Share

บทที่ 7

Penulis: ลิตเติ้ลชูการ์
“เธอกลัวอะไร?”

ฮั่วจี้หมิงหันมา โอบหญิงสาวเข้ามากอดด้วยความรัก เสียงอบอุ่นราวกับทำให้น้ำแข็งละลายได้

“ฉันกลัวคนตระกูลฮั่วแยกเราจากกัน กลัวฉันกับเฉิงเฉิงจะไม่มีตัวตนไปตลอดชีวิต กลัวว่าถ้าฉันแก่แล้ว นายจะ......เปลี่ยนใจ”

ไป่ชิงหลุบตาลง พูดไปเรื่อยๆ เสียงก็เริ่มสะอื้น

“ไม่หรอก”

ฮั่วจี้หมิงกุมใบหน้าหญิงสาวให้เงยขึ้นมา ใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาที่ขอบตาเธอเบาๆ

“ฉันเคยบอกแล้วว่าจะปกป้องเธอ ไม่มีใครขัดขวางไม่ให้เราอยู่ด้วยกันได้”

“ฉันไม่มีทางเปลี่ยนใจด้วย”

“จี้หมิง......”

ไป่ชิงซึ้งใจมาก หลับตาลงแล้วจูบริมฝีปากชายหนุ่มทันที

แม้บริษัทใกล้เข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ฮั่วจี้หมิงก็ยังทำตามคำขอของเธอ พาเธอกลับมาที่บ้าน

แต่ไป่ชิงรู้สึกว่าสองปีมานี้ ฮั่วจี้หมิงเปลี่ยนไปเยอะมาก

เขาไม่ได้คลั่งรักตัวเองเหมือนเมื่อก่อน ถึงขั้นที่ห่วงใยเจียงหร่านต่อหน้าเธอมากขึ้นเรื่อยๆ

ผู้หญิงอ่อนไหวและกังวลเสมอ ถึงไป่ชิงมั่นใจในตัวฮั่วจี้หมิงขนาดไหน ก็อดเป็นแบบนี้ไม่ได้

ฮั่วจี้หมิงโดนหญิงสาวจูบจนมีอารมณ์ มือใหญ่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาที่ท้ายทอยหญิงสาว ทั้งสองคนกลับมาที่ห้องนอน สัมผัสนุ่มนวลและใกล้ชิดกันมาก

แต่ทันใดนั้น ภาพของเจียงหร่านแวบเข้ามาในหัวฮั่วจี้หมิง

ในช่วงสำคัญ จู่ๆ เขาหยุดลง

“เป็นอะไร......”

ไป่ชิงตกใจ รีบดึงแขนฮั่วจี้หมิง

แต่ชายหนุ่มไม่สนใจเสียงห้าม พุ่งตรงไปที่ห้องน้ำ ดับความเร่าร้อนบนตัวทันที

สมองฮั่วจี้หมิงวุ่นวายไปหมด พอคิดถึงเจียงหร่าน อารมณ์ก็หายไปหมด

แต่เขาบอกเรื่องพวกนี้กับไป่ชิงไม่ได้อยู่แล้ว

“เหมือนท้องเสีย เมื่อกี้ฉันรู้สึกไม่สบายท้องมาก”

หลังออกมาจากห้องน้ำ ฮั่วจี้หมิงกอดและหอมหญิงสาวอีกครั้ง พูดขอโทษไม่หยุด

ถึงไป่ชิงไม่พอใจมาก แต่สองวันนี้ฮั่วจี้หมิงว่านอนสอนง่ายกับตัวเองมาก เธอเลยไม่ได้ว่าอะไร

เช้าตรู่วันต่อมา ฮั่วจี้หมิงมาถึงบริษัทอย่างรวดเร็ว

ระหว่างทางมีคนโทรหาเขา หุ้นส่วนสองสามรายที่กว่าจะเจรจามาได้ พากันยกเลิกความร่วมมือ

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

ฮั่วจี้หมิงโมโหมาก ในห้องประชุม ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ไม่มีใครกล้าพูด

“ประธานฮั่ว เป็นเพราะ......เพราะจ่ายเงินช้า......”

