Share

บทที่ 7

Author: ลิตเติ้ลชูการ์
“เธอกลัวอะไร?”

ฮั่วจี้หมิงหันมา โอบหญิงสาวเข้ามากอดด้วยความรัก เสียงอบอุ่นราวกับทำให้น้ำแข็งละลายได้

“ฉันกลัวคนตระกูลฮั่วแยกเราจากกัน กลัวฉันกับเฉิงเฉิงจะไม่มีตัวตนไปตลอดชีวิต กลัวว่าถ้าฉันแก่แล้ว นายจะ......เปลี่ยนใจ”

ไป่ชิงหลุบตาลง พูดไปเรื่อยๆ เสียงก็เริ่มสะอื้น

“ไม่หรอก”

ฮั่วจี้หมิงกุมใบหน้าหญิงสาวให้เงยขึ้นมา ใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาที่ขอบตาเธอเบาๆ

“ฉันเคยบอกแล้วว่าจะปกป้องเธอ ไม่มีใครขัดขวางไม่ให้เราอยู่ด้วยกันได้”

“ฉันไม่มีทางเปลี่ยนใจด้วย”

“จี้หมิง......”

ไป่ชิงซึ้งใจมาก หลับตาลงแล้วจูบริมฝีปากชายหนุ่มทันที

แม้บริษัทใกล้เข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ฮั่วจี้หมิงก็ยังทำตามคำขอของเธอ พาเธอกลับมาที่บ้าน

แต่ไป่ชิงรู้สึกว่าสองปีมานี้ ฮั่วจี้หมิงเปลี่ยนไปเยอะมาก

เขาไม่ได้คลั่งรักตัวเองเหมือนเมื่อก่อน ถึงขั้นที่ห่วงใยเจียงหร่านต่อหน้าเธอมากขึ้นเรื่อยๆ

ผู้หญิงอ่อนไหวและกังวลเสมอ ถึงไป่ชิงมั่นใจในตัวฮั่วจี้หมิงขนาดไหน ก็อดเป็นแบบนี้ไม่ได้

ฮั่วจี้หมิงโดนหญิงสาวจูบจนมีอารมณ์ มือใหญ่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาที่ท้ายทอยหญิงสาว ทั้งสองคนกลับมาที่ห้องนอน สัมผัสนุ่มนวลและใกล้ชิดกันมาก

แต่ทันใดนั้น ภาพของเจียงหร่านแวบเข้ามาในหัวฮั่วจี้หมิง

ในช่วงสำคัญ จู่ๆ เขาหยุดลง

“เป็นอะไร......”

ไป่ชิงตกใจ รีบดึงแขนฮั่วจี้หมิง

แต่ชายหนุ่มไม่สนใจเสียงห้าม พุ่งตรงไปที่ห้องน้ำ ดับความเร่าร้อนบนตัวทันที

สมองฮั่วจี้หมิงวุ่นวายไปหมด พอคิดถึงเจียงหร่าน อารมณ์ก็หายไปหมด

แต่เขาบอกเรื่องพวกนี้กับไป่ชิงไม่ได้อยู่แล้ว

“เหมือนท้องเสีย เมื่อกี้ฉันรู้สึกไม่สบายท้องมาก”

หลังออกมาจากห้องน้ำ ฮั่วจี้หมิงกอดและหอมหญิงสาวอีกครั้ง พูดขอโทษไม่หยุด

ถึงไป่ชิงไม่พอใจมาก แต่สองวันนี้ฮั่วจี้หมิงว่านอนสอนง่ายกับตัวเองมาก เธอเลยไม่ได้ว่าอะไร

เช้าตรู่วันต่อมา ฮั่วจี้หมิงมาถึงบริษัทอย่างรวดเร็ว

ระหว่างทางมีคนโทรหาเขา หุ้นส่วนสองสามรายที่กว่าจะเจรจามาได้ พากันยกเลิกความร่วมมือ

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

ฮั่วจี้หมิงโมโหมาก ในห้องประชุม ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ไม่มีใครกล้าพูด

“ประธานฮั่ว เป็นเพราะ......เพราะจ่ายเงินช้า......”

“จ่ายเงินช้า? จ่ายเงินช้าได้ยังไง?”

