Share

บทที่ 7

Author: ลิตเติ้ลชูการ์
“เธอกลัวอะไร?”

ฮั่วจี้หมิงหันมา โอบหญิงสาวเข้ามากอดด้วยความรัก เสียงอบอุ่นราวกับทำให้น้ำแข็งละลายได้

“ฉันกลัวคนตระกูลฮั่วแยกเราจากกัน กลัวฉันกับเฉิงเฉิงจะไม่มีตัวตนไปตลอดชีวิต กลัวว่าถ้าฉันแก่แล้ว นายจะ......เปลี่ยนใจ”

ไป่ชิงหลุบตาลง พูดไปเรื่อยๆ เสียงก็เริ่มสะอื้น

“ไม่หรอก”

ฮั่วจี้หมิงกุมใบหน้าหญิงสาวให้เงยขึ้นมา ใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาที่ขอบตาเธอเบาๆ

“ฉันเคยบอกแล้วว่าจะปกป้องเธอ ไม่มีใครขัดขวางไม่ให้เราอยู่ด้วยกันได้”

“ฉันไม่มีทางเปลี่ยนใจด้วย”

“จี้หมิง......”

ไป่ชิงซึ้งใจมาก หลับตาลงแล้วจูบริมฝีปากชายหนุ่มทันที

แม้บริษัทใกล้เข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ฮั่วจี้หมิงก็ยังทำตามคำขอของเธอ พาเธอกลับมาที่บ้าน

แต่ไป่ชิงรู้สึกว่าสองปีมานี้ ฮั่วจี้หมิงเปลี่ยนไปเยอะมาก

เขาไม่ได้คลั่งรักตัวเองเหมือนเมื่อก่อน ถึงขั้นที่ห่วงใยเจียงหร่านต่อหน้าเธอมากขึ้นเรื่อยๆ

ผู้หญิงอ่อนไหวและกังวลเสมอ ถึงไป่ชิงมั่นใจในตัวฮั่วจี้หมิงขนาดไหน ก็อดเป็นแบบนี้ไม่ได้

ฮั่วจี้หมิงโดนหญิงสาวจูบจนมีอารมณ์ มือใหญ่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาที่ท้ายทอยหญิงสาว ทั้งสองคนกลับมาที่ห้องนอน สัมผัสนุ่มนวลและใกล้ชิดกันมาก

แต่ทันใดนั้น ภาพของเจียงหร่านแวบเข้ามาในหัวฮั่วจี้หมิง

ในช่วงสำคัญ จู่ๆ เขาหยุดลง

“เป็นอะไร......”

ไป่ชิงตกใจ รีบดึงแขนฮั่วจี้หมิง

แต่ชายหนุ่มไม่สนใจเสียงห้าม พุ่งตรงไปที่ห้องน้ำ ดับความเร่าร้อนบนตัวทันที

สมองฮั่วจี้หมิงวุ่นวายไปหมด พอคิดถึงเจียงหร่าน อารมณ์ก็หายไปหมด

แต่เขาบอกเรื่องพวกนี้กับไป่ชิงไม่ได้อยู่แล้ว

“เหมือนท้องเสีย เมื่อกี้ฉันรู้สึกไม่สบายท้องมาก”

หลังออกมาจากห้องน้ำ ฮั่วจี้หมิงกอดและหอมหญิงสาวอีกครั้ง พูดขอโทษไม่หยุด

ถึงไป่ชิงไม่พอใจมาก แต่สองวันนี้ฮั่วจี้หมิงว่านอนสอนง่ายกับตัวเองมาก เธอเลยไม่ได้ว่าอะไร

เช้าตรู่วันต่อมา ฮั่วจี้หมิงมาถึงบริษัทอย่างรวดเร็ว

ระหว่างทางมีคนโทรหาเขา หุ้นส่วนสองสามรายที่กว่าจะเจรจามาได้ พากันยกเลิกความร่วมมือ

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

ฮั่วจี้หมิงโมโหมาก ในห้องประชุม ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ไม่มีใครกล้าพูด

“ประธานฮั่ว เป็นเพราะ......เพราะจ่ายเงินช้า......”

“จ่ายเงินช้า? จ่ายเงินช้าได้ยังไง?”

“เมื่อวานคุณไม่อยู่ ไม่มีคนเซ็นชื่อ......”

ฮั่วจี้หมิงชะงัก เขาเพิ่งนึกได้ว่าเมื่อวานไปข้างนอกกับไป่ชิง แล้วก็มีคนโทรมาคุยเรื่องนี้

แต่เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ เขาบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้ไปหาเจียงหร่าน?