“จ่ายเงินช้า? จ่ายเงินช้าได้ยังไง?”

“เมื่อวานคุณไม่อยู่ ไม่มีคนเซ็นชื่อ......”

ฮั่วจี้หมิงชะงัก เขาเพิ่งนึกได้ว่าเมื่อวานไปข้างนอกกับไป่ชิง แล้วก็มีคนโทรมาคุยเรื่องนี้

แต่เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ เขาบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้ไปหาเจียงหร่าน?

“เมื่อวานผู้จัดการเจียงก็ไม่อยู่เหรอ? ทำไมถึงไม่ไปหาเธอ…”

ฮั่วจี้หมิงเพิ่งพูดออกมา ก็นึกได้ว่าในสายตาคนภายนอก เจียงหร่านไม่มีอำนาจเซ็นชื่อแทนเขา จึงทำได้แค่เก็บคำพูดเอาไว้

“ไม่ได้เรื่อง! ไสหัวไป!”

หลังจากด่าทุกคนยกใหญ่ ฮั่วจี้หมิงถึงเรียกเจียงหร่านเข้ามา

เจียงหร่านเพิ่งมาถึงบริษัทในเวลานี้เหมือนกัน ได้ยินจากไกลๆ ว่ายกเลิกความร่วมมือ ฮั่วจี้หมิงกำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

เพื่อนร่วมงานมาหาเจียงหร่านด้วยสีหน้าหนักใจ “ผู้จัดการเจียง ประธานฮั่วโมโหมาก ความร่วมมือล้มเหลว คุณรีบไปดูเถอะ”

เจียงหร่านตอบเสียงเรียบ “เข้าใจแล้ว”

ผลักประตูห้องทำงานอย่างรวดเร็ว

แม้ฮั่วจี้หมิงกำลังหัวร้อน แต่พอเห็นเจียงหร่าน เขาสงบสติอารมณ์ทันที “มาแล้วเหรอ”

เจียงหร่านเดินมาหน้าโต๊ะ “เมื่อวานตอนเลขานายมาให้ฉันเซ็นชื่อ ฉันกำลังนัดลูกค้าคนสำคัญ เลยรีบออกไปน่ะ”

น้ำเสียงของเธอดูจำใจแบบกำลังพอดี “นายก็รู้ว่าฉันไม่มีอำนาจแท้จริง เซ็นชื่อแทนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอยู่แล้ว ถ้าผิดพลาดขึ้นมา อย่าว่าแต่ฉันรับผิดชอบไม่ไหวเลย กลัวว่าจะทำให้นายเดือดร้อนด้วย”

พอพูดถึงตรงนี้ เธอถอนหายใจเบาๆ “แต่คิดไม่ถึงว่าหุ้นส่วนสองสามบริษัทนี้จะกระหายความสำเร็จและผลประโยชน์ระยะสั้นขนาดนี้ ช้าแค่วันเดียว ไม่ให้โอกาสเลยสักนิด”

ในน้ำเสียงของเจียงหร่านไม่ได้มีความขุ่นเคืองจนดูเกินไป แต่บอกปัญหาของการที่ “ไม่มีอำนาจแท้จริง” ได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่ว่าเธอไม่พยายามอย่างถึงที่สุด แต่เพราะเขาให้อำนาจเธอไม่มากพอ เพราะหุ้นส่วนไม่มีความเห็นอกเห็นใจ

เขามองสายตาราบเรียบของเจียงหร่าน ความสงสัยในใจที่คิดว่า “เธอจงใจให้เป็นเช่นนี้” หายวับไปทันที

เจียงหร่านคำนึงถึงบริษัทมาตลอด เมื่อวานยังเดินทางไกลไปพบลูกค้าโดยเฉพาะ จะจงใจทำให้เสียงานได้ยังไง? พูดกันตามจริงแล้ว เป็นเพราะตัวเองไม่ได้คิดถึงปัญหาที่เธอไม่มีอำนาจแท้จริง

กลับเป็นเขาเอง ช่วงสำคัญที่บริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เขายังวอกแวกไปอยู่กับไป่ชิง

