تسجيل الدخولชายคนนั้น...รูปร่างหน้าถือว่าใช้ได้ ไม่ใช่...ถือว่าหน้าตาดีมากทีเดียว ผิวพรรณเรียบเนียนถึงจะคล้ำเพียงเล็กน้อยก็เถอะ สายตาคมเข้มทอดมองเธออย่างไม่ว่างตา ทั้งๆมีสาวๆหลายคนพยายามทอดสะพานให้เขาอยู่ไม่น้อย
ธิรักษ์แก้มแดงซ่าน เมื่อคิดว่าชายคนนั้นจะมีความสนใจในตัวเธอ “เลิกคิดถึงผู้ชายได้แล้ว ยัยรัก” เธอบอกกับตัวเองด้วยเสียงดังไม่น้อย ทำให้คนที่มาใช้ห้องน้ำมองเธอเป็นตาเดียว ธิรักษ์ได้ก้มหน้าเอ่ยคำขอโทษ และรีบเดินกลับไปหาสุดาคงจะนอนหมดสติอยู่บนเตียง เดือดร้อนเธอที่คอยแบกกลับห้องอีกตามเคย ตุ๊บ! เธอมัวแต่ก้มมองพื้นไม่ทันมองใคร ธิรักษ์รีบเอ่ยขอโทษทันที “ขอโทษนะคะ” “ไม่เป็นไรครับ อย่ามองแต่พื้นเดี๋ยวครั้งหน้าล้มหัวคะมำจะว่าไงล่ะครับ” เสียงทุ่มดังในโซนประสาทของธิรักษ์ หญิงสาวเงยหน้ามองคนที่เธอเพิ่งเอ่ยขอโทษไปเมื่อครู่ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง อ้าปากค้าง รอยยิ้มของชายหนุ่มที่เธอเพิ่งนึกถึงกลับมาอยู่ตรงหน้า แถมยังได้เห็นหน้าเขาในระยะใกล้ชิด เธอขอถอนคำพูด เขาไม่ใช่แค่หน้าตาใช้ได้ แต่หล่อมาก หล่อจนเธอแทบกรี๊ดสลบ หัวใจของธิรักษ์เต้นแรง จนกลัวว่าชายคนนี้จะรู้ว่าเธอหวั่นไหวกับใบหน้าที่แสนจะหล่อเหลา “คุณครับ เป็นอะไรไปหรือเปล่า”อ็องตวนเรียกหญิงสาวตรงหน้า “คะ...” ธิรักษ์ขานรับก่อนสะบัดหน้าเบาๆไล่อาการเหม่อลอยของตน “ต้องขอโทษด้วยนะคะ” ชายหนุ่มไม่ตอบแต่การอมยิ้มมองการกระทำของเธออย่างน่าขัน ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อยแสดงอาการสงสัย “คุณจะยิ้มอีกนานไหมคะ” ธิรักษ์ขมวดคิ้ว เพิ่มความสงสัยเข้าไปอีก “เปล่าครับ ผมก็ขอโทษเช่นกันที่ชนคุณ แล้วเลิกทำหน้าสงสัยผมได้แล้วครับ ผมแค่เห็นว่าเวลาผู้หญิงทำหน้าตาสงสัยจะน่ารักแบบคุณไหม” อ็องตวนตอบพลางยิ้ม เมื่อเธอยังไม่เลิกขมวดคิ้ว “ผู้ชายหล่อๆแบบคุณจะปากหวานแบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ” ธิรักษ์ยิ้มเขินๆ เมื่อไม่คิดว่าผู้ชายอย่างเขาจะสังเกตอากัปกิริยาของผู้หญิงเป็นด้วย “แล้วคุณคิดว่าไงละครับ คิดว่าผมเป็นยังไง” อ็องตวนไม่ตอบ แต่เขาถามเธอกลับ พร้อมยักคิ้วหลิ่วตาให้เธออย่างเจ้าชู้ “จะให้ฉันเชื่อผู้ชายที่เพิ่งเจอ แล้วเจอในสถานที่หาความจริงใจยากนะเหรอคะ” คำตอบของธิรักษ์ทำเอาอ็องตวนถึงกลับระเบิดเสียงหัวเราะอีกครั้ง เขาเพิ่งเคยเจอผู้หญิงที่ทำให้เขาจนด้วยคำพูดแบบเธอ เธอช่างสรรหาคำมาทำให้เขารู้สึกที่กล้าหว่านเสน่ห์ให้เธอว่ายังไงก็ไม่ได้ผล “ในเมื่อคุณได้คำตอบที่พอใจแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ” ธิรักษ์รีบวิ่งไปหาเพื่อนรักก่อนที่หัวใจจะเต้นแรงกว่านี้ ผู้ชายบ้า! “เดี๋ยวก่อนคุณ!” อ็องตวนเรียกเธอ แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำความรู้จัก เธอดันวิ่งหนีเขาไปเสียก่อน ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงพยายามทอดสะพานให้เขาโดยไม่เสียเวลา เธอคงไม่ใช่ผู้หญิงจำพวกที่ใช้เรือนร่างหากินก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ธิรักษ์ขมวดคิ้วสงสัย ก่อนรีบเดินไปเปิดประตูโดยลืมเก็บข้าวของที่เธอเพิ่งซื้อมา “ยัยรักษ์มาเปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ” เสียงร้องเรียก ทำให้ธิรักษ์รู้ว่าเป็นใคร “ร้องตะโกนอยู่ได้ เดี๋ยวข้างห้องก็ว่าเอาหรอก” ธิรักษ์ดุเพื่อน และเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามา “วันนี้ฉันจะมาฝากท้องกับแกหน่อย ก็เลยไม่ได้โทร.บอก” สุดาชี้แจงเหตุผล เป็นประจำที่เธอมาทานข้าวเย็น และห้องเธออยู่ไม่ไกล แค่ขึ้นลิฟต์ไม่กี่ชั้นก็มาถึงห้องของธิรักษ์แล้ว “แหม! จะทานอะไรล่ะ” ธิรักษ์ถามแกมประชด “ยัยรักษ์...กะ..แก..ท้องเหรอวะ” สุดาร้องเสียงหลง ธิรักษ์หันมองสุดาที่มีสีหน้าตกใจ ถือคู่มือแม่และเด็กอยู่ในมืออย่างตะลึง เธอควรจะเก็บของก่อนที่จะไปเปิดห้องสุดาให้เข้ามา ธิรักษ์พยักหน้าเบาๆ ที่ไม่สามารถปฏิเสธเธอก็ต้องยอมรับ หลักฐานทุกอย่างอยู่ตรงหน้าทำให้เธอดิ้นไม่หลุดอยู่แล้ว “แกกำลังจะเป็นแม่คน ฉันดีใจด้วยนะเว้ย และฉันก็จะได้เป็นป้าแล้ว” สุดาตื่นเต้นไม่แพ้กัน เมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะมีลูกน้อยที่
2 เดือนผ่านไป.... ธิรักษ์ถอนหายใจเบาๆ อยู่หน้าห้องฝากครรภ์ กำลังรอคุณหมอเรียก มือบางลูบหน้าท้องที่นู่นขึ้นเล็กน้อย เรียกรอยยิ้มสำหรับคนที่กำลังเป็นคุณแม่ได้อย่างดี เธอทราบเรื่องตั้งแต่สองสัปดาห์ที่แล้ว ประจำเดือนของเธอขาดหายไป เธอคิดว่าอาจเป็นเพราะเธอเครียดเลยทำมาล่าช้ากว่าปกติ เธอลองซื้อที่ตรวจครรภ์จากร้านสะดวกซื้อใกล้คอนโดมิเนียมของเธอ โชคดีที่เธอไม่อยู่บ้านไม่งั้นเธอคงไม่กล้าออกจากบ้านโดยไม่ปราศจากคำถามจากวิทูร เธอย้ายมาอยู่คอนโดฯตามเดิมหลังที่รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ ส่วนวิทูรกับรตี ไปปฏิบัติธรรมที่ต่างจังหวัดซึ่งพวกเขายอมทำตามคำขอร้องของเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะกลอมให้วิทูรทำตามที่พูด หาข้ออ้างต่าง ๆ นานา กลัวว่าเธอไม่ยอมทำตามที่ตกลง สุดท้ายก็ยอมทำตามที่เธอขออยู่ดี เธอมีเหตุผลเหนือกว่า เพราะห่วงสวัสดิภาพของวิทูรมากกว่า ไร้ข้อกังขา สองสามีภรรยายอมไปปฏิบัติธรรม เรื่องที่เธอตั้งครรภ์ยังไม่มีใครรู้ แม้กระทั่งสุดา เพื่อนสนิทของเธอ คงทำใจอยู่นานกว่าที่จะกล้าบอกทุกคน ทว่าความจริงไม่มีทางปิดปังใครได้ไม่นาน นับวันของครรภ์ของเธอก็ยิ่งโต ถึงวันนั้นคงปิดใครไม่ได
