Se connecterกริชไทเสียอีกหาว่าสาวเจ้าชอบแกล้งและอยากเอาชนะ แต่เมื่อหลายปีก่อนตอนไปทาบทามสู่ขอและให้หมั้นไว้ก่อน กริชไทกลับไม่ปริปากปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย ถ้าคิดในทางที่ดี กริชไทอาจไม่อยากขัดบิดามารดาเพราะเป็นเด็กดี แต่ถ้าคิดในทางที่ดีกว่านั้นอีก กริชไทอาจมีใจให้น้องไม่มากก็น้อย และคำตอบที่ได้รับนั้นทำให้ทั้งครอบครัวถึงกับตกตะลึงกันเลยทีเดียว และคนที่เร่งเร้าให้ญาติผู้ใหญ่ไปขอหมั้นกลับเป็นเจ้าตัวเสียได้
“หึหึ! เจ้ากระทิงรู้คงช็อก” กฤษพลหัวเราะร่วน
“พ่ออย่าพูดแบบนั้นนะ พี่กระทิงต้องดีใจสิที่ว่าที่เมียจะมาหา” กันตาหน้างอใส่บิดา
คนที่แอบฟังอยู่อีกด้านถึงกับสำลักในคำพูดของน้องสาว
..ให้มันได้อย่างนี้สิยัยตัวแสบ
กริชไทยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะละออกจากประตูบ้าน
“พ่อหมายถึงมันช็อกเพราะดีใจที่ว่าที่เมียมันจะมา แกนี่ฟังไม่จบ” กฤษพลหันไปพูดกับลูกสาว ก่อนจะสั่งความกับคนรับใช้ “นี่ให้คนไปตามเจ้ากระทิงมาบอกข่าวดีสิ ได้ยินคงรีบไปรับหนูหญ้าหวานแทบไม่ทัน”
‘โธ่... พ่อ ให้ผมเผ่นไปตั้งหลักก่อนได้ไหม’ กริชไทโอดครวญในใจ รีบหลบไปก่อน เขามีเรื่องให้ต้องคิดอีกเยอะ และไม่คิดว่าญารินดาจะเดินทางมาเร็วขนาดนี้
ดีใจที่เธอมา... แต่การคิดแผนรับมือจอมแสบอย่างเธอ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นัก...
ญารินดาหน้างอมาตลอดทางเพราะคนที่คิดว่าจะมารับกลับไม่ใช่กริชไทอย่างที่คิด แต่เป็นเปียกับจอมซึ่งเป็นลูกน้องของเขาเป็นคนเดินทางมารับเธอพร้อมๆ กับกันตา
..ชิ! คนอุตส่าห์คิดถึงแต่กลับหลบหน้า คอยดูเธอจะตามไปก่อกวนให้อยู่ไม่สุขเลย
“พี่หญ้าหวานของกันตา” กันตาวิ่งโผเข้ากอดญารินดาแนบอกด้วยความคิดถึง
“คิดถึงจังเลยน้องสาวของพี่ จุ๊บๆ” ญารินดากอดตอบแนบแน่น หอมแก้มซ้ายขวาอย่างดีใจ
พอนั่งบนรถได้ก็คุยกันไม่หยุดปาก ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกันด้วยความห่วงใยระคนคิดถึง
ญารินดายกมือไหว้กฤษพลและรุ้งรติมาเมื่อลงจากรถ หลังจากเธอย้ายตามบิดามารดาไปอยู่กรุงเทพฯ บุพการีทั้งสองก็ฝากเรือกสวนไร่นาไว้ให้กฤษพลซึ่งเป็นญาติของมารดาดูแล ท่านเป็นคนใจดีขยันขันแข็ง ทุกๆ ปีจะส่งผลผลิตทางการเกษตรไปให้เสมอๆ รวมถึงรายได้จากที่ทาง ท่านได้จากการทำการเกษตร จะส่งผลตอบแทนไปให้ไม่เคยขาด