ฮั่วจี้หมิงยิ่งคิด ยิ่งรู้สึกผิดต่อเจียงหร่าน

“จี้หมิง ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญ นายให้อำนาจบางส่วนในบริษัทกับฉัน ถ้ามีเรื่องฉุกเฉิน ฉันจะได้แก้ไขทันเวลา”

พอเห็นว่าได้จังหวะ เจียงหร่านถือโอกาสพูดทันที

ฮั่วจี้หมิงชะงักไป ในดวงตาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย

เขาคิดไม่ถึงว่าเจียงหร่านจะต้องการอำนาจ อีกฝ่ายเชื่อใจเขามาตลอด ต่อให้ต้องใช้ข้อมูลของบริษัท เจียงหร่านก็ตรวจดูตอนเขาอยู่ด้วย

“ทำไม ลำบากใจมากเหรอ? ถ้านายไม่วางใจ......”

“ไม่ได้ลำบากใจ ฉันวางใจให้อำนาจเธออยู่แล้ว”

ฮั่วจี้หมิงกลัวเจียงหร่านรู้ความคิดตัวเอง จึงตอบทันที

“แต่จะให้อำนาจเต็ม ต้องผ่านผู้ถือหุ้นทั้งหมด ฉันให้อำนาจบางส่วนกับเธอก่อนแล้วกัน”

“โอเค”

เจียงหร่านยิ้มบางๆ เธอรู้ว่าฮั่วจี้หมิงไม่มีทางยอมง่ายๆ

แต่มีอำนาจบางส่วน ก็เพียงพอให้เธอคัดลอกข้อมูลสำคัญจำนวนหนึ่งแล้ว

จะทำลายบริษัทของฮั่วจี้หมิง รีบร้อนไม่ได้

พอได้อำนาจ เจียงหร่านรีบคัดลอกข้อมูลสำคัญของบริษัทในช่วงสองปีที่ผ่านมา

มีข้อมูลพวกนี้อยู่ ในอนาคตไม่ว่าฮั่วจี้หมิงจะเสนอราคาหรือวางขายสินค้า เธอก็มีอำนาจตัดสินใจ

ช่วงเที่ยง จู่ๆ เจียงหร่านได้รับสายของเหวินหัวถิง แม่ของฮั่วจี้หมิง

“เชียนเชียนอยากกินอาหารที่เธอทำ ฉันบอกจี้หมิงแล้ว เธอรีบมาเลย!”

พอพูดจบ แม่ฮั่วก็วางสายทันที ไม่ใช่การปรึกษา แต่เป็นคำสั่ง

เจียงหร่านชินกับสิ่งนี้แล้ว ตั้งแต่ฮั่วจี้หมิงพาเธอมาที่ตระกูลฮั่ว แม่ฮั่วก็ไม่เคยมีท่าทีที่ดีกับเธอเลย

เหมือนเจียงหร่านติดหนี้บุญคุณตระกูลฮั่วอย่างไรอย่างนั้น ทุกคนในตระกูลฮั่วเอาแต่สั่งเธออย่างไม่เกรงกลัว

ในบ้านมีคนใช้แท้ๆ แต่เจียงหร่านต้องไปทำกับข้าว ทำงานบ้านให้พ่อแม่สามีทุกสัปดาห์

น้องสาวของฮั่วจี้หมิงตั้งท้อง บอกว่ากินอาหารที่คนอื่นทำไม่ลง ชอบรสมือของเธอ เธอต้องทำอาหารไปให้ทุกวัน

เพื่อไม่ให้ฮั่วจี้หมิงลำบากใจ เจียงหร่านอดทนมาสองปี

มองหน้าจอมือถือ ในดวงตาเจียงหร่านมีความเย็นยะเยือกฉายออกมาเล็กน้อย เธอวางมือถือไว้ด้านข้าง เปิดคอมพิวเตอร์อย่างไม่รีบร้อน ดูแผนโครงการของบริษัทในช่วงนี้

มีโครงการหนึ่งที่ไฮไลต์สีแดงไว้ เป็นโครงการสำคัญของบริษัทในช่วงนี้ ซึ่งเธอเป็นคนริเริ่มโครงการและทำมาถึงทุกวันนี้ ผู้รับผิดชอบของอีกฝ่ายยอมประสานงานกับตัวเองเท่านั้น

