เข้าสู่ระบบแสงแดดอ่อนๆ ที่ส่องผ่านผ้าม่านสีขาวเข้ามาภายในห้อง ปะทะเข้ากับใบหน้าสวยที่ยังคงหลับตาพริ้มอย่างสบายอารมณ์ เรียวแขนของเธอโอบกอดร่างหนาเอาไว้โดยไม่รู้ตัว เอเบลลืมตาตื่นขึ้นมาได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ลุกไปจากเตียง เขายังคงยินยอมให้เธอโอบกอดด้วยความเต็มใจ เมื่อคืนที่ผ่านมาเขาต้องอดทนอดกลั้นต่ออารมณ์ใคร่ จนต้องไปจัดการตัวเองในห้องน้ำถึงสองครั้งสองครา ถึงแม้เขาจะไม่ได้ล่วงเกินหญิงสาว จนทำให้เธอเสียหาย แต่เขาก็ไม่ใช่สุภาพบุรุษขนาดนั้น
มือเล็กลูบไล้ไปบนแผงอกหนั่นแน่น ความเย็นจากผิวกายที่ได้สัมผัส ทำให้อิงวราคิดว่ามีบางสิ่งบางอย่างไม่ถูกต้อง เปลือกตาคู่บางค่อยๆ เปิดออก ก่อนที่หญิงสาวจะชักมือที่กำลังลูบไล้แผงอกที่เปลือยเปล่าของชายหนุ่ม กลับมาด้วยความตกใจ อิงวรารีบพลิกกายกลับมานอนตรงๆ แต่ยังไม่กล้าที่จะลุกขึ้นในทันทีทันใด เพราะตอนนี้เธอยังไม่รู้ตัวว่าเธอนอนอยู่กับใคร และเธอกับคนข้างกายมีความสัมพันธ์ทางกายกันไปแล้วหรือยัง “ตื่นแล้วเหรอคุณ” เสียงทุ้มสำเนียงอเมริกันดังออกมาจากริมฝีปากหนาของชายหนุ่ม อิงวราหันหน้าไปมองคนข้างๆ พอเห็นว่าเขาเป็นใครก็ต้องตกใจปนโล่งใจ ก่อนที่เธอจะหันกลับมาสำรวจตัวเอง สภาพเธอตอนนี้สวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งเท่านั้น ซึ่งดูแล้วก็น่าจะเป็นเสื้อของชายหนุ่มข้างๆ ความรู้สึกโล่งใจในครั้งแรกหายไปในทันที เพราะร่างกายของเธอในตอนนี้ นั้นไร้สิ่งใดปกป้อง ไม่ว่าจะเป็นหน้าอกอวบอิ่ม หรือแม้แต่พื้นที่ลับของหญิงสาว “ทีนี้คุณจะรับผิดชอบผมยังไงดี” น้ำเสียงยียวนดังออกมาจากคนที่ยังคงนั่งนิ่ง อวดเรือนร่างท่อนบนที่แสดงให้เห็นซิกแพกซ์และรอยสักประจำตัวอยู่อย่างหน้าไม่อาย “รับผิดชอบอะไรกันคะ” เสียงหวานอุทานถามออกมา ทว่าเธอกลับต้องรีบเบือนหน้าหนีเขา “ก็เมื่อคืนคุณล่วงเกินผม ผมพยายามอดทนทำตัวเป็นสุภาพบุรุษแล้ว แต่เป็นเพราะคุณ เราสองคนถึงได้ข้ามเส้นกัน” เอเบลเสแสร้งทำเสียงรู้สึกผิดออกมาทั้ง ๆ ที่ตัวเองกำลังโกหกหน้าตาย อิงวราไร้เดียงสาจนไม่รู้ตัวว่า เธอเสียความบริสุทธิ์ไปแล้วหรือยัง เพียงแต่รู้สึกปวดศีรษะทันทีที่ตื่นนอน และปวดเมื่อยตามร่างกาย หญิงสาวพยายามนึกภาพเมื่อคืน แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก เธอจำได้แค่ตอนที่เธออยู่ในห้องน้ำกับเขา เธอกอดจูบลูบคลำเขา และเธอก็เป็นคนขอร้องให้เขาช่วยเธอ หลังจากนั้นสติของเธอก็ดับวูบไป จนจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้อีกเลย “ชุดของฉันล่ะคะ” อิงวราถามมาเฟียหนุ่มออกมา หลังจากที่สติของหญิงสาวกลับคืนมายังปัจจุบัน ในใจคิดว่าอะไรที่มันพลาดไปแล้วก็ให้มันแล้วไป เพราะต่อให้ร้องไห้ฟูมฟายไปความบริสุทธิ์ของเธอก็ไม่อาจหวนคืนมา “ผมให้แม่บ้านซักอบแห้งไว้ให้ตอนเช้าแล้ว คุณลุกไปอาบน้ำก่อนเถอะ เดี๋ยวผมจะออกไปเอามาให้” เอเบลนึกทึ่งกับความแมนของหญิงสาว