียแค่เวลา ยังสูญเสียหน้าที่การงานด้วย

เจียงหร่านช่วยฮั่วจี้หมิงกอบกู้บริษัทกลับมา ทำให้เธอต้องทิ้งโอกาสศึกษาต่อที่ต่างประเทศ และข้อเสนอจากบริษัทใหญ่ มาอยู่บริษัทเล็กๆ ของครอบครัวเขา

เวลาสั้นๆ เพียงสองปี เธอช่วยพลิกสถานการณ์บริษัทของฮั่วจี้หมิง อีกไม่กี่เดือน ฮั่วจี้หมิงก็สามารถนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้แล้ว มีทรัพย์สินสูงถึงหมื่นล้าน

ส่วนเธอยังไม่มีอะไรเลย ใกล้จะหมดประโยชน์และโดนเขี่ยทิ้ง

เจียงหร่านไม่ให้พวกเขาสมหวังอยู่แล้ว แล้วก็ไม่ปล่อยพวกเขาไปแบบนี้ด้วย

เมื่อก่อนฮั่วจี้หมิงให้สัญญาด้วยคำพูดหวานซึ้งและจริงใจเสมอ ขอแค่เจียงหร่านชอบ เขาจะทำให้เธอทุกอย่างภายในขีดความสามารถของเขา

แต่เจียงหร่านไม่ใช่พวกวัตถุนิยม ไม่เคยขออะไรจริงๆ จังๆ

ฮั่วจี้หมิงลังเลเล็กน้อย “ทำไมจู่ๆ ถึงอยากซื้อบ้านล่ะ? บ้านที่เราอยู่ตอนนี้ไม่ดีเหรอ?”

“บ้านของเราในตอนนี้ดีอยู่แล้ว แต่มูลค่าการลงทุนไม่พอ แต่บ้านหลังนี้ไม่เหมือนกัน ในอนาคตมีโอกาสที่ราคาจะเพิ่มขึ้นสูงมาก

“อีกอย่างบริษัทนายใกล้เข้าตลาดหลักทรัพย์แล้ว ในอนาคตจัดงานเลี้ยงต้อนรับแขกที่บ้านใหม่ นอกจากสะดวกแล้ว นายยังดูมีหน้ามีตาด้วย”

คำพูดของเจียงหร่านคำนึงถึงฮั่วจี้หมิงทุกประโยค ลบความลังเลที่ผุดขึ้นมาในใจชายหนุ่มทันที

ตามคาด เจียงหร่านก็ยังทำใจใช้เงินของเขาอย่างจริงๆ จังๆ ไม่ได้ วางแผนเพื่อเขาทุกอย่าง

ทันใดนั้น ฮั่วจี้หมิงรู้สึกผิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงขั้นที่สงสารเจียงหร่านเล็กน้อย

“ฉันมีเธอก็มีหน้ามีตาแล้ว ไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้แล้ว”

ฮั่วจี้หมิงจะยื่นมือไปกอดเธอต่อ ทว่าเจียงหร่านผละออกอีกครั้ง

“ฉันบอกว่าเป็นของขวัญวันเกิดฉันไง นายก็ถือว่าซื้อให้ฉัน นายคงไม่ได้เสียดายเงินใช่ไหม?”

ประโยคสุดท้าย เจียงหร่านพูดแบบติดตลก

วันนี้เหมือนเจียงหร่านแปลกไปเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าฮั่วจี้หมิงรู้สึกอดใจไม่ค่อยไหวเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอ

เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ถามเธอว่า “แล้วบ้านหลังนี้ต้องใช้เงินเท่าไร?”

“ไม่เยอะหรอก แค่สามร้อยห้าสิบล้านบาท”

เจียงหร่านพูดพร้อมกับยิ้มตาหยี

สีหน้าฮั่วจี้หมิงตะลึงทันที

เขาไม่อยากขี้งกกับเจียงหร่าน แต่ราคานี้สูงเกินไปจริงๆ

แต่คิดว่าบริษัทใกล้เข้าตลาดหลักทรัพย์ ช่วงสำคัญแบบนี้เขาไม่อยากทำให้เจียงหร่านผิดหวังด้วย จึงพยักหน้า

“ได้ ถ้าเธอชอบ สามีจะซื้อให้”

พอชายหนุ่มพูดจบ ก็รีบโทรหาฝ่ายการเงินต่อหน้าเจียงหร่านทันที

ในคืนนั้น มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีส่วนตัวของเจียงหร่านสามร้อยห้าสิบล้านบาท