“เมื่อวานคุณไม่อยู่ ไม่มีคนเซ็นชื่อ......”

ฮั่วจี้หมิงชะงัก เขาเพิ่งนึกได้ว่าเมื่อวานไปข้างนอกกับไป่ชิง แล้วก็มีคนโทรมาคุยเรื่องนี้

แต่เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ เขาบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้ไปหาเจียงหร่าน?

“เมื่อวานผู้จัดการเจียงก็ไม่อยู่เหรอ? ทำไมถึงไม่ไปหาเธอ…”

ฮั่วจี้หมิงเพิ่งพูดออกมา ก็นึกได้ว่าในสายตาคนภายนอก เจียงหร่านไม่มีอำนาจเซ็นชื่อแทนเขา จึงทำได้แค่เก็บคำพูดเอาไว้

“ไม่ได้เรื่อง! ไสหัวไป!”

หลังจากด่าทุกคนยกใหญ่ ฮั่วจี้หมิงถึงเรียกเจียงหร่านเข้ามา

เจียงหร่านเพิ่งมาถึงบริษัทในเวลานี้เหมือนกัน ได้ยินจากไกลๆ ว่ายกเลิกความร่วมมือ ฮั่วจี้หมิงกำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

เพื่อนร่วมงานมาหาเจียงหร่านด้วยสีหน้าหนักใจ “ผู้จัดการเจียง ประธานฮั่วโมโหมาก ความร่วมมือล้มเหลว คุณรีบไปดูเถอะ”

เจียงหร่านตอบเสียงเรียบ “เข้าใจแล้ว”

ผลักประตูห้องทำงานอย่างรวดเร็ว

แม้ฮั่วจี้หมิงกำลังหัวร้อน แต่พอเห็นเจียงหร่าน เขาสงบสติอารมณ์ทันที “มาแล้วเหรอ”

เจียงหร่านเดินมาหน้าโต๊ะ “เมื่อวานตอนเลขานายมาให้ฉันเซ็นชื่อ ฉันกำลังนัดลูกค้าคนสำคัญ เลยรีบออกไปน่ะ”

น้ำเสียงของเธอดูจำใจแบบกำลังพอดี “นายก็รู้ว่าฉันไม่มีอำนาจแท้จริง เซ็นชื่อแทนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอยู่แล้ว ถ้าผิดพลาดขึ้นมา อย่าว่าแต่ฉันรับผิดชอบไม่ไหวเลย กลัวว่าจะทำให้นายเดือดร้อนด้วย”

พอพูดถึงตรงนี้ เธอถอนหายใจเบาๆ “แต่คิดไม่ถึงว่าหุ้นส่วนสองสามบริษัทนี้จะกระหายความสำเร็จและผลประโยชน์ระยะสั้นขนาดนี้ ช้าแค่วันเดียว ไม่ให้โอกาสเลยสักนิด”

ในน้ำเสียงของเจียงหร่านไม่ได้มีความขุ่นเคืองจนดูเกินไป แต่บอกปัญหาของการที่ “ไม่มีอำนาจแท้จริง” ได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่ว่าเธอไม่พยายามอย่างถึงที่สุด แต่เพราะเขาให้อำนาจเธอไม่มากพอ เพราะหุ้นส่วนไม่มีความเห็นอกเห็นใจ

เขามองสายตาราบเรียบของเจียงหร่าน ความสงสัยในใจที่คิดว่า “เธอจงใจให้เป็นเช่นนี้” หายวับไปทันที

เจียงหร่านคำนึงถึงบริษัทมาตลอด เมื่อวานยังเดินทางไกลไปพบลูกค้าโดยเฉพาะ จะจงใจทำให้เสียงานได้ยังไง? พูดกันตามจริงแล้ว เป็นเพราะตัวเองไม่ได้คิดถึงปัญหาที่เธอไม่มีอำนาจแท้จริง

กลับเป็นเขาเอง ช่วงสำคัญที่บริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เขายังวอกแวกไปอยู่กับไป่ชิง

ฮั่วจี้หมิงยิ่งคิด ยิ่งรู้สึกผิดต่อเจียงหร่าน

“จี้หมิง ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญ นายให้อำนาจบางส่วนในบริษัทกับฉัน ถ้ามีเรื่องฉุกเฉิน ฉันจะได้แก้ไขทันเวลา”