เจียงหร่านครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วไปเคาะประตูห้องทำงานฮั่วจี้หมิง

แต่เลขาของอีกฝ่ายบอกว่าเขาเพิ่งออกไป รับสายโทรศัพท์แล้วออกไปด้วยความรีบร้อน ประชุมอีกสักครู่ก็เลื่อนด้วย

เจียงหร่านโทรหาฮั่วจี้หมิงทันที แต่หลังโทรติด เสียงไป่ชิงกลับดังเข้ามาในหู

“เสี่ยวหร่าน เธอโทรหาจี้หมิงใช่ไหม?”

“อาจารย์ไป่? พวกคุณอยู่ด้วยกันเหรอ?”

“ใช่ เธออย่าเข้าใจผิดนะ ตอนนี้เราอยู่โรงพยาบาล เฉิงเฉิงหกล้ม บาดเจ็บที่ขาเล็กน้อย แต่เธอไม่ต้องห่วง แค่บาดเจ็บภายนอก ไม่ร้ายแรง ตอนนี้จี้หมิงกำลังไปเอายากับเฉิงเฉิง อีกเดี๋ยวฉันให้เขาโทรกลับ......”

“ไม่ต้องหรอก เรื่องของเฉิงเฉิงสำคัญ พวกคุณจัดการก่อนเถอะ”

เจียงหร่านพูดจบแล้ววางสายทันที โดยไม่รอให้ไป่ชิงตอบ

ไป่ชิงอ้าปากพะงาบๆ สีหน้าไม่สู้ดีเล็กน้อย

เจียงหร่านไม่มีมารยาทเลยสักนิด

เธอเงยหน้าขึ้นมา เห็นฮั่วจี้หมิงพาฮั่วมู่เฉิงกลับมาแล้ว

“เจียงหร่านโทรหานาย ฉันรับสายแล้ว นายจะโทรกลับไหม?”

ไป่ชิงยื่นมือถือให้ฮั่วจี้หมิง

ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย เพิ่งรับมือถือมาก็โดนฮั่วมู่เฉิงคว้าแขนไว้

“พ่อ! ฉันเจ็บขา!”

รู้ว่าฮั่วมู่เฉิงจงใจทำ ฮั่วจี้หมิงจึงหยิกแก้มเขาไปหนึ่งที แล้วคืนมือถือให้ไป่ชิงอีกครั้ง

ตอนฮั่วจี้หมิงรับสายของไป่ชิง นึกว่าเกิดเรื่องใหญ่ หญิงสาวพูดอย่างร้อนใจว่าลูกตกลงมาจากชั้นบน มีเสียงร้องไห้ของฮั่วมู่เฉิงดังเข้ามาในมือถือด้วย เขาจึงรีบออกมา

แต่พอมาถึงโรงพยาบาล เห็นฮั่วมู่เฉิงมีแผลถลอกที่เข่าเล็กน้อย ยังไม่ทันถึงโรงพยาบาลแผลก็แห้งแล้ว

“เรื่องที่บริษัทเหรอ?”

“เธอบอกว่าไม่ได้มีเรื่องด่วนอะไร ให้นายทำธุระก่อน เธออาจจะแค่คิดถึงนายมั้ง”

ไป่ชิงพูดเสียงเรียบ ไม่มองฮั่วจี้หมิง น้ำเสียงเหน็บแนมเล็กน้อย

ฮั่วจี้หมิงคล้องแขนเธออย่างไร้ทางเลือก โดนเธอสะบัดออกสองครั้ง เขาก็ยังจับมือทั้งสองข้างของหญิงสาว

“คุณภรรยา”

ชายหนุ่มพูดเสียงเบาข้างหูไป่ชิง ทำให้เธออดยกยิ้มมุมปากไม่ได้

“นายยังมีภรรยาอีกคน”

“คำพูดนี้ทำร้ายจิตใจจัง ภรรยาของฉัน มีแค่เธอเท่านั้น”

ทั้งสองคนกระซิบกระซาบกัน แล้วเลี้ยวเข้ามาในทางเดินตึก

ฮั่วมู่เฉิงเห็นพ่อแม่อยู่ด้วยกัน เขายกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

มีแม่ของเขาอยู่ ช้าเร็วผู้หญิงไม่ดีอย่างเจียงหร่าน ก็ต้องออกไปจากบ้านเขา

“โอเค อย่างอแงในเวลาแบบนี้ ฉันโทรกลับไปหาเธอดีกว่า ไม่งั้นถ้าเธอสงสัยขึ้นมาจะวุ่นวายมาก”

“เธอไม่สงสัยนายหรอก ฉันว่าเธอโง่จะตาย หลงนายมาก นายคิดมากไปเอง”

“ไป่ชิง......”

“ฉันไม่สน ถ้านายโทรกลับไปหาเธอ แปลว่านายมีใจให้เธอ”

เมื่อก่อนแค่ง้อไป่ชิงก็หายงอนแล้ว แต่ครั้งนี้ฮั่วจี้หมิงพูดอยู่นาน ไป่ชิงก็ไม่ยอม

ฮั่วจี้หมิงก็ไม่อยากทำให้ไป่ชิงเสียใจ ทำได้แค่ตอบตกลงเท่านั้น

แต่ไป่ชิงก็พูดถูก เจียงหร่านหลงเขามาก เธอทำเพื่อเขาทุกอย่าง ไม่เคยสงสัยในคำพูดของเขาด้วย

เขามั่นใจมากว่ารับมือเจียงหร่านได้

หลังผ่านไปครึ่งชั่วโมง แม่ฮั่วโทรหาเจียงหร่านอีกครั้ง

“เจียงหร่าน เธอชักช้าอะไรอยู่? บริษัทอยู่ไม่ห่างจากบ้านเชียนเชียน เธอเป็นเต่าหรือไง?”

ครั้งนี้น้ำเสียงเธอแย่กว่าเดิม แต่ไม่ได้พูดจบแล้วรีบวางสายเหมือนเมื่อครู่

เจียงหร่านแสยะยิ้ม แล้วพูดเสียงเย็นชา “แม่ ตอนนี้ฉันประชุมอยู่ที่บริษัท ตอนนี้บริษัทอยู่ในช่วงสำคัญของการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ผิดพลาดเพียงนิดเดียวเท่ากับเสียหายมหาศาล ตอนนี้ฉันไปไม่ได้จริงๆ”

พอได้ยิน อีกฝ่ายเงียบไปไม่กี่วินาที

เหวินหัวถิงไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เจียงหร่านที่เชื่อฟังเธอมาตลอด กล้าปฏิเสธเธออย่างนั้นเหรอ?

“เจียงหร่าน เธอกินยาผิดหรือเปล่า? เธอกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ? เธอลืมกฎตระกูลฮั่วแล้วเหรอ ข้อแรกต้องเคารพ......”

“ฉันบอกว่าไปไม่ได้ เรื่องของจี้หมิงยิ่งใหญ่กว่าทุกอย่าง นี่คือสิ่งที่แม่สอนฉันเป็นประจำ”

เจียงหร่านพูดตัดบทเหวินหัวถิงด้วยเสียงเบา ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดต่อ เธอรีบพูดว่า “แต่เชียนเชียนกำลังอยู่เดือนหลังคลอด ต้องกินอาหารดีๆ

“เธออยากกินอะไร? เดี๋ยวฉันให้เลขาของจี้หมิงสั่งร้านอาหารมิชลินไปส่งอาหารให้เธอ ให้เชฟไปที่บ้านก็ได้ แค่เงินถึงก็ไม่ใช่ปัญหา บันทึกค่าใช้จ่ายไว้ในบัญชีบริษัทได้”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 100