ฝากฝั่งอ็องตวนตื่นในบ่ายของวันใหม่...อาการหนักมึนศีรษะเกิดขึ้น หลังจากที่ดื่มหนักหลายแก้ว เขาเป็นหนักขนาดนี้เลยเหรอ? คือคำถามที่เขาถามตัวเอง ทว่างานที่ค้างคาทำให้เขารู้ว่า....ผู้หญิงคนนั้นไม่ควรมีอิทธิพลกับเขาขนาดนี้ สิ่งที่เขาต้องการในเวลานี้ คือกลับฝรั่งเศสเพื่อไปทำงานตามเดิม หมดแล้วเวลาพักผ่อนที่เขาไม่สุขใจสักนิด...แม้แต่นิดเดียวก็ไม่มี อ็องตวนเดินเข้าห้องน้ำอย่างหนึบๆในหัว คิดว่าถ้าได้อาบน้ำคงจะดีขึ้น และลืมเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องนี้ เขาในเวลาเพียงไม่นาน กลับออกมาด้วยกลิ่นกายที่หอมกรุ่น กริ๊ง! เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ชายหนุ่มที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำจ้องมองสายเรียกเข้าเล็กน้อย “สวัสดีครับพ่อ” เขาเอ่ยทักบิดด้วยเสียงราบเรียบ “หายหัวไปนานเชียวนะ นึกว่าแกติดใจสาวไทยจนลืมว่ามีงานอยู่ที่นี่ตั้งมากมายหรอกนะ” ประมุขแห่งตระกูล เอ็นโซ่ เปอตี เอ่ยแซวบุตรชาย เพราะเมื่อเขายังหนุ่มก็ติดใจสาวไทยมากเหมือนกัน จนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน “ขอโทษครับพ่อ มีเรื่องให้ปวดหัวนิดหน่อย แล้วผมอยากพักผ่อนต่ออีกนิด ก็เลยเลื่อนกล
“ฉัน...ไม่ได้รักเธอเสียหน่อย ผู้หญิงใจร้ายคนนั้น ฉันแค่เจ็บใจเท่านั้นเอง” คนปากแข็งพูดไม่ตรงกับใจ เมื่อเจอจ้องเขม็งก็หลบตาราวคนที่เพิ่งทำอะไรผิด “นี่ล่ะน่า คนเพิ่งตกหลุมรักสาวไทย” กิตติพึมพำเบาๆ ทว่าไม่สามารถหลุดรอดคนเมาที่หูไปได้ “นายไม่เข้าใจอีกเหรอวะ ว่าฉันไม่ได้รักใครทั้งนั้น และอีกไม่กี่วันฉันก็จะกลับฝรั่งเศสคงไม่เจอกันอีก” อ็องตวนพูดอย่างมาดมั่น และเขาจะลืมผู้หญิงที่เคยหักอกเขาอย่างเลือดเย็น “ที่พูดเนี่ยน้อยใจที่โดนผู้หญิงไม่เอาใช่ไหม” คำถามของกิตติจี้ใจคนฟัง “คนอย่างฉันเนี่ยนะผู้หญิงไม่เอา มีแต่พวกหล่อนที่พยายามจับผู้ชายสมบูรณ์แบบอย่างฉัน” อ็องตวนพูดโอ่เพื่อตัวเองจะไม่ดูด้อยเพียงผู้หญิงเพียงคนเดียว “ขอให้จริงเถอะ” อ็องตวนไม่อยากต่อคำยาวกับกิตติ ส่ายหน้าเล็กน้อย ทว่าเพียงแค่ทอดมองไปโต๊ะตัวเดิมที่เคยนั่งกับสาวน้อยนามว่าเจนก็ทำให้ใจสั่นหวั่นไหว เธอต้องถูกลงบัญชีดำไว้ว่ามีอันตรายต่อหัวใจของเขาอย่างมาก เวลาล่วงเลยผ่านไป กิตติเตือนชายหนุ่มขี้เมาที่ไม่มีแววจะเลิกราจากการดื่มอาลัยสาวปริ