“เมื่อวานผู้จัดการเจียงก็ไม่อยู่เหรอ? ทำไมถึงไม่ไปหาเธอ…”

ฮั่วจี้หมิงเพิ่งพูดออกมา ก็นึกได้ว่าในสายตาคนภายนอก เจียงหร่านไม่มีอำนาจเซ็นชื่อแทนเขา จึงทำได้แค่เก็บคำพูดเอาไว้

“ไม่ได้เรื่อง! ไสหัวไป!”

หลังจากด่าทุกคนยกใหญ่ ฮั่วจี้หมิงถึงเรียกเจียงหร่านเข้ามา

เจียงหร่านเพิ่งมาถึงบริษัทในเวลานี้เหมือนกัน ได้ยินจากไกลๆ ว่ายกเลิกความร่วมมือ ฮั่วจี้หมิงกำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

เพื่อนร่วมงานมาหาเจียงหร่านด้วยสีหน้าหนักใจ “ผู้จัดการเจียง ประธานฮั่วโมโหมาก ความร่วมมือล้มเหลว คุณรีบไปดูเถอะ”

เจียงหร่านตอบเสียงเรียบ “เข้าใจแล้ว”

ผลักประตูห้องทำงานอย่างรวดเร็ว

แม้ฮั่วจี้หมิงกำลังหัวร้อน แต่พอเห็นเจียงหร่าน เขาสงบสติอารมณ์ทันที “มาแล้วเหรอ”

เจียงหร่านเดินมาหน้าโต๊ะ “เมื่อวานตอนเลขานายมาให้ฉันเซ็นชื่อ ฉันกำลังนัดลูกค้าคนสำคัญ เลยรีบออกไปน่ะ”

น้ำเสียงของเธอดูจำใจแบบกำลังพอดี “นายก็รู้ว่าฉันไม่มีอำนาจแท้จริง เซ็นชื่อแทนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอยู่แล้ว ถ้าผิดพลาดขึ้นมา อย่าว่าแต่ฉันรับผิดชอบไม่ไหวเลย กลัวว่าจะทำให้นายเดือดร้อนด้วย”

พอพูดถึงตรงนี้ เธอถอนหายใจเบาๆ “แต่คิดไม่ถึงว่าหุ้นส่วนสองสามบริษัทนี้จะกระหายความสำเร็จและผลประโยชน์ระยะสั้นขนาดนี้ ช้าแค่วันเดียว ไม่ให้โอกาสเลยสักนิด”

ในน้ำเสียงของเจียงหร่านไม่ได้มีความขุ่นเคืองจนดูเกินไป แต่บอกปัญหาของการที่ “ไม่มีอำนาจแท้จริง” ได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่ว่าเธอไม่พยายามอย่างถึงที่สุด แต่เพราะเขาให้อำนาจเธอไม่มากพอ เพราะหุ้นส่วนไม่มีความเห็นอกเห็นใจ

เขามองสายตาราบเรียบของเจียงหร่าน ความสงสัยในใจที่คิดว่า “เธอจงใจให้เป็นเช่นนี้” หายวับไปทันที

เจียงหร่านคำนึงถึงบริษัทมาตลอด เมื่อวานยังเดินทางไกลไปพบลูกค้าโดยเฉพาะ จะจงใจทำให้เสียงานได้ยังไง? พูดกันตามจริงแล้ว เป็นเพราะตัวเองไม่ได้คิดถึงปัญหาที่เธอไม่มีอำนาจแท้จริง

กลับเป็นเขาเอง ช่วงสำคัญที่บริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เขายังวอกแวกไปอยู่กับไป่ชิง

ฮั่วจี้หมิงยิ่งคิด ยิ่งรู้สึกผิดต่อเจียงหร่าน

“จี้หมิง ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญ นายให้อำนาจบางส่วนในบริษัทกับฉัน ถ้ามีเรื่องฉุกเฉิน ฉันจะได้แก้ไขทันเวลา”

พอเห็นว่าได้จังหวะ เจียงหร่านถือโอกาสพูดทันที

ฮั่วจี้หมิงชะงักไป ในดวงตาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย

เขาคิดไม่ถึงว่าเจียงหร่านจะต้องการอำนาจ อีกฝ่ายเชื่อใจเขามาตลอด ต่อให้ต้องใช้ข้อมูลของบริษัท เจียงหร่านก็ตรวจดูตอนเขาอยู่ด้วย

“ทำไม ลำบากใจมากเหรอ? ถ้านายไม่วางใจ......”