    นั่งรอเฉย ๆ อยู่นานเป็นค่อนวัน ความอดทนในการมาดูละครของโจวเฮ่าจิงก็หมดลงแล้วเขาถอนหายใจเบา ๆ และแววตาเยาะเย้ยก็ยิ่งลึกขึ้น“อย่าเพิ่งรีบไป คนกำลังจะมาถึงแล้ว”เจียงหร่านเหลือบดูเวลาครู่หนึ่ง แล้วตอบกลับอย่างเรียบเฉยพอเธอพูดจบ ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกพอดีร่างที่ผ่อนคลายของโจวเฮ่าจิงแข็งค้างขึ้นทันทีผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทมีทั้งหมดเจ็ดคน ไม่นับเขา เหยียนหมิงเถา และเจียงหร่าน อีกสี่คนที่เหลือล้วนเป็นผู้สนับสนุนที่เหนียวแน่นของเหยียนหมิงเถา และเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะออกหน้าเข้าร่วมประชุมแต่คนที่ผลักประตูเข้ามาในตอนนี้ กลับเป็นสองคนจากสี่ผู้ถือหุ้นนั้นพอดีชายวัยกลางคนสองคนที่อายุเกินห้าสิบ แต่งกายด้วยสูทอย่างเป็นทางการ เดินเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ พอเข้ามาแล้วก็ไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองโจวเฮ่าจิงอีก ใบหน้าซีดเผือดก่อนจะไปนั่งลงด้านข้างอย่างเงียบ ๆและยังไปนั่งอยู่ฝั่งข้างตัวของเจียงหร่านอีกด้วย“……”โจวเฮ่าจิงหายใจหนักขึ้นเล็กน้อย ใช้สองมือยันโต๊ะประชุมไว้ รู้สึกเหลือเชื่ออย่างยิ่งนี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?พอข่าวที่ว่ามีผู้ถือหุ้นมาร่วมประชุมแพร่ออกไป ไม่ถึงห้า

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 99

    “คุณเจี่ยง…” เจียงหร่านเพิ่งจะอ้าปากจะอธิบายเรื่องของฮั่วจี้หมิงเจี่ยงอี้กลับเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนว่า “เรื่องส่วนตัวของเธอ ฉันจะไม่ซักถามและไม่ก้าวก่าย แต่ตอนนี้เรามีสัญญาหมั้นกันอยู่ ฉันเชื่อว่าเธอจะจัดการเรื่องในอดีตของเธอให้เรียบร้อยได้”เขาไม่ได้ซักถาม ไม่ได้เรียกร้องอะไร ทำให้เจียงหร่านรู้สึกมีความรู้สึกผิดผุดขึ้นมาในใจเล็กน้อยเดิมทีเธอยังคิดว่า ด้วยสถานะของเจี่ยงอี้ เขาอาจจะใส่ใจเรื่องในอดีตของเธอ หรือถึงขั้นซักถามรายละเอียด แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะไม่ถามอะไรสักคำ“ฉัน… ฉันจะรีบจัดการให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด เชื่อใจฉันนะ!”ตอนนี้เองเจียงหร่านเพิ่งตระหนักได้ว่า คนตรงหน้าให้ความสำคัญกับสัญญาหมั้นนี้จริง ๆ และแม้แต่ท่าทีที่มีต่อเธอก็เต็มไปด้วยความเคารพเจี่ยงอี้พยักหน้ารับ แต่ในใจกลับมีความรู้สึกแปลก ๆ วาบผ่านขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้เขาไม่ใช่ไม่เคยตรวจสอบประวัติของเจียงหร่าน ความสัมพันธ์หกปีไม่ใช่ช่วงเวลาสั้น ๆ สำหรับใครก็ตาม แล้วในใจของเธอจะยังปล่อยวางผู้ชายชื่อฮั่วจี้หมิงคนนั้นไม่ได้ไหม?เขากดความหงุดหงิดเล็ก ๆ ที่อธิบายไม่ได้ในใจเอาไว้ แล้วเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ว่า “