พอเห็นว่าได้จังหวะ เจียงหร่านถือโอกาสพูดทันที

ฮั่วจี้หมิงชะงักไป ในดวงตาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย

เขาคิดไม่ถึงว่าเจียงหร่านจะต้องการอำนาจ อีกฝ่ายเชื่อใจเขามาตลอด ต่อให้ต้องใช้ข้อมูลของบริษัท เจียงหร่านก็ตรวจดูตอนเขาอยู่ด้วย

“ทำไม ลำบากใจมากเหรอ? ถ้านายไม่วางใจ......”

“ไม่ได้ลำบากใจ ฉันวางใจให้อำนาจเธออยู่แล้ว”

ฮั่วจี้หมิงกลัวเจียงหร่านรู้ความคิดตัวเอง จึงตอบทันที

“แต่จะให้อำนาจเต็ม ต้องผ่านผู้ถือหุ้นทั้งหมด ฉันให้อำนาจบางส่วนกับเธอก่อนแล้วกัน”

“โอเค”

เจียงหร่านยิ้มบางๆ เธอรู้ว่าฮั่วจี้หมิงไม่มีทางยอมง่ายๆ

แต่มีอำนาจบางส่วน ก็เพียงพอให้เธอคัดลอกข้อมูลสำคัญจำนวนหนึ่งแล้ว

จะทำลายบริษัทของฮั่วจี้หมิง รีบร้อนไม่ได้

พอได้อำนาจ เจียงหร่านรีบคัดลอกข้อมูลสำคัญของบริษัทในช่วงสองปีที่ผ่านมา

มีข้อมูลพวกนี้อยู่ ในอนาคตไม่ว่าฮั่วจี้หมิงจะเสนอราคาหรือวางขายสินค้า เธอก็มีอำนาจตัดสินใจ

ช่วงเที่ยง จู่ๆ เจียงหร่านได้รับสายของเหวินหัวถิง แม่ของฮั่วจี้หมิง

“เชียนเชียนอยากกินอาหารที่เธอทำ ฉันบอกจี้หมิงแล้ว เธอรีบมาเลย!”

พอพูดจบ แม่ฮั่วก็วางสายทันที ไม่ใช่การปรึกษา แต่เป็นคำสั่ง

เจียงหร่านชินกับสิ่งนี้แล้ว ตั้งแต่ฮั่วจี้หมิงพาเธอมาที่ตระกูลฮั่ว แม่ฮั่วก็ไม่เคยมีท่าทีที่ดีกับเธอเลย

เหมือนเจียงหร่านติดหนี้บุญคุณตระกูลฮั่วอย่างไรอย่างนั้น ทุกคนในตระกูลฮั่วเอาแต่สั่งเธออย่างไม่เกรงกลัว

ในบ้านมีคนใช้แท้ๆ แต่เจียงหร่านต้องไปทำกับข้าว ทำงานบ้านให้พ่อแม่สามีทุกสัปดาห์

น้องสาวของฮั่วจี้หมิงตั้งท้อง บอกว่ากินอาหารที่คนอื่นทำไม่ลง ชอบรสมือของเธอ เธอต้องทำอาหารไปให้ทุกวัน

เพื่อไม่ให้ฮั่วจี้หมิงลำบากใจ เจียงหร่านอดทนมาสองปี

มองหน้าจอมือถือ ในดวงตาเจียงหร่านมีความเย็นยะเยือกฉายออกมาเล็กน้อย เธอวางมือถือไว้ด้านข้าง เปิดคอมพิวเตอร์อย่างไม่รีบร้อน ดูแผนโครงการของบริษัทในช่วงนี้

มีโครงการหนึ่งที่ไฮไลต์สีแดงไว้ เป็นโครงการสำคัญของบริษัทในช่วงนี้ ซึ่งเธอเป็นคนริเริ่มโครงการและทำมาถึงทุกวันนี้ ผู้รับผิดชอบของอีกฝ่ายยอมประสานงานกับตัวเองเท่านั้น

เจียงหร่านครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วไปเคาะประตูห้องทำงานฮั่วจี้หมิง

แต่เลขาของอีกฝ่ายบอกว่าเขาเพิ่งออกไป รับสายโทรศัพท์แล้วออกไปด้วยความรีบร้อน ประชุมอีกสักครู่ก็เลื่อนด้วย

เจียงหร่านโทรหาฮั่วจี้หมิงทันที แต่หลังโทรติด เสียงไป่ชิงกลับดังเข้ามาในหู

“เสี่ยวหร่าน เธอโทรหาจี้หมิงใช่ไหม?”