“ไม่ได้ลำบากใจ ฉันวางใจให้อำนาจเธออยู่แล้ว”

ฮั่วจี้หมิงกลัวเจียงหร่านรู้ความคิดตัวเอง จึงตอบทันที

“แต่จะให้อำนาจเต็ม ต้องผ่านผู้ถือหุ้นทั้งหมด ฉันให้อำนาจบางส่วนกับเธอก่อนแล้วกัน”

“โอเค”

เจียงหร่านยิ้มบางๆ เธอรู้ว่าฮั่วจี้หมิงไม่มีทางยอมง่ายๆ

แต่มีอำนาจบางส่วน ก็เพียงพอให้เธอคัดลอกข้อมูลสำคัญจำนวนหนึ่งแล้ว

จะทำลายบริษัทของฮั่วจี้หมิง รีบร้อนไม่ได้

พอได้อำนาจ เจียงหร่านรีบคัดลอกข้อมูลสำคัญของบริษัทในช่วงสองปีที่ผ่านมา

มีข้อมูลพวกนี้อยู่ ในอนาคตไม่ว่าฮั่วจี้หมิงจะเสนอราคาหรือวางขายสินค้า เธอก็มีอำนาจตัดสินใจ

ช่วงเที่ยง จู่ๆ เจียงหร่านได้รับสายของเหวินหัวถิง แม่ของฮั่วจี้หมิง

“เชียนเชียนอยากกินอาหารที่เธอทำ ฉันบอกจี้หมิงแล้ว เธอรีบมาเลย!”

พอพูดจบ แม่ฮั่วก็วางสายทันที ไม่ใช่การปรึกษา แต่เป็นคำสั่ง

เจียงหร่านชินกับสิ่งนี้แล้ว ตั้งแต่ฮั่วจี้หมิงพาเธอมาที่ตระกูลฮั่ว แม่ฮั่วก็ไม่เคยมีท่าทีที่ดีกับเธอเลย

เหมือนเจียงหร่านติดหนี้บุญคุณตระกูลฮั่วอย่างไรอย่างนั้น ทุกคนในตระกูลฮั่วเอาแต่สั่งเธออย่างไม่เกรงกลัว

ในบ้านมีคนใช้แท้ๆ แต่เจียงหร่านต้องไปทำกับข้าว ทำงานบ้านให้พ่อแม่สามีทุกสัปดาห์

น้องสาวของฮั่วจี้หมิงตั้งท้อง บอกว่ากินอาหารที่คนอื่นทำไม่ลง ชอบรสมือของเธอ เธอต้องทำอาหารไปให้ทุกวัน

เพื่อไม่ให้ฮั่วจี้หมิงลำบากใจ เจียงหร่านอดทนมาสองปี

มองหน้าจอมือถือ ในดวงตาเจียงหร่านมีความเย็นยะเยือกฉายออกมาเล็กน้อย เธอวางมือถือไว้ด้านข้าง เปิดคอมพิวเตอร์อย่างไม่รีบร้อน ดูแผนโครงการของบริษัทในช่วงนี้

มีโครงการหนึ่งที่ไฮไลต์สีแดงไว้ เป็นโครงการสำคัญของบริษัทในช่วงนี้ ซึ่งเธอเป็นคนริเริ่มโครงการและทำมาถึงทุกวันนี้ ผู้รับผิดชอบของอีกฝ่ายยอมประสานงานกับตัวเองเท่านั้น

เจียงหร่านครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วไปเคาะประตูห้องทำงานฮั่วจี้หมิง

แต่เลขาของอีกฝ่ายบอกว่าเขาเพิ่งออกไป รับสายโทรศัพท์แล้วออกไปด้วยความรีบร้อน ประชุมอีกสักครู่ก็เลื่อนด้วย

เจียงหร่านโทรหาฮั่วจี้หมิงทันที แต่หลังโทรติด เสียงไป่ชิงกลับดังเข้ามาในหู

“เสี่ยวหร่าน เธอโทรหาจี้หมิงใช่ไหม?”

“อาจารย์ไป่? พวกคุณอยู่ด้วยกันเหรอ?”