บิดามารดาของเธอเดินทางมาปักษ์ใต้ทุกปีเช่นกัน ญารินดามักตามบุพการีทั้งสองมาด้วย มีแค่ช่วงหลังๆ เท่านั้นที่เธอน้อยใจกริชไท เพราะโดนเขาว่าน่ารำคาญ ตามเกาะติดเขาแจและมีเรื่องราวให้ต้องเสียใจ จากที่เธอเกือบจะทำไฟไหม้ครัวของบ้านเขา เลยไม่เคยกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดของมารดาเลยสักครั้ง แต่ไม่เคยทิ้งปณิธานอันแรงกล้าว่าหากเรียนจบเธอจะแต่งงานกับเขาให้จงได้เพราะในเมื่อหมั้นหมายกันเอาไว้
“คุณลุงคุณป้าสบายดีหรือเปล่าคะ คุณพ่อกับคุณแม่และคุณหญิงย่าฝากความคิดถึงมาด้วยค่ะ”
“ลุงกับป้าสบายดีหนูหญ้าหวาน ช่วงหลังๆ มานี่ไม่ได้เจอหนูเลย เห็นว่ากิจกรรมที่มหาลัยเยอะ”
กฤษพลหัวเราะถูกใจ จริงๆ ทางบิดามารดาและย่าของญารินดานั้นได้โทรมาฝากฝังเด็กสาวไว้เรียบร้อยแล้ว เขาเองก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ ทุกปีครอบครัวรัศมีดาวจะมาเยี่ยมเยียนกันถึงปักษ์ใต้ ยกเว้นแค่ญารินดาที่ช่วงหลังๆ ไม่เคยมาสักครั้ง เพราะเรื่องราวในครั้งนั้น เคยแอบเห็นลูกชายชะเง้อคอยาวเพื่อหายัยเด็กแสบของตัวเองแล้วคอตกที่ไม่เห็นคนที่ต้องการเจอ ครั้นจะไปหาที่กรุงเทพฯ บ่อยๆ ก็ไม่ได้ เพราะเป็นคำขอของคุณหญิงรัชนี ไม่อยากให้ใครไปกวนหลานสาว เขาเข้าใจความต้องการของท่านที่จะให้ญารินดามีสังคมใหม่ คาดหวังว่าหลานสาวคนโตจะลืมเลือนบ้านป่าที่นี่ไปเสีย กริชไทจึงคอยตามดูญารินดาอยู่แค่ห่างๆ ตลอดหลายปี
“นี่ของฝากของคุณลุงกับคุณป้าค่ะ” ญารินดานำของฝากที่ตระเตรียมเอาไว้ยื่นให้ญาติผู้ใหญ่ เมื่อย้ายเข้ามานั่งในห้องรับแขก
สาวใช้รีบยกน้ำมาต้อนรับอย่างไม่รอช้า
“ไม่เห็นต้องลำบากเลยจริงๆ ปกติก็ส่งของมาให้ออกบ่อย ลำบากเสียเปล่าๆ”
กฤษพลกับรุ้งรติสบตากันยิ้มๆ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ญารินดาไปอยู่กรุงเทพฯ ได้หมั่นส่งของฝากมาให้บ่อยๆ ปิดเทอมก็มาเที่ยวเล่นบ้าง
หลังๆ ที่ญารินดาไม่ลงมาปักษ์ใต้ คุณหญิงรัชนีอยากให้ปิดเทอมของญารินดาเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ จึงส่งไปเล่าเรียนภาษา การเข้าสังคม เต้นรำ ทำอาหาร ฯลฯ ทุกอย่างที่ท่านต้องการจนแทบไม่มีเวลาว่าง
“ของฝากของกันตาล่ะคะ” กันตาหน้างอเมื่อเห็นพี่สาวที่รักเอาแต่สนทนากับบิดามารดา ละเลยเรื่องของฝากของเธอไป
“ของเราเอาไว้ไปดูกันในห้องดีกว่า” ญารินดาพูดยิ้มๆ
กันตายิ้มกว้างทันทีเมื่อรู้ว่าพี่สาวที่รักไม่ลืมของฝากของตน
“หนูไปพักผ่อนอาบน้ำ หรือนอนเล่นก่อนดีกว่าลูก”