ฮั่วจี้หมิงยังทำตามคำขอของเธอ ตั้งใจเพิ่มตรงบันทึกช่วยจำตอนโอนเงินว่า “ให้หรานหร่านซื้อบ้าน สุขสันต์วันเกิด”

ยอดเงินคงเหลือในบัตรเปลี่ยนจากเจ็ดแสนห้าหมื่นบาทเป็นสามร้อยห้าสิบล้านเจ็ดแสนห้าหมื่นบาท

หลังจากทั้งสองคน “แต่งงาน” เจียงหร่านก็ยกอำนาจบริหารเงินทองภายในครอบครัวให้ฮั่วจี้หมิง

เงินทั้งหมดในบัตรของเธอ เป็นเงินสะสมช่วงที่เธอทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย

สองปีมานี้ เธอไม่เคยรับเงินเดือนแม้แต่แดงเดียว

เช้าวันต่อมา เจียงหร่านเพิ่งออกมาจากห้อง ก็เห็นฮั่วจี้หมิงสวมผ้ากันเปื้อน พูดคุยยิ้มแย้มกับไป่ชิงอยู่ที่ห้องอาหารด้านล่าง

ฮั่วมู่เฉิงก็ตามติดข้างหลังทั้งสองคนเหมือนหางน้อยๆ ว่านอนสอนง่ายจนทำให้เจียงหร่านถึงกับมองเขาใหม่

แต่ภาพครอบครัวพ่อ แม่ ลูกที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี ต้องหยุดกลางคันหลังจากเจียงหร่านลงมา

ไป่ชิงเอามือที่วางอยู่บนไหล่ชายหนุ่มออกอย่างรวดเร็ว ฮั่วจี้หมิงก็เดินมาหาเจียงหร่าน

“ตื่นแล้วเหรอ? วันนี้ฉันทำอาหารเช้าเอง รีบมาชิมสิ”

เจียงหร่านเห็นอาหารเช้าหลายอย่างบนโต๊ะทันที

ในบ้านมีป้าแม่บ้านทำอาหาร ฮั่วจี้หมิงไม่ได้ทานอาหารเช้าเป็นประจำด้วย ไม่มีทางอยากเข้าครัวหรอก

อีกอย่างปกติอาหารเช้าของพวกเขาคืออาหารสไตล์จีน วันนี้เป็นอาหารสไตล์ตะวันตก หลากหลายชนิดด้วย แค่คิดก็รู้ว่าทำให้ใคร

รู้อยู่แก่ใจแต่ไม่พูดออกมา เจียงหร่านหัวเราะแล้วพูดกับไป่ชิง “เป็นของที่คุณชอบทั้งนั้นเลย?”

“ใช่ อาหมิงต้อนรับอบอุ่นมาก กลัวฉันกินอย่างอื่นไม่ได้ ผู้ชายที่ดูแลเอาใจใส่เหมือนเขามีไม่เยอะแล้ว เธอโชคดีจริงๆ ที่ได้สามีดีขนาดนี้”

ไป่ชิงพูดต่ออย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อสบตากับเจียงหร่าน มีความรู้สึกเหนือกว่าฉายออกมาเล็กน้อย

“ใช่ จี้หมิงเป็นคนเอาใจใส่มาตลอด ไม่ใช่แค่ฉัน เขาเป็นสุภาพบุรุษและอ่อนโยนกับผู้หญิงทุกคน”

“อย่าไปฟังหรานหร่านพูดเพ้อเจ้อ ฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย”

ฮั่วจี้หมิงปฏิเสธทันที แม้เจียงหร่านพูดเป็นนัย แต่น้ำเสียงผ่อนคลาย เหมือนกำลังหยอกล้ออย่างไรอย่างนั้น

แต่ไป่ชิงกลับขำไม่ออก

ฮั่วมู่เฉิงสังเกตเห็นไป่ชิงอารมณ์ไม่ดี ขณะที่เจียงหร่านกำลังจะเอาไข่ดาวใบสุดท้าย เขารีบบีบซีอิ๊วลงไปบนไข่ทันที

เพราะบีบแรงเกินไป ทำให้ซีอิ๊วกระเด็นมาโดนแขนขาวของเจียงหร่าน

“เฉิงเฉิง ลูกทำอะไรน่ะ?!”