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 98

    เจียงหร่านพยักหน้า นึกขึ้นได้ว่าเจี่ยงอี้ไม่ชอบกินหวาน จึงถามต่อว่าเขากินเผ็ดได้ไหมพอเห็นชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย เธอก็เข้าใจทันทีและพูดต่อว่า “ได้ค่ะ ฉันจำไว้แล้ว คุณเจี่ยงไม่ชอบกินหวาน และกินเผ็ดไม่ได้”“กินบ้างก็ได้ ไม่เป็นไร” เจี่ยงอี้พูดเขาเป็นคนกินง่าย ๆ แต่โดยทั่วไปก็ไม่ค่อยกินรสจัดเท่าไรเจียงหร่านไม่พูดอะไรต่อ สวมผ้ากันเปื้อนแล้วเริ่มลงมือทำอาหารทันทีครัวเป็นแบบกึ่งเปิด ทำให้มองเห็นร่างของหญิงสาวที่กำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารได้ตลอดทั้งขั้นตอนสายตาของเจี่ยงอี้ก็ไม่อาจละไปจากเจียงหร่านได้เลยทันใดนั้น เขาก็เหมือนจะเริ่มเข้าใจความรู้สึกของสองผู้เฒ่าจอมซนที่คอยเป็นห่วงเรื่องแต่งงานของเขามาตลอดในตระกูลใหญ่ ความสัมพันธ์ทางใจมักถูกวางไว้รองจากผลประโยชน์เสมอ พ่อแม่ของเจี่ยงอี้แยกทางกันตั้งแต่เขายังไม่ทันเกิดในตระกูลเจี่ยง มีเพียงคุณปู่กับคุณย่าของเจี่ยงอี้เท่านั้นที่รักกันอย่างแท้จริง และจับมือกันใช้ชีวิตร่วมกันมาเกือบทั้งชีวิต“มีคนที่รู้จักห่วงใย รู้จักใส่ใจ และอยู่เคียงข้างกันไปยาว ๆ มันไม่ดีเหรอ? หรือแกคิดว่าจะทุ่มเทให้กับงานไปได้ทั้งชีวิต? เวลากลับบ้านแล้วเห็นมีคน

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 97

    เจียงหร่านพูดไปพลาง ก็สังเกตเห็นสาวใช้ที่เพิ่งดูแลคุณย่าเมื่อครู่ยืนแอบมองพวกเขาอยู่ด้านข้างเธอส่งสายตาให้เจี่ยงอี้ เจี่ยงอี้เหลือบมองไปทางนั้นเล็กน้อย แต่ถึงไม่ต้องมองเขาก็เดาได้อยู่แล้ว“ปู่กับย่าของฉันก็เป็นแบบนี้แหละ เธอค่อย ๆ ชินไปก็แล้วกัน ครั้งหน้าถ้าไม่สะดวก ก็ปฏิเสธได้ตรง ๆ เลยนะ”เจียงหร่านส่ายหน้า “จริง ๆ แล้ววันนี้ฉันก็อยากพบคุณเจี่ยงเหมือนกันค่ะ โปรเจกต์ของตระกูลโจวฉันจัดการสำเร็จแล้ว การช่วยเหลือของคุณเจี่ยงมีส่วนสำคัญมาก ฉันตั้งใจจะขอบคุณคุณอย่างจริงจังอยู่แล้ว”เจี่ยงอี้เอ่ยเสียงเบา “เรื่องเล็กน้อย ไม่ต้องเกรงใจหรอก”“ไม่ใช่เกรงใจ แต่ฉันตั้งใจจริง ๆ อยากทำอะไรสักอย่างให้คุณเจี่ยงค่ะ ขอฉันคิดก่อนนะ… ฉันควรจะขอบคุณคุณเจี่ยงด้วยอะไรดี?”ประโยคนี้ของเจียงหร่านออกจะเหมือนพูดพึมพำกับตัวเองอยู่เล็กน้อยเจี่ยงอี้ไม่ขาดอะไรเลย ทำให้ชั่วขณะหนึ่งเธอนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าควรขอบคุณเขาอย่างไร“ขอบคุณ?”เจี่ยงอี้ไม่คาดคิดว่าเจียงหร่านจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมา แต่จู่ ๆ เขากลับรู้สึกมีความคาดหวังบางอย่างขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้“คุณเจี่ยงทานข้าวเย็นหรือยังคะ?”เจียงหร่านคิดอยู่ครู่หน

