Share

บทที่ 7

Author: ลิตเติ้ลชูการ์
“เธอกลัวอะไร?”

ฮั่วจี้หมิงหันมา โอบหญิงสาวเข้ามากอดด้วยความรัก เสียงอบอุ่นราวกับทำให้น้ำแข็งละลายได้

“ฉันกลัวคนตระกูลฮั่วแยกเราจากกัน กลัวฉันกับเฉิงเฉิงจะไม่มีตัวตนไปตลอดชีวิต กลัวว่าถ้าฉันแก่แล้ว นายจะ......เปลี่ยนใจ”

ไป่ชิงหลุบตาลง พูดไปเรื่อยๆ เสียงก็เริ่มสะอื้น

“ไม่หรอก”

ฮั่วจี้หมิงกุมใบหน้าหญิงสาวให้เงยขึ้นมา ใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาที่ขอบตาเธอเบาๆ

“ฉันเคยบอกแล้วว่าจะปกป้องเธอ ไม่มีใครขัดขวางไม่ให้เราอยู่ด้วยกันได้”

“ฉันไม่มีทางเปลี่ยนใจด้วย”

“จี้หมิง......”

ไป่ชิงซึ้งใจมาก หลับตาลงแล้วจูบริมฝีปากชายหนุ่มทันที

แม้บริษัทใกล้เข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ฮั่วจี้หมิงก็ยังทำตามคำขอของเธอ พาเธอกลับมาที่บ้าน

แต่ไป่ชิงรู้สึกว่าสองปีมานี้ ฮั่วจี้หมิงเปลี่ยนไปเยอะมาก

เขาไม่ได้คลั่งรักตัวเองเหมือนเมื่อก่อน ถึงขั้นที่ห่วงใยเจียงหร่านต่อหน้าเธอมากขึ้นเรื่อยๆ

ผู้หญิงอ่อนไหวและกังวลเสมอ ถึงไป่ชิงมั่นใจในตัวฮั่วจี้หมิงขนาดไหน ก็อดเป็นแบบนี้ไม่ได้

ฮั่วจี้หมิงโดนหญิงสาวจูบจนมีอารมณ์ มือใหญ่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาที่ท้ายทอยหญิงสาว ทั้งสองคนกลับมาที่ห้องนอน สัมผัสนุ่มนวลและใกล้ชิดกันมาก

แต่ทันใดนั้น ภาพของเจียงหร่านแวบเข้ามาในหัวฮั่วจี้หมิง

ในช่วงสำคัญ จู่ๆ เขาหยุดลง

“เป็นอะไร......”

ไป่ชิงตกใจ รีบดึงแขนฮั่วจี้หมิง

แต่ชายหนุ่มไม่สนใจเสียงห้าม พุ่งตรงไปที่ห้องน้ำ ดับความเร่าร้อนบนตัวทันที

สมองฮั่วจี้หมิงวุ่นวายไปหมด พอคิดถึงเจียงหร่าน อารมณ์ก็หายไปหมด

แต่เขาบอกเรื่องพวกนี้กับไป่ชิงไม่ได้อยู่แล้ว

“เหมือนท้องเสีย เมื่อกี้ฉันรู้สึกไม่สบายท้องมาก”

หลังออกมาจากห้องน้ำ ฮั่วจี้หมิงกอดและหอมหญิงสาวอีกครั้ง พูดขอโทษไม่หยุด

ถึงไป่ชิงไม่พอใจมาก แต่สองวันนี้ฮั่วจี้หมิงว่านอนสอนง่ายกับตัวเองมาก เธอเลยไม่ได้ว่าอะไร

เช้าตรู่วันต่อมา ฮั่วจี้หมิงมาถึงบริษัทอย่างรวดเร็ว

ระหว่างทางมีคนโทรหาเขา หุ้นส่วนสองสามรายที่กว่าจะเจรจามาได้ พากันยกเลิกความร่วมมือ

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

ฮั่วจี้หมิงโมโหมาก ในห้องประชุม ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ไม่มีใครกล้าพูด

“ประธานฮั่ว เป็นเพราะ......เพราะจ่ายเงินช้า......”