“ใช่ เธออย่าเข้าใจผิดนะ ตอนนี้เราอยู่โรงพยาบาล เฉิงเฉิงหกล้ม บาดเจ็บที่ขาเล็กน้อย แต่เธอไม่ต้องห่วง แค่บาดเจ็บภายนอก ไม่ร้ายแรง ตอนนี้จี้หมิงกำลังไปเอายากับเฉิงเฉิง อีกเดี๋ยวฉันให้เขาโทรกลับ......”

“ไม่ต้องหรอก เรื่องของเฉิงเฉิงสำคัญ พวกคุณจัดการก่อนเถอะ”

เจียงหร่านพูดจบแล้ววางสายทันที โดยไม่รอให้ไป่ชิงตอบ

ไป่ชิงอ้าปากพะงาบๆ สีหน้าไม่สู้ดีเล็กน้อย

เจียงหร่านไม่มีมารยาทเลยสักนิด

เธอเงยหน้าขึ้นมา เห็นฮั่วจี้หมิงพาฮั่วมู่เฉิงกลับมาแล้ว

“เจียงหร่านโทรหานาย ฉันรับสายแล้ว นายจะโทรกลับไหม?”

ไป่ชิงยื่นมือถือให้ฮั่วจี้หมิง

ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย เพิ่งรับมือถือมาก็โดนฮั่วมู่เฉิงคว้าแขนไว้

“พ่อ! ฉันเจ็บขา!”

รู้ว่าฮั่วมู่เฉิงจงใจทำ ฮั่วจี้หมิงจึงหยิกแก้มเขาไปหนึ่งที แล้วคืนมือถือให้ไป่ชิงอีกครั้ง

ตอนฮั่วจี้หมิงรับสายของไป่ชิง นึกว่าเกิดเรื่องใหญ่ หญิงสาวพูดอย่างร้อนใจว่าลูกตกลงมาจากชั้นบน มีเสียงร้องไห้ของฮั่วมู่เฉิงดังเข้ามาในมือถือด้วย เขาจึงรีบออกมา

แต่พอมาถึงโรงพยาบาล เห็นฮั่วมู่เฉิงมีแผลถลอกที่เข่าเล็กน้อย ยังไม่ทันถึงโรงพยาบาลแผลก็แห้งแล้ว

“เรื่องที่บริษัทเหรอ?”

“เธอบอกว่าไม่ได้มีเรื่องด่วนอะไร ให้นายทำธุระก่อน เธออาจจะแค่คิดถึงนายมั้ง”

ไป่ชิงพูดเสียงเรียบ ไม่มองฮั่วจี้หมิง น้ำเสียงเหน็บแนมเล็กน้อย

ฮั่วจี้หมิงคล้องแขนเธออย่างไร้ทางเลือก โดนเธอสะบัดออกสองครั้ง เขาก็ยังจับมือทั้งสองข้างของหญิงสาว

“คุณภรรยา”

ชายหนุ่มพูดเสียงเบาข้างหูไป่ชิง ทำให้เธออดยกยิ้มมุมปากไม่ได้

“นายยังมีภรรยาอีกคน”

“คำพูดนี้ทำร้ายจิตใจจัง ภรรยาของฉัน มีแค่เธอเท่านั้น”

ทั้งสองคนกระซิบกระซาบกัน แล้วเลี้ยวเข้ามาในทางเดินตึก

ฮั่วมู่เฉิงเห็นพ่อแม่อยู่ด้วยกัน เขายกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

มีแม่ของเขาอยู่ ช้าเร็วผู้หญิงไม่ดีอย่างเจียงหร่าน ก็ต้องออกไปจากบ้านเขา

“โอเค อย่างอแงในเวลาแบบนี้ ฉันโทรกลับไปหาเธอดีกว่า ไม่งั้นถ้าเธอสงสัยขึ้นมาจะวุ่นวายมาก”

“เธอไม่สงสัยนายหรอก ฉันว่าเธอโง่จะตาย หลงนายมาก นายคิดมากไปเอง”

“ไป่ชิง......”

“ฉันไม่สน ถ้านายโทรกลับไปหาเธอ แปลว่านายมีใจให้เธอ”

เมื่อก่อนแค่ง้อไป่ชิงก็หายงอนแล้ว แต่ครั้งนี้ฮั่วจี้หมิงพูดอยู่นาน ไป่ชิงก็ไม่ยอม

ฮั่วจี้หมิงก็ไม่อยากทำให้ไป่ชิงเสียใจ ทำได้แค่ตอบตกลงเท่านั้น

แต่ไป่ชิงก็พูดถูก เจียงหร่านหลงเขามาก เธอทำเพื่อเขาทุกอย่าง ไม่เคยสงสัยในคำพูดของเขาด้วย

เขามั่นใจมากว่ารับมือเจียงหร่านได้

หลังผ่านไปครึ่งชั่วโมง แม่ฮั่วโทรหาเจียงหร่านอีกครั้ง

“เจียงหร่าน เธอชักช้าอะไรอยู่? บริษัทอยู่ไม่ห่างจากบ้านเชียนเชียน เธอเป็นเต่าหรือไง?”