เพราะถ้าเป็นผู้หญิงบางคน หากรู้ว่าเสียตัวให้ผู้ชายที่เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน ก็คงจะร้องไห้ฟูมฟายตีโพยตีพาย เรียกร้องถามความรับผิดชอบไปแล้ว แต่ทว่าหญิงสาวชาวไทยคนนี้ กลับไม่ได้สนใจในสิ่งที่เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ ทำให้เขานึกเสียดายที่เมื่อคืนทำตัวเป็นสุภาพบุรุษ โดยไม่ล่วงล้ำไปในกายของเธอ ร่างระหงลุกขึ้นจากเตียง แล้วรีบวิ่งพรวดไปยังห้องที่เธอคิดว่าเป็นห้องน้ำทันที เอเบลมองตามด้วยแววตาขบขัน ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นจากเตียงบ้าง แล้วเดินออกจากห้องไปสั่งให้แม่บ้านนำชุดของเธอมาเตรียมเอาไว้ให้ ส่วนตัวเขาก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องน้ำด้านนอก “ว้าย... นี่ฉันนอนกับเขาแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย” เสียงหวานอุทานออกมา หลังจากได้เห็นเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของตัวเอง ผ่านกระจกที่อยู่ติดกับผนังในห้องน้ำ ในภาพนั้นเรือนร่างของเธอมีแต่ร่องรอยแดง ไม่บอกก็รู้ว่านี่เกิดจากอะไร ใบหน้าสวยเปลี่ยนเป็นสีแดงอมชมพูระเรื่อทันที “คนบ้า!!! คนซาดิสม์” อิงวราก่นด่าเอเบลก่อนที่จะรีบเข้าไปอาบน้ำ ขัดถูร่างกายจนแดงเถือกกว่าเดิม ตอนแรกก็นึกขอบคุณเขาอยู่หรอก ที่อุตส่าห์มีน้ำใจพาคนที่ไร้สติอย่างเธอกลับมาด้วย แต่เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่า เขาจะกล้าล่วงเกินเธอ หลังจากที่พยายามอาบน้ำขัดตัวอยู่นานเกือบชั่วโมง อิงวราจึงออกมาจากห้องน้ำ ดีที่ตอนนี้เจ้าของห้องไม่อยู่ ที่ปลายเตียงมีชุดที่เธอสวมใส่เมื่อคืน ถูกพับเอาไว้อย่างเรียบร้อย หญิงสาวจับชุดขึ้นมาดมมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ก่อนที่เธอจะรีบสวมใส่ แล้วออกจากห้องนอนของชายหนุ่มไป หากที่นี่เป็นโรงแรมเธอคงจะหาทางหนีเขาไปได้ง่ายๆ แต่เพราะที่นี่คือเพ้นท์เฮาส์ของเขา ทำให้เธอหนีไปไหนไม่ได้จึงต้องยอมเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง “มาดาม นายให้ฉันพาคุณไปรับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารค่ะ” แม่บ้านวัยประมาณสี่สิบเข้ามาหาเธอ อิงวรารู้สึกเขินอายจนทำตัวไม่ถูก เพราะลูกน้องของเอเบลที่ยืนอยู่ด้านนอก เอาแต่มองมาที่เธอด้วยแววตาสงสัย หญิงสาวจึงรีบเดินตามแม่บ้านไปในทันทีเสียงดนตรีบรรเลงขึ้นมา เป็นท่วงทำนองแสนหวาน แขกที่มาร่วมงาน ต่างเฝ้ามองไปยังเวที ที่ทอดยาวไปข้างหน้า แสงไฟจากสปอตไลท์สาดส่องไปยังเจ้าบ่าวในชุดสูทสีขาว ที่เดินเข้ามาพร้อมกันกับเจ้าสาว แสนสวย ด้านหลังของทั้งคู่ ยังมีเพื่อนเจ้าบ่าว และเพื่อนเจ้าสาวเดินตามมาด้วยระหว่างทางเอเบล เหลือบมองเจ้าสาวของเขาเป็นระยะ วันนี้อิงวราในชุดเจ้าสาวแบบสากลสวยมากจริงๆ เธอทำให้เขาตกหลุมรักเธอ จนนับครั้งไม่ถ้วน จะพูดไปก็เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ เพราะต่างก็ไม่มีใครคิดว่าคำพูดของเขาในวันนั้นจะเป็นเรื่องจริงจัง แต่ในวันนี้เขากลับได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า เขาตกหลุมรักนางแบบสาวชาวไทยตั้งแต่แรกเห็น และมีความคิดที่จะใช้ชีวิตร่วมกันกับเธอจริง ๆสองบ่าวสาวเดินไปหยุดอยู่ตรงกลางเวที พิธีการดำเนินไปอย่างชื่นมื่น พิธีกรดำเนินรายการไปตามขั้นตอน มีพิธีการตัดเค้ก และดื่มแชมเปญ เพื่อแสดงความยินดี บ่าวสาวจุมพิตกันจากนั้นวงดนตรีก็เริ่มบรรเลงเพลงรักขึ้น ทั้งเจ้าบ่าว เจ้าสาว และแขกผู้มาร่วมงานพากันจับคู่เต้นรำ อิงวราอยู่ในอ้อมแขนของเจ้าบ่าวสุดหล่อ“คุณเชื่อไหม...ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ คือภา
หลังจากอิงวราแต่งงานกับเอเบลได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน นางศิริลักษณ์ก็ตัดสินใจละทางโลก มุ่งหน้าสู่ทางธรรม ปลงผมบวชชี ตามความตั้งใจเดิม ที่วัดป่าแห่งหนึ่งทางภาคเหนืออิงวราได้เดินทางมาส่งมารดา เธอรู้สึกตื้นตันใจ ที่ในท้ายที่สุดแล้ว มารดาก็ได้เลือกเดินไปบนเส้นทางแห่งธรรม ยอมละทิ้งทางโลก ที่มีแต่กับดักทำให้คนตกลงไปที่ผ่านมามารดาใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ไม่ยอมรับสถานะที่เปลี่ยนไป ทำให้เกิดภาระหนี้สิน ที่สร้างความลำบากให้แก่เธอมากมายแต่อิงวราก็ไม่เคยนึกโกรธเคืองมารดาเลย ก่อนที่อิงวราจะลามารดากลับกรุงเทพฯ แม่ชีศิริลักษณ์ก็ได้อวยพรให้ลูกสาว มีความสุขในชีวิต อิงวราก้มกราบเท้ามารดา แล้วจึงออกเดินทางกลับเพื่อไปทำหน้าที่ของตนต่อผู้จัดการส่วนตัวที่มาด้วยกัน มองใบหน้าที่แสดงออกถึงความเป็นกังวลของนางแบบสาวก็พอเข้าใจ เพราะอีกไม่ถึงสองเดือน อิงวราก็ต้องเดินทางไปแต่งงานที่เมืองชิคาโก้ ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วและหลังจากนั้น หญิงสาวก็ต้องติดตามสามี ไปอาศัยอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย เพราะเอเบล สามีของเธอทำธุรกิจ และมีอำนาจของตระกูลอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ทำให้อิงวราต้องติดตามเอเบลไปอาศัยอยู
“บัดนี้ขอประกาศว่า มิสเตอร์เอเบล วินเทอร์ และนางสาวอิงวรา หงส์สิริภา เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบูรณ์ ขอพระเจ้าอวยพร”หลังจากเจ้าบ่าวเจ้าสาวสวมแหวนให้กันและกัน บาทหลวงก็ได้ประกาศสถานะ ให้แก่คนทั้งสอง จากนั้นเจ้าบ่าวจึงรั้งร่างบางของเจ้าสาว ให้เข้ามาในอ้อมแขน แล้วมอบจุมพิตอันแสนหวานให้กับเธอมีเสียงปรบมือพร้อมกับเสียงโห่แซวดังขึ้น ช่างภาพภายในงานที่มีอยู่กันหลายคน ต่างก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพบรรยากาศแห่งความประทับใจของเจ้าบ่าวเจ้าสาวในครั้งนี้เอาไว้หลังจากพิธีอย่างเป็นทางการเสร็จสิ้น เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ได้เชิญให้ทุกคน อยู่กินเลี้ยงร่วมกันต่อดนตรีเริ่มบรรเลงเพลงรักขึ้นมา เพื่อให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวได้เต้นรำ เพื่อนๆ พากันรุมล้อมทั้งสองเอาไว้นางศิริลักษณ์มองไปยังบุตรสาวที่กำลังเต้นรำกับชายหนุ่มที่สวมสูทสีขาวสะอาด นัยน์ตาของเธอเปล่งประกายไปด้วยความสุข และความรู้สึกปล่อยวางได้เห็นอิงวราในวันที่มีความสุขเช่นนี้ ก็ไม่มีสิ่งใดให้เธอต้องเป็นห่วงหรือกังวลใจในตัวบุตรสาวอีกแล้วนางศิริลักษณ์ดึงสายตากลับมา พูดคุยกับมาดามเอวาน่า ตอนนี้เธอกำลังนั่งร่วมโต๊ะ อยู่
สามเดือนต่อมาณ ชายทะเลแห่งหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศไทย สถานที่แห่งนี้ถูกเนรมิต ให้กลายเป็นสถานที่จัดพิธีแต่งงาน ของทายาทมาเฟียระดับโลก อย่างลูกชายคนที่สอง ของตระกูลวินเทอร์ กับนางแบบสาวชาวไทย แขกที่ได้รับเชิญให้มาร่วมงานในวันนี้ กลับมีเพียงแค่คนสนิทของเจ้าบ่าว และเจ้าสาวเท่านั้นนั่นก็เป็นเพราะความต้องการของเจ้าสาว ที่อยากจะจัดพิธีแต่งงานเล็ก ๆ ในสถานที่ที่ถูกเจ้าบ่าวขอแต่งงาน มีคนสนิทมาร่วมเป็นสักขีพยานแต่อีกสองเดือนหลังจากนี้ พิธีฉลองมงคลสมรสที่แท้จริง จะถูกจัดขึ้นอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ที่เมืองชิคาโก้ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของฝ่ายเจ้าบ่าวมิสเตอร์และมิสซิสวินเทอร์ อย่างนายลูเซียโน และมาดามเอวาน่า พร้อมด้วยครอบครัวของเอเดน และเอวาน พี่ชายคนโตของเอเบล ก็ได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อร่วมเป็นสักขีพยาน ให้กับทายาทคนที่สองของตระกูลวินเทอร์ ที่กำลังจะแต่งงานสร้างครอบครัวของตัวเอง“เอวาน...น้อง ๆ ก็แต่งงาน มีครอบครัวกันหมดแล้ว เราล่ะ...เมื่อไหร่จะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอย่างเขาสักที”นายลูเซียโน เอ่ยปากถามบุตรชายค
“พระอาทิตย์ตกดินสวยจังเลยค่ะ”“ชอบไหม” อิงวราหันกลับไปมองใบหน้าหล่อเหลา“ชอบค่ะ”"ชอบผมหรือชอบทะเลกว่ากัน" เสียงทุ้มดังมาจากข้างใบหู"ก็ต้องชอบคุณมากกว่าอยู่แล้วสิคะ" เสียงหวานตอบออกมาเจือความขบขันเอเบลโน้มใบหน้าลงไป จุมพิตที่แก้มเนียนของเธอ อิงวราหลับตาพริ้ม ซึมซับความสุขที่มาเฟียหนุ่มมอบให้ ก่อนที่สองหนุ่มสาวจะยืนกอดกัน มองพระอาทิตย์ดวงโต ที่ค่อยๆ จมหายไปกับท้องทะเลหลังจากที่พระอาทิตย์ยามเย็น หายไปในท้องทะเลแล้ว แสงจากหลอดไฟบนเสาไฟสูง ที่เรียงรายอยู่ริมชายหาด ก็ถูกเปิดขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ เอเบลจูงมืออิงวรา พาเธอเดินกลับไปยังสถานที่เดิมตอนนี้สถานที่ได้ถูกจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้ตอนที่ทั้งสองคนเดินไปถึง เบื้องหน้าจึงมีซุ้มดอกไม้สีขาว ผ้าสีขาวปลิวไสว รายล้อมไปด้วยไฟประดับและบนหาดทรายมีเทียนที่ถูกปักเอาไว้ เป็นคำว่า Will You Marry Me? อิงวราได้เห็นภาพเบื้องหน้าก็ใจเต้นแรง เธอหันกลับมามองแฟนหนุ่มเอเบลคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นทราย เข่าอีกข้างหนึ่งชันขึ้น มือหนาล้วงกล่องแหวนออกมาจาก