“ขอบคุณค่ะคุณลุง” ญารินดาไหว้ขอบคุณผู้เป็นลุง
“เดี๋ยวกันตาจะพาพี่หญ้าหวานไปดูห้องพักนะคะ” กันตารีบอาสาอย่างกระตือรือร้นเพราะมีเรื่องจะเม้าธ์กระจายกับอีกฝ่ายมากมาย
“นึกว่านอนห้องเดียวกับกันตาเสียอีก” ญารินดาหยอกเย้า
“จะนอนห้องเดียวกับกันตาก็ได้นะคะ คิกๆ ไปเถอะค่ะ” รอยยิ้มของกันตาทำให้ญารินดายิ้มตาม พอไปถึงห้องเธอก็รื้อของฝากขึ้นมาให้น้องทันที
“นี่เสื้อผ้าพี่ซื้อมาฝาก”
“โห... สวยๆ ทั้งนั้นเลยค่ะพี่หญ้าหวาน ขอบคุณมากๆ นะคะ” กันตายกเสื้อผ้าขึ้นมาแนบกายหลายชุด สีสดใสบางตัวสีหวานแต่ทันสมัยและไม่โป๊
“นี่น้ำหอมจ้ะ ลองดูสิชอบหรือเปล่า”
“ชอบค่ะ หอมมากเลยค่ะ แต่ครั้งก่อนยังใช้ไม่หมดเลย”
“ก็เก็บเอาไว้ พี่มาอยู่ที่นี่หลายเดือน” ญารินดาว่ายิ้มๆ
“คราวก่อนพี่ไปเที่ยวต่างประเทศมาเหรอคะ กันตาโทรไปคุณน้าญาดาเล่าให้ฟัง” กันตาออดอ้อนซบหน้าที่ไหล่ของว่าที่พี่สะใภ้ในอนาคต
แม้ญารินดาจะอายุห่างจากกันตาเพียงแค่สองปี แต่ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าอายุ แตกต่างจากกันตาที่ขี้อ้อนเหมือนเด็ก อาจเพราะคุณหญิงรัชนีสอนให้หลานสาวคนเดียวได้เข้าสังคม รู้จักวางตัวและต้องเรียนรู้อะไรหลายอย่าง จึงทำให้ดูโตกว่าอายุจริง เนื่องจากมีผู้ใต้บังคับบัญชาอายุแตกต่างกันไป จึงต้องวางตัวให้เหมาะสมกับการเป็นทายาทของตระกูลรัศมีดาว แม้น้องชายฝาแฝดทั้งสองนั้นเพิ่งจะสิบสองขวบ ท่านก็สอนให้เข้าสังคมตั้งแต่เด็ก น้องชายของญารินดาเรียนเก่ง เป็นนักกิจกรรมและนักกีฬา เล่นดนตรีก็เก่ง ถือว่าเป็นที่เชิดหน้าชูตาแก่วงศ์ตระกูลไม่แพ้พี่สาวและท่าทางจะชอบชีวิตเมืองกรุงมากกว่าบ้านนอก ทำให้ผู้เป็นย่าตั้งความหวังเอาไว้กับหลานชายทั้งสองมากกว่าหลานสาว
ส่วนญารินดาถูกสอนเรื่องการวางตัวตั้งแต่เด็ก นิสัยออดอ้อนนั้นเอาไว้ใช้กับคนใกล้ชิดในครอบครัวเท่านั้น แต่อยู่ต่อหน้าคนนอก เธอคือหลานสาวของคุณหญิงรัชนีที่สวย เก่ง ฉลาด และเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มมากมายในวงสังคมชั้นสูง
“ใช่จ้ะ พี่ซื้อเครื่องสำอางมาฝากเราด้วย”
“จริงเหรอคะ” กันตากรี๊ดกร๊าดใหญ่ มองกระเป๋าเครื่องสำอางแบรนด์หรูที่ญารินดายกขึ้นมาวางบนเตียง
“นี่ลิปจ้ะ มีหลายสีเลยนะ พี่ซื้อมาฝากกันตา”
“สวยจังค่ะ เพื่อนๆ ต้องอิจฉากันตาแน่นอนเลย” กันตายิ้มหน้าบาน มองอุปกรณ์แต่งหน้าครบชุดด้วยความตะลึง แม้ปกติญารินดาจะส่งของพวกนี้มาให้เป็นประจำเพราะไม่อยากให้เธอเชย แต่การได้ของใหม่ๆ ย่อมจะเห่อเป็นธรรมดา