ฮั่วจี้หมิงสีหน้าเคร่งขรึมทันที

ไป่ชิงรีบยื่นทิชชูให้เจียงหร่าน แล้วหันมาดุฮั่วมู่เฉิงเสียงเบา “เฉิงเฉิง ถึงกินอิ่มแล้ว ก็ห้ามทำให้อาหารเสียของ หนูดูสิ ยังเผลอทำให้มือแม่หนูเปื้อนด้วย ขอโทษแม่หนูสิ”

ฮั่วมู่เฉิงแอบมองบนใส่เจียงหร่าน แล้วพูด “ขอโทษ” อย่างฝืนใจ

เจียงหร่านเช็ดมือ ช้อนตามองสองแม่ลูก

ฮั่วมู่เฉิงเชิดหน้าขอโทษ คำพูดของไป่ชิงก็ไม่มีความใส่ใจ เลี่ยงประเด็นสำคัญ

“โอเค หนูกินเสร็จแล้วก็กลับห้องก่อนเถอะ”

พอฮั่วมู่เฉิงขอโทษเสร็จ เจียงหร่านยังไม่ทันได้ตอบ ไป่ชิงก็พูดขึ้นมาก่อน

“เดี๋ยว”

ขณะที่ฮั่วมู่เฉิงกำลังจะไป เจียงหร่านลุกขึ้นยืน ดึงตัวฮั่วมู่เฉิง แล้วกระชากเขามาที่กำแพง

“ยืนนิ่งๆ”

“ไอ้ผู้หญิงไม่ดี ปล่อยฉันนะ!”

ฮั่วมู่เฉิงขัดขืนอย่างบ้าคลั่ง แต่เจียงหร่านรับมือเขาจนชินแล้ว ใช้แรงบิดแขนทั้งสองข้างของเขา แล้วกดตัวลงบนกำแพง จากนั้นหยิบไม้เรียวมาจากแจกันที่อยู่ข้างๆ แล้วฟาดลงบนก้นเขาอย่างแรง

“อ๊าก ฮือๆๆๆ—”

ฮั่วมู่เฉิงทั้งเจ็บและกลัว ร้องไห้โฮออกมา

“เจียงหร่าน เธอทำอะไรน่ะ? เฉิงเฉิงขอโทษแล้ว เธอจำเป็นต้องอบรมสั่งสอนลูกด้วยความรุนแรงขนาดนี้ไหม?”

ไป่ชิงร้อนใจ เข้าไปขวางเจียงหร่านทันที

“อาจารย์ไป่ มู่เฉิงเป็นลูกชายฉัน ในฐานะแม่ของเขา ฉันอบรมสั่งสอนเขาเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว คุณใจร้อนและปกป้องเขาแบบนี้ ทำอย่างกับ......เขาเป็นลูกแท้ๆ ของคุณ?”

เจียงหร่านตอบด้วยเสียงเย็นชาพลางตีไม่หยุด ระหว่างที่พูด ก้นของฮั่วมู่เฉิงโดนตีไปอีกหลายที

ไป่ชิงหน้าซีดทันที ปลายนิ้วจิกเข้าไปในฝ่ามือ รู้สึกอึดอัดในลำคอ “ฉัน.....ฉันแค่รู้สึกว่าเขายังเด็ก......อีกอย่างเฉิงเฉิงไม่ได้ทำผิดมากขนาดนั้น......”

“ถ้าไม่แก้ไขความผิดเล็กๆ น้อยๆ โตไปก็จะทำผิดร้ายแรง ฉันอบรมสั่งสอนไม่เก่งเหมือนอาจารย์ไป่ ถ้าไม่กำราบเขา ฉันจะอบรมสั่งสอนเขายากมาก”

คำพูดของเจียงหร่านทำให้ไป่ชิงพูดอะไรไม่ออก สถานการณ์ในตอนนี้ ถ้าเจียงหร่านใช้ไม้แข็ง เธอยังไม่ได้อยู่ในจุดที่ห้ามได้

ฮั่วจี้หมิงประหลาดใจมากเหมือนกัน ปกติถึงเจียงหร่านเข้มงวดขนาดไหน ก็แค่ว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น ไม่เคยลงไม้ลงมือจริงๆ

แม้ฮั่วมู่เฉิงทำเกินไปจริงๆ แต่เขาก็ทนสายตาของไป่ชิงไม่ได้ เดินมากดมือของเจียงหร่านไว้