เมื่อเห็นว่าติณณ์ยังนิ่ง ธิรักษ์ผายมือไปที่ประตูห้อง เพื่อเป็นการย้ำให้ชายหนุ่มออกจากห้อง ติณณ์จึงเดินกลับห้องทำงานคอตก บุคคลที่เธอไม่ต้องการให้อยู่ในห้องออกไปเรียบร้อยแล้ว ธิรักษ์ถึงกลับถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก วันๆหนึ่งเธอต้องคอยระแวงว่าติณณ์จะมาไม้ไหน “ฉันอยากจะกรี๊ดวันละร้อยหน” “จะทำไงได้ก็แกสวยขนาดนี้ก็ต้องมีหนุ่มมาตามเยอะเป็นธรรมดา” ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาด้วยกันก็มีชายหนุ่มมาตามจีบธิรักษ์มากมาย ด้วยเพราะความมีเสน่ห์และเป็นตัวของเธอ เก่ง ฉลาดอีกต่างหาก ซึ่งบางทีมันอาจจะเป็นความรำคาญสำหรับธิรักษ์ไปแล้ว “ถ้ามีแบบนี้บ่อยๆฉันคงจะประสาทรับประทานกันพอดี” “งั้นฉันกลับไปทำงานก่อนดี เดี๋ยวแกจะไล่ฉันเหมือนที่ไล่คุณติณณ์ ปล่อยให้แกกลุ้มเรื่องแฟนในอนาคตแกไปคนเดียว” สุดาเดินออกไปจากห้อง พร้อมคำพูดที่กระแทกใจหญิงสาว แฟนในอนาคต! งั้นเหรอ ไม่มีทางซะหรอก เธอแบะปาก แล้วหันกลับมาทำงานเช่นเดิม พยายามตั้งสติเพื่อที่จะไม่มีสิ่งรบกวน หรือสิ่งที่มาทำหลายสมาธิ ตกเย็นจากที่ธิรักษ์กลับคอนโดมิเนียมของตัวเอง เธอเลือกกลั
ชีวิตประจำวันของธิรักษ์ดำเนินไปอย่างปกติ ผิดคาดที่คิดว่าชายหนุ่มจะตามมายุ่งวุ่นวายกับเธอ หรือเป็นเธอกันแน่ที่เฝ้าคิดถึงคนที่ไม่ควรคิดถึง ทุอย่างเป็นตามที่เธอหวังก็ดีแล้ว “ใจลอยอีกแล้วนะยัยรักษ์” เสียงสดใสของสุดาดังแนบชิดใบหู เป็นธรรมดาที่เพื่อนคนนี้มักทำให้เธอตกใจเสมอ “ฉันแค่คิดอะไรเพลินๆน่ะ” สุดาหมุนเก้าอี้ที่คนใจลอยกำลังนั่งหันมาเผชิญหน้ากับตัวเอง “อะไรอีกล่ะ ไปทำงานได้แล้วยัยดา” ธิรักษ์ปรายตามองสุดา ก่อนก้มทำงานที่มีเอกสารมากมายรอให้เธอตรวจ ไม่มีเวลามาสนใจข่าวเมาส์ในออฟฟิศ “เรื่องนี้แกต้องสนใจ เพราะเกี่ยวกับสวัสดิการของแก คุณติณณ์ประกาศกับคนทั้งบริษัทว่าแกตกลงเป็นแฟนกับเขาแล้ว” สุดาพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน “จะบ้าหรือไง” ธิรักษ์ตาโต นึกไม่ถึงว่าเจ้านายหนุ่มที่ไม่รู้อะไรทำเรื่องให้เธอเสียหาย “ฉันอยากจะบ้าตาย” เธออยากจะร้องกรี๊ดดังๆ ให้สมกับความอัดอั้นมานาน “อย่าเพิ่งตายนะครับ คุณรักษ์ ผมจะปกป้องคุณให้ถึงที่สุด” เสียงเปิดประตูห้องของทำงานเธอพร้อมกับเสียงของติณณ์ เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวเป็นอะไรไป เขาร