“อันนี้น้ำยาทาเล็บจ้ะ สีสวยๆ ทั้งนั้นเลย”
“อยากทาจังเลยค่ะ แบบนี้ต้องไปชวนคุณแม่มาทาด้วย”
“ของน้ารุ้งก็มีจ้ะ”
ญารินดาเป็นคนเก่งและฉลาด รู้จักเข้าหาผู้ใหญ่ ทั้งกฤษพลและรุ้งรติมาต่างรักและเอ็นดู เธอรู้จักเลือกสรรของฝากที่ผู้รับชอบใจ ไม่ว่าจะส่งของอะไรมาให้จากกรุงเทพฯ เธอจะเลือกของที่จำเป็นและใช้สอยได้จริงที่ต่างจังหวัด เสื้อผ้าก็รู้จักเลือกสรรให้เข้ากับสภาพความเป็นอยู่ของคนในต่างจังหวัด ไม่ใช่หรูหราหรือโป๊จนไม่กล้าใส่เดินไปไหนมาไหน
“หือ...” เขาเบี่ยงหน้ามอง“ไม่เชื่อเหรอ”“เพราะท้องนะเหรอ” เขากระซิบถาม เธอพยักหน้า“เบาๆ ได้ไหม กลัวเจ็บ”“อือ...” รับคำในลำคอ เริ่มเสียงสั่นเพราะเขาสอดมือเข้าในกระโปรงนอนตัวยาว“ไม่สวมชั้นในเหรอ” เขากระซิบถามเสียงพร่า“กลัวเสียเวลาถอด” ตอบแล้วหัวเราะน่ารักพนาโน้มใบหน้าหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ แก้มสาวขึ้นจุดแดงทันตาเห็น“ไม่หรอก ไม้ยินดีถอดให้ ขาเป็นไงบ้าง ไม้เป็นห่วง” เขาแยกขาเธอออก ลูบขาอ่อนด้านในบางเบา มองสบตาเธออย่างลึกซึ้ง กลีบกายสาวปริ่มน้ำหวานปรากฏอยู่ตรงหน้า“ไม่เจ็บแล้วจ้ะ ทาโลชั่นไม่ให้เสียดสีกันมาก กันตาน้ำหนักขึ้น”“น้ำหนักขึ้นไม่เป็นไร แต่ห้ามอดนะ เดี๋ยวกันตากับลูกจะหิว ท้องร้องจ๊อกๆ ถ้าเดินไม่ไหว ไม้จะอุ้ม ไม่ให้เมียกับลูกเหนื่อยหรอก”“ไม่อดหรอก ไม้เล่นทำอาหารให้กินวันนึงตั้งห้ามื้อแน่ะ ลืมไปแล้วเหรอ” พอเธอเอ่ยแซวเขาก็ยิ้มเขิน ยกมือขึ้นลูบท้ายทอย กิริยาที่เขาชอบทำ ทำให้กันตารู้ว่าเขาอายเล็กๆ กับประโยคของเธอ“ไม่ลืมจ้ะ”“กันตาจะอ้วนขึ้นๆ น้ำหนักเยอะด้วย ไม้อุ้มไหวเหรอ”“ไหวสิ ไม่ว่าจะหนักเท่าไหร่ก็อุ้มไหว สัญญาว่าจะดูแลไปตลอดชีวิตแล้วไง” พนาขยับเข้าแนบชิด เขาถอดชุดนอนของเธอออ
เธอซุกใบหน้าเข้ากับหมอน โก่งสะโพกให้เขาเต็มอารมณ์ เขาบีบเคล้นแก้มก้นขาวผ่องมองความเป็นชายที่วิ่งเข้าออกควบขี่เธออย่างหนักหน่วงกริชไทร้องครางจากการบีบรัดของร่องรักคับแคบ เขาผ่อนลมหายใจหนักหน่วงเมื่อเธอค่อยๆ ผ่อนคลาย ทำให้เขาขยับจังหวะเข้าออกได้ล้ำลึกยิ่งขึ้น ร่างอ้อนแอ้นสั่นไหวไปตามแรงโยกคลอน เม็ดเหงื่อผุดพรายไปทั่วเรือนร่าง ความเสียวซ่านสุดยอดที่ได้รับทำให้เธอครางไม่เป็นภาษาเสียงห้าวแหบลึกของเขาครางรับประสานกับเธอเมื่ออยู่ในอารมณ์เดียวกัน ร่างกายของญารินดาไถลไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของสามีกริชไทคิดว่าจะนุ่มนวลแต่เขากลับยับยั้งอารมณ์สวาทที่ก่อเกิดเอาไว้ไม่ได้มือบางของหญิงสาวรีบคว้าหัวเตียงเอาไว้เป็นที่ยึด เด้งสะโพกรับการกดคลึงของเขาอย่างซ่านใจ เสียงจังหวะรักร้อนแรงประสานกับเสียงเตียงที่ไหวโยกไปมาน่าฟังนัก อีกทั้งเสียงหอบหายใจระงมที่ประสานกันเหมือนออกกำลังกายหักโหม ทำให้หนุ่มสาวอารมณ์เร่าร้อนพร่างพรายไปด้วยความรัญจวนยากจะต้านทาน“ทีหลังอย่าให้ผู้ชายคนไหนมากอดหรือจับมือถือแขนอีก ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทก็เถอะ” คนขี้หึงบอกเสียงหอบโยนขณะขยับสะโพกสอบเข้าหาเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ชิ้นเนื้อแข็งกร้
“สามีของหญ้าหวานไม่เคยกินอาหารหรูๆ แบบนี้หรือเปล่าครับ ลิ้นเลยไม่คุ้น พี่เห็นเอาแต่นั่งนิ่ง สงสัยจะกินไม่เป็น” คำพูดของธรรณธรทั้งดูถูกและเหยียดหยาม สายตานั่นก็มองไม่ต่างกัน“โอ๊ะ! สงสัยผมจะกินไม่เป็นนั่นแหละ ไม่ถนัดใช้ช้อนกับมีดอยู่ด้วย มันเลยกระเด็น”คำขอโทษไม่มี แต่ทุกคนเห็นว่ากริชไทกำลังพยายามใช้มีดเฉือนเนื้อในจานและจิ้มทานเหมือนคนอื่นๆ อาการเก้กังของเขาทำให้เนื้อกระเด็นไปโดนธรรณธรเต็มๆ“แก ไอ้บ้านนอก แกแกล้งฉัน”“คุณบอกเองว่าผมกินอาหารพวกนี้ไม่เป็น บ้านผมไม่กินกันแบบนี้ แต่กินแบบนี้” กริชไทยื่นมือไปหยิบน่องไก่ทอดหอมกรุ่นขึ้นกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย “กินด้วยกันสิครับ อร่อยนะ” กริชไทยัดน่องไก่ทอดที่กัดแล้วใส่มือธรรณธร“ไอ้ต่ำ วันนี้ฉันขอสั่งสอนแกหน่อย” เพราะไม่เคยถูกหยามเช่นนี้มาก่อน ธรรณธรปรี่เข้าไปทำท่าจะต่อยกริชไทชายหนุ่มสวนหมัดกลับมาเต็มแรง ทำให้หงายหลังไปในทันทีผัวะ! โอ๊ย!ว้าย!เสียงของญารินดาร้องขึ้นด้วยความตกใจ เธอยกมือขึ้นทาบอก ไม่คิดว่าเรื่องราวจะใหญ่โตขนาดนี้ เอกอนันต์ที่หลุดขำกับอาการหึงหวงภรรยาของกริชไทคราแรกก็สะดุ้งตกใจเช่นกัน“ใครอยู่ข้างนอกเข้ามานี่หน่อย” เสียงของกริช
และพรุ่งนี้ก็จะไปทำบุญถวายสังฆทานกันค่ะ”“ดีเหมือนกันครับ ได้ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน เกิดชาติหน้าจะได้มาเจอกันอีก”“อยากเจอหญ้าหวานอีกจริงๆ เหรอคะ”“แล้วหญ้าหวานล่ะ ไม่อยากเจอพี่แล้วเหรอ” เขาเอ่ยถามอย่างอยากรู้“อยากเจอทุกวันเลยค่ะ แต่ตอนนี้หญ้าหวานง่วงจังเลย” เธอผละออกห่าง คลานขึ้นไปนอนบนเตียงกว้างกริชไทตบก้นนิ่มเบาๆ ก่อนจะคลานขึ้นไปนอนเคียงข้าง“ใครบอกให้พี่กระทิงขึ้นมานอนบนเตียงคะ ที่นอนพี่กระทิงอยู่ที่โซฟามุมห้องโน้นต่างหาก”กริชไทหน้างอบูดบึ้งเมื่อโดนไล่ไปนอนที่โซฟามุมห้อง แต่เพราะดวงตาเอาเรื่องของเธอทำให้เขายอมถอยทัพหนี ไม่ใช่ว่ากลัวแต่เกรงใจ เพราะคนแสนงอนแผนการมากมายทำให้หัวหมุนได้อย่างไม่น่าเชื่อ“เมียพี่ใจร้ายจังเลย”“กล้าว่าเมียใจร้ายเหรอคะ” เธอโต้ตอบมาจากเตียงเมื่อเขาอ้อยอิ่งไปทิ้งตัวลงนอนมุมห้อง“ให้พี่นอนหนาวคนเดียว”“ห้ามมายุ่งกับหญ้าหวานนะคะ ไม่งั้นไม่ยกโทษให้ ตอนนี้อยู่ในช่วงดูพฤติกรรมค่ะ ถ้าผ่านก็จะอภัยให้ แต่ถ้าไม่ผ่าน...”“ไม่ผ่านแล้วยังไงครับ” กริชไทผงกศีรษะมองภรรยาที่ลุกขึ้นพิงศีรษะไปที่หัวเตียง“ไม่ผ่านก็ทางใครทางมันไงคะ”“ใจแข็งจังเลยหญ้าหวาน ไหนบอกว่ามีอะไ
ญารินดาครางรับชอบใจ นอกจากเป็นคนเฝ้าไข้แล้วยังเป็นหมดนวด นักโภชนาการและอีกมากมายทุกคนที่เห็นภาพนั้นต่างอมยิ้มด้วยกันทั้งนั้น กริชไทเองคงไม่รู้ตัวว่าตนเองน่ารักแค่ไหน เนื่องจากเขาดูแลภรรยาจากใจจริง“พ่อกระทิงดูแลยัยหนูดีจริงๆ เลย” คุณหญิงรัชนีพูดอย่างชอบใจเมื่อเห็นกริชไทคอยดูแลญารินดาเป็นอย่างดีตลอดสองวันที่ผ่านมา จนวันนี้จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว“ต้องขออภัยคุณหญิงด้วยที่พวกเราเข้าใจหนูหญ้าหวานผิดไปนะคะ” รุ้งรติมาที่ตามมาเยี่ยมสะใภ้หลังจากกริชไทไม่นานเอ่ยขึ้น และยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปอีกเมื่อญารินดาไม่ได้โกรธเคืองแม้แต่น้อย ไม่ใช่ทำตามมารยาทพูดทั่วๆ ไปว่าไม่โกรธ แต่ดวงตาของเธอบอกเช่นนั้นจริงๆหลังจากเยี่ยมสะใภ้เรียบร้อยแล้ว ครอบครัวไตรอิทธิฤทธิ์ก็พักที่คฤหาสน์รัศมีดาว คุณหญิงรัชนีไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอันใดมาก อาจจะมีการเทศนาเล็กน้อยเท่านั้น เพราะเข้าใจดีว่าหากเป็นท่าน เจอเหตุการณ์เช่นนั้นก็ย่อมเข้าใจผิดเป็นธรรมดา“พี่กระทิงขา... อยากกินข้าวผัดปู”“หือ... ข้าวผัดปูเหรอ วันนี้ทำไมกินอะไรง่ายๆ จัง”“อยากกินไปซื้อให้หน่อยสิคะ” น้ำเสียงไม่ได้อ้อนแต่สายตาออดอ้อนเต็มอารมณ์กริชไทไม่ต้องรอให้อีก