“พอแล้วๆ ตีก็ตีแล้ว พอแล้วล่ะ”

เจียงหร่านตีฮั่วมู่เฉิงไปหลายที ความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในใจหายไปเล็กน้อยจริงๆ

เธอโยนไม้เรียวลงบนพื้น ฮั่วมู่เฉิงรีบไปหลบด้านหลังไป่ชิงอย่างรวดเร็ว

เขาร้องจนหายใจไม่ทัน ไม่สนใจศัตรูอย่างเจียงหร่านแล้ว

ไป่ชิงขมวดคิ้ว สะกดกลั้นความขุ่นเคือง ลูบหัวฮั่วมู่เฉิงเงียบๆ

“ฮั่วมู่เฉิง จำเอาไว้ให้ดี ถ้าฉันยังเป็นแม่ของนาย นายต้องเคารพฉัน ถ้าไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่อีก ไม้เรียวในมือฉันไม่ใช่เล่นๆ นะ”

เจียงหร่านพูดทิ้งท้าย ทรงพลังทุกประโยค แม้แต่ฮั่วมู่เฉิงยังไม่กล้าร้องแล้ว แต่เธอดันพูดด้วยรอยยิ้ม

ฮั่วจี้หมิงอึ้งไปแล้ว

เจียงหร่านพูดจบแล้วออกจากห้องอาหาร

ฮั่วจี้หมิงจะตามเธอไปทันที ไป่ชิงรีบดึงแขนเขาไว้ “จี้หมิง......”

ในดวงตาไป่ชิงเต็มไปด้วยความน้อยใจ เธอจะทนไม่ไหวแล้วจริงๆ

เธอรู้ว่าฮั่วจี้หมิงรักเธอมาหลายปี ความรู้สึกของทั้งสองคนลึกซึ้งมาก ดังนั้นเธอรู้สึกปลอดภัยมากเช่นกัน และยินดีแสดงออกอย่างอ่อนโยนและใจกว้าง

แต่......

เจียงหร่านดูถูกคนอื่นเกินไปจริงๆ!

ตอนแรก คุณท่านตระกูลฮั่วดึงดันจะแยกพวกเขาออกจากกัน

ฮั่วจี้หมิงยังเรียนอยู่ ไม่สามารถคัดค้านได้ ไป่ชิงเกือบตกงาน หลังจากนั้นก็เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาต่อไม่ได้ จึงเปลี่ยนสายงานไปเป็นครูดูแลเด็ก

เมื่อหมดหนทางแล้ว ฮั่วจี้หมิงจึงเอาเจียงหร่านมาเป็นโล่กำบัง

ไป่ชิงเคยถามฮั่วจี้หมิงว่าทำไมถึงเลือกเจียงหร่าน?

ฮั่วจี้หมิงบอกเธอว่าตอนแรกเห็นเจียงหร่านหน้าตาดี พากลับมาที่บ้าน คนในบ้านถึงจะรู้สึกว่าเหมาะสม

ต่อมาฮั่วจี้หมิงสืบประวัติเจียงหร่าน พบว่าเธอเป็นเด็กกำพร้า ไร้ที่พึ่งพา แถมยังเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถอันดับต้นๆ ของสาขาการเงิน บริษัทที่มีชื่อเสียงจำนวนไม่น้อยแย่งกันยื่นข้อเสนอให้เธอ

คบกับเจียงหร่าน ยังช่วยเหลือเรื่องการงานของเขาได้ด้วย

แต่เพื่อไม่ให้ไป่ชิงเป็นกังวล ฮั่วจี้หมิงคบกับเจียงหร่านได้ไม่นาน ก็แอบจดทะเบียนสมรสกับไป่ชิง

แบบนี้ถึงฮั่วจี้หมิงคบกับเจียงหร่าน ก็จะได้แบ่งสินสมรสร่วมกับไป่ชิง

ฮั่วจี้หมิงให้สัญญาแล้ว ขอแค่เขาได้สืบทอดธุรกิจของตระกูลในอนาคต มีอำนาจในการพูด ก็จะเปิดเผยความสัมพันธ์ของพวกเขา

และระหว่างพวกเขา ตั้งแต่ต้นจนจบ เจียงหร่านเป็นแค่เครื่องมือให้ใช้งานเท่านั้น!

ทว่าตอนนี้ คนที่เป็นแค่เครื่องมือกล้าเหยียบหัวตัวเองงั้นเหรอ? ไป่ชิงรับไม่ได้จริงๆ!