ครั้งนี้น้ำเสียงเธอแย่กว่าเดิม แต่ไม่ได้พูดจบแล้วรีบวางสายเหมือนเมื่อครู่

เจียงหร่านแสยะยิ้ม แล้วพูดเสียงเย็นชา “แม่ ตอนนี้ฉันประชุมอยู่ที่บริษัท ตอนนี้บริษัทอยู่ในช่วงสำคัญของการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ผิดพลาดเพียงนิดเดียวเท่ากับเสียหายมหาศาล ตอนนี้ฉันไปไม่ได้จริงๆ”

พอได้ยิน อีกฝ่ายเงียบไปไม่กี่วินาที

เหวินหัวถิงไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เจียงหร่านที่เชื่อฟังเธอมาตลอด กล้าปฏิเสธเธออย่างนั้นเหรอ?

“เจียงหร่าน เธอกินยาผิดหรือเปล่า? เธอกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ? เธอลืมกฎตระกูลฮั่วแล้วเหรอ ข้อแรกต้องเคารพ......”

“ฉันบอกว่าไปไม่ได้ เรื่องของจี้หมิงยิ่งใหญ่กว่าทุกอย่าง นี่คือสิ่งที่แม่สอนฉันเป็นประจำ”

เจียงหร่านพูดตัดบทเหวินหัวถิงด้วยเสียงเบา ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดต่อ เธอรีบพูดว่า “แต่เชียนเชียนกำลังอยู่เดือนหลังคลอด ต้องกินอาหารดีๆ

“เธออยากกินอะไร? เดี๋ยวฉันให้เลขาของจี้หมิงสั่งร้านอาหารมิชลินไปส่งอาหารให้เธอ ให้เชฟไปที่บ้านก็ได้ แค่เงินถึงก็ไม่ใช่ปัญหา บันทึกค่าใช้จ่ายไว้ในบัญชีบริษัทได้”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 302

    ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ดึงสติเจียงหร่านกลับมา เธอรับสายขานตอบอยู่สองสามคำ ก่อนรีบไปเข้าประชุมทันทีเมื่อสองวันก่อน ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่โจวซื่อพัฒนาขึ้นกำลังจะเปิดตัวสู่ตลาดนี่คือยาที่ทีมวิจัยใช้เวลาพัฒนาสิบปีและทดสอบอีกสามปี เป็นผลงานสำคัญที่ทีมทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมด อีกไม่กี่วันนี้จะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจรับผลงาน และนักลงทุนต่างชาติหลายรายก็จะมาลงนามสัญญาพร้อมกันด้วยในฐานะประธานของโจวซื่อ เจียงหร่านย่อมต้องต้อนรับและลงนามสัญญาด้วยตนเอง โดยเฉพาะขั้นตอนการตรวจสอบที่ห้ามเกิดข้อผิดพลาด เพราะเกี่ยวข้องกับความลับของบริษัทและความปลอดภัยของยาระหว่างประชุม เจียงหร่านพยายามตั้งสมาธิ แต่ก็ยังเผลอใจลอยอยู่บ่อยครั้งเธอนึกถึงตอนแยกจากกัน เจี่ยงอี้จับมือเธอไว้แน่น ย้ำว่าจะโทรหาเธอวันละสามครั้ง และจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุดเขาบอกให้เธอรออย่างสบายใจก็พอพอกลับมาแล้ว พวกเขาก็จะจัดงานแต่ง และมอบตัวตนของกันและกันให้อีกฝ่ายอย่างแท้จริงความจริงใจในแววตาของเขาไม่มีทางเป็นเรื่องหลอกลวง และเจียงหร่านก็ชอบเขาจริง ๆ ชอบจากก้นบึ้งของหัวใจมันต่างจากความซาบซึ้งและความพึ่งพาที่เธอเคยมีตอนถูกฮั่วจี้