“อาจารย์ไป่? พวกคุณอยู่ด้วยกันเหรอ?”

“ใช่ เธออย่าเข้าใจผิดนะ ตอนนี้เราอยู่โรงพยาบาล เฉิงเฉิงหกล้ม บาดเจ็บที่ขาเล็กน้อย แต่เธอไม่ต้องห่วง แค่บาดเจ็บภายนอก ไม่ร้ายแรง ตอนนี้จี้หมิงกำลังไปเอายากับเฉิงเฉิง อีกเดี๋ยวฉันให้เขาโทรกลับ......”

“ไม่ต้องหรอก เรื่องของเฉิงเฉิงสำคัญ พวกคุณจัดการก่อนเถอะ”

เจียงหร่านพูดจบแล้ววางสายทันที โดยไม่รอให้ไป่ชิงตอบ

ไป่ชิงอ้าปากพะงาบๆ สีหน้าไม่สู้ดีเล็กน้อย

เจียงหร่านไม่มีมารยาทเลยสักนิด

เธอเงยหน้าขึ้นมา เห็นฮั่วจี้หมิงพาฮั่วมู่เฉิงกลับมาแล้ว

“เจียงหร่านโทรหานาย ฉันรับสายแล้ว นายจะโทรกลับไหม?”

ไป่ชิงยื่นมือถือให้ฮั่วจี้หมิง

ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย เพิ่งรับมือถือมาก็โดนฮั่วมู่เฉิงคว้าแขนไว้

“พ่อ! ฉันเจ็บขา!”

รู้ว่าฮั่วมู่เฉิงจงใจทำ ฮั่วจี้หมิงจึงหยิกแก้มเขาไปหนึ่งที แล้วคืนมือถือให้ไป่ชิงอีกครั้ง

ตอนฮั่วจี้หมิงรับสายของไป่ชิง นึกว่าเกิดเรื่องใหญ่ หญิงสาวพูดอย่างร้อนใจว่าลูกตกลงมาจากชั้นบน มีเสียงร้องไห้ของฮั่วมู่เฉิงดังเข้ามาในมือถือด้วย เขาจึงรีบออกมา

แต่พอมาถึงโรงพยาบาล เห็นฮั่วมู่เฉิงมีแผลถลอกที่เข่าเล็กน้อย ยังไม่ทันถึงโรงพยาบาลแผลก็แห้งแล้ว

“เรื่องที่บริษัทเหรอ?”

“เธอบอกว่าไม่ได้มีเรื่องด่วนอะไร ให้นายทำธุระก่อน เธออาจจะแค่คิดถึงนายมั้ง”

ไป่ชิงพูดเสียงเรียบ ไม่มองฮั่วจี้หมิง น้ำเสียงเหน็บแนมเล็กน้อย

ฮั่วจี้หมิงคล้องแขนเธออย่างไร้ทางเลือก โดนเธอสะบัดออกสองครั้ง เขาก็ยังจับมือทั้งสองข้างของหญิงสาว

“คุณภรรยา”

ชายหนุ่มพูดเสียงเบาข้างหูไป่ชิง ทำให้เธออดยกยิ้มมุมปากไม่ได้

“นายยังมีภรรยาอีกคน”

“คำพูดนี้ทำร้ายจิตใจจัง ภรรยาของฉัน มีแค่เธอเท่านั้น”

ทั้งสองคนกระซิบกระซาบกัน แล้วเลี้ยวเข้ามาในทางเดินตึก

ฮั่วมู่เฉิงเห็นพ่อแม่อยู่ด้วยกัน เขายกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

มีแม่ของเขาอยู่ ช้าเร็วผู้หญิงไม่ดีอย่างเจียงหร่าน ก็ต้องออกไปจากบ้านเขา

“โอเค อย่างอแงในเวลาแบบนี้ ฉันโทรกลับไปหาเธอดีกว่า ไม่งั้นถ้าเธอสงสัยขึ้นมาจะวุ่นวายมาก”

“เธอไม่สงสัยนายหรอก ฉันว่าเธอโง่จะตาย หลงนายมาก นายคิดมากไปเอง”

“ไป่ชิง......”