แน่นอนว่าฮั่วจี้หมิงเป็นห่วงไป่ชิง แต่ตอนนี้ยังแตกหักกับเจียงหร่านไม่ได้ เขาทำได้แค่กอดหญิงสาวแน่น คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย สุดท้ายก็ตามออกไป
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 30

    เขาไม่เคยไว้หน้าใครอยู่แล้ว ไม่สนใจเรื่องผู้หญิงด้วยดังนั้นแม้ถึงวัยที่แต่งงานมีลูกได้แล้ว ก็ไม่มีใครกล้าพูดกับผู้ใหญ่ตระกูลเจี่ยงคนระดับนี้โดนเจียงหร่านแย่งที่นั่ง คิดไม่ถึงว่าเขาไม่ต่อว่า กลับถามวิธีแก้ไขอย่างเป็นมิตร?เจียงหร่านรู้สึกได้ถึงสายตาของชายหนุ่ม ความกดดันเพิ่มขึ้นทันที แต่เธอสูดหายใจลึก ยังคงพูดต่อด้วยเสียงเบา“เคารพเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เอาข้อผิดพลาดมาแก้ไขให้ดีกว่าเดิม”เธอเงียบครู่หนึ่ง กวาดตามองโต๊ะงานเลี้ยงที่กว้างพอสมควร“พื้นที่ตรงนี้เหลือเฟือ เพิ่มเก้าอี้หนึ่งตัวไม่ใช่เรื่องยาก“ผู้จัดงานสามารถจัดที่นั่งแบบเดียวกันให้คุณเจี่ยงนั่งข้างฉันได้ทันที“ทำเช่นนี้ ทั้งรักษาหน้าตระกูลโจวได้ และแสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจของคุณเจี่ยงอย่างชัดเจน แล้วก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงใจและความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของผู้จัดงาน“ดีกว่าดึงดันให้ฉันออกจากที่นั่ง สร้างความขัดแย้งและกระอักกระอ่วนให้ทั้งสามฝ่ายเยอะไม่ใช่เหรอ?”เมื่อสิ้นเสียงของเธอ ทั้งโถงงานเลี้ยงเงียบกริบทันทีทุกคนตกตะลึงกับคำพูดอย่างใจเย็นถึงที่สุด แล้วก็มีไหวพริบเป็นอย่างมากของเจียงหร่าน!นี่ใช่ลู

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 29

    แต่เจียงหร่านยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ความสุขุมบนใบหน้าไม่เหมือนแสร้งทำแม้แต่น้อยผู้จัดงานเห็นเจียงหร่านไม่ยอมง่ายๆ แทบจะพูดอ้อนวอน “คุณเจียง เราทำงานพลาดจริงๆ! เราสามารถประสานงานเรื่องที่นั่งแขกคนสำคัญให้คุณได้ทันที รับรองว่าไม่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจแน่นอน!”“แต่ที่นั่งตรงนี้......ได้สำรองไว้นานแล้ว แขกคนสำคัญท่านนั้นจะถึงแล้ว ได้โปรดอย่าทำให้ผู้จัดการตัวเล็กๆ อย่างฉันลำบากใจเลย......”ยิ่งเจียงหร่านยื้อต่อไป ก็ยิ่งกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด เธอจะไปหรือไม่ไป สถานการณ์ก็ไม่สู้ดีอยู่แล้วรอยยิ้มได้ใจบนใบหน้าเหอซื่อเยว่ไม่สามารถซ่อนไว้ได้แล้ว เธอพูดอีกครั้ง “บางคนอวดดี สุดท้ายดันเสียหน้าเอง น่าอายจริงๆ”คำพูดของเหอซื่อเยว่มีความปลุกปั่นมาก คนจำนวนไม่น้อยเริ่มวิจารณ์ด้วยเสียงเบาทันที เห็นพ้องต้องกันว่าเจียงหร่านยอมให้ที่นั่งดีกว่าอย่างน้อยสามารถให้เหตุผลว่าไว้หน้าผู้จัดงาน พอรักษาภาพลักษณ์ได้เล็กน้อยถ้าสุดท้ายโดนเชิญออกไป หรือดึงดันอยู่ต่อแล้วเกิดความขัดแย้ง แบบนั้นจะดูไม่ดีมากเจียงหร่านยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย จัดท่านั่งนิดหน่อย รีบเรียบเรียงความคิด แล้วพูดอย่างใจเย็น“ฉันเข้าใ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 28

    เหอหว่านไม่ได้อยากช่วยเจียงหร่าน แต่ตอนอยู่ในห้องน้ำได้ยินเหอซื่อเยว่คุยกับคนอื่นเธอแค่ไม่อยากให้เหอซื่อเยว่ทำสำเร็จเท่านั้น......อีกอย่าง เจียงหร่านเป็นน้องสาวโจวเยี่ยนด้วยท่าทางปกป้องเจียงหร่านของโจวเยี่ยนเมื่อคืน เหมือนเธอจะทำอะไรเจียงหร่านอย่างไรอย่างนั้น“ขอบคุณความหวังดีของคุณเหอ แต่......ฉันอยากนั่งตรงนี้”เจียงหร่านหันมาดึงเก้าอี้ตรงตำแหน่งที่ว่าง แล้วนั่งลงทันที“เจียงหร่าน ใครให้เธอนั่งตรงนั้น เธอเป็นคนบ้านนอกหรือเปล่า ไม่รู้จักมารยาทเลยสักนิด!”เหอซื่อเยว่โมโหจนทนไม่ไหวแล้ว ลุกขึ้นมาพูดเสียงดังใส่เจียงหร่านโดยไม่สนใจภาพลักษณ์แม้แต่น้อย“ฉันไม่ค่อยเข้าใจหรอก เพราะฉันมาร่วมงานเลี้ยงแบบนี้ครั้งแรกจริงๆ”เจียงหร่านพูดด้วยท่าทีเหมาะสม เธอยิ้มบางๆ ว่าไปตามคำพูดของเหอซื่อเยว่เหอซื่อเยว่พูดไม่ออกเจียงหร่านยอมรับตรงๆ ว่าตัวเองขาดความรู้ ทำให้เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ“แต่ตอนที่ฉันมา ผู้จัดงานกับตระกูลโจวบอกฉันแล้ว ในฐานะที่เป็นมหาเศรษฐีเมืองไห่ ฉันต้องนั่งที่แขกคนสำคัญ ที่นั่งวีไอพี ไม่งั้นก็ถือว่าไม่ไว้หน้า"“ตรงนี้เป็นที่แขกคนสำคัญ ไม่มีป้ายชื่อด้วย ฉันหาป้ายชื่อขอ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 27

    แต่คิดไม่ถึงว่าเจียงหร่านหาที่นั่งจนทั่วแล้ว ก็ไม่เห็นชื่อของตัวเองตอนนี้ทุกคนนั่งกันหมดแล้ว เจียงหร่านที่ยืนเด่นคนเดียวอยู่ด้านข้าง ดูกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัดผู้จัดการที่รับผิดชอบเรื่องเสิร์ฟอาหารเดินเข้ามาเตือนด้วยความหวังดี “คุณเจียง ใกล้ทานอาหารแล้ว เชิญคุณรีบไปนั่งเถอะ”“โอเค”เจียงหร่านเห็นโต๊ะหนึ่งเหลือที่นั่งอยู่หนึ่งที่ เป็นที่นั่งของแขกคนสำคัญ เธอจึงเดินไป“ขอโทษนะ ที่นั่งตรงนี้นั่งไม่ได้”ขณะที่เจียงหร่านกำลังจะนั่ง เสียงผู้หญิงห้ามเธอไว้เจียงหร่านเงยหน้าขึ้น โลกกลมจริงๆ คนพูดคือเหอซื่อเยว่เธอยกยิ้มมุมปาก ปรายตามองเจียงหร่านอย่างมีเลศนัย คุณหนูสองสามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบก้มหน้าแอบขำ“ฉันหาที่นั่งไม่เจอ ตรงนี้ไม่มีชื่อไม่ใช่เหรอ?”เจียงหร่านมองอย่างละเอียด ตรงที่นั่งว่างไม่มีป้ายชื่อวางอยู่“เป็นที่สำรองไว้ สำหรับแขกคนสำคัญที่ไม่แน่ใจว่าจะมาหรือเปล่า ไม่วางชื่อไว้ก่อน ฉันนึกว่าทุกคนจะรู้เรื่องพวกนี้ซะอีก”เหมือนเหอซื่อเยว่อธิบายให้เจียงหร่านฟังอย่างใจเย็น แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยแอบแซะว่าเจียงหร่านไร้ความรู้เมื่อสิ้นเสียงของเธอ คนรอบๆ หัวเราะ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 26