“จ่ายเงินช้า? จ่ายเงินช้าได้ยังไง?”

“เมื่อวานคุณไม่อยู่ ไม่มีคนเซ็นชื่อ......”

ฮั่วจี้หมิงชะงัก เขาเพิ่งนึกได้ว่าเมื่อวานไปข้างนอกกับไป่ชิง แล้วก็มีคนโทรมาคุยเรื่องนี้

แต่เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ เขาบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้ไปหาเจียงหร่าน?

“เมื่อวานผู้จัดการเจียงก็ไม่อยู่เหรอ? ทำไมถึงไม่ไปหาเธอ…”

ฮั่วจี้หมิงเพิ่งพูดออกมา ก็นึกได้ว่าในสายตาคนภายนอก เจียงหร่านไม่มีอำนาจเซ็นชื่อแทนเขา จึงทำได้แค่เก็บคำพูดเอาไว้

“ไม่ได้เรื่อง! ไสหัวไป!”

หลังจากด่าทุกคนยกใหญ่ ฮั่วจี้หมิงถึงเรียกเจียงหร่านเข้ามา

เจียงหร่านเพิ่งมาถึงบริษัทในเวลานี้เหมือนกัน ได้ยินจากไกลๆ ว่ายกเลิกความร่วมมือ ฮั่วจี้หมิงกำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

เพื่อนร่วมงานมาหาเจียงหร่านด้วยสีหน้าหนักใจ “ผู้จัดการเจียง ประธานฮั่วโมโหมาก ความร่วมมือล้มเหลว คุณรีบไปดูเถอะ”

เจียงหร่านตอบเสียงเรียบ “เข้าใจแล้ว”

ผลักประตูห้องทำงานอย่างรวดเร็ว

แม้ฮั่วจี้หมิงกำลังหัวร้อน แต่พอเห็นเจียงหร่าน เขาสงบสติอารมณ์ทันที “มาแล้วเหรอ”

เจียงหร่านเดินมาหน้าโต๊ะ “เมื่อวานตอนเลขานายมาให้ฉันเซ็นชื่อ ฉันกำลังนัดลูกค้าคนสำคัญ เลยรีบออกไปน่ะ”

น้ำเสียงของเธอดูจำใจแบบกำลังพอดี “นายก็รู้ว่าฉันไม่มีอำนาจแท้จริง เซ็นชื่อแทนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอยู่แล้ว ถ้าผิดพลาดขึ้นมา อย่าว่าแต่ฉันรับผิดชอบไม่ไหวเลย กลัวว่าจะทำให้นายเดือดร้อนด้วย”

พอพูดถึงตรงนี้ เธอถอนหายใจเบาๆ “แต่คิดไม่ถึงว่าหุ้นส่วนสองสามบริษัทนี้จะกระหายความสำเร็จและผลประโยชน์ระยะสั้นขนาดนี้ ช้าแค่วันเดียว ไม่ให้โอกาสเลยสักนิด”

ในน้ำเสียงของเจียงหร่านไม่ได้มีความขุ่นเคืองจนดูเกินไป แต่บอกปัญหาของการที่ “ไม่มีอำนาจแท้จริง” ได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่ว่าเธอไม่พยายามอย่างถึงที่สุด แต่เพราะเขาให้อำนาจเธอไม่มากพอ เพราะหุ้นส่วนไม่มีความเห็นอกเห็นใจ

เขามองสายตาราบเรียบของเจียงหร่าน ความสงสัยในใจที่คิดว่า “เธอจงใจให้เป็นเช่นนี้” หายวับไปทันที

เจียงหร่านคำนึงถึงบริษัทมาตลอด เมื่อวานยังเดินทางไกลไปพบลูกค้าโดยเฉพาะ จะจงใจทำให้เสียงานได้ยังไง? พูดกันตามจริงแล้ว เป็นเพราะตัวเองไม่ได้คิดถึงปัญหาที่เธอไม่มีอำนาจแท้จริง

กลับเป็นเขาเอง ช่วงสำคัญที่บริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เขายังวอกแวกไปอยู่กับไป่ชิง

ฮั่วจี้หมิงยิ่งคิด ยิ่งรู้สึกผิดต่อเจียงหร่าน

“จี้หมิง ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญ นายให้อำนาจบางส่วนในบริษัทกับฉัน ถ้ามีเรื่องฉุกเฉิน ฉันจะได้แก้ไขทันเวลา”

พอเห็นว่าได้จังหวะ เจียงหร่านถือโอกาสพูดทันที

ฮั่วจี้หมิงชะงักไป ในดวงตาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย

เขาคิดไม่ถึงว่าเจียงหร่านจะต้องการอำนาจ อีกฝ่ายเชื่อใจเขามาตลอด ต่อให้ต้องใช้ข้อมูลของบริษัท เจียงหร่านก็ตรวจดูตอนเขาอยู่ด้วย

“ทำไม ลำบากใจมากเหรอ? ถ้านายไม่วางใจ......”

“ไม่ได้ลำบากใจ ฉันวางใจให้อำนาจเธออยู่แล้ว”

ฮั่วจี้หมิงกลัวเจียงหร่านรู้ความคิดตัวเอง จึงตอบทันที

“แต่จะให้อำนาจเต็ม ต้องผ่านผู้ถือหุ้นทั้งหมด ฉันให้อำนาจบางส่วนกับเธอก่อนแล้วกัน”

“โอเค”

เจียงหร่านยิ้มบางๆ เธอรู้ว่าฮั่วจี้หมิงไม่มีทางยอมง่ายๆ

แต่มีอำนาจบางส่วน ก็เพียงพอให้เธอคัดลอกข้อมูลสำคัญจำนวนหนึ่งแล้ว

จะทำลายบริษัทของฮั่วจี้หมิง รีบร้อนไม่ได้

พอได้อำนาจ เจียงหร่านรีบคัดลอกข้อมูลสำคัญของบริษัทในช่วงสองปีที่ผ่านมา

มีข้อมูลพวกนี้อยู่ ในอนาคตไม่ว่าฮั่วจี้หมิงจะเสนอราคาหรือวางขายสินค้า เธอก็มีอำนาจตัดสินใจ

ช่วงเที่ยง จู่ๆ เจียงหร่านได้รับสายของเหวินหัวถิง แม่ของฮั่วจี้หมิง

“เชียนเชียนอยากกินอาหารที่เธอทำ ฉันบอกจี้หมิงแล้ว เธอรีบมาเลย!”

พอพูดจบ แม่ฮั่วก็วางสายทันที ไม่ใช่การปรึกษา แต่เป็นคำสั่ง

เจียงหร่านชินกับสิ่งนี้แล้ว ตั้งแต่ฮั่วจี้หมิงพาเธอมาที่ตระกูลฮั่ว แม่ฮั่วก็ไม่เคยมีท่าทีที่ดีกับเธอเลย

เหมือนเจียงหร่านติดหนี้บุญคุณตระกูลฮั่วอย่างไรอย่างนั้น ทุกคนในตระกูลฮั่วเอาแต่สั่งเธออย่างไม่เกรงกลัว

ในบ้านมีคนใช้แท้ๆ แต่เจียงหร่านต้องไปทำกับข้าว ทำงานบ้านให้พ่อแม่สามีทุกสัปดาห์

น้องสาวของฮั่วจี้หมิงตั้งท้อง บอกว่ากินอาหารที่คนอื่นทำไม่ลง ชอบรสมือของเธอ เธอต้องทำอาหารไปให้ทุกวัน

เพื่อไม่ให้ฮั่วจี้หมิงลำบากใจ เจียงหร่านอดทนมาสองปี

มองหน้าจอมือถือ ในดวงตาเจียงหร่านมีความเย็นยะเยือกฉายออกมาเล็กน้อย เธอวางมือถือไว้ด้านข้าง เปิดคอมพิวเตอร์อย่างไม่รีบร้อน ดูแผนโครงการของบริษัทในช่วงนี้

มีโครงการหนึ่งที่ไฮไลต์สีแดงไว้ เป็นโครงการสำคัญของบริษัทในช่วงนี้ ซึ่งเธอเป็นคนริเริ่มโครงการและทำมาถึงทุกวันนี้ ผู้รับผิดชอบของอีกฝ่ายยอมประสานงานกับตัวเองเท่านั้น

เจียงหร่านครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วไปเคาะประตูห้องทำงานฮั่วจี้หมิง

แต่เลขาของอีกฝ่ายบอกว่าเขาเพิ่งออกไป รับสายโทรศัพท์แล้วออกไปด้วยความรีบร้อน ประชุมอีกสักครู่ก็เลื่อนด้วย

เจียงหร่านโทรหาฮั่วจี้หมิงทันที แต่หลังโทรติด เสียงไป่ชิงกลับดังเข้ามาในหู

“เสี่ยวหร่าน เธอโทรหาจี้หมิงใช่ไหม?”

“อาจารย์ไป่? พวกคุณอยู่ด้วยกันเหรอ?”

“ใช่ เธออย่าเข้าใจผิดนะ ตอนนี้เราอยู่โรงพยาบาล เฉิงเฉิงหกล้ม บาดเจ็บที่ขาเล็กน้อย แต่เธอไม่ต้องห่วง แค่บาดเจ็บภายนอก ไม่ร้ายแรง ตอนนี้จี้หมิงกำลังไปเอายากับเฉิงเฉิง อีกเดี๋ยวฉันให้เขาโทรกลับ......”

“ไม่ต้องหรอก เรื่องของเฉิงเฉิงสำคัญ พวกคุณจัดการก่อนเถอะ”

เจียงหร่านพูดจบแล้ววางสายทันที โดยไม่รอให้ไป่ชิงตอบ

ไป่ชิงอ้าปากพะงาบๆ สีหน้าไม่สู้ดีเล็กน้อย

เจียงหร่านไม่มีมารยาทเลยสักนิด

เธอเงยหน้าขึ้นมา เห็นฮั่วจี้หมิงพาฮั่วมู่เฉิงกลับมาแล้ว

“เจียงหร่านโทรหานาย ฉันรับสายแล้ว นายจะโทรกลับไหม?”

ไป่ชิงยื่นมือถือให้ฮั่วจี้หมิง

ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย เพิ่งรับมือถือมาก็โดนฮั่วมู่เฉิงคว้าแขนไว้

“พ่อ! ฉันเจ็บขา!”

รู้ว่าฮั่วมู่เฉิงจงใจทำ ฮั่วจี้หมิงจึงหยิกแก้มเขาไปหนึ่งที แล้วคืนมือถือให้ไป่ชิงอีกครั้ง

ตอนฮั่วจี้หมิงรับสายของไป่ชิง นึกว่าเกิดเรื่องใหญ่ หญิงสาวพูดอย่างร้อนใจว่าลูกตกลงมาจากชั้นบน มีเสียงร้องไห้ของฮั่วมู่เฉิงดังเข้ามาในมือถือด้วย เขาจึงรีบออกมา

แต่พอมาถึงโรงพยาบาล เห็นฮั่วมู่เฉิงมีแผลถลอกที่เข่าเล็กน้อย ยังไม่ทันถึงโรงพยาบาลแผลก็แห้งแล้ว

“เรื่องที่บริษัทเหรอ?”

“เธอบอกว่าไม่ได้มีเรื่องด่วนอะไร ให้นายทำธุระก่อน เธออาจจะแค่คิดถึงนายมั้ง”

ไป่ชิงพูดเสียงเรียบ ไม่มองฮั่วจี้หมิง น้ำเสียงเหน็บแนมเล็กน้อย

ฮั่วจี้หมิงคล้องแขนเธออย่างไร้ทางเลือก โดนเธอสะบัดออกสองครั้ง เขาก็ยังจับมือทั้งสองข้างของหญิงสาว

“คุณภรรยา”

ชายหนุ่มพูดเสียงเบาข้างหูไป่ชิง ทำให้เธออดยกยิ้มมุมปากไม่ได้

“นายยังมีภรรยาอีกคน”

“คำพูดนี้ทำร้ายจิตใจจัง ภรรยาของฉัน มีแค่เธอเท่านั้น”

ทั้งสองคนกระซิบกระซาบกัน แล้วเลี้ยวเข้ามาในทางเดินตึก

ฮั่วมู่เฉิงเห็นพ่อแม่อยู่ด้วยกัน เขายกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

มีแม่ของเขาอยู่ ช้าเร็วผู้หญิงไม่ดีอย่างเจียงหร่าน ก็ต้องออกไปจากบ้านเขา

“โอเค อย่างอแงในเวลาแบบนี้ ฉันโทรกลับไปหาเธอดีกว่า ไม่งั้นถ้าเธอสงสัยขึ้นมาจะวุ่นวายมาก”

“เธอไม่สงสัยนายหรอก ฉันว่าเธอโง่จะตาย หลงนายมาก นายคิดมากไปเอง”

“ไป่ชิง......”

“ฉันไม่สน ถ้านายโทรกลับไปหาเธอ แปลว่านายมีใจให้เธอ”

เมื่อก่อนแค่ง้อไป่ชิงก็หายงอนแล้ว แต่ครั้งนี้ฮั่วจี้หมิงพูดอยู่นาน ไป่ชิงก็ไม่ยอม

ฮั่วจี้หมิงก็ไม่อยากทำให้ไป่ชิงเสียใจ ทำได้แค่ตอบตกลงเท่านั้น

แต่ไป่ชิงก็พูดถูก เจียงหร่านหลงเขามาก เธอทำเพื่อเขาทุกอย่าง ไม่เคยสงสัยในคำพูดของเขาด้วย

เขามั่นใจมากว่ารับมือเจียงหร่านได้

หลังผ่านไปครึ่งชั่วโมง แม่ฮั่วโทรหาเจียงหร่านอีกครั้ง

“เจียงหร่าน เธอชักช้าอะไรอยู่? บริษัทอยู่ไม่ห่างจากบ้านเชียนเชียน เธอเป็นเต่าหรือไง?”

ครั้งนี้น้ำเสียงเธอแย่กว่าเดิม แต่ไม่ได้พูดจบแล้วรีบวางสายเหมือนเมื่อครู่

เจียงหร่านแสยะยิ้ม แล้วพูดเสียงเย็นชา “แม่ ตอนนี้ฉันประชุมอยู่ที่บริษัท ตอนนี้บริษัทอยู่ในช่วงสำคัญของการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ผิดพลาดเพียงนิดเดียวเท่ากับเสียหายมหาศาล ตอนนี้ฉันไปไม่ได้จริงๆ”

พอได้ยิน อีกฝ่ายเงียบไปไม่กี่วินาที

เหวินหัวถิงไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เจียงหร่านที่เชื่อฟังเธอมาตลอด กล้าปฏิเสธเธออย่างนั้นเหรอ?

“เจียงหร่าน เธอกินยาผิดหรือเปล่า? เธอกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ? เธอลืมกฎตระกูลฮั่วแล้วเหรอ ข้อแรกต้องเคารพ......”

“ฉันบอกว่าไปไม่ได้ เรื่องของจี้หมิงยิ่งใหญ่กว่าทุกอย่าง นี่คือสิ่งที่แม่สอนฉันเป็นประจำ”

เจียงหร่านพูดตัดบทเหวินหัวถิงด้วยเสียงเบา ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดต่อ เธอรีบพูดว่า “แต่เชียนเชียนกำลังอยู่เดือนหลังคลอด ต้องกินอาหารดีๆ

“เธออยากกินอะไร? เดี๋ยวฉันให้เลขาของจี้หมิงสั่งร้านอาหารมิชลินไปส่งอาหารให้เธอ ให้เชฟไปที่บ้านก็ได้ แค่เงินถึงก็ไม่ใช่ปัญหา บันทึกค่าใช้จ่ายไว้ในบัญชีบริษัทได้”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 30

    เขาไม่เคยไว้หน้าใครอยู่แล้ว ไม่สนใจเรื่องผู้หญิงด้วยดังนั้นแม้ถึงวัยที่แต่งงานมีลูกได้แล้ว ก็ไม่มีใครกล้าพูดกับผู้ใหญ่ตระกูลเจี่ยงคนระดับนี้โดนเจียงหร่านแย่งที่นั่ง คิดไม่ถึงว่าเขาไม่ต่อว่า กลับถามวิธีแก้ไขอย่างเป็นมิตร?เจียงหร่านรู้สึกได้ถึงสายตาของชายหนุ่ม ความกดดันเพิ่มขึ้นทันที แต่เธอสูดหายใจลึก ยังคงพูดต่อด้วยเสียงเบา“เคารพเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เอาข้อผิดพลาดมาแก้ไขให้ดีกว่าเดิม”เธอเงียบครู่หนึ่ง กวาดตามองโต๊ะงานเลี้ยงที่กว้างพอสมควร“พื้นที่ตรงนี้เหลือเฟือ เพิ่มเก้าอี้หนึ่งตัวไม่ใช่เรื่องยาก“ผู้จัดงานสามารถจัดที่นั่งแบบเดียวกันให้คุณเจี่ยงนั่งข้างฉันได้ทันที“ทำเช่นนี้ ทั้งรักษาหน้าตระกูลโจวได้ และแสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจของคุณเจี่ยงอย่างชัดเจน แล้วก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงใจและความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของผู้จัดงาน“ดีกว่าดึงดันให้ฉันออกจากที่นั่ง สร้างความขัดแย้งและกระอักกระอ่วนให้ทั้งสามฝ่ายเยอะไม่ใช่เหรอ?”เมื่อสิ้นเสียงของเธอ ทั้งโถงงานเลี้ยงเงียบกริบทันทีทุกคนตกตะลึงกับคำพูดอย่างใจเย็นถึงที่สุด แล้วก็มีไหวพริบเป็นอย่างมากของเจียงหร่าน!นี่ใช่ลู

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 29

    แต่เจียงหร่านยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ความสุขุมบนใบหน้าไม่เหมือนแสร้งทำแม้แต่น้อยผู้จัดงานเห็นเจียงหร่านไม่ยอมง่ายๆ แทบจะพูดอ้อนวอน “คุณเจียง เราทำงานพลาดจริงๆ! เราสามารถประสานงานเรื่องที่นั่งแขกคนสำคัญให้คุณได้ทันที รับรองว่าไม่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจแน่นอน!”“แต่ที่นั่งตรงนี้......ได้สำรองไว้นานแล้ว แขกคนสำคัญท่านนั้นจะถึงแล้ว ได้โปรดอย่าทำให้ผู้จัดการตัวเล็กๆ อย่างฉันลำบากใจเลย......”ยิ่งเจียงหร่านยื้อต่อไป ก็ยิ่งกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด เธอจะไปหรือไม่ไป สถานการณ์ก็ไม่สู้ดีอยู่แล้วรอยยิ้มได้ใจบนใบหน้าเหอซื่อเยว่ไม่สามารถซ่อนไว้ได้แล้ว เธอพูดอีกครั้ง “บางคนอวดดี สุดท้ายดันเสียหน้าเอง น่าอายจริงๆ”คำพูดของเหอซื่อเยว่มีความปลุกปั่นมาก คนจำนวนไม่น้อยเริ่มวิจารณ์ด้วยเสียงเบาทันที เห็นพ้องต้องกันว่าเจียงหร่านยอมให้ที่นั่งดีกว่าอย่างน้อยสามารถให้เหตุผลว่าไว้หน้าผู้จัดงาน พอรักษาภาพลักษณ์ได้เล็กน้อยถ้าสุดท้ายโดนเชิญออกไป หรือดึงดันอยู่ต่อแล้วเกิดความขัดแย้ง แบบนั้นจะดูไม่ดีมากเจียงหร่านยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย จัดท่านั่งนิดหน่อย รีบเรียบเรียงความคิด แล้วพูดอย่างใจเย็น“ฉันเข้าใ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 28

    เหอหว่านไม่ได้อยากช่วยเจียงหร่าน แต่ตอนอยู่ในห้องน้ำได้ยินเหอซื่อเยว่คุยกับคนอื่นเธอแค่ไม่อยากให้เหอซื่อเยว่ทำสำเร็จเท่านั้น......อีกอย่าง เจียงหร่านเป็นน้องสาวโจวเยี่ยนด้วยท่าทางปกป้องเจียงหร่านของโจวเยี่ยนเมื่อคืน เหมือนเธอจะทำอะไรเจียงหร่านอย่างไรอย่างนั้น“ขอบคุณความหวังดีของคุณเหอ แต่......ฉันอยากนั่งตรงนี้”เจียงหร่านหันมาดึงเก้าอี้ตรงตำแหน่งที่ว่าง แล้วนั่งลงทันที“เจียงหร่าน ใครให้เธอนั่งตรงนั้น เธอเป็นคนบ้านนอกหรือเปล่า ไม่รู้จักมารยาทเลยสักนิด!”เหอซื่อเยว่โมโหจนทนไม่ไหวแล้ว ลุกขึ้นมาพูดเสียงดังใส่เจียงหร่านโดยไม่สนใจภาพลักษณ์แม้แต่น้อย“ฉันไม่ค่อยเข้าใจหรอก เพราะฉันมาร่วมงานเลี้ยงแบบนี้ครั้งแรกจริงๆ”เจียงหร่านพูดด้วยท่าทีเหมาะสม เธอยิ้มบางๆ ว่าไปตามคำพูดของเหอซื่อเยว่เหอซื่อเยว่พูดไม่ออกเจียงหร่านยอมรับตรงๆ ว่าตัวเองขาดความรู้ ทำให้เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ“แต่ตอนที่ฉันมา ผู้จัดงานกับตระกูลโจวบอกฉันแล้ว ในฐานะที่เป็นมหาเศรษฐีเมืองไห่ ฉันต้องนั่งที่แขกคนสำคัญ ที่นั่งวีไอพี ไม่งั้นก็ถือว่าไม่ไว้หน้า"“ตรงนี้เป็นที่แขกคนสำคัญ ไม่มีป้ายชื่อด้วย ฉันหาป้ายชื่อขอ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 27

    แต่คิดไม่ถึงว่าเจียงหร่านหาที่นั่งจนทั่วแล้ว ก็ไม่เห็นชื่อของตัวเองตอนนี้ทุกคนนั่งกันหมดแล้ว เจียงหร่านที่ยืนเด่นคนเดียวอยู่ด้านข้าง ดูกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัดผู้จัดการที่รับผิดชอบเรื่องเสิร์ฟอาหารเดินเข้ามาเตือนด้วยความหวังดี “คุณเจียง ใกล้ทานอาหารแล้ว เชิญคุณรีบไปนั่งเถอะ”“โอเค”เจียงหร่านเห็นโต๊ะหนึ่งเหลือที่นั่งอยู่หนึ่งที่ เป็นที่นั่งของแขกคนสำคัญ เธอจึงเดินไป“ขอโทษนะ ที่นั่งตรงนี้นั่งไม่ได้”ขณะที่เจียงหร่านกำลังจะนั่ง เสียงผู้หญิงห้ามเธอไว้เจียงหร่านเงยหน้าขึ้น โลกกลมจริงๆ คนพูดคือเหอซื่อเยว่เธอยกยิ้มมุมปาก ปรายตามองเจียงหร่านอย่างมีเลศนัย คุณหนูสองสามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบก้มหน้าแอบขำ“ฉันหาที่นั่งไม่เจอ ตรงนี้ไม่มีชื่อไม่ใช่เหรอ?”เจียงหร่านมองอย่างละเอียด ตรงที่นั่งว่างไม่มีป้ายชื่อวางอยู่“เป็นที่สำรองไว้ สำหรับแขกคนสำคัญที่ไม่แน่ใจว่าจะมาหรือเปล่า ไม่วางชื่อไว้ก่อน ฉันนึกว่าทุกคนจะรู้เรื่องพวกนี้ซะอีก”เหมือนเหอซื่อเยว่อธิบายให้เจียงหร่านฟังอย่างใจเย็น แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยแอบแซะว่าเจียงหร่านไร้ความรู้เมื่อสิ้นเสียงของเธอ คนรอบๆ หัวเราะ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 26

    เจียงหร่านเจอสถานการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก ถึงพยายามปรับตัวขนาดไหนก็ประหม่าอยู่ดี“เธอคือใครเหรอ? ตัวแทนของโจวซื่อควรเป็นโจวเฮ่าจิงหรือไม่ก็คุณนายโจวไม่ใช่เหรอ?”“นายไม่รู้หรือไง เธอคือลูกสาวนอกสมรสของโจวซุน ว่ากันว่าฟลุกได้สืบทอดมรดกแสนล้าน”“ตระกูลโจวไม่มีคนอื่นแล้วเหรอ เธอมีความรู้เรื่องธุรกิจไหม ขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีได้ด้วยเหรอ?”“ว่ากันว่าตอนนี้ตระกูลโจววุ่นวายไปหมดแล้ว คนนอกที่ไม่รู้อะไรสักอย่างเป็นทายาทสืบทอดตระกูล ดูเหมือนตระกูลโจวใกล้พังพินาศแล้ว......”“ดูเธอแต่งตัวอลังการหรูหรา น่าจะคิดว่าที่นี่เป็นแคตวอล์กแน่ๆ......”“......”เจียงหร่านลังเลไม่กี่วินาที ไม่รู้ว่าเสียงวิจารณ์ดังมาจากส่วนไหนของงาน เสียงวิจารณ์เยอะขึ้นเรื่อยๆขณะที่เธอทำตัวไม่ถูกอยู่ด้านหน้าไมค์ เสียงปรบมือเสียงหนึ่งดังขึ้นโจวเยี่ยนเขาปรบมือขึ้นมาเป็นคนแรก พอเห็นการกระทำของเขา คนรอบๆ จำนวนไม่น้อยก็ปรบมือตามในที่สุดเสียงปรบมือประปรายก็ดึงความคิดของเจียงหร่านกลับมาเธอรีบตั้งสติ มองจอแสดงสคริปต์ที่อยู่ตรงหน้า คิดไม่ถึงว่าหน้าจอว่างเปล่า!เจียงหร่านรู้ทันทีว่าต้องมีคนแอบทำอะไรบางอย่าง ต้องการให

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 25

    ทุกครั้งที่เขาพูดจบ เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วงาน แม้แต่เจียงหร่านก็ปรบมือโดยไม่รู้ตัวคนที่มีความสามารถเฉพาะทางยอดเยี่ยม มีเสน่ห์เหลือล้นจริงๆเห็นๆ อยู่ว่าชายหนุ่มยืนอย่างเย็นชาอยู่บนเวที เหมือนรูปปั้นที่อยู่ไกลเกินเอื้อม แต่เจียงหร่านกลับรู้สึกว่าเขาหล่อและมีเสน่ห์ดึงดูดมากพอดูถ่ายทอดสดจบ เจียงหร่านคิดว่าเจี่ยงอี้เป็นคนเข้าถึงยากเล็กน้อยก็ปกติมากคนดีเลิศแบบนั้น ให้คนอื่นยกย่องชื่นชมก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าสังคม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องมีความรักไม่มีข้อความส่งมาในมือถืออีกเช่นกันในที่สุดเจียงหร่านเริ่มง่วงแล้ว นอนคลุมโปงแล้วหลับไปงานเลี้ยงวันรุ่งขึ้น โจวเฟิ่งถังอยู่ในงานสังสรรค์กับเจียงหร่านถึงกลางงาน ก่อนจะมีธุระให้ต้องกลับก่อนโจวเยี่ยนก็ยุ่งอยู่ตลอด ถ้าไม่มีคนโทรมา ก็มีคนเข้ามาคุยด้วยตรงกันข้ามกับเจียงหร่าน แม้เป็นทายาทตระกูลโจว นอกจากอยู่ข้างๆ โจวเฟิ่งถังกับโจวเยี่ยน แทบไม่มีใครเป็นฝ่ายเข้ามาคุยกับเธอเลย มีแต่ให้นามบัตรและทักทายตามมารยาทเจียงหร่านรู้ว่าคนที่มางานเลี้ยงเป็นคนใหญ่คนโตในวงการธุรกิจ ถึงพวกเขาเคารพตระกูลโจว แต่ส่วนใหญ่เคารพโจวซุนรวมถึงคนตระกูลโจว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status