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 301

    ไม่ถึงไม่กี่วินาที ภาพถ่ายสนิทสนมห้าภาพก็ปรากฏสู่สายตาของเจียงหร่านแค่ปราดเดียวเธอก็จำเจี่ยงอี้ได้ทันทีคนในภาพก็คือเขากับซูหนิงจริง ๆมีทั้งภาพที่ทั้งสองขึ้นรถคันเดียวกัน ภาพที่ยืนชิดกันมากอยู่หน้าโรงแรมยามค่ำคืน และภาพที่ทั้งสองจับมือกันแนบชิดอยู่บนภูเขาภาพถ่ายเหล่านี้กระจัดกระจายและถ่ายจากระยะไกล ดูเหมือนเป็นภาพที่นักข่าวแอบถ่ายมาแต่ก็ยังมองออกได้ชัดว่าซูหนิงกับอีกฝ่ายมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา หากจะบอกว่าเป็นความสัมพันธ์เชิงชู้สาวก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยมือของเจียงหร่านสั่นวูบหนึ่ง ก่อนจะกวาดสายตาอ่านพาดหัวข่าวนั้นซ้ำอีกรอบ“ซูหนิงร่วมเดินทางขึ้นพื้นที่ภูเขาเพื่อทำกิจกรรมการกุศลครั้งใหม่กับซีอีโอหนุ่มปริศนา คาดรักเก่าหวนคืน ด้านใบหน้าด้านข้างของฝ่ายชายหล่อสะดุดตาจนชาวเน็ตจับตามองอย่างหนัก”ก่อนหน้านี้บนโลกออนไลน์ต่างคาดเดากันว่าใครคือแฟนเก่าที่ทำให้ซูหนิงมีสภาพย่ำแย่หลังถอนตัวจากวงการบันเทิง พอข่าวบันเทิงชิ้นนี้ออกมา ผู้คนจำนวนมากจึงเริ่มจับเจี่ยงอี้มาเป็นประเด็นซุบซิบกันทันทีเจี่ยงอี้แทบไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะในระดับนานาชาติ ส่วนตระกูลเจี่ยงก็เป็นกลุ่มทุนที่ค่อนข้า

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 300

    เจี่ยงอี้ไม่มีทางไม่ติดต่อเธอทั้งวันแบบนี้แน่นอนจนปัญญาแล้ว เจียงหร่านจึงโทรหาอาซวี่อีก แต่โทรติดกันหลายสาย อาซวี่ก็ไม่รับเช่นกันแต่ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง อาซวี่ก็ส่งข้อความมาหาเธอข้อความหนึ่งว่า[ขออภัยนะครับคุณเจียงหร่าน เมื่อครู่นี้ผมกำลังยุ่งอยู่ ทางคุณผู้ชายมีธุระบางอย่างเข้ามาแทรก จึงยังกลับมาไม่ได้ และยังไม่สามารถติดต่อคุณได้เช่นกัน รอให้เขาว่างเมื่อไร ผมจะให้เขาโทรกลับหาคุณด้วยตัวเองครับ]แม้จะได้รับข้อความตอบกลับจากอาซวี่แล้ว แต่ปมกังวลที่ขมวดแน่นอยู่ระหว่างคิ้วของเจียงหร่านก็ยังไม่คลายลงนี่ไม่ปกติเลย เจี่ยงอี้บอกแล้วว่าวันนี้จะกลับมา ต่อให้มีธุระติดขัด อย่างน้อยก็ควรบอกเธอด้วยตัวเองสักคำเกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้นกันแน่? ถึงทำให้เขายุ่งจนไม่มีเวลาแม้แต่จะติดต่อเธอ?เจียงหร่านมองสายโทรออกสิบสายและข้อความฝากไว้หลายข้อความที่ส่งถึงเจี่ยงอี้ ความไม่สบายใจในใจก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆแต่เมื่อเธอส่งข้อความไปถามอาซวี่อีก อาซวี่ก็ไม่ตอบกลับมาอีกเลยหากเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการจริง ๆ การที่เธอคอยถามไม่หยุดก็ดูจะรบกวนเกินไปอยู่บ้างแต่ทำไมกัน...ในใจของเธอถึงได้กระสับกระส