    เจียงหร่านเจอสถานการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก ถึงพยายามปรับตัวขนาดไหนก็ประหม่าอยู่ดี“เธอคือใครเหรอ? ตัวแทนของโจวซื่อควรเป็นโจวเฮ่าจิงหรือไม่ก็คุณนายโจวไม่ใช่เหรอ?”“นายไม่รู้หรือไง เธอคือลูกสาวนอกสมรสของโจวซุน ว่ากันว่าฟลุกได้สืบทอดมรดกแสนล้าน”“ตระกูลโจวไม่มีคนอื่นแล้วเหรอ เธอมีความรู้เรื่องธุรกิจไหม ขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีได้ด้วยเหรอ?”“ว่ากันว่าตอนนี้ตระกูลโจววุ่นวายไปหมดแล้ว คนนอกที่ไม่รู้อะไรสักอย่างเป็นทายาทสืบทอดตระกูล ดูเหมือนตระกูลโจวใกล้พังพินาศแล้ว......”“ดูเธอแต่งตัวอลังการหรูหรา น่าจะคิดว่าที่นี่เป็นแคตวอล์กแน่ๆ......”“......”เจียงหร่านลังเลไม่กี่วินาที ไม่รู้ว่าเสียงวิจารณ์ดังมาจากส่วนไหนของงาน เสียงวิจารณ์เยอะขึ้นเรื่อยๆขณะที่เธอทำตัวไม่ถูกอยู่ด้านหน้าไมค์ เสียงปรบมือเสียงหนึ่งดังขึ้นโจวเยี่ยนเขาปรบมือขึ้นมาเป็นคนแรก พอเห็นการกระทำของเขา คนรอบๆ จำนวนไม่น้อยก็ปรบมือตามในที่สุดเสียงปรบมือประปรายก็ดึงความคิดของเจียงหร่านกลับมาเธอรีบตั้งสติ มองจอแสดงสคริปต์ที่อยู่ตรงหน้า คิดไม่ถึงว่าหน้าจอว่างเปล่า!เจียงหร่านรู้ทันทีว่าต้องมีคนแอบทำอะไรบางอย่าง ต้องการให

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 25

    ทุกครั้งที่เขาพูดจบ เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วงาน แม้แต่เจียงหร่านก็ปรบมือโดยไม่รู้ตัวคนที่มีความสามารถเฉพาะทางยอดเยี่ยม มีเสน่ห์เหลือล้นจริงๆเห็นๆ อยู่ว่าชายหนุ่มยืนอย่างเย็นชาอยู่บนเวที เหมือนรูปปั้นที่อยู่ไกลเกินเอื้อม แต่เจียงหร่านกลับรู้สึกว่าเขาหล่อและมีเสน่ห์ดึงดูดมากพอดูถ่ายทอดสดจบ เจียงหร่านคิดว่าเจี่ยงอี้เป็นคนเข้าถึงยากเล็กน้อยก็ปกติมากคนดีเลิศแบบนั้น ให้คนอื่นยกย่องชื่นชมก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าสังคม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องมีความรักไม่มีข้อความส่งมาในมือถืออีกเช่นกันในที่สุดเจียงหร่านเริ่มง่วงแล้ว นอนคลุมโปงแล้วหลับไปงานเลี้ยงวันรุ่งขึ้น โจวเฟิ่งถังอยู่ในงานสังสรรค์กับเจียงหร่านถึงกลางงาน ก่อนจะมีธุระให้ต้องกลับก่อนโจวเยี่ยนก็ยุ่งอยู่ตลอด ถ้าไม่มีคนโทรมา ก็มีคนเข้ามาคุยด้วยตรงกันข้ามกับเจียงหร่าน แม้เป็นทายาทตระกูลโจว นอกจากอยู่ข้างๆ โจวเฟิ่งถังกับโจวเยี่ยน แทบไม่มีใครเป็นฝ่ายเข้ามาคุยกับเธอเลย มีแต่ให้นามบัตรและทักทายตามมารยาทเจียงหร่านรู้ว่าคนที่มางานเลี้ยงเป็นคนใหญ่คนโตในวงการธุรกิจ ถึงพวกเขาเคารพตระกูลโจว แต่ส่วนใหญ่เคารพโจวซุนรวมถึงคนตระกูลโจว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status