“ฉันไม่สน ถ้านายโทรกลับไปหาเธอ แปลว่านายมีใจให้เธอ”

เมื่อก่อนแค่ง้อไป่ชิงก็หายงอนแล้ว แต่ครั้งนี้ฮั่วจี้หมิงพูดอยู่นาน ไป่ชิงก็ไม่ยอม

ฮั่วจี้หมิงก็ไม่อยากทำให้ไป่ชิงเสียใจ ทำได้แค่ตอบตกลงเท่านั้น

แต่ไป่ชิงก็พูดถูก เจียงหร่านหลงเขามาก เธอทำเพื่อเขาทุกอย่าง ไม่เคยสงสัยในคำพูดของเขาด้วย

เขามั่นใจมากว่ารับมือเจียงหร่านได้

หลังผ่านไปครึ่งชั่วโมง แม่ฮั่วโทรหาเจียงหร่านอีกครั้ง

“เจียงหร่าน เธอชักช้าอะไรอยู่? บริษัทอยู่ไม่ห่างจากบ้านเชียนเชียน เธอเป็นเต่าหรือไง?”

ครั้งนี้น้ำเสียงเธอแย่กว่าเดิม แต่ไม่ได้พูดจบแล้วรีบวางสายเหมือนเมื่อครู่

เจียงหร่านแสยะยิ้ม แล้วพูดเสียงเย็นชา “แม่ ตอนนี้ฉันประชุมอยู่ที่บริษัท ตอนนี้บริษัทอยู่ในช่วงสำคัญของการเข้าตลาดหลักทรัพย์ ผิดพลาดเพียงนิดเดียวเท่ากับเสียหายมหาศาล ตอนนี้ฉันไปไม่ได้จริงๆ”

พอได้ยิน อีกฝ่ายเงียบไปไม่กี่วินาที

เหวินหัวถิงไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เจียงหร่านที่เชื่อฟังเธอมาตลอด กล้าปฏิเสธเธออย่างนั้นเหรอ?

“เจียงหร่าน เธอกินยาผิดหรือเปล่า? เธอกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ? เธอลืมกฎตระกูลฮั่วแล้วเหรอ ข้อแรกต้องเคารพ......”

“ฉันบอกว่าไปไม่ได้ เรื่องของจี้หมิงยิ่งใหญ่กว่าทุกอย่าง นี่คือสิ่งที่แม่สอนฉันเป็นประจำ”

เจียงหร่านพูดตัดบทเหวินหัวถิงด้วยเสียงเบา ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พูดต่อ เธอรีบพูดว่า “แต่เชียนเชียนกำลังอยู่เดือนหลังคลอด ต้องกินอาหารดีๆ

“เธออยากกินอะไร? เดี๋ยวฉันให้เลขาของจี้หมิงสั่งร้านอาหารมิชลินไปส่งอาหารให้เธอ ให้เชฟไปที่บ้านก็ได้ แค่เงินถึงก็ไม่ใช่ปัญหา บันทึกค่าใช้จ่ายไว้ในบัญชีบริษัทได้”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 370

    ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างโจวเยี่ยนกับเหอหว่านก็มีอุปสรรคในความเป็นจริงอยู่ โจวเฟิ่งถังน่าจะไม่เห็นด้วยให้เหอหว่านกับโจวเยี่ยนคบกันโจวเยี่ยนเป็นคนรักเดียวใจเดียว กว่าจะวางความรู้สึกลงได้ไม่ง่ายเลย หากเหอหว่านปฏิบัติต่อเขาให้ดีไม่ได้...คนที่เจ็บปวดก็จะเป็นทั้งสองคนความรักนี่มันเป็นเรื่องแปลกจริง ๆไม่รักก็ไม่ได้ รักมากเกินไปก็ไม่ได้เจียงหร่านเองก็ยกแก้วขึ้นดื่มไปครึ่งแก้วเดิมทีเธอมาดื่มเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ แต่พอโดนเหอหว่านพาอารมณ์ไปด้วย เธอก็เริ่มอ่อนไหวตามไปด้วยบอกว่าจะดื่มแค่แก้วเดียว สุดท้ายเจียงหร่านก็ดื่มติดกันไปสามแก้วเหล้าที่เธอสั่งดีกรีไม่แรง เห็นว่าใกล้ได้เวลาแล้ว เธอจึงเรียกคนมาขับรถแทน ก่อนเดินไปเข้าห้องน้ำเหอหว่านฟุบอยู่บนโต๊ะ ถือโทรศัพท์ไว้พลางเลื่อนดูรายชื่อผู้ติดต่อแล้วนิ้วก็เลื่อนไปแตะที่เบอร์ของโจวเยี่ยนอีกครั้งทันใดนั้น เสียงเครื่องสั่นก็ดึงสติของเหอหว่านกลับมามือถือของเจียงหร่านวางอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้หยิบติดตัวไปด้วยเหอหว่านหรี่ตามอง เห็นชื่อสายเข้าเป็น "เจี่ยงอี้"ไม่นานหน้าจอก็ดับลง แต่ปลายสายไม่ยอมแพ้ โทรเข้ามาอีกครั้งติด ๆ กันเหอหว่านมีอา

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 369

    "นั่นก็เพราะฉันต้องแต่งงาน..." เหอหว่านพูดขึ้นมาอย่างขุ่นเคืองเรื่องนี้เธอก็พูดยากเหมือนกัน!ในพินัยกรรมของแม่มีอีกข้อหนึ่งระบุไว้ ขอเพียงเธอแต่งงาน ก็จะออกจากตระกูลเหอได้ทันที และรับมรดกส่วนหนึ่งที่คนตระกูลเหอเก็บรักษาไว้กลับคืนมาตอนนั้นเหอหว่านยังเด็ก ไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้พอโตขึ้น เธอถึงได้รู้ว่าแม่ผิดหวังในตัวเธอและไม่เชื่อมั่นในตัวเธอมากแค่ไหน ถึงได้ยกสิทธิ์ในการกำหนดชีวิตของเธอให้คนอื่นไม่ใช่ตระกูลเหอ ก็เป็นสามีราวกับถ้าไม่มีใครให้พึ่งพา เธอก็ไม่มีค่าพอจะอยู่ในสังคมนี้เหอหว่านเคยแค้นแม่มากเหมือนกัน หรือเพียงเพราะพ่อของเธอแย่ เธอจึงต้องแย่ตามไปด้วยงั้นเหรอ?ดังนั้นยิ่งแม่กำหนดตัวตนของเธอไว้แบบนั้น เธอก็ยิ่งปล่อยตัวเองให้ตกต่ำ ยิ่งไม่คิดจะขวนขวายถ้าอย่างนั้นก็เป็นคนเหลวแหลก เป็นโคลนเลน ให้ทุกคนด่าทอรังเกียจไปเสียเลยแต่หลายปีผ่านไป การแก้แค้นแบบคิดเองเออเองของเธอ ไม่อาจได้รับการตอบสนองหรือการเยียวยาอีกแล้ว ในใจเธอเหลือเพียงความเกลียดชังต่อตัวเอง ความผิดหวังที่แม่มีต่อเธอ ถูกเธอสลักลงไปในกระดูกและวิญญาณของตัวเองด้วยมือของเธอเอง"แต่งงาน?"เจียงหร่านดูเหมือนจะนึกอะไ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 368

    "ใช่" เหอหว่านยังคงคาดคั้น เจียงหร่านจึงยอมพูดตรง ๆ "คุณเหอ ในเมื่อรู้อยู่แล้วจะถามทำไม ในเมื่อคุณไม่อยากติดหนี้บุญคุณ อีกฝ่ายก็ไม่อยากให้คุณติดหนี้บุญคุณ คุณก็ไม่ต้องถามแล้ว อีกอย่างตอนนี้คิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ สิ่งสำคัญที่สุดของคุณตอนนี้คือออกจากตระกูลเหอ ในเมื่อมีเป้าหมายแล้ว ก็ควรเติบโตขึ้นอย่างกล้าหาญ"ปกติเจียงหร่านไม่ค่อยชอบสั่งสอนคน อาจเป็นเพราะช่วงนี้สภาพจิตใจของตัวเองก็ไม่ค่อยดี คำพูดเลยออกแนวครูฝ่ายปกครองนิด ๆเหอหว่านไม่ถือสา ปกติเธอได้ยินคำพูดร้าย ๆ มามากแล้ว คำเตือนด้วยความหวังดีของเจียงหร่านแบบนี้ กลับทำให้รู้สึกอบอุ่นใจเธอยกเหล้าดื่มอึกใหญ่ "โจวเยี่ยนใช่ไหม เขารีบตอบแทนน้ำใจฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?"เจียงหร่านรู้สึกหนักอึ้งในอก ก่อนจะตอบรับเบา ๆ "อืม เขาไม่ให้ฉันพูด คุณรู้ก็พอ"นิสัยตรงไปตรงมาของเหอหว่านทำให้คนอยู่ด้วยรู้สึกผ่อนคลายเจียงหร่านรับปากจะช่วยโจวเยี่ยนจริง แต่คำโกหกที่ปิดไม่มิดแบบนี้ เธอพูดต่อไม่ไหวแล้วครั้งนี้เหอหว่านช่วยโจวเยี่ยนไว้ แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังน่าอึดอัด โจวเยี่ยนไม่อยากออกหน้าเอง คิดว่าเหอหว่านคงไม่ยอมรับการดูแลจากเขาเจียงหร่านเป็นเ

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 367

    "ไม่เกินหนึ่งชั่วโมง"ก่อนออกไป เจียงหร่านส่งข้อความหาเจี่ยงอี้ บอกให้เขารีบพักผ่อน ไม่ต้องรอเธอ เธอจะอยู่กับเพื่อนสักพักแล้วค่อยกลับพอเห็นข้อความ เจี่ยงอี้ก็ตอบกลับแทบจะทันทีว่า "ได้"เจียงหร่านรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้างเจี่ยงอี้เฝ้ารอเธออยู่ตลอด เธอเองก็รู้สึกผิด แต่พอนึกถึงซูหนิง ก็เหมือนมีหนามเล็ก ๆ ทิ่มอยู่ในใจช่างเถอะ ให้เธอปรับอารมณ์ก่อนแล้วกัน จะได้ไม่กลับไปให้เจี่ยงอี้จับพิรุธได้และทำให้เขาเป็นห่วงเพิ่มเปล่า ๆอีกด้านหนึ่ง เจี่ยงอี้มองข้อความบนหน้าจอ แววตาก็ค่อย ๆ หม่นลง…………"ฉันจองห้องใหญ่ไว้ สำหรับสิบคน"ดึกแล้ว ที่เคาน์เตอร์ของร้านนั่งดื่มสไตล์ย้อนยุคแห่งหนึ่ง มีกลุ่มชายหญิงเดินเข้ามาคู่สามีภรรยาที่เดินนำหน้าเข้าไปสั่งพนักงาน เพื่อเปิดห้องส่วนตัวที่จองไว้พนักงานพาทุกคนเข้าไปในห้อง ส่วนสามีภรรยาคู่นั้นก็แยกไปคนละทาง ภรรยาพาเพื่อน ๆ เข้าไปก่อน ส่วนสามีเดินออกมารับคนที่หน้าประตู"พี่จี้หมิง"ฮั่วจี้หมิงกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าประตู พอเห็นอีกฝ่ายเดินมา ก็รีบดับก้นบุหรี่ที่เหลืออยู่ทันทีเมื่อครู่นี้ทุกคนเพิ่งกินข้าวด้วยกันเสร็จ ตอนนี้เป็นรอบสอง จะมานั่งดื่ม ค

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 366

    เจียงหร่านรู้ว่าการพูดละเมอไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่ถึงอยากปล่อยมันผ่านไป แต่ในใจก็ยังปล่อยวางไม่ได้อยู่ดีแต่จะให้บอกเจี่ยงอี้ตรง ๆ ว่าเธอโกรธ เธอก็พูดไม่ออกเจียงหร่านรู้ดีว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาแบบไหน ทั้งกังวล ทั้งรู้สึกผิด แล้วก็ขอโทษไม่รู้จบอีกอย่าง...ต่อให้ในใจเขาจะมีที่ให้ซูหนิงจริง ๆ ...เขาก็คงไม่มีทางยอมรับออกมาตรง ๆ ใช่ไหม?เจียงหร่านลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็ลุกเก็บของ เตรียมกลับแต่พอเปิดประตูห้องทำงานออกไป ก็เห็นเหอหว่านยืนอยู่หน้าประตูไม่รู้ว่าเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ร่างทั้งร่างจมหายอยู่ในความมืดพอเจียงหร่านเดินออกมา ไฟทางเดินก็ติดขึ้นอัตโนมัติ เหอหว่านถึงค่อยเดินเข้ามาสองก้าวอย่างเก้ ๆ กัง ๆ"ทำไมคุณยังอยู่ล่ะ วันนี้เริ่มงานราบรื่นไหม?"เจียงหร่านเดินเข้าไปหาเหอหว่าน แล้วถามด้วยความเป็นห่วงเหอหว่านพยักหน้า "คุณจัดการไว้แล้ว ทุกอย่างก็ราบรื่น ทุกคนดีกับฉัน""เดี๋ยวก็มีอบรม คุณค่อย ๆ เรียนรู้ ไม่ต้องรีบ" เจียงหร่านปลอบสบาย ๆ "กลับด้วยกันไหม?"เหอหว่านตอบเพียง "อืม" พูดแค่นั้น แล้วก็เดินอยู่ข้างเจียงหร่านทั้งสองเดินเข้าไปในลิฟต์ด้วยกันตอนนี้คนในบริษัทกลับกัน

  • แต่งงานใหม่ล้างรักลวง   บทที่ 365

    ใบหน้าของชายหนุ่มมีโครงชัด ยิ่งมองนานก็ยิ่งหล่อเหลาแต่สำหรับเซี่ยหนาน ใบหน้านี้เป็นใบหน้าที่น่าชังเสมอบรรยากาศเงียบงัน โจวเฮ่าจิงจึงเปิดเพลงขึ้นมาตามสบายพอถึงท่อนฮุก เขาก็ฮัมตามอยู่สองสามท่อนเขาร้องเป็นภาษาอังกฤษ สำเนียงเป๊ะเหมือนเจ้าของภาษา เสียงทุ้มมีเสน่ห์ ฟังเพราะไม่แพ้นักร้องต้นฉบับแต่โจวเฮ่าจิงร้องอยู่ตั้งนาน เซี่ยหนานก็ไม่ตอบสนองเลยสักนิด"เซี่ยหนาน" ในที่สุดโจวเฮ่าจิงก็เรียกเธอ"หือ?" เซี่ยหนานไม่หันมา"ฉันร้องเพลงเพราะไหม?"พอดีรถแล่นผ่านแยกไฟแดง โจวฮ่าวจิงวางมือข้างหนึ่งบนพวงมาลัย อีกข้างแตะปลายจมูกเซี่ยหนานกดมุมปากลงเล็กน้อยนกยูงเริ่มรำแพนหางอวดแล้วเธอไม่ได้ตอบเขาตรง ๆ "ฉันชอบผู้ชายแบบคุณเจี่ยง"“?”โจวเฮ่าจิงขมวดคิ้วเหลือบมองเซี่ยหนาน เหมือนกำลังมองคนบ้า"เฮ้ ฉันถามว่า ฉันร้องเพลงเพราะไหม?"ในที่สุดเซี่ยหนานก็หันมามองโจวเฮ่าจิง "คุณโจวตามฉันมาถึงที่นี่ ช่วยฉันแก้สถานการณ์ ยังพยายามดึงความสนใจจากฉันอีก ไม่ใช่เพราะมีใจให้ฉันเหรอคะ? แต่ฉันบอกแล้วว่า ฉันกับคุณโจวไม่ใช่คนประเภทเดียวกัน และฉันไม่มีทางเป็นคนคุยคลุมเครือ หรือเป็นผู้หญิงที่คุณเอาไว้ระบายความใ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status