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 299

    “เดิมทีตระกูลฮั่วก็ไม่เห็นด้วยให้ไป่ชิงเป็นภรรยาของฉันอยู่แล้ว... ต่อให้ไป่ชิงจะยอมหรือไม่ ก็เปลี่ยนใจฉันไม่ได้ ฉันแค่อยากอยู่กับเธอ ส่วนเฉิงเฉิง ฉันยกให้ไป่ชิงเลี้ยงได้ แล้วเราค่อยมีลูกของเราเองอีกคน”ตอนนี้ฮั่วจี้หมิงแทบเสียสติไปแล้ว เขาคิดแค่อยากโน้มน้าวให้เจียงหร่านกลับมาอยู่ข้างกายอีกครั้งเพื่อสิ่งนั้น เขายินดีทุ่มทุกอย่างออกไปด้วยความจริงใจ“ได้ยินหมดแล้วใช่ไหม ไป่ชิง? สามีของเธอตอนนี้ยืนกรานจะหย่ากับเธอเลยนะ”แต่ทันทีที่ฮั่วจี้หมิงพูดจบ เจียงหร่านก็หัวเราะเยาะออกมาด้วยความดูแคลนสายตาของเธอเลื่อนไป ก่อนจะหยุดอยู่ที่จุดหนึ่งไม่ไกลด้านหลังฮั่วจี้หมิงฮั่วจี้หมิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปอย่างรวดเร็ว ก็เห็นว่าไป่ชิงไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อไร กำลังยืนอยู่ด้านหลังเขาไป่ชิงจ้องฮั่วจี้หมิงเขม็ง ไม่สนใจคำเยาะเย้ยของเจียงหร่านอีกต่อไป รู้สึกเพียงว่าทั้งร่างเจ็บปวดจนแทบทนไม่ไหวความสิ้นหวังอย่างลึกซึ้งแผ่ซ่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจนี่คือกรรมสนองของเธอเหมือนกันเหรอ?ตอนนั้นเธอดึงดันจะคบกับฮั่วจี้หมิง ก็เพราะต้องการแก้แค้นคุณปู่ฮั่วกระทั่งก่อนตาย ตาแก่นั่นก็ยังสาปแช่งเธออย

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 298

    แต่ในหัวของฮั่วจี้หมิงเต็มไปด้วยความคิดสับสนวุ่นวาย ทั้งหมดล้วนเกี่ยวกับเจียงหร่าน เวลานี้เขาไม่เหลือเหตุผลอยู่เลยแม้แต่น้อยเข้าไปในบริษัทไม่ได้ เขาก็จะรออยู่หน้าบริษัท รออยู่บนเส้นทางที่เจียงหร่านต้องผ่านตอนออกมาแน่นอนเขาต้องได้เจอเธออีกครั้ง และบอกความในใจทั้งหมดให้เธอฟังให้ได้บอกเธอด้วยปากตัวเองว่า เขาไม่ได้มาเพื่อทวงบริษัทคืน ไม่ได้มาเพื่อตระกูลฮั่ว แต่แค่อยากขอเธอกลับคืนมาเท่านั้นความสัมพันธ์ที่ยาวนานหลายปีขนาดนั้น แม้แต่เขายังตัดใจไม่ได้ แล้วเจียงหร่านจะตัดขาดได้ง่าย ๆ ได้อย่างไร?ฮั่วจี้หมิงเดิมพันถูกแล้วหลายวันที่ผ่านมาเจียงหร่านยุ่งกับการสะสางเรื่องของฮั่วซื่อ ช่วงเช้าอยู่ที่โจวซื่อ ช่วงบ่ายก็อยู่ที่ฮั่วซื่อทันทีที่เงาร่างของเจียงหร่านปรากฏตัวหน้าบริษัท ฮั่วจี้หมิงก็ราวกับได้รับยากระตุ้นหัวใจ รีบผลักประตูรถแล้วพุ่งลงไปทันที“หรานหร่าน!”เขารีบวิ่งไม่กี่ก้าวไปหยุดตรงหน้าเจียงหร่าน แต่ยังไม่ทันเข้าใกล้ตัว ก็ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณบริษัทเข้ามารั้งไว้ก่อนบอดี้การ์ดคนหนึ่งที่ติดตามเจียงหร่านมาด้วย รีบก้าวมาขวางอยู่ตรงหน้าเธอทันทีเธอหันกลับไปมอง ยืนอย