“กินข้าวสักนิดนะครับคนดีของพี่ ถ้าหญ้าหวานกินข้าวเยอะๆ แล้วก็กินยาจะได้หายป่วย หายปวดหัวยังไงครับ” เขากล่อมคนที่เอาแต่ซุกหน้ากับแขนของเขาไม่ยอมลืมตา“จริงเหรอคะ”“จริงสิ ถ้าหายแล้วหญ้าหวานอยากไปไหน พี่จะพาไป”“อยากไปเล่นน้ำ แต่คุณแม่บอกว่าป่วยอยู่ เล่นน้ำไม่ได้”“ได้สิ พี่จะพาไปเล่นน้ำ ขี่ม้าด้วยดีไหม” เขาลูบศีรษะเล็กๆ กระซิบบอก“พี่กระทิงสัญญาแล้วนะ” เด็กหญิงตัวน้อยขอคำมั่นสัญญา“สัญญาสิครับ สัญญาว่าจะตามใจทุกอย่าง” กริชไทยกนิ้วก้อยขึ้นเกี่ยวกับนิ้วก้อยของน้องน้อย ก่อนจะป้อนข้าวต้มและให้เธอกินยาจนหลับไปในที่สุด...กริชไทหัวหมุนตลอดวันเมื่อคนป่วยร่ำๆ อยากจะกินโน่นกินนี่ ตลอดวัน สิ่งที่เขาทำได้คือวิ่งโร่ไปซื้อเอง หลังๆ เลยให้ลูกน้องไปซื้อให้ แล้วนั่งรออยู่ด้านนอก โดยไม่ให้แม่เมียจอมเผด็จการของเขารู้ เพราะมันเหนื่อยสายตัวแทบขาด ถ้าออกไปซื้อเองและกลับมารับมือกับยัยตัวแสบขี้โมโห เขาคงต้องสลบเหมือดแน่ๆ“หญ้าหวาน” กริชไทอ้าปากค้างเมื่อเธอกำลังทานซุปจากสาวใช้ของเธออย่างเอร็ดอร่อย ส่วนของที่เธอใช้ให้เขาไปซื้อกำลังจะเป็นหมัน“อร่อยจังเลยค่ะ พี่กระทิงมาช้า หญ้าหวานก็เลยกินไปก่อน”อาหารที่เธอสั่
โดยสัญญากันว่าพี่จะไม่ไปรบกวนหญ้าหวาน หญ้าหวานจะได้ตั้งใจเรียน”“พี่กระทิงก็รับปากเหรอคะ”“ใช่ครับ ตอนนั้นพี่คิดว่าถ้าขัดคุณหญิงย่าคงไม่ได้หมั้นก็รับปากท่านไป พ่อกับแม่พี่ก็พูดกับพี่ คุณอารัชกับน้าดาก็พูด รู้ว่าคุณย่ามีแผนแยกพี่กับหญ้าหวานออกจากกัน ก็เลยต้องไปตามน้ำ ถ้าไปขัดท่านจะไหวตัวทัน”“ไหวตัว
“คนเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ จอมเผด็จการอีกด้วย สั่งให้คนอื่นทำกับหญ้าหวานแบบนี้ได้ยังไง”“กันตาอยากมีพี่สะใภ้ชื่อหญ้าหวาน... ญารินดา รัศมีดาว แล้วจะให้พี่ทำยังไงครับ โอ้ว... พ่อกับแม่ก็อยากมีลูกสะใภ้ชื่อนี้ พี่เลยต้องทำตามใจคนในครอบครัว พี่รักพวกเค้าก็ต้องทำให้เค้ามีความสุข”ญารินดาได้แต่อ้าปากค้างด้วยความ
“กันตาเป็นโรคกระเพาะค่ะพี่หญ้าหวาน”ญารินดาไม่พูดอะไร เธอจูงมือน้องสามีเข้าบ้าน นั่นยิ่งทำให้กันตางุนงงหนักเมื่อพี่สะใภ้พามาหยุดยืนอยู่ที่ประตูห้องของเธอ“พี่หญ้าหวานพากันตามาที่ห้องทำไมคะ”“พี่อยากคุยกับกันตาสองคน เปิดประตูให้พี่สิคะ” ในเวลานี้ญารินดาดูเหมือนผู้ใหญ่เกินอายุ ไม่ใช่เด็กสาวที่อายุห่า
จริงๆ แล้วอยากจะงอนง้อเอ่ยถามเธอว่าอะไรเป็นยังไง แต่ถ้าทำแบบนั้นเธอจะยิ่งงอนให้เขาง้อ คงไม่ต้องได้รู้ความจริงกันเพราะมัวแต่ง้ออยู่แบบนี้“ยัยม่านบังตาบอกว่าพี่กิ๊กกับเค้า จริงหรือเปล่า”“ไม่จริง”“ชิ! แก้ตัว เมื่อก่อนเคยกิ๊กกั๊กกันไม่ใช่เหรอ ถ่านไฟเก่ามันคุ” แม้จะรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเขาตอบปฏ