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 96

    เจียงหร่านไม่คิดว่าเจี่ยงอี้จะกลับมากะทันหัน หน้าเธอแดงขึ้นทันที “คุณเจี่ยง… คุณกลับมาตอนไหนคะ…”ทั้งที่คุณย่าเจี่ยงบอกชัด ๆ ว่าคืนนี้เจี่ยงอี้มีงานต้องยุ่งจนดึกแท้ ๆ“บอกว่าอาการหนักไม่ใช่เหรอครับ? ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง”แม้น้ำเสียงของเจี่ยงอี้จะฟังดูเย็นชา แต่ความเป็นห่วงที่มีต่อคุณย่าไม่ใช่ของปลอม เขาเดินเข้าไปหาคุณย่าอย่างรวดเร็วแล้วก้มลงดูสภาพของท่านอย่างละเอียดอีกฝ่ายรีบปล่อยมือที่จับเจียงหร่านอยู่ แต่สีหน้าของคุณย่ากลับดูสดใสมีเลือดฝาด ไม่เหมือนตอนโทรมาบอกว่าแทบจะทนไม่ไหว แถมยังไม่ยอมไปโรงพยาบาล และยืนกรานให้เขารีบกลับมาทันทีเลยสักนิด“ก็… เมื่อกี้มันค่อนข้างหนักจริง ๆ แหละ แต่พอเสี่ยวหร่านอยู่เป็นเพื่อนย่าครึ่งวัน ร่างกายย่าก็รู้สึกสบายขึ้นไปหมดเลย”คุณย่าเจี่ยงกระแอมเบา ๆ แล้วชายตามองเจียงหร่านอย่างเกรงใจ “หลานรัก ต้องช่วยย่าขอบคุณเสี่ยวหร่านดี ๆ นะ เดิมทีเธอมีงาน แต่ยอมยกเลิกเพื่อมานั่งเป็นเพื่อนย่าเลย”“……” เจี่ยงอี้นิ่งไปชั่วครู่ พูดไม่ออกพอเจียงหร่านได้ยินแบบนั้น ก็เข้าใจทันทีว่าที่คุณย่าเจี่ยงเรียกเธอให้มาวันนี้เพราะอะไรประมาทไปแล้วเมื่อกี้คุณย่า

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 95

    “ฉันได้ยินมาว่า งานหมั้นจัดได้ดีมากเลยใช่ไหม ประธานเจี่ยงคงพอใจในตัวน้องเจียงหร่านไม่น้อยสินะ?”โจวเฮ่าจิงแค่พูดไม่กี่คำก็แฝงความเหน็บใส่เจียงหร่านทันทีในโปรเจกต์นี้ มีเงินลงทุนส่วนหนึ่งที่บังเอิญมาจากเครือของเจี่ยงซื่อพอดีคำพูดของเขากำลังสื่อว่าเจียงหร่านพึ่งพาเจี่ยงอี้ไม่ได้พึ่งพาตระกูลโจว แต่กลับพึ่งพาเจี่ยงอี้ ถึงจะไม่ถือว่าผิดสัญญาเดิมพัน แต่ถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไปก็ยังทำให้คนอื่นไม่ยอมรับอยู่ดี ใครจะรู้กันล่ะว่าเจี่ยงอี้ช่วยแค่ครั้งเดียว หรือช่วยมาตั้งแต่ต้นจนจบ“โจวเฮ่าจิง ฉันพาทีมของตัวเองมาทำงานอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา เพื่อช่วยคุณเก็บกวาดปัญหาที่ค้างอยู่ แต่แทนที่ฉันจะได้รับคำขอบคุณจากคุณ กลับถูกคุณตั้งคำถามถึงความสามารถแบบนี้ ฉันรู้สึกผิดหวังมาก ถ้าอย่างนั้นคุณลองโทรไปถามประธานเจี่ยงดูสิว่าเขามองโปรเจกต์นี้อย่างไร เขาลงทุนเพราะตัวโปรเจกต์ หรือเพราะตัวฉันกันแน่”เจียงหร่านฉีกหน้ากากเสียดสีของโจวเฮ่าจิงออกตรง ๆ ทำให้เขาเองก็เสียหน้าอยู่ไม่น้อยโจวเฮ่าจิงยิ้มบาง ๆ เขาไม่มีทางโทรหาเจี่ยงอี้อยู่แล้ว“นี่เป็นเรื่องภายในของพวกเรา จะไปดึงประธานเจี่ยงเข้ามาเกี่ยวได้ยังไง น้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status