เสียงคลื่นซัดสาดกระทบเข้าฝั่ง ดังปะปนไปกับเสียงของเพลงเบาๆ หลังจากที่เอเบลกินอิงวราจนเป็นที่พอใจ และนอนพักผ่อนเอาแรง จนพละกำลังฟื้นกลับคืนมาเต็มที่แล้ว เขาก็ได้พาหญิงสาว ออกมานั่งกินปิ้งย่างที่ริมทะเล ตามความต้องการของเธอนางแบบสาวนั่งหน้างออยู่ที่โต๊ะ แต่สุดท้ายแล้วใบหน้าสวย ก็คลี่คลายความขุ่นเคือง ที่มีอยู่บนใบหน้าลง นั่นก็เป็นเพราะกุ้งตัวใหญ่ในจานตรงหน้า ซึ่งเอเบลเป็นคนที่คอยแกะเปลือก ให้กับเธอด้วยมือของเขาเอง“กินเยอะๆ นะที่รัก ผมว่าคุณผอมเกินไปแล้ว” เอเบลเอ่ยขณะวางกุ้งเผาแกะเปลือกตัวที่สอง ลงบนจานให้กับแฟนสาว“อิงค์ผอมเหรอคะ อิงค์ว่าหลังจากที่คุณกลับไปครั้งก่อน น้ำหนักอิงค์ก็ขึ้นมาตั้งสองกิโล” อิงวราตาโต พลางถามเขาออกมาอย่างไม่อยากเชื่อเอเบลไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ทำเพียงส่งยิ้มให้กับเธอ มือหนายังคงแกะกุ้ง ที่จอร์ชกับเดวิดทำหน้าที่ย่าง ให้กับพวกเขาจนสุกแล้ว วางลงบนจานให้กับเธออย่างต่อเนื่องบอดี้การ์ดทั้งสี่ แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง แดนกับเพื่อนชาวไทยของเขา คอยดูแลความสงบเรียบร้อย รอบๆ บริเวณนี้ ให้แก่เจ้านายทั้งสอง&ldq
“อิงค์ไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ ค่ะ ขอบคุณที่คอยดูแลอิงค์นะคะ” อิงวราสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป ก่อนที่จะตอบเขาออกมา“เพราะผม....คุณถึงได้ป่วย ขอโทษนะครับ” เอเบลเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด จับมือข้างหนึ่งของอิงวราเอาไว้“เพราะแบบนี้ เวลาที่อิงค์ขอร้องให้คุณหยุด คุณถึงต้องหยุดยังไงล่ะคะ”อิงวราหน้าแดง ตอนที
เช้าวันนี้สองหนุ่มสาว ไม่สามารถพากันตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น ได้อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ เพราะบทรักอันเร่าร้อน ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในค่ำคืนที่ผ่านมา อิงวรารู้สึกว่าร่างกายของเธอเมื่อยล้าไปหมด แม้แต่เปลือกตาก็ยากที่จะเปิดออก อีกทั้งอุณหภูมิร่างกายของคนข้างกาย ก็ยังช่วยให้เธอหลับสบายยิ่งกว่าเดิม“ดูส
หลังจากที่อิงวรากินอาหารมื้อดึก ที่เอเบลเป็นผู้ลงมือทำมาให้เธอจนหมดจาน เธอก็ขอตัวเข้าไปอาบน้ำก่อน เอเบลไม่ว่าอะไร เขาหยิบจาน และแก้วที่ใส่น้ำส้มมาให้เธอก่อนหน้า วางลงบนถาด แล้วนำออกไปเก็บที่ห้องครัว เขามองหาไวน์ขวดใหม่ ก่อนที่จะถือมันกลับมายังห้องนอน“คุณไม่นอนต่อเหรอคะ” อิงวราที่ออกมาจากห้องน้ำพอด
แสงจันทร์สาดส่องผ่านผนังกระจกเข้ามาภายในห้อง บนเตียงมีสองหนุ่มสาว ที่นอนกอดก่ายกันหลับไป ทั้งที่ร่างกายยังเปลือยเปล่าจนตกดึกที่ท้องของอิงวราเริ่มร้องขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เธอจึงฝืนทนต่อความเหน็ดเหนื่อย และความเจ็บปวด ตรงจุดกลางกายสาวตื่นขึ้นมาจากห้วงฝัน ทว่าเธอกลับไม่อาจที่จะขยับกาย ให้หลุดพ้นออกจา