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 297

    ตอนเที่ยง ภายในคฤหาสน์ตระกูลฮั่วไป่ชิงพาฮั่วมู่เฉิงกลับจากโรงพยาบาลมาถึงบ้าน สีหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนล้า“คุณแม่ คุณพ่อเหนื่อยมากเลยเหรอครับ เขาหลับมาตั้งสองวันแล้วนะ!”ฮั่วมู่เฉิงเงยหน้ามองห้องชั้นบน ก่อนจะถามไป่ชิงด้วยความสงสัยไป่ชิงมองหน้าฮั่วมู่เฉิงอยู่ครู่หนึ่ง ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดีผ่านไปพักใหญ่ เธอจึงลูบศีรษะเขาเบา ๆ “คุณพ่อแค่เหนื่อยเกินไป ต้องพักผ่อนเยอะหน่อย ช่วงนี้ที่บ้านเรามีเรื่องหลายอย่าง เฉิงเฉิงต้องเป็นเด็กดีให้มากขึ้นนะ ตกลงไหม?”ฮั่วมู่เฉิงมองไป่ชิงอย่างไร้เดียงสา ก่อนจะพยักหน้าแรง ๆเขาก็รู้ว่าช่วงนี้ทุกคนในบ้านไม่มีความสุขกันเลย ต้องเป็นเพราะยัยผู้หญิงใจร้ายอย่างเจียงหร่านอีกแน่ ๆพอโตขึ้น เขาจะต้องช่วยคุณพ่อคุณแม่จัดการผู้หญิงเลวคนนั้นให้ได้!ไป่ชิงส่งฮั่วมู่เฉิงให้คนรับใช้ดูแล ก่อนจะขึ้นไปชั้นบนเพื่อไปหาฮั่วจี้หมิงสองวันนี้อาการของฮั่วกุ้ยจิ่นไม่ค่อยดี แม้จะฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่มีอาการแทรกซ้อนค่อนข้างหนัก พูดจาไม่ค่อยชัดเจนเหวินหัวถิงร้องไห้แล้วร้องไห้อีก วัน ๆ เอาแต่เฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาลเพียงชั่วข้ามคืน เธอก็เปลี่ยนจากคุณหญิงผู้สูงศักดิ์และวางอำนาจ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 82

    แต่พอเปิดประตูออกมา คนที่ยืนอยู่ด้านนอกกลับไม่ใช่เจี่ยงอี้ หากเป็นผู้จัดการของคลับหรูในช่วงบ่าย เขายังถือกล่องของขวัญสุดประณีตมาสองกล่อง บนกล่องผูกริบบิ้นสีทองแวววาว เพียงมองก็รู้แล้วว่าของข้างในต้องมีมูลค่าสูงไม่น้อยผู้จัดการมีท่าทีสุภาพนอบน้อม ยื่นกล่องของขวัญมาทั้งสองมือให้เธอ “คุณเจียง สวัสดีค

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 74

    “……”ฝ่ามือใหญ่ของเจี่ยงอี้ลูบไล้ไปที่แก้มของหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว ค่อย ๆ ปัดผมยาวที่ยุ่งเหยิงบนใบหน้าของเธอออก จากนั้นก็แกะมือที่เธอกำเขาไว้แน่นออกอย่างแผ่วเบา แล้ววางกลับเข้าไปในผ้าห่มแต่หญิงสาวเพิ่งจะสงบลงได้ไม่นาน ไม่รู้ว่าฝันถึงอะไรอีก จู่ ๆ ก็ขยับตัวดิ้นรนขึ้นมา คราวนี้เหมือนจะมีเสียงสะอื้นปน

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 63

    ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปหมด ทั้งตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้า แววตาก็ดูพร่าเลือนเล็กน้อยแต่ถึงจะอยู่ในสภาพมึนเมา เจียงหร่านก็ยังงดงามจนสะกดใจผู้คนเซี่ยหนานมองเจียงหร่านแล้วก็เข้าใจทันทีถึงความคิดบ้าบิ่น หน้าด้านไร้ยางอายของคนพวกนั้นอย่างไรเสียเจียงหร่านก็เป็นผู้หญิง ต่อให้มีความสามารถด้านงานมากแค่ไหน แ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 66

    ได้ยินคำพูดของเจี่ยงอี้ดังมาถึงข้างหู เธอจึงเอ่ยตอบกลับไปทันทีเมื่อนึกถึงตอนที่ผู้หญิงคนนั้นแนบชิดกับแผงอกของเขาอย่างแน่นหนา เสียงก็ทุ้มต่ำลงฉับพลัน เธอยังไม่หลับเหรอ?”“เมื่อกี้ฉันง่วงจริง ๆ ง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้นเลย……แต่ฉันก็รับรู้ได้ว่า คุณเจี่ยง คุณมาแล้ว”เจียงหร่านเงยหน้าขึ้น ดวงตายังลืมไม่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status