LOGIN“หือ...” เขาเบี่ยงหน้ามอง“ไม่เชื่อเหรอ”“เพราะท้องนะเหรอ” เขากระซิบถาม เธอพยักหน้า“เบาๆ ได้ไหม กลัวเจ็บ”“อือ...” รับคำในลำคอ เริ่มเสียงสั่นเพราะเขาสอดมือเข้าในกระโปรงนอนตัวยาว“ไม่สวมชั้นในเหรอ” เขากระซิบถามเสียงพร่า“กลัวเสียเวลาถอด” ตอบแล้วหัวเราะน่ารักพนาโน้มใบหน้าหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ แก้มสาวขึ้นจุดแดงทันตาเห็น“ไม่หรอก ไม้ยินดีถอดให้ ขาเป็นไงบ้าง ไม้เป็นห่วง” เขาแยกขาเธอออก ลูบขาอ่อนด้านในบางเบา มองสบตาเธออย่างลึกซึ้ง กลีบกายสาวปริ่มน้ำหวานปรากฏอยู่ตรงหน้า“ไม่เจ็บแล้วจ้ะ ทาโลชั่นไม่ให้เสียดสีกันมาก กันตาน้ำหนักขึ้น”“น้ำหนักขึ้นไม่เป็นไร แต่ห้ามอดนะ เดี๋ยวกันตากับลูกจะหิว ท้องร้องจ๊อกๆ ถ้าเดินไม่ไหว ไม้จะอุ้ม ไม่ให้เมียกับลูกเหนื่อยหรอก”“ไม่อดหรอก ไม้เล่นทำอาหารให้กินวันนึงตั้งห้ามื้อแน่ะ ลืมไปแล้วเหรอ” พอเธอเอ่ยแซวเขาก็ยิ้มเขิน ยกมือขึ้นลูบท้ายทอย กิริยาที่เขาชอบทำ ทำให้กันตารู้ว่าเขาอายเล็กๆ กับประโยคของเธอ“ไม่ลืมจ้ะ”“กันตาจะอ้วนขึ้นๆ น้ำหนักเยอะด้วย ไม้อุ้มไหวเหรอ”“ไหวสิ ไม่ว่าจะหนักเท่าไหร่ก็อุ้มไหว สัญญาว่าจะดูแลไปตลอดชีวิตแล้วไง” พนาขยับเข้าแนบชิด เขาถอดชุดนอนของเธอออ
เธอซุกใบหน้าเข้ากับหมอน โก่งสะโพกให้เขาเต็มอารมณ์ เขาบีบเคล้นแก้มก้นขาวผ่องมองความเป็นชายที่วิ่งเข้าออกควบขี่เธออย่างหนักหน่วงกริชไทร้องครางจากการบีบรัดของร่องรักคับแคบ เขาผ่อนลมหายใจหนักหน่วงเมื่อเธอค่อยๆ ผ่อนคลาย ทำให้เขาขยับจังหวะเข้าออกได้ล้ำลึกยิ่งขึ้น ร่างอ้อนแอ้นสั่นไหวไปตามแรงโยกคลอน เม็ดเหงื่อผุดพรายไปทั่วเรือนร่าง ความเสียวซ่านสุดยอดที่ได้รับทำให้เธอครางไม่เป็นภาษาเสียงห้าวแหบลึกของเขาครางรับประสานกับเธอเมื่ออยู่ในอารมณ์เดียวกัน ร่างกายของญารินดาไถลไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของสามีกริชไทคิดว่าจะนุ่มนวลแต่เขากลับยับยั้งอารมณ์สวาทที่ก่อเกิดเอาไว้ไม่ได้มือบางของหญิงสาวรีบคว้าหัวเตียงเอาไว้เป็นที่ยึด เด้งสะโพกรับการกดคลึงของเขาอย่างซ่านใจ เสียงจังหวะรักร้อนแรงประสานกับเสียงเตียงที่ไหวโยกไปมาน่าฟังนัก อีกทั้งเสียงหอบหายใจระงมที่ประสานกันเหมือนออกกำลังกายหักโหม ทำให้หนุ่มสาวอารมณ์เร่าร้อนพร่างพรายไปด้วยความรัญจวนยากจะต้านทาน“ทีหลังอย่าให้ผู้ชายคนไหนมากอดหรือจับมือถือแขนอีก ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทก็เถอะ” คนขี้หึงบอกเสียงหอบโยนขณะขยับสะโพกสอบเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ชิ้นเนื้อแข็งกร้
“สามีของหญ้าหวานไม่เคยกินอาหารหรูๆ แบบนี้หรือเปล่าครับ ลิ้นเลยไม่คุ้น พี่เห็นเอาแต่นั่งนิ่ง สงสัยจะกินไม่เป็น” คำพูดของธรรณธรทั้งดูถูกและเหยียดหยาม สายตานั่นก็มองไม่ต่างกัน“โอ๊ะ! สงสัยผมจะกินไม่เป็นนั่นแหละ ไม่ถนัดใช้ช้อนกับมีดอยู่ด้วย มันเลยกระเด็น”คำขอโทษไม่มี แต่ทุกคนเห็นว่ากริชไทกำลังพยายามใช้มีดเฉือนเนื้อในจานและจิ้มทานเหมือนคนอื่นๆ อาการเก้กังของเขาทำให้เนื้อกระเด็นไปโดนธรรณธรเต็มๆ“แก ไอ้บ้านนอก แกแกล้งฉัน”“คุณบอกเองว่าผมกินอาหารพวกนี้ไม่เป็น บ้านผมไม่กินกันแบบนี้ แต่กินแบบนี้” กริชไทยื่นมือไปหยิบน่องไก่ทอดหอมกรุ่นขึ้นกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย “กินด้วยกันสิครับ อร่อยนะ” กริชไทยัดน่องไก่ทอดที่กัดแล้วใส่มือธรรณธร“ไอ้ต่ำ วันนี้ฉันขอสั่งสอนแกหน่อย” เพราะไม่เคยถูกหยามเช่นนี้มาก่อน ธรรณธรปรี่เข้าไปทำท่าจะต่อยกริชไทชายหนุ่มสวนหมัดกลับมาเต็มแรง ทำให้หงายหลังไปในทันทีผัวะ! โอ๊ย!ว้าย!เสียงของญารินดาร้องขึ้นด้วยความตกใจ เธอยกมือขึ้นทาบอก ไม่คิดว่าเรื่องราวจะใหญ่โตขนาดนี้ เอกอนันต์ที่หลุดขำกับอาการหึงหวงภรรยาของกริชไทคราแรกก็สะดุ้งตกใจเช่นกัน“ใครอยู่ข้างนอกเข้ามานี่หน่อย” เสียงของกริช
และพรุ่งนี้ก็จะไปทำบุญถวายสังฆทานกันค่ะ”“ดีเหมือนกันครับ ได้ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน เกิดชาติหน้าจะได้มาเจอกันอีก”“อยากเจอหญ้าหวานอีกจริงๆ เหรอคะ”“แล้วหญ้าหวานล่ะ ไม่อยากเจอพี่แล้วเหรอ” เขาเอ่ยถามอย่างอยากรู้“อยากเจอทุกวันเลยค่ะ แต่ตอนนี้หญ้าหวานง่วงจังเลย” เธอผละออกห่าง คลานขึ้นไปนอนบนเตียงกว้างกริชไทตบก้นนิ่มเบาๆ ก่อนจะคลานขึ้นไปนอนเคียงข้าง“ใครบอกให้พี่กระทิงขึ้นมานอนบนเตียงคะ ที่นอนพี่กระทิงอยู่ที่โซฟามุมห้องโน้นต่างหาก”กริชไทหน้างอบูดบึ้งเมื่อโดนไล่ไปนอนที่โซฟามุมห้อง แต่เพราะดวงตาเอาเรื่องของเธอทำให้เขายอมถอยทัพหนี ไม่ใช่ว่ากลัวแต่เกรงใจ เพราะคนแสนงอนแผนการมากมายทำให้หัวหมุนได้อย่างไม่น่าเชื่อ“เมียพี่ใจร้ายจังเลย”“กล้าว่าเมียใจร้ายเหรอคะ” เธอโต้ตอบมาจากเตียงเมื่อเขาอ้อยอิ่งไปทิ้งตัวลงนอนมุมห้อง“ให้พี่นอนหนาวคนเดียว”“ห้ามมายุ่งกับหญ้าหวานนะคะ ไม่งั้นไม่ยกโทษให้ ตอนนี้อยู่ในช่วงดูพฤติกรรมค่ะ ถ้าผ่านก็จะอภัยให้ แต่ถ้าไม่ผ่าน...”“ไม่ผ่านแล้วยังไงครับ” กริชไทผงกศีรษะมองภรรยาที่ลุกขึ้นพิงศีรษะไปที่หัวเตียง“ไม่ผ่านก็ทางใครทางมันไงคะ”“ใจแข็งจังเลยหญ้าหวาน ไหนบอกว่ามีอะไ
ญารินดาครางรับชอบใจ นอกจากเป็นคนเฝ้าไข้แล้วยังเป็นหมดนวด นักโภชนาการและอีกมากมายทุกคนที่เห็นภาพนั้นต่างอมยิ้มด้วยกันทั้งนั้น กริชไทเองคงไม่รู้ตัวว่าตนเองน่ารักแค่ไหน เนื่องจากเขาดูแลภรรยาจากใจจริง“พ่อกระทิงดูแลยัยหนูดีจริงๆ เลย” คุณหญิงรัชนีพูดอย่างชอบใจเมื่อเห็นกริชไทคอยดูแลญารินดาเป็นอย่างดีตลอดสองวันที่ผ่านมา จนวันนี้จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว“ต้องขออภัยคุณหญิงด้วยที่พวกเราเข้าใจหนูหญ้าหวานผิดไปนะคะ” รุ้งรติมาที่ตามมาเยี่ยมสะใภ้หลังจากกริชไทไม่นานเอ่ยขึ้น และยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปอีกเมื่อญารินดาไม่ได้โกรธเคืองแม้แต่น้อย ไม่ใช่ทำตามมารยาทพูดทั่วๆ ไปว่าไม่โกรธ แต่ดวงตาของเธอบอกเช่นนั้นจริงๆหลังจากเยี่ยมสะใภ้เรียบร้อยแล้ว ครอบครัวไตรอิทธิฤทธิ์ก็พักที่คฤหาสน์รัศมีดาว คุณหญิงรัชนีไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอันใดมาก อาจจะมีการเทศนาเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเข้าใจดีว่าหากเป็นท่าน เจอเหตุการณ์เช่นนั้นก็ย่อมเข้าใจผิดเป็นธรรมดา“พี่กระทิงขา... อยากกินข้าวผัดปู”“หือ... ข้าวผัดปูเหรอ วันนี้ทำไมกินอะไรง่ายๆ จัง”“อยากกินไปซื้อให้หน่อยสิคะ” น้ำเสียงไม่ได้อ้อนแต่สายตาออดอ้อนเต็มอารมณ์กริชไทไม่ต้องรอให้อีก
“กินข้าวสักนิดนะครับคนดีของพี่ ถ้าหญ้าหวานกินข้าวเยอะๆ แล้วก็กินยาจะได้หายป่วย หายปวดหัวยังไงครับ” เขากล่อมคนที่เอาแต่ซุกหน้ากับแขนของเขาไม่ยอมลืมตา“จริงเหรอคะ”“จริงสิ ถ้าหายแล้วหญ้าหวานอยากไปไหน พี่จะพาไป”“อยากไปเล่นน้ำ แต่คุณแม่บอกว่าป่วยอยู่ เล่นน้ำไม่ได้”“ได้สิ พี่จะพาไปเล่นน้ำ ขี่ม้าด้วยดีไหม” เขาลูบศีรษะเล็กๆ กระซิบบอก“พี่กระทิงสัญญาแล้วนะ” เด็กหญิงตัวน้อยขอคำมั่นสัญญา“สัญญาสิครับ สัญญาว่าจะตามใจทุกอย่าง” กริชไทยกนิ้วก้อยขึ้นเกี่ยวกับนิ้วก้อยของน้องน้อย ก่อนจะป้อนข้าวต้มและให้เธอกินยาจนหลับไปในที่สุด...กริชไทหัวหมุนตลอดวันเมื่อคนป่วยร่ำๆ อยากจะกินโน่นกินนี่ ตลอดวัน สิ่งที่เขาทำได้คือวิ่งโร่ไปซื้อเอง หลังๆ เลยให้ลูกน้องไปซื้อให้ แล้วนั่งรออยู่ด้านนอก โดยไม่ให้แม่เมียจอมเผด็จการของเขารู้ เพราะมันเหนื่อยสายตัวแทบขาด ถ้าออกไปซื้อเองและกลับมารับมือกับยัยตัวแสบขี้โมโห เขาคงต้องสลบเหมือดแน่ๆ“หญ้าหวาน” กริชไทอ้าปากค้างเมื่อเธอกำลังทานซุปจากสาวใช้ของเธออย่างเอร็ดอร่อย ส่วนของที่เธอใช้ให้เขาไปซื้อกำลังจะเป็นหมัน“อร่อยจังเลยค่ะ พี่กระทิงมาช้า หญ้าหวานก็เลยกินไปก่อน”อาหารที่เธอสั่
“กันตาเป็นโรคกระเพาะค่ะพี่หญ้าหวาน”ญารินดาไม่พูดอะไร เธอจูงมือน้องสามีเข้าบ้าน นั่นยิ่งทำให้กันตางุนงงหนักเมื่อพี่สะใภ้พามาหยุดยืนอยู่ที่ประตูห้องของเธอ“พี่หญ้าหวานพากันตามาที่ห้องทำไมคะ”“พี่อยากคุยกับกันตาสองคน เปิดประตูให้พี่สิคะ” ในเวลานี้ญารินดาดูเหมือนผู้ใหญ่เกินอายุ ไม่ใช่เด็กสาวที่อายุห่า
จริงๆ แล้วอยากจะงอนง้อเอ่ยถามเธอว่าอะไรเป็นยังไง แต่ถ้าทำแบบนั้นเธอจะยิ่งงอนให้เขาง้อ คงไม่ต้องได้รู้ความจริงกันเพราะมัวแต่ง้ออยู่แบบนี้“ยัยม่านบังตาบอกว่าพี่กิ๊กกับเค้า จริงหรือเปล่า”“ไม่จริง”“ชิ! แก้ตัว เมื่อก่อนเคยกิ๊กกั๊กกันไม่ใช่เหรอ ถ่านไฟเก่ามันคุ” แม้จะรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเขาตอบปฏ
“จริงเหรอคะ” น้ำเสียงของกันตาตื่นเต้นและดีใจ กอดแขนพี่ชายเสียแน่นเพื่อเขย่าไปมา“จริงสิ ไม้เป็นคนดี พี่ไม่ห้าม แต่ต้องให้อยู่ในขอบเขต”“ยังไงคะ” กันตาถามอย่างไม่เข้าใจ“เป็นผู้หญิงต้องรักนวลสงวนตัวนะกันตา อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัว”“อ้าว... เห็นพี่กระทิงกับพี่หญ้าหวานยังปล่อยเนื้อปล่อยตัวได้เลยนี่คะ”
เธอคิดว่าแค่ห้าโมงเย็น เวลาเดี๋ยวนี้มืดช้า บางทีเกือบทุ่มในชนบทแบบนี้ยังไม่มืดด้วยซ้ำพนาลงมือรีดอย่างคล่องแคล่วเช่นเดิม กันตารู้ดีว่าแฟนหนุ่มเป็นคนรักศักดิ์ศรีเช่นไร เขาจะไม่ขอความช่วยเหลือจากใครพร่ำเพรื่อ จะใช้ความสามารถของตัวเองอย่างถึงที่สุดเพื่อพยุงครอบครัวไปตลอดรอดฝั่ง ข้าวของทุกอย่างในบ้